Tuesday, 30 June 2026
World

ยุโรปอยากใช้ Plaza Accord กดจีน!! ข้อเสนอเมิตซ์สะท้อนยุโรปเสียเปรียบดุลการค้าจีน ECB เตือนโลกไม่เหมือนปี 1985 จีนไม่ใช่ญี่ปุ่นที่ถูกบีบได้ง่าย ลาการ์ดย้ำต้องเจรจา ไม่ใช่บังคับฝ่ายเดียว

นายกฯ เยอรมันเสนอใช้ข้อตกลง "Plaza Accord" กับจีน เดือดร้อนประธานธนาคารกลางยุโรปต้องเร่งชี้แจง

เกิดประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวางในแวดวงนโยบายการเงินและการค้าระหว่างประเทศ หลังจากที่ นายฟรีดริช เมิตซ์ (Friedrich Merz) นายกรัฐมนตรีของ #เยอรมนี ได้กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (EU Summit) เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน โดยระบุว่า ค่าเงินหยวนของจีนถูกประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริงถึง 30% และเสนอให้กลุ่มประเทศสมาชิก #EU ทั้ง 27 ประเทศ ร่วมมือกันกดดันให้รัฐบาลปักกิ่งลงนามในข้อตกลงรูปแบบใหม่ที่คล้ายคลึงกับ "#ข้อตกลงพลาซา" (#PlazaAccord) เพื่อบังคับให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้น หวังลดดุลการค้าที่ยุโรปเสียเปรียบจีน

ทว่าเพียง 3 วันให้หลัง (22 มิถุนายน) นางคริสติน ลาการ์ด (#ChristineLagarde) ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้กล่าวชี้แจงต่อรัฐสภายุโรปเพื่อลดอุณหภูมิทางการเมือง โดยระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า "ยุคสมัยของข้อตกลงพลาซาได้ผ่านพ้นไปแล้ว และปัจจุบันเรากำลังอยู่ในบริบทที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง"

1. ย้อนรอยประวัติศาสตร์: กลไกของข้อตกลงพลาซา 1985
เพื่อความเข้าใจในเชิงโครงสร้าง ข้อตกลงพลาซา (Plaza Accord) คือข้อตกลงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นในปี 1985 ณ โรงแรมพลาซา นครนิวยอร์ก โดยมี #สหรัฐอเมริกา เป็นแกนนำร่วมกับกลุ่มประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในขณะนั้น ได้แก่ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนีตะวันตก
ในยุคดังกล่าว #สหรัฐฯ เผชิญภาวะขาดดุลการค้าอย่างรุนแรงต่อ #ญี่ปุ่น เนื่องจากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่น สหรัฐฯ จึงใช้แรงกดดันทางการเมืองและยุทธศาสตร์ความมั่นคงบีบให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นกว่าเท่าตัวภายในเวลา 2 ปี ส่งผลให้อุตสาหกรรมการส่งออกของญี่ปุ่นลดขีดความสามารถในการแข่งขันลงอย่างรุนแรง และนำไปสู่ภาวะฟองสบู่ในสินทรัพย์ในประเทศจนเกิดทศวรรษแห่งการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอันยาวนาน

2. มูลเหตุจูงใจและปัจจัยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของยุโรป
ข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีเยอรมนีเกิดขึ้นจากความกังวลต่อตัวเลขดุลการค้าที่ประกาศโดยสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat):
-ภาวะขาดดุลการค้า: ในปี 2025 สหภาพยุโรปขาดดุลการค้าสินค้าต่อจีนเกือบ 3.6 แสนล้านยูโร โดยในเดือนเมษายน 2026 เพียงเดือนเดียว ยุโรปขาดดุลดึงไปถึง 3.19 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)
-ความกดดันในภาคยานยนต์: อุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนี ซึ่งเคยพึ่งพาผลกำไรมหาศาลจากตลาดจีนในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากการรุกคืบของ #ยานยนต์พลังงานใหม่ (#EV) เทคโนโลยี #โซลาร์เซลล์ และ #เครื่องจักรกลขั้นสูง ของจีนในตลาดยุโรป

