Monday, 29 June 2026
World

“สายการบินสหรัฐฯ” หยุดชะงัก!! ค่าน้ำมันโหดเดือน เม.ย. พุ่งเกือบ 6.5 พันล้านดอลลาร์ ราคาน้ำมันเครื่องบินเพิ่ม 78% ในปีเดียว กำไรสายการบินลดเกือบครึ่งในปี 2026 สายการบินต้นทุนต่ำยุติกิจการจากต้นทุนสูง

นิวยอร์ก, 9 มิ.ย. (ซินหัว) -- รายงานล่าสุดจากสำนักสถิติการขนส่งของสหรัฐฯ เผยว่าสายการบินของสหรัฐฯ จ่ายค่าเชื้อเพลิงเกือบ 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.13 แสนล้านบาท)

เมื่อเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 26 เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน และร้อยละ 78 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อนานกว่า 100 วันแล้ว โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินในเดือนเมษายนอยู่ที่ 4.11 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 135 บาท) ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 94 เซนต์ (ราว 31 บาท) จากเดือนมีนาคม และเพิ่มขึ้น 1.81 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 59 บาท) จากปี 2025

เมื่อวันอาทิตย์ (7 มิ.ย.) สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศคาดว่าบรรดาสายการบินจะมีกำไรสุทธิรวม 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.55 แสนล้านบาท) ในปี 2026 ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.91 แสนล้านบาท)

สมาคมฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของสายการบินกว่า 370 แห่งในสหรัฐฯ และทั่วโลก คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิต่อผู้โดยสารจะลดลงจาก 9.10 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 299 บาท) ในปี 2025 เหลือ 4.50 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 148 บาท) ในปีนี้ ด้านวิลลี วอลช์ ผู้อำนวยการใหญ่ของสมาคมฯ กล่าวว่าความขัดแย้งในอิหร่านและต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นได้ฉุดรั้งแนวโน้มของธุรกิจสายการบิน

สายการบินสปิริต แอร์ไลน์ส (Spirit Airlines) ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ดำเนินงานในฐานะสายการบินต้นทุนต่ำพิเศษ ได้ยุติการดำเนินงานเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากยื่นขอล้มละลายถึง 2 ครั้งใน 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

ที่มา : Xinhua

มหาวิทยาลัยจีน ลุยเทคฯ เปลี่ยนบทบาทผลิตนักวิจัยสู่เศรษฐี บริษัทแล็บคลอด IPO ร้อนแรงปี 2026 'หลี่ จิ้นเหยียน' นำทีมผนึกมหาวิทยาลัย 'Optics Valley' นำวิทยาศาสตร์สู่มูลค่าสูง

ผู้ใช้เฟสบุ๊ค Boonchina กล่าวว่า

เมื่อก่อนมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ผลิต "บัณฑิต"

แต่วันนี้ มหาวิทยาลัยจีนหลายแห่งกำลังผลิต "เศรษฐี"

บางบริษัทที่มูลค่าหลายแสนล้านบาท ไม่ได้เริ่มจากโรงงานหรือออฟฟิศหรู แต่เริ่มจากห้องแล็บในมหาวิทยาลัย

ล่าสุด บริษัท 长进光子 (ฉางจิ้น โฟโตนิกส์)

ผู้พัฒนาเส้นใยแก้วนำแสงชนิดพิเศษ เข้าตลาดหุ้น 科创板 (เคอชวงป่าน) ของจีน

ราคาหุ้นวันแรกพุ่งมากกว่า 1,500%

ส่งให้มูลค่าบริษัททะลุ 63,000 ล้านหยวน (ประมาณ 315,000 ล้านบาท)

กลายเป็นหนึ่งในหุ้น IPO ที่ร้อนแรงที่สุดของปี 2026

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าราคาหุ้น

คือบริษัทนี้แทบจะ "ยกห้องแล็บออกมาตั้งบริษัท"

ผู้ก่อตั้งคือ 李劲燕 (หลี่ จิ้นเหยียน)

อดีตอาจารย์จาก 华中科技大学 (มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหฺวาจง)

หรือที่คนจีนเรียกสั้นๆ ว่า 华科 (หฺวาเคอ)

