Saturday, 8 August 2026
Hard News Team

เชียงใหม่ - กองพันสีขาว สังคมปลอดภัยจากยาเสพติด กองบิน ๔๑

เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๕ กองบิน ๔๑ จัดกิจกรรมโครงการกองพันสีขาว สังคมปลอดภัยจากยาเสพติด กองบิน ๔๑ โดยมี นาวาอากาศเอก วัฒนา บัวชุม รองผู้บังคับการกองบิน ๔๑ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย นาวาอากาศโท ภูมิพัฒน์ เลิศวัฒนาสิรภัทร ผู้บังคับกองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน ๔๑, ข้าราชการกองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน ๔๑ และทหารกองประจำการ กองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน ๔๑ ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ณ หอประชุมเดชะตุงคะ กองบิน ๔๑

ไม่เกี่ยวกับผม!! 'บิ๊กตู่' ยันไม่เกี่ยวคำสั่ง ผอ.ช่อง 5 พ้นหน้าที่ เตือนสื่ออย่าร่วมขัดแย้ง - วิจารณ์มากเกินไป

29 มี.ค.2565 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่มีข่าวว่าพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานบอร์ด สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 หรือ ททบ.5 มีคำสั่งให้ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ททบ.5 พ้นจากหน้าที่ สืบเนื่องจากข่าวสงครามรัสเซีย-ยูเครน ว่า จริงๆแล้วตนไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอยู่แล้ว เพราะตนไม่ได้เป็นผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งตนไม่ได้พูดถึงเฉพาะช่อง 5 ทุกช่องนั่นแหละเวลาออกข่าวพวกนี้ถ้าวิเคราะห์มากเกินไปบางทีทำให้เกิดปัญหาในภาพรวมของประเทศ หากเสนอตามนั้นก็ปกติไป เพราะจริงๆแล้วเราอยู่คนละภูมิภาค แต่ข้อสำคัญเราอยู่ในองค์กรไม่ว่าจะเป็นสหประชาชาติ กลุ่มนั้นกลุ่มนี้เราก็เป็นสมาชิกเขาหมดใช่หรือไม่ ดังนั้นเราต้องระมัดระวังก็แล้วกันทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบกับประเทศเรา นะจ๊ะ เห็นใจหน่อย

เมื่อถามว่ามีข่าวว่านายกฯแสดงความไม่สบายใจไปยังผู้บังคับบัญชา ททบ.5 หรือไม่พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ ตนไม่ได้พูดอะไร เขาคงเป็นเรื่องการตรวจสอบคัดกรองกันเอง เพราะเขามีกรรมการอยู่แล้ว ตนไม่ไปยุ่งหรอก 

บ้านเราแซ่บกว่า!! 'เจ๊ปอง ท็อปนิวส์' โพสต์หมดทุกข์หมดโศกแล้ว หลังข่าวสะพัด ถอนตัวร่วมผลิตข่าวกับช่อง 5 

29 มี.ค.2565 - จากกรณี รายการ "ข่าวเที่ยง ททบ.5" ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 (ททบ.5) ดำเนินรายการโดย นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก และ นางสาวกิตติมา ธารารัตนกุล ถูกตัดสัญญาณกะทันหัน ระหว่างเวลา 12.51 น. เมื่อ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ทั้งสองกำลังนำเสนอข่าวเกี่ยวกับสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน

ทั้งนี้ รายการดังกล่าว มีบริษัท กาแลคซี่ มัลติมีเดีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ GMC กลุ่มที่มาจากสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมท็อปนิวส์ (Top News) ของนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม เป็นผู้ร่วมผลิตรายการส่งสัญญาณผ่านอินเทอร์เน็ตระบบ Live U จากสตูดิโอท็อปนิวส์ โครงการธนาซิตี้ ที่ ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ. สมุทรปราการ ไปยัง ททบ.5 สนามเป้า

ต่อมามีกระแสข่าวว่า Top News ขอถอนตัวจากการร่วมผลิตข่าวทั้งหมด โดยมีผลวันที่ 31 มี.ค. นี้ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวอีกครั้งจาก นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า "กราบสวัสดีค่ะ หมดทุกข์หมดโศกหมดโรคหมดภัยนะคะ #ท็อปนิวส์77 บ้านเราแซ่บกว่า สบายใจกว่า"

"บิ๊กบี้” เยือนผู้นำทหาร สปป.ลาว  สานสัมพันธ์ย้ำความร่วมมือชายแดนพัฒนาภูมิภาคอย่างยั่งยืน 

