Monday, 29 June 2026
World

ภาพล่าสุดของ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียนของอิหร่าน ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (MOU) ผ่านระบบดิจิทัลในวันนี้

“ลายเซ็นของทั้งสองปรากฏให้เห็นชัดเจนบนเอกสาร
ข้อตกลงยุติสงครามได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่ายแล้ว”

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1325078609780496/?rdid=Boyvjd7VoLw0BfxJ#

นายกปากีสถาน ยินดีดีลประวัติศาสตร์!! ‘เชห์บาซ ชารีฟ’ เผยทรัมป์–เปเซชเกียน ลงนาม MOU อิสลามาบัด เปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที เลิกปิดล้อมทางทะเล

"เชห์บาซ ชารีฟ" นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ประกาศว่าบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (MoU) ได้รับการลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์โดยทรัมป์และเปเซชเกียนแล้ว

ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะประกาศว่า “บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด” (Islamabad Memorandum of Understanding) อันเป็นประวัติศาสตร์ ได้รับการลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์แล้วในวันนี้ ระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ได้รับการลงนามโดยประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศ และได้รับการรับรองโดยผมในฐานะผู้ไกล่เกลี่ย การลงนามในข้อตกลงครั้งนี้ในระดับสูงสุดของรัฐบาลทั้งสองฝ่าย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแสวงหาทางออกทางการทูตต่อความขัดแย้ง

บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัดจะมีผลบังคับใช้ทันที โดยในขั้นแรก สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งโดยทันที ขณะที่ สหรัฐอเมริกาจะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลทันทีเช่นกัน

ผมขอแสดงความยินดีจากใจจริง และขอชื่นชมต่อ โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ (Donald J. Trump) ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งความมุ่งมั่นต่อแนวทางการทูตและความต้องการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีของเขา ได้ช่วยยุติความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ผลกระทบอันร้ายแรงต่อภูมิภาคและทั่วโลกอีกครั้งหนึ่ง

ผมยังขอชื่นชมความทุ่มเทและความพยายามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของคณะเจรจาของสหรัฐฯ ซึ่งประกอบด้วย เจดี แวนซ์ (J.D. Vance), สตีฟ วิทคอฟฟ์ (Steve Witkoff) และ จาเร็ด คุชเนอร์ (Jared Kushner) สำหรับบทบาทอันทรงคุณค่าในการทำให้ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1325082423113448/?rdid=TUs9YMQS7ApjCgww#

สะเทือนวงการคนสอบ IELTS!! ผู้สอบกว่า 6 หมื่นคนสะเทือน Cambridge English ถูกปรับหนัก คะแนนฟัง-อ่านผิดพลาดกระทบ แก้ไขคะแนนมีผู้เปลี่ยนเกิน 2 หมื่น เชื้อเพลิงดราม่าจ่ายชดเชยกว่า 6 ล้านปอนด์

AEG Study&Travel เรียนต่อออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา แคนาดา

งานนี้กระทบคนสอบทั่วโลก โดยเฉพาะคนที่ต้องสอบไปเพื่อยื่นวีซ่าอังกฤษ (SELT) หรือใช้เรียนต่อมหาวิทยาลัย จากยอดการสอบทั้งหมด 7.7 ล้านครั้งในช่วงเวลานั้น มีคนที่ได้ผลคะแนนพาร์ทฟังกับอ่านผิดพลาดไปถึง 62,794 คน

พอตรวจทานและแก้คะแนนให้ถูกต้อง ปรากฎว่ามีคนประมาณ 21,717 คนที่คะแนน "Overall" เปลี่ยนแปลง ส่วนใหญ่ขยับขึ้นหรือลง 0.5 คะแนน
แม้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเกือบทั้งหมด จะได้คะแนนภาพรวม "เพิ่มขึ้น" แต่นั่นก็แปลว่า ในตอนแรกระบบที่ผิดพลาดกดคะแนนพวกเขาไว้ ไม่เป็นไปตามจริง
ที่น่าเศร้าคือ มีผู้สอบราว ๆ 1,115 คน ที่ตอนแรกระบบให้คะแนนเฟ้อเกินจริง พอตรวจใหม่เลยโดน "ดึงคะแนนลง" ซะงั้น