ทีมวิจัยหลัก 8 คน

มีถึง 7 คนที่เป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเดียวกัน

ส่วนสิทธิบัตรสำคัญของบริษัทจำนวน 12 ฉบับ ก็ถูกถ่ายทอดมาจากมหาวิทยาลัยโดยตรง

ยิ่งกว่านั้น

ก่อนเข้าตลาดหุ้นเพียง 1 ปี

กองทุนลงทุนของมหาวิทยาลัยได้เข้าซื้อหุ้นรอบสุดท้าย

พอบริษัทเข้าตลาดสำเร็จ

มูลค่าการลงทุนงอกขึ้นมากกว่า 30 เท่า

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

เพราะเมืองอู่ฮั่นกำลังมีสิ่งที่เรียกว่า "Optics Valley" หรือหุบเขาแห่งอุตสาหกรรมแสง

ศูนย์รวมบริษัทด้านเลเซอร์ ชิป AI เซ็นเซอร์ และเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน

และตรงกลางระบบนิเวศนี้ก็คือ 华中科技大学 (มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหฺวาจง)

รอบมหาวิทยาลัยในรัศมีเพียง 2.5 กิโลเมตร

มีบริษัทเทคโนโลยีกระจุกตัวอยู่เกือบ 40,000 แห่ง

หลายบริษัทที่เข้าตลาดหุ้นก็มีผู้ก่อตั้งเป็นศิษย์เก่าจากที่นี่

เรื่องนี้สะท้อนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นทั่วจีน

มหาวิทยาลัยไม่ได้ทำหน้าที่แค่สอนหนังสืออีกต่อไป

แต่กำลังกลายเป็น "โรงงานผลิต Deep Tech"

หรือเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องใช้การวิจัยยาวนานหลายปี

ในอดีต

นักวิจัยจำนวนมากใช้เวลาเป็นสิบปีอยู่ในห้องแล็บ

ทำงานกับเทคโนโลยีที่ไม่มีใครสนใจ

แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุค AI ชิป และโฟโตนิกส์

องค์ความรู้ที่สะสมมานานเหล่านั้น กลับกลายเป็นทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล

จีนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า

บางครั้ง "เหมืองทอง" ที่สำคัญที่สุดของประเทศ

อาจไม่ได้อยู่ใต้ดิน

แต่อยู่ในมหาวิทยาลัย

ถ้ามหาวิทยาลัยไทยมีบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเกิดจากห้องแล็บของตัวเอง คุณอยากเห็นในอุตสาหกรรมอะไรที่สุด?

ที่มา : https://www.facebook.com/100048039443929/posts/1592431325701500/?rdid=vDV6Gan2DSpbtuE6#

จีน–เกาหลีเหนือ ย้ำแนวร่วมยุทธศาสตร์!! หลังสหรัฐฯ–เกาหลีใต้–ญี่ปุ่นเพิ่มความร่วมมือทหาร ผู้เชี่ยวชาญรัสเซียชี้ จีนอาจยอมรับโดยปริยาย เกาหลีเหนือในฐานะชาตินิวเคลียร์ จับตาความร่วมมือเศรษฐกิจ–โลจิสติกส์รอบใหม่

จอร์จี โทโลรายา หัวหน้าศูนย์ยุทธศาสตร์รัสเซียในเอเชีย สังกัดสถาบันเศรษฐศาสตร์แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์รัสเซีย กล่าวกับสำนักข่าว Sputnik ว่า การเดินทางเยือนเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดของสี จิ้นผิง เกิดขึ้นท่ามกลางความร่วมมือทางทหารที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

จีนและเกาหลีเหนือได้ยืนยันอย่างชัดเจนอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการต่อต้านนโยบายเชิงก้าวร้าวของสหรัฐฯ และพันธมิตร เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

การที่มีเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของจีนร่วมคณะเดินทางไปกับสี จิ้นผิง แสดงให้เห็นว่า ประเด็นด้านการทหารเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของการเยือนครั้งนี้อย่างชัดเจน

ข้อเท็จจริงที่ว่าฝ่ายจีนไม่ได้กล่าวถึงประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี บ่งชี้ว่า จีนอาจยอมรับโดยปริยายว่าเกาหลีเหนือเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์แล้ว

มีความเป็นไปได้ว่า จีนและเกาหลีเหนืออาจเดินหน้าความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ร่วมกัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมมายืนยันข้อสันนิษฐานดังกล่าว

