Thursday, 13 August 2026
World

Yili Group เดินหน้าสร้างระบบนิเวศ เปิดงานประชุมนมโลก 2569 ฮูฮอตได้รับเกียรติเมืองหลวงนมโลก เน้นเทคโนโลยีและความร่วมมือ เปิดตัวศูนย์ข้อมูลและนวัตกรรมใหม่

Yili Group เดินหน้านวัตกรรมและความร่วมมือสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมนมโลกอย่างยั่งยืน
ในการประชุมนมโลก ประจำปี 2569

การประชุมนมโลก (World Dairy Congress) ประจำปี 2569 ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ เมืองฮูฮอต เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน งานนี้มี Yili Group เป็นผู้จัดในธีม Technology-driven, Partnership Oriented, Co-building a Sustainable Global Dairy Ecosystem (ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี มุ่งกระชับความร่วมมือ สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมนมโลกอย่างยั่งยืน) ถือเป็นเวทีระดับโลกที่รวบรวมผู้นำจากสมาคมการค้านานาชาติ นักวิชาการ และผู้บริหารระดับสูงตลอดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมนมทั่วโลก

ฮูฮอตขึ้นแท่นเมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมโลกอย่างเป็นทางการ

ในพิธีเปิดการประชุม สหพันธ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารนานาชาติ (IUFoST) ได้มอบป้ายประกาศเกียรติคุณและรางวัลที่ระลึก เพื่อรับรองให้เมืองฮูฮอตดำรงตำแหน่ง World Dairy Capital หรือเมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมโลก อย่างเป็นทางการ

ดร.ภาวิณี ชินะโชติ ประธานบริหาร IUFoST กล่าวในพิธีเปิดว่า การมอบตำแหน่งดังกล่าวถือเป็นสัญญาณแห่งความสำเร็จที่สะท้อนความมุ่งมั่นทุ่มเทของเมืองฮูฮอตในการยกระดับอุตสาหกรรมนม พร้อมกล่าวเสริมว่า รางวัลอันทรงเกียรตินี้ยังมุ่งหวังให้เป็นแรงขับเคลื่อนแก่องค์กรระดับแถวหน้าอย่าง Yili Group ในการร่วมยกระดับภาคอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพในระดับสากล ตลอดจนเร่งสร้างอนาคตที่เข้มแข็งด้วยความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและการเติบโตร่วมกัน

สร้างสรรค์มูลค่าร่วม ผสานพลังเติบโตเคียงคู่กัน

ภายในงานนี้ Pan Gang ประธานกรรมการและประธานบริหาร Yili Group ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Shared Value, Mutual Harmony, Building a New Global Dairy Ecosystem (สร้างสรรค์มูลค่าร่วม ผสานพลังเติบโตเคียงคู่กัน ขับเคลื่อนระบบนิเวศอุตสาหกรรมนมโลกยุคใหม่)

ปัจจุบัน โลกปรากฏให้เห็นปัญหาท้าทายมากมาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ย้ายทิศทาง Pan Gang ได้ฉายภาพวิสัยทัศน์ของ Yili โดยเน้นย้ำว่า พันธกิจของนมหนึ่งแก้วไม่ได้หยุดอยู่เพียงการมอบโภชนาการ แต่คือการบรรลุเป้าหมาย World Integrally Sharing Health หรือการสร้างสุขภาวะที่ดีร่วมกันของคนทั่วโลก พร้อมนำเสนอทางออกในแบบฉบับของจีนท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม ด้วยการผนึกกำลังพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อกรุยทางสู่เส้นทางใหม่ในการสร้างมูลค่าและการเติบโตร่วมกัน

