Tuesday, 23 June 2026
NEWS FEED

ครูบาธรรมชัย เข้ารับรางวัลญาณสังวร “ญสส.๑๑๐ปีประจำปี๒๕๖๗ สาขา พระสงฆ์ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ

พระครูสุชัยธรรมนันท์ (ครูบาธรรมชัย)เข้ารับรางวัลญาณสังวร “ญสส.๑๑๐ปีประจำปี๒๕๖๗ สาขา พระสงฆ์ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สวนท.) จัดโครงการ ญสส . ๑๑๐ ปีอนุสรณ์ พระชันษาชาตกาลสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังธฆปรินายก โดยมี พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องค์มนตรี ในรัชกาลที่ 9 เป็นผู้ก่อตั้งโครงการฯ ได้รับประทานโล่รางวัลจากสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มอบรางวัลญาณสังวร “ญสส.๑๑๐ปีประจำปี๒๕๖๗ แด่พระครูสุชัยธรรมนันท์ (ครูบาธรรมชัย)สาขา พระสงฆ์ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ ณ. หอประชุมใหญ่กรมประชาสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 เขตพญาไทกรุงเทพฯ

พระครูสุชัยธรรมนันท์(ครูบาธรรมชัย )เจ้าอาวาสวัดศรีพันต้น จ.น่าน และเจ้าสำนักสถานธรรม ธรรมชัย แผ่นดินทอง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ท่านเป็นศิษย์เอกหลวงปู่ขันธ์ วัดศรีพันต้น จ.น่าน เกจิผู้เปลี่ยมด้วยเมตตา พระผู้มีแต่ให้มีปณิธานสูงสุดในการสร้างโรงพยาบาลรักษาฟรี ตามเจตนารมณ์หลวงปู่ขันธ์ผู้เป็นอาจารย์ ที่ท่านได้อุทิศตนช่วยเหลือประชาชนที่เจ็บไข้ได้ป่วย รวมไปถึงบิดาของครูบาธรรมชัยเองก็ตาม ด้วยจิตอันเป็นกุศลทำให้ครูบาได้เดินหน้าสร้างสาธารณประโยชน์ จัดซื้อครุภัณฑ์เครื่องมือทางการแพทย์ และปรับปรุงอาคาร โรงพยาบาลบ่อเกลือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เพื่อต่อลมหายใจผู้ป่วย ประชาชนในพื้นที่ ประชาชนใกล้เคียง และชาวบ้านเขตพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทย รวมไปถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวด้วยข้อจำกัดต่างๆ ที่เป็นปัญหาอุปสรรคทางการแพทย์ และขาดเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์อีกจำนวนมาก ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการให้บริการผู้ป่วย ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวเขา จากปัจจัยซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลน และปรับปรุงสร้างอาคารตึกผู้ป่วยโรงพยาบาล”ครูบาธรรมชัย”กล่าวทิ้งท้ายว่า อาตมาจะ เสียสละอุทิศตนเพื่อประโยชน์คุณงามความดีและส่วนรวมของประเทศต่อไป

สำหรับรางวัลญาณสังวร “ญสส.๑๑๐ปีในแต่ละปีจะมีผู้ที่ผ่านการคัดเลือกโดยแบ่งเป็นคณะสงฆ์ และบุคคลทั่วไปทุกอาชีพ ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ  ที่ประกอบไปด้วยคุณความดี มีผลงานด้านหนึ่งด้านใดอันเป็นเชิงประจักษ์ มีส่วนร่วมหรือเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชน และองค์กร สังคม ในปีนี้มีพระสงฆ์ ผู้ที่ผ่านการคัดสรร ได้รับการคัดเลือกได้รับการยกย่องโครงการเชิดชูเกียรติ และ ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม น้อมรำลึกถวายพระเกียรติคุณแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เพราะในสังคมต้องการคนดี ที่เป็นพลังขับเคลื่อนเพื่อความเข้มแข็งของสังคมและประเทศชาติ และเป็นแบบอย่างแก่คนอื่นๆซึ่งการสร้างคุณธรรม จริยธรรมให้เกิดขึ้นนั้น ประชาชนต้องมีหลักของใจอันมั่นคง มีศรัทธา และปัญญาอันถูกต้อง ปฏิบัติตนอยู่ในทางที่เป็นประโยชน์ และในการส่งเสริมบุคคลเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ สมควรได้รับการยกย่องชมเชย สนับสนุนและเสริมสร้างขวัญกำลังใจ เพื่อเป็นเกียรติสิริมงคลแก่บุคคลตัวอย่างที่จรรโลงให้สังคมน่าอยู่โดยได้รับพระเมตตาจาก สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ทรงประทานชื่อรางวัล”ญาณสังวร” นับแต่2566 และให้อัญเชิญตราสัญลักษณ์พระนามย่อ ญสส. ประดิษฐานประจำโล่รางวัล “ญาณสังวร” นับเป็นการเชิดชูเกียรติและส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม เป็นรางวัลที่มอบให้กับบุคคลที่เป็นผู้ปฏิบัติดี ประพฤติชอบ มีคุณธรรม จริยธรรม ได้เสียสละอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ ยกย่องส่งเสริมบุคคลต้นแบบ คนดีของแผ่นดินตามรอยพระยุคลบาท เพื่อเป็นสรรพสิริมงคลและเกียรติประวัติสืบไป... 