ทำให้ดราม่าใหญ่นี้ มีบทสรุปคือ
ทาง Cambridge English ยอมรับผิดแต่โดยดีและให้ความร่วมมือเต็มที่ ฝั่ง Ofqual เลยยอมลดค่าปรับลงมาเหลือ 875,000 ปอนด์ จากที่ควรจะโดนหนักกว่านี้
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ต้องควักกระเป๋าตัวเองไปแล้วกว่า 6 ล้านปอนด์ (เกือบ 280 ล้านบาท) เพื่อตามเช็ดตามล้างปัญหานี้
ทั้งการจ่ายเงินชดเชย เปิดศูนย์ช่วยเหลือลูกค้าแบบ 24 ชั่วโมง และอัปเกรดระบบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องพัง ๆ แบบนี้ขึ้นอีกในอนาคต

สรุปง่าย ๆ คือใครที่สอบ IELTS คอมฯ พาร์ทฟังกับอ่าน ในช่วงปี 2023 - 2025 แล้วมีการปรับคะแนนทีหลัง ต้นตอมาจากสิ่งนี้นี่เองค่ะ

ที่มา : Gov UK / #AEGNews
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1413835807456919&id=100064915381307&rdid=5KOUiilBlpn7Wymd#

จีนประหารอดีตซีอีโอ CNOOC!! คดีคอร์รัปชันรัฐวิสาหกิจใหญ่ อดีตซีอีโอรับสินบนกว่า 163 ล้านหยวน ศาลตัดสินประหารชีวิตยึดอำนาจผิดกฎหมาย สะท้อนมาตรการเข้มงวดปราบคอร์รัปชันจีน

จีนพิพากษาประหารชีวิตอดีตผู้บริหารระดับสูง CNOOC เซ่นคดีทุจริต

จีนพิพากษาประหารชีวิตอดีตผู้บริหารระดับสูง CNOOC เซ่นคดีทุจริตและรับสินบนมูลค่ากว่า 163 ล้านหยวน

สำนักข่าวซินหัวรายงานคำตัดสินคดีคอร์รัปชันครั้งใหญ่ในรัฐวิสาหกิจจีน โดยศาลมีคำสั่งพิพากษาประหารชีวิต นายหยวน กวงหยู (Yuan Guangyu) อดีตรองประธานและซีอีโอของบริษัท China National Offshore Oil Corporation (CNOOC) ในวัย 67 ปี

ศาลตัดสินว่านายหยวนมีความผิดจริงในข้อหาทุจริตคอร์รัปชันครั้งใหญ่ การรับสินบน และการใช้อำนาจในทางมิชอบ นายหยวนได้กระทำการรับสินบนรวมเป็นมูลค่ากว่า 163 ล้านหยวน หรือคิดเป็นประมาณ 22.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2004 จนถึงปี 2024 นายหยวนได้ใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในองค์กรเพื่อแสวงหาผลประโยชน์และเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจเอกชน

source: สำนักข่าวXinhua

"ถุงหอมชิงหยาง" จากจีนบุกอุซเบฯ เปิดตลาดเอเชียกลางครั้งแรก ถุงหอมชิงหยางมูลค่า 2,000 ดอลลาร์ งดงามด้วยผ้าไหมสีเขียวมรกต บรรจุความหมายมงคลและวัฒนธรรมโบราณ

"ถุงหอมชิงหยาง" จากจีน เดินทางสู่อุซเบกิสถาน เปิดประตูสู่เอเชียกลางเป็นครั้งแรก

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา "ถุงหอมชิงหยาง" (Qingyang Scented Sachet) จำนวนหนึ่ง มูลค่าประมาณ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ได้ถูกจัดส่งจากมณฑลกานซูของจีนไปยังประเทศอุซเบกิสถาน นับว่าถุงหอมชิงหยางของจีนได้เข้าสู่ตลาดเอเชียกลางเป็นครั้งแรก

ถุงหอมดังกล่าวมีรูปทรง "บ๊ะจ่าง" อันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม ตัวถุงตัดเย็บจากผ้าไหมสีเขียวมรกต เย็บเก็บขอบอย่างประณีตบรรจง ด้านบนประดับสายห้อยเป็นเชือกถักจีนสีเขียวเข้ม ร้อยด้วยลูกปัดไม้เนื้อแข็งอย่างสวยงาม ส่วนด้านล่างตกแต่งด้วยจี้ไม้แกะสลักอักษรมงคล "ฝู" พร้อมพู่สีเขียวโทนเดียวกับสายห้อย บนตัวถุงปักลวดลายมังกรทอง ปลาคาร์ปสีแดง และเกลียวคลื่นด้วยเส้นด้ายหลากสีสัน พร้อมงานปักข้อความ "ผูกพันด้วยสายใยอันเหนียวแน่น" ด้วยฝีเข็มอันละเอียดและประณีต

