Monday, 27 July 2026
Hard News Team

‘สรวงศ์’ ย้ำปลดล็อกโป๊กเกอร์ทำตามขั้นตอน ยันขึ้นทะเบียนเป็นกีฬาที่ทั่วโลกยอมรับแล้ว

นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวผ่านรายการโทรทัศน์กรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งให้เล่นโป๊กเกอร์ที่เป็นกีฬาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวได้นั้นว่า เป็นไปตามไทม์ไลน์ แต่ยืนยันว่าไม่มีเกี่ยวกับ Entertainment complex และยืนยันว่า การเล่นไพ่ที่เป็นการพนัน ยังถือว่าผิดกฎหมาย

รมว.ท่องเที่ยวฯ ชี้แจงการปลดล็อก 'โป๊กเกอร์เป็นกีฬา' เป็นไปตามขั้นตอน ไม่เกี่ยวข้องกับ Entertainment Complex ย้ำว่าโป๊กเกอร์ในฐานะกีฬาได้รับการยอมรับทั่วโลก และอยู่ระหว่างจัดตั้งสมาคมดูแลการแข่งขัน งาน WPT Exhibition ได้รับอนุญาตเฉพาะกิจ ไม่มีการสนับสนุนงบจากรัฐ และมีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 2,000 คน

นายสรวงศ์ ระบุว่า เรื่องนี้มีการตรวจสอบหลายรอบแล้ว ก่อนที่จะนำเรื่องเข้าบอร์ดการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จนมีความชัดเจนแล้วว่า 1. โป๊กเกอร์เป็นกีฬาแน่นอน ทั่วโลกยอมรับ และ 2. จะถูกบรรจุเข้าไปเป็นกีฬาเอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกในอนาคต ซึ่งบอร์ด กกท. ได้ประกาศเป็นชนิดกีฬา สำหรับขั้นตอนต่อไป คือ การจัดตั้งสมาคมกีฬา เพื่อมาดูแลและรับผิดชอบในการจัดแข่งขัน

นายสรวงศ์ กล่าวว่า เนื่องจาก World Poker Tour (WPT) อยากมาจัดงานที่ประเทศไทย จึงนำเรื่องเสนอรมว.มหาดไทย ลงนาม ส่วนการจัดงาน Exhibition ในเดือนส.ค. รมว.มหาดไทย ได้มีการลงนามอนุญาตให้จัดงานเฉพาะรายการนี้ ดังนั้น ทุกครั้งถ้าจะมีการจัดงาน จะต้องให้ รมว.มหาดไทย อนุมัติอยู่

ส่วนที่มีข้อกังวลว่า การจัดงานโป๊กเกอร์จะเป็นรูปแบบเดียวกับ MotoGP และ EDM ที่ภาครัฐจะต้องซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายบางส่วน นายสรวงศ์ ยืนยันว่า ครั้งนี้ภาครัฐไม่ต้องซัพพอร์ตใด ๆ มีแต่รายรับอย่างเดียว โดยที่ได้รับรายงานมางาน Exhibition ครั้งนี้มีผู้สมัครเกินกว่า 2,000 คน แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการยกเลิกไปบ้าง

ภูมิใจไทยจี้รัฐแจงงบ 1.65 พันล้าน!! จัดงาน EDM ควรใช้งบกระทรวงท่องเที่ยวฯ ไม่ใช่ซอฟต์พาวเวอร์ไทย

(6 ส.ค. 68) พรรคภูมิใจไทย ตั้งคำถามรัฐบาลกรณีอนุมัติงบประมาณ 1,650 ล้านบาท จัดเทศกาลดนตรี EDM ภายใต้โครงการซอฟต์พาวเวอร์ โดย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ระบุว่า กลุ่มศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นหลายกลุ่ม เช่น ลิเก หมอลำ โนราห์ กลับไม่ได้รับการสนับสนุน ทั้งที่ใช้งบไม่ถึงพันล้านก็เพียงพอ และมีเอกลักษณ์ชัดเจนว่าเป็นของไทยแท้

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังตั้งข้อสังเกตว่า ศิลปวัฒนธรรมไทยเป็นที่สนใจของชาวต่างชาติในโลกออนไลน์ แต่กลับถูกมองข้าม ขณะที่งบมหาศาลกลับทุ่มให้กิจกรรมที่ไม่ชัดเจนว่าจะสร้างประโยชน์ให้ประชาชนกี่เปอร์เซ็นต์ สะท้อนความน้อยใจของผู้สร้างงานวัฒนธรรมท้องถิ่น

ด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชี้ว่า รัฐใช้งบผิดประเภท เพราะหากหวังสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ควรใช้เงินจากกระทรวงท่องเที่ยว ไม่ใช่จากงบซอฟต์พาวเวอร์ที่ควรเน้นส่งเสริมวัฒนธรรมไทย พร้อมทิ้งคำถามถึงรัฐบาลว่า “วันนี้เราขายวัฒนธรรม หรือซื้อวัฒนธรรมอื่นมากลืนของตัวเอง?”