3. 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้แนวคิดการบังคับค่าเงินหยวนเป็นไปได้ยาก
นักวิเคราะห์และการเงินมองว่า คำชี้แจงของนางลาการ์ดสะท้อนถึงความเข้าใจในหลักความจริงทางยุทธศาสตร์ 3 ประการ ที่ทำให้โมเดลปี 1985 ไม่สามารถนำมาปรับใช้กับจีนในปัจจุบันได้:
-มิติด้านอธิปไตยและความมั่นคง: ญี่ปุ่นในปี 1985 มีข้อผูกพันด้านความมั่นคงและพึ่งพากองทัพสหรัฐฯ ในการคุ้มครองประเทศ ทำให้สหรัฐฯ มีอำนาจต่อรองสูงในฐานะรัฐผู้อุปถัมภ์ ในขณะที่สาธารณรัฐประชาชนจีนในปัจจุบันเป็นประเทศที่มีอธิปไตยสมบูรณ์ มีระบบยุติธรรม ทหาร และนโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระ ทำให้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของเงินหยวนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของธนาคารกลางจีน (PBOC) เท่านั้น
-ความเป็นปึกแผ่นของพันธมิตร: ในปี 1985 ข้อตกลงเกิดขึ้นจากความร่วมมือที่เหนียวแน่นของ 5 มหาอำนาจภายใต้การนำของสหรัฐฯ แต่ในปัจจุบัน สมาชิกภาพ 27 ประเทศของ EU มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่แตกแยกและหลากหลาย ทำให้อำนาจในการต่อรองร่วม (Collective Bargaining Power) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
-ความเสี่ยงต่อการถูกมาตรการโต้กลับ: หากสหภาพยุโรปผลักดันประเด็นอัตราแลกเปลี่ยนให้กลายเป็นประเด็นการเมือง จีนมีขีดความสามารถในการดำเนินมาตรการตอบโต้ต่ออุตสาหกรรมหลักของยุโรป เช่น ยานยนต์ เครื่องจักรกลขั้นสูง และสินค้าฟุ่มเฟือย นอกจากนี้ ความผันผวนของค่าเงินยูโรอาจเปิดโอกาสให้ทุนสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงหรือช้อนซื้อสินทรัพย์คุณภาพในยุโรป ซึ่งส่งผลเสียต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอง

ความเป็นจริงของนโยบายและการประสานรอยร้าว
แม้ว่าในคำแถลงเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน นางลาการ์ดจะอ้างอิงรายงานของ #กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (#IMF) ที่ประเมินว่าค่าเงินหยวนอาจต่ำกว่าความเป็นจริงประมาณ 15%-16% (ซึ่งต่ำกว่าตัวเลข 30% ของนายเมิตซ์กึ่งหนึ่ง) และย้ำว่าปัญหาความไม่สมดุลทางการค้ายังคงต้องได้รับการแก้ไข แต่เธอก็เน้นย้ำว่า "กระบวนการเจรจาใด ๆ จะต้องตั้งอยู่บนกรอบความร่วมมือที่มีจีนเข้าร่วมด้วย"

ข้อเสนอของนายกฯ เยอรมันสะท้อนถึงแรงกดดันและการมองหาทางออกของนักการเมืองยุโรปต่อขีดความสามารถการแข่งขันที่ลดลงของอุตสาหกรรมในภูมิภาค ซึ่งก่อนหน้านี้ นางเออร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ก็เคยหยิบยกประเด็น "ความยุ่งยากจากกำลังการผลิตส่วนเกินของจีน" ขึ้นมาหารือ

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า แม้เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของฝ่ายบริหารและธนาคารกลางยุโรปในการลดการเสียเปรียบดุลการค้าจะสอดคล้องกัน แต่แนวทางการดำเนินนโยบายมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ระหว่างการกดดันฝ่ายเดียวในเวทีการเมือง กับการรักษาเสถียรภาพผ่านการเจรจาพหุภาคี ซึ่งทั้งสำนักข่าวรอยเตอร์และบลูมเบิร์กต่างวิเคราะห์ตรงกันว่า ยุโรปตระหนักดีว่ายุคสมัยของการกำหนดกติกาฝ่ายเดียวโดยไม่ผ่านการเจรจากับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอื่นได้สิ้นสุดลงแล้วในปัจจุบัน