'ไชยา' ล่องใต้เยี่ยม โรงงานโคฮาลาล-ท่าเรือประจวบ ขานรับส่งออกเนื้อ-โคมีชีวิต ในอนาคตด้วยคุณภาพ

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2567 ที่โรงงานแปรรูปโคฮาลาล ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ผู้ช่วยเลขานุการ(รมว.เกษตรฯ) น.ส.อัยรินทร์ พันธ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตร พร้อมคณะที่ปรึกษา คณะทำงาน รมช.ไชยา ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยมี ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตร พร้อมด้วย นายวรัตม์ มาประณีต รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้การต้อนรับ

การลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อรับฟังปัญหาและหารือแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงานของโรงงานแปรรูปโคฮาลาลที่ได้รับมาตรฐานสากล และมีศักยภาพในการส่งออก ให้สามารถรับซื้อโคเนื้อของเกษตรกรส่งจำหน่ายตลาดสู่ต่างประเทศได้

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงชีพ โดยเฉพาะสินค้าปศุสัตว์ ซึ่งการที่มีเอกชนมาสัมปทานดำเนินการโรงงานแปรรูปโคฮาลาลบนพื้นที่ของกระทรวงเกษตรฯ และปรับปรุงโรงงานให้มีมาตรฐานสากล มีศักยภาพการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปต่างประเทศ จนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย เป็นการจุดประกายให้นักธุรกิจรายอื่น สนใจทำการตลาดสินค้าฮาลาลส่งออก เนื่องจากเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ประเทศซาอุดิอาระเบีย ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของโรงงานฯ ให้สามารถรับซื้อสินค้าของเกษตรกรไปแปรรูปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า และต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรสามารถมีรายได้อย่างยั่งยืน

หลังจากนั้น เวลา 15.00 น. รมช.ไชยา ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจการของท่าเรือในการเตรียมความพร้อมส่งออกโคมีชีวิต จำนวน 2,000 ตัว ไปยังประเทศเวียดนาม ซึ่งบริษัทฯ ได้รับมาตรฐานสากล มีความพร้อมรองรับจำนวนโคมีชีวิตด้วยพื้นที่กว้างขนาด 670 ไร่ รวมถึงมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้าเกษตรทางเรือไปประเทศคู่ค้า สามารถรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมในท้องถิ่น และจังหวัดใกล้เคียงได้จากการเชื่อมระบบขนส่งต่อเนื่องสู่ชายฝั่งทะเลอันดามัน เข้าสู่ประเทศพม่าและกลุ่มประเทศเอเซียใต้ (BIMSTEC) รวมถึงลงไปยังประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ มุ่งหวังขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยไปต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีกำไรจากการจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ส่งออก และกลไกตลาดกลับสู่วงจรปกติ อีกทั้งช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตยิ่งขึ้นต่อไป

‘บาส-ปอป้อ’ คืนฟอร์ม!! ย้ำแค้น ‘จีน’ 2 เกมรวด คัมแบ็กคว้าแชมป์ที่ 17 ในศึกลูกขนไก่ที่อินเดีย