ตัวแทนนักเรียนไทยคว้า 3 เหรียญเงิน 1 เกียรติบัตร เวทีวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์โอลิมปิก ครั้งที่ 2

(6 ส.ค. 68) เพจสมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับตัวแทนนักเรียนไทย 4 คน ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิก ครั้งที่ 2 The 2nd International Nuclear Science Olympiad ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ก.ค. - 6 ส.ค. 2568 ณ เมืองบังกี ประเทศมาเลเซีย 

โดยผลปรากฏว่าทีมตัวแทนนักเรียนไทย สามารถคว้ามาได้ 3 เหรียญเงิน และ 1 เกียรติบัตรเข้าร่วม ประกอบด้วย

กันทรากร พิทักษ์กรณ์ - รร.สิงห์สมุทร
เหรียญเงิน

อรรถวุฒิ เสรีวิชยสวัสดิ์ - รร.เตรียมอุดมศึกษา
เหรียญเงิน

จิรัชธรณ์ สิงหพันธ์ - รร.หาดใหญ่วิทยาลัย
เหรียญเงิน

นวพรรษณ์ กริชจนรัช - รร.มหิดลวิทยานุสรณ์
เกียรติบัตรเข้าร่วม

ก.อุตสาหกรรม เผยภาพรวมงาน 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' ช่วยลดค่าครองชีพปชช. พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงกลางปี

(6 ส.ค. 68) ปิดฉากไปแล้วกับงาน 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' บิ๊กอีเวนต์แห่งปี ซึ่งจัดโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ผนึกกำลังครั้งสำคัญกับ กระทรวงคมนาคม และภาคเอกชน ภายใต้แนวคิด “รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย" ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ บางซื่อ 

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การจัดงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 : รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย” นับว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยตลอดระยะเวลา 4 วันของการจัดงาน พบว่ามีประชาชนสนใจเข้ามาร่วมงานและจับจ่ายซื้อสินค้าภายในงานเฉลี่ยถึงวันละ 30,000 คน หรือรวมกว่า 120,000 คน มีเงินสะพัดจากการซื้อขายรวมกว่า 20 ล้านบาท และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในช่วงกลางปีได้กว่า 300 ล้านบาท

งานดังกล่าวได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ สมาคมยานยนต์แห่งประเทศไทย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะ MIND Ambassador และบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ในการจัดงาน 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการทดสอบตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ SME ไทย และวิสาหกิจชุมชน 

อีกทั้งผู้ประกอบการโรงงาน SMEs และวิสาหกิจชุมชน ยังได้มีพื้นที่ในการกระจายสินค้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสินค้าอุตสาหกรรมไทยที่มีคุณภาพและราคาเป็นธรรม เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพดีในราคาเหมาะสม รวมผู้ประกอบการกว่า 330 บูธ แบ่งเป็น 4 โซน ซึ่งประกอบด้วย
1. โซนมหกรรมสินค้าอุปโภค - บริโภคราคาประหยัดจากเครือสหพัฒน์ ที่ได้นำสินค้าคุณภาพราคาประหยัดมาให้ประชาชนได้เลือกซื้ออย่างจุใจ
2. โซน 'รถที่ใช่ดีลที่ชอบ' กับข้อเสนอสุดพิเศษ จากค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ถึง 19 แบรนด์
3. โซนมหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่บรรดาผู้ประกอบการได้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพมีมาตรฐาน มอก. ราคาประหยัด มาจัดโปรโมชันอย่างมากมาย อาทิ พัดลม หม้อหุงข้าว ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และโทรทัศน์ 
และ 4. โซนมหกรรมจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ไทย และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ของใช้ของตกแต่งบ้าน งานคราฟต์ สินค้าสายมู อาหารพร้อมทาน เครื่องดื่มชงสด อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มแปรรูป เป็นต้น ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของงานในครั้งนี้ที่ได้พาผู้ประกอบการมาเปิดขายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง

และในภาวะสถานการณ์ชายแดนที่ไม่ปกติกระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดจุดรับบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค "อุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยพี่น้องชาวไทย" เพื่อส่งต่อน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนและผู้ประสบภัยน้ำท่วม ให้สำหรับผู้เข้าร่วมจับจ่ายสินค้าภายในงานที่ต้องการแบ่งปันขอแสดงความห่วงใย พร้อมส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย โดยสามารถนำส่งผ่านจุดรับบริจาคอุตสาหกรรมรวมใจ หรือจุดรับของไปรษณีย์ไทย ภายในงาน ซึ่งพัสดุที่บริจาคน้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม สามารถรับบริการโดยไม่คิดค่าจัดส่ง และภายในงานยังมีกิจกรรมตลอดทั้งวันไม่ว่าจะเป็นเวิร์กช็อปสร้างอาชีพ กิจกรรมนาทีทองเล่นเกมชิงรางวัล กิจกรรมการประกวดแข่งขันร้องเพลงของกระทรวงอุตสาหกรรม (Voice of MIND 2025) และ มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ ไอซ์ ศรัณยู, อะตอม ชนกันต์, ป๊อป ปองกูล และ อ๊อฟ ปองศักดิ์ ที่ผลัดเปลี่ยนมาสร้างสีสันและความสนุกสนานให้กับผู้เข้าชมงานตลอดทั้ง 4 วัน นอกจากนี้ ยังมีโซนการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมจาก บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะ MIND Ambassador ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยมในปี 2568 

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ World Bank จัดกิจกรรม “Ozone Run : วิ่งฟิน อินแฟร์” มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมวิ่งกว่า 1,350 คน แบ่งระยะการวิ่งออกเป็น 1) Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 2) มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เส้นทางโดยรอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีต่อสุขภาพที่ดีแล้ว ยังเป็นรณรงค์ให้เห็นความสำคัญเกี่ยวกับการปกป้องชั้นบรรยากาศโอโซนและสภาพภูมิอากาศโลก   

โดยทางกระทรวงคมนาคมได้เตรียมการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานได้รับความสะดวก รวดเร็ว และประหยัด ด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น รถไฟชานเมือง (สายสีแดง) เชื่อมต่อจากพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอกได้อย่างรวดเร็ว รถไฟฟ้า MRT (สายสีน้ำเงิน) ครอบคลุมเส้นทางสำคัญในเมืองในอัตราค่าโดยสาร 20 บาท ตลอดสาย รถไฟทางไกลที่จะอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เดินทางมาจากต่างจังหวัด รวมทั้งรถโดยสารสาธารณะที่สามารถเดินทางเข้าถึงยังพื้นที่จัดงาน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจร หรือหากนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาร่วมงาน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย มีพื้นที่จอดรถและจุดรับ-ส่ง ที่จัดเตรียมไว้อย่างเพียงพอ

ขณะเดียวกัน การจัดงานในครั้งนี้ยังมีอีกหนึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญที่เกิดขึ้น คือ การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) การยกระดับระบบคมนาคมขนส่งทางรางและการสร้างฐานการผลิตรถไฟมาตรฐานสากลภายในประเทศ ระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) กับ กระทรวงคมนาคม โดย สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) เพื่อร่วมขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมราง พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางระบบขนส่งโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียนต่อไป

แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งโรยปูนขาวดับกลิ่นศพทหารเขมรฟุ้งภูมะเขือ ยันไม่ถอยกำลัง 11 จุดแนวชายแดน หวังประชุม GBC ได้ข้อสรุปที่ดี

(6 ส.ค. 68) พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ว่ายังมีกลิ่นร่างทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ จึงได้สั่งให้กำลังพลโรยปูนขาวฆ่าเชื้อเพื่อดับกลิ่นและป้องกันโรคระบาด พร้อมประสานไปยังกัมพูชาให้ส่งทีมมาเก็บศพกลับไปประกอบพิธี โดยยืนยันว่าไทยไม่ได้มีคำสั่งให้ทหารเข้าไปเก็บศพแทน เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายกัมพูชา

ในส่วนของจุดช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ที่เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างทหารไทย-กัมพูชาเล็กน้อยจากการรื้อรั้วลวดหนามนั้น พลโทบุญสินชี้แจงว่า ฝ่ายกัมพูชาพยายามเข้ามาแต่ไม่ได้พกอาวุธ และขณะนี้ได้ถอนกำลังกลับไปแล้ว ยืนยันว่าไม่มีเหตุรุนแรง และพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ในเขตประเทศไทย

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า ทหารไทยจะไม่ถอนกำลังจากทั้ง 11 จุดในแนวชายแดน โดยทุกจุดมีการวางรั้วลวดหนามและจัดกำลังไว้เช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันการกระทำที่อาจกระทบต่ออธิปไตยของไทย และเป็นไปตามนโยบายของกองทัพที่ต้องรักษาพื้นที่ที่อยู่ในเขตประเทศของตนเอง

สำหรับการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) ที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ พลโทบุญสินระบุว่า หวังว่าทิศทางจะดีขึ้น เพราะกองทัพไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง และยืนยันว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับเห็นตรงกันว่าจะไม่มีการถอนกำลังจากจุดที่ประจำการอยู่

'พล.ต.อ.จักรทิพย์' เยี่ยม ส่งเสบียง ตชด.ชายแดน จ.สุรินทร์ ให้กำลังใจรักษาแผ่นดิน 'ช้างศึก 2' ย้ำ ดูแลกำลังใจ ความปลอดภัยแนวหน้าเต็มที่ 1,500 ตชด.หน้าแนว ให้คำมั่นตรึงพื้นที่เข้ม รักษาอธิปไตยไทย

(6 ส.ค.68) พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน  (รอง ผบช.ตชด.) ในฐานะผู้บังคับที่ทำการบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา (ผบ.ทก.ชทก.ตชด.) เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังตรึงกำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณคิม เอกภัทร พรประภา นำคณะผู้บริหาร บริษัท ฟิกซ์เทค จำกัด เดินทางไปให้กำลังใจตำรวจตระเวนชายแดนที่รักษาแผ่นดินไทยอยู่แนวหน้า พร้อมมอบอาหาร ขนม น้ำดื่ม ของใช้จำเป็น และอุปกรณ์ภาคสนาม เพื่อเติมขวัญกำลังใจให้กับตชด.แนวหน้าด้วย โดยมี พ.ต.อ.เอกภพ กมลสัจจะ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุน บช.ตชด. และ พ.ต.ท.ชานันท์ ชัยจินดา รองผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และผู้แทนทหารในพื้นที่ชายแดน ร่วมรับมอบ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ตชด.แนวหน้ามีพลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า ขอบคุณอดีตผู้บังคับบัญชาหลาย ๆ ท่าน องค์กร และสมาคมต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณ สิ่งของ และส่งกำลังใจมาให้ ตชด. ทั้งนี้ ในฐานะ ผบ.ทก.ชทก.ตชด. ขอเป็นตัวแทนของ ตชด.ทุกนายขอบคุณ โดยได้นำไปจัดสรรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการเดินทางมาเยี่ยมในครั้งนี้ มาให้กำลังใจ ดูแลความเป็นอยู่ มารับฟังขอเสนอของกำลังพลในพื้นที่ ตามแนวทางของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เน้นย้ำให้ดูแลสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่แนวหน้าให้ดีที่สุด ผมในฐานะ ผบ.ทก.ฯ ทุกคำร้องขอจากพื้นที่ ผมรับฟัง และเร่งดำเนินการทันที เราจะไม่ปล่อยให้ใครอยู่แนวหน้าโดยลำพัง”

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ กล่าวด้วยว่า ให้คำมั่นว่ากำลัง ตชด.กว่า 1,500 นาย ที่ตรึงแนวชายแดนไทยกัมพูชา ในพื้นที่ชายแดนทั้ง 7 จังหวัด จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง อดทน และทุ่มเท เพราะนี่คือภารกิจของชาติที่พวกเรา ตชด.ทุกนาย ทั้งแนวหน้า แนวหลัง และฝ่ายสนับสนุนภาคภูมิใจในภารกิจรักษาอธิปไตยไทย และเรารับรู้ว่าคนไทยทั้งประเทศส่งกำลังใจมาให้

‘พงศ์กวิน’ ชี้แจงปมเด้งฟ้าผ่า ‘ปลัดแรงงาน’ เข้ากรุ ชี้โยกย้ายเพื่อความโปร่งใส คดีซื้อตึก Skyy9

‘พงศ์กวิน’ ปัดตอบ ปมปลัดแรงงานย้ายนั่งผู้ตรวจฯ ถาวร ชี้โยกย้ายเพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบ เป็นมาตรการปกติ-ยังไม่ชี้ชัดคนทำผิด

เมื่อเวลา 09.15 น. (6 ส.ค.68) ที่กระทรวงแรงงาน นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า แผนการดำเนินงานของตนมีทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งแผนงานในระยะสั้นของตนคือจะต้องทำให้เกิดความโปร่งใสขึ้นภายในกระทรวงแรงงาน ช่วงที่เกิดกรณีการเข้าซื้อตึก Skyy9 ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ที่สูงเกินกว่าราคาจริง เป็นช่วงที่ท่านปลัดกระทรวงเป็นเลขาธิการ สปส.

