Saturday, 8 August 2026
Hard News Team

'อดีตหัวหน้า​ ศรภ.'​ ไขปมดรามา 'ช่อง​ 5​ -​ TOP NEWS'​ เหตุบานปลาย​ เพราะบางคนทำเรื่องลับให้ใหญ่โต

พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ​ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก​ ระบุว่า... 

“ช่อง​ 5​ กับ TOP NEWS” 

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ผมขอทบทวนเรื่อง ช่อง​ 5​ นิดหนึ่งครับ ก่อนเกิดเหตุการณ์ระหว่างช่อง​ 5​ กับทาง TOP NEWS​ ขึ้น 3 วัน ผมได้โพสต์ข้อความติติงช่อง​ 5​ ไปแล้วว่า การติดต่อกับทางสถานทูตรัสเซียเพื่อหาข่าวที่ถูกต้องนั้น สามารถทำได้ แต่ไม่ควรนำออกมาเผยแพร่ให้รู้กันทั่วไป

เพราะในปัจจุบัน สถานการณ์ในเรื่องนี้ค่อนข้าง Sensitive ซึ่งทางสถานทูตรัสเซียก็ยังเข้าใจประเด็นนี้ โดยเสนอข่าวทาง​ FB แค่ว่ามีการพบปะเท่านั้น ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรลงไป (ดูข่าวใน FB​ ของผม วันที่​ 25​ มีนาคม ประกอบครับ)

ทบ.ออกหนังสือขอโทษประชาชน ในการนำเสนอข่าวททบ.5 ย้ำ ยังคงเป็นสื่อสาธารณะเพื่อสังคมและปชช.

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) โดยศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก ได้เผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่า ด้วยในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการนำเสนอข่าวสารและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ซึ่งเป็นที่สนใจของสาธารณะ นั้น

ทางศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก ขอเรียนว่า กองทัพบกในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลสถานีโทรทัศน์กองทัพบกต้องขออภัยต่อประชาชนและผู้ชมรายการของทางสถานีในทุกช่องทางที่ได้เกิดความไม่เรียบร้อยในกระบวนการจัดการข้อมูลข่าวสารของสถานี และการขัดข้องทางด้านเทคนิคในการออกอากาศรายการข่าว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2565 

รองโฆษกรัฐบาล ย้ำ ปชช.ถือบัตรทอง เข้ารับบริการหน่วยปฐมภูมิสถานพยาบาล สังกัดสธ.ได้ทุกแห่ง เว้นกลุ่มรพ.ที่โรงเรียนแพทย์ หรือโรงพยาบาลเฉพาะทาง แนะ เช็คด่วนสปสช. 1330  

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายยกระดับบัตรทอง สู่หลักประกันสุขภาพยุคใหม่ โดยให้ประชาชนที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง สามารถเข้าใช้บริการหน่วยบริการปฐมภูมิในสถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้ทุกแห่งทั่วประเทศ ทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.)โรงพยาบาลประจำอำเภอ โรงพยาบาลประจำจังหวัด ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ขณะที่ในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถไปใช้บริการได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข และคลินิกชุมชนอบอุ่นทั่วกรุงเทพมหานคร โดยไม่ต้องมีใบส่งตัวจากหน่วยบริการที่ลงทะเบียนไว้ ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 เป็นต้นมา 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า หลักการของนโยบายนี้คือ ประชาชนยังคงเข้ารับบริการที่หน่วยบริการประจำที่ลงทะเบียนและหน่วยบริการปฐมภูมิในเครือข่าย แต่กรณีมีความจำเป็นหรือเหตุสมควรสามารถเข้ารับบริการปฐมภูมิที่หน่วยบริการปฐมภูมินอกเครือข่ายได้ โดยหน่วยบริการทุกแห่งที่ให้บริการประชาชนในลักษณะนี้ จะไม่ต้องให้ประชาชนกลับไปรับใบส่งตัว หรือมีการเรียกเก็บเงินจากประชาชน แต่ให้มาเรียกเก็บเงินจากสปสช.โดยจะมีโรงพยาบาลในกลุ่มที่ไม่ได้จัดหน่วยบริการปฐมภูมิ เช่น กรณีโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลเฉพาะทาง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล จัดเป็นหน่วยบริการขั้นตติยภูมิ เมื่อประชาชนเข้าใช้บริการจะยังมีการขอใบส่งตัว   