(21 ม.ค. 67) การแข่งขันแบดมินตัน ระดับเวิลด์ ทัวร์ ซูเปอร์ 750 รายการ ‘โยเน็กซ์ ซันไรส์ อินเดีย โอเพ่น 2024’ (YONEX SUNRISE India Open 2024) ที่ เค.ดี. จาดาฟ อินดอร์ ฮอลล์ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ชิงเงินรางวัลรวม 850,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 29 ล้านบาท เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การแข่งขันในประเภทคู่ผสม ‘บาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์’ กับ ‘ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย’ มือ 7 ของโลกขวัญใจชาวไทย ผ่านเข้ามาเล่นในรอบชิงฯ อีกครั้งรอบ 6 เดือน พบกับ เจียง เจิ้น ปัง กับ เว่ย หย่า ซิน มือ 5 ของโลกจากจีน โดยคู่นี้เคยเจอกันมา 2 ครั้ง เป็น ‘บาส-ปอป้อ’ ที่เอาชนะไปได้ทั้ง 2 ครั้ง

ปรากฎว่าแมตช์นี้ยังคงเป็น เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี ที่ย้ำแค้นคู่จากจีนไปได้อีกครั้ง เอาชนะไป 2-0 เกม ด้วยสกอร์ 21-16, 21-16 ประเดิมคว้าแชมป์แรกของปี 2024 ได้สำเร็จ และถือเป็นแชมป์แรกในรอบ 8 เดือนหลังสุดของ ‘บาส-ปอป้อ’ นับตั้งแต่ได้แชมป์มาเลเซีย โอเพ่น เมื่อเดือนพฤษภาคม 2023

จากการคว้าแชมป์โยเน็กซ์ ซันไรส์ อินเดีย โอเพ่น 2024 ทำให้ เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย รับเงินรางวัลไปครอง 62,900 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 2,233,000 บาท และถือเป็นการมาคว้าแชมป์ที่ประเทศอินเดียเป็นครั้งแรกของคู่นี้อีกด้วย

เชิญชวนประมูล ‘สุนัขทหาร’ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ 54 ตัว พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนรับไปเลี้ยงดู 27 ม.ค.นี้

(21 ม.ค. 67) รายงานข่าวแจ้งว่า เพจเฟซบุ๊ก ‘ร่วมด้วยช่วย 3 จว.ชายแดนใต้’ ได้ประชาสัมพันธ์ว่า ศูนย์การสุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบก จะมีการประมูลสุนัขทหารไม่ผ่านเกณฑ์ ที่ศูนย์การสุนัขทหาร อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ในวันเสาร์ที่ 27 ม.ค. 2567 ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป โดยมีการประมูลสุนัขรวมทั้งสิ้น 54 ตัว ประกอบด้วย สายพันธุ์ลาบราดอร์ 6 ตัว สายพันธุ์มาลีนอยส์ 20 ตัว และสายพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด 28 ตัว

โดยสุนัขทหารไม่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าว ไม่ใช่สุนัขที่ถูกคัดออก แต่เป็นสุนัขที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ซึ่งเป็นสุนัขทหารที่ไม่ผ่านเกณฑ์และเกินโควตา เพื่อให้ได้มีโอกาสอยู่กับผู้รับอุปการะที่สามารถดูแลได้จนกว่าจะตายจาก โดยสุนัขที่นำมาประมูลมีอายุตั้งแต่ 1–3 ขวบขึ้นไป แต่รอบนี้จะมีสุนัขอายุเกิน 3 ขวบเล็กน้อย ผ่านการทำหมันมาแล้วทุกตัว ส่วนบางตัวที่ผอมเพราะอยู่ในคอกเดียวกันกับสุนัขที่เป็นจ่าฝูงก็ถูกแย่งอาหารไป จึงไม่อยากให้ตัดสินสุนัขจากภายนอกหรือสิ่งที่เห็น

สุนัขทุกตัวไม่ใช่สุนัขดุ ใจดีกับคนทุกตัว แต่บางตัวอาจจะมีนิสัยขี้กลัวขี้ตกใจ ผู้รับอุปการะจะต้องมีความใจเย็น มีความเข้าใจว่าสุนัขเลือกไม่ได้ที่เขาเกิดมาและโตมามีพฤติกรรมแบบนั้น แนะนำว่าให้ประมูลไปเป็นคู่ เพื่อให้สุนัขมีบัดดี้ที่จะอยู่ร่วมกันแล้วจะอยู่ได้ แต่ถ้าประมูลไปตัวเดียวโดดๆ แล้วไม่มีเพื่อนอาจจะเป็นปัญหา เพราะจะระแวงและกลัวทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว ซึ่งคนที่เคยประมูลสุนัขทหารไม่ผ่านเกณฑ์ไปแบบเป็นคู่ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

