Monday, 29 June 2026
World

สหรัฐฯ-อิหร่าน หยุดยิง!! ข้อตกลงนิวเคลียร์ยืดหยุ่น ช่องแคบฮอร์มุซเปิดสัญจรตามเดิม เลบานอนรวมในข้อตกลงภูมิภาค คว่ำบาตรน้ำมันยกเลิกชั่วคราว

รายละเอียดข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน

ประเด็นนิวเคลียร์

อิหร่านให้คำมั่นว่าจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป

อิหร่านเปิดรับแนวทางการลดระดับความเข้มข้นของยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงภายในประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ตรวจสอบจากสหประชาชาติ

มาตรการที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการบรรลุข้อตกลงฉบับที่สองในระยะต่อไป

ช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเล

ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้สัญจรได้โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง

การเดินเรือจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามภายใน 30 วัน

เลบานอน

ข้อตกลงหยุดยิงจะครอบคลุมทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงเลบานอน

มาตรการคว่ำบาตร

ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรภาคน้ำมันเป็นเวลา 60 วัน

การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรจะเพิ่มขึ้น หากอิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงเบื้องต้นและแสดง "ความจริงใจ" ในการเจรจาขั้นต่อไป

ทรัพย์สินที่ถูกอายัด

อิหร่านต้องการให้มีการปล่อยเงินบางส่วนที่ถูกคว่ำบาตรทันทีเมื่อมีการลงนามข้อตกลงเบื้องต้น

แต่สหรัฐฯ ระบุว่า เงินดังกล่าวจะถูกทยอยปล่อยเป็นงวด ๆ

รายละเอียดการหยุดยิง

หยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน

การหยุดยิงมี กาตาร์ และปากีสถาน เป็นผู้ไกล่เกลี่ย

มีความเป็นไปได้ที่จะจัดพิธีลงนามโดย เจดี แวนซ์ (JD Vance) ที่ "นครเจนีวา" ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ข้อตกลงนี้จะใช้ชื่อว่า "ข้อตกลงอิสลามาบัด" (Islamabad Agreement)

ที่มา: Axios

https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1320174293604261/?rdid=8AdPNge1BsR7vdEA#

อิหร่าน–สหรัฐฯ จ่อปิดดีลสันติภาพ!! ข้อตกลง อิหร่าน–สหรัฐฯ คืบหน้า เตรียมให้ UN Security Council รับรองอย่างเป็นทางการ จ่อลงนาม 19 มิ.ย. ที่สวิตเซอร์แลนด์

สำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานโดยอ้างร่างบันทึกความเข้าใจว่า ข้อตกลงฉบับสุดท้ายระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ จะได้รับการรับรองผ่านมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ0

ก่อนหน้านี้ คาเซม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่า บันทึกความเข้าใจระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้จัดทำเสร็จสิ้นแล้ว และจะมีการลงนามในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

Mehr อ้างข้อความในร่างบันทึกความเข้าใจว่า “ข้อตกลงฉบับสุดท้ายจะได้รับการรับรองโดยมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ”

ตามร่างดังกล่าว สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน และจะเคารพอธิปไตยของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

ร่างบันทึกความเข้าใจยังระบุด้วยว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเกิดขึ้นได้ภายใน 30 วัน หลังจากคู่ภาคีลงนามในบันทึกความเข้าใจแล้วเท่านั้น

ที่มา : Sputnik

จีนเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา!! จากเศรษฐศาสตร์–ภาษา สู่ AI–เทคโนโลยี จีนรื้อหลักสูตรมหาวิทยาลัยครั้งใหญ่ ตัดหลักสูตรล้าสมัย 30% เติมสาขาเทคโนโลยี AI กว่า 10,000 สาขา

จีนโละสาขาวิชาตกยุคออก​ 30% และเพิ่มหลักสูตรที่เกี่ยวข้องเทคโนโลยีและ​ AI

การปฏิรูปการศึกษาทั่วโลกเพื่อตอบสนองต่อการมาถึงของยุคเทคโนโลยีใหม่ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในประเทศจีน

ในประเทศจีน มีการยกเลิกสาขาวิชาที่ล้าสมัยกว่า 12,000 สาขาในมหาวิทยาลัย เพื่อให้สอดคล้องกับยุคของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปฏิรูปการศึกษานี้ส่งผลกระทบต่อหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษามากกว่า 30% สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ เศรษฐศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ และภาษาศาสตร์ รวมถึงสาขาวิชามนุษยศาสตร์หลายสาขา (ยกเว้นปรัชญาและประวัติศาสตร์) ถูกตัดออก และแทนที่ด้วยสาขาวิชาใหม่กว่า 10,000 สาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและ AI ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ South China Morning Post