ถุงหอมชิงหยาง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติชุดแรกของจีน ถือเป็นประเพณีสำคัญในช่วงเทศกาลเรือมังกรที่สืบทอดมานานหลายพันปีบริเวณที่ราบสูงดินลมหอบ (Loess Plateau) ของจีน โดยถุงหอมรูปทรงต่าง ๆ เช่น หัวเสือ สัญลักษณ์พิษทั้งห้า และบ๊ะจ่าง ล้วนสะท้อนความเชื่อพื้นบ้านและความปรารถนาที่เรียบง่ายของชาวจีนในการขับไล่สิ่งชั่วร้าย เสริมความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งอธิษฐานให้มีสุขภาพแข็งแรงและสมบูรณ์พูนสุข ถุงหอมปักลายสำหรับเทศกาลเรือมังกรเหล่านี้ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล กลายเป็นของที่ระลึกทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดมิตรภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างจีนกับนานาประเทศ

ที่มา: ศูนย์สื่อบูรณาการชิงหยาง

น่านฟ้ารัสเซียถูกยกเป็นโล่เหล็ก!! ระบบป้องกันรัสเซียทำลายโดรนเกือบพัน ขีปนาวุธและระเบิดหลายลูกถูกสกัดไว้ สหรัฐฯป้องกันฐานทัพในอ่าวเปอร์เซียพลาด นักประวัติศาสตร์เตือนยุทธวิธีหวังผลทางการเมือง

ระบบป้องกันน่านฟ้าของรัสเซียปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ยูรี คนูตอฟ นักประวัติศาสตร์ด้านการป้องกันภัยทางอากาศ กล่าวกับ Sputnik

เขาระบุว่า กองกำลังรัสเซียสามารถทำลายโดรนได้ราว 992 ลำ ขีปนาวุธร่อนพิสัยไกล 4 ลูก และระเบิดอีก 10 ลูก ในการโจมตีระลอกล่าสุดของยูเครน

เมื่อเปรียบเทียบกัน ระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ กลับพิสูจน์ให้เห็นว่าไร้ประสิทธิภาพอย่างยิ่ง หลังไม่สามารถป้องกันอิหร่านจากการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ได้ราว 15 แห่ง และทำให้ฐานทัพสหรัฐฯ 5 แห่งในอ่าวเปอร์เซียใช้งานไม่ได้

คนูตอฟมองว่า ยูเครนพยายามสร้างความหวาดกลัวต่อประชาชนพลเรือนของรัสเซีย ด้วยความหวังว่าจะบีบให้รัสเซียยอมจำนน

เขาอธิบายว่า “นี่คือยุทธวิธีคลาสสิกของผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ คือจับประชาชนพลเรือนเป็นตัวประกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเมืองของตนเอง”

ที่มา : Sputnik

‘มุจตาบา’ อนุมัติข้อตกลง!! “อิหร่าน” ไฟเขียวข้อตกลงสงคราม แม้มีข้อกังขาบางส่วนในรายละเอียด เตือน “สหรัฐ” ห้ามเรียกร้องเกินขอบเขต ยันเจรจาไม่เท่ากับยอมรับจุดยืนวอชิงตัน

มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า เขาอนุมัติข้อตกลงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเพื่อยุติสงคราม แม้จะมีข้อสงสัยอยู่บ้างก็ตาม นอกจากนี้เขายังกล่าวอีกว่า ไม่ได้เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวบางประการ แต่ยอมอนุมัติให้ หลังได้รับคำรับรองจากประธานาธิบดีอิหร่านและสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดว่าจะไม่กระทบต่อสิทธิของอิหร่านและแนวร่วมต่อต้าน

ขณะเดียวกัน เขาส่งสัญญาณถึงกลุ่มสายแข็งภายในประเทศว่า การเจรจาหรือการพบปะโดยตรงกับสหรัฐฯ ในอนาคต ไม่ได้หมายความว่าอิหร่านยอมรับจุดยืนของวอชิงตัน และหากสหรัฐฯ พยายามเพิ่มข้อเรียกร้องเกินกว่าที่ตกลงกันไว้ อิหร่านก็พร้อมปฏิเสธทันที