ขณะเดียวกัน เกาหลีใต้ถูกมองว่าเป็นฝ่ายที่เสียประโยชน์มากที่สุดในสถานการณ์นี้ เพราะได้ทำให้ตนเองห่างออกจากกระบวนการพหุภาคีในภูมิภาค จากการเข้าไปผูกพันเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดมากเกินไป

ที่มา : Sputnik

ฝูชิง เร่งฟื้นฟูชนบท!! เมืองฝูชิงเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมอัตลักษณ์ มุ่งขยายผลโครงการฟื้นฟูชนบทสีเขียว คว้า 15 รางวัลแห่งชาติอย่างยิ่งใหญ่ มูลค่าผลผลิตเกษตรทะลุ 2.5 หมื่นล้านหยวน

เมืองฝูชิงทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เดินหน้าฟื้นฟูชนบท
พลิกโฉมภูมิทัศน์ใหม่ให้มณฑลฝูเจี้ยน

เมืองฝูชิง มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ได้จัดงานประชุมสัมมนาในพื้นที่จริงเมื่อวันที่ 27-28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีอัตลักษณ์เฉพาะและเร่งขับเคลื่อนการฟื้นฟูชนบท โดยการประชุมครั้งนี้มุ่งขยายผลความสำเร็จจาก “โครงการฟื้นฟูชนบทสีเขียว” เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในวงกว้าง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองฝูชิงได้ขับเคลื่อนศักยภาพในฐานะเมืองรองของเมืองเอกประจำมณฑลฝูเจี้ยน โดยเร่งจัดสรรพื้นที่ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมนำโมเดลห่วงโซ่อุตสาหกรรมมาปรับใช้ เมืองฝูชิงได้ดำเนินกลยุทธ์ฟื้นฟูที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละพื้นที่อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับเกษตรกรรมสมัยใหม่เพื่อวางรากฐานให้มั่นคง สร้างมูลค่าเชิงนิเวศผ่านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนสีเขียว บูรณาการภาคเกษตรกรรมเข้ากับการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มบทบาทที่หลากหลายให้กับท้องถิ่น ตลอดจนสร้างกลไกเชื่อมโยงผลประโยชน์ที่เข้มแข็งเพื่อให้เกษตรกรได้รับส่วนแบ่งอย่างเป็นธรรม การดำเนินงานอย่างเป็นระบบนี้ได้ผลิดอกออกผลจนกลายเป็นภูมิทัศน์ใหม่ที่สะท้อนความสำเร็จได้อย่างรอบด้าน ทั้งอุตสาหกรรมที่เติบโต ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และชุมชนชนบทที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้เมืองฝูชิงคว้าเกียรติยศระดับชาติมาครองถึง 15 รางวัล โดยได้รับการยกย่องให้เป็นเขตสาธิตเกษตรกรรมสมัยใหม่ระดับชาติ และนิคมอุตสาหกรรมระดับชาติ พร้อมกันนี้ยังได้จัดตั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเด่น 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ โลควอท สัตว์ปีก หอยลาย ปลาไหล สุกร และธุรกิจการเกษตรข้ามช่องแคบ ฝูชิงถือเป็นฐานเพาะพันธุ์ลูกหอยลายมะนิลาที่ใหญ่ที่สุดในจีน ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเลี้ยงและแปรรูปปลาไหลเพื่อการส่งออก รวมถึงเป็นผู้นำด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์ไข่ นอกจากนี้ เมืองฝูชิงยังได้รับเลือกให้เข้าร่วม “โครงการยกระดับมูลค่าหมื่นล้านหยวน” เพื่อพัฒนาเกษตรกรรมอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของมณฑลฝูเจี้ยนอีกด้วย

เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา มูลค่าผลผลิตรวมในภาคเกษตรกรรม การป่าไม้ การปศุสัตว์ และการประมงของเมืองฝูชิง ทะยานแตะ 2.506 หมื่นล้านหยวน ครองอันดับ 2 ในกลุ่มเขตพื้นที่ระดับอำเภอของมณฑลฝูเจี้ยน

