Saturday, 8 August 2026
NEWS FEED

สมุทรปราการ- ม.หัวเฉียวฯ เปิดบ้านรับตรุษจีน ปีมังกร 2024

ที่หน้าอาคารบรรณสาร และอาคารเรียนมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จัดกิจกรรมเปิดบ้าน วันแพทย์แผนจีน และงานตรุษจีน ประจำปี 2567 รวมกันวันเดียว มอบเป็นของขวัญพิเศษต้อนรับและร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีมังกรให้กับนักเรียน คุณครู ผู้ปกครอง นักศึกษา บุคลากร ประชาชนทั่วไป

โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.อุไรพรรณ  เจนวาณิชยานนท์ อธิการบดี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร โดยมี อ.ดร.ศิริวรรณ ตันตระวาณิชย์​ รองอธิการบดี อ.ฉลอง แขวงอินทร์​ รองอธิการบดี อ.ดร.โจนาธาน รันเต คารียอน​ รองอธิการบดี และอาจารย์ฟาง เวินกั๋ว​ผู้ช่วยอธิการบดี คณะครู  ผู้ปกครอง นักศึกษา บุคลากร ประชาชนทั่วไปร่วมในพิธี

มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจะให้ทุกคนได้รับรู้และสัมผัสถึงความพร้อมของมหาวิทยาลัยในการเป็น “แหล่งเรียนรู้ชั้นนำด้านจีนศึกษาและวิทยาศาสตร์สุขภาพ” ผ่านบูธกิจกรรมจัดเต็มของ 12 คณะวิชา 1 วิทยาลัย นอกจากนี้ยังได้มีพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานรับความมงคลร่วมกัน ได้แก่ พิธีไหว้ตรุษจีน (ไหว้ฟ้าดิน) พิธียกส้มอวยพรปีใหม่ พิธีเจิมเบิกเนตรสิงโต พร้อมรับฮู้มงคลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และชมการแสดงเชิดสิงโต ตีกลองมงคล เชิดมังกร จากนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฝึกซ้อมโดยวิทยาลัยจีนศึกษาและชมรมกีฬาสิงโต-มังกร ฮั่วกวง (วูซู)สมุทรปราการ รวมทั้งสนุกกับกิจกรรม Workshop และชมการแสดงของคณะวิชาและหน่วยงานต่าง ๆ ณ เวทีกลางและรับของรางวัลมากมาย 

ด้าน รศ.ดร.อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้กล่าวว่า สำหรับการจัดงานเปิดบ้าน ม.หัวเฉียวฯ รับตรุษจีนปีมังกร 2024 HCU Open House: Celebrating Chinese New Year 2024-Year of the Dragon ในครั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติของเราจัด 3 งานสำคัญรวมกันวันเดียว คืองานเปิดบ้าน วันแพทย์แผนจีน และงานตรุษจีน เพื่อมอบเป็นของขวัญพิเศษต้อนรับและร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีมังกรให้กับนักเรียน  คุณครู ผู้ปกครอง นักศึกษา บุคลากร และประชาชนทั่วไป ให้ได้รับความรู้ ความสนุกสนาน 

ภายใต้ชื่องาน  “เปิดบ้าน ม.หัวเฉียวฯ รับตรุษจีนปีมังกร 2024 เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจะให้ทุกคนได้รับรู้และสัมผัสถึงความพร้อมของมหาวิทยาลัยในการเป็น “แหล่งเรียนรู้ชั้นนำด้านจีนศึกษาและวิทยาศาสตร์สุขภาพ” ผ่านบูธกิจกรรมของ 12 คณะวิชา 1 วิทยาลัยของเรา 

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยของเรามีการพัฒนาเปลี่ยนแปลองอย่างต่อเนื่องด้วยการยึดมั่นในปณิธานของมหาวิทยาลัย “เรียนรู้เพื่อรับใช้สังคม” มาโดยตลอด ซึ่งเรามีกรอบทิศทาง 5 เป้าหมายหลักด้วยกัน เป็นการ Transform มหาวิทยาลัย มุ่งสู่ • Niche University มหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำด้านจีนศึกษาและวิทยาศาสตร์สุขภาพ • Lifelong Learning University แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของบุคคล 3 วัย คือ วัยเรียน วัยทำงาน และผู้สูงอายุ • Digital Transformation การขับเคลื่อนดิจิทัลของมหาวิทยาลัย • Quality University, Good Governance, Self-Supporting Universityมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพระดับชาติและนานาชาติ มีการบริหารจัดการที่ดี พึ่งตนเองได้ • และ Green University and Sustainability University มหาวิทยาลัยสีเขียวและการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