Pan Gang ระบุว่า นวัตกรรมที่แท้จริงต้องไม่โดดเดี่ยวเหมือนเกาะกลางทะเล แต่ต้องเชื่อมโยงกันดั่งผืนแผ่นดิน โดย Yili ได้รวบรวมองค์ความรู้จากทั่วทุกมุมโลกเพื่อร้อยเรียงเป็นเครือข่ายนวัตกรรมที่เข้มแข็ง ขณะเดียวกันในมิติด้านดิจิทัล เขาเปรียบว่าเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะไม่ใช่การแสดงเดี่ยว หากแต่เป็นการเล่นบรรเลงวงซิมโฟนีร่วมกันตลอดห่วงโซ่ ซึ่ง Yili กำลังเร่งบูรณาการทั้งในแนวตั้งและแนวราบเพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ก่อนจะกล่าวเชิญชวนพันธมิตรทั่วโลกร่วมออกเดินทางบนเส้นทางแห่งการสร้างมูลค่าและการเติบโตร่วมกัน เพื่อนำศักยภาพของอุตสาหกรรมนมมาเป็นรากฐานในการยกระดับสุขภาพและสุขภาวะของมวลมนุษยชาติ

เปิดตัวนวัตกรรมเปลี่ยนโลก
พิธีเปิดงานในครั้งนี้ยังได้มีการเปิดตัวศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะด้านอุตสาหกรรมนมแห่งประเทศจีน หรือ China (Global) Dairy Data Intelligent Hub และคลังชุดข้อมูลคุณภาพสูงแห่งอุตสาหกรรมนมโลก หรือ Global Dairy High-Quality Datasets Factory อย่างเป็นทางการด้วย

พร้อมกันนี้ ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งชาติเพื่ออุตสาหกรรมนมแห่งประเทศจีน (NTICD) ยังได้เปิดตัว 10 สุดยอดผลงานนวัตกรรมแห่งปี 2569 ซึ่งครอบคลุมสายงานสำคัญ ตั้งแต่เทคโนโลยีการพัฒนาสายพันธุ์โคนม การลดและใช้วัตถุดิบทดแทนในอาหารสัตว์ การวิจัยโพรไบโอติกในนมแม่ การผลิตแลกโตเฟอร์รินเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ระบบตรวจวัดอัจฉริยะแบบครบวงจร ไปจนถึงเทคโนโลยีรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูง ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนมทั่วโลกให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ที่มา: Yili Group

จีนเปิดตัวเวทีนิวเคลียร์โอลิมปิกสุดปัง!! นักเรียนจีนคว้า 1 ทอง 3 เงิน กวาดเหรียญ INSO ครั้งที่ 3 ศึกวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์โอลิมปิกโลก เข้าร่วมครั้งแรกก็ผงาดกลุ่มนำ

ทัพนักเรียนมัธยมจีนคว้า 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน การแข่งขันวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ

ทัพนักเรียนจีนคว้า 1 เหรียญทอง และ 3 เหรียญเงิน ในการแข่งขันวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ (INSO) ครั้งที่ 3 ณ เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันเสาร์ (8 ส.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเข้าร่วมแข่งขันรายการนี้เป็นครั้งแรกของจีน

ทีมตัวแทนจีนซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 4 คน ทำผลงานติดอันดับกลุ่มประเทศที่สร้างผลงานได้ดีที่สุด โดยการแข่งขันดังกล่าวซึ่งกินระยะเวลา 8 วันครั้งนี้ มีทีมตัวแทนจาก 19 ประเทศเข้าร่วมการสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยเนื้อหาครอบคลุมทั้งด้านฟิสิกส์นิวเคลียร์ การป้องกันรังสี และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ เป็นต้น

ตาลาล อัลราชิดี (Talal Alrashidi) ตัวแทนคณะกรรมการจัดงาน ได้ต้อนรับการเข้าร่วมของทีมชาติจีน โดยระบุว่านักเรียนจากจีนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณอันดีงามของเยาวชนจีน

หลิวซือฉี ผู้ได้รับเหรียญทอง ซึ่งเป็นนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมศึกษาปักกิ่ง หมายเลข 80 วิทยาเขตวั่งจิง กล่าวว่าการได้ร่วมแข่งขันกับเยาวชนที่โดดเด่นจากทั่วโลกนั้น ช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่นของตนในการตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและสร้างความสำเร็จขั้นใหม่ทางวิทยาศาสตร์