ที่มา: ศูนย์สื่อสารมวลชนเมืองฝูชิง

NASA ลุยอาร์ทิมิส 3 เปิดตัวนักบินอวกาศ 4 คนสำหรับภารกิจ มีนักบินอเมริกัน 3 รายและนักบินอิตาลี ภารกิจเริ่มทดสอบในปี 2027 บนวงโคจรโลก เตรียมสาธิตเชื่อมต่อกับยานบลู ออริจิน สเปซเอ็กซ์

ลอสแอนเจลิส, 10 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (9 มิ.ย.) องค์การนาซา (NASA) ของสหรัฐฯ เปิดเผยรายชื่อนักบินอวกาศประจำภารกิจอาร์ทิมิส 3 (Artemis III) จำนวน 4 คน ซึ่งแบ่งเป็นนักบินอวกาศชาวอเมริกัน 3 คน และนักบินอวกาศชาวอิตาลี 1 คน ได้แก่ แรนดี เบรสนิก นักบินอวกาศของนาซาที่จะเป็นผู้บัญชาการ แอนเดอร์ ดักลาส และแฟรงก์ รูบิโอ ที่จะเป็นทีมผู้เชี่ยวชาญ และลูกา ปาร์มิตาโน จากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ที่จะเป็นนักบิน

ภารกิจอาร์ทิมิส 3 มีกำหนดดำเนินการทดสอบที่ท้าทายหลายรายการในวงโคจรรอบโลกในปี 2027 โดยจรวดระบบปล่อยอวกาศของนาซาจะนำส่งยานอวกาศโอไรออน (Orion) พร้อมทีมนักบินอวกาศจากศูนย์อวกาศเคนเนดีของนาซาในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ เข้าสู่วงโคจรต่ำของโลก และยานอวกาศโอไรออนจะสาธิตการนัดพบและเชื่อมต่อกับระบบลงจอดยานอวกาศเชิงพาณิชย์โดยมนุษย์ของสหรัฐฯ ที่บลู ออริจิน (Blue Origin) และสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) กำลังพัฒนา

ทั้งนี้ นาซายังแต่งตั้งบ็อบ ไฮเนส นักบินอวกาศของนาซา เป็นนักบินอวกาศสำรอง ซึ่งจะทำการฝึกฝนพร้อมกับทีมนักบินอวกาศหลักของภารกิจอาร์ทิมิส 3 ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับภารกิจอาร์ทิมิส 4 ที่เป็นภารกิจส่งมนุษย์ไปยังขั้วใต้ของดวงจันทร์ครั้งแรกในปี 2028

ที่มา : Xinhua

กลาโหมจีนเตือน ญี่ปุ่น–ฟิลิปปินส์!! ยุติยั่วยุในน่านน้ำตะวันออกไต้หวัน ก่อนปัญหาบานปลาย เตือนหยุดยั่วยุก่อนสาย พร้อมใช้มาตรการเด็ดขาด

โฆษกกลาโหมจีน ชี้ หากญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ยังคงยืนกราน จะนำมาซึ่งปัญหา
เมื่อบ่ายวันที่ 9 มิ.ย.69 พันเอกพิเศษจาง เสี่ยวกัง โฆษกกระทรวงกลาโหมจีนได้เผยแพร่ประเด็นทางการทหารที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามที่แหล่งข่าวอ้างญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ประกาศริเริ่มการเจรจาเพื่อกำหนดขอบเขตในน่านน้ำทะเลจีนตะวันออกที่ตั้งอยู่ในเขตบริเวณทางตะวันออกของเกาะไต้หวันของจีนโดยลำพังฝ่ายเดียว ตำรวจทะเลจีนจึงมีการลาดตระเวนและสำรวจในน่านน้ำที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระทรวงการคมนาคมและขนส่งจีนได้ดำเนินปฏิบัติการเฉพาะด้านในน่านน้ำบริเวณนี้อย่างต่อเนื่อง

พันเอกพิเศษจาง เสี่ยวกัง กล่าวว่า สำหรับเรื่องญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ประกาศริเริ่มการเจรจาเพื่อกำหนดขอบเขตในน่านน้ำทะเลจีนตะวันออกที่ตั้งอยู่ในเขตบริเวณทิศทางตะวันออกของเกาะไต้หวันของจีนนั้น กระทรวงการต่างประเทศจีนได้แสดงย้ำจุดยืนอันหนักแน่นอย่างเด็ดขาดหลายครั้งแล้ว เพื่อเร่งรัดให้ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ยุติพฤติกรรมละเมิดอธิปไตยและยั่วยุที่ผิดกฎหมายทันที หากญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ยังคงยืนกรานในแนวทางของตนเอง จะนำมาซึ่งปัญหา ทั้งนี้ จีนจะใช้มาตรการที่เด็ดขาดและมีพลังเพื่อพิทักษ์อธิปไตยเหนือดินแดนและสิทธิทางทะเลของประเทศชาติ

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1419315296892735&id=100064428352622&rdid=xi9lB0vmbm2iuLFZ#

‘สีจิ้นผิง’ คืนเวทีเปียงยาง!! ย้ำมิตรภาพ จีน–เกาหลีเหนือ ไม่เปลี่ยน พร้อมเปิดบทใหม่ยุทธศาสตร์ร่วม ดันความสัมพันธ์ทวิภาคีสอดคล้องยุคสมัย เสริมสร้างความร่วมมือระดับสูง

ปักกิ่ง, 10 มิ.ย. (ซินหัว) -- สีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และประธานาธิบดีจีน ได้เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8-9 มิ.ย. ซึ่งถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกในปี 2026 และการเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 7 ปี โดยสีจิ้นผิงและคิมจองอึน เลขาธิการใหญ่พรรคแรงงานเกาหลี ได้บรรลุฉันทามติสำคัญเกี่ยวกับการวางแผนงานระดับสูงและการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีในยุคใหม่

ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องจะใช้กระแสธารแห่งยุคสมัย ตอบสนองความปรารถนาร่วมกันของประชาชนสองประเทศ เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนระดับสูง กระชับการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ ขยายความร่วมมือเชิงปฏิบัติ ผูกโยงสายใยระหว่างประชาชน ส่งเสริมการพัฒนาระดับสูงของความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ร่วมเปิดโอกาสใหม่ๆ ของกิจการสังคมนิยมของทั้งสองประเทศ และมีส่วนส่งเสริมความก้าวหน้าของสังคมมนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยมุมมองเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับอนาคตและชะตากรรมของสังคมนิยม

สีจิ้นผิงเน้นย้ำว่าไม่ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร พรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาลจีนจะยังคงรักษาจุดยืนที่ให้คุณค่ากับมิตรภาพดั้งเดิมระหว่างจีนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างมั่นคง สนับสนุนคิมจองอึนในการชี้นำกิจการสังคมนิยมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างหนักแน่น รวมถึงมุ่งมั่นคุ้มครองผลประโยชน์ร่วมของสองประเทศและรักษาสภาพแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยการเสริมสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีนี้เป็นนโยบายที่ชัดเจนของพรรคฯ และรัฐบาลจีนเสมอมา

ทั้งนี้ ปี 2026 ตรงกับวาระครบรอบ 65 ปี สนธิสัญญามิตรภาพ ความร่วมมือ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างจีนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี

ด้วยวาระสำคัญข้างต้น สีจิ้นผิงได้ผลักดันข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี จำนวน 4 ประการ ได้แก่ 1) ทั้งสองฝ่ายควรรักษาการแลกเปลี่ยนระดับสูงและเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองซึ่งกันและกัน 2) ทั้งสองฝ่ายควรยึดมั่นเป้าหมายส่งมอบผลประโยชน์แก่ประชาชนและยกระดับความร่วมมือเชิงปฏิบัติ 3) ทั้งสองฝ่ายควรสืบสานมิตรภาพดั้งเดิมและกระชับสายใยระหว่างประชาชน 4) ทั้งสองฝ่ายควรยึดมั่นความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมเป็นหลักการชี้นำเพื่อส่งเสริมการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์

ข้อเสนอสี่ประการนี้ได้เพิ่มพูนแรงกระตุ้นอันแข็งแกร่งสู่มิตรภาพดั้งเดิมระหว่างจีนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี รวมถึงมอบแนวทางและแนวปฏิบัติสำหรับการพัฒนาระดับสูงของความสัมพันธ์ทวิภาคีนี้ที่อยู่ ณ จุดเริ่มต้นใหม่ครั้งประวัติศาสตร์ โดยการดำเนินการตามฉันทามติสำคัญจากผู้นำทั้งสองและการเดินหน้าความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างสอดคล้องกับยุคสมัยจะส่งมอบผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นแก่ประเทศและประชาชน รวมถึงมีส่วนส่งเสริมเชิงบวกต่อสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคและโลก

(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีจีน พบปะกับคิมจองอึน เลขาธิการใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีและประธานกิจการแห่งรัฐของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ณ เรือนรับรองคึมซูซาน ในกรุงเปียงยางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี วันที่ 8 มิ.ย. 2026)

(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนต้อนรับสีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีจีน ในกรุงเปียงยางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี วันที่ 8 มิ.ย. 2026)

“ฮอร์มุซ” เดือดถึงขีดสุด!! อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ เตือนทุกลำนับเป็นร่วมมือศัตรู สหรัฐฯ เตรียมเปิดปฏิบัติการใหญ่ เสียงระเบิดดังในหลายเมืองใต้ประเทศ

อิหร่านจะถือว่าเรือทุกลำที่เข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นการ “ร่วมมือกับศัตรู” กองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ระบุในแถลงการณ์

ก่อนหน้านี้ กองบัญชาการกลางคาตัม อัล-อันบิยา ของกองทัพอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านได้ปิดเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือทุกประเภท รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้า เนื่องจากการโจมตีล่าสุดของสหรัฐฯ ต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดย IRGC ระบุว่า เรือใดก็ตามที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าวจะถูกโจมตี

IRGC ระบุในแถลงการณ์ที่สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านนำมาเผยแพร่ว่า “เราขอเตือนว่า ห้ามเรือลำใดออกจากท่าเรือในอ่าวเปอร์เซียหรืออ่าวโอมาน การเข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกถือว่าเป็นการร่วมมือกับศัตรู”

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพุธ กล่าวหาเตหะรานว่าถ่วงเวลาการเจรจา และระบุว่าสหรัฐฯ ตั้งใจจะเปิดการโจมตีขนาดใหญ่ต่ออิหร่าน

ช่วงเช้าตรู่วันพฤหัสบดี สื่ออิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดในเมืองมีนาบและโมห์ร์ โดยเกิดระเบิด 3 ครั้งในเมืองบันดาร์ อับบาส และอีก 4 ครั้งในเมืองซีริก ทางตอนใต้ของอิหร่าน ขณะเดียวกัน ระบบป้องกันภัยทางอากาศถูกเปิดใช้งานในกรุงเตหะรานและพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ

ที่มา : Sputnik

“รัสเซีย” ถือกุญแจน้ำจืด “ปากีสถาน”!! เทคโนโลยีรัสเซียช่วยปากีสถานแก้ปัญหา บาโลจิสถาน-สินธ์ขาดแคลนน้ำจืดอย่างหนัก รัสเซียประสานงาน โครงการน้ำและพลังงาน เน้นพัฒนาโรงงานผลิตน้ำทะเลและรีไซเคิลน้ำ

ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งเชื่อว่า เทคโนโลยีผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลของรัสเซีย อาจมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อแคว้นบาโลจิสถาน และพื้นที่ทางตะวันตกของแคว้นสินธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการเข้าถึงของแม่น้ำสินธุ

รัสเซียอาจช่วยปากีสถานแก้ไขหนึ่งในปัญหาเร่งด่วนที่สุดของประเทศ นั่นคือ การขาดแคลนแหล่งน้ำและระบบจัดหาน้ำ

ปากีสถานเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมมีสัดส่วนราว 23% ของ GDP และจ้างแรงงานมากถึง 33% ของกำลังแรงงานทั้งประเทศ แต่ก็มักประสบปัญหาภัยแล้งและอุณหภูมิสุดขั้วอยู่บ่อยครั้ง

อาลี เอห์ซาน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาแห่งสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจตลาด กล่าวว่า

“รัสเซียมีขีดความสามารถด้านวิศวกรรม มีความเชี่ยวชาญด้านโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล และปากีสถานอาจจำเป็นต้องผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลในพื้นที่ชายฝั่งแถบบาโลจิสถาน รวมถึงบางพื้นที่ทางตะวันตกของสินธ์ ซึ่งไม่ได้เชื่อมต่อกับแม่น้ำสินธุ ในพื้นที่เหล่านั้น รัสเซียสามารถมีบทบาทที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง”

ในความเห็นของเขา ประสบการณ์ของรัสเซียยังอาจเป็นประโยชน์ต่อปากีสถานในด้านอื่น ๆ เช่น

  • การกรองและรีไซเคิลน้ำ
  • การบำบัดน้ำเสียในเมืองและน้ำทิ้งจากระบบชุมชน

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ยังระบุด้วยว่า ปากีสถานมีแหล่งน้ำจากธารน้ำแข็งและน้ำใต้ดินสำรองอยู่เป็นจำนวนมาก

ปัจจุบัน รัสเซียและปากีสถานมีข้อตกลงด้านน้ำและพลังงานน้ำร่วมกันอยู่แล้ว โดยมีบริษัท RusHydro ของรัสเซียเป็นผู้ดำเนินบทบาทหลัก ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับโครงการร่วมที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ ซึ่งรวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำและระบบชลประทานด้วย

ที่มา : Sputnik

“ธนาคารโลก” ชี้เศรษฐกิจชะลอ!! ปรับลดเติบโตโลกเหลือ2.5% แรงกดดันพลังงานเงินเฟ้อสูง คาดสหรัฐ-ยูโรโซนชะลอตัว เตือนเสี่ยงลุกลามจากตะวันออกกลาง

นิวยอร์ก, 12 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (11 มิ.ย.) รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกประจำครึ่งปีของธนาคารโลกปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจากร้อยละ 2.9 ในปี 2025 เหลือร้อยละ 2.5 ในปี 2026 นับเป็นอัตราต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2019 โดยมีสาเหตุจากราคาพลังงานพุ่งสูง เงินเฟ้อรุนแรง และต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้งในตะวันออกกลาง

รายงานเตือนว่าความเสี่ยงด้านลบต่อเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในระดับสูง โดยหากปัญหาการหยุดชะงักด้านพลังงานยังคงยืดเยื้อและราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 115 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,700 บาท) ต่อบาร์เรลในปีนี้ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอาจชะลอลงเหลือร้อยละ 2.1 พร้อมกับผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มเป็นร้อยละ 4.4 หรืออัตราการเติบโตเศรษฐกิจอาจลดเหลือร้อยละ 1.3 หากวิกฤตพลังงานส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน

รายงานได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ราวสองในสาม เมื่อเทียบกับรายงานที่เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคม 2026 โดยปรับลดลงมากที่สุดในกลุ่มประเทศภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย จากอัตราการเติบโตร้อยละ 3.9 ในปี 2025 เหลือเกือบร้อยละ 0 ในปี 2026 ขณะที่ภูมิภาคเอเชียใต้คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดที่ร้อยละ 6.3 ในปี 2026 แม้จะชะลอลงจากร้อยละ 7 ในปี 2025

นอกจากนี้ รายงานยังคงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ร้อยละ 2.2 ในปี 2026 แม้ตัวเลขนี้อาจลดลงเหลือร้อยละ 2.1 ในปี 2027 และร้อยละ 2 ในปี 2028 ขณะที่เขตยูโรหรือยูโรโซนคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตร้อยละ 0.8 ในปี 2026 ลดลงจากร้อยละ 1.4 ในปี 2025 ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของญี่ปุ่นคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 0.7 ในปีนี้ ลดลงจากร้อยละ 1.1 ในปี 2025

รายงานคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวแตะร้อยละ 2.8 ในปี 2027 แต่จะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงทศวรรษ 2010 อยู่ 0.4 จุด โดยธนาคารฯ เล็งเห็นว่าการดำเนินนโยบายที่เหมาะสมนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งแม้ความเสี่ยงด้านลบยังคงอยู่เนื่องมาจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์หยุดชะงัก และแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น

สำหรับในระดับโลก ธนาคารโลกเรียกร้องให้ประเทศที่เกี่ยวข้องเร่งเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร รวมทั้งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานรูปแบบใหม่ ขณะที่ในระดับประเทศ ธนาคารโลกเรียกร้องให้ทุกประเทศควบคุมอัตราเงินเฟ้อ เสริมสร้างความยั่งยืนทางการคลัง และสนับสนุนการสร้างงาน

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top