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนบางส่วนที่อาจไม่ทราบข้อมูลและเข้ารับบริการสถานพยาบาลที่ไม่ได้จัดบริการหน่วยปฐมภูมิและทางโรงพยาบาลมีการขอใบส่งตัว เมื่อไม่มีใบส่งตัวจึงถูกคิดค่าบริการ ในกรณีนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีข้อแนะนำว่า หากไม่แน่ใจว่าสถานพยาบาลที่จะเข้ารับการรักษานั้นมีหน่วยปฐมภูมิและอยู่ในกลุ่มที่ยกเลิกการขอใบส่งตัวแล้วหรือไม่ ก่อนเข้ารับบริการสามารถโทรสอบถามที่ สายด่วนสปสช. 1330 กด 0 เพื่อสอบถามเจ้าหน้าที่  หรือ สอบถามที่ไลน์ OA  สปสช. @nhso  ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 เป็นต้นมา ประชาชนผู้ถือบัตรทองสามารถเข้ารับบริการในระบบบริการปฐมภูมิในสถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้ทุกแห่ง โดยหน่วยบริการจะไม่มีการเรียกใบส่งตัว แต่ในกรณีโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ หรือโรงพยาบาลเฉพาะทางนั้นจะไม่ได้จัดหน่วยปฐมภูมิดังนั้นจึงอาจมีกรณีขอใบส่งตัวของผู้ป่วย ซึ่งประชาชนสามารถเช็คเครือข่ายของโรงพยาบาลได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 หรือไลน์ @nhso ก่อนเข้ารับบริการได้” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

'วิโรจน์' นำผู้สมัครส.ก. ก้าวไกล โหนรถเมล์สมัครเลือกตั้ง 

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ถ.มิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร สถานที่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้เปิดรับสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เป็นวันแรก 

“นายกฯ” เสียใจ กับครอบครัวจนท.เสียชีวิต เหตุลอบวางระเบิด จ.ยะลา กำชับ กำชับ ล่าตัวคนร้ายลงโทษ เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยประชาชน 

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบเหตุลอบวางระเบิด บริเวณถนนบาเจาะ-เขื่อนบางลาง หมู่ที่ 4 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันที่30 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ชุดปฏิบัติการจู่โจม 1 พร้อมกำลังชุดลาดตระเวน ปฏิบัติหน้าที่ส่งหมายเรียกพยานคดีจราจร พื้นที่ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยใช้รถยนต์เช่าทางราชการเลขทะเบียน กง 5150 กรุงเทพมหานคร ทำให้กำลังพลเสียชีวิต 1 นาย ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 นาย 

โดยนายกฯแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ และกำชับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ และทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องให้ลงพื้นที่หาข่าว เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อติดตามบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติงาน เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยประชาชนในพื้นที่ และสั่งการให้ต้นสังกัดช่วยเหลือดูแลการรักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มกำลัง และให้การสนับสนุนช่วยเหลือครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิตในการประกอบพิธีทางศาสนาอย่างสมเกียรติ ตามระเบียบของทางราชการ 

'รัสเซีย'​ จ่อเพิ่มเงื่อนไข​แก่สมาชิกประเทศสหภาพยุโรป ซื้อวัตถุดิบอื่นๆ​ ที่ไม่ใช่แค่ก๊าซ!! ก็ต้องจ่ายด้วยรูเบิล

สำนักข่าว ALARABIYA NEWS ของซาอุดีอาระเบีย อ้างอิงจากสำนักข่าว Reuters โดยรายงานว่า รัฐบาลรัสเซียอาจประกาศดำเนินนโยบายการส่งออกวัตถุดิบอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยอาจกำหนดให้สมาชิกประเทศสหภาพยุโรป ต้องชำระเป็นสกุลเงินรูเบิลของรัสเซียเท่านั้น แม้ว่ารัฐบาลรัสเซียจะเปิดโอกาสผ่อนปรนให้ชาติยุโรปค่อย ๆ ปรับเปลี่ยน จากการชำระด้วยสกุลเงินเดิมไปสู่สกุลเงินรูเบิล

