ครุกแมนเตือน “อาณาจักรมัสก์” !! หุ้น SpaceX วิ่งพุ่งวันที่เข้าเทรด มูลค่าบริษัททะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ผลิตภัณฑ์หลายอย่างยังไม่เกิดจริง ครุกแมนเปรียบเหมือนแชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์

พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ออกโรงเตือนนักลงทุนถึงความเสี่ยงการลงทุนในหุ้น SpaceX เขาเขียนบทความลงในเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย Substack เมื่อวันศุกร์ (12 มิ.ย.69) ซึ่งเป็นวันที่หุ้นของบริษัทขนส่งทางอวกาศและธุรกิจดาวเทียม SpaceX ของอีลอน มัสก์ เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดแนสแด็ก โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้น 19% จากราคาไอพีโอที่ตั้งไว้ 135 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ 160.95 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่งมูลค่าตลาดของ SpaceX ทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ การพุ่งขึ้นของหุ้นจากไอพีโอครั้งประวัติศาสตร์ ทำให้มัสก์กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์คนแรกของโลก

ครุกแมน เล่าแบบประชดว่า เมื่อวันพฤหัสบดี เขาเดินทางทริปสั้นๆ เริ่มด้วยการนั่งรถไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ท้องถิ่นที่วิ่งผ่านอุโมงค์ซึ่งขุดโดยบริษัท บอริ่ง คอมพานี (Boring Company) จากนั้นเขาก็ใช้ชิปฝังสมองสั่งการเรียกเทสลา โรโบแท็กซี่ (Tesla robotaxi แท็กซี่ไร้คนขับอัจฉริยะ และในระหว่างเดินทาง เขาก็นั่งอ่านข่าวอัปเดตล่าสุดจากอาณานิคมบนดาวอังคารไปด้วย

“โอเค... ความจริงคือ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักอย่าง เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมันไม่มีอยู่จริง!” ครุกแมนสรุป

สัญญาหลายอย่างของมัสก์ไม่เป็นจริง
ครุกแมน สาธยายว่า ไม่มีไฮเปอร์ลูปที่ใช้งานได้จริง บอริ่ง คอมพานี ไม่เคยขุดอุโมงค์เชิงพาณิชย์เลยสักแห่ง ส่วนเทสลาก็มีแท็กซี่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ที่ยังไม่ใช่ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบสมบูรณ์ วิ่งอยู่แค่ในเมืองออสติน และไม่มีที่อื่นอีกเลย (ในขณะที่แท็กซี่ไร้คนขับ Waymo ของกูเกิล เปิดให้บริการแล้วในศูนย์กลางเมืองใหญ่หลายแห่ง) ด้านนิวราลิงก์ (Neuralink) ที่อ้างว่าเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีชิปฝังสมอง ก็เพิ่งทดสอบผลิตภัณฑ์กับคนไข้เพียงไม่กี่ราย และยังไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น และแน่นอนว่าเรื่องอาณานิคมดาวอังคารน่ะเหรอ? ยังไม่เคยมีแม้กระทั่งเที่ยวบินที่มีมนุษย์ควบคุมเดินทางไปดาวอังคาร และไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยซ้ำ

ครุกแมน เอ่ยว่า ทว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ กลับสัญญาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าบริการแต่ละอย่างที่ว่ามานี้ จะพร้อมใช้งานภายในปี 2025 หรืออาจจะเร็วกว่านั้น

เทสลา-สตาร์ลิงก์ ของมัสก์ประสบความสำเร็จ
ครุกแมน ยอมรับว่า มัสก์เคยประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงมาบ้าง เทสลาคือ ก้าวที่ล้ำหน้าในกระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และสตาร์ลิงก์ (Starlink) ก็เป็นบริการที่สำคัญอย่างยิ่งยวดรวมถึงเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้จริง