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/194174770388504/permalink/772323379240304/?rdid=KnIt10oAD8g8BCBN#

กาตาร์ชื่นชม MoU สหรัฐ-อิหร่าน!! ข้อตกลงสร้างสันติภาพระหว่างคู่ขัดแย้ง รับรองเสรีภาพเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ ชมความมุ่งมั่นแก้ไขความขัดแย้งผ่านวิธีสันติ สนับสนุนความมั่นคงและความร่วมมือภูมิภาค

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ 15 มิถุนายน 2026

รัฐกาตาร์ขอแสดงความยินดีต่อข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่บรรลุร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ในการจัดการประเด็นปัญหาค้างคาระหว่างทั้งสองประเทศ รวมถึงการรับรองเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยกาตาร์มองว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญสู่การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ

กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ขอชื่นชมความมุ่งมั่นของทั้งฝ่ายสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ยังคงเดินหน้าแก้ไขความขัดแย้งผ่านการเจรจาและแนวทางสันติวิธี พร้อมทั้งขอชื่นชมบทบาทและความพยายามของสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ตลอดจนทุกฝ่ายทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ที่มีส่วนช่วยลดความตึงเครียด สร้างความเข้าใจร่วมกัน และนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงบันทึกความเข้าใจฉบับนี้

กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ขอยืนยันการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อทุกความพยายามและทุกข้อริเริ่มที่มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค รวมถึงการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนผ่านการเจรจาและสันติวิธี ภายใต้หลักการของกฎหมายระหว่างประเทศและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเปิดโอกาสใหม่ด้านความร่วมมือ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรือง ตลอดจนส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในภูมิภาคและประชาคมโลกโดยรวม

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1322644156690608/?rdid=eYC0Nru8VA2KcRHl#

เรซา ปาลาวี ไม่ยอมรับเกมดีลืมหาอำนาจ!! ฝ่ายเรซา ปาห์ลาวีชี้การต่อสู้ของชาวอิหร่านยังดำเนินต่อ ไม่ยอมรับเกมดีลมหาอำนาจ ดีลสันติภาพไม่หยุดแรงต้าน ชี้อนาคตอิหร่านต้องให้ประชาชนกำหนด

"คาเมรอน คานซาริเนีย" (Cameron Khansarinia) หัวหน้าคณะทำงานของ "เรซา ปาห์ลาวี" (Reza Pahlavi) มกุฎราชกุมารแห่งอิหร่านผู้ทรงพลัดถิ่นและประทับอยู่ต่างประ เทศนานกว่า 50 ปี โพสต์ข้อความต่อต้านข้อตกลงสันติภาพของสหรัฐและอิหร่าน

"ไม่ว่าจะมีข้อตกลงหรือไม่ การต่อสู้เพื่อเสรีภาพของชาวอิหร่านจะไม่มีวันยุติ
อนาคตของอิหร่านเป็นเรื่องที่ชาวอิหร่านต้องเป็นผู้กำหนดเอง และพวกเขาจะทำเช่นนั้น
ไม่ว่าจะได้รับความช่วยเหลือหรือไม่ ชาวอิหร่านจะโค่นล้มสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป และเจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี จะนำอิหร่านไปสู่เสรีภาพ"

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1322647050023652/?rdid=Hc9vvHE1nX9lyueR#

ญี่ปุ่น ปรับชื่อกองกำลัง!! เตรียมเปลี่ยนชื่อ ASDF เป็นกองกำลังอวกาศ ขยายกำลังพลอวกาศเพิ่มเป็น 880 นายในปี 26 ความกังวลเพิ่มขึ้นเรื่องขยายกำลังทหาร 'โทโมโกะ' เตือนอวกาศเสี่ยงแข่งอาวุธรุนแรง

โตเกียว, 15 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอาทิตย์ (14 มิ.ย.) นิกเคอิ (Nikkei) สื่อท้องถิ่นญี่ปุ่น รายงานว่ารัฐ

สภาญี่ปุ่นอยู่ระหว่างพิจารณาร่างกฎหมายเปลี่ยนชื่อกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศ (ASDF) เป็น "กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศและอวกาศ" ภายในปีงบประมาณ 2026 เพื่อขยายกรอบงานความมั่นคงสู่ภาคอวกาศ ทว่าแผนการนี้ได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับการขยายกำลังทางทหารภายในญี่ปุ่น