สำหรับคนที่คาดหวังว่าสุนัขทหารไม่ผ่านเกณฑ์จะต้องเก่ง ต้องเฉลียวฉลาด เฝ้าบ้านเฝ้าสวนได้ จะต้องกัดโจรกัดขโมยกัดผู้ร้าย แนะนำให้ไปซื้อสุนัขฟาร์มแล้วเอาไปจ้างคนฝึกเอา ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูล แนะนำให้นำบัตรประชาชนตัวจริงไปด้วย พร้อมถ่ายภาพสถานที่ของบ้านและบริเวณรั้วต่างๆ ของผู้ที่จะประมูลไปด้วย เพราะเจ้าหน้าที่อาจจะมีการขอดู ผู้เข้าร่วมประมูล 1 คน สามารถประมูลสุนัขได้ 2 ตัว อย่าลืมนำปลอกคอและสายจูงสุนัขไปด้วย

ส่วนคนที่อยู่ห่างไกล ไม่สามารถไปประมูลด้วยตัวเองได้ สามารถฝากจิตอาสาของเพจร่วมด้วยช่วย 3 จว.ชายแดนใต้ ประมูลให้ได้ ระบุเพศและสายพันธุ์ ตั้งงบประมูลไว้ให้ไม่เกินเท่าไหร่ ขอความชัดเจน ค่าประมูล ค่าสายจูง ค่าปลอกคอ และค่าจัดส่งสุนัขผ่านรถขนส่งเอกชน ผู้ฝากประมูลต้องเป็นคนรับผิดชอบ

“อยากให้ทุกตัวได้คนที่พร้อม ที่อยากจะดูแลและรักพวกเขาจริงไปประมูลเด็กๆ ใครไม่พร้อมไม่แนะนำให้ไปประมูลนะคะเพราะจะไม่เป็นการดีต่อใครเลยโดยเฉพาะสุนัขทหาร” เพจเฟซบุ๊ก ‘ร่วมด้วยช่วย 3 จว.ชายแดนใต้’ ระบุ

ใจฟู!! ‘ครูสาว’ คอยส่งจังหวะให้ ‘นักเรียนหูหนวก’ รำโปงลาง โซเชียลแห่ชมในความรัก-ความพยายาม-มุ่งมั่นทำเพื่อเด็กๆ

(21 ม.ค. 67) เรียกเสียงชื่นชมสนั่นโซเชียล เมื่อติ๊กต็อก ‘@teacher_hope’ โพสต์คลิปใจฟู หลังได้เห็นครูสาวรายหนึ่งจากโรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดชัยภูมิ กำลังทำท่ารำให้สัญลักษณ์และส่งจังหวะ แก่นักเรียนผู้บกพร่องทางการได้ยินของตน ที่กำลังแสดงรำโปงลางอยู่บนเวที

โดยในคลิปมีข้อความว่า “ใจฟูมาก เห็นถึงความพยายามอดทนของคุณครู และน้องๆ นักเรียนมากครับ”

พร้อมเล่าความประทับใจผ่านแคปชันอีกว่า “#เทรนด์วันนี้ พอได้เห็นการแสดงชุดนี้แล้วใจฟูมาก นี่น้องที่รำไม่ได้ยินเสียงดนตรี ยังทำได้ขนาดนี้ มันไม่ใช่แค่ความสวยงามบนเวที แต่มันยังมีความสวยงามที่ด้านล่างเวทีอีกด้วย คุณครูน่ารักมากครับ มันแสดงให้เห็นถึง ความพยายามความอดทนเป็นอย่างมาก มันเห็นถึงความสุข ความรัก ที่คุณครูคอยส่งสัญลักษณ์และจังหวะต่างๆ ให้น้องๆ ที่แสดงบนเวที น้องก็จะคอยสังเกตคุณครูอยู่ตลอดการแสดง ขอชื่นชมมากๆ ครับ”