ครุกแมน ย้ำว่า แต่ความสำเร็จเหล่านั้นมันยังไม่มากพอที่จะส่งให้มัสก์กลายเป็นชายที่รวยที่สุดในโลกได้หรอก อันที่จริงแล้ว ความมั่งคั่งของเขาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีรากฐานมาจาก "ความเชื่อที่สร้างความจริงขึ้นมาเอง" (Self-fulfilling faith) กล่าวคือ นักลงทุนที่เชื่อมั่นในความอัจฉริยะของมัสก์ พากันแห่ไปกว้านซื้อหุ้นในบริษัทต่างๆ ที่มัสก์ควบคุมอยู่ และมูลค่าที่พุ่งสูงขึ้นของบริษัทเหล่านี้ก็กลับมาช่วยเสริมส่งให้ชื่อเสียงด้านความอัจฉริยะของเขาดูน่าเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปอีก

เตือนมัสก์คือ แชร์ลูกโซ่
“เรามีคำนิยามสำหรับธุรกิจที่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ เพียงเพราะมันสามารถดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ๆ เข้ามาได้เรื่อยๆ และที่มันดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ๆ ได้เรื่อยๆ ก็เพราะตัวมันดูประสบความสำเร็จ... ธุรกิจแบบนั้นเขาเรียกว่า "แชร์ลูกโซ่" (Ponzi schemes) และอีลอน มัสก์ ก็คือ แชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์ดีๆ นี่เอง” ครุกแมน กล่าวเตือน

เขากล่าวว่า ยิ่งไปกว่านั้น การเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนขึ้นกว่าเดิมว่า ทักษะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมัสก์ไม่ใช่การพัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต แต่เป็นความเชี่ยวชาญในการเล่นแร่แปรธาตุทางการเงิน และความสามารถในการใช้ประโยชน์จากเส้นสายวงใน โดยเฉพาะอิทธิพลที่เขามีต่อรัฐบาลทรัมป์

หากอยากเห็นภาพชัดขึ้น ให้ลองพิจารณากรณีที่มัสก์เข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ (Twitter) เมื่อปี 2022 ซึ่งต่อมาเขาเปลี่ยนชื่อเป็น X ในการระดมทุนเพื่อปิดดีลนั้น วอลล์สตรีท (กลุ่มธนาคารเพื่อการลงทุน) ได้ให้มัสก์กู้ยืมเงินถึง 13,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหนี้สินที่พวกเขาตั้งใจจะรีบผ่องถ่ายออกจากบัญชีของตัวเองด้วยการขายต่อให้นักลงทุนรายอื่น แต่หลังจากนั้น มัสก์กลับเดินหน้าทำลายโมเดลธุรกิจของ X ด้วยการเปลี่ยนมันให้กลายเป็นส้วมหลุมของพวกขวาจัด และพวกฝักใฝ่นาซี จนทำให้บรรดาผู้โฆษณาพากันถอนตัวหนีหาย

พอถึงช่วงฤดูร้อนปี 2024 มูลค่าของ X ดิ่งลงเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของราคาที่ซื้อมาด้วยซ้ำ และหากธนาคารยอมขายหนี้ก้อนนี้ออกไป พวกเขาจะต้องเผชิญกับการขาดทุนถึง 40 เซนต์ต่อทุกๆ 1 ดอลลาร์ ทำให้เหล่าผู้บริหารธนาคารจำเป็นต้องแบกรับหนี้ของทวิตเตอร์เอาไว้นานกว่าที่คาดคิด จนนำไปสู่พาดหัวข่าวของ Wall Street Journal ในเดือนสิงหาคม 2024 ที่ว่า "การเข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ของอีลอน มัสก์ ถือเป็นดีลซื้อกิจการที่ย่ำแย่ที่สุดสำหรับกลุ่มธนาคาร นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงิน"

สายสัมพันธ์กับรัฐบาลทรัมป์หนุนธุรกิจมัสก์
ครุกแมน ระบุว่า แต่แล้วก็มีเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้น ซึ่งเข้ามาช่วยชุบชีวิตทั้งกลุ่มธนาคาร และกอบกู้ความน่าเชื่อถือทางการเงินในอนาคตของมัสก์เอาไว้ นั่นคือ การชนะเลือกตั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2024 และการมาถึงของยุค AI