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1026804266523779&id=100075826461941&post_id=100075826461941_1026804266523779&rdid=dxSScNyf4WnfrEZT#

“กัมพูชา” เปิดทางลัดเกษตรสู่จีนผ่านลาว!! เส้นทางใหม่ กัมพูชา–ลาว–จีน เริ่มแล้ว ทุเรียนกัมพูชาล็อตแรกออกเดินทางสู่จีนผ่านลาว ลดเวลาขนส่งจาก 20 วันเหลือ 7 วัน ส่งทุเรียนสดนำร่อง หวังยกระดับตลาดเกษตรโดยตรง

กัมพูชาเปิดเส้นทางขนส่ง 'สินค้าเกษตร' ทางบกสู่จีน ผ่านทางลาว

คิมฟีนัน ปลัดและโฆษกกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของกัมพูชาเผยว่ากัมพูชาได้เปิดเส้นทางส่งออกสินค้าเกษตรทางบกไปยังจีนผ่านลาวเป็นครั้งแรก โดยรถบรรทุกที่บรรทุกทุเรียนสดจำนวน 4 ตู้คอนเทนเนอร์ได้ออกเดินทางจากกัมพูชาไปยังจีนผ่านลาวแล้ว เมื่อวันจันทร์ (22 มิ.ย.)

เส้นทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดระยะเวลาขนส่งเหลือเพียง 1 สัปดาห์ จากเดิม 15-20 วัน แต่ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของสินค้าเกษตรกัมพูชา และเกื้อหนุนการส่งออกสินค้าเกษตรของกัมพูชา เช่น ข้าว ทุเรียน กล้วยหอมทอง มะม่วง มะพร้าว และลำไยไพลินไปยังตลาดจีนโดยตรง

ที่มา : Xinhua

อาจารย์อักษรศรี ไขข้อข้องใจ ฮุนเซน ไปจีน ในฐานะอะไร? ‘ฮุนเซน’ เยือนจีนฐานะผู้นำพรรค CPP ไม่ใช่ผู้นำประเทศ ปักกิ่งทริปนี้ไม่ใช่โชว์อำนาจรัฐ แต่เป็นการเดินสายสัมพันธ์พรรคการเมือง จับตาความสัมพันธ์พรรคต่อพรรค

ข้อเท็จจริง #ฮุนเซน เยือนปักกิ่งในฐานะอะไร ? ใครเชิญ ? 

1)  ไม่ใช่การเยือนในฐานะผู้นำประเทศ แต่เยือนในฐานะผู้นำพรรคการเมือง ฮุนเซนเป็นประธานพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) และประธานวุฒิสภากัมพูชา (จึงไม่มีพิธีสวนสนามต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่กลางกรุงปักกิ่งใดๆ ให้อังเคิลเอามาโพสต์ออกสื่อ show off อวดชาวโลกหรือใช้อวดบรัฟ bluff ข่มชาวไทย )

2) ไม่ใช่การเยือนตามคำเชิญรัฐบาลจีน แต่เป็นคำเชิญของฝ่ายวิเทศฯ  พรรคคอมมิวนิสต์จีน (Communist Party of China - CPC) นั่นคือ ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์แห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (IL團CPC) เป็นหน่วยงานหลักในการออกประกาศเชิญและประสานงานต้อนรับ

การเยือนครั้งนี้ จึงเป็นความสัมพันธ์แบบพรรคต่อพรรค (party to party) ไม่ใช่ระดับรัฐ

3)  ฝ่ายจีนที่มารอต้อนรับฮุนเซนที่สนามบินไม่ใช่ผู้ใหญ่ระดับสูงในรัฐบาลจีน แต่ส่งหลิว ไห่ซิง (Liu Haixing): รัฐมนตรีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์แห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) มารอรับ