รายงานระบุว่าหากร่างกฎหมายข้างต้นผ่านการอนุมัติ จะถือเป็นการเปลี่ยนชื่อกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการก่อตั้งกองกำลังป้องกันตนเองทางบก ทางทะเล และทางอากาศในปี 1954 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมีจุดประสงค์กำหนดให้ห้วงอวกาศเป็นหนึ่งในขอบเขตปฏิบัติการของกองกำลังป้องกันตนเองอย่างเป็นทางการ และสิ่งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นก้าวสำคัญในการขยายแนวคิดด้านความมั่นคงของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นได้จัดตั้งและขยายหน่วยงานที่อุทิศให้กับปฏิบัติการด้านอวกาศอย่างต่อเนื่อง โดยมีการริเริ่มกองกำลังอวกาศในปี 2020 ด้วยการจัดตั้งฝูงบินปฏิบัติการในอวกาศ ซึ่งในระยะแรกมีบุคลากรราว 20 นาย ต่อมาหน่วยดังกล่าวถูกปรับโครงสร้างเป็นกลุ่มปฏิบัติการอวกาศในปี 2022 และขยายตัวเพิ่มเติมเป็นกองบินปฏิบัติการอวกาศเมื่อเดือนมีนาคม 2026 พร้อมด้วยบุคลากรที่เพิ่มเป็น 670 นาย โดยในช่วงปีงบประมาณ 2026 ญี่ปุ่นมีแผนยกระดับกองบินนี้ให้เป็นกองบัญชาการปฏิบัติการด้านอวกาศ พร้อมทั้งขยายกำลังพลเพิ่มขึ้นเป็นราว 880 นาย

แผนดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการขยายกรอบนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศ โดยประชาชนญี่ปุ่นตั้งคำถามต่อการที่รัฐบาลเดินหน้าขยายขอบเขตการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงและเพิ่มงบประมาณกลาโหม พร้อมแสดงความกังวลว่านโยบายดังกล่าวอาจสร้างภาระต่อการคลังสาธารณะ และลดทอนงบประมาณที่ควรนำมาใช้สำหรับสวัสดิการสังคม

โทโมโกะ ทามูระ ประธานพรรคคอมมิวนิสต์ญี่ปุ่น (JCP) ได้กล่าวเตือนในการอภิปรายสภาครั้งล่าสุดว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลจะทำให้กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นรับหน้าที่ปฏิบัติภารกิจการสู้รบในอวกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจยิ่งผลักดันให้อวกาศกลายเป็นเวทีการแข่งขันทางทหาร และเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้การแข่งขันด้านอาวุธในอวกาศทวีความรุนแรงขึ้น

ที่มา : Xinhua

อังกฤษ ยกระดับคุมโลกออนไลน์เด็ก!! ห้ามเยาวชนต่ำกว่า 16 ปีใช้ TikTok–Instagram–Facebook–X มาตรการเข้มปกป้องเด็กจากเนื้อหาอันตราย ราว 90% ผู้ปกครองหนุนแนวทางนี้ สงครามกฎหมายกับวัยรุ่นเริ่มต้นแล้ว

นายกรัฐมนตรีอังกฤษ Keir Starmer ประกาศมาตรการครั้งประวัติศาสตร์ ห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานสื่อสังคมออนไลน์หลัก เช่น TikTok, Instagram, Snapchat, Facebook, YouTube และ X โดยรัฐบาลระบุว่าเป้าหมายคือการปกป้องเด็กจากเนื้อหาที่เป็นอันตราย การเสพติดหน้าจอ การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ และการติดต่อกับคนแปลกหน้าในโลกดิจิทัล

มาตรการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกฎควบคุมเทคโนโลยีสำหรับเด็กที่เข้มงวดที่สุดในโลก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวทางของออสเตรเลีย แต่ขยายขอบเขตกว้างกว่าเดิม รวมถึงการจำกัดฟีเจอร์บางอย่างในเกมและแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีม เช่น การพูดคุยกับคนแปลกหน้า ขณะที่แอปส่งข้อความบางประเภท เช่น WhatsApp และ Signal จะไม่อยู่ในข่ายคำสั่งห้าม