ข้อความฉบับเต็มของ "มุจตาบา" :
“โดยหลักการแล้ว ผมมีมุมมองที่แตกต่างออกไป อย่างไรก็ตาม จากคำมั่นที่ประธานาธิบดีผู้ทรงเกียรติในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ได้ให้ไว้ต่อผมในนามของตนเองและสมาชิกคนอื่น ๆ ว่าจะปกป้องสิทธิของประชาชนอิหร่านและแนวร่วมแห่งการต่อต้าน พร้อมทั้งยอมรับความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้อย่างชัดเจน ผมจึงอนุมัติให้ดำเนินการ”

“เขายังได้ยืนยันด้วยว่า หากฝ่ายอเมริกันพยายามเรียกร้องเกินขอบเขตหรือกระทำเกินเลย อิหร่านจะไม่ยอมรับอย่างแน่นอน”

“นับจากเวลานี้เป็นต้นไป เรา หมายถึงพวกท่าน ประชาชนผู้ภาคภูมิ และตัวผมซึ่งเป็นเพียงผู้รับใช้คนหนึ่ง จะเฝ้ารอการปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ได้ประกาศเอาไว้”

“อย่างไรก็ตาม เป็นที่ชัดเจนว่า การเจรจาแบบเผชิญหน้ากันโดยตรงใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการยอมรับมุมมองหรือจุดยืนของฝ่ายศัตรู”

“เราหวังว่าพรอันประเสริฐของท่านอิมามผู้ทรงเป็นนายของเรา ขอพระผู้เป็นเจ้าทรงเร่งการปรากฏตัวอันทรงเกียรติของท่าน จะนำมาซึ่งชัยชนะและความสำเร็จในทุกด้านแก่ประชาชนผู้ทรงเกียรติแห่งอิหร่าน”

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2087459368816472&set=gm.1325987799689577&idorvanity=849053944049634

อิหร่าน ชี้แจงจุดยืน!! สภาความมั่นคงสูงสุดอิหร่านย้ำเดินหน้าเจรจา ย้ำไม่ไว้ใจสหรัฐฯ เหตุมีประวัติละเมิดคำมั่น และไม่ประนีประนอมผลประโยชน์ชาติ ตอบโต้ทันทีหากถูกละเมิดข้อผูกพัน

แถลงการณ์ของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระบุว่า ยืนยันจะไม่ยอมประนีประนอมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แห่งชาติ นอกจากนี้ยังย้ำว่า ไม่ไว้วางใจสหรัฐฯ เนื่องจากมองว่ามีประวัติละเมิดคำมั่นสัญญา

ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงกรุณาปรานี

สำนักเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ขอเรียนต่อผู้นำสูงสุดแห่งการปฏิวัติอิสลาม ชาวอิหร่านผู้ยิ่งใหญ่ และวีรชนแห่งชาติ ว่า ในการดำเนินมาตรการและปฏิบัติตามคำสั่งของท่านผู้นำสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปกป้องสิทธิของประชาชนอิหร่านและแนวร่วมแห่งการต่อต้านนั้น การสืบสานเจตนารมณ์และเลือดของบรรดาผู้พลีชีพ ตลอดจนการเดินหน้ากระบวนการเจรจาในอนาคต จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์และผลประโยชน์แห่งชาติของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอย่างเคร่งครัด และจะไม่ยอมอ่อนข้อหรือประนีประนอมต่อประเด็นใด ๆ จนกว่าสิทธิของประชาชนอิหร่านจะได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ และความยุติธรรมต่อเลือดอันบริสุทธิ์ของบรรดาผู้พลีชีพจะได้รับการตอบแทน

ในขณะเดียวกัน ด้วยความไม่ไว้วางใจอย่างสิ้นเชิงต่อฝ่ายตรงข้ามที่มักละเมิดคำมั่นสัญญาและข้อตกลง อิหร่านจะติดตามและกำกับดูแลกระบวนการเจรจาและการปฏิบัติตามพันธกรณีต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด หากฝ่ายสหรัฐอเมริกาละเมิดหรือฝ่าฝืนข้อตกลงใด ๆ จะมีการตอบโต้ตามแผนการที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยทันที

สำนักเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1325981403023550/?rdid=TnCW7OX00sjRKMi1#

เก๋ากี้หนิงเซี่ยพุ่งสู่โลก!! แหล่งปลูกหลักบนที่สูง 1,100 เมตร ผลิตด้วยมือไม่ใช้สารเคมี เทคโนโลยีเก็บรักษาสูงสุด ครองตลาด 50 ประเทศทั่วโลก