“ผมมองว่าเนื่องจากขณะนี้ท่านปลัดเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน มีอำนาจสั่งการภายในกระทรวงแรงงานทั้งหมด จึงจำเป็นที่จะต้องมีการโยกย้ายเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเกิดความยุติธรรมในการตรวจสอบ” นายพงศ์กวินกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีตึก Skyy9 เริ่มดำเนินการแล้วและมีการสรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วหรือยัง นายพงศ์กวินกล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มประชุมนัดแรก ก่อนหน้านี้มีการเริ่มนัดประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เกิดเหตุขัดข้องเล็กน้อย ทำให้เลื่อนการประชุมออกไป จึงยังไม่ได้มีการตรวจสอบ

เมื่อถามว่า จากข้อมูลปลัดกระทรวงมีความผิดหรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า การโยกย้ายผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ถือเป็นเรื่องปกติของการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้มีการยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพยานหลักฐาน จึงถือเป็นมาตรการปกติ ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการชี้ชัดว่าผู้ใดมีความผิดแล้วหรือยัง

เมื่อถามว่า การโยกย้ายปลัดกระทรวงเป็นการย้ายตำแหน่งชั่วคราวหรือถาวร และหากตรวจพบว่าไม่มีความผิด สามารถโยกย้ายกลับมาตำแหน่งเดิมได้หรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า พอดีตนมีประชุมต่อ ขอบคุณครับ และเดินหนีจากสื่อมวลชนไป

'พล.ต.อ.อัคราเดช' ตระเวณตรวจเยี่ยม การปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด 'No Drugs No Dealers' วันเดียว 4 โรงพักรวด กำชับทุก สภ.ต้องเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 

เมื่อวานนี้ (5 ส.ค. 68) เวลา10.00-  17.00 น. พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ผอ.ศนรด.ตร. เปิดเผยว่า  พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ ตน พล.ต.ต.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผบก.กต.2 จต.พล.ต.ต.ทิฆัมพร ศรีสังข์ ผทค.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ หงษ์ทอง ผทค.ตร. พ.ต.อ.ศราวุธ สวัสดิชัย รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี/หน.สง.ฯ และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและรับฟังปัญหา อุปสรรค ของข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว ภ.จว.สุรินทร์

โดยมี พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์,พ.ต.อ.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ พ.ต.อ.วีระพันธ์ ณ ลำปาง รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์,พ.ต.อ.สุวรรณ ผลอินทร์ ผกก.สภ.รัตนบุรี พ.ต.อ.คารม บุญสด ผกก.ท่าตูม พ.ต.ท.ประเคน วรธงไชย สวญ.สภ.เมืองบัว และข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว ร่วมให้การต้อนรับ 

จากนั้นได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหาข้อขัดข้อง อุปสรรคในการทำงาน ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ กำชับการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด "No Drugs No Dealers" และวิทยุสั่งการของ ผบ.ตร.กำชับการปฏิบัติเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนได้แนะนำวิธีการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล ได้แก่ โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง (SML) เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรมาให้ โดยต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการสังเกตการณ์การประชุมประชาคม ซึ่ง ตร.ได้ประสานงานสำนักงานกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติทุกนายเป็นที่เรียบร้อย         

ในการนี้ ได้มอบเงิน พร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และได้มอบเงินให้แก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเมืองบัว เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมาเวลา 11.30 น. ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ  ภ.จว.บุรีรัมย์  โดยมี พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย รอง ผบช.ภ.3 , พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.ปริญญา พรเดชาพิพัฒ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.พงศ์พันษ์ พลวงษ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.ขุนศึก เศรษฐชัย ผกก.สภ.แคนดง , พ.ต.อ.อดิศักดิ์ จันทร์สอน ผกก.สภ.หนองหงส์ , พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.สภ.คูเมือง , พ.ต.อ.ยุทธยา ไตรทิพย์ ผกก.สภ.สตึก , พ.ต.ท.อานนท์ เหล็กดี ผกก.สภ.บ้านด่าน , พ.ต.ท.ฐาปกรณ์ วงศ์เสนา สวญ.สภ.หินเหล็กไฟ และข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ ร่วมให้การต้อนรับ  

จากนั้นได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหา อุปสรรคในการทำงาน  ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ กำชับการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด "No Drugs No Dealers" และวิทยุสั่งการของ ผบ.ตร.กำชับการปฏิบัติเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนได้แนะนำวิธีการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล ได้แก่ โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง (SML) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด      
         