นายอิยาเชสลาฟ โวโลดิน ประธานสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย ระบุว่า ไม่ใช่แค่ก๊าซธรรมชาติเท่านั้น ที่สหภาพยุโรปอาจจะต้องซื้อด้วยการจ่ายเป็นสกุลเงินรูเบิล แต่สินค้าวัตถุดิบส่งออกประเภทอื่น ๆ ของรัสเซีย ที่สหภาพยุโรปต้องการซื้อ เช่น น้ำมันดิบ, ข้าวสาลี, ธัญพืช, โลหะชนิดต่าง ๆ, ปุ๋ย, ถ่านหิน และไม้ซุง ก็อาจต้องจ่ายด้วยสกุลเงินรูเบิลด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นไปตามแบบนโยบายเดียวกันกับที่รัสเซียกำหนดให้ “ประเทศที่ไม่เป็นมิตร” (unfriendly countries) ต้องซื้อก๊าซธรรมชาติด้วยสกุลเงินรูเบิล

'ยูเครน' โวย!! รัสเซียผิดคำพูดเดินหน้าถล่มรอบกรุงเคียฟ บีบีซีอ้าง!! 'ปูติน'​ ขู่ไม่หยุดโจมตีมาริอูโปลจนกว่ายอมจำนน

กองกำลังรัสเซียทิ้งบอมบ์ถล่มพื้นที่ต่างๆ รอบกรุงเคียฟ และเมืองอื่นอีกแห่ง ไม่กี่ชั่วโมงหลังสัญญาลดระดับปฏิบัติการลงในพื้นที่แถบนี้ เพื่อส่งเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างสองฝ่าย จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ยูเครนในวันพุธ (30 มี.ค.) ขณะเดียวกัน สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน บอกว่าการยิงถล่มเมืองมาริอูโปลที่ถูกปิดล้อมนั้นจะยุติลงก็ต่อเมื่อทหารของยูเครนยอมวางอาวุธ

การยิงถล่มและโจมตีอย่างหนักหน่วงของรัสเซียในหลายพื้นที่ของยูเครน กัดเซาะมุมมองในแง่บวกเกี่ยวกับความคืบหน้าใดๆ ในการเจรจาสันติภาพที่มีเป้าหมายหยุดสงครามที่สร้างความเจ็บปวดทรมาน

ในคำแถลงเมื่อวันอังคาร (29 มี.ค.) กองทัพรัสเซียระบุว่าจะลดระดับปฏิบัติการใกล้เมืองหลวงและเมืองเชอร์นิฮิฟ ทางภาคเหนือของประเทศ "เพื่อเพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจกันและสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการเจรจาในอนาคต" แต่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน และตะวันตกรู้สึกคลางแคลงใจเป็นอย่างมาก

ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ยูเครนรายงานว่ารัสเซียยิงปืนใหญ่ถล่มบ้าน ร้านค้า ห้องสมุด และที่ตั้งพลเรือนอื่นๆ ทั้งในและรอบๆ เมืองเชอร์นิฮิฟและแถบชานเมืองของกรุงเคียฟ นอกจากนี้ ทหารรัสเซียยังยกระดับโจมตีในภูมิภาคดอนบาสทางภาคตะวันออกและรอบๆ เมืองอิซุม ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางหลักที่มุ่งหน้าสู่ดอนบาส หลังจากจัดวางกองกำลังใหม่จากพื้นที่อื่นๆ

โอเล็กซานเดอร์ โลมาโก เลขาธิการสภาเมืองเชอร์นิฮิฟ บอกว่าคำแถลงของรัสเซียปรากฏชัดแล้วว่าเป็นคำโกหกโดยสิ้นเชิง "ตอนกลางคืนไม่เขาไม่ได้ลดระดับลง แต่ในทางกลับกันได้เพิ่มความหนักหน่วงของปฏิบัติการด้านการทหาร”

5 สัปดาห์หลังการรุกราน มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายพันคนจากทั้ง 2 ฝ่าย จำนวนชาวยูเครนที่หลบหนีออกนอกประเทศพุ่งแตะระดับ 4 ล้านคน ในนั้นครึ่งหนึ่งเป็นเด็ก จากข้อมูลของสหประชาชาติ

ในการเจรจาในอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันอังคาร (29 มี.ค.) ความเป็นไปได้ของข้อตกลงสันติภาพดูเหมือนจะปรากฏขึ้น เมื่อผู้แทนของยูเครนเสนอกรอบๆ หนึ่ง ซึ่งประเทศของพวกเขาจะประกาศตนในฐานะเป็นกลาง ละทิ้งความพยายามเข้าร่วมนาโต้ ตามข้อเรียกร้องของมอสโก แลกกับคำรับประกันด้านความปลอดภัยจากกลุ่มประเทศอื่นๆ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียตอบสนองในแง่บวก โดยเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศระบุในวันพุธ (30 มี.ค.) ว่าความตั้งใจของยูเครนที่จะยอมรับสถานะเป็นกลางและมองหาความมั่นคงนอกนาโต้ เป็นตัวแทนของความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม หลังคำแถลงของเครมลินว่าจะลดระดับปฏิบัติการด้านการทหาร เซเลนสกีแสดงตอบสนองด้วยความสงสัย โดยบอกว่าเมื่อคุณเจรจาต่อรองกับรัสเซีย "คุณสามารถไว้วางใจได้เพียงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น" คำประเมินที่ไปในทิศทางเดียวกับ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และโดมินิค ราบ รองนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ซึ่งสงสัยว่ารัสเซียมีเจตนารวบรวมกำลังพลใหม่และโจมตีอีกครั้ง

ความคลางแคลงใจดังกล่าวดูเหมือนจะมีเหตุผล สืบเนื่องจากความเคลื่อนไหวต่างๆ ของรัสเซียในวันพุธ (30 มี.ค.) ในนั้นรวมถึงกรณีที่ นายพลโอเล็กซานด์ร พาฟลุค ผู้บัญชาการเขตพื้นที่มณฑลทหารเคียฟ เผยว่ารัสเซียยิงปืนใหญ่เล็งเป้าหมายเล่นงานพื้นที่ชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนในเมืองบูชา โบรวารี และวิชโฮรอด รอบๆ เมืองหลวง

พล.ต.อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ทหารเล็งเป้าหมายเล่นงานคลังเชื้อเพลิงใน 2 เมืองในแถบภาคกลางของยูเครน โดยใช้ขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลยิงจากอากาศโจมตี และกองกำลังรัสเซียยังได้ถล่มกองบัญชาการกองกำลังพิเศษยูเครนแห่งหนึ่งในเมืองมีโคลายิฟ และคลังกระสุน 2 แห่งในแคว้นโดเนตส์ค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคดอนบาส

สหรัฐฯ ระบุว่าในช่วง 24 ชั่วโมงหลังสุด รัสเซียเริ่มสับเปลี่ยนที่ตั้งกองกำลังของตนเองไม่ถึง 20% ที่อยู่ตามแนวรบรอบๆ กรุงเคียฟ

จอห์น เคอร์บี เลขานุการฝ่ายสื่อสารมวลชนทำเนียบขาวระบุว่า ทหารจากพื้นที่ดังกล่าวและจากโซนอื่นบางแห่งเริ่มเคลื่อนไหวมุ่งหน้าสู่ทางเหนือเป็นส่วนใหญ่ และบางส่วนเข้าไปในเบลารุส ซึ่งเคียฟมองว่าดูเหมือนรัสเซียมีเจตนาจัดหากำลังบำรุงใหม่ให้พวกเขาและส่งพวกเขากลับเข้าไปในยูเครน แต่ไม่ชัดเจนว่าจะเป็นจุดไหน

เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของรัสเซียระบุในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ว่า เป้าหมายหลักของพวกเขาในเวลานี้คือ "ปลดปล่อยดอนบาส" ภูมิภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญซึ่งประชาชนพูดภาษารัสเซีย พื้นที่ซึ่งพวกกบฏแบ่งแยกดินแดนฝักใฝ่รัสเซียต่อสู้กับกองกำลังยูเครนมาตั้งแต่ปี 2014 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตะวันตกบอกว่ามอสโกกำลังเสริมกำลังทหารในดอนบาส

พวกนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการมุ่งเน้นภูมิภาคดอนบาส และสัญญาลดปฏิบัติทางทหาร อาจเป็นแค่ความพยายามกลบความจริงที่ว่า กองกำลังภาคพื้นของรัสเซียถูกสกัดกั้นและได้รับความสูญเสียอย่างหนัก ในความพยายามยึดเมืองหลวงและเมืองอื่นๆ

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกล่าวหา ‘รัสเซีย’ ต้นเหตุวิกฤติอาหารโลก​ หลังเริ่มสงครามกับยูเครน