หวังเผิง หัวหน้าคณะผู้แทนจีน รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมนิวเคลียร์แห่งประเทศจีน (CINIS) และประธานสำนักพิมพ์พลังงานปรมาณูแห่งประเทศจีน (China Atomic Energy Press) กล่าวว่า สถาบันฯ จะเดินหน้าส่งเสริมความรู้ด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ให้แพร่หลายต่อไป และสนับสนุนให้เยาวชนที่มีศักยภาพเข้ามาเรียนรู้ เข้าใจ และมีส่วนร่วมในด้านนิวเคลียร์มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การแข่งขันวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ริเริ่มขึ้นในปี 2024 โดยได้รับการสนับสนุนจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ถือเป็นการแข่งขันโอลิมปิกสำหรับเยาวชนรายการแรกของโลกที่จัดขึ้นเพื่อวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์โดยเฉพาะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นความสนใจของเยาวชนในสาขานี้ และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนในระดับนานาชาติ

(แฟ้มภาพซินหัว : หลิวซือฉี (คนที่ 2 จากซ้าย) เจ้าของเหรียญทองการแข่งขันวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ (INSO) ครั้งที่ 3 พร้อมด้วย หวังหยวนฝู (คนแรกจากขวา) ซุนหรงเจ๋อ (คนแรกจากซ้าย) และจางอวี่เซวียน (คนที่ 2 จากขวา) ผู้คว้าเหรียญเงิน ซึ่งทั้งหมดเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาจากกรุงปักกิ่งของจีน ถ่ายภาพหมู่พร้อมเหรียญรางวัล ณ เมืองเจดดาห์ของซาอุดีอาระเบีย วันที่ 8 ส.ค. 2026)

ที่มา : Xinhua

‘ทรัมป์’ เชื่ออิหร่าน “ไม่มีเงินแล้ว”!! 51 ปีแห่งพฤติกรรมเลวร้าย ค่าเงินเรียลร่วงหนักมาก เศรษฐกิจอิหร่านกำลังถดถอย แรงกดดันจะบีบให้ยอมจำนน

“51 ปีแห่งพฤติกรรมที่เลวร้าย!”

ทรัมป์โพสต์ภาพตอกย้ำว่า “อิหร่านไม่มีเงินแล้ว” พร้อมชี้ให้เห็นค่าเงินเรียลที่ร่วงลงอย่างหนัก อิหร่านกำลังมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ และทรัมป์ยังคงมั่นใจว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจจะบีบให้เตหะรานต้องยอมจำนน เพื่อแลกกับการฟื้นตลาดน้ำมันและเงินของตัวเองกลับคืนมา

อเมริกาจะชนะ อิหร่านจะยอมจำนนเพราะไม่มีเงิน... แต่คำถามคือ มันจะง่ายขนาดนั้นจริงหรือ?

ชนชาติเปอร์เซียผ่านสงคราม การคว่ำบาตร และวิกฤติมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ยังคงยืนหยัดมาจนถึงวันนี้ ขณะที่อิหร่านภายใต้การคว่ำบาตรมานานหลายทศวรรษ ยังสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมทางทหารของตัวเองขึ้นมาจนอยู่ในแถวหน้าของภูมิภาค โดยเฉพาะขีปนาวุธและโดรน ซึ่งส่วนใหญ่พัฒนาขึ้นจากศักยภาพภายในประเทศ มากกว่าการพึ่งพาอาวุธจากต่างชาติ

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1369780498643640/?rdid=T4oECxZhGha5Te2C#

“คุกเข่า” กลายเป็นประเด็นร้อนจีน!! ท่าคุกเข่าเดียวกัน แต่ความหมายต่างกัน โซเชียลจีนถกสนั่น “คุกเข่า” แบบไหนคือความเคารพ แบบไหนคือการลดศักดิ์ศรี

ท่าคุกเข่าที่มีความหมายต่างกัน

ภาพ-1 ต่ง ชิง พิธีกร สถานีโทรทัศน์กลาง (CCTV) คุกเข่าสัมภาษณ์ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการกู้ภัย ชาวเน็ตชื่นชมว่าสมเหตุสมผล

ภาพ-2 เฉิน สวน พิธีกรสถานีวิทยุและโทรทัศน์เซี่ยงไฮ้คุกเข่าสัมภาษณ์ทีมสร้างหนัง “The Odyssey” ชาวเน็ตจีนพากันประณามว่า ดูเหมือนเป็นทาสหรือคนรับใช้ นับเป็นประเด็นร้อนของสังคมออนไลน์จีนเมื่อเร็วๆ นี้