ในการนี้ ได้มอบเงิน พร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ พร้อมทั้งจัดเลี้ยงอาหารกลางวันและร่วมรับประทานอาหารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และได้มอบเงินให้แก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนหินเหล็กไฟ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมา เวลา 14.00 น. ได้เดินทางไป ตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก ภ.จว.นครราชสีมา โดยมี พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ รอง ผบช.ภ.3 ,พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา , พ.ต.ต.ศิริยศ  ช่วยสระน้อย สว.สภ.สีสุก ,นายสายชล นากระโทก คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.สีสุก  และข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก ร่วมให้การต้อนรับ ได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหา อุปสรรคในการทำงาน 

ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ เช่นเดียวกันกับ 2 สภ.แรก จากนั้นได้มอบเงิน และสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก และมอบเงินให้แก่คุณครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านโคกสำโรง เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมาเวลา 16.30 น. เดินทางมาตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.3  ได้สอบถามความเป็นอยู่ของกำลังพล ปัญหาข้อขัดข้องของหน่วย จากนั้น ได้สักการะพระพุทธพิทักษ์ประชาอัครบารมี เพื่อเป็นสิริมงคล และได้มอบเงินให้ข้าราชการตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.3 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ประวัติศาสตร์การลอบสังหารในกัมพูชา (1975–2025) เครื่องมือขจัดฝ่ายตรงข้ามของผู้กุมอำนาจ

> "ในประเทศที่อำนาจรัฐไม่เคยมีวันล่มสลาย
การตายของผู้เห็นต่าง มักไม่ใช่อุบัติเหตุ
…แต่มักเป็นพิธีกรรมเงียบของอำนาจ"
บทนำ: การลอบสังหารในฐานะเครื่องมือของรัฐ

ประวัติศาสตร์การเมืองของกัมพูชาในครึ่งศตวรรษหลัง พ.ศ. 2518 มิใช่เพียงเรื่องของการเปลี่ยนผ่านระบอบ หากแต่เต็มไปด้วยร่องรอยของ "การใช้ความตายเป็นวาทกรรมแห่งการปกครอง" ไม่ว่าจะโดยรัฐนิยมเผด็จการ คอมมิวนิสต์ หรือประชาธิปไตยปลอม

รูปแบบของ 'การลอบสังหาร' ในกัมพูชามิได้ปรากฏในแบบที่โลกตะวันตกนิยาม — หากแต่มักผสานกลวิธีระหว่าง การปิดปาก, การลงโทษเชิงตัวอย่าง, และ การกำจัดเชิงสัญลักษณ์ ผ่านกลไกเงียบที่ยากจะสืบสาวถึงผู้บงการ

1. การสังหารในนามอุดมการณ์: เขมรแดงและศิลปะของการกวาดล้าง
ในยุคของเขมรแดง (1975–1979) ระบอบของพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาได้แปลงสังคมให้กลายเป็น "ห้องสังหารขนาดยักษ์" ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นศัตรูของการปฏิวัติ — ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ปัญญาชน หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่พรรคตนเอง — ต่างถูกกำจัด

กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือการประหาร Hu Nim, Khoy Thoun และแม้แต่ Son Sen ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงของพรรคที่ถูกกล่าวหาว่า "ทรยศ" และถูกสังหารพร้อมทั้งครอบครัวในปี 1997 ภายหลังจากระบอบล่มสลาย
เอกสารในเรือนจำ S-21 (Tuol Sleng) ยืนยันรูปแบบของการทรมานและการ “จัดทำคำรับสารภาพล่วงหน้า” ซึ่งสะท้อนแนวคิดการฆ่าแบบมีพิธีกรรม
> สารภาพก่อนตาย คือการชำระล้างบาปทางอุดมการณ์
เพื่อให้ความตายกลายเป็นการล้างความชอบธรรมของเหยื่อ

2. การรัฐประหารเงียบ: 1997 และการลอบสังหารในนาม 'ความมั่นคง'
ในปี 1997 พลเอก ฮุน เซน ดำเนินการรัฐประหารกับรัฐบาลผสมที่มี เจ้าชายรณฤทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีร่วม โดยใช้ข้ออ้างเรื่อง 'การรักษาเสถียรภาพ'

ข้อมูลจาก Human Rights Watch ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ของพรรค FUNCINPEC และทหารฝ่ายตรงข้ามอย่างน้อย 40 ราย ถูกสังหารหรืออุ้มหาย ภายในเวลาไม่กี่วัน หลายรายถูกประหารในสถานที่ลับหลังจับกุม ซึ่งไม่มีการพิจารณาคดีใด ๆ
กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบของ "การลอบสังหารโดยรัฐ" ที่ได้รับการปกปิดอย่างมีระบบ โดยผสาน เครื่องมือข่าวกรอง, กองกำลังพิเศษ, และ การนิ่งเฉยของกระบวนการยุติธรรม