หลังคลิปเผยแพร่มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ชมอย่างล้นหลาม อาทิ
- “สุดยอดขนาดคนปกติก็ต้องซ้อมนาน แต่น้องเป็นผู้บกพร่องทางการได้ยิน แต่กลับรำได้เข้าจังหวะขนาดนี้ ครุ/ครู ผู้เสียสละ”
- “ไม่บอกจะไม่รู้เลยว่าคือการแสดงของน้องๆที่บกพร่องทางการได้ยิน น้องๆ เก่งมากค่ะ คุณครูผู้สอนก็น่ารักและเก่งมากๆ เลย ชื่นชมนะคะ”
- “ขอชื่นชมคุณครูและน้องๆ ค่ะ”
- “ตอนแรกนึกว่าวงโปงลางนางรำโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง จนพิธีกรพูดว่าเป็นโรงเรียนโสตศึกษา โอ้โหเก่งมากเลย”
- “ครูการศึกษาพิเศษ ทำได้ทุกอย่างจริงๆ”
- “ดูแล้วน้ำตาไหลเลย แง… ชื่นชมมากๆ ทั้งคุณครูและคนแสดง ต้องใช้ความอดทนและความพยายามมากๆ”

‘นายกฯ’ โล่งอกหลังค่าฝุ่น PM 2.5 เชียงใหม่ดีขึ้น ชมพ่อเมืองเป็นซูเปอร์ผู้ว่าฯ ส่วน กทม.ยังหนักอยู่

(21 ม.ค. 67) ที่กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงสภาพอากาศและค่าฝุ่น PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ดีขึ้น หลังหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ ว่า เช้าวันเดียวกันนี้ ได้ดูรายละเอียดตัวเลขอยู่ที่ 12 เป็นสีเขียวดี แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะถ้าเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกับปีที่แล้วดีขึ้นเยอะ

ทั้งนี้ ก่อนขึ้นเครื่องตนได้เจอกับทหาร ตำรวจ และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่ถือว่าเป็นซูเปอร์ผู้ว่าฯ ประสานงานได้ดีหมด แต่ถ้าต้องการอะไรก็ขอให้บอกมา ขอให้ร่วมมือกันทำงาน รักกัน หนักนิดเบาหน่อยก็ให้ช่วยเหลือกันไป มีอะไรก็ขอให้บอกมา ซึ่งผลที่ออกมาดีในวันนี้ ไม่ได้บอกว่าต่อไปจะดีหรือไม่ แต่เราพยายามอย่างเต็มที่และวันนี้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ก็ลดไปถึง 4-5 เท่าแล้วในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นเรื่องที่น่าชื่นใจและจะทำกันต่อไป

“ก็เข้าใจที่กรุงเทพฯ ยังมีปัญหาอยู่ ซึ่งจากการที่ผมได้ไปเจอกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ได้มีการคุยกันในเรื่องนี้และมีการขอร้องกันไป” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีที่ศาลปกครองเชียงใหม่ขอให้นายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ทำแผนแก้ปัญหาฝุ่นภายใน 90 วัน นับแต่คำพิพากษาและเรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … จะส่งเรื่องไปเมื่อไหร่ นายกฯ กล่าวว่า แน่นอนก็ต้องทำตามคำสั่งของศาลปกครอง และจะเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาพูดคุย เพื่อปรับปรุงแผนตามที่ศาลปกครองขอมา แน่นอนว่าก็ต้องทำตาม

นราธิวาส-'เดิน-วิ่ง เพื่อลูกรัก' ส่งเสริมการศึกษาแก่ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดสถาบันศึกษาปอเนาะชายแดนใต้

วันนี้ (21 มกราคม 2567) เวลา 06.30 น. ที่ลานหน้าโรงพยาบาลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานเปิดพร้อมปล่อยตัวนักกีฬา “กิจกรรมการกุศล เดิน-วิ่ง เพื่อลูกรัก” ซึ่งจัดโดยสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอศรีสาคร ร่วมกับชมรมตาดีกาอำเภอศรีสาครและหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่งเสริมการศึกษาแก่ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดสถาบันศึกษาปอเนาะ โดยมี พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมเป็นประธานการส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมด้วย นายกิตตินันท์ เซ็งกะซรี นายอำเภอศรีสาคร , พันเอก ภาณุวัฒน์ สุคชเดช ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ตลอดจนเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรม

พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า “วันนี้รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธาน ในพิธีเปิดกิจกรรมการกุศลเดิน-วิ่ง เพื่อลูกรักอำเภอศรีสาคร ในวันนี้ ซึ่งกิจกรรมนี้ถือเป็นการพัฒนาการศึกษา การพัฒนาคน ด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม รวมถึงการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง สมบูรณ์ห่างไกลจากโรค ที่สำคัญเป็นการร่วมมือของทุกภาคส่วนให้เกิดความรัก ความสามัคคี และเสียสละตนเอง เพื่อส่วนรวม ขอขอบคุณคณะทำงาน ผู้สนับสนุน หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ส่งเสริมกิจกรรมดีๆ ให้กับสังคมบ้านเรา ให้เกิดความรัก ความสามัคคี ร่วมมือจัดกิจกรรมสำเร็จตามจุดประสงค์ที่ตั้งใจ ในส่วนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ก็มุ่งเน้นในการส่งเสริมการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของเยาวชน ที่ผ่านมาได้มีการส่งเสริมในเรื่องต่างๆ รวมทั้งด้านการใช้ภาษาไทย เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง และต่อยอดการศึกษาต่อไปได้ในอนาคต“

สำหรับกิจกรรมกิจกรรมการกุศล เดิน-วิ่ง เพื่อลูกรัก จัดขึ้นโดยสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอศรีสาคร ร่วมกับชมรมตาดีกาอำเภอศรีสาครและหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อจัดหารายได้ในการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กจำนวนเจ็ดเครื่องให้กับศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดสถาบันศึกษาปอเนาะและสถานศึกษาเอกชน เพื่อให้การจัดทำข้อมูลโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์มีความทันสมัยรวดเร็วพร้อมทั้งสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพรวมทั้งส่งเสริมทางด้านสุขภาพที่ดีด้านร่างกายจิตใจอารมณ์สังคมและสร้างความสัมพันธ์ความร่วมมือความรักความสามัคคีก่อให้เกิดสังคมสันติสุข

‘บีทีเอส’ แจง!! กรณี ‘2 ตายาย’ ติดลิฟต์สถานีสนามกีฬาฯ กว่า 1 ชม. เหตุกระแสไฟฟ้าขัดข้อง พร้อมกราบขออภัย ตอนนี้ใช้งานได้ปกติแล้ว

(21 ม.ค. 67) จากกรณีเกิดเหตุ ระทึกกับ 2 ตายายที่จะเดินทางไปทำธุระ แต่ลิฟต์ของ BTS เกิดขัดข้อง ทำให้ติดอยู่ภายในลิฟต์นานเกือบ 1 ชั่วโมง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา อาสาฯ ป่อเต็กตึ๊งจุดปทุมวัน รับแจ้งมีคนติดภายในลิฟต์ ของ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระราม 1 เจ้าหน้าที่กู้ภัย จึงนำอุปกรณ์ตัดถ่าง พร้อมทีมแพทย์ รพ.ตำรวจ เข้าช่วยเหลือ

โดยพบว่า คนที่ติดค้างอยู่ภายใน เป็น 2 ตายาย ซึ่ง ยังมีสติดี แต่อากาศหายใจไม่ค่อยออก เนื่องจากอากาศไม่ถ่ายเท

ทั้งนี้ เบื้องต้นจุดเกิดเหตุลึกประมาณ 4 เมตร ลิฟต์ค้างติดอยู่ตรงบริเวณกลางพอดี เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจเรียกช่างลิฟต์ มาพร้อมเจ้าหน้าที่ BTS มาตรวจสอบ จากนั้นจึงได้เร่งใช้ไฟสำรอง จนทำให้ลิฟต์ที่ติดขัดขึ้นมายังด้านบนได้ ส่วนทั้ง 2 ตายายนั้นปลอดภัยดี ทีมแพทย์ รพ.ตำรวจ จึงได้ให้ออกซิเจนช่วยเหลือ เนื่องจากทั้ง 2 นั้นอยู่ภายในลิฟต์เป็นเวลานานเกือบ 1 ชม.