วธ. ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จัดนิทรรศการ ๗๗ เมนูอาหารทั่วไทย (Thailand Best Local Food) ให้ประชาชนได้เรียนรู้ พร้อมลิ้มรส ๓ เมนูอาหารถิ่นหาชิมยาก ณ อุทยาน ร.๒ อัมพวา สมุทรสงคราม 

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.๒) อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

ในการนี้ ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ ประธานคณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ  นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมผู้บริหารวธ.  นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม  นายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เฝ้ารับเสด็จ โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดขาดเศียรขาดกร  การแสดงศิลปวัฒนธรรม อาทิ ขับเสภาเทิดพระเกียรติ การแสดงหุ่นกระบอก การบรรเลงวงดนตรีไทยและวงดุริยางค์สากล -สาธิตและจำหน่ายอาหารคาวหวานในบทพระราชนิพนธ์ ขนมพื้นบ้าน และขนมไทยโบราณ  สาธิตงานหัตถศิลป์ อาทิ การขึ้นรูปเครื่องประดับ งานเครื่องแขวน งานดอกไม้ประดิษฐ์ การทำหัวโขน เครื่องเบญจรงค์ สินค้า OTOP สมุทรสงคราม  นิทรรศการด้านการเกษตร  นิทรรศการวัตถุดิบท้องถิ่นสมุทรสงคราม ตลาดน้ำ-ตลาดบก ร้านค้าชุมชนสมุทรสงคราม เป็นต้น 

นอกจากนี้ ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้จัดนิทรรศการ “๑ จังหวัด ๑ เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่น สู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food) “รสชาติ...ที่หายไป The Lost Taste” ให้ประชาชนและผู้เข้าชมงานได้ศึกษาเมนูอาหารถิ่นทั่วไทย ๗๗ เมนู พร้อมสาธิตและให้ชิมเมนูอาหารถิ่น ได้แก่ ยำส้มโอ จังหวัดนครปฐม เมี่ยงดอกบัว จังหวัดปทุมธานี  แกงรัญจวน จังหวัดสมุทรสงคราม  ในระหว่างวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.๒) อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม 
 
เจนกิจ นัดไธสง รายงาน

ย้อนเหตุการณ์ 'ชาวเน็ตกัมพูชา' โผล่เคลม 'พิธา' เป็นคนเขมร  พร้อมงัดหลักฐาน อาจเป็นผู้สืบทอดทางสายเลือดมารดา

ดูเหมือนว่า 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสการเมืองไทยยิ่งทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และมีเรื่องให้ลุ้นไม่เว้นแต่ละวัน แต่เรื่องใหญ่และเป็นที่พูดถึงมากที่สุดก็คงไม่พ้นเหตุการณ์ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถือครองหุ้นสื่อไอทีวีหรือไม่? ซึ่งผลที่ออกมาก็ขัดใจคนบางกลุ่ม และถูกใจคนบางกลุ่ม เพราะศาลมองว่าไอทีวี ไม่ได้ทำหน้าที่สื่อ ไม่มีรายได้ เป็นผลให้นายพิธาได้หวนสู่ตำแหน่ง สส. ผู้ทรงเกียรติอีกครั้ง

ส่วนอีกเหตุการณ์ก็เป็นกรณีศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้นายพิธาและพรรคก้าวไกล หยุดการกระทำ การพยายามแก้ไข ม.112 และชี้ว่าการเสนอนโยบายแก้ ม.112 ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่มีในการล้มล้างการปกครอง 

จาก 2 เหตุการณ์ที่กล่าวมา ก็ถือว่า นายพิธาและพรรคก้าวไกล ต้องเจอกับคดีใหญ่ ๆ ซึ่งอาจจะผลต่อเส้นทางการเมืองในประเทศไทย เพราะหากศาลตัดสินมีความผิด โทษหนักที่สุดก็คือ หมดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ทางฟากโหวตเตอร์ หรือคนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลก็ต้องมาคอยลุ้น คอยเชียร์เอาว่านายพิธาและพรรคก้าวไกลจะเป็นอย่างไรต่อไป