นิวยอร์ก (เอเอฟพี/รอยเตอร์ส) - รัสเซียถูกกล่าวหาในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตการณ์อาหารโลกและทำให้ผู้คนทั่วโลกเสี่ยงต่อภาวะอดอยากจากการเปิดฉากทำสงครามในยูเครน ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็นตะกร้าขนมปังของยุโรป (Breadbasket of Europe)

เวนดี เชอร์แมน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ กล่าวในระหว่างการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในยูเครนว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เป็นผู้ริเริ่มสงครามในยูเครนและทำให้เกิดวิกฤตการณ์อาหารโลก รัสเซียและประธานาธิบดีปูตินต้องเป็นผู้รับผิดชอบจากการนำกำลังทหารบุกโจมตียูเครนที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของอาหารโลก

‘โฆษกรัฐบาล’ ยันใช้สิทธิ์ประกันชีวิตรักษาโควิด ย้ำ สาธารณสุขไทยทำได้ดี แม้มีปัญหา ‘เจอ แจก จบ’

โฆษกรัฐบาลชี้ภาพรวมบริหารจัดการโควิด-19 ระบบสาธารณสุขไทยทำได้ดี "เจอ แจก จบ" ส่วนน้อยมีปัญหาก็ต้องแก้ไขกันไป ยันติดเชื้อไม่มีอภิสิทธิ์ชนเท่าเทียมกันหมด

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 65 ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตอบโต้นักข่าวช่องหนึ่งที่พาดพิงว่า ได้รับอภิสิทธิ์ในการรักษาโควิด ในขณะที่แม่ของนักข่าวท่านนั้น ที่อายุ 77 ปี ซ้ำเป็นโรคหอบหืด แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแล โดยระบุว่า

ผมคิดว่าในภาพรวมการบริหารจัดการแก้ปัญหาโควิด-19 ระบบสาธารณสุขไทยทำได้ดีท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตแล้ว ขนาดอาจารย์หมอศิริราช หรืออาจารย์หมอซึ่งเป็นที่ปรึกษาศบค. ยังบอกว่ารัฐบาลไทยทำได้ดี ทำทุกอย่างมากมาย เมื่อเทียบกับต่างประเทศซึ่งปล่อยให้ประชาชนดูแลตนเอง ต่างจังหวัดเพื่อนผมติดเยอะมาก ก็ไปโรงพยาบาล เจอ แจก จบ ผมว่าขณะนี้อาจจะมีส่วนน้อยที่มีปัญหาบ้างก็ต้องแก้ไขกันไปครับ ผมอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันดีกว่าตำหนิกันไปมา ท่านนายกก็สั่งการทุกอย่าง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทุกวันครับ

‘พรรคกล้า’ ชู 10 นโยบายเด็ด ชิงเก้าอี้ ส.ก. แซว ‘อัศวิน’ ใช้สีป้ายเหมือนสีพรรค เพราะชอบพรรคกล้า?

พรรคกล้า เปิดตัวทีมผู้สมัคร ส.ก. ชู 10 นโยบาย ยกระดับ กทม. เป็น “เมืองสู้วิกฤต มหานครแห่งโอกาส” แซว "อัศวิน" ใช้สีป้ายเหมือนสีพรรค เพราะชอบพรรคกล้าหรือไม่

พรรคกล้า โดยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรค เปิดตัวผู้สมัครพรรคกล้า 12 คน ในคอนเซปต์ “ผูกพันใส่ใจ แก้ไขปากท้อง” พร้อมสมัครรับเลือกตั้งวันพรุ่งนี้

นายกรณ์ กล่าวว่า จุดแข็งของพรรคกล้าคือ ประสบการณ์ คุณสมบัติ และความตั้งใจของผู้สมัคร แม้ส่งไม่ครบ 50 เขต แต่เราเลือกผู้สมัครที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วจริงจัง ในการทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ส่วนตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เห็นคนเก่งหลายคน แต่ส่วนใหญ่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเป็นหลัก แต่ประเด็นความเดือดร้อนที่ผ่านมาจากวิกฤตโควิด คือวิกฤตเศรษฐกิจ มิตินี้ยังไม่มี ซึ่งความตั้งใจของพรรคกล้าตามที่รองหัวหน้าพรรค วรวุฒิ อุ่นใจ ที่ได้นำเสนอไปเป็นตัวอย่าง เสริมเติมให้เต็มในแง่มุมของมิติปากท้อง เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นจุดแข็งของพรรคกล้าอยู่แล้ว