โดยจากการสอบถามทั้ง 2 ตายาย เล่าว่า ได้เดินทางมาจากแถวถนนจันทน์ เพื่อที่จะเดินทางไปทำธุระแถวสนามหลวง จึงได้นั่ง BTS มาแล้วลงสนามกีฬาแห่งชาติ แล้วจะนั่งรถเมล์ไปต่อ พอลงมาจึงได้ขึ้นลิฟต์เพื่อที่จะลงไปข้างหลัง ขณะนั้นลิฟต์กระแสไฟตก มีปัญหา จึงค้างกะทันหันเป็นเวลาเกือบ 1 ชม. ทั้งนี้หลังจากได้ให้ออกซิเจนและปฐมพยาบาลเสร็จอาสากู้ภัยป่อเต็กตึ๊งจุดปทุมวัน ได้ไปส่ง 2 ตายาย ขึ้นรถเมล์ไปทำธุระอย่างปลอดภัยทั้งสองราย

ล่าสุด บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า…

“บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส รายงานถึงกรณีผู้โดยสารคุณตา และคุณยายติดลิฟต์ ของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ (W1) เมื่อช่วงเวลา 08.00 น. ของวันนี้ว่า จากการตรวจสอบหาสาเหตุเบื้องต้นพบว่า มาจากกระแสไฟฟ้าขัดข้องในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าไปจ่ายให้หม้อแปลงไฟฟ้า ส่งผลให้ลิฟต์หยุดทำงาน และเมื่อได้รับแจ้งเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ได้ดำเนินการเข้าซ่อมแซมในบริเวณหม้อแปลงไฟฟ้าและลิฟต์ที่ขัดข้องทันที พร้อมได้ประสานงานกับทางศูนย์เอราวัณ (สายด่วน 1669) เพื่อให้สามารถปฐมพยาบาล และช่วยเหลือคุณตา และคุณยายได้ทันท่วงที ซึ่งในระหว่างดำเนินการช่วยเหลือนั้น พบว่าคุณตา และคุณยาย ยังคงมีสติ แต่มีอาการอ่อนเพลีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือทั้ง 2 ท่าน อย่างระมัดระวัง และรอบคอบมากที่สุด

โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ซ่อมแซมระบบที่ขัดข้อง จนกระแสไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ปกติ และช่วยเหลือคุณตา และคุณยาย ออกมาจากลิฟต์ได้แล้วนั้น จึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และทั้ง 2 ท่านประสงค์ที่จะเดินทางต่อทันที ทางเจ้าหน้าที่ของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส จึงได้อำนวยความสะดวกให้กับทั้ง 2 ท่าน ในการเดินทางต่ออย่างปลอดภัย

บริษัทฯ กราบขออภัยคุณตา และคุณยาย ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขี้น และไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางครั้งนี้ ซึ่งขณะนี้ระบบที่ขัดข้องทั้งหมดได้ถูกดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว และบริษัทฯ จะปรับปรุงระบบการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความสะดวก และปลอดภัยกับผู้โดยสารให้มากที่สุด

ขอขอบพระคุณ

ฝ่ายสื่อสารองค์กร”

‘ซีอีโอหนุ่ม’ เตือน!! อย่ากระตุ้นชีวิตด้วยการติดหนี้ หากไม่มีความสามารถชำระหนี้นั้นๆ ในระยะสั้น

เมื่อไม่นานนี้ ‘คุณซีเค เจิง’ (CK Cheong) นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งไทย-จีน (มาเก๊า) ผู้เติบโตที่ประเทศอเมริกา และเป็นหนึ่งในผู้บริหารของ ‘Fastwork Technologies’ ได้โพสต์คลิปวิดีโอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีภาระหนี้สิน ผ่านทางช่องติ๊กต็อกชื่อ ‘Ckfastwork’ ระบุว่า…

“ทําไมเราถึงสนับสนุนให้คนติดหนี้? ผมอยากจะเตือนสติประชาชนมากๆ ผมอยากจะให้ช่องทางสื่อของผมเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนคิดได้ว่า ‘การติดหนี้’ มันไม่ได้เป็นเรื่องที่ควรสนับสนุนเลย

เราควรจะสามารถติดหนี้ได้ ต่อเมื่อเรารู้ว่าจะสามารถหามาคืนได้แน่ๆ ภายในระยะเวลาอันสั้น ถ้าหากเรายังไม่แน่ใจว่าจะสามารถหามาคืนได้จริงๆ ผมว่าเราก็ไม่ควรติดหนี้”

คุณซีเค ยังยกตัวอย่างในกรณีที่ หากคุณรู้ว่าลูกค้าต้องการสั่งของ ต้องมีทุนหนึ่งแสนบาท แต่ยังขาดเงินอีก 50,000 บาท หากคุณอยากยืมเงินไปลงทุนตรงนี้ และคุณสามารถขายของสร้างรายได้ นำเงินกลับมาใช้คืนได้ภายใน 3-4 เดือน หากเป็นแบบนี้ ก็อาจจะสามารถติดหนี้ได้ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การรู้กำลังของตัวเอง ว่าสามารถหามาใช้คืนได้ แต่หากยังไม่มั่นใจว่าคุณติดหนี้แล้วจะใช้คืนได้ไหม ก็อย่าไปติดหนี้เลย