ที่มา : https://www.facebook.com/100059463224161/posts/1402773488381412/?rdid=SRpaCnaS7mhBXHNb#

ซาอุ-ตุรกี- ปากีสถาน “ข้อตกลงป้องกันร่วมมักกะฮ์” ข้อตกลงใหม่สั่นสะเทือนโลกอิสลาม พันธมิตร 3 ชาติประกาศป้องกันร่วม เสริมแกร่งทุน-นิวเคลียร์-กองทัพ ท้าทายร่มคุ้มกันสหรัฐฯและพันธมิตรตะวันตก

"ข้อตกลงป้องกันร่วมมักกะฮ์" – “Islamic NATO” กับจุดเปลี่ยนดุลอำนาจและการก่อตัวของความมั่นคงรูปแบบใหม่ในโลกอิสลาม?

การลงนามในข้อตกลงป้องกันร่วมมักกะฮ์ (Mecca Joint Defense Agreement) เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ณ นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยสามผู้นำ ได้แก่ เจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน (มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย), ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน (ตุรกี) และ นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ (ปากีสถาน) ถือเป็นหมุดหมายทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งสำคัญที่สั่นสะเทือนระเบียบความมั่นคงเดิมในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียใต้

1. สาระสำคัญและโครงสร้าง "การป้องกันร่วม" (Collective Security)
ประเด็นที่สร้างความตื่นตระหนกให้แก่แวดวงการทูตและหน่วยงานความมั่นคงทั่วโลก คือการระบุข้อความที่กำหนดว่า "การโจมตีด้วยกำลังอุปสรรคหรือกำลังทหารต่อประเทศใดประเทศหนึ่งในสามประเทศ ให้ถือเป็นการโจมตีต่อทั้งสามประเทศ" ซึ่งมีลักษณะโครงสร้างคล้ายคลึงกับ มาตรา 5 (Article 5) ของ #องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO)
ข้อตกลงนี้นับเป็นการยกระดับจากความร่วมมือระดับทวิภาคีเดิม (เช่น ข้อตกลงตั้งฐานทัพและซ้อมรบทางอากาศระหว่างซาอุฯ-ปากีสถานเมื่อช่วงต้นปี) ไปสู่การสร้าง "กลไกความมั่นคงร่วมเชิงพหุภาคี" ที่มีสถาบันทางศาสนาและดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างมักกะฮ์เป็นศูนย์กลางเชิงสัญลักษณ์

2. สมการความมั่นคงสามประสาน: เงิน – นิวเคลียร์ – กำลังทหาร
ความร่วมมือของทั้งสามประเทศเป็นการเติมเต็มช่องว่างด้านความมั่นคงที่โดดเด่นที่สุดในโลกอิสลาม:
#ซาอุดีอาระเบีย (ขั้วทุน): ผู้สนับสนุนงบประมาณและเงินทุนมหาศาล พร้อมทั้งเป็นศูนย์กลางจิตวิญญาณของโลกซุนนี
#ปากีสถาน (ขั้วป้องปรามนิวเคลียร์): ประเทศเดียวในโลกอิสลามที่มีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครอง ซึ่งทำหน้าที่ขยาย "ร่มนิวเคลียร์" (Nuclear Umbrella) เชิงจิตวิทยามายังคาบสมุทรอาหรับ (แม้ในข้อตกลงจะระบุชัดเจนว่าไม่มีการแบ่งปันหรือย้ายกำลังนิวเคลียร์ออกนอกประเทศก็ตาม)
#ตุรกี (ขั้วกำลังทหารและเทคโนโลยี): สมาชิก NATO ที่มีขนาดกองทัพใหญ่เป็นอันดับสอง รองจากสหรัฐฯ มีประสบการณ์จัดยุทโธปกรณ์ระดับมาตรฐาน NATO และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีโดรน/สงครามสมัยใหม่