เมื่อวันที่ 29 มี.ค.พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.พร้อมด้วย พลตรีหญิง พิมพ์พิศา จิตต์แก้วแท้ นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก และคณะเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 29 – 30 มีนาคม 2565 ภายใต้ การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของทั้งสองประเทศ 

โดยผบ.ทบ.เข้าเยี่ยมคำนับ พลเอก จันสะหมอน จันยะลาด รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศหารือด้านความร่วมมือระหว่างราชอาณาจักรไทยกับ สปป.ลาว 

ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวถึงมิตรภาพระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพประชาชนลาว ที่มีมาอย่างยาวนานถึง 71 ปี โดยเฉพาะการเยือนระหว่างผู้นำทางทหารของทั้งสองประเทศและยินดีที่จะสนับสนุนกิจกรรมใดๆอันจะก่อให้เกิดการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนต่อไป อีกทั้งได้ชื่นชมการบริหารจัดการโควิด-19 ของ สปป.ลาว ที่มีความรวดเร็ว ทั้งการจัดหาวัคซีนและความเข้มงวดในมาตรการ 

ในขณะที่พล.อ.จันสะหมอน กล่าวว่าทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นร่วมกันดูแลชายแดนให้มีความสงบเรียบร้อยพร้อมเสนอแนวทางการพัฒนาทั้งทางบกและทางน้ำ รวมถึงการจัดกิจกรรมเช่น การกีฬา การแพทย์ทหาร การฝึกบรรเทาภัยเพื่อให้พร้อมรับภัยพิบัติต่างๆ 

จากนั้นผู้บัญชาการทหารบก ได้เข้าหารือข้อราชการกับพล.ต.คำเลียง อุทะไกสอน หัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพ  และ พลจัตวา พันแสง บุนพัน รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพ  โดยแสดงความชื่นชม สปป.ลาวที่กำหนดนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ เมื่อสิงหาคม 2564 ส่งผลให้มีการจับกุมยาเสพติดได้จำนวนมากในห้วงที่ผ่านมาและยังได้เสนอให้มีการฝึกร่วม/ผสม ของหน่วยรบพิเศษในลักษณะการฝึกแลกเปลี่ยนของหน่วยทหารขนาดเล็กและการแลกเปลี่ยนศึกษาดูงานในด้านอื่นๆ

ครม. สั่งคลังผ่อนคลายกฎกระทรวง ไม่ปิดกั้นชาวบ้านผลิตเหล้าแต่ห้ามขาย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2565 ว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณารับหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 

โดยเป็นร่างที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอ ซึ่งมีสาระเป็นการให้เสรีภาพแก่ประชาชนในการผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ในเรื่องนี้ ครม.เห็นว่า การผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้าสามารถกระทำได้โดยควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในเรื่องคุณภาพ และสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค

อย่าว่าโอ๊คไม่เตือน!! 'โอ๊ค' รับไม่ได้ถูกแขวะนั่ง 'มท.1' ซัดเดือด 'หมอวรงค์' ไร้จรรยาบรรณ

 29 มี.ค.2565 - จากกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความพาดพิง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย บุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร ให้ระวังจะไม่มีแผ่นดินอยู่ และ พาดพิงไปถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ด้วยว่าจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย

ล่าสุด นายพานทองแท้ ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ตอบโต้ว่า

พวกก้าวข้ามทักษิณไม่พ้น

ยังคงวนอยู่จุดเดิม

คะแนนพรรคไม่มี ใช้วิธี
หาเสียงบนความขัดแย้ง
สร้างคะแนนบนความเกลียดชัง

ตำรวจร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลลุยแก้ไขปัญหาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา แก้ไขความเดือดร้อนและคืนความสุขให้ประชาชน

จากกรณีที่ในปัจจุบัน ประชาชนประสบปัญหาความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนด    เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน และแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมโดยมี นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะทำงานเฉพาะกิจตรวจสอบผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล และได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รองประธานคณะทำงานฯ เป็น หัวหน้าชุดปฏิบัติการ เพื่อบังคับใช้กฎหมายและประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายดังกล่าว

ในการนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. /รองประธานคณะทำงานเฉพาะกิจฯ ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการคณะทำงานดังกล่าว ดำเนินการตรวจสอบ  และปราบปรามกรณีการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนด โดย พล.ต.ท.ประจวบฯ ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., ผบก.สส.บช.น.และ ภ.1 - 9 และ ผบก.ปคม./คณะทำงานเฉพาะกิจฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบการแจกจ่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่ผู้ได้รับจัดสรรโควตา ณ ที่ทำการไปรษณีย์เป้าหมาย ที่มีการลงทะเบียนของผู้มีสิทธิ์รับสลากเป็นจำนวนมาก 95 แห่ง ทั่วประเทศ และลงพื้นที่ตรวจสอบแผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วประเทศ 

พร้อมทั้งดำเนินการสืบสวน ตรวจสอบเป้าหมายผู้ค้าคนกลางที่มีพฤติกรรมในการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่า ที่กำหนด จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า ได้มีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของกองสลากพลัส ซึ่งเชื่อว่า ดำเนินการโดย บริษัท ลอตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด ประกอบกิจการโดยนำสลากกินแบ่งรัฐบาล มาสแกนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และมีการเปิดรับตัวแทนผู้ค้ารายย่อย ทั้งผู้ที่มีโควตาสลากอยู่แล้ว นำสลากมาสแกนเข้าระบบ และผู้ที่ไม่มีโควตาสลาก มาซื้อสลากเพื่อขายต่อให้กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าจะต้องลงทะเบียนในระบบด้วยเช่นกัน เมื่อกดซื้อสลาก ระบบจะนำไปที่หน้าร้านของตัวแทน ซึ่งจะมีการเสนอขายสลากเกินราคา โดยเริ่มต้นที่ใบละ 95 บาท ซึ่งสลากที่มีการเสนอขายในระบบนั้น จะมีการปิดบังบาร์โค้ดของสลาก ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลของจริงหรือไม่ อีกทั้งรูปแบบการเสนอขายสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว ไม่ใช่การจำหน่ายแบบปลีกโดยตรงให้กับประชาชน จึงไม่ตรงตามเงื่อนไขในการจำหน่ายสลาก ทำให้สลากมีราคาสูงกว่าที่กำหนด สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน

ทั้งนี้ ได้มีการปฏิบัติการเข้าตรวจค้นตามหมายค้นของศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 27 มีนาคม 2565 ณ บริษัท ลอตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด เลขที่ 555/57 อาคารเอสเอสพีทาวเวอร์ 1 ซอยสุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานครโดยการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการฯ ได้เข้าทำการตรวจสอบสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีการเก็บรักษาไว้ในสำนักงาน ว่าเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลของจริงหรือไม่ อยู่ในโควตาการจัดสรรให้กับผู้ค้ารายย่อย โดยถูกต้องหรือไม่ และเป็นของผู้ได้รับจัดสรรโควตารายใด และตรวจสอบสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ได้สแกนเก็บไว้ในฐานข้อมูล ว่ามีการเสนอขายสลากเกินราคาหรือไม่ สลากที่สแกนนั้นมีสลากกินแบ่งตัวจริงรองรับไว้ด้วยหรือไม่ ตลอดจนมีการนำสลากฉบับเดียวกันมาวนขายซ้ำหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ทราบความผิดเพิ่มเติมตามกฎหมายต่อไปพล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวว่า ราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลในตลาด ณ ปัจจุบัน มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในส่วนนี้ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนที่ต้องซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เกินราคาที่กำหนด ซึ่งตามนโยบายของท่านนายก

ตร. เตรียมกำลังกว่า 80,000 นาย อำนวยความสะดวกการจราจรสงกรานต์ปี 65 หวังลดอุบัติเหตุ 5%

วันนี้ (28 มี.ค. 65) เวลา 13.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ผอ.ศจร.ตร.) ,พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.เอกราช  ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล. ร่วมแถลงการณ์เตรียมความพร้อมสำหรับการอำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2565

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ ตร. เตรียมอำนวยความสะดวกการจราจรให้กับประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ที่จะถึงนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงมอบหมายให้ตน ในฐานะ ผอ.ศจร.ตร. รับผิดชอบ ซึ่งในวันนี้ได้เรียกประชุมตำรวจทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อม โดยจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่กว่า 80,000 นาย โดยได้กำหนดนโยบายด้านการจราจรโดยมีจุดเน้นดังนี้... 