รัฐบาลอังกฤษอ้างผลการรับฟังความคิดเห็นประชาชนกว่า 116,000 ราย ซึ่งพบว่าประมาณ 90% ของผู้ปกครองสนับสนุนให้กำหนดอายุขั้นต่ำ 16 ปีสำหรับการใช้โซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม นักจิตวิทยา นักวิชาการ และกลุ่มสิทธิเด็กบางส่วนตั้งคำถามว่า “การแบน” จะช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ หรือเพียงแค่ผลักให้วัยรุ่นหาวิธีลักลอบเข้าใช้งานผ่านบัญชีปลอม VPN หรือแพลตฟอร์มที่ควบคุมได้ยากกว่าเดิม

ในแถลงการณ์ นายกรัฐมนตรี Starmer ยอมรับว่าโซเชียลมีเดียมีประโยชน์ต่อคนหนุ่มสาว แต่กล่าวว่ารัฐบาลจำเป็นต้องเลือก “ความปลอดภัยของเด็กมาก่อน” พร้อมเปรียบเทียบแนวคิดนี้กับกฎหมายห้ามเด็กซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือแม้จะไม่สามารถป้องกันการฝ่าฝืนได้ 100% แต่รัฐยังมีหน้าที่กำหนดเส้นแบ่งว่าพฤติกรรมใดเหมาะสมกับวัยใด

สำหรับเหล่าวัยรุ่นอังกฤษ ข่าวนี้อาจเป็นครั้งแรกที่พวกเขาต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายว่า “การถูกพ่อแม่บอกให้วางมือถือ” อาจไม่ใช่คำสั่งที่น่ากลัวที่สุดอีกต่อไป เพราะต่อไปอาจมีรัฐบาลทั้งประเทศมายืนอยู่ข้างหลังพร้อมพูดว่า “วางมันลง ลูก”

ส่วนบริษัทเทคโนโลยีเองก็เข้าสู่ยุคใหม่ที่ต้องพิสูจน์ตัวตนผู้ใช้อย่างเข้มงวดขึ้น คำถามใหญ่จึงไม่ใช่แค่ว่าเด็กจะเข้าโซเชียลได้หรือไม่ แต่คือใครจะชนะในสงครามระหว่างกฎหมายกับวัยรุ่นอายุ 15 ปีที่รู้วิธีตั้งค่า VPN ได้เร็วกว่าพ่อแม่หาวิธีเปลี่ยนรหัส Wi-Fi เสียอีก

ที่มา : https://www.facebook.com/100004281102701/posts/3689020144583986/?rdid=KG3FOIYGpjz83wgS#

หนุ่มญี่ปุ่นถูกปล้น!! เงินสด 5 ล้านเยนจ่อขโมย เกิดเหตุที่โอซาก้าช่วงดึกวันที่ 13 มิ.ย. ถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บกระดูกขาหัก ตำรวจเร่งล่าผู้ต้องสงสัยสองรายหลบหนี

หนุ่มญี่ปุ่นถูกปล้น 5 ล้านเยน ที่โอซาก้า หลังนัดซื้อรถผ่านทางโซเชียล

วันนี้ (14 มิ.ย. 69) สื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่นหลายสำนักเช่น FNN Prime Online, Asahi Broadcasting Corporation ต่างรายงานถึงเหตุการณ์ที่ชายวัย 24 ปีจากเมืองโยโกฮาม่า ถูกปล้นเงินสด 5 ล้านเยน (ราว 1.03 ล้านบาท) บนถนนในเมืองโอซาก้าเมื่อคืนวานนี้ (13 มิ.ย.) ภายหลังจากที่เขาเดินทางมาเพื่อซื้อรถยนต์จากผู้ขายที่รู้จักกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์

รายงานระบุว่าชายรายนี้เดินทางมาจากเมืองโยโกฮาม่า โดยมาถึงจุดนัดพบในเขตมิยาโกจิมะของเมืองโอซาก้าตอนเวลาประมาณ 23.15น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนถูกชาย 2 คนทำร้ายและชิงกระเป๋าที่บรรจุเงินสดราว 5 ล้านเยน ก่อนที่คนร้ายทั้ง2 คนจะหลบหนีไปด้วยรถยนต์

ผู้เสียหายให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองได้เดินทางมาที่โอซาก้าเพื่อซื้อรถยนต์จากบุคคลที่รู้จักกันผ่านทาง โซเชียลมีเดียแต่เมื่อเดินทางมาถึงยังจุดนัดพบ กลับถูกคนร้ายเข้ามาทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธที่ลักษณะคล้ายกับกระบองดิ้ว (警棒)"

ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งสอง ฐานก่อเหตุปล้นทรัพย์จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บ โดยเหยื่อผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บกระดูกขาซ้ายหัก และเขาเป็นผู้โทรศัพท์แจ้งเหตุฉุกเฉินด้วยตนเอง

ที่มา : FNN Prime Online / ABC News / Xinhua
: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1599000228899115&id=100063674585845&rdid=U0XOfy077ofXQulp#

ครุกแมนเตือน “อาณาจักรมัสก์” !! หุ้น SpaceX วิ่งพุ่งวันที่เข้าเทรด มูลค่าบริษัททะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ผลิตภัณฑ์หลายอย่างยังไม่เกิดจริง ครุกแมนเปรียบเหมือนแชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์

พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ออกโรงเตือนนักลงทุนถึงความเสี่ยงการลงทุนในหุ้น SpaceX เขาเขียนบทความลงในเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย Substack เมื่อวันศุกร์ (12 มิ.ย.69) ซึ่งเป็นวันที่หุ้นของบริษัทขนส่งทางอวกาศและธุรกิจดาวเทียม SpaceX ของอีลอน มัสก์ เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดแนสแด็ก โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้น 19% จากราคาไอพีโอที่ตั้งไว้ 135 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ 160.95 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่งมูลค่าตลาดของ SpaceX ทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ การพุ่งขึ้นของหุ้นจากไอพีโอครั้งประวัติศาสตร์ ทำให้มัสก์กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์คนแรกของโลก

ครุกแมน เล่าแบบประชดว่า เมื่อวันพฤหัสบดี เขาเดินทางทริปสั้นๆ เริ่มด้วยการนั่งรถไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ท้องถิ่นที่วิ่งผ่านอุโมงค์ซึ่งขุดโดยบริษัท บอริ่ง คอมพานี (Boring Company) จากนั้นเขาก็ใช้ชิปฝังสมองสั่งการเรียกเทสลา โรโบแท็กซี่ (Tesla robotaxi แท็กซี่ไร้คนขับอัจฉริยะ และในระหว่างเดินทาง เขาก็นั่งอ่านข่าวอัปเดตล่าสุดจากอาณานิคมบนดาวอังคารไปด้วย

“โอเค... ความจริงคือ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักอย่าง เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมันไม่มีอยู่จริง!” ครุกแมนสรุป

สัญญาหลายอย่างของมัสก์ไม่เป็นจริง
ครุกแมน สาธยายว่า ไม่มีไฮเปอร์ลูปที่ใช้งานได้จริง บอริ่ง คอมพานี ไม่เคยขุดอุโมงค์เชิงพาณิชย์เลยสักแห่ง ส่วนเทสลาก็มีแท็กซี่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ที่ยังไม่ใช่ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบสมบูรณ์ วิ่งอยู่แค่ในเมืองออสติน และไม่มีที่อื่นอีกเลย (ในขณะที่แท็กซี่ไร้คนขับ Waymo ของกูเกิล เปิดให้บริการแล้วในศูนย์กลางเมืองใหญ่หลายแห่ง) ด้านนิวราลิงก์ (Neuralink) ที่อ้างว่าเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีชิปฝังสมอง ก็เพิ่งทดสอบผลิตภัณฑ์กับคนไข้เพียงไม่กี่ราย และยังไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น และแน่นอนว่าเรื่องอาณานิคมดาวอังคารน่ะเหรอ? ยังไม่เคยมีแม้กระทั่งเที่ยวบินที่มีมนุษย์ควบคุมเดินทางไปดาวอังคาร และไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยซ้ำ

ครุกแมน เอ่ยว่า ทว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ กลับสัญญาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าบริการแต่ละอย่างที่ว่ามานี้ จะพร้อมใช้งานภายในปี 2025 หรืออาจจะเร็วกว่านั้น

เทสลา-สตาร์ลิงก์ ของมัสก์ประสบความสำเร็จ
ครุกแมน ยอมรับว่า มัสก์เคยประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงมาบ้าง เทสลาคือ ก้าวที่ล้ำหน้าในกระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และสตาร์ลิงก์ (Starlink) ก็เป็นบริการที่สำคัญอย่างยิ่งยวดรวมถึงเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้จริง