จากยาอายุวัฒนะยุคโบราณสู่เทรนด์สุขภาพระดับโลก เจาะลึกการยกระดับอุตสาหกรรมและการเดินทางสู่เวทีสากล ของ “เก๋ากี้หนิงเซี่ย”

ผืนไร่อันเขียวชอุ่มทอประกายระยิบระยับล้อแสงแดดตลอดแนวที่ราบลุ่มแม่น้ำเหลือง บนความสูง 1,100 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทางทิศตะวันออกของเทือกเขาเหอหลาน ที่นี่คืออำเภอจงหนิง ในเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งในขณะที่พิธีเปิดมหกรรมอุตสาหกรรมเก๋ากี้ (Goji Berry Industry Expo) ครั้งที่ 9 เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เหล่าเกษตรกรในพื้นที่ต่างก็กำลังง่วนอยู่กับการเก็บเกี่ยวผลเก๋ากี้ (โกจิเบอร์รี) ประจำฤดูกาลแรกของปี 2569 กันอย่างขะมักเขม้น

แม้เก๋ากี้จะมีการเพาะปลูกอย่างแพร่หลายทั่วประเทศจีน แต่เก๋ากี้หนิงเซี่ยนั้นโดดเด่นในเรื่องคุณภาพ จนกลายเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในอำเภอจงหนิง ซึ่งเป็นแหล่งปลูกหลักอันเป็นต้นตำรับของเก๋ากี้หนิงเซี่ยแท้ ๆ พื้นที่แห่งนี้เปิดรับแสงแดดปีละกว่า 3,000 ชั่วโมง อีกทั้งสภาพดินยังมีความเป็นด่างอ่อน ๆ จากการบรรจบกันของแม่น้ำเหลืองและแม่น้ำชิงสุ่ย ทำให้อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารจำเป็น ปัจจัยทางธรรมชาติที่หาไม่ได้จากที่อื่นนี้เองที่หล่อหลอมให้เกิด “ผลไม้มหัศจรรย์” อันเป็นเอกลักษณ์เช่นนี้

“เก๋ากี้ทุกเมล็ดผ่านการเก็บด้วยมืออย่างพิถีพิถัน” คุณพาน ไท่อัน (Pan Tai'an) ประธานบริษัท หนิงเซี่ย วูล์ฟเบอร์รี โกจิ อินดัสทรี จำกัด (Ningxia Wolfberry Goji Industry Co., Ltd.) ผู้ผลิตเก๋ากี้ชั้นนำในภูมิภาค กล่าว “ต้นเก๋ากี้จะออกดอกและติดผลไปพร้อม ๆ กันในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้ผลผลิตทั้งหมดต้องใช้แรงงานคนในการเก็บเกี่ยว”

คุณพาน กล่าวเสริมว่า “นอกจากนี้ ด้วยสภาพอากาศที่เย็นสบายของหนิงเซี่ย ทำให้แทบไม่มีปัญหาเรื่องโรคพืชและแมลงศัตรูพืชรบกวน ถึงกระนั้น เรายังคงยึดมั่นในมาตรฐาน โดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลงใด ๆ ทั้งสิ้น และเลือกใช้เฉพาะปุ๋ยหมักอินทรีย์เพื่อรับประกันว่าเก๋ากี้ของเราจะมีคุณภาพ บริสุทธิ์ และมาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง”

จากสินค้าพื้นบ้านขึ้นชื่อ สู่เทรนด์สุขภาพและไลฟ์สไตล์ระดับโลก

ในจีนนั้น เก๋ากี้หนิงเซี่ยได้รับการยกย่องมาช้านาน ว่าเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกายและวัตถุดิบอาหารชั้นเลิศ ทั้งยังเป็นเก๋ากี้สายพันธุ์เดียวที่ได้รับการบรรจุในตำรายาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการว่ามีสรรพคุณทางยา นอกจากนี้ เฉินหนงเปิ๋นเฉ่าจิง (Shennong Ben Cao Jing) ซึ่งเป็นคัมภีร์แพทย์แผนจีนโบราณอันทรงคุณค่า ยังได้บันทึกสรรพคุณในการชะลอวัยเอาไว้ด้วย มรดกทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งนี้เองที่กลายเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งในการขับเคลื่อนเก๋ากี้หนิงเซี่ยสู่ตลาดสากล