1. การอำนวยความสะดวกและจัดการจราจร  ซึ่งคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีปริมาณรถเข้า-ออก กทม. ในช่วงวันที่ 11-17 เม.ย.65 เป็นจำนวนมากกว่า 6.7 ล้านคัน (ซึ่งมากกว่าสงกรานต์ 2564 ที่มีจำนวนประมาณ 6.4 ล้าน) โดยคาดว่าประชาชนจะเริ่มเดินทางตั้งแต่ 8 เม.ย.65 และปริมาณรถที่จะออกมากที่สุด ในวันที่ 12 และ 13 เม.ย.65  ปริมาณรถที่จะกลับเข้า กทม. มากที่สุดในวันที่ 16 และ 17 เม.ย.65 ตร. ได้ให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อม ตั้งแต่การจัดทำแผนที่แสดงเส้นทางสำรอง เส้นทางเลี่ยง และ เส้นทางลัด  ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้คืนพื้นผิวจราจรให้เสร็จสิ้นภายใน 8 เม.ย.65 จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยการจราจรในแต่ละเส้นทาง บริเวณทางร่วมทางแยก และหน้าสถานีบริการน้ำมันหรือจุดแวะพักรถ โดยมีศูนย์ควบคุมสั่งการที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง มีสายด่วน 1193 หรือเพจ facebook ตำรวจทางหลวง และศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) สายด่วนหมายเลข 1197 (พื้นที่ กทม.) เพื่อให้บริการประชาชน ในการสอบถามเส้นทาง รับแจ้งอุบัติเหตุ

2. ออกข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจร 2 ฉบับ  

(1) ข้อบังคับฯ ว่าด้วยการกำหนดช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) ขาออก กทม. 9 เส้นทาง  10 จังหวัด ระยะ 217 กม. ระหว่าง 8 – 14 เม.ย.65 และขาเข้า กทม. 9 เส้นทาง 13 จังหวัด ระยะทาง 228 กม. ระหว่าง 14 – 19 เม.ย.65 เพื่อใช้เป็นช่องทางพิเศษ เพื่อระบายรถช่วงที่หนาแน่นให้คล่องตัว
(2) ข้อบังคับฯ ว่าด้วยการกำหนดห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินรถในถนนบางสาย ตั้งแต่ 12 – 13 เม.ย.๖5  และตั้งแต่ 16 - 18 เม.ย.6๕ เส้นทางห้ามวิ่ง 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 194 กม. ทั้งนี้สำหรับรถบรรทุกที่มีความจำเป็นต้องเดินรถในช่วงเวลาดังกล่าว สามารถยื่นคำขอขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์ของ บก.ทล. ได้ที่  www.hwpdth.com โดยเริ่มเปิดระบบขออนุญาตทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.65 เป็นต้นไป

3. การบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน บังคับใช้กฎหมายจราจร 10 ข้อหาหลัก (10 รสขม) ดำเนินคดีอย่างจริงจังกับผู้ที่ขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด รวมทั้งกำหนดมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีลักษณะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนน​  4​ ข้อหาสำคัญ ได้แก่ 1) ขับรถย้อนศร 2) ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 3) ขับรถจักรยานยนต์บนทางเท้า และ 4) ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว 5) ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และการกระทำผิดเกี่ยวกับเครื่องหมายทางม้าลาย โดยในการตรวจจับการกระทำผิด จะใช้วิธีการตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ตามมาตรฐาน (Standard Operation Procedure) รวมถึงการใช้ชุดสายตรวจจราจรออกตรวจในพื้นที่เสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุหรือมีสถิติการกระทำผิดบ่อยครั้ง ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.65 เป็นต้นไป และกรณีเกิดอุบัติเหตุ ตำรวจจะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกรายกรณีเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงการสอบสวนขยายผล ในกรณี ที่เด็กหรือเยาวชนดื่มสุราแล้วมาขับรถ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ขายสุรา ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ และดำเนินคดีกับบุคคลที่ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอม ให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรฯ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ และบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเข้มงวด (การห้ามจำหน่ายสุราในเวลาห้าม และ ห้ามดื่ม-ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์  ในสถานที่กฎหมายกำหนด และห้ามขายให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี)

4. เพิ่มมาตรการเพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุ ทุกสถานีตำรวจ จัดทำฐานข้อมูลบัญชีกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ ได้แก่ บัญชีบุคคลเสี่ยง บัญชีร้านค้าเสี่ยง บัญชีกิจกรรมเสี่ยง เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการเข้าไปประชาสัมพันธ์ ป้องปรามหรือตักเตือนก่อนทำผิด  

5. มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุในทางม้าลาย ตร.ได้สำรวจข้อมูลเส้นทางข้าม ทั่วประเทศ ร่วมกับหน่วยงานเจ้าของถนนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อกำหนดแผนการปรับปรุงซ่อมแซม โดยผลการสำรวจ มีเส้นทางข้ามภาพรวมทั้งประเทศ มีจำนวน 10,254 จุด (มีสัญญาณไฟจราจร 1,262 จุด มีกล้อง CCTV 1,881 จุด) จะจัดทำเส้นทางข้ามเพิ่มเติม  328 จุด ยกเลิก/ปรับย้าย 25 จุด  กำหนดแผนการปรับปรุงซ่อมแซมเส้นทางข้าม จำนวนทั้งสิ้น 2,853 จุด (จัดทำแล้วเสร็จ 1,048 จุด คงเหลือ 1,805 จุด) บังคับใช้กฎหมาย ข้อหาที่เกี่ยวกับทางข้าม การฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร “เส้นทางข้าม”, ไม่ข้ามถนนตรงทางข้าม, จอดรถในทางข้าม และขับรถโดยใช้ความเร็วบริเวณเส้นทางข้ามเกินกฎหมายกำหนด ตั้งแต่เดือน ก.พ.65 จนถึงปัจจุบัน มีผลการจับกุมทั้ง 4 ข้อหา รวมจำนวน 3,739 ราย  

6. ห้องพักฟรีทั่วไทย จากใจตำรวจทางหลวง มีหน่วยบริการ 201 หน่วยทั่วประเทศโดยให้บริการจองห้องพักของหน่วยบริการตำรวจทางหลวง ผ่านระบบออนไลน์ที่ www.booking.hwpdth.com มีห้องพักผ่อนฟรี สำหรับให้ประชาชนแวะพักเหนื่อย พร้อมบริการเครื่องดื่มและขนมทานเล่น ห้องน้ำสะอาดซึ่งทุกหน่วยบริการมีมาตรการป้องกันโรคโควิด – 19 ที่ได้มาตรฐาน

7. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่าสำหรับนโยบายด้านที่ 7 คือ โครงการอาสาตาจราจร  ในช่วงสงกรานต์ ตร.มูลนิธิเมาไม่ขับ  และบริษัทวิริยะประกันภัย ได้จัดทำแคมเปญ “7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น” ซึ่งเป็นกิจกรรมในโครงการ “อาสาตาจราจร” โดยการรณรงค์ให้ประชาชนส่งคลิปกล้องหน้ารถ หรือคลิปจากกล้องโทรศัพท์มือถือ ในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้นของเทศกาลสงกรานต์ 2565 (ตั้งแต่ 11 – 17 เม.ย.65 ) ที่บันทึกเหตุการณ์การกระทำผิดกฎจราจรสำคัญที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลอื่น หรือบันทึกอุบัติเหตุสำคัญและสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในทางคดีของตำรวจได้ ซึ่งจะคัดเลือกจากคลิปที่ประชาชนส่งมาจำนวน 7 คลิป และมอบรางวัลให้คลิปละ 10,000 บาท  รวมเป็นเงิน 70,000 บาท ซึ่ง ตร.จะจัดงานมอบรางวัลพร้อมเกียรติบัตรให้เจ้าของคลิปที่ได้รับคัดเลือกต่อไป

ผอ.ศจร.ตร. กล่าวอีกว่า อยากฝากประชาสัมพันธ์ให้สื่อมวลชนและประชาชนทราบถึงแนวทางการดำเนินการและมาตรการต่างๆ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำมาบังคับใช้เพื่อประโยชน์สุขแก่สังคมโดยรวม ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมสำหรับการอำนวยความสะดวกการจราจรเพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวโดยสะดวกและปลอดภัยตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2565 โดยทั่วกัน

ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าโวย โดนตำรวจ “รีดไถ” แนะ ปคบ. ให้ความชัดเจนผู้ใช้ผิดหรือไม่ ด้านทนายเกิดผลเชื่อผู้ใช้ไม่ผิด