ครุกแมน ย้ำว่า แต่ความสำเร็จเหล่านั้นมันยังไม่มากพอที่จะส่งให้มัสก์กลายเป็นชายที่รวยที่สุดในโลกได้หรอก อันที่จริงแล้ว ความมั่งคั่งของเขาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีรากฐานมาจาก "ความเชื่อที่สร้างความจริงขึ้นมาเอง" (Self-fulfilling faith) กล่าวคือ นักลงทุนที่เชื่อมั่นในความอัจฉริยะของมัสก์ พากันแห่ไปกว้านซื้อหุ้นในบริษัทต่างๆ ที่มัสก์ควบคุมอยู่ และมูลค่าที่พุ่งสูงขึ้นของบริษัทเหล่านี้ก็กลับมาช่วยเสริมส่งให้ชื่อเสียงด้านความอัจฉริยะของเขาดูน่าเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปอีก

เตือนมัสก์คือ แชร์ลูกโซ่
“เรามีคำนิยามสำหรับธุรกิจที่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ เพียงเพราะมันสามารถดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ๆ เข้ามาได้เรื่อยๆ และที่มันดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ๆ ได้เรื่อยๆ ก็เพราะตัวมันดูประสบความสำเร็จ... ธุรกิจแบบนั้นเขาเรียกว่า "แชร์ลูกโซ่" (Ponzi schemes) และอีลอน มัสก์ ก็คือ แชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์ดีๆ นี่เอง” ครุกแมน กล่าวเตือน

เขากล่าวว่า ยิ่งไปกว่านั้น การเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนขึ้นกว่าเดิมว่า ทักษะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมัสก์ไม่ใช่การพัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต แต่เป็นความเชี่ยวชาญในการเล่นแร่แปรธาตุทางการเงิน และความสามารถในการใช้ประโยชน์จากเส้นสายวงใน โดยเฉพาะอิทธิพลที่เขามีต่อรัฐบาลทรัมป์

หากอยากเห็นภาพชัดขึ้น ให้ลองพิจารณากรณีที่มัสก์เข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ (Twitter) เมื่อปี 2022 ซึ่งต่อมาเขาเปลี่ยนชื่อเป็น X ในการระดมทุนเพื่อปิดดีลนั้น วอลล์สตรีท (กลุ่มธนาคารเพื่อการลงทุน) ได้ให้มัสก์กู้ยืมเงินถึง 13,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหนี้สินที่พวกเขาตั้งใจจะรีบผ่องถ่ายออกจากบัญชีของตัวเองด้วยการขายต่อให้นักลงทุนรายอื่น แต่หลังจากนั้น มัสก์กลับเดินหน้าทำลายโมเดลธุรกิจของ X ด้วยการเปลี่ยนมันให้กลายเป็นส้วมหลุมของพวกขวาจัด และพวกฝักใฝ่นาซี จนทำให้บรรดาผู้โฆษณาพากันถอนตัวหนีหาย

พอถึงช่วงฤดูร้อนปี 2024 มูลค่าของ X ดิ่งลงเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของราคาที่ซื้อมาด้วยซ้ำ และหากธนาคารยอมขายหนี้ก้อนนี้ออกไป พวกเขาจะต้องเผชิญกับการขาดทุนถึง 40 เซนต์ต่อทุกๆ 1 ดอลลาร์ ทำให้เหล่าผู้บริหารธนาคารจำเป็นต้องแบกรับหนี้ของทวิตเตอร์เอาไว้นานกว่าที่คาดคิด จนนำไปสู่พาดหัวข่าวของ Wall Street Journal ในเดือนสิงหาคม 2024 ที่ว่า "การเข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ของอีลอน มัสก์ ถือเป็นดีลซื้อกิจการที่ย่ำแย่ที่สุดสำหรับกลุ่มธนาคาร นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงิน"

สายสัมพันธ์กับรัฐบาลทรัมป์หนุนธุรกิจมัสก์
ครุกแมน ระบุว่า แต่แล้วก็มีเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้น ซึ่งเข้ามาช่วยชุบชีวิตทั้งกลุ่มธนาคาร และกอบกู้ความน่าเชื่อถือทางการเงินในอนาคตของมัสก์เอาไว้ นั่นคือ การชนะเลือกตั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2024 และการมาถึงของยุค AI