แต่ว่า…คงไม่เพียงแค่ผู้สนับสนุนในไทยเท่านั้นที่คอยลุ้นคอยเชียร์ เพราะนายพิธาก็มีแรงเชียร์ (แรงเคลม) ส่งตรงจากประเทศกัมพูชาด้วยเช่นกัน 

หากย้อนไปช่วงหลังเลือกตั้งปี 66 ทันทีที่ผลออกมาว่าพรรคก้าวไกลได้เก้าอี้ สส. มาเป็นอันดับ 1 และนายพิธาขึ้นแท่นว่าที่นายกฯ คนที่ 30 ของไทย ชาวเน็ตกัมพูชารายหนึ่งได้ออกมาโพสต์บอกว่า ‘ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ มีเชื้อสายเป็นคนเขมร พร้อมกับแนบหลักฐานรูปในอินสตาแกรมของ ‘นายพิธา’ ที่เคยโพสต์ไว้ตั้งแต่ปี 2558

พร้อมเขียนข้อความแปลไทยได้ว่า “การเมืองไทยจะขึ้น ๆ ลง ๆ ก็ยังไม่พ้นเลือดคนพระตะบอง ในการเลือกตั้งเมื่อวานนี้ พิธา ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้คะแนนสูงที่ 1 อาจเป็นผู้สืบทอดสายเลือดมารดา (ตามภาพ IG ของ Tim Pita ที่โพสต์พร้อมรูปถ่ายของโรงเรียนเก่าพระตะบอง ในปี 2559 คุณยายของเขาเคยอาศัยอยู่ในบ้านนี้เกือบศตวรรษ)”

“ขณะเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ยังมีเหลนของ ควง อภัยวงค์ ที่ได้ลงสมัครชิงตำแหน่งในกรุงเทพฯ แต่ล้มเหลว นายควง อภัยวงค์ เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าแผ่นดินเจ้าฟ้าคฑาธร ชุ่ม อภัยวงศ์ กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งพระตะบอง นายควง อภัยวงศ์ ผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ที่เก่าแก่ที่สุดของไทย และยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึง 3 สมัยอีกด้วย”

นอกจากนี้ก็มีชาวเน็ตฝั่งกัมพูชาหลายคนออกมาโพสต์โต้เช่นกันโดยแปลไทยได้ว่า “การที่พิธาทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง เป็นการขายชาติ”

อย่างไรก็ตาม ก็มีชาวเน็ตฝั่งกัมพูชา ออกมาคอมเมนต์วิจารณ์กันสนั่น พร้อมพากันมองว่ารูปที่แนบมาเป็นบ้านเกิดของ ทิม พิธา และรูปที่มีการตำข้าวเปลือกนั้น เป็นการช่วยคุณยายของเขาเองอีกด้วย

ขอนแก่น - "ธรรมนัส" รับแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ของสมาชิกสหกรณ์ฯดงมูล ขอนแก่น ไม่เกินปี 67 ต้องมีโฉนดถูกต้อง 

รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสภาพปัญหาความเดือดร้อน จากการไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน ของสมาชิกสหกรณ์นิคมดงมูล อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ไม่เกินปี 67 ต้องมีโฉนดที่ถูกต้อง

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2567 ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนติดตามสภาพที่แท้จริงของพื้นที่พร้อมมารับทราบปัญหาที่แท้จริงของสมาชิกสหกรณ์นิคมดงมูล และประชาชนทั่วไปที่ประสบภาวะความเดือดร้อนจากการถูกตราหน้าว่า เป็นผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติตลอดมา โดยมีนายไกรสร  กองฉลาด  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ส่วนราชการและประชาชนชาวอำเภอกระนวนร่วมให้การต้อนรับ และรายงานสรุปข้อมูลของพื้นที่  

นายไกรสร  กองฉลาด  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า อำเภอกระนวน แบ่งการปกครองเป็น 9 ตำบล 98 หมู่บ้าน มีประชากรทั้งหมด 77,869 คน มีพื้นที่อยู่ในเขตนิคมสหกรณ์ดงมูล จำนวน 159,400 ไร่  ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับหนังสืออนุญาตให้ประชาชนเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยมีการจัดตั้งสหกรณ์ในเขตพื้นที่นิคมสหกรณ์ดงมูล จำนวน  4 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์นิคมดงมูลหนึ่ง จำกัด สหกรณ์นิคมดงมูลสอง จำกัด สหกรณ์โคนมกระนวนสามัคคี จำกัด สหกรณ์กองทุนสวนยางขอนแก่น จำกัด  