เฟซบุ๊กเพจ "บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร" โพสต์ถามความคิดเห็นของผู้บุหรี่ไฟฟ้าว่าเคยโดนเจ้าที่หน้ารัฐจับและปรับเพราะพกบุหรี่ไฟฟ้าบ้างหรือไม่ พร้อมข้อความ "ไหนลองเล่าซิ ที่ไหน เท่าไหร่" ซึ่งมีผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามาแชร์ประสบการณ์กว่า 490 ราย และมีการแชร์โพสต์ออกไปกว่า 70 ครั้ง โดยส่วนใหญ่เล่าให้ฟังว่าโดนจับและต้องจ่ายค่าปรับนอกระบบตั้งแต่ 2 พัน – 7 หมื่นบาทพร้อมยึดของกลาง บางรายต้องนอนโรงพัก 1 คืนและขึ้นศาล บางรายถูกเพิ่มข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร ขณะที่บางรายต่อรองกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอแลกกับอิสรภาพและการไม่ต้องเป็นคดีความ

ผู้ใช้รายหลายยังแสดงความคิดเห็นด้วยว่า ตำรวจเองก็ใช้บุหรี่ไฟฟ้ากันเต็มโรงพัก บางรายก็ว่าตำรวจจับแต่คนใช้ ส่วนคนวางขายอยู่เต็มตลาดกลับปล่อยให้ขายได้ เช่นความคิดเห็นหนึ่งระบุว่า “เคยโดนเรียกค่าปรับ 1 หมื่นบาทแถวเทพารักษ์ เพราะวางไว้ตรงที่วางแก้วน้ำในรถ แล้วตำรวจส่องไฟเข้ามาเห็น เลยโดนให้จอดข้างทาง ค้นรถ แล้วยึดบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย” อีกรายหนึ่งบอกว่า “เคยโดนจับแต่รอดมาได้ เพราะแลกกับเอ็มร้อย 2 ขวด”

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ แอดมินเพจ "บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร" และตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า กลุ่มลาขาดควันยาสูบ หรือ ECST เปิดเผยว่าการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ถือเป็นการทุจริตประพฤติมิชอบ และเป็นการเอากฎหมายมาทำร้ายประชาชน "ปัญหาผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติถูกรีดไถ เรียกรับเงินค่าปรับแบบไม่ถูกต้อง มีมานานแล้วและเกินกว่าเหตุไปมาก ซึ่งต้นทางมาจากการห้ามนำเข้าและขายบุหรี่ไฟฟ้าและข้อกฎหมายที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับความผิดของผู้ใช้ เลยกลายเป็นการเปิดช่องให้ตำรวจทุจริตเรียกเงินจากผู้ใช้ ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วกว่า 70 ประเทศกลับให้มีการควบคุมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมาย มีการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน พวกเราเห็นว่าประเทศไทยควรต้องปลดล็อกแบนบุหรี่ไฟฟ้า แล้วเอามาควบคุมให้ถูกกฎหมายแทน ผู้ใช้จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อการทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจแบบนี้ จึงขอเรียกร้องให้ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. ได้ออกมาให้ความกระจ่างกับสังคมว่าการจับกุมผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าและการตั้งศาลเตี้ยแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ทำได้หรือไม่”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยการกู้เงินนอกระบบ การทวงหนี้ที่ผิดกฎหมาย การปล่อยกู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต มีโทษหนักถึงจำคุก

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเตือนภัยการกู้เงินนอกระบบ โดยปัจจุบันยังคงอยู่ในห้วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของประชาชนบางส่วน จึงมีความจำเป็นต้องไปกู้เงินจากแหล่งเงินกู้ต่างๆ มากขึ้น ซึ่งก็มีเหล่ามิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสนี้แฝงตัวมาในรูปแบบของแหล่งเงินกู้นอกระบบและได้กระทำความผิดรูปแบบต่างๆ โดยการกระทำความผิดที่พบคือการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราและการทวงหนี้ที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น

