Friday, 3 July 2026
WORLD

'นักมวยเขมร' ประกาศท้าชก 'บัวขาว' ลั่น!! คันมือคันเท้า รอปะทะที่กัมพูชา

หลังจากก่อนหน้านี้ ไต๋ศรี จันทน รองประธานกิตติมศักดิ์สหพันธ์มวยกัมพูชา ประกาศอัดฉีดนักชกเขมรทุกคน หากใครสามารถคว่ำ บัวขาว บัญชาเมฆ ได้ ก็พร้อมมอบอัดฉีดเป็นบ้าน, รถ และเงินเดือน 10 ปีเต็ม เนื่องจากบทสัมภาษณ์ของนักชกชาวไทยที่ดูจะไม่ค่อยเข้าหูคนกัมพูชาเสียเท่าไหร่

ล่าสุด 'แก้ว รุมจอง' Keo Rumchong นักมวยกัมพูชา วัย 35 ปี ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอยากดวลกับ 'บัวขาว' เป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้ทนไม่ไหว ใบหูร้อน คันมือ คันขา อยากปะทะกับนักชกชาวไทย

"หูร้อนทันที ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็มาแข่งที่กัมพูชา ผมรักบัวขาวมากนะ แต่คันมือ คันขา อยากปะทะ มาเลย บัวขาว บัญชาเมฆ ผมรอไม่ไหวแล้วพี่ชาย โปรดบอกผมเมื่อคุณตอบรับ" นักมวยชาวกัมพูชา กล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว

แก้ว รุมจอง ได้รับฉายาจากสื่อกัมพูชาว่าเป็น 'เสือร้ายแห่งพระตะบอง' พกสถิติอันสวยหรูในการชกคิก บ็อกซิ่ง ชนะคู่แข่งได้ถึง 157 ครั้ง จาก การขึ้นชก 174 ครั้ง น็อก 66 ครั้ง และพ่ายแพ้เพียง 13 ครั้ง เสมอ 4 ครั้ง

‘เพจดังกัมพูชา’ โพสต์ลายกระเป๋า Louis Vuitton ได้แรงบันดาลใจจาก ‘ลายผ้านางอัปสรา’ ศิลปะเขมร

(3 ก.พ. 66) เพจ ‘Ebook Cambodia’ (อีบุ๊คกัมพูชา) เผยแพร่ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์มีภาพกระเป๋าแบรนด์หลุยส์วิตตอง ลายโมโนแกรม ซึ่งเป็นลายคลาสสิกของแบรนด์ นำมาเปรียบเทียบกับลายผ้าของนางอัปสรา ตามความเชื่อนางอัปสราคือนางฟ้า หรือเทพธิดา ซึ่งเป็นรูปปั้นแกะสลักบนปราสาทหิน ศาสนสถานของประเทศกัมพูชา

พร้อมระบุข้อความที่แปลเป็นภาษาไทยว่า “แบรนด์ LV บางทีก็หนีไม่พ้นความคิดศิลปะของบรรพบุรุษชาวเขมร ประติมากรรมเก่าแก่หลายพันปี แต่ยังคงมีความศิวิไลซ์ บรรพบุรุษชาวเขมรช่างน่าทึ่ง”

'เฟด' ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ตามคาด ปราบ 'เงินเฟ้อ' ต่อ!! แม้ตัวเลขเริ่มผ่อนคลายในช่วงหลัง

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยครั้งที่แปดที่ 0.25% สู่ระดับ 4.50-4.75% และแม้จะมีการยอมรับว่าอัตราเงินเฟ้อได้ผ่อนคลายลงแล้ว แต่ยังอยู่ในระดับที่สูงจนจะต้องมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีก กระนั้นก็ยังถือเป็นการส่งสัญญาณบวกจนทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นรับข่าวดังกล่าวทันที

พาวเวลล์ กล่าวว่า เฟดตระหนักดีว่าอัตราเงินเฟ้อได้ผ่อนคลายลงแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าอาจใกล้ถึงจุดสิ้นสุดของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว แม้เขาได้ย้ำว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องอย่างเหมาะสม แต่มันถูกตีความอย่างกว้างขวางว่า หมายความว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานอีกครั้ง เมื่อมีการหารือครั้งต่อไปในราวเดือนมีนาคม แต่น่าจะเป็นการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

อีกเหตุผลที่ทำให้ตลาดเชื่อว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกไม่มากในอนาคต เนื่องจากก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เพิ่งจะประกาศว่า ค่าจ้างสำหรับแรงงานในสหรัฐฯ เติบโตช้าลง ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ถือเป็นการชะลอตัวลงครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้เฟดว่า ประเด็นการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างจะไม่เร่งให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

พาวเวลล์ ย้ำว่า การต่อสู้กับเงินเฟ้อยังไม่ยุติลง และเราต้องการหลักฐานเพิ่มเติมให้มากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะเดินไปบนเส้นทางขาลงอย่างต่อเนื่องและยังยืน ดังนั้น ขณะนี้ยังคงเร็วเกินไปที่จะประกาศชัยชนะ หรือคิดว่าเราประสบความสำเร็จแล้วจริง ๆ แต่เรายังคงต้องทำงานให้ลุล่วงต่อไป

แฉยับ!! เบื้องหลังบริษัทน้ำมัน 'สหรัฐฯ - ยุโรป' โกยกำไรงาม จากสัมปทานน้ำมันของ รบ.เมียนมา

หลังจากเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 66 ที่เป็นวันครบรอบ 2 ปีเหตุการณ์รัฐประหารในพม่า ก็ได้มีการสรุปรายงานโดยเจ้าหน้าที่พิเศษขององค์การสหประชาชาติ ว่าตั้งแต่ที่มีการยึดอำนาจโดย นายพล มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารคนปัจจุบันเป็นต้นมา มีการกระทำความผิดที่เข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,490 ราย โดยในจำนวนนั้น มีทั้งเด็กและเยาวชน กลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมือง และพลเรือนพม่ามากมาย

ในขณะที่ทั่วโลกร่วมกันประณาม และคว่ำบาตรรัฐบาลพม่า แต่กลับมีการนำเสนอเอกสารลับ โดยกลุ่ม Distributed Denial of Secrets กลุ่มนักเคลื่อนไหวในพม่า Justice For Myanmar ร่วมกับสำนักข่าวชื่อดัง  Finance Uncovered และ The Guardian ซึ่งพบหลักฐานการเสียภาษีจำนวนมหาศาลของกลุ่มบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของทั้ง สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ และ ไอร์แลนด์ ที่ได้ผลประโยชน์จากสัมปทานขุดเจาะน้ำมันในแหล่งก๊าซธรรมชาติของพม่า ที่บ่งชี้ว่าบริษัทเหล่านี้ยังสามารถแสวงหาผลกำไรมหาศาล แม้จะเกิดเหตุการณ์รัฐประหารในพม่าไปแล้วก็ตาม

เอกสารลับนี้ ยังชี้ว่า บริษัทนัำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาบางแห่ง ยังคงดำเนินกิจการในบริษัทสาขาของตนในพม่าตามปกติ แม้จะมีคำเตือนจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ถึงความเสี่ยงในการทำธุรกิจภายใต้สถานการณ์การเมืองในพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำธุรกิจร่วมกับ บริษัทน้ำมันและก๊าซแห่งชาติของเมียนมา (MOGE) ที่เป็นแหล่งเงินทุนหลักของรัฐบาลทหารพม่า 

เมื่อปรากฏหลักฐานว่ายังมีบริษัทน้ำมันจากชาติมหาอำนาจ ที่ยังมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับรัฐบาลทหารพม่าเช่นนี้ ทางสหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, แคนาดา จึงได้ออกมาแก้เกี้ยวด้วยการประกาศมาตรการคว่ำบาตรพม่าเพิ่ม รวมถึงคณะผู้บริหารระดับสูงของ MOGE ด้วย 

แต่กลับเลือกที่จะเลี่ยง ไม่ยอมคว่ำบาตร MOGE ทุกองค์กรทั้งระบบ ซึ่งยังเปิดช่องให้กิจการเอกชนสามารถทำธุรกิจร่วมกับ MOGE ได้อยู่ ซึ่งตรงข้ามกับทางกลุ่มสหภาพยุโรป ที่ได้ออกมาประกาศคว่ำบาตร MOGE ทั้งองค์กรแล้ว ในประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงในพม่า และมีการห้ามบริษัทเอกชนในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปทำธุรกิจร่วมกับ MOGE ใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะทางตรง หรือทางอ้อมก็ตาม

ทั้งนี้ ในเอกสารด้านภาษีที่หลุดออกมามีระบุรายชื่อบริษัทน้ำมันเอกชนของชาติตะวันตกที่ยังร่วมสัมปทานใน MOGE ดังนี้...

- Halliburton บริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกัน ที่เปิดสาขาในสิงคโปร์ แจงผลกำไรก่อนเสียภาษีในไตรมาศที่ 3 ของปี พ.ศ. 2564 รวมผลประกอบการ 8 เดือนหลังเหตุการณ์รัฐประหาร ที่ 6.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 207 ล้านบาท)  

- Baker Hughes บริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกัน ที่มีสำนักงานใหญ่ในเมือง ฮูสตัน รัฐเท็กซัส และเปิดสำนักงานในเมืองย่างกุ้ง มีผลกำไรก่อนภาษี ตลอด 6 เดือนจนถึงมีนาคม พ.ศ. 2565 ที่ 2.64 ล้านดอลลลาร์ (ประมาณ 87 ล้านบาท)

เมื่อไทยมีพระโค อเมริกาก็มี ‘กราวด์ฮอก’ เทพพยากรณ์อากาศ ขวัญใจชนพื้นเมือง

เช้าตรู่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปี ท่ามกลางอุณหภูมิติดลบในเมือง Punxsutawney รัฐเพนซิลเวเนีย แม้หนาวสาหัสขนาดไหน แต่ผู้คนนับพันก็ไม่ย่อท้อต่อความหนาวสุดขั้ว และต่างถือแก้วกาแฟหอมกรุ่นออกมารวมตัวชุมนุมที่ลานกลางเมือง

ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นและส่วนกลางตระเตรียมเครื่องมือของตน รอวินาทีสำคัญที่จะเผยตัวเบื้องหน้าโลกในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า ใครคนหนึ่งตะโกนฝ่าอากาศยามเช้าออกไป จากนั้นทุกคนก็ส่งเสียงเชียร์กระหึ่ม...ทั้งโลกจับตามองเจ้าตัวกราวด์ฮอก (Groundhog) อ้วนปี๋ประจำเมือง ที่ไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป ตัวเก่าตาย ตัวใหม่มาแทน จะตั้งชื่อกราวด์ฮอกว่า ‘ฟิลด์’ เจ้าตัวกลมปุ๊กหน้าตาตลกนี้เป็นนักพยากรณ์อากาศอันดับหนึ่งแห่งอเมริกาเลยทีเดียว

วินาทีที่นายกเทศมนตรีในเครื่องแต่งกายย้อนยุค ควัก ‘ฟิลด์’ จากโพรงไม้มาชูให้ฝูงชนเห็น ทุกคนต่างโห่ร้องปรบมือให้กำลังใจกันล้นหลาม ท่ามกลางประกายเจิดจ้าของแฟลชวูบวาบของกองทัพนักข่าว ซึ่งเอาเข้าจริงไม่ว่าจะปีไหน เจ้าฟิลด์ ก็จะดูงัวเงียอย่างเห็นได้ชัด แต่ด้วยความที่เป็นขวัญใจมหาชนมายาวนาน จึงยังคงนอนนิ่งในอ้อมกอดนายกเทศมนตรี ท่ามกลางเสียงโห่ร้องและเสียงรัวชัตเตอร์ถี่ยิบของฝูงชน (ครั้นเมื่อตอนภาพยนตร์เรื่อง Groundhog Day ออกฉายเมื่อปี 1993 ชื่อเสียงของฟิลด์ยิ่งดังทะลุฟ้ายิ่งกว่าดาราฮอลลีวู้ดเสียอีก)

Groundhog Day จัดขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปี ทั้งในแคนาดาและรัฐทางเหนือของอเมริกา มีความเชื่อเก่าแก่ที่เล่าสืบต่อมาว่า ถ้ากราวด์ฮอกโผล่ออกมาจากโพรงในวันนี้ และทิ้งโพรงไปหากินทันที นั่นหมายถึงฤดูหนาวใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว ใบไม้ผลิจะมาถึงในไม่ช้า 

แต่ถ้ากราวด์ฮอกโผล่ออกมาจากโพรง แล้วเห็นเงาของตัวเอง แสดงว่าปีนั้นฤดูหนาวจะยาวนานต่อไปอีก 6 อาทิตย์ แล้วจะเข้าสู่ใบไม้ผลิ คือไม่ว่า กราวด์ฮอกจะเห็นหรือไม่เห็นอะไร ก็ถือเป็นเรื่องเล่นสนุกของผู้คนในเมืองหิมะที่เบื่อหิมะอันแสนยาวนานนั่นเอง

ปูมหลัง ‘มวยไทย - เลธเหว่ย - กุน ขแมร์’ ศาสตร์การต่อสู้ ที่มิคู่ควรข้องความร้าวฉาน

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่พูดถึงเรื่องของ ‘กุน ขแมร์’ ที่กำลังเป็นประเด็นเรื่องการบรรจุกีฬานี้เข้าไปในการแข่งขันซีเกมส์ ซึ่งในอดีต ‘ชินลง’ หรือ ‘ตะกร้อวง’ ก็เคยบรรจุในกีฬาซีเกมส์มาก่อน ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่กรุงเนปิดอว์ในปี 2013 ซึ่งครั้งนั้นก็ไม่ได้มีประเด็นอะไร และเอาเข้าจริง ๆ ‘กุน ขแมร์’ ที่เป็นดรามากันในวันนี้ ก็มิน่าจะมีประเด็นอันใดแตกต่างจากในอดีต ส่วนเหตุที่เอย่าได้กล่าวเช่นนั้น ก็เพราะมีอีกมุมมองมานำเสนอให้ทราบกัน

เลธเหว่ยหรือมวยคาดเชือกพม่านั้น ผู้ชกจะไม่สวมนวม แต่จะพันผ้าแบบสไตล์มวยคาดเชือกแทน ส่วนการชกนั้นสามารถออกอาวุธได้ทั้งศอก เข่า เท้าเตะ และใช้หัวโขก รวมถึงการจับคู่ต่อสู้เหวี่ยงหรือทุ่มได้ ในการชกแข่งขันจะแบ่งเป็น 5 ยก ยกละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที

ส่วนมวยไทยนั้นได้ชื่อว่าเป็นศาสตร์การโจมตีทั้งแปด ซึ่งรวม สองมือ สองเท้า สองศอก และสองเข่า ซึ่งบางตำราอาจเป็น นวอาวุธ ซึ่งรวมการใช้ศีรษะโจมตี หรือ ทศอาวุธ ซึ่งรวมการใช้บั้นท้ายกระแทกโจมตีด้วย แต่ในการแข่งขันปัจจุบัน นักมวยจะสวมนวมในการชกและห้ามใช้ศีรษะในการชกเพราะอันตรายเกินไปส่วนกติกาการชกก็เป็น 5 ยก ยกละ 3 นาที พัก 2 นาทีเช่นกัน

‘สื่อจีน’ ตีข่าว ประเด็นไฟเซอร์ทดลองกลายพันธุ์โควิด หวังกอบโกยเงิน จากการขายวัคซีนต้านไวรัส

สื่อมวลชนจีนออกมาชี้ว่าไฟเซอร์เสี่ยงเผชิญหายนะด้านประชาสัมพันธ์ ด้วยผู้ชมจำนวนมากอาจเชื่อว่าไฟเซอร์กำลังสร้างโควิดตัวกลายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาเพื่อโกยเงินจากการขายยาและวัคซีน หลังกลุ่มเคลื่อนไหวไม่แสวงหาผลกำไร Project Veritas เผยแพร่วิดีโออื้อฉาว เป็นภาพที่อ้างว่าผู้บริหารของไฟเซอร์ ยอมรับกำลังทำเช่นนั้นจริง แม้ผู้ผลิตยาสัญชาติสหรัฐฯ แห่งนี้ออกมาชี้แจงในวันศุกร์ (27 ม.ค.) ไม่ได้ทำการวิจัยแบบ gain-of-function หรือ directed evolution สำหรับกลายพันธุ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ตามคำกล่าวหาดังกล่าว

รายงานข่าวของสำนักข่าว CGTN สื่อมวลชนจีน ระบุว่าในวิดีโอความยาวเกือบ 10 นาที ส่วนใหญ่เป็นภาพบุคคลรายหนึ่งกำลังพูดเกี่ยวกับปฏิบัติการภายในของไฟเซอร์ ซึ่งในนั้นรวมถึงการวิจัยไวรัสนี้ผ่านเทคนิค directed evolution เช่นเดียวกับเรื่องอื่น ๆ

บุคคลรายนี้บอกด้วยว่าโควิด-19 คือตัวทำเงินของทางบริษัท พร้อมเปิดเผยว่าทางไฟเซอร์ กำลังพยายามกลายพันธุ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยเป็นการจงใจทำให้เชื้อกลายพันธุ์ด้วยฝีมือนักวิจัย ไม่ใช่การกลายพันธุ์เองโดยธรรมชาติเหมือนที่ผ่าน ๆ มา

เขายังบอกกับคนที่คุยด้วยอีกว่า "คุณต้องสัญญาว่าคุณจะไม่บอกคนอื่น ๆ" วิดีโอนี้ดึงดูดผู้ชมบนทวิตเตอร์แล้วมากกว่า 23 ล้านวิว

Project Veritas อ้างว่าบุคคลดังกล่าวคือนายจอร์ดอน ทริชตัน วอล์คเกอร์ ผู้อำนวยการของไฟเซอร์ ด้านวิจัยและพัฒนา

ในเรื่องนี้ CGTN ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนบุคคลดังกล่าวได้ แต่ระบุว่าในส่วนของไฟเซอร์เองก็ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธว่า วอล์คเกอร์ เป็นพนักงานของบริษัทหรือไม่ และในถ้อยแถลงชี้แจงของทางไฟเซอร์ก็ไม่ได้พาดพิงถึงคลิปวิดีโอดังกล่าวแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เจมส์ โอคีเฟ หัวหน้ากลุ่ม Project Veritas โพสต์วิดีโอและภาพบันทึกหน้าจอในสิ่งที่เขาอ้างว่า "เป็นเอกสารภายในของไฟเซอร์" แสดงให้เห็นถึงตำแหน่งของวอล์คเกอร์ ในบริษัทแห่งนี้ ตามรายงานของ CGTN

สำนักข่าว CGTN รายงานต่อว่า ทาง Project Veritas ได้โพสต์อีกคลิปหนึ่งลงบนยูทูบ เป็นภาพของบุคคลเดียวกันกำลังคว้าแล็ปท็อปไปจาก โอคีเฟ และเขวี้ยงมันลงกับพื้นด้วยความไม่พอใจ หลังจาก โอคีเฟ เปิดคลิปที่ทั้ง 2 พูดคุยกันให้เขาดู

เสียงในวิดีโอได้ยินบุคคลรายดังกล่าวพูดว่า "คุณไม่ควรบันทึกคลิปคนอื่นแบบนี้" และบอกกับ โอคีเฟ ด้วยว่า "เขาพูดโกหก" ในวิดีโอที่ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อหวังสร้างความประทับใจแก่อีกฝ่าย

‘ค่ายกุน ขะแมร์’ ใช้ตราครุฑไทยติดกางเกงมวย ด้านชาวเน็ตเดือด!! ทำแบบนี้หยามกันชัดๆ

(30 ม.ค. 66) จากประเด็นที่ประเทศกัมพูชา พยายามระบุว่า ‘กุน ขะแมร์’ เป็นต้นกำเนิด ‘มวยไทย’ และใช้ชื่อ ‘กุน ขะแมร์’ สำหรับแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2023 ที่ตนเองเป็นเจ้าภาพ จนสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ IFMA ประกาศว่าพร้อมแบนชาติที่ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน

นอกจากนี้ยังมีประเด็นต่าง ๆ เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ที่มีการระบุว่าชาวเขมรพยายามอ้างว่า ศิลปะวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ในประเทศไทย ล้วนมาจากเขมร

ขณะที่แฟนเพจดังอย่าง ASEAN 'มอง' ไทย มีการเผยแพร่ภาพที่มีค่ายมวยกุน ขะแมร์ ในประเทศกัมพูชา นำตราครุฑไทยไปทำกางเกงขาย

‘ริชี ซูแน็ก’ สั่งปลด ปธ.บริหารพรรคอนุรักษ์นิยม เซ่นปมข่าวฉาว หลบเลี่ยงภาษีนับล้านปอนด์

ริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกคำสั่งด่วนในวันนี้ (30 ม.ค. 66) ให้ปลด นาย นาดิม ซาฮาวี ประธานบริหารพรรคอนุรักษ์นิยม ที่เป็นพรรคแกนนำหลักของรัฐบาลในปัจจุบัน หลังจากที่หน่วยงานอิสระได้สืบสวน และชี้มูลว่า นาย นาดิม ซาฮาวี ทำผิดจริยธรรมทางการเมืองอย่างร้ายแรง ในกรณีหลบเลี่ยงภาษีนับล้านปอนด์ขณะดำรงตำแหน่งบริหารในรัฐบาล 

นอกจากจะเคยมีข้อครหาในการหลบเสี่ยงภาษีแล้ว นาฮิม ซาฮาวี ยังมีเจตนาปกปิดความผิด ไม่แจ้งข้อมูลการเสียภาษีของตนอย่างโปร่งใส จึงเป็นเหตุให้ ริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรี ที่ถูกกดดันอย่างหนักจากข่าวอื้อฉาวของคนระดับประธานพรรคอนุรักษ์ ตัดสินใจปลด นาฮิม ซาฮาวี ออกจากตำแหน่งในวันนี้ 

สำหรับ นาย นาฮิม ซาฮาวี เป็นนักการเมืองอังกฤษ เชื้อสายเคิร์ด ที่เกิดในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก ก่อนที่ครอบครัวจะย้ายถิ่นมาตั้งรกรากในอังกฤษในช่วงปีแรกๆ ที่ซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำอิรักเรืองอำนาจ และเริ่มเข้าสู่การเมืองอังกฤษจากการเป็นแกนนำในการช่วยเหลือชาวเคิร์ดที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอ่าวเปอร์เซีย ในปี 1991

ส่วนจุดเริ่มต้นของข่าวฉาวเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงภาษีของ นาฮิม ซาฮาวี เกิดขึ้นในปี 2000 ที่เขาได้ร่วมก่อตั้งสำนักโพลที่ชื่อ YouGov กับนาย สตีเฟน เชคสเปียร์  

และต่อมาเขาได้โอนหุ้น YouGov ของเขาให้แก่บริษัท Balshore Investments ที่จดทะเบียนในยิบรอลตาร์ หนึ่งในดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร และเป็นดินแดนที่ขึ้นชื่อในเรื่องการให้สิทธิพิเศษด้านภาษีแก่นักลงทุนต่างประเทศ ที่มักใช้ในการหลบเลี่ยงภาษี และยังพบด้วยว่า ผู้เป็นเจ้าของ Balshore Investments เป็นบิดา-มารดาของ นาย นาฮิม ซาฮาวี เอง

‘ยูทูบเบอร์มะกัน’ ช่วยจ่ายค่าผ่าตัดให้ ‘คนตาบอด’ กว่า 1,000 คน ให้กลับมามองเห็นชัดอีกครั้ง

เป็นเรื่องราวดี ๆ ที่เรียกเสียงชื่นชมจากคนทั่วโลก เมื่อยูทูบเบอร์ชื่อดัง ‘MrBeast’ ได้โพสต์คลิปวิดีโอเล่าเรื่องราวการช่วยเหลือคนตาบอดหรือเกือบบอดสนิท 1,000 คนให้ได้รับการผ่าตัด จนสามารถกลับมามองเห็นโลกที่กระจ่างชัดได้อีกครั้ง

หนุ่มยูทูบเบอร์อันดับ 1 ของโลกซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 130 ล้านคนเผยว่า เขาได้เริ่มภารกิจช่วยเหลือผู้ป่วยต้อกระจก (cataract) 1,000 คนที่ไม่มีเงินจ่ายค่าผ่าตัดดวงตา

“เรากำลังช่วยรักษาอาการตาบอดให้กับคน 1,000 คน” MrBeast ซึ่งมีชื่อจริงว่า จิมมี โดนัลด์สัน (Jimmy Donaldson) กล่าวผ่านคลิปวิดีโอที่โพสต์ลง Youtube เมื่อวันเสาร์ (28 ม.ค.) ซึ่งจนถึงวันนี้มีผู้เข้าชมแล้วมากกว่า 41 ล้านวิว

คลิปนี้ได้รวบรวมฟุตเทจอันน่าประทับใจของผู้ป่วยในช่วงก่อนและหลังผ่าตัดตา และ MrBeast ยังได้มอบเงินบริจาคและของขวัญให้กับผู้ป่วยบางคนด้วย

เจฟฟ์ เลเวนสัน (Jeff Levenson) จักษุแพทย์ซึ่งร่วมมือกับ โดนัลด์สัน ในการช่วยผ่าตัดตาให้กับผู้ป่วยชุดแรกๆ ในเมืองแจ็คสันวิลล์ รัฐฟลอริดา เล่าว่า ตัวเขาเองมีส่วนร่วมในโครงการ ‘Gift of Sight’ ซึ่งให้บริการผ่าตัดต้อกระจกฟรีแก่ผู้ป่วยที่ไม่มีประกันสุขภาพ และจัดเป็นบุคคลตาบอดในทางกฎหมาย มานานกว่า 20 ปีแล้ว

“คนตาบอดราว ๆ ครึ่งหนึ่งของโลกสามารถกลับมามองเห็นได้ด้วยการผ่าตัดแค่ 10 นาที” เลเวนสัน ระบุในคลิปวิดีโอ

เขาเล่าว่าได้รับการติดต่อจากทีมงานของ โดนัลด์สัน เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว

“ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักเลยว่า MrBeast เป็นใคร และเกือบจะวางสายไปแล้ว แต่โชคดีที่ผมไม่ได้ทำแบบนั้น”

ทั้งสองเริ่มโทรศัพท์ติดต่อไปยังศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน และคลินิกรักษาฟรีต่างๆ เพื่อจัดทำบัญชีรายชื่อคนตาบอดในเมืองแจ็คสันวิลล์ที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดต้อกระจกแต่ไม่มีเงินรักษาตัว เมื่อรวบรวมผู้ป่วยได้ 40 คน เลเวนสันก็ได้ทำการผ่าตัดให้กับพวกเขาทั้งหมดภายในวันเดียว โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 7.00 น.ไปจนถึง 18.00 น.

‘กรุงเทพ’ ครองแชมป์หมุดหมายนักท่องเที่ยวจีน ดัน ศก.ช่วงตรุษจีนคึก คาดลุ้นอีกระลอก 1 พ.ค.นี้

(30 ม.ค. 66) สำนักข่าวซินหัว เผย ทริปด็อตคอม กรุ๊ป (Trip.com Group) รายงานว่านักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากเดินทางสู่ต่างประเทศเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ขณะจีนผ่อนปรนข้อจำกัดการเดินทางขาออกหลังปรับเปลี่ยนการรับมือโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เมื่อไม่นานนี้

รายงานระบุว่าคำสั่งซื้อเพื่อการท่องเที่ยวขาออกนอกประเทศ ช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน ระยะ 7 วัน เพิ่มขึ้น 640% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยคำสั่งซื้อบัตรโดยสารเที่ยวบินข้ามพรมแดนของนักท่องเที่ยวจีนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของทริปด็อตคอม กรุ๊ป เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า เมื่อเทียบปีต่อปี

ทั้งนี้ จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สิงคโปร์, กัวลาลัมเปอร์, เชียงใหม่, มะนิลา และบาหลี

'กิมจิจีน' รุกคืบครองส่วนแบ่งตลาดในเกาหลีใต้ 40% ผลพวกจาก 'วิกฤติเศรษฐกิจ - สภาพอากาศแปรปรวน'

'กิมจิ' อาหารประจำชาติของเกาหลี เป็นอาหารที่คนไทยคุ้นเคยดีและซึมซับผ่านทาง Soft Power ด้านต่าง ๆ เช่น ร้านอาหารเกาหลี ซีรีส์ รายการวาไรตี้ และเมื่อเจอกิมจิที่ไหน เราจะนึกถึงเกาหลีขึ้นมาก่อนทันที

แต่รู้หรือไม่ว่า ตอนนี้ตลาดกิมจิในเกาหลีใต้ถูกกิมจิจากประเทศจีน กินส่วนแบ่งตลาดไปมากถึง 40%

ตัวเลขส่งออกกับนำเข้าที่สวนทางกันของกิมจิ กำลังกลายเป็นประเด็นในเกาหลีใต้ ท่ามกลางการยิ้มรับความสำเร็จและเม็ดเงินจาก Soft power

มูลค่านำเข้ากิมจิปี 2022 ของเกาหลีใต้อยู่ที่ 169 ล้านดอลลาร์ (ราว 5,500 ล้านบาท) เพิ่มจาก 140 ล้านดอลลาร์ (ราว 4,500 ล้านบาท) ของปี 2021 

และยังเพิ่มขึ้นมาแทบทุกปี ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา สวนทางกับตัวเลขส่งออกในปี 2022 ซึ่งอยู่ที่ 140 ล้านดอลลาร์ (ราว 4,500 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 7 ปี

นักวิจัยอิสราเอล เผยประโยชน์ ‘ฝังเข็มจีน’ ช่วยลดเจ็บปวด-กังวล ระหว่างผ่าตัดมะเร็ง

เมื่อวานนี้ (25 ม.ค.66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คลาลิท (Clalit) องค์กรด้านสาธารณสุขขนาดใหญ่สุดของอิสราเอล เปิดเผยว่าคณะนักวิจัยอิสราเอลพบว่าการฝังเข็มแบบจีนช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและความวิตกกังวลระหว่างการผ่าตัดมะเร็งวิทยานรีเวช (gynecological oncological)

การศึกษาใหม่นี้ถูกตีพิมพ์ลงบทวารสารสหวิทยาการโรคมะเร็งในสหรัฐฯ โดยคณะนักวิจัยของคลาลิทพบว่าการฝังเข็มแบบจีนระหว่างการผ่าตัดช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและความวิตกกังวลในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งทางนรีเวช อาทิ มะเร็งรังไข่และมะเร็งมดลูก

การศึกษาได้ตรวจสอบผลของวิธีการรักษาแบบเฉพาะทางซึ่งผสมผสานเทคนิคการกดจุด การสัมผัส และการผ่อนคลายก่อนการผ่าตัด เข้ากับการรักษาด้วยการฝังเข็มระหว่างการผ่าตัดในผู้ป่วยจำนวน 99 ราย

Netflix เอาจริง!! ลุยเก็บค่าบริการเพิ่ม จากบัญชีที่แชร์รหัสผ่านภายในมีนาคมนี้

Netflix แจ้งผู้ถือหุ้นว่า ภายในไตรมาสแรกนี้จะเก็บเงินเพิ่มจากบัญชีที่แชร์รหัสผ่านนอกบ้านในหลายประเทศมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้เริ่มไปแล้วในบางประเทศ อย่างคอสตาริกา ชิลี และเปรู ซึ่งเก็บเพิ่ม 2-3 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 100 บาท  

(26 ม.ค.66) สำนักข่าว Insider รายงานว่า ภายในสิ้นเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ Netflix (เน็ตฟลิกซ์) ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งรายใหญ่ของโลกจะเริ่มเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มจากผู้ใช้บริการที่แชร์รหัสผ่านกันในวงกว้างมากขึ้น เป็นการสิ้นสุดการแชร์รหัสผ่านของผู้ใช้บริการที่อยู่อาศัยอยู่คนละบ้าน 

Netflix บอกเป็นนัยถึงการปราบปรามการแชร์รหัสผ่านเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2565 หลังจากสูญเสียสมาชิกครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษจำนวน 200,000 ราย ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 

ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม 2566 Netflix กล่าวโดยคาดว่าจะ “เปิดตัวการแชร์รหัสผ่านแบบชำระเงินในวงกว้างมากขึ้น” ในไตรมาสแรกนี้ ซึ่งหมายความว่าภายในสิ้นเดือนมีนาคม ผู้ใช้บริการในหลายประเทศ หรือทุกประเทศอาจไม่สามารถให้รหัสผ่านภายใต้การใช้บริการแพ็กเกจเดิมได้อีกแล้ว

Netflix กล่าวว่าการแชร์รหัสผ่าน Netflix เกิดขึ้นในกว่า 100 ล้านครัวเรือน ซึ่ง “บั่นทอนความสามารถในระยะยาวของเราในการลงทุนและปรับปรุง Netflix” และเสริมว่า ในขณะที่ข้อกำหนดในการใช้งานจำกัดการใช้บัญชีสำหรับครัวเรือนเดียว “เราตระหนักดีว่านี่เป็นการเปลี่ยนแปลงสำหรับสมาชิกที่ใช้บัญชีร่วมกันในวงกว้างมากขึ้น”

“ตามที่เราเปิดตัวการแชร์รหัสผ่านแบบชำระเงิน สมาชิกในหลายประเทศจะมีตัวเลือกในการจ่ายเพิ่มหากต้องการแชร์รหัสผ่านบัญชี Netflix กับคนที่ไม่ได้อาศัยในบ้านเดียวกัน” จดหมายของผู้ถือหุ้นระบุ

ภายใต้ข้อกำหนดใหม่ของ Netflix สมาชิกจะสามารถถ่ายโอนโปรไฟล์ผู้ใช้ไปยังบัญชีใหม่ได้ 

ณ ตอนนี้ Netflix มีการทดลองใช้การแชร์รหัสผ่านแบบชำระเงินแล้วในคอสตาริกา ชิลี และเปรู ซึ่งเก็บเพิ่ม 2-3 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการเพิ่มบัญชีสมาชิกที่อาศัยอยู่นอกครัวเรือน 

จดหมายผู้ถือหุ้นกล่าวว่า ผู้ใช้ชาวละตินอเมริกาบางคนยกเลิกการสมัครสมาชิก เป็นผลมาจากมีการคิดค่าบริการการแชร์รหัสผ่าน และ Netflix คาดว่า ผู้ใช้บริการจะลดลงในระยะสั้น แต่เมื่อผู้ที่ยืมบัญชีผู้อื่นเริ่มสมัครเข้าเป็นสมาชิกเอง รายได้โดยรวมของบริษัทควรจะดีขึ้น 

ดาราไต้หวันเที่ยวไทย อ้าง!! ถูกตำรวจไทย 'ค้น-กักตัว' พร้อมรีดไถเงินกว่า 20,000 บาท ถึงจะยอมปล่อยตัว

จากเพจ 'หนีห่าวไต้หวัน ฉันมาแล้ว' ได้โพสต์เรื่องราวของ ดาราชาวไต้หวันเที่ยวไทย ซึ่งอ้างว่าถูกตำรวจไทยขอค้นตัว ค้นกระเป๋า รีดไถเงินกว่า 20,000 ถึงยอมปล่อยตัว ว่า...

พอดีมีลูกเพจส่งข่าวมาให้ ขอให้ช่วยแปลข่าวนี้ พอไปเช็กหลายเว็บไซต์ข่าวในไต้หวัน คือ หลายสื่อได้ลงจริงค่ะ 

ดารานักแสดงชาวไต้หวันคนนี้ชื่อว่า 安于晴 อันหยูชิง หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Charlene An ซึ่งเธอได้โพสต์ลงอินสตราแกรมจนกลายเป็นข่าวดังในไต้หวันเมื่อช่วงต้นมกราคมที่ผ่านมา

เธอได้โพสต์ว่า “เมื่อช่วงวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนกลับไต้หวัน 1 วัน ขณะที่นั่งรถแท็กซี่กับเพื่อน ๆ กลับโรงแรม ระหว่างทางช่วงราว ตี 1 กว่า ๆ กลับถูกตำรวจที่ตั้งด่านเรียกให้รถหยุดและขอค้นตัว ค้นกระเป๋า โดยมีการมาจับค้นที่กระเป๋ากางเกง และกระเป๋าสตางค์ 

มีการถามถึงเรื่องวีซ่า เมื่อเธอยื่นหนังสือเดินทางให้ดูเเละบอกว่าได้ของวีซ่า VOA เข้ามา (VOA คือวีซ่าที่ขอที่สนามบินเมื่อมาถึงไทยเพื่อขออนุญาตเข้าประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย) 

แต่เเล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตรวจค้นเธอกลับบอกว่า ไม่ยอมรับวีซ่า VOA  ต้องใช้เป็นวีซ่าจริง ๆ ที่มีตราและพิมพ์เท่านั้น คือยังไงก็จะพยายามหาข้อหายัดใส่เธอให้ได้

คนในกลุ่มเธอได้มีการอัดคลิปเพื่อเป็นหลักฐาน และเพื่อป้องกันตัว แต่ถูกเจ้าหน้าบอกให้ลบคลิป ยื้อไปมาเจรจาตกลงกัน เธอเล่าต่อว่าเขาจะพาไปสถานีตำรวจเธอก็บอกไปก็ไป (แต่ก็ไม่ได้พาเธอไป) 

เธอยืนจนเมื่อยจนนั่งยองกับพื้นก็บอกให้เธอลุก ทำเสียงดุดันใส่เธอ บังคับให้เธอพูดขอโทษ (ทั้งที่เธอไม่ผิดอะไร) เธอก็ยอมทำทุกอย่าง เธอแทบอ้อนวอนให้ปล่อยเธอไปเพราะเธอไม่ได้ทำอะไรผิด เธอกลัวมาก เธอบอกว่าตอนนั้นราวกลับในหนังพวกเมซิกันที่จับค้นค้ายาอะไรแบบนั้นเลย แต่เธอไม่ใช่ เธอนักท่องเที่ยว!!  ทำแทบทุกอย่างแต่ก็ไม่ยอมปล่อยเธอ จนเธองงว่าเธอทำผิดอะไร

เธออ้อนวอนเจรจาอยู่นาน แทบจะกราบ เธอบอกพยายามพูดภาษาไทยนิด ๆ พูดว่าขอโทษ ขอร้อง เเต่ไม่เป็นผล เธอทำทุกอย่าง เหลือเพียงแต่คุกเข่าไหว้แค่นั้น สุดท้ายยื้ออยู่ราว 2 ชั่วโมง และได้พาเธอไปที่ลับตาคน โดยมีการหลบกล้อง cctv หน้าสถานทูตจีน (จากที่เธอบอกต่อสื่อ) เเล้วบอกว่า “ทั้งหมดในรถต้องจ่ายมา 27,000 บาท ถึงจะยอมปล่อย!!” ทางดาราสาวบอกว่า คือ ง่าย ๆ จะเอาเงินนั่นแหละ เธอเลยถึงบางอ้อ 

สุดท้ายพอเธอยอมจ่าย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกเเท็กซี่ให้พวกเธอกลับโรงแรม เธอยังเล่าต่อว่า ข้างๆเธอยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี เป็นผู้หญิง 5 คน โดนอย่างเธอ ไม่แน่ใจว่า กลุ่มที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ (เธอเรียกพวกนี้ว่า 黑警 hēijǐng เฮยจิ่ง หมายถึง ตำรวจเลว) คือ จ้องจะจับแต่นักท่องเที่ยวผู้หญิงชาวเอเชียหรือไม่?!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top