3. การลอบสังหารเชิงสัญญะ: เมื่อนักคิดต้องตาย
ช่วงหลังปี 2000 เป็นต้นมา ปรากฏ “การตายมีเงื่อนงำ” ของนักกิจกรรม นักข่าว และนักวิชาการที่มีบทบาทต่อต้านระบอบอย่างชัดเจนหลายราย:

Kem Ley (2016): นักวิจัยและนักวิจารณ์นโยบายรัฐ ถูกยิงตายกลางวันแสก ๆ ในร้านกาแฟ หลังจากเปิดเผยรายงาน “Global Witness” ที่กล่าวหาการสะสมทรัพย์สินของครอบครัวฮุน เซน ผู้ต้องหาถูกจับในนาม “หนี้ส่วนตัว” แต่กระบวนการสอบสวนเต็มไปด้วยข้อสงสัยและปกปิดหลักฐาน

Chut Wutty (2012): นักสิ่งแวดล้อมที่ตรวจสอบการตัดไม้ในจังหวัดโคห์คอง ถูกยิงตายโดยทหารขณะเก็บข้อมูล เจ้าหน้าที่ผู้ยิงตายถูกระบุว่า “ฆ่าตัวตายทันทีหลังลงมือ” ซึ่งนักสิทธิมนุษยชนหลายรายมองว่าเป็น "การสร้างพยานปลอม"

Chea Vichea (2004): ผู้นำแรงงาน ถูกยิงกลางเมือง มีการจับแพะรับบาปในคดีที่ไม่มีพยานหลักฐาน —ภายหลังศาลสั่งปล่อยตัวแต่ไม่เคยจับผู้กระทำผิดจริง

การตายของบุคคลเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปลิดชีพ แต่ยังแฝง “ข้อความเงียบ” ว่า “แม้ไม่มีเครื่องแบบ ก็เป็นภัยต่อรัฐได้ หากมีเสียง”

4. ความตายไร้พรมแดน: สังหารนอกประเทศและการไล่ล่าแบบข้ามรัฐ
ในทศวรรษ 2020s ปรากฏแนวโน้มการลอบสังหารในต่างแดน โดยเฉพาะผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศไทย เช่น: Lim Kimya (2025): อดีต ส.ส.ฝ่ายค้านกัมพูชา ถูกยิงเสียชีวิตในกรุงเทพฯ โดยมีพยานหลักฐานว่าผู้ต้องหาเคยมีสัมพันธ์กับรัฐกัมพูชา

ผู้นำฝ่ายค้าน Sam Rainsy ออกมากล่าวชัดว่า “นี่คือคำสั่งโดยตรงจากพนมเปญ” — แต่รัฐบาลฮุน เซนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา รายงานจาก UNHCR ยังระบุถึง รูปแบบการจับกุม-ส่งกลับผู้ลี้ภัย แบบไม่เป็นทางการ รวมถึง “การหายตัวไป” ของนักเคลื่อนไหวกัมพูชาในประเทศไทย โดยไม่มีคำอธิบายจากทั้งสองรัฐบาล
> การสังหารทางการเมืองไม่ได้สิ้นสุดลงที่พรมแดน
หากแต่แปรสภาพเป็นสงครามข่าวสาร การหายตัว และความตายที่ไม่มีใครรับผิดชอบ

บทสรุป: เครือข่ายของความตาย
เงื่อนงำทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า “การลอบสังหาร” ในกัมพูชา มิได้เป็นเหตุการณ์โดดเดี่ยว แต่คือส่วนหนึ่งของโครงสร้างอำนาจที่ยังคงดำรงอยู่
ผู้ถูกสังหาร มักมีคุณลักษณะร่วม: “วิพากษ์อำนาจ–มีอิทธิพลในสังคม–ยึดถืออุดมการณ์ประชาธิปไตย”

ผู้กระทำ มักไม่มีตัวตนแน่ชัด — แต่เงาของรัฐ, พรรค, และผู้มีอำนาจ มักอยู่เบื้องหลังเสมอ กระบวนการยุติธรรมไม่เคยสว่างพอสำหรับเหยื่อ แต่สว่างพอที่จะปกป้องผู้รอดชีวิตที่มีอำนาจ
> การตายของพวกเขา...อาจไม่เคยได้รับความยุติธรรม
แต่ได้เขียนประวัติศาสตร์อีกบทที่รัฐเผด็จการไม่อาจลบได้ง่าย ๆ

'ผบช.ภ.2' เตือนสายเที่ยว สายช็อป เช็กก่อน ระวัง!! เพจปลอมเสิร์ฟโปรเด็ด หลอกโอนค่าที่พัก – แบรนด์เนม ก.ค.เหยื่อเพียบ 17,823 คดี เผยสาเหตุมิจฉาชีพไม่เข็ดหลาบ