ดังเช่นกรณีที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 มี.ค. 65 เกิดเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย บริเวณซอยสุริโยทัย 2 เยื้องการประปาลพบุรี ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จว.ลพบุรี ทั้งคู่เป็นพนักงานขับรถส่งน้ำแข็งของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังขับรถกระบะจำนวน 2 คันเพื่อออกไปส่งน้ำดื่มและน้ำแข็ง โดยบนถนนมีปลอกกระสุนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 3 ปลอก ที่เสาไฟฟ้าหน้าห้องเช่าเลขที่ 11 ซ.สุริโยทัย 2 และที่กำแพงรั้วใกล้กันพบร่องรอยถูกยิงเป็นรูอยู่ 2 จุด ที่พื้นพบคราบเลือดกระเซ็น รวมทั้งที่ประตูรถด้านขวารถกระบะส่งน้ำดื่ม เบื้องต้นตำรวจได้สอบสวนนายจ้างให้การว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาย อายุ 50 ปี และอีกคนเป็นหญิง อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งฝ่ายหญิงอ้างว่าเป็นพนักงานของบริษัทไฟแนนซ์ได้ติดตามรถคันดังกล่าวมาขับปาดหน้ารถตู้ทึบตรงจุดเกิดเหตุ โดยบอกกับผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายว่า จะมายึดรถกระบะคันตู้ทึบส่งน้ำแข็ง เนื่องจากค้างค่างวด โดยที่ไม่ได้มีบัตรประจำตัว หรือใบมอบอำนาจมาแสดงผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายจึงไม่ยอม เพราะไม่แน่ใจ รวมทั้งไม่สามารถตัดสินใจแทนเจ้าของรถได้ ซึ่งผู้ก่อเหตุก็พยายามที่จะดึงกุญแจรถไป แต่ผู้บาดเจ็บไม่ให้ และยังให้หญิงสาวขึ้นไปนั่งรอบนรถกระบะคันที่จะยึดต่อมาไม่นานนายจ้างก็มาถึงจุดเกิดเหตุ พยายามพูดคุย เจรจาต่อรองและขอส่งน้ำแข็งให้ลูกค้าที่บรรทุกมาเต็มคันรถก่อน แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอม พยายามจะแย่งกุญแจรถคืนให้ได้ นายจ้างพยายามขอร้อง ต่อรองอีกครั้งแต่ไม่เป็นผล จึงได้เข้าไปดึงตัวหญิงเพื่อให้ออกมาจากรถ ผู้ก่อเหตุเห็นจึงเดินไปหยิบปืนจากในรถแล้วเล็งยิงมาที่กลุ่มนายจ้างจึงพากันวิ่งหนี ทำให้ถูกทั้ง 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังก่อเหตุผู้ก่อเหตุ็ได้ขับรถหลบหนีไป กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น.วันที่ 26 มี.ค. 65 ผู้ก่อเหตุได้เดินทางเข้าไปมอบตัวกับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป  

ความคืบหน้าในทางคดีขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยาน รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องและจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาที่ก่อเหตุเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป  โดยขณะนี้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ได้เสียชีวิตแล้ว ส่วนอีกรายอาการยังสาหัส และจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ก่อเหตุอ้างว่าไม่ได้เป็นพนักงานไฟแนนซ์ มีเพียงหญิงอายุ 40 ปี ที่เป็นพนักงาน ส่วนมูลเหตุในคดีเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากกรณีที่เพื่อนสาวผู้ก่อเหตุถูกกลุ่มผู้ตายและผู้บาดเจ็บลากตัวออกมาจากรถ จึงทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบไปคว้าปืนในรถออกมายิงก่อเหตุ

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 288 ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุก ตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี และความผิดตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯ  มาตรา 8 ทวิ ห้ามมิให้ผู้ใดพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว เว้นแต่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นฯ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี  หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท รวมถึงหากมีการทวงหนี้โดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ฯ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการข่มขู่ การใช้ความรุนแรง การใช้วาจาดูหมิ่นหรือการเปิดเผยข้อมูลการเป็นหนี้ของลูกหนี้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนผู้ที่กระกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 1-5 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000-500,000 บาทและการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท และหากมีการตรวจสอบพบทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด ก็อาจมีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ​ (บก.ปอศ.) ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ (ศปน.ตร.) และหน่วยงานอื่นๆ ในสังกัดที่เกี่ยวข้อง เร่งทำการสืบสวนสอบสวนปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ รวมถึงนายทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายอย่างจริงจังต่อเนื่องเด็ดขาด เพื่อให้ได้ผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถิติของ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทาความผิด เกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สานักงานตารวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) พบว่าในช่วงระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 64 – ก.พ.65 มีการแจ้งการกระทำความผิดซึ่งเกี่ยวข้องกับเงินกู้นอกระบบกว่า 1,048 เรื่อง ซึ่งการกระทำความผิดที่ได้รับแจ้งมากที่สุด 3 อันดับ คือ การปล่อยกู้ออนไลน์ ,การเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา, และการทวงหนี้ผิดกฎหมาย ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดําเนินการสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทําความผิดต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top