หลังจากการเลือกตั้งของทรัมป์ บรรดาผู้ลงโฆษณาเริ่มทยอยกลับมาที่ X โดยอ้างเหตุผลว่าจำเป็นต้องเอาใจมัสก์ และทรัมป์ และในเดือนมีนาคม 2025 มัสก์ได้ควบรวมบริษัท AI ที่เขาเพิ่งก่อตั้งใหม่อย่าง xAI เข้ากับ X เพื่อเกาะกระแสความเห่อ AI ที่กำลังเร่งตัวขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าของ X และบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของเขาเอง

ครุกแมน กล่าวต่อไปว่า แต่โชคร้ายสำหรับมัสก์ เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน แชตบอต "Grok" ของ xAI ก็ยังตามหลังโมเดล AI ของ Anthropic และ OpenAI อยู่ห่างไกล แถมมันยังถูกมองในวงกว้างว่าไม่ปลอดภัย และเชื่อถือไม่ได้ มีอยู่ช่วงหนึ่งมันถึงกับเริ่มพ่นข้อความเหยียดเชื้อชาติ และต่อต้านยิวออกมา พร้อมกับตั้งฉายาให้ตัวเองว่า "เมคาฮิตเลอร์" (MechaHitler) แม้ว่าเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของทรัมป์จะพยายามผลักดันให้หน่วยงานรัฐต่างๆ รวมถึงกระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) หันมาใช้ Grok แต่ก็แทบจะไม่ประสบความสำเร็จเลย

มัสก์เอา SpaceX มาอุ้ม X และ xAI
ครุกแมนชี้ว่า ดังนั้น มัสก์ผู้ซึ่งเพิ่งจะอุ้ม X ด้วยการเอาไปควบรวมกับ xAI ตอนนี้กำลังจะหันมาอุ้ม xAI ต่อ ด้วยการโยนมันไปรวมเข้ากับ SpaceX ซึ่งเป็นบริษัทที่มีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงอย่างสตาร์ลิงก์

และในวันนี้ SpaceX กำลังจะเข้าสู่ตลาดหุ้น การเปิดขายหุ้น IPO วันแรกในตลาด Nasdaq เปิดตัวด้วยราคาที่ทำให้บริษัทนี้มีมูลค่าสูงถึง 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งที่ความจริงแล้วเมื่อปีที่แล้วบริษัทนี้มีรายได้เพียง 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์ และยังมีผลประกอบการที่ขาดทุนด้วยซ้ำ

ครุกแมน ตั้งข้อสงสัยว่า มูลค่าที่สูงลิ่วราวกับ "อยู่นอกโลก" ขนาดนี้ มันมีความสมเหตุสมผลตรงไหน? การทำ IPO ครั้งนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานส่วนหนึ่งที่ว่า นักลงทุนรายย่อยจะยอมควักกระเป๋าจ่าย ไม่ใช่เพราะพวกเขาได้ประเมินมูลค่าทางธุรกิจของ SpaceX อย่างสมเหตุสมผลแล้ว แต่เป็นเพราะพวกเขาเชื่อว่าตัวเองกำลังซื้อหุ้นใน "ความอัจฉริยะ" ของอีลอน มัสก์ ต่างหาก

ครุกแมนโทษแนสแด็กบิดกติกาช่วยมัสก์
ครุกแมนยังกล่าวโทษผู้บริหารตลาดแนสแด็กว่า ลำพังแค่กลุ่มผู้เลื่อมใสศรัทธาอาจไม่มากพอที่จะต่ออายุเกมเล่นแร่แปรธาตุทางการเงินนี้ได้ พันธมิตรในวอลล์สตรีทของมัสก์จึงต้องเข้ามาช่วยกันโกงกฎกติกา ดัชนีหุ้นรายใหญ่บางตัว โดยเฉพาะ Nasdaq 100 และ FTSE Russell ได้ยอมเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของตัวเองเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อรับ SpaceX เข้าเป็นสมาชิกดัชนีแทบจะในทันที

นักลงทุนถูกบังคับทางอ้อมให้ซื้อหุ้น SpaceX
ครุกแมน ชี้ว่า สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การที่หุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่งถูกจัดเข้าไปอยู่ในดัชนีหุ้นรายใหญ่นั้น จะสร้างผลประโยชน์ทางการเงินให้อย่างมหาศาล เพราะหุ้นจำนวนมากในตลาดถูกถือครองโดย "กองทุนดัชนี" (Index Funds) ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่ออกแบบพอร์ตโฟลิโอมาให้วิ่งเลียนแบบพฤติกรรมของดัชนีหลักๆ ดังนั้น มันจึงเกิดความต้องการซื้อหุ้นของบริษัทนั้นๆ ขึ้นมาทันทีเมื่อถูกเพิ่มเข้าไปในดัชนีใหญ่ เพราะกองทุนดัชนีไฟต์บังคับว่าจะต้องกว้านซื้อหุ้นเหล่านั้นเข้ามาเติมในพอร์ตของตัวเอง

ตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ดัชนีรายใหญ่จะต้องรออย่างน้อยหนึ่งปีหลังจากบริษัททำ IPO เพื่อให้เวลาหุ้นได้ "เติบโตเต็มที่" ก่อนที่จะพิจารณานำเข้ารวมในดัชนีชี้วัดตลาด การยอมหักกฎเกณฑ์เพื่อ SpaceX ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นอีกครั้งว่ามัสก์มีความสามารถในการชักจูง และทำให้สถาบันหลักๆ บิดเบี้ยวได้ขนาดไหน (อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P 500 ยังคงต้านทานแรงกดดันนี้ได้ และยืนยันจะรอครบหนึ่งปีก่อนจึงจะนำ SpaceX เข้าร่วม)

ครุกแมนทำนายแชร์ลูกโซ่มัสก์จะล้มลงในที่สุด
เรื่องนี้นำไปสู่ประเด็นสุดท้ายของครุกแมน ซึ่งเขาทำนายว่า “แชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์ขนาดมหึมาที่ชื่อว่า อีลอน มัสก์ วันหนึ่งมันจะต้องพังทลายลงมาอย่างแน่นอน แต่แชร์ลูกโซ่แบบดั้งเดิมนั้นจะโกงเฉพาะเงินของนักลงทุนที่เลือกจะเดินเข้ามาเล่นด้วยตัวเองเท่านั้น ทว่าในครั้งนี้ เงินจำนวนมหาศาลที่ใช้ค้ำยันกลโกงของมัสก์ จะมาจากกระเป๋าของชาวอเมริกันธรรมดาๆ ที่ถูกบังคับทางอ้อมให้ต้องซื้อหุ้นนี้ ปัจจุบัน สินทรัพย์ของกองทุนรวมประมาณ 52% ถูกลงทุนอยู่ในกองทุนดัชนีหรือกองทุนที่อิงกับดัชนี และกว่า 50% ของครัวเรือนอเมริกันก็มีการลงทุนในกองทุนรวม ต้องขอบคุณความสมรู้ร่วมคิดระหว่างมัสก์ และวอลล์สตรีท ภายใต้แรงหนุนจากภาพลักษณ์ที่ว่ารัฐบาลทรัมป์พร้อมเป็นแบ็กหลังให้มัสก์ ทำให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากหรืออาจจะส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ ต้องถูกลากถูลู่ถูกังเข้าไปเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงเครื่องจักรยักษ์ใหญ่ของมัสก์อย่างเลี่ยงไม่ได้”

ครุกแมน กล่าวตบท้ายว่า “แล้วในอเมริกาประเทศของทรัมป์แบบนี้... ยังมีใครต้องแปลกใจกับเรื่องแบบนี้อีกงั้นหรือ?”

‘ทรัมป์’ ชี้ ‘อิหร่าน’ ตกลงไม่มีนิวเคลียร์!! สหรัฐฯไม่ได้จ่าย 300 ล้านดอลลาร์ แต่เป็นข่าวปลอมจากฝ่ายเดโมแครต เงิน 300,000 ล้านดอลลาร์เป็นกองทุนฟื้นฟู หากอิหร่านทำตามข้อตกลงอย่างเข้มงวด

ทรัมป์ :อิหร่านตกลงที่จะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์! นอกจากนี้ ข่าวที่ว่าสหรัฐฯ จ่ายเงินให้อิหร่าน 300 ล้านดอลลาร์นั้นเป็นข่าวปลอมที่พรรคเดโมแครตปล่อยออกมา!!! ประธานาธิบดี ดีเจที

กระแสข่าวที่ออกมา ไม่ใช่ 300 ล้านดอลลาร์ (300 Million USD) ประมาณ 9,700 ล้านบาท แต่เป็น 300,000 ล้านดอลลาร์ (300 Billion USD) ประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท
เจดี แวนซ์ (JD Vance) เพิ่งให้สัมภาษณ์ตอบคำถามเรื่องนี้ โดยอ้างถึงกองทุนฟื้นฟูมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ที่อาจได้รับจากกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) หากอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลง

ที่มา :https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1323394473282243/?rdid=shSAw5tLZYPSi1wp#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top