ด้าน นายสมหมาย  กาพล  ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์นิคมดงมูลหนึ่ง จำกัด รองประธานเครือข่าย 13 นิคม 14 ป่า 17 สหกรณ์ 12 จังหวัด  4 ภาค  กรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ได้รายงานสรุปข้อมูลสภาพปัญหาของพื้นที่ โดยยืนยันว่าการที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ไม่เป็นผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติแต่อย่างใด หากแต่ได้เข้ามาอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายมาตั้งแต่เริ่มต้น โดยเมื่อวันที่  18  มิถุนายน พ.ศ. 2511  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวงรัชการที่ 9  ทรงพระราชทานพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ให้ปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางกายภาพของสังคม  

ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า  ปัญหาของพี่น้องชาวอำเภอกระนวน ที่ลงมาติดตามในครั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณ 1.5 แสนกว่าไร่ เป็นพื้นที่อยู่ในนิคมสหกรณ์ดงมูล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ เช่าจากกรมป่าไม้ มาเป็นระยะเวลา 30 ปี โดยจัดสรรให้พี่น้องทำกินและหมดสัญญาเมื่อปี 2562 ปัญหาคือ หลังจากหมดสัญญาจะทำอย่างไร ซึ่งพี่น้องสมาชิกสหกรณ์ดงมูล มีความต้องการที่จะได้มาเพื่อเอกสารสิทธิ ตนในฐานะรองประธานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ จะนำเรื่องนี้ไปเสนอในที่ประชุมในการหาแนวทางระหว่าง ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมป่าไม้ และอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันอังคารที่จะถึงนี้ เพื่อนำข้อสรุปเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา และหาแนวทางในการแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ต่อไป 

นอกจากนี้ ในพื้นที่อำเภอกระนวน เป็นพื้นที่ที่สหกรณ์ที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ในเรื่องของการรับซื้อยางพารา มีเกษตรกรปลูกยางพาราเกือบ 3 หมื่นไร่ ขณะนี้ยางพารามีราคาดีขึ้น ชาวสวนยางก็มีความสุข ซึ่งจะรักษาเสถียรภาพของยางพาราให้มีการยกระดับด้านราคาให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของการยางแห่งประเทศไทย ที่ได้กำกับดูแล

"เชียงราย"ไม่รอด!!ฉก.ทัพเจ้าตากร่วมกับ.ปส จับกุมผู้ต้องหาลักลอบลำเลียงยาเสพติดพร้อมยาบ้า 1,000,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 17.15 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัด ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทำการตั้งจุดตรวจ บริเวณจุดตรวจ/ด่านตรวจห้วยสัก ตำบลห้วยสัก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติด ซึ่งได้ทำการติดตามกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาจากแนวชายแดน อำเภอแม่ฟ้าหลวง หลังจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ายาเสพติดดังกล่าว ถูกลำเลียงผ่านมาทาง ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 2 คน พร้อมรถยนต์ปิคอัพ จำนวน 2 คัน และยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ภายในกระสอบพลาสติกสีรุ้ง จำนวน 5 กระสอบๆ ละ 200,000 เม็ด รวมยาบ้าทั้งสิ้น จำนวน 1,000,000 เม็ด ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารของรถปิคอัพดังกล่าว หลังจากนั้นจึงได้ทำการขยายผลการจับกุมโดยได้จัดกำลังเข้าตรวจสอบบ้านของเครือข่ายในพื้นที่ บ้านโป่งนก ตำบลสันสลี อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม

ต่อมาในห้วงบ่ายของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 พันเอก กิดากร จันทรา รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง ได้เดินทางเข้าพื้นที่ตรวจสอบสถานที่จับกุมและของกลางดังกล่าว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว พลตรีประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง ได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ ยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่องต่อไป