3. ปัจจัยเร่ง: วิกฤตความเชื่อมั่นต่อ "ร่มคุ้มกันของสหรัฐฯ"
ชนวนเหตุสำคัญที่บีบให้ประเทศเหล่านี้ต้องสร้างแกนความมั่นคงใหม่ มาจากการเปราะบางของนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ โดยเฉพาะหลังจากเหตุปะทะทางทหารกับอิหร่านเมื่อช่วงต้นปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ทำให้ซาอุดีอาระเบียตระหนักว่า "การพึ่งพาความคุ้มครองจากมหาอำนาจนอกภูมิภาคเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูง"
ยุทธศาสตร์ระยะยาวของข้อตกลงนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณเปิดหน้าว่า กลุ่มประเทศอิสลามต้องการสร้าง "สถาปัตยกรรมความมั่นคงที่นำโดยชาติในภูมิภาคเอง" (Self-reliant Regional Security Architecture) เพื่อลดการพึ่งพาวอชิงตัน

4. ผลกระทบสะเทือนวงกว้าง (Domino Effect)
-อินเดีย (ตื่นตระหนกสูงสุด): มองว่าข้อตกลงนี้เป็นภัยคุกคามโดยตรง เนื่องจากปากีสถานได้พันธมิตรที่มีทั้งงบประมาณ (ซาอุฯ) และเทคโนโลยีโดรน (ตุรกี) เสริมทัพ อีกทั้งอาจโดนกดดันในเวที OIC ประเด็นแคชเมียร์
-อิสราเอล (ดุลอำนาจเปลี่ยน): ความหวังในการผลักดันข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุฯ ต้องหยุดชะงักลงทันที นอกจากนี้ยังเสียเปรียบเชิงจิตวิทยาจากการที่ปากีสถานขยายร่มป้องปรามครอบคลุมซาอุฯ
-สหรัฐอเมริกา (วางตัวเงียบสงบ/ถูกมองข้าม): ยุทธศาสตร์การควบคุมตะวันออกกลางผ่านการจับคู่กดดันอิหร่านถูกสั่นคลอน อิทธิพลของสหรัฐฯ ในฐานะ "ผู้รับประกันความมั่นคงรายเดียว" (Sole Security Guarantor) ถูกลดบทบาทลง
-รัสเซีย & จีน (มองเป็นโอกาส): รัสเซียมีท่าทีตอบรับเชิงบวกเพราะช่วยสลายการรวมตัวของกลุ่มพันธมิตรตะวันตก ขณะที่จีนสามารถใช้ประโยชน์จากเสถียรภาพใหม่นี้ในการขยายโครงการ Belt and Road (BRI)

#ข้อตกลงป้องกันร่วมมักกะฮ์ ไม่ได้เป็นเพียงเอกสารความร่วมมือทางทหารธรรมดา แต่เป็น "ปฏิญญาทางการเมือง" ที่ประกาศให้โลกรับรู้ว่า มหาอำนาจในโลกอิสลามพร้อมจะกำหนดชะตากรรมความมั่นคงของตนเองโดยไม่รอความช่วยเหลือจากชาติตะวันตก

แม้ในทางปฏิบัติ ความท้าทายเรื่องความขัดแย้งด้านผลประโยชน์เฉพาะตัวของแต่ละประเทศ (ซาอุฯ กังวลเรื่องอิหร่าน, ปากีสถาน กังวลเรื่องอินเดีย, ตุรกี กังวลเรื่องบทบาทในเมดิเตอร์เรเนียนและอิสราเอล) อาจเป็นบททดสอบความแน่นแฟ้นในระยะยาว แต่การเกิดขึ้นของ "พันธมิตรสามประสานมักกะฮ์" ได้เปลี่ยนฉากทัศน์ภูมิรัฐศาสตร์โลกไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

ที่มา : https://www.facebook.com/100075826461941/posts/1064602409410631/?rdid=0KvHTsO9UcxKjLxE#

ปักกิ่งแห่งที่ 2 เมืองหลวงอนาคต!! เปิดเดินรถไฟความเร็วสูงสายใหม่ สงอันเป็นเมืองใหม่ห่างปักกิ่ง 105 กม. ลดความแออัดกรุงปักกิ่งด้วยเมืองใหม่ ก่อสร้างเริ่ม 2017 พร้อมขยายระบบรางหลายเส้น