นอกจากนี้ คุณซีเค ยังกล่าวอีกว่า ยิ่งถ้าหากเป็นพวกหนี้บัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยสูงประมาณ 16% ยิ่งเป็นหนี้ที่แย่ที่สุดเลย หนี้บัตรเครดิตเป็นหนี้ที่แย่ที่สุดแล้ว อย่าไปสนับสนุนการผ่อน อย่าไปฟังบิลบอร์ดโฆษณาที่เขาว่า ผ่อน 0% ไม่ต้องดาวน์ อย่าไปเชื่อ

“ผมไม่ได้อะไรจากคอนเทนต์นี้ แต่ที่ผมอยากทำคือ อยากให้ประเทศไทยดีขึ้น ผู้คนคิดได้มากยิ่งขึ้น ไม่ไปหลงกลหรือหลงเชื่อ เราต้องเป็นประชาชนที่ฉลาดมากยิ่งขึ้น เรียกร้องสื่อให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น สื่อที่ทำโฆษณาเชิญชวนการผ่อน เป็นสื่อที่สนับสนุนให้คนไทยติดหนี้ ไปตำหนิติเตือนกันหน่อยครับ เพราะมันไม่ดีครับ ไม่ดีสําหรับสังคมมากๆ เราไม่ควรมีความกระตือรือร้นหรือสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน เพียงเพราะเรามีหนี้สินครับ” คุณซีเค กล่าวทิ้งท้าย

สมุทรปราการ- 'สมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย' จัดพิธีมอบตำแหน่ง 'ดร.บรินดา จางขจรศักดิ์' นั่งนายกสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย สมัยที่ 48

วันที่ 20 มกราคม 2567 เวลา 17.30 น. ภายในสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย ถ.สุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ สมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย จัดพิธีรับมอบตำแหน่งนายกสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทยคนใหม่ แก่ทาง ดร.บรินดา จางขจรศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้ถูกรับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย สมัยที่ 48 

โดยมี คุณเพ็ญณี ไพรสานฑ์กุล นายกสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย สมัยที่ 47 พร้อมด้วย  Mr.Chun-Fu,Chang ท่านทูตไต้หวัน นายณรงค์ ดีโรจนวงศ์ นายกสมาคมจงหัวแห่งประเทศไทย (TTBA) คุณเฉิน เชาฟง หัวหน้าแผนกกิจการชุมชนต่างประเทศ แห่งสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย และคุณ กัว เซียวหมิ่น ประธานสมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน(TTBA) คุณเฉิน เมี่ยวยิน ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจโล ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ คณะกรรมการสมาคม เจ้าหน้าที่ และสมาชิกสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย ได้เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีพร้อมทั้งมอบกระเช้าดอกไม้เพื่อเป็นการอวยพรกันเป็นจำนวนมาก

โดย ดร.บรินดา จางขจรศักดิ์ นายกสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย สมัยที่ 48 กล่าวว่า ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านและพี่น้องชาวไต้หวันจากทุกภาคส่วน รวมถึงนายกสมาคมกิตติมศักดิ์ทุกท่านที่ส่งเสริมพร้อมทั้งให้กำลังใจ ทำให้มีความกล้าที่จะรับตำแหน่งนายกสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย สมัยที่ 48 นี้ จากนี้ต่อไปดิฉันในนามนายกสมาคม สมัยที่ 48 จะขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและในค่ำคืนนี้คือจุดเริ่มต้นในการปฎิบัติหน้าที่และจะขอทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และเต็มความสามารถไม่ว่าจะเป็นงานใดๆ ของสมาคมก็ตามและทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับชาวไต้หวันที่อยู่ในประเทศไทยต่อไป       

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น อีกทั้งภายในงานยังได้มีพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตร ธิดา ชาวไต้หวันพร้อมทั้งมีการจับรางวัลตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศไต้หวัน ก่อนจะมีการตัดเค้กเฉลิมฉลองตำแหน่งนายกสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย สมัยที่ 48 ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top