สันติ วงศ์สุนันท์/ผู้สื่อข่าวเชียงราย

‘บิ๊กโจ๊ก’ รับปาก ‘กลุ่มสหพันธ์เกษตรกรฯ’ ปมชะลอแต่งตั้ง คคก. ยัน!! จะส่งเรื่องถึงมือนายกฯ ด้านมวลชนพอใจ-ยุติการชุมนุมแล้ว

‘รองโจ๊ก’ รับปากมวลชนกลุ่มสหพันธ์เกษตรกรฯ นำสารหนังสือข้อเรียกร้องชะลอการแต่งตั้ง ส่งรองนายกฯ วันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ ทำให้มวลชนพอใจ และตัดสินใจสลายการชุมนุม เดินทางกลับภูมิลำเนา หลังปักหลักชุมนุมมา 2 วัน

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 67 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.(มค) ได้มาพบกับ นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล อดีตผู้แทนเกษตรกรภาคกลาง และนายดรณ์ พุมมาลี อดีตผู้แทนเกษตรกรภาคใต้ เป็นครั้งที่สองเพื่อหารือกับตัวแทนกลุ่มแกนนำ ที่ได้มีหนังสือขอให้ชะลอการนำเสนอคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการที่ได้เลือกตั้งแล้วเสร็จไปในวันที่ 16 ม.ค. 67 เนื่องจากเห็นว่าการประชุมดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้การแต่งตั้งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยแกนนำย้ำว่า นายสุภาพ คชนูด ผู้สมัครเป็นผู้แทนเกษตรกรภาคใต้ ได้ยื่นฟ้องศาลปกครอง เพื่อคัดค้านผลการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร 4 ภาค ซึ่งต่อมา ศาลปกครองนครศรีธรรมราช มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 67 โดยให้ระงับการแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรในส่วนของภูมิภาคที่ 4 (ท้องที่จังหวัดภาคใต้) ไว้ชั่วคราวก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ซึ่งศาลให้เหตุผลว่า แม้ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการแต่งตั้งดังกล่าว แต่คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรก็ยังสามารถแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรในส่วนที่เหลือเป็นคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรได้ กรณีนี้จึงยังไม่ถือว่าเป็นปัญหาหรืออุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่การบริการสาธารณะแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล และผู้แทนเกษตรกรจากทุกภูมิภาค อยากเรียกร้องให้มีการระงับการแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรชุดใหม่ โดยให้คณะกรรมการชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีการจัดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรในส่วนของภูมิภาคที่ 4 (ท้องที่จังหวัดภาคใต้) ใหม่เสียก่อน เพื่อให้มีตัวแทนเกษตรกรจากทุกภูมิภาคมาเป็นคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร เพื่อเป็นตัวแทนของพี่น้องเกษตรกรจากทุกภาค

ในการนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.(มค) รับปากพี่น้องเกษตรกรว่าจะนำข้อเรียกร้องและประเด็นข้อกฎหมายเข้าพบนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในวันจันทร์ที่ 5 ก.พ.67 เพื่ออำนวยความเป็นธรรมแก่พี่น้องเกษตรกร

ทั้งนี้ หลังจากหารือกับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายยศวัจน์ฯ แกนนำพร้อมด้วยผู้แทนกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 15 คน ยอมรับว่า ได้ข้อสรุปเป็นที่พอใจ ทั้งหมดจึงฝากการบ้าน ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องไว้กับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไปมอบรองนายกภูมิธรรมฯ ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุม ตัดสินใจเดินทางกลับภูมิลำเนาทั้งหมด หลังจากที่ปักหลักชุมนุม หน้ากระทรวงการคลังมาแล้ว 2 สัปดาห์

‘มาดามแป้ง’ อำลาเก้าอี้ผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ปิดฉาก 890 วันแห่งความสำเร็จและความทรงจำอันมีค่า

(4 ก.พ.67) นางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือ ‘มาดามแป้ง’ อำลาตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติไทย อย่างเป็นทางการ ปิดฉาก 890 วันที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันทรงคุณค่า ทั้งการพาทีมคว้าแชมป์อาเซียน 2 สมัยติดต่อกัน และ ล่าสุดผ่านเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเชียน คัพ 2023 ที่กาตาร์ ก่อนลงสมัครเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมาดามแป้งได้กล่าวว่า…

“เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2564 เป็นวันที่แป้งจำไม่เคยลืม วันแรกที่แป้งเข้ามารับตำแหน่ง ผู้จัดการทีมชาติไทย ชุดใหญ่และ U-23 ซึ่งนับเป็นภารกิจสำคัญในเส้นทางการเดินทางสายฟุตบอล กว่า 16 ปีของแป้ง เพราะต้องยอมรับว่าฟุตบอลชายทีมชาติไทย เป็นสิ่งที่รวมใจคนทั้งชาติ เต็มไปด้วยความคาดหวัง ยิ่งประกอบกับโจทย์วิกฤติศรัทธาฟุตบอลไทยด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นเรื่องท้าทายมากค่ะ แป้งต้องขอขอบคุณพี่อ๊อด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่เชื่อมั่นและไว้ใจให้แป้งมาทำงานสำคัญนี้ ซึ่งตลอดเวลา 890 วันที่ผ่านมา แป้งเชื่อว่าแป้งได้ทุ่มเททำทุกอย่างสุดความสามารถของแป้ง เท่าที่คนรักฟุตบอลไทยคนหนึ่งจะทำได้ค่ะ

890 วันนี้ นับเป็นประสบการณ์อันทรงคุณค่าที่มาพร้อมความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ในการดูแลสิ่งที่เป็นของคนไทยทั้งชาติ แป้งได้เรียนรู้มากมายจากการรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย เพื่อนำมาปรับใช้ด้วยจุดมุ่งหมายเดียว คือทำให้ทัพช้างศึก ก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างามและเข้มแข็งกว่าเดิม ดังนั้น การได้เห็นทีมชาติไทยเป็นแชมป์อาเซียน 2 สมัย และผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเชียนคัพ 2023 ที่กาตาร์ ด้วยผลงานรอบแบ่งกลุ่มดีที่สุดในประวัติศาสตร์ จึงทำให้แป้งดีใจและภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนฟุตบอลไทยค่ะ

แน่นอนว่า แป้งไม่สามารถทำทั้งหมดนี้ได้คนเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจาก #TeamThailand ทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา ผู้ฝึกสอน สโมสร รวมไปถึงพันธมิตร ทั้งในและนอกวงการ ที่ได้เสียสละแรงกายใจ เวลา เงินทุน ในการร่วมทำงานใหญ่ระดับชาตินี้ให้เป็นไปด้วยดี สำคัญที่สุด ผู้เล่นคนที่ 12 นั่นคือ แฟนบอลไทยที่เป็นกำลังใจอันยิ่งใหญ่ของพวกเราในการทำงาน และการลงแข่งขันทุกนัด แป้งขอกราบขอบพระคุณทุกท่านจากหัวใจค่ะ

วันนี้ เป็นวันที่แป้งต้องขออำลาจากตำแหน่ง “ผู้จัดการทีม” ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันทรงคุณค่านี้ เพื่อขอโอกาสในการช่วยผลักดันวงการฟุตบอลไทยในทุกมิติ ด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้ง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ซึ่งไม่ว่าผลลัพธ์ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะเป็นเช่นไรก็ตาม แป้งก็ขอยืนยันในความตั้งใจและสัญญาว่า ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใดก็ตาม แป้งจะทุ่มเทความรู้ ความสามารถทั้งหมดที่มีให้กับวงการบอลไทย เพื่อร่วมสร้างและพัฒนา #TeamThailand ให้ดีขึ้นในทุกๆ วันค่ะ

ด้วยรักและศรัทธาในบอลไทยเสมอและตลอดไป”

ทั้งนี้ตลอดเวลาการเข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย “มาดามแป้ง” หมดเงินไป 55,850,000 บาท

‘พระวัดไผ่เหลือง’ ช่วยทำคลอดแม่วัวท้องแก่ ปลอดภัยทั้งแม่-ลูก ชาวเน็ตแห่ร่วมอนุโมทนาบุญ พร้อมบอก “คุณพระช่วยจริงๆ”

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 67 เพจวัดไผ่เหลือง ซอยกันตนา อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะพระสงฆ์กำลังช่วยทำคลอดให้แม่วัวท้องแก่ ที่มีอาการเจ็บบริเวณขาหน้าทั้ง 2 ข้าง ทำให้ไม่สามารถพยุงตัวเองให้ยืนขึ้นได้ น้ำคร่ำได้แตก และมีขาของลูกวัวโผล่ออกมาแต่แม่วัวไม่มีแรงเบ่ง ทำให้พระลูกวัดได้รีบเข้าไปช่วยพร้อมลูกศิษย์วัดทำคลอด ด้วยการดึงขาหน้าของลูกวัวออกมาอย่างปลอดภัย