นายกรณ์ กล่าวว่า ผู้สมัครของพรรคกล้าทั้ง 12 คน เป็นผู้สมัครที่เกาะติดพื้นที่ ส่วนใหญ่มีประสบการณ์เป็นประธานสภาเขต อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมานาน โดยเฉพาะช่วงการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ว่าที่ผู้สมัครทั้ง 12 คน ทำงานอาสา ช่วยเหลือทั้งช่วยหาเตียง ฉีดพ่นฆ่าเชื้อ เป็นอาสาสมัครส่งยาให้ถึงบ้าน ดูแลทุกอย่างที่ประชาชนเดือดร้อนตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พร้อมกับการก่อตั้งพรรคกล้า เรียกได้ว่าเป็นตัวจริงในพื้นที่

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า งบประมาณกรุงเทพมหานครอยู่ราวปีละ 80,000 ล้านบาท โดยการจัดเก็บของกรุงเทพมหานครเอง สิ่งเหล่านี้จะถูกผลักดันภายใต้คอนเซปต์ "ยกระดับกรุงเทพมหานคร เป็นเมืองสู้วิกฤต เป็นมหานครแห่งโอกาส" ผ่าน 10 นโยบาย ที่ ส.ก. จะต้องผลักดัน คือ

1.) “กล้าปลดหนี้” โดยสำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร นอกจากจะอำนวยเรื่องสถานที่ให้พ่อค้าแม่ค้าแล้ว อยากให้เข้าไปดูแลเกี่ยวกับแหล่งเงินทุน ไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าถูกเอารัดเอาเปรียบจากหนี้นอกระบบ มีช่องทางแนะนำไฟแนนซ์ นำหนี้กลับเข้ามาอยู่ในระบบ

2.) “กรุงเทพเน็ตฟรี” การเรียนการสอน การขายออนไลน์ สะดวกรวดเร็ว เข้าถึงได้ง่าย

3.) “Bangkok Friendly Design” เด็ก คนพิการ คนชรา เที่ยวสะดวก คนต่างชาติเข้าใจง่าย ดีไซน์ต่าง ๆ ของเมืองหลวงต้องเหมาะกับคนทุกกลุ่ม

4.) “ชุมชนเข้มแข็ง” ให้อาสาคณะกรรมการชุมชนมีรายได้ประจำ งบประมาณโครงการพัฒนาชุมชนเป็นรายปี

5.) “รถไฟฟ้า 30 บาท รถเมล์ EV” ทั้งระบบ ช่วยลดค่าครองชีพคนเมือง ด้วยการเข้าไปอุดหนุนส่วนต่างให้รถไฟฟ้าราคา 30 บาท รวมถึงการปรับระบบรถเมล์ให้ใช้ไฟฟ้าทั้งระบบ

6.) “สำนักงานเขต Online” ปรับปรุงระบบราชการเป็นแบบ One Click Government ให้การติดต่อ ร้องเรียน ขอใบอนุญาตต่าง ๆ ผ่านระบบออนไลน์ได้

7.) “กล้องพร้อม ไฟพร้อม” ในพื้นที่ที่เป็นเอกชนก็ต้องติดตั้งได้ หากมีการร้องขอจากประชาชน มีระบบจดจำใบหน้า Face Recognition

8.) “น้ำท่วมระบายใน 30 นาที” ให้สำเร็จตามแผนพัฒนา กทม. 20 ปี แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะ 14 จุดเสี่ยงน้ำท่วมประจำ ควบคุมการระบายน้ำด้วย AI ผันน้ำอย่างเป็นระบบ ลงแหล่งเก็บน้ำใต้ดิน รองรับน้ำรอระบายสู่ทะเล

9.) “ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ” สร้างเถ้าแก่ยุคใหม่ ใครจะคิดอยากเริ่มทำธุรกิจ การขออนุญาต เทคนิคธุรกิจต่าง ๆ ศูนย์นี้จะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยให้ธุรกิจเริ่มต้นได้

10.) “หมอ Delivery” โรงพยาบาลในสังกัด กทม.ทั้ง 11 แห่ง มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ศูนย์อนามัยทั้ง 50 เขต สามารถรักษาได้ 24 ชั่วโมง ด้วยการวินิจฉัยออนไลน์ ส่งยาได้ภายใน 24 ชั่วโมง รองรับวิกฤตโรคระบาด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top