เมืองหลวงที่ 2 ของจีน

วันที่ 7 สิงหาคม 2026 มีการทดลองเดินรถไฟความเร็วสูงสายสงอัน-ซ่างฉิว ช่วงเหอเป่ย

กรุงปักกิ่งมีประชากรกว่า 20 ล้านคน จีนตัดสินใจสร้างเมืองใหม่สงอัน(雄安)ในเขตชนบทที่ห่างจากกรุงปักกิ่ง 105 กิโลเมตร เพื่อย้ายประชากรและหน่วยงานของรัฐส่วนหนึ่งไปเมืองใหม่ แก้ปัญหาความหนาแน่นของกรุงปักกิ่ง

จีนเริ่มก่อสร้างเมืองใหม่สงอันในปี 2017 โดยมีเป้าหมายสร้างเมืองแห่งอนาคต ปี 2020 ก็มีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อกรุงปักกิ่งกับเมืองใหม่สงอันแล้ว และกำลังก่อสร้างรถไฟความเร็วอีกหลายเส้นทางซึ่งบางสายใกล้เสร็จและจะเปิดใช้งานในไม่ช้านี้

ที่มา : https://www.facebook.com/100059463224161/posts/1403530481639046/?rdid=we4BVD6uFSxzHtpP#

‘โจชัว หว่อง’ ยอมจำนนต่อคดี!! นักเคลื่อนไหวฮ่องกงเตรียมรับโทษ พ้นคุกหลังถูกคุมขังนานกว่า 5 ปี ศาลนัดรับสารภาพ 2 ก.ย. 66 ความหวังสู้คดีลดน้อยลง

โจชัว หว่อง ยอมจำนนต่อโลกความจริง เตรียมสารภาพคดีความมั่นคง

โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง อยู่ในคุกมาแล้วนานกว่า 5 ปี 7 เดือน ตั้งแต่อายุ 24 จนตอนนี้ 29 ปี ด้วยคดีที่เรียงยาวเป็นหางว่าว และคดีที่โทษหนักหนาที่สุดคือคดีฝ่าฝืนกฎหมายความมั่นคง 2 คดี

เมื่อดูจากปฏิทินศาลสูง มีการระบุชัดเจนว่า 2 กันยายน 2026 เขามีนัดพิจารณาคดีฝ่าฝืนกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติครั้งที่ 2 ทางตุลาการระบุว่าเป็น "การรับสารภาพและพิพากษาโทษ" นอกจากนั้นยังเป็นการนัดเพียงวันเดียวเท่านั้น ทำให้คาดการณ์ได้ว่า โจชัว หว่อง จะรับสารภาพและไม่สู้คดีให้ลากยาว.
ถ้ามองอีกมุม นี่อาจจะไม่ใช่เพียงการรับสารภาพจากใจจริงๆ แต่เป็นการยอมจำนนเพื่อไม่ให้เจ็บตัวหนักขึ้น เพราะโอกาสชนะคดีริบหรี่มาก คดีส่วนใหญ่ถูกพิจารณาโดยผู้พิพากษาที่ถูกเลือกมาโดยเฉพาะจากฝ่ายจีน และไม่มีคณะลูกขุน โอกาสที่นักเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตยจะหลุดคดีหรือศาลยกฟ้องนั้นแทบจะเป็นศูนย์

ฝืนสู้แล้วแพ้จะเจ็บหนักกว่าเดิม ดูอย่างเคสของ จิมมี่ ไล ที่เลือกสู้คดีและปฏิเสธข้อกล่าวหา ผลลัพธ์คือถูกตัดสินจำคุกถึง 20 ปี

ตอนนี้คนฮ่องกงต่างอยู่ในภาวะที่เรียกว่า "ภาวะเหนื่อยล้าทางการเมือง" คือไม่อยากอินการเมืองแล้ว ประท้วงก็เสี่ยงคุก สู้ไปก็ไม่ชนะ ก้มหน้าก้มตาทำงานเพื่อเอาชีวิตรอดดีกว่า

แต่ในมุมกลับกัน กลุ่มคนที่โดนคดีจากการประท้วงเมื่อหลายปีก่อน ทุกวันนี้ยังคงต้องดิ้นรนต่อสู้คดีอยู่อย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางกระแสสังคมที่ค่อยๆ เงียบหายไป มันทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกทอดทิ้งให้สู้เพียงลำพัง