โดยในเพจได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า…

“แม่วัวที่ลื่นล้มวันนี้ คลอดลูกแล้วปลอดภัยดีทั้งแม่ทั้งลูก น้องชื่อ ‘คุณพระช่วย’ พระช่วยทำคลอดจริงๆ สาธุ พระทุกองค์ และคนมาช่วยทำคลอดทุกคนด้วยจ้ะ”

สำหรับลูกวัวที่เกิดใหม่เป็นสมาชิกตัวที่ 38 หลังจากคลิปวิดีโอนี้เผยแพร่ออกไป ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก พร้อมบอกว่า “คุณพระช่วยจริงๆ ครับ” และบ้างก็ร่วมบริจาคเงิน เพื่อนำไปซื้ออาหารให้กับวัวที่วัดเป็นการร่วมทำบุญ

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง ‘พระครูสมุห์สิทธิโชค อภินนฺโท’ เจ้าอาวาสวัดไผ่เหลือง ตำบลบางม่วง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า พระรูปดังกล่าวเป็นพระลูกวัดไผ่เหลืองซึ่งที่บ้านเคยเลี้ยงวัวและมีประสบการณ์พอดีช่วงเย็นที่ผ่านมาบัวเกิดน้ำคร่ำแตก แล้วไม่มีแรงเบ่ง พระจึงเข้าไปช่วย

ส่วนวัวที่วัดอยู่ในโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือ เริ่มมาจาก ‘มูลนิธิหลวงพ่อสิงห์’

โดยได้มีโครงการต่างๆ เพื่อดูแลช่วยเหลือสังคมมากมาย และหนึ่งในนั้นคือโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือโดย ในชื่อโครงการ ‘บุญนิธิหลวงพ่อสิงห์เพื่อสรรพสัตว์’ ปัจจุบันมีโค-กระบือ ที่ได้ไถ่ชีวิตมาจากโรงฆ่าสัตว์และ จำนวนทั้งสิ้น 38 ตัว

ทางวัดเลี้ยงแบบเปิด โดยปล่อยลงในทุ่งหญ้าในพื้นที่ 10 ไร่ โดยมีรั้วลวดหนามล้อมรอบ และมีหญ้าแห้งมาให้เป็นอาหาร ซึ่งได้รับการดูแลจากทางปศุสัตว์อำเภอบางใหญ่ได้ให้คำแนะนำและเข้ามาดูแลในการเลี้ยงดูโค-กระบือ

นอกจากนี้ เมื่อญาติโยมรู้ว่าที่วัดมีการเลี้ยงโค-กระบือ ก็อยากจะทำบุญนำอาหารมาให้ อาทิ กล้วย, ซางข้าวโพด, อาหารเสริม และหัวอาหาร มาถวายให้กับทางวัด เพื่อเป็นอาหารให้กับโค-กระบือ ท่านใดอยากร่วมทำบุญไถ่ชีวิตคู่กระบือ หรือจะนำอาหารมามอบให้กับทางวัด เชิญได้ทุกวันที่วัดไผ่เหลือง ซอยกันตนา อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

ติดตตามเพจวัดไผ่เหลือง ได้ที่ >> https://www.facebook.com/watphailueang

“LINK THANK YOU VIP 2024” บินลัดฟ้าจัดงานเลี้ยงแทนคำขอบคุณ ให้คู่ค้าในภูมิภาคใต้ มอบช่วงเวลาแห่งความสุข สานสัมพันธ์ให้เหนียวแน่น ตอกย้ำการเติบโตไปพร้อมกันแบบมีคุณภาพ

CEO ล่องใต้ บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จัดงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ ในมื้อค่ำสุดพิเศษ แทนคำขอบคุณคู่ค้า และพันธมิตร รวมกว่า 100 ท่าน ในงาน “LINK THANK YOU VIP 2024” ที่สแปลช บีช รีสอร์ต ไม้ขาว ภูเก็ต ที่จะนำพาลูกค้าทุกท่านสัมผัสประสบการณ์กับ LINK พิเศษกว่าที่เคย เมื่อวันที่ 3 – 4 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา

สำหรับงาน “LINK THANK YOU VIP 2024” จัดขึ้นเพื่อตอบแทนคำขอบคุณแก่ลูกค้า และพันธมิตรทั่วภูมิภาคใต้ที่ให้การสนับสนุน และเชื่อมั่นในสินค้า LINK AMERICAN & GERMAN RACK EVERYWHERE ด้วยดีเสมอมา อีกทั้งเป็นการสานสัมพันธ์กระชับมิตรให้เหนียวแน่นแก่กันอีกด้วย โดยมี คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ นำทีมคณะผู้บริหาร พร้อมพนักงาน ร่วมดูแล และต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านอย่างเป็นกันเอง และอบอุ่น อีกทั้งได้รังสรรค์งานในค่ำคืนนี้ให้ออกมาอย่างพิเศษสุด ๆ และได้ร่วมเล่าประสบการณ์ อัปเดตเทรน์ในยุคนี้ พร้อมบอกเล่าข่าวดีแห่งวงการเทคโนโลยีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นนวัตกรรมอัจฉริยะใหม่อย่าง Super S Series ในงานนี้อีกด้วย

โดยคู่ค้า และพันธมิตรทั่วภูมิภาคใต้ให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม จำนวนรวมกว่า 100 ท่าน ได้มาร่วมสัมผัสกับบรรยากาศสุดผ่อนคลาย ชิว ๆ สบาย ๆ ริมชายหาด พร้อมรับชมท้องทะเลทอประกายแสงกระทบกับดวงตะวันที่กำลังจะลับขอบฟ้า ควบคู่ไปกับทานอาหารมื้อพิเศษ แบบ PRIVATE ที่จัดเสิร์ฟเตรียมไว้ให้แบบไม่มีอั้น ในบรรยากาศรับลมทะเลเย็นสบาย และในยามค่ำคืนมองเห็นดวงดาวส่องแสงระยิบเต็มท้องฟ้า ซึ่งนอกจากจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติอาหารที่อิ่มอร่อยในบรรยากาศสุดฟินแล้ว ยังได้เต็มอิ่มกับความบันเทิง ทั้งกิจกรรมที่บริษัทฯ คัดสรรมามอบให้ลูกค้าได้ร่วมเล่นอย่างสนุกสนาน ขนรางวัลจากอินเตอร์ลิ้งค์ฯ มาแจกให้ทุกท่านขนกันกลับบ้านอีกมากมายในตลอดค่ำคืนนี้

และช่วงเวลาพิเศษเหล่านี้ยังไม่หมด ยังมีชุดการแสดง คาบาเร่ต์โชว์ ที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งดินแดนภาคใต้ และควงกระบองไฟริมชายหาด นำมาจัดแสดงให้ชมอย่างสุดตระการตา ที่ให้ทุกท่านได้เต็มอิ่มกับความสวยงาม ไปพร้อมกับความบันเทิง และเก็บช่วงเวลาพิเศษแห่งปีนี้ไปด้วยกัน แทนคำขอบคุณด้วยการส่งมอบรอยยิ้มแห่งความสุข สนุกสนานประทับใจ พร้อมยังได้ครื้นเครง ปลดปล่อยอารมณ์ไปกับเสียงเพลง และวงดนตรีที่จัดเตรียมมามอบให้กับลูกค้าทุกท่านในวันนี้โดยเฉพาะอีกด้วย 

อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ต้องขอขอบพระคุณทุกการสนับสนุนด้วยหัวใจจากลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรในภูมิภาคใต้ทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ และยังคงเชื่อมั่นในคุณภาพ และมั่นใจในสินค้า LINK AMERICAN & GERMAN RACK EVERYWHERE ด้วยดีเสมอมา ทั้งในปีที่ผ่านมา และปีต่อ ๆ ไป และขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่ได้มาร่วมบันทึกช่วงเวลาพิเศษในวันนี้ไปด้วยกัน นับเป็นการนัดสานสัมพันธ์อันดีที่เหนียวแน่นอีกด้วย เพื่อตอกย้ำเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2567 ไปด้วยกัน เพื่อนำสู่การทำกำไร สร้างยอดขาย ส่งเสริมทำรายได้ให้เพิ่มขึ้น เพื่อนำสู่การเติบโตแบบคุณภาพอย่างยั่งยืนไปพร้