ปัจจุบัน ผลเบอร์รีสีแดงจากยุคโบราณนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนทั่วโลก ด้วยคุณประโยชน์อันโดดเด่นในการชะลอวัย มีวิตามินซีสูง และอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ส่งผลให้เก๋ากี้หนิงเซี่ยกลายเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” ที่กำลังเป็นกระแสมาแรงบนโลกโซเชียลมีเดียทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริโภคในต่างประเทศยังยินดีที่จะจ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์เก๋ากี้หนิงเซี่ยแท้ ๆ ซึ่งช่วยสลัดภาพจำเดิม ๆ จากการเป็นเพียงสินค้าพื้นบ้านเฉพาะกลุ่มได้อย่างสิ้นเชิง

“นักวิจัยในโลกตะวันตกได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสรรพคุณทางสุขภาพของเก๋ากี้มาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน การต้านเนื้องอก รวมถึงคุณสมบัติในการชะลอวัย โดยยกย่องให้เก๋ากี้เป็น ‘ซูเปอร์ฟู้ด’ และมีการสกัดสารสำคัญไปใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง” คุณพาน ไท่อัน อธิบาย “จุดนี้เองที่จุดประกายให้ผมหันมามุ่งเน้นในเรื่องการแปรรูปขั้นสูง เพราะเป็นส่วนที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ได้อย่างแท้จริง”

อุตสาหกรรมนี้เผชิญกับข้อจำกัดใหญ่ 2 ประการมาหลายทศวรรษแล้ว โดยผลเก๋ากี้สดเน่าเสียและบอบช้ำได้ง่ายมาก ประกอบกับเทคโนโลยีการแปรรูปขั้นสูงที่ยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว บริษัทฯ จึงได้ทุ่มเทวิจัยและพัฒนาอย่างเข้มข้นนานถึง 6 ปี จนประสบความสำเร็จในการคิดค้นเทคโนโลยีเก็บรักษาเก๋ากี้สกัดเข้มข้นในอุณหภูมิห้อง ซึ่งความสำเร็จระดับบุกเบิกในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยทลายข้อจำกัดทางเทคโนโลยีที่เคยมีมา แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมเก๋ากี้ระดับโลกด้วย

เพื่อรักษาสารอาหารที่เป็นประโยชน์เอาไว้ ผลเก๋ากี้สดจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการทำความสะอาด บดคั้น สเตอริไลซ์ และบรรจุลงบรรจุภัณฑ์ภายในเวลา 2 ชั่วโมงหลังเก็บเกี่ยว ซึ่งขั้นตอนการทำงานที่เข้มงวดนี้ช่วยคงคุณค่าของสารอาหารสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสารพอลิแซ็กคาไรด์ในเก๋ากี้ บีเทน และซีแซนทิน ไว้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นวัตกรรมอันล้ำหน้าเช่นนี้ส่งผลให้บริษัทฯ ผลิตเก๋ากี้สกัดเข้มข้นได้มากกว่า 100,000 ตัน กวาดรายได้จากยอดขายรวมทะลุ 2 พันล้านหยวน (ประมาณ 293 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีนี้ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เกิดการสร้างสายการผลิตมาตรฐานสูงถึง 50 สายการผลิตทั่วทั้งหนิงเซี่ย ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการพลิกโฉมกลุ่มธุรกิจในภูมิภาค จากเดิมที่เป็นเพียงผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเก๋ากี้ สังกัดสำนักงานป่าไม้และทุ่งหญ้าเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย ระบุว่า เครือข่ายการตลาดเก๋ากี้ของหนิงเซี่ยครอบคลุมกว่า 50 ประเทศและภูมิภาค ทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป และทวีปอเมริกา โดยในปี 2568 หนิงเซี่ยมีปริมาณผลผลิตเก๋ากี้สดสูงถึง 200,000 ตัน และมีมูลค่ารวมตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมทะลุ 2.13 หมื่นล้านหยวน

ยกระดับผลิตภัณฑ์สู่การสร้างแบรนด์วัฒนธรรมระดับสากล

ในขณะที่บริษัทผู้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างหนิงเซี่ย วูล์ฟเบอร์รี กำลังเดินหน้าเสริมแกร่งในซัพพลายเชนโลก บรรดาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมเก๋ากี้ก็กำลังเร่งเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคที่มีต่อเก๋ากี้ จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นเพียง “สมุนไพรโบราณ” ให้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยบริษัท หนิงเซี่ย ชีหลีเซียง โกจิ จำกัด (Ningxia Qilixiang Goji Co., Ltd.) ในฐานะผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซ ได้มุ่งมั่นยกระดับยาบำรุงกำลังตามตำรับดั้งเดิมนี้ให้เข้าถึงและโดนใจคนรุ่นใหม่ บริษัทแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 โดยกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย 3 คน ด้วยเงินทุนเริ่มต้นเพียง 700 หยวนที่รวบรวมมาจากค่าขนมที่ได้มา ทว่าในปัจจุบัน บริษัทได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนกลายเป็นแบรนด์ระดับแถวหน้า ที่กวาดยอดขายได้ถึงปีละกว่า 1 พันล้านหยวน