(6 ส.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2  หรือ  “สืบภาค 2” ร่วมกับตำรวจสืบภาค 1 จับกุม นางสาวอิ๋ว ซึ่งมีพฤติการณ์โพสต์เฟซบุ๊กหลอกลวง สร้างเพจปลอมขายห้องพัก พูลวิลล่า หลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีม้า และตรวจสอบพบเกี่ยวโยงกับคดีที่มีผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ www.thaipoliceonline.go.th มากถึง 20 คดี และจากการตรวจสอบฐานข้อมูลการรับแจ้งความ และการสืบสวนสอบสวนคดีออนไลน์พบว่า คดีหลอกลวงขายสินค้าและบริการออนไลน์ลักษณะนี้เกิดขึ้นจำนวนมาก สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของคดีออนไลน์ พวกนี้คือมิจฉาชีพคนไทยที่หลอกคนไทยด้วยกันเอง เป็นคดีที่ความเสียหายไม่มาก คนร้ายมักไม่เข็ดหลาบ เพราะผู้เสียหาย ไม่ค่อยแจ้งความ หากคดีไหนที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ก็จะขอยอมความ ชำระเงินคืนแบบผ่อน คดีแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จึงต้องเตือนภัยประชาชนอย่าหลงเชื่อ

“ในเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา แม้สถิติการเกิดคดีออนไลน์ในภาพรวมจะลดลง แต่ในจำนวนคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่แจ้งความออนไลน์ทั้งหมด 34,570 เรื่อง เป็นคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการไม่เป็นขบวนการ พฤติกรรมแบบที่กล่าวมามากที่สุดถึง 17,823 คดี คิดเป็น 51.56% ความเสียหายร่วม 162 ล้านบาท” ผบช.ภ.2 กล่าว

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เป็นที่นิยมหลายแห่ง มีที่พักให้บริการจำนวนมาก เช่น พัทยา บางแสน สัตหีบ เกาะเสม็ด หาดแม่พิมพ์ เกาะช้าง เกาะกูด ฯลฯ ทำให้คนร้ายมีช่องโอกาสสร้างเพจ  ที่พักปลอม ทำเลียนแบบของจริงขึ้นมาหลอกลวงเหยื่อ คนร้ายพวกนี้จะล่อเหยื่อด้วยการโพสต์ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ สร้างเพจปลอม แอ็กเคานต์ปลอม หรือไปโพสต์ตามกลุ่มต่าง ๆ จัดโปรโมชันยั่วใจ ของดีราคาถูก เมื่อเหยื่อติดกับก็จะออกอุบายหว่านล้อมให้รีบโอนเงิน ไม่เปิดโอกาสให้เหยื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น อ้างว่าโปร ฯ นาทีทอง หรืออ้างว่ามีลูกค้าคนอื่นกำลังต้องการห้องพัก หรือสินค้าอย่างเดียวกันต้องรีบโอน เพื่อปิดจ๊อบ หากเหยื่อหลงเชื่อโอนเงิน คนร้ายจะปิดเพจหนี บล็อกการติดต่อทุกช่องทาง ดังนั้นก่อนจะทำการซื้อ จอง หรือจ่ายค่าบริการอะไรต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ตรวจสอบหลาย ๆ ช่องทาง เช่น ตรวจสอบบัญชีปลายทาง ชื่อผู้รับโอนเงินผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชัน Cyber Check หรือ เว็บไซต์เช็กก่อน หรือ www.checkgon.go.th ว่ามีประวัติหลอกลวง เป็นมิจฉาชีพหรือไม่  

“ก่อนจะเชื่อ ก่อนจะโอน ให้เอะใจเสมอว่าของดี ที่ราคาถูกเกินจริง ถูกจนน่าตกใจ ไม่มีจริง และอาจเป็นหลุมพรางที่มิจฉาชีพเอาไว้ล่อเหยื่อ และหากพบเห็นเพจเฟซบุ๊ก หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใด ๆ ทำปลอม หลอกลวงให้กดรีพอร์ต หรือแจ้งที่สายด่วน 1441 ทั้งนี้นอกจากที่พัก หรือบริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแล้ว สินค้า เครื่องประดับ โทรศัพท์มือถือ ไอแพด สินค้าแบรนด์เนม นาฬิกา พระเครื่อง เป็นสินค้าที่มิจฉาชีพมักหลอกขายทางออนไลน์ ทั้งในรูปแบบของปลอมแล้วบอกว่าแท้ หรือหลอกขายสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งกลลวงแบบนี้ยังไม่หมด ขอให้ช็อปปิงออนไลน์อย่างระมัดระวัง ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” ผบช.ภ.2 กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top