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1646700784126050&set=a.502152101914263

‘ทรัมป์’ ลดแรงกดดัน!! สหรัฐฯ บีบอิหร่านด้วยเศรษฐกิจ ลดโจมตีทางอากาศ เพิ่มคว่ำบาตรหนัก เตหะรานยังไม่ยอมถอย แม้เงินเฟ้อพุ่ง ปัญหาคือความอยู่รอดรัฐบาลอิหร่าน

ทรัมป์กำลังลดบทบาทการโจมตีทางอากาศในอิหร่าน แล้วกลับมาบีบด้วยมาตรการทางด้านเศรษฐกิจอย่างหนักหน่วงแทน เพื่อสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของเตหะรานมากที่สุด โดยหวังจะให้เตหะรานยอมอ่อนข้อ หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อในอิหร่านพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

“พวกเขาไม่มีเงิน อิหร่านถังแตก ถังแตกอย่างสิ้นเชิง” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าววันนี้

ไมค์ วอลทซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานอาจ “กลัว” สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ มากกว่า "พีต เฮกเซธ" รัฐมนตรีกระทรวงสงครามเสียอีก เพราะอิหร่านสามารถทนรับการโจมตีทางทหารได้ แต่สิ่งที่สร้างแรงกดดันอย่างหนักคือค่าเงินที่ทรุดตัวและภาวะเงินเฟ้อที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 80 ปี

แต่การเดิมพันว่าอิหร่านจะยอมถอยเมื่อเศรษฐกิจถูกบีบจนถึงที่สุด มีคำถามสำคัญว่า เตหะรานคิดด้วยตรรกะเดียวกับวอชิงตันหรือไม่

ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา อิหร่านเผชิญทั้งมาตรการคว่ำบาตร การปิดล้อม และค่าเงินที่ดิ่งลงอย่างหนัก แต่รัฐบาลยังไม่ยอมขยับจากเงื่อนไขเดิม เพราะสำหรับผู้นำอิหร่าน เรื่องนี้อาจไม่ใช่เพียงการคำนวณว่าต้นทุนทางเศรษฐกิจคุ้มค่าหรือไม่ แต่เป็นเรื่องของ “ความอยู่รอดของรัฐบาล”

หากเตหะรานเชื่อว่าการยอมถอยหมายถึงจุดจบของรัฐบาล พวกเขาก็อาจยอมรับความเสียหายทางเศรษฐกิจในระดับที่นักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปมองว่าไม่สมเหตุสมผล ขณะที่สหรัฐฯ เองก็มีขีดจำกัดของตัวเอง และประชาชนอเมริกันสามารถสัมผัสต้นทุนของสงครามได้ทุกวันผ่านราคาน้ำมันที่ปั๊ม

ที่มา: The Wall Street Journal, Reuters
https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1370736788548011/?rdid=X8Bm8FYTqPRUewIC#

เซินเจิ้นเข้าสู่โหมด APEC 2026!! เปิดฉากนับถอยหลัง 100 วัน สู่เจ้าภาพประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC 2026 พร้อมติดตั้งป้ายโปรโมตทั่วเมือง หวังดันภาพลักษณ์เมืองเศรษฐกิจ

เซินเจิ้นนับถอยหลัง 100 วัน จัดประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC ปี 2026

เมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน เริ่มนับถอยหลัง 100 วันสู่การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ครั้งที่ 33 เมื่อวันจันทร์ (10 ส.ค.) โดยมีการติดตั้งป้ายโปรโมตขนาดใหญ่ รวมถึงป้ายประดับกลางแจ้งตามจุดต่างๆ อาทิ ศูนย์กีฬา ย่านธุรกิจ และสวนสาธารณะในพื้นที่เมืองเซินเจิ้น
.
ที่มา : Xinhua

อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล

“อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล
ยืนยันจะไม่มีการถอนกำลังออกจาก
เลบานอนตอนใต้ ซีเรีย หรือกาซา
เพราะนี่คือนโยบายของอิสราเอล
และจะดำเนินการต่อไปจนสำเร็จตามประสงค์”

อิสราเอล คัตซ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1372034568418233/?rdid=M9VTRAAZjMGpX52X#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top