เพื่อเปลี่ยนวิถีการดูแลสุขภาพแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์สุดอินเทรนด์ ชีหลีเซียงจึงได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เก๋ากี้สกัดเข้มข้นสูตรผสมขึ้นมาอย่างหลากหลาย ทั้งเก๋ากี้ผสมโสม เก๋ากี้ผสมพุทราจีน และเก๋ากี้ผสมมัลเบอร์รี ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับดีไซน์บรรจุภัณฑ์อันสะดุดตา ปัจจุบัน บริษัทฯ เป็นผู้บริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ราว 200 แห่ง และครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เก๋ากี้บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมาอย่างเหนียวแน่น

ผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าสูงเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเก๋ากี้สกัดเข้มข้น น้ำมันเมล็ดเก๋ากี้ หรือน้ำเก๋ากี้พร้อมดื่ม กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดโลก จากที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงสมุนไพรจีนโบราณอันลึกลับ ในวันนี้ เก๋ากี้หนิงเซี่ยได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของครอบครัวชนชั้นกลางตั้งแต่นิวยอร์กไปจนถึงลอนดอน ทั้งยังเป็นไอเทมโปรดของเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังในฮอลลีวูด และเป็นวัตถุดิบยอดนิยมในร้านอาหารระดับพรีเมียมทั่วโลก

ชื่อเสียงในเวทีสากลที่ว่านี้เป็นผลมาจากมาตรฐานควบคุมคุณภาพอันเข้มงวด โดยผู้ประกอบการเก๋ากี้ในหนิงเซี่ยต่างปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดที่สุดในโลก เพื่อให้สอดรับกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารระดับสากลสำหรับผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ตัวอย่างเช่น หนิงเซี่ย วูล์ฟเบอร์รี ที่สามารถคว้าใบรับรองมาตรฐานออร์แกนิกจากอเมริกาเหนือ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ติดต่อกันมายาวนานถึง 21 ปีซ้อน ถือเป็น “ใบเบิกทางสีเขียว” ให้ผลิตภัณฑ์นี้เจาะตลาดโลกได้อย่างราบรื่น ซึ่งจนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยัง 33 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลกแล้ว
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมเก๋ากี้ของหนิงเซี่ยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภาคการผลิตและการจำหน่ายอีกต่อไป แต่กำลังยกระดับสู่โมเดลธุรกิจที่หลากหลายยิ่งขึ้น ด้วยการจัดตั้งหอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และศูนย์เปิดประสบการณ์เก๋ากี้ ซึ่งพลิกโฉมจากเดิมที่มุ่ง “ขายผลิตภัณฑ์” ไปสู่การ “ขายทัศนียภาพ” และการ “ขายวัฒนธรรม” ส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตจนกลายเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจในมิติที่หลากหลายและครบวงจร

การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเก๋ากี้หนิงเซี่ยสะท้อนให้เห็นความก้าวหน้าและการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์และแบรนด์จีน โดยได้ยกระดับจากสินค้าพื้นบ้านเฉพาะกลุ่มในแถบตะวันตกเฉียงเหนือและผู้ส่งออกวัตถุดิบระดับล่าง สู่การเป็นเทรนด์สุขภาพระดับโลก และเป็นอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม เส้นทางการเติบโตนี้ถือเป็นภาพสะท้อนการยกระดับภาคเกษตรกรรมดั้งเดิมของจีน และแรงขับเคลื่อนนวัตกรรมของภาคเศรษฐกิจจริงในภาพรวมได้อย่างชัดเจน

ที่มา: ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเก๋ากี้ สังกัดสำนักงานป่าไม้และทุ่งหญ้าเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย

เจรจาเดือดสหรัฐฯ–อิหร่าน!! ‘ทรัมป์’ โพสต์ขู่กลางวงประชุม โจมตีอิหร่านหนักกว่าเดิม ตลาดน้ำมัน–ทอง–หุ้นผันผวนทันที ดันน้ำมัน Brent พุ่งแตะ 82 ดอลลาร์

เจรจาไป … ข่มขู่ไป … ประท้วงไป !!!
ทำนักลงทุนกังวลใจ ไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่ผลที่ตามมาราคาน้ำมัน Brent กลับขึ้นไปที่ 82 ดอลล่าร์ต่อบาเรล จากที่เคยลงไป 77 ดอลล่าร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางดราม่าต่างๆ ที่ Lake Lucerne Summit สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างสหรัฐและอิหร่านโดยมีปากีสถานและกาตาร์เป็นตัวกลาง

สหรัฐส่งทีมเดิมรองประธาน Vance ลูกเขย Kushner ผู้แทนพิเศษ Witkoff อิหร่าน ประธานรัฐสภา Ghalibaf รัฐมนตรีต่างประเทศ Araghchiเริ่มประชุม ก็เริ่มไม่ราบรื่น อิหร่านขอไม่กล่าวเปิด ไม่จับมือ
ไม่ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับสหรัฐเพื่อไม่ให้เป็นประเด็นในอิหร่าน แต่ที่สำคัญกว่าเพียงเริ่มไม่นานความสนใจของทุกคนได้มุ่งไปที่นอกห้องเจรจา President Trumpผู้ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย แต่สำคัญยิ่งกว่าส่งสัญญาณ โพสต์ข่มขู่

Iran must immediately stop their highly paid PROXIES in Lebanon from causing trouble. If they don’t, we’ll hit Iran very hard again, just like we did last week, only harder!!!
อิหร่านต้องสั่งให้บรรดาตัวแทนราคาแพงของตนในเลบานอน หยุดสร้างปัญหา!
ถ้าไม่ทำ เราจะจัดหนักอิหร่านอีกครั้ง เหมือนที่เราเพิ่งทำไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว — แต่ครั้งนี้จะรุนแรงกว่ามาก!!!

ผลที่ตามมาทีมอิหร่านประท้วง เดินออกจากห้องประชุม ประธานรัฐสภาอิหร่าน Ghalibaf โพสต์
“Don’t they realize that if their threats worked, they wouldn’t be this desperate now? We don’t count on US threats. They’d better watch their words—our armed forces are ready to respond differently. Whatever they say, we’re the ones who act.”

“พวกเขายังไม่เข้าใจอีกหรือว่า หากคำขู่ของพวกเขาได้ผลจริง วันนี้คงไม่ต้องอยู่ในสภาพสิ้นหวังเช่นนี้? เราไม่เคยนำคำขู่ของสหรัฐฯ มาคิดคำนวณอยู่แล้ว
พวกเขาควรระวังคำพูดของตนให้มาก เพราะกองกำลังติดอาวุธของสาธารณรัฐอิสลามพร้อมตอบโต้ในแบบที่แตกต่างและเด็ดขาด
ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไร ผู้ที่ลงมือปฏิบัติจริงคือพวกเรา“ ก่อนที่จะกลับมาประชุมต่อ จนถึงขณะนี้ ยังคงประชุมอยู่ระหว่างทาง ตลาดทุนโลกก็โดนลูกหลง
ราคาน้ำมันโลก ราคาทองคำต่ำกว่า 4,200 อีกครั้ง ราคาหุ้นลงเล็กน้อย ประเด็นหลักอยู่ที่ผู้ไม่ได้ร่วมเจรจาอีกคน อิสราเอลซึ่งประกาศเรียบร้อย
ผมไม่ได้ตกลงด้วย ยังคงโจมตี Hezballoh ในเลบานอนต่อเนื่อง 2 วันที่แล้ว โจมตี 150 จุด
ล่าสุดยืนยันไม่ถอนทหารออกจาก Security Zone ในตอนใต้ของเลบานอน พร้อมบอกว่า อิสราเอลไม่ได้มีปัญหากับเลบานอนแต่มีปัญหากับ Hezballoh
จน President Trump ต้องเขียนข่มขู่ข้างต้น

มาดูกันครับว่า
หนังยาวม้วนนี้ จะจบอย่างไรแบบตกลงกันได้ แบบยืดเยื้อ แบบย่อยยับ แต่ที่เห็นท่ามกลางทุกอย่างยังพยายามเจรจาต่อไม่ได้ปิดประตูตาย !!!

#Trump #Iran #Talk
ขอบคุณภาพจาก White House

ที่มา : https://www.facebook.com/1044766528/posts/10238058774102118/?rdid=JeIQRraBSS5HxANV#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top