FYI วันนี้ 26 มิย มีการเยือนระดับรัฐในกรุงปักกิ่ง คือ นายกรัฐมนตรีบังคลาเทศ ดังนั้น  ผู้นำระดับรัฐบาลตัวจริงที่เข้าพบหารือกับ ปธน. สีจิ้นผิง ในวันนี้ คือ นายกฯ บังคลาเทศ (ส่วนคนอื่น คือ คิวแทรกวิ่งเต้นขอมาเยือนจีน )

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10239017332825233&id=1037140385&rdid=tM7SEKPBzBZXv3gd#

ฮอร์มุซยังล็อกเกมเดือด!! นักวิชาการชี้ สหรัฐฯ–อิสราเอลยืดกำลังเกินตัว ขณะอิหร่านชนะได้ด้วยการไม่ถอย ‘ดร.เกร็ก ไซมอนส์’ เตือนวอชิงตันไม่พร้อมเปิดสงครามใหญ่ เหตุเสี่ยงกระทบการเมืองในประเทศ

บันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างอิหร่าน–สหรัฐฯ ไม่ได้ถูกมองโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าเป็นข้อตกลงหยุดยิง อีกทั้งทั้งสองฝ่ายยังมีรูปแบบพฤติกรรมที่มักละเมิดข้อตกลงพักรบอยู่แล้ว ดร.เกร็ก ไซมอนส์ ศาสตราจารย์ด้านวารสารศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Daffodil International University กล่าวกับสำนักข่าว Sputnik

“พวกเขาละเมิดเงื่อนไข แล้วโยนความผิดให้อีกฝ่าย” ดร.เกร็ก ไซมอนส์ กล่าว “เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่เหนือความคาดหมาย นี่คือวิธีที่พวกเขาปฏิบัติ”

กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน 10 จุด ทั้งในและรอบช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมอ้างว่าโดรนอิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน Kiku ซึ่งชักธงปานามา เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์

กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประณามการโจมตีของสหรัฐฯ ทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการละเมิดข้อตกลง ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ IRGC ระบุว่า การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านมุ่งเป้าไปยังฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ในคูเวต และฐานทัพเรือของสหรัฐฯ ในบาห์เรน

“ไอน์สไตน์เคยกล่าวไว้ว่า การทำสิ่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่คาดหวังผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป คือสัญญาณของความวิกลจริต” ไซมอนส์กล่าว ขณะให้ความเห็นต่อปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ
นักวิเคราะห์รายนี้ระบุว่า ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลไม่มีศักยภาพทางทหารเพียงพอที่จะทำลายภาวะชะงักงันรอบช่องแคบฮอร์มุซได้ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่มีกำลังภาคพื้นดินจำนวนมากในภูมิภาค ซึ่งจำเป็นต่อปฏิบัติการในระดับดังกล่าว

ในทางกลับกัน อิหร่านจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเพียงแค่ “รักษาภาวะทางตัน” และไม่ยอมอ่อนข้อ ตามความเห็นของไซมอนส์

ขณะเดียวกัน วอชิงตันเองก็ไม่ต้องการยกระดับความขัดแย้งให้ลุกลามเป็นสงครามขนาดใหญ่ เพราะอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสถานะทางการเมืองภายในประเทศ ในภาพรวม ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลต่างก็กำลังถูกยืดขยายกำลังมากเกินไป

“สหรัฐฯ คือจักรวรรดิที่กำลังเสื่อมถอย กองทัพของพวกเขากำลังอ่อนแรงลง หากเกิดสงครามที่กว้างขึ้น นั่นจะยิ่งเร่งการล่มสลายของ Pax Americana ให้เร็วขึ้น” ไซมอนส์สรุป

ที่มา : Sputnik

คืนที่โหดร้ายนักเตะโสมขาว!! ทีมแตก แฟนบอลไม่ต้อนรับ เกาหลีใต้จบที่ 3 กลุ่ม A บอลโลก 2026 ประธานาธิบดีจี้สอบ KFA หลังทีมตกรอบแบ่งกลุ่ม หลังตกรอบบอลโลกและโค้ชยกทีมประกาศลาออก