หลังจากการเลือกตั้งของทรัมป์ บรรดาผู้ลงโฆษณาเริ่มทยอยกลับมาที่ X โดยอ้างเหตุผลว่าจำเป็นต้องเอาใจมัสก์ และทรัมป์ และในเดือนมีนาคม 2025 มัสก์ได้ควบรวมบริษัท AI ที่เขาเพิ่งก่อตั้งใหม่อย่าง xAI เข้ากับ X เพื่อเกาะกระแสความเห่อ AI ที่กำลังเร่งตัวขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าของ X และบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของเขาเอง

ครุกแมน กล่าวต่อไปว่า แต่โชคร้ายสำหรับมัสก์ เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน แชตบอต "Grok" ของ xAI ก็ยังตามหลังโมเดล AI ของ Anthropic และ OpenAI อยู่ห่างไกล แถมมันยังถูกมองในวงกว้างว่าไม่ปลอดภัย และเชื่อถือไม่ได้ มีอยู่ช่วงหนึ่งมันถึงกับเริ่มพ่นข้อความเหยียดเชื้อชาติ และต่อต้านยิวออกมา พร้อมกับตั้งฉายาให้ตัวเองว่า "เมคาฮิตเลอร์" (MechaHitler) แม้ว่าเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของทรัมป์จะพยายามผลักดันให้หน่วยงานรัฐต่างๆ รวมถึงกระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) หันมาใช้ Grok แต่ก็แทบจะไม่ประสบความสำเร็จเลย

มัสก์เอา SpaceX มาอุ้ม X และ xAI
ครุกแมนชี้ว่า ดังนั้น มัสก์ผู้ซึ่งเพิ่งจะอุ้ม X ด้วยการเอาไปควบรวมกับ xAI ตอนนี้กำลังจะหันมาอุ้ม xAI ต่อ ด้วยการโยนมันไปรวมเข้ากับ SpaceX ซึ่งเป็นบริษัทที่มีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงอย่างสตาร์ลิงก์

และในวันนี้ SpaceX กำลังจะเข้าสู่ตลาดหุ้น การเปิดขายหุ้น IPO วันแรกในตลาด Nasdaq เปิดตัวด้วยราคาที่ทำให้บริษัทนี้มีมูลค่าสูงถึง 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งที่ความจริงแล้วเมื่อปีที่แล้วบริษัทนี้มีรายได้เพียง 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์ และยังมีผลประกอบการที่ขาดทุนด้วยซ้ำ

ครุกแมน ตั้งข้อสงสัยว่า มูลค่าที่สูงลิ่วราวกับ "อยู่นอกโลก" ขนาดนี้ มันมีความสมเหตุสมผลตรงไหน? การทำ IPO ครั้งนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานส่วนหนึ่งที่ว่า นักลงทุนรายย่อยจะยอมควักกระเป๋าจ่าย ไม่ใช่เพราะพวกเขาได้ประเมินมูลค่าทางธุรกิจของ SpaceX อย่างสมเหตุสมผลแล้ว แต่เป็นเพราะพวกเขาเชื่อว่าตัวเองกำลังซื้อหุ้นใน "ความอัจฉริยะ" ของอีลอน มัสก์ ต่างหาก

ครุกแมนโทษแนสแด็กบิดกติกาช่วยมัสก์
ครุกแมนยังกล่าวโทษผู้บริหารตลาดแนสแด็กว่า ลำพังแค่กลุ่มผู้เลื่อมใสศรัทธาอาจไม่มากพอที่จะต่ออายุเกมเล่นแร่แปรธาตุทางการเงินนี้ได้ พันธมิตรในวอลล์สตรีทของมัสก์จึงต้องเข้ามาช่วยกันโกงกฎกติกา ดัชนีหุ้นรายใหญ่บางตัว โดยเฉพาะ Nasdaq 100 และ FTSE Russell ได้ยอมเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของตัวเองเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อรับ SpaceX เข้าเป็นสมาชิกดัชนีแทบจะในทันที

นักลงทุนถูกบังคับทางอ้อมให้ซื้อหุ้น SpaceX
ครุกแมน ชี้ว่า สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การที่หุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่งถูกจัดเข้าไปอยู่ในดัชนีหุ้นรายใหญ่นั้น จะสร้างผลประโยชน์ทางการเงินให้อย่างมหาศาล เพราะหุ้นจำนวนมากในตลาดถูกถือครองโดย "กองทุนดัชนี" (Index Funds) ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่ออกแบบพอร์ตโฟลิโอมาให้วิ่งเลียนแบบพฤติกรรมของดัชนีหลักๆ ดังนั้น มันจึงเกิดความต้องการซื้อหุ้นของบริษัทนั้นๆ ขึ้นมาทันทีเมื่อถูกเพิ่มเข้าไปในดัชนีใหญ่ เพราะกองทุนดัชนีไฟต์บังคับว่าจะต้องกว้านซื้อหุ้นเหล่านั้นเข้ามาเติมในพอร์ตของตัวเอง

ตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ดัชนีรายใหญ่จะต้องรออย่างน้อยหนึ่งปีหลังจากบริษัททำ IPO เพื่อให้เวลาหุ้นได้ "เติบโตเต็มที่" ก่อนที่จะพิจารณานำเข้ารวมในดัชนีชี้วัดตลาด การยอมหักกฎเกณฑ์เพื่อ SpaceX ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นอีกครั้งว่ามัสก์มีความสามารถในการชักจูง และทำให้สถาบันหลักๆ บิดเบี้ยวได้ขนาดไหน (อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P 500 ยังคงต้านทานแรงกดดันนี้ได้ และยืนยันจะรอครบหนึ่งปีก่อนจึงจะนำ SpaceX เข้าร่วม)

ครุกแมนทำนายแชร์ลูกโซ่มัสก์จะล้มลงในที่สุด
เรื่องนี้นำไปสู่ประเด็นสุดท้ายของครุกแมน ซึ่งเขาทำนายว่า “แชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์ขนาดมหึมาที่ชื่อว่า อีลอน มัสก์ วันหนึ่งมันจะต้องพังทลายลงมาอย่างแน่นอน แต่แชร์ลูกโซ่แบบดั้งเดิมนั้นจะโกงเฉพาะเงินของนักลงทุนที่เลือกจะเดินเข้ามาเล่นด้วยตัวเองเท่านั้น ทว่าในครั้งนี้ เงินจำนวนมหาศาลที่ใช้ค้ำยันกลโกงของมัสก์ จะมาจากกระเป๋าของชาวอเมริกันธรรมดาๆ ที่ถูกบังคับทางอ้อมให้ต้องซื้อหุ้นนี้ ปัจจุบัน สินทรัพย์ของกองทุนรวมประมาณ 52% ถูกลงทุนอยู่ในกองทุนดัชนีหรือกองทุนที่อิงกับดัชนี และกว่า 50% ของครัวเรือนอเมริกันก็มีการลงทุนในกองทุนรวม ต้องขอบคุณความสมรู้ร่วมคิดระหว่างมัสก์ และวอลล์สตรีท ภายใต้แรงหนุนจากภาพลักษณ์ที่ว่ารัฐบาลทรัมป์พร้อมเป็นแบ็กหลังให้มัสก์ ทำให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากหรืออาจจะส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ ต้องถูกลากถูลู่ถูกังเข้าไปเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงเครื่องจักรยักษ์ใหญ่ของมัสก์อย่างเลี่ยงไม่ได้”

ครุกแมน กล่าวตบท้ายว่า “แล้วในอเมริกาประเทศของทรัมป์แบบนี้... ยังมีใครต้องแปลกใจกับเรื่องแบบนี้อีกงั้นหรือ?”