Sunday, 27 September 2026
NEWS FEED

เปิดตัว “ชมรมพนักงานสอบสวนตำรวจ” และร่วมหารือ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เพื่อ ยกระดับงานสอบสวน พัฒนาคุณภาพชีวิต แก้วิกฤติอำนวยความยุติธรรม

วันนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2567) พล.ต.อ.วุฒิชัย ศรีรัตนวุฒิ ประธานชมรมพนักงานสอบสวนตำรวจ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 ได้มีการจัดตั้ง “ชมรมพนักงานสอบสวนตำรวจ” ขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม พัฒนางานสอบสวน และพนักงานสอบสวนให้มีประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน โดยมี พล.ต.อ.วุฒิชัย ศรีรัตนวุฒิ 
เป็นประธานชมรมฯ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ (ผู้ริเริ่มก่อตั้ง) พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง พล.ต.อ.ศักดา เตชะเกรียงไกร พล.ต.อ.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ พล.ต.ท.วุฒิ วิทิตานนท์ และ พล.ต.ท.วสันต์ วัสสานนท์ เป็นที่ปรึกษา

ในส่วนของคณะกรรมการฯ ประกอบด้วย พ.ต.อ.ดร.มานะ เผาะช่วย พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ นิตยวิมล พล.ต.ต.เจนกมล คํานวล พล.ต.ต.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ พล.ต.ต.ดร.ศิริวัฒน์ ดีพอ พ.ต.อ.ดร.ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย พ.ต.ท.ภูมิรพี ผลาภูมิ และผู้แทนจากกองบัญชาการที่มีอำนาจสอบสวน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมการบริหาร และคณะที่ปรึกษาชมรมพนักงานสอบสวนตำรวจ ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหางานสอบสวน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นกรณีเร่งด่วน มีมติในเสนอมาตรการถึงท่านผู้บัญชาการ
ตำรวจแห่งชาติ ดังนี้

1. เรื่องระบบตำแหน่งควบ สายงานสืบสวนสอบสวน โดยแบ่งเป็น “พนักงานสอบสวนปกติ” ที่มีการแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น เหมือนกับตำรวจสายงานอื่นทั่วไป และ “พนักงานสอบสวนตำแหน่งควบ” ที่มีตำแหน่งปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง มีแท่งเลื่อนไหลตั้งแต่ระดับ รองสารวัตร ถึงระดับรองผู้บังคับการ โดยใช้การประเมินเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น

2. เรื่องการแก้ไขปัญหาพนักงานสอบสวนขาดแคลน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกวดขัน
ห้ามพนักงานสอบสวนไปช่วยราชการในสายงานอื่น

3. เรื่องการเพิ่มเงินประจำตำแหน่ง และค่าตอบแทนการทำสำนวนการสอบสวน 
โดยคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน และการดำรงตนอยู่ในความยุติธรรมได้อย่างมีเกียรติ โดยเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนที่รัฐจ่ายให้แก่ข้าราชการฝ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม

4. เรื่องการแก้ไขคำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 419/2556 และระเบียบคำสั่งอื่นที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวน

5. เรื่องการจัดตั้งศูนย์ให้คำแนะนำช่วยเหลือประชาชนและพนักงานสอบสวน
ในการอำนวยความยุติธรรม เพื่อเปิดช่องทางให้ประชาชนและพนักงานสอบสวนสอบถามปัญหา หรือขอคำแนะนำเกี่ยวกับการอำนวยความยุติธรรมตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน

ซึ่งในวันนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2567) เวลา 09.00 น. ณ ห้องรับรอง 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะชมรมพนักงานสอบสวนตำรวจได้เข้าพบ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี ผู้บังคับการกองอัตรากำลัง และผู้บังคับการกองทะเบียนพล เพื่อร่วมหารือ และยื่นหนังสือถึงท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขและพัฒนางานสอบสวนตามมาตรการดังกล่าว

เบื้องต้น ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความยินดีและเห็นชอบกับมาตรการดังกล่าว โดยหลังจากนี้ชมรมพนักงานสอบสวนตำรวจจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหางานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำเร็จตามวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับ
งานสอบสวน พัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานสอบสวน และแก้ไขปัญหาในการ
อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนต่อไป

‘ศาลฯ’ ส่งฟ้อง ‘รศ.ดร.ยุกติ’ ผิด ม.112  หลังปล่อยเฟกนิวส์เกี่ยวกับในหลวง ร.10

เมื่อวานนี้ (20 ก.พ.67) พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 ได้นัดหมายส่งฟ้องคดีของ รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากกรณีที่ถูกแจ้งความโยงโพสต์ทวิตเตอร์กับปมข่าวลือ ร.10 ประชวร เมื่อปี 2564

สำหรับกระบวนการนัดฟ้องคดีในครั้งนี้ ยุกติได้ให้ความเห็นโดยระบุว่า ตนไม่ผิดคาดที่จะมีการฟ้องดำเนินคดีในวันนี้ จริง ๆ แล้วการแจ้งความดำเนินคดี ม.112 กับประชาชนเป็นนโยบายในยุคสมัยของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ซึ่งจากรูปคดีของตน ไม่ควรที่จะมีการดำเนินคดีแต่แรกด้วยซ้ำ แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลมาก็ยังมีการดำเนินคดีอยู่ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ก็ไม่ได้มีความจริงจังในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายนี้หรือไม่ได้มีความจริงจังเกี่ยวกับผู้ต้องขังทางการเมืองที่ถูกคุมขังอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้กระบวนการยุติธรรมมันผิดปกติ

อย่างไรก็ตาม ยุกติกล่าวเสริมว่า การที่บรรยากาศทางการเมืองเป็นไปในลักษณะเช่นนี้ จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปเรื่อย ๆ ดังนั้นตนจึงหวังว่าจะมีการนิรโทษกรรมเกิดขึ้น ซึ่งครอบคลุมคดีการเมืองในทุกลักษณะ เพื่อเป็นการคลี่คลายปมปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมมาอย่างยาวนาน

อีอีซี ร่วมมือ มูลนิธิเสนาะอูนากูลม.บูรพา พร้อมภาคีเครือข่าย เปิดเวทีสัมมนา “บริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก” สร้างความมั่นคงทรัพยากรน้ำผลักดันลงทุนเศรษฐกิจสีเขียวสู่การพัฒนาพื้นที่ อีอีซีและชุมชนอย่างยั่งยืน  

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2567) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)หรืออีอีซี ร่วมกับมูลนิธิเสนาะ อูนากูล มหาวิทยาลัยบูรพา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA)และศูนย์ศึกษาการพัฒนาที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจพอเพียง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) จัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี เรื่องสถานการณ์ภาคตะวันออก พ.ศ. 2567 หัวข้อ “ระบบนิเวศของภาคตะวันออก และการบริหาร จัดการน้ำ”ณ หอประชุมธํารงบัวศรีมหาวิทยาลัยบูรพา โดยมีดร. ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานมูลนิธิเสนาะ อูนากูล เป็นประธาน ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ อีอีซี ร่วมปาฐกถาพิเศษ ดร.วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวให้การต้อนรับ พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมเสวนา และนำเสนอกรณีศึกษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ดร.ปรียานุช ธรรมปิยา กรรมการมูลนิธิเสนาะ อูนากูลดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการ TDRI ดร.ดิชพงษ์ ภูมิเกียรติศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาระบบนวัตกรรม GISTDA นายสมชาย หวังวัฒนาพาณิช ประธานสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ส.อ.ท.เป็นต้น และมีดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน TDRI ร่วมดำเนินการเสวนา 
 ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานมูลนิธิเสนาะ อูนากูลกล่าวว่า งานสัมมนาฯ ครั้งนี้เพื่อเป็นเวทีกลางแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกให้มีใช้อย่างยั่งยืน ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนรวมทั้งภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาสังคม ตลอดจนสถาบันการศึกษาและเยาวชน อีกทั้งเพื่อนำเสนอ“รายงานการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน ภาคตะวันออกพ.ศ. 2565”เรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก ให้สาธารณชนโดยรวมได้รับทราบสถานภาพปัญหาและข้อเสนอแนะ โดยมูลนิธิเสนาะ อูนากูล ได้จัดทำรายงานชิ้นนี้เพื่อติดตามสถานการณ์การพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกตามแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และนำเสนอข้อมูลโดยสรุป หรือDashboardเรื่อง State of the Eastern Regionเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงใน 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงข้อมูลจากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับการพัฒนาในพื้นที่

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ อีอีซี กล่าวถึง การบริหารความพิเศษเพื่อโอกาสของ อีอีซี ซึ่งเป็นการพัฒนาภายใต้แนวคิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยได้ใช้ข้อมูลเดียวกับแนวคิดการพัฒนาอีอีซี กลไกในการขับเคลื่อนการลงทุนและการบริหารงานใน สกพอ. การส่งเสริมการให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ การพัฒนาพื้นที่เพื่อจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจ การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อีอีซี รวมถึงสิทธิประโยชน์ และมาตรการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนที่ สกพอ. พร้อมให้บริการมาตั้งแต่วันที่1 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแผนภาพรวมเพื่อการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 
2566 – 2570 

สำหรับงานสัมมนาวิชาการฯ ครั้งนี้ ได้นำเสนอกรณีศึกษาในการจัดการน้ำในพื้นที่ทั้งที่ใช้ระบบเทคโนโลยีขั้นสูงและพลังของชุมชน เช่นระบบ Actionable Intelligence Policy (AIP) ที่ GISTDA ได้พัฒนาและทดลองดำเนินการเพื่อเสริมการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อีอีซีและกรณีศึกษาชุมชนในท้องถิ่นที่บ้านมาบจันทร์ จังหวัดระยอง ซึ่งมีความเข้มแข็งในการจัดการทรัพยากรน้ำด้วยตนเอง เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพและทางเลือกในการแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำในพื้นที่

นอกจากนี้ ภายในการเสวนาโต๊ะกลมเรื่องการจัดการน้ำในภาคตะวันออกซึ่งมี ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์  ประธาน TDRI ดำเนินการเสนวนา ได้เจาะลึกถึงข้อเสนอหลักจากรายงานการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน ภาคตะวันออก พ.ศ. 2565 ดังกล่าวรวมทั้งได้มีการอภิปรายจากมุมมองของหน่วยงานภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญ และองค์กรผู้ใช้น้ำโดยเฉพาะภาคเอกชน รวมทั้ง TDRI GISTDA สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
โดยในรายงานฯ ได้มี4ข้อเสนอหลัก ถึงเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกได้แก่
1)ปรับวิธีคิดของภาครัฐในการจัดการทรัพยากรน้ำ ทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยให้คำนึงถึงการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ 2)เสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งของท้องถิ่น ชุมชน และองค์กรผู้ใช้น้ำ โดยพัฒนาบุคลากรและเพิ่มทักษะความรู้ ให้กับบุคลากรในองค์กรทุกระดับ 3)พัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ หรือที่เรียกว่า Integrated Area-based Water Resource Management (IWRM)โดยอาจดำเนินการในลักษณะSandboxในอีอีซี4)เตรียมแผนรองรับ ป้องกัน และลดผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเผชิญกับภัยภูมิอากาศ ในเขตพื้นที่อีอีซีรวมถึงพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของประเทศไทย

เสธ.เปิ้ล 'พลโท เจียรนัย วงศ์สอาด' ผงาด!! นั่งบอร์ด กฟผ. ร่วมทีมสร้างพลังงานไทยเป็นธรรม เพื่อประชาชน

(20 ก.พ. 67) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติ/เห็นชอบ การแต่งตั้ง ดังนี้...

ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพลังงานเสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นในคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รวม 10 คน แทนประธานกรรมการและกรรมการอื่นเดิมที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบหกสิบห้าปีบริบูรณ์และขอลาออก ดังนี้...

1.นายประเสริฐ สินสุขประเสิริฐ ประธานกรรมการ
2.รองศาสตราจารย์กุลยศ อุดมวงศ์เสรี กรรมการ
3.พลโท เจียรนัย วงศ์สอาด กรรมการ
4.รองศาสตราจารย์ฐากูร ศิริยุทธ์วัฒนา กรรมการ
5.นางสาวนิรมาณ ไหลสาธิต กรรมการ
6.นายปกรณ์ อาภาพันธุ์ กรรมการ
7.นายพรพจน์ เพ็ญพาส กรรมการ
8.ศาสตราจารย์พิสุทธิ์ เพียรมนกุล กรรมการ
9.นายวรากร พรหโมบล กรรมการ (ผู้แทนกระทรวงพลังงาน)
10.นายอัครุตม์ สนธยานนท์ กรรมการ (ผู้แทนกระทรวงการคลัง)

โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเป็นต้นไป 

สำหรับ เสธ.เปิ้ล พลโท เจียรนัย วงศ์สอาด เคยเป็นแกนนำ ตท.29 เป็นผู้ทรงคุณวุฒิสำนักปลัดกลาโหม และเคยเป็น ประธานบอร์ดการเคหะฯ ในยุครัฐบาลบิ๊กตู่ ซึ่งมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยความเป็นธรรม และเร่งรัดการปฏิบัติราชการในขณะนั้น

สมุทรปราการ-จัดใหญ่ !! “นันทิดา” จับมือภาครัฐ ภาคเอกชน หวนรำลึก ร.ศ.112 เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยกว่า 130 ปี “ปราการเวลา The Theatre”

นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พล.ร.ท.กำจร เจริญเกียรติ รองเสนาธิการทหารเรือสายงานกิจการพลเรือน ร่วมแถลงข่าวการจัดงานการแสดงแสง เสียง สื่อผสมในรูปแบบมิวสิคัล รำลึกเหตุการณ์ ร.ศ.112 ตอน “ปรากาลเวลา The Theatre” ภายในชั้น 24 หอชมเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ  

โดยทางด้าน นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ประธานการจัดงาน กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงวางรากฐาน สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่คนไทย และระลึกถึงวีรบุรุษผู้เสียสละปกป้องอธิปไตยรักษาดินแดนของชาติ ตลอดจนร่วมรำลึกเหตุการณ์ ร.ศ.112 เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ผ่านมา กว่า 130 ปี มีการแสดงละครเวที แสง เสียง สื่อผสมในรูปแบบมิวสิคัล ตอน”ปราการเวลา The Theatre”

พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรปราการ และยังเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของจังหวัดสมุทรปราการได้อีกด้วย ภายในงานมีเหล่านักแสดงมากฝีมืออย่าง นพพล โกมารชุน, แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์, สองพระเอกหนุ่มช่อง 7 HD โอ๊ด รัฐธีร์ วรโรจน์โยธิน, หลุยส์ เฮส, มิลลี่ อภิสรา วงศ์ทัศนีโย, สปาย ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ พร้อมนักแสดงรับเชิญ ทหารเรือ นักเรียน นักศึกษาในจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว พร้อมเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมฟรี 4 รอบการแสดง 14 มี.ค.- 17 มี.ค.2567 ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า

ด้านนายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในจังหวัดสมุทรปราการ ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลที่ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน อาหาร และของดีประจำท้องถิ่นช่วยสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของจังหวัดสมุทรปราการอีกด้วย

ด้าน พล.ร.ท.กำจร เจริญเกียรติ รองเสนาธิการทหารเรือ สายงานกิจการพลเรือน กล่าวว่า กองทัพเรือ ในฐานะผู้ดูแลป้อมพระจุลจอมเกล้า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เอื้อเฟื้อสถานที่กำลังพลมีส่วนร่วมทำการแสดง รวมถึงอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยว ในการเข้ามาร่วมทำกิจกรรมและเข้ามาศึกษาเรียนรู้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ควรค่าแก่การจารึกไว้ในความทรงจำ นอกจากนี้ก่อนการแสดงยังสามารถเข้าชมนิทรรศการป้อมพระจุลจอมเกล้าและ ชม ชิม ช็อป สินค้าคุณภาพใน เขื่อนขันธ์มาร์เก็ต ชุมชนคนสมุทรปราการ ได้ตั้งแต่ 15.00 น. โดยมีรถบัสอำนวยความสะดวกตามจุดสำคัญตลอดงาน ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page:ปราการเวลา The Theatre

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘สว.วีระศักดิ์’ ร่วมเวทีสนทนา ‘มรดกจากธรรมชาติ การสืบทอดและรักษา’ พร้อมร่วมชมภาพยนตร์ ‘มหัศจรรย์เมล็ดพันธ์ุเหนือมิติ The Magic Seeds’

เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 67 นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเวทีสนทนาในหัวข้อ ‘มรดกจากธรรมชาติ การสืบทอดและรักษา’ ร่วมกับ พ่อคำเดื่อง ภาษี ปราชญ์ ชาวบ้านจากแดนอีสาน ผู้สร้างตำนานการปลูกป่าในนาข้าว, ปาน ธนพร, โอ อนุชิต, จ้ะจ๋า แดนดาว ยมาภัย ดารานักแสดง, คุณวันเพ็ญ มีศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และคุณพวงเพชร สุพาวานิชย์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ‘มหัศจรรย์เมล็ดพันธ์ุเหนือมิติ The Magic Seeds เมล็ดพันธ์ุมหัศจรรย์เหนือมิติ สู่มหัศจรรย์ความยั่งยืน’ ภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้และความรักในธรรมชาติของวัยรุ่นหนุ่มสาวผ่านการเรียนรู้จากกลุ่มปราชญ์ชุมชนที่ทำเกษตรธรรมชาติ รักษาความหลากหลายและการสร้างความยั่งยืนให้แก่ชีวิตและชุมชน ตลอดถึงคืนความสมบูรณ์แก่นิเวศสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่

จากนั้นร่วมกับผู้บริหารของ เพลาเพลิน เดอะเจอนีย์ บริการกิจกรรมชุมชนด้วยการฉายหนังกลางแปลง เรื่อง ‘มหัศจรรย์เมล็ดพันธ์ุเหนือมิติ’ ความยาว 120 นาที ในบริเวณ แคมปิ้งมาร์เก็ต ลานกลางหมู่ต้นจามจุรีใกล้อุทยานแห่งชาติ มรดกโลกแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

สำหรับองค์กรหรือสถาบันการศึกษา ตลอดจนชุมชนที่สนใจขอนำภาพยนตร์เรื่องนี้ไปฉายเพื่อการเรียนรู้ สามารถติดต่อได้ผ่านกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กระทรวงวัฒนธรรม หรือติดต่อได้ที่ 092-271-2494 คุณพวงเพชร หัวหน้าโครงการภาพยนตร์

 

ความปรารถนาดีและกำลังใจดีๆ จาก ‘โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ’ ถึงเยาวชนไทย

ความปรารถนาดีและกำลังใจดีๆ จาก ‘โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ’ ถึงเยาวชนไทย

ภาพจำที่ชัดเจน ‘โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ’ ผู้ใหญ่ใจดีที่มอบสิ่งดีๆ ให้แก่สังคมไทย ล่าสุดได้สนับสนุนการศึกษาเด็กไทยทั่วประเทศ ภายใต้ชื่อโครงการ ‘Aerosoft Give Scholarships มอบทุน 100 ล้าน สานฝันให้เด็กไทย’ พร้อมทั้งฝากความปรารถนาดี ความหวังดี และส่งกำลังใจถึงลูกหลาน เยาวชนไทย ไว้ว่า…

“คุณตาโกมลคนนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับหลาน ๆ ทุกคนที่ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ และขอให้ทุกคนอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พวกเหล้ายาของไม่ดีอย่าลองอย่างเด็ดขาด รวมถึงการพนัน ซึ่งตอนนี้การพนันออนไลน์มีเยอะมากและเข้าถึงได้ง่าย ขอฝากไว้ว่าอย่าได้เข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะถ้าหากหลงเข้าไปในบ่วงการพนันแล้วจะทำให้ชีวิตมีแต่ความเดือดร้อน ขอให้มุ่งพัฒนาตัวเองและตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ด้วยความมานะอดทน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสร้างโอกาสในชีวิตและมีรายได้ที่สูงขึ้น สามารถเลี้ยงดูตอบแทนพ่อแม่และมีชีวิตที่ดีในอนาคต”

'อดีตทูตนริศโรจน์' เห็นใจ!! เจ้าบ่าวเจอญาติพี่น้องเจ้าสาวกั้น 13 ประตู ย้ำ!! พิธีแต่งงานควรหยอกเล่นแค่พองาม ช่วยคงประเพณีให้ดูขลัง

(20 ก.พ.67) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก 'Fuangrabil Narisroj' ถึงประเด็นเจ้าบ่าวถอดใจไม่แต่งงาน หลังเจอญาติพี่น้องเจ้าสาวกั้น 13 ประตู ว่า...

ขอเขียนอีกที เรื่องเจ้าบ่าวเจอญาติพี่น้องเจ้าสาวกั้น 13 ประตู สุดท้ายเจ้าบ่าวถอดใจไม่แต่ง นั้นผมย้ำอีกทีว่าผมเห็นใจเจ้าบ่าวครับ 

ไปร่วมพิธีแต่งงานแบบนี้มาหลายครั้ง อะไรที่มากเกินไปมันไม่น่ารักเลย จริง ๆ แล้วตามประเพณีไทยจริง ๆ เขามีแค่ประตู เงิน ทอง นาค 3 ประตูเท่านั้น 

ตอนหลังเจอเล่นกันมากมายเหมือนหวังเอาเงิน และถ้าฝ่ายเจ้าบ่าวไม่ได้เตรียมเงินไปพอ ก็จะเกิดการอึดอัดเสียหน้า

ครั้งหนึ่งเคยไปงานแต่งงานแบบนี้ที่ต่างจังหวัด เจ้าสาวเป็นคนไทย เจ้าบ่าวเป็นฝรั่ง เจ้าบ่าวมีพ่อแม่และญาติจากต่างประเทศมาร่วมงานด้วยมีกั้นประตูขันหมากเยอะแบบนี้

แต่ละด่านก็เล่นมากไปจนรู้สึกน่าเบื่อและเริ่มน่ารำคาญ!!

แต่อะไรก็ไม่น่าเกลียดเท่ากับ ตลกแบบเลยเถิด เช่น คนกั้นประตูจะให้เจ้าบ่าวพูดคำสองแง่สองง่าม ลามกจกเปรต หรือ ให้พูดภาษาไทยยาก ๆ หรือพูดชื่อผลไม้พวก ฟักแฟง ซึ่งเจ้าบ่าวก็พูดไม่ได้ ขบวนก็เลยชะงักไม่ไปไหนซักที  

ญาติเจ้าบ่าวก็งงว่าทำไมถึงมีคำหยาบคายของฝรั่งว่า ฟัก ๆ ๆ ตะโกนกันลั่น ๆ  

คือ คนไทยสนุกกันเอง หัวเราะกันเอง แต่บรรยากาศเริ่มไม่ตลก ผมมองเห็นสีหน้าญาติเจ้าบ่าวรู้เลยว่าพวกเขาไม่อินไปด้วย

พวกเขาเริ่มไม่ยิ้ม 

บางทีก็มีการขโมยรองเท้าเจ้าบ่าวเอาไป ถ้าอยากได้คืนต้องเสียค่าไถ่!!!! 

อันนี้ยิ่งไม่เห็นด้วยเลย เหมือนกับส่งเสริมการลักเล็กขโมยน้อย หรือการแลกหรือติดสินบน ถึงจะผ่านไปได้ ยิ่งลูกเด็กเล็กแดงได้เห็นโตไปอาจนึกว่าสิ่งเหล่านี้ถูกต้อง

ขอเขียนอีกที เพราะพิธีแต่งงานอย่าเล่นเลยเถิดมากเกินไป ควรเล่นแต่พองาม ขำ ๆ หยอก ๆ ควรรักษาประเพณีให้ดูขลังไว้ก่อน และอย่าทำอะไรให้ต่างชาติดูถูกเอาได้

โรงเรียนเอกชนชื่อดังในโคราช ปิดถนน 10 นาทีให้เด็กเต้น สนุกบนความเดือดร้อนของชาวบ้าน รถติดยาวนานเป็นชั่วโมง

เมื่อวานนี้ (19 ก.พ. 67) บนโซเชียลฯ แชร์คลิปเหตุการณ์ที่โรงเรียนมารีย์วิทยา ถนนมุขมนตรี ตรงข้ามสถานีรถไฟนครราชสีมา ก่อนถึงห้าแยกหัวรถไฟ หรือห้าแยกนิ้งหน่อง เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อมีการปิดถนนให้นักเรียนเต้นกลางถนนยาวนานกว่า 10 นาที สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก โดยในเฟซบุ๊ก ‘กลุ่มข่าวคนโคราชบ้านเอ็ง’ โพสต์ข้อความว่า "ปิดถนนหน้าโรงเรียนเพื่อให้เด็กเต้น รถติดบานเดือดร้อนกันทั้งเมืองเลย คนจัดเอาอะไรคิดก่อน? โรงเรียนเอกชนชื่อดัง ย่านหัวรถไฟ จังหวัดโคราช (นครราชสีมา) ผู้บริหาร คณะครู หรือตำรวจในท้องที่อนุญาตได้อย่างไร สนุกบนความเดือดร้อนของชาวบ้าน รถติดยาวนานเป็นชั่วโมง ถนนก็ถนนสายหลักทั้งนั้น เจริญละท่าน ต้องมีคนออกมาขอโทษหรือรับผิดชอบ"

ด้านเพจที่ชื่อว่า ‘กูประชด’ ดูดคลิปไลฟ์สดกิจกรรมดังกล่าว พร้อมระบุว่า "ปิดถนนหน้าโรงเรียนเพื่อให้เด็กเต้น รถติดบานเลย คนจัดเอาอะไรคิดก่อน?" ปรากฏว่ามีชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น

- "คณะครูโรงเรียนเอาสมองส่วนไหนคิด จัดกิจกรรมที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อสังคมและบุคคลที่ใช้ถนน ถนนหลวงไม่มีสิทธิ์ปิดกั้นขนาดนี้ ถ้ามีกิจกรรมก็อาจจะสัก 1 ช่องจราจรพอได้ เป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดือดร้อนอย่างมาก"

- "ไม่ขอพื้นที่ในโรงเรียนวะ"

- "ระวังตะวันไปบีบแตรนะคะ" (หมายถึง น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ผู้ต้องหาคดีคุกคามขบวนเสด็จฯ)

- "สภาพ...รถไม่ติดยาวถึงตลาด 100 ปี เลยเหรอเนี่ย"

- "เสรีภาพแต่คนอื่นเดือดร้อน"

- "อยากโชว์ว่ามีกิจกรรมดีๆ แต่ลืมคำนึงว่าคนอื่นจะเดือดร้อนไหม"

- "รอคำอธิบายจากคณะผู้บริหารโรงเรียนและผู้ที่อำนวยความสะดวก (ตำรวจเมืองนครราชสีมา)​"

- "การเต้นอะดี แต่ไม่ควรจัดที่ถนน เพราะเวลาเลิกเรียนหรือตอนเช้า เส้น ท.2 กับมารีย์คือรถติดมากๆ พื้นที่ใน รร.ก็มี จัดใน รร.ก็ได้ ถ้าคนอื่นอยากเข้าไปดู ก็เปิดให้เข้าไปดู"

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเต้นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ชื่อว่า ซาวเด้อ โคราช มิวสิก เฟสต์ 2024 โคราชเมืองดนตรี ซาวเด้อ เอ็กซ์ เค-แบทเทิล รวมพลังชาวคัฟเวอร์ร่วมกิจกรรมแรนดอมแดนซ์ เพื่อประชาสัมพันธ์เทศกาลดนตรีซาวเด้อ โดยกำหนดจัดกิจกรรมวันที่ 19 ก.พ. เวลา 17.00-17.20 น. หน้าโรงเรียนมารีย์วิทยา โดยงานดังกล่าวจัดโดยกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา และภาคส่วนต่างๆ เช่น สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เทศบาลนครนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา วิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา โรงเรียนสุรนารีวิทยา บริษัท พาวเวอร์ มูฟ จำกัด และกลุ่ม เค แบทเทิล ไทยแลนด์

ภายหลังเฟซบุ๊กเพจ ‘Sounder Korat Music Fest’ โพสต์ข้อความระบุว่า "การทำประชาสัมพันธ์งาน Random Dance เป็นการตัดสินใจของทีมผู้จัด ไม่เกี่ยวข้องกับทางโรงเรียน หรือหน่วยงานใดๆ ด้วยเจตนาที่อยากสร้างสีสันให้กับเมือง ทางทีมผู้จัดคิดไม่รอบคอบ ต้องกราบขออภัยอย่างสูงในความไม่สะดวก มา ณ ที่นี้ ด้วยครับ ทางทีมผู้จัดขอน้อมรับทุกความคิดเห็น และจะปรับปรุงแก้ไขไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ขอขอบพระคุณทุกคำเสนอแนะ ครับผม" แต่ก็มีชาวจังหวัดนครราชสีมาตำหนิพฤติกรรมดังกล่าวอยู่ดี

'หมอธีระวัฒน์' เผย!! พบแท่งย้วยสีขาว คล้ายหนวดปลาหมึกในคนที่ฉีด mRNA ชี้!! ปรากฏการณ์นี้ไม่พบมาก่อนที่จะมีวัคซีนโควิดและคนที่ตายจากโควิด

(20 ก.พ.67) ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊ก 'ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha' ระบุว่า...

คนที่ยังไม่ตายหรือตายแล้ว จากวัคซีนโควิด mRNA พบ : แท่งย้วยสีขาว (white clot) คล้ายหนวดปลาหมึก ไม่เคยพบมาก่อน

รายละเอียด ยูทูบ John Campbell white clots USA Part 1 และ 2
(Part 1 https://youtu.be/nLl69c46JK0?si=NzXljM-mE9WY0Y2Z)
(Part 2 https://youtu.be/-o20mtbsL7Q?si=VZZgMR2d34MlI5Sc)

จากรูปจะพบของเหลวที่ดูดจากช่องท้อง บริเวณใกล้ตับอ่อน คนป่วย ที่ยังมีชีวิต และรูปจากคนป่วยที่กำลังจะเสียชีวิต รักษาด้วยการผ่าตัดไม่ทัน และตาย รวมทั้งรายอื่นที่เสียชีวิตไปแล้วและลากสิ่งที่อยู่ในหลอดเลือดแดง carotid ที่ไปเลี้ยงสมอง

ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้พบมาก่อนที่จะมีวัคซีนโควิดและไม่ได้เจอในคนที่ตายจากโควิด หรือโรคอื่น

และยังมีรายงานก่อนหน้านี้ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางพยาธิวิทยาในเยอรมนี ที่มีชื่อเสียง ที่ทำการผ่าศพชันสูตร พบลักษณะลักษณะเดียวกัน กับในที่เห็นในสหรัฐอเมริกา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top