ต่างคนต่างไป ทีมเกาหลีใต้เร่ร่อนไม่กลับบ้าน หลังศึกบอลโลก

โชซน สื่อเกาหลีใต้รายงาน (29 มิ.ย.) ทีมฟุตบอลเกาหลีใต้กำลังเดินทางออกจากเม็กซิโกเพื่อบินกลับบ้านที่อินชอน หลังจากตกรอบแบ่งกลุ่มในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 หัวหน้าโค้ช ฮง มยอง-โบ ลาออก และการเดินทางกลับของทีมจะไม่มีงานต้อนรับอย่างเป็นทางการหรือพิธีต้อนรับแฟนบอลที่สนามบินใดๆ นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ ปี 2002 ปึที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก กับญี่ปุ่น
เกาหลีใต้จบอันดับที่สามในกลุ่ม A หลังจากชนะสาธารณรัฐเช็ก 2-1 แพ้เม็กซิโก 1-0 และแพ้แอฟริกาใต้ 1-0

รายละเอียดการเดินทาง: กลุ่มหลัก—ประกอบด้วยโค้ช ทีมงาน และผู้เล่น 8 คน (รวมถึง โจ ฮยอน-อู, คิม มิน-แจ, ฮวาง อิน-บอม, ฮวาง ฮี-ชาน, แบ็ก ซึง-โฮ, คิม มุน-ฮวาน, ลี คัง-อิน และ ซอล ยอง-อู)—ออกจากฐานที่ตั้งในกัวดาลาฮาราเพื่อเดินทางกลับผ่านสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ หัวหน้าโค้ช ฮง มยอง-โบ ก็ประกาศลาออก พร้อมผู้บริหารระดับสูงและสมาชิกทีมงานโค้ชอีก 8 คน
ทีวีบางช่องในเกาหลีใต้ ยังเจตนาเบลอหน้า ฮง มยองโบ ตอนสัมภาษณ์ในเวิร์ลคัพ
ยกเลิกเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เป็นเที่ยวบินแยก เนื่องจากทีมต้องออกจากการแข่งขันก่อนกำหนดและเกิดความผิดหวังอย่างมากจากสาธารณชน ผู้เล่นและทีมงานจะขอแยกกันขึ้นเครื่องบินเพื่อกลับแยกย้ายไปยังสโมสรของตนแทนที่จะกลับประเทศพร้อมกัน

ด้านการตอบสนองของ KFA สมาคมฟุตบอลเกาหลี (KFA) ประกาศว่าจะไม่มีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับกลับบ้าน ไม่มีพิธีต้อนรับฯ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติอย่างมากจากธรรมเนียมปฏิบัติ
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีอี แจ มยอง ยังเป็นตัวเปิด ออกประณามการตกรอบของทีมอย่างเปิดเผยว่าเป็น "สิ่งที่ยอมรับไม่ได้" และ "งงในงง งงงงงวยอย่างยิ่ง" สั่งให้กระทรวงกีฬาทำการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อสมาคมฟุตบอลเกาหลี (KFA)

ที่มา : https://www.facebook.com/100063674585845/posts/1612575597541578/?rdid=tUWBvy17kBvGtXkW#

“จีน” ล็อกคอห่วงโซ่กลาโหม “ญี่ปุ่น”!! ขึ้นบัญชีดำหน่วยงานกลาโหมญี่ปุ่น ยกระดับคุมส่งออกสินค้า Dual-use ตอบโต้โตเกียวหนุนทหาร ย้ำบริษัทปกติไม่ต้องกังวล

วันนี้ (29 มิ.ย.69) กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศขึ้น "บัญชีดำ" สถาบันวิจัยด้านกลาโหมของรัฐบาลญี่ปุ่น 4 แห่ง พร้อมเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นใน "มาตรการควบคุมการส่งออก" ต่อหน่วยงานญี่ปุ่นอีกหลายสิบแห่ง โดยนับเป็นการยกระดับมาตรการที่ใช้มาหลายเดือนเพื่อจำกัดญี่ปุ่นในการเข้าถึงสินค้าประเภทใช้ได้สองทางทั้งทางพลเรือน และการทหาร (dual-use goods) ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากจีน

กระทรวงพาณิชย์จีนได้เพิ่มหน่วยงาน 20 แห่ง เข้าสู่ "บัญชีควบคุมการส่งออก" ซึ่งรวมถึงสถาบันแห่งชาติเพื่อการวิจัยด้านกลาโหม และบรรดาสถาบันวิจัยระบบการรบภาคพื้นดิน ทางเรือ และทางอากาศ ตลอดจนหน่วยงานหลายแห่งภายใต้บริษัท Mitsubishi Electric และ Mitsubishi Heavy Industries ที่เป็นผู้ผลิตด้านยุทโธปกรณ์

ผู้ส่งออกภายในจีนเองรวมไปถึงนิติบุคคล และบุคคลชาวต่างประเทศในจีน จะไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายโอนสินค้าประเภทใช้ได้สองทางที่มีแหล่งกำเนิดจากจีนให้แก่หน่วยงานที่ถูกขึ้นบัญชี พร้อมระบุว่ากิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ทั้งหมด "จะต้องยุติลงทันที"

นอกจากการขึ้นบัญชีควบคุมการส่งออกแล้ว จีนยังเพิ่มรายชื่อหน่วยงานอีก 20 แห่งเข้าสู่ "บัญชีเฝ้าระวัง" ซึ่งรวมถึงบริษัทต่อเรือ Mitsui E&S Co., บริษัทผู้ผลิตโดรน Terra Drone Corporation, บริษัทแปรรูปเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และหน่วยงานของบริษัท OKI Electric Industry โดยการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องจะต้องผ่านการตรวจสอบใบอนุญาตที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า จะใช้มาตรการตรวจสอบผู้ใช้งานปลายทาง (end-user) และวัตถุประสงค์การใช้งานปลายทาง (end-use) อย่างเข้มงวดกับหน่วยงานที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง และจะไม่อนุมัติการส่งออกใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานทางทหารของญี่ปุ่น การใช้งานทางทหาร หรือการใช้งานใดๆ ที่อาจช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถด้านกลาโหมของญี่ปุ่น

มาตรการดังกล่าวถือเป็นการยกระดับครั้งล่าสุดในการเคลื่อนไหวของจีนที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนม.ค.2026 ซึ่งในเวลานั้นจีนได้สั่งห้ามการส่งออกสินค้าประเภทใช้ได้สองทางให้แก่ผู้ใช้งานทางทหารของญี่ปุ่น และในเดือนก.พ. จีนได้เพิ่มบริษัท 20 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทลูกของ Mitsubishi Heavy Industries, IHI Corp. และ Kawasaki Heavy Industries เข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออก และยังเพิ่มบริษัทอีก 20 แห่ง รวมถึง Subaru Corp., TDK Corp. และ FUJI Aerospace Technology เข้าสู่บัญชีเฝ้าระวัง
ทางการจีนเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลโตเกียวมากขึ้น หลังจากนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวเมื่อเดือนพ.ย. 2025 ว่า หากจีนโจมตีไต้หวัน ญี่ปุ่นอาจใช้กำลังทหารตอบโต้ ซึ่งทำให้รัฐบาลปักกิ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า นับตั้งแต่การขึ้นบัญชีเมื่อเดือนก.พ. ญี่ปุ่นไม่ได้แสดงความสำนึกต่อการกระทำของตน แต่กลับเร่งเดินหน้าในสิ่งที่จีนเรียกว่าเป็น "ลัทธิทหารแบบใหม่" (new-style militarism) ซึ่งรวมถึงการติดตั้งอาวุธเชิงรุก และการยิงขีปนาวุธนอกประเทศ
โฆษกของจีนยังเรียกร้องให้ญี่ปุ่น "หันกลับจากเส้นทางที่ผิด" พร้อมยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างสองประเทศที่ดำเนินไปตามปกติ และบริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย "ไม่มีเหตุผลที่จะต้องกังวล"

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประกาศมาตรการดังกล่าว ราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องมีความเคลื่อนไหวทั้งบวก และลบผสานกันไป โดยหุ้น Mitsubishi Electric ปรับตัวลดลงประมาณ 1% ขณะที่หุ้น Mitsubishi Heavy Industries ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.9%

ที่มา: CNBC // https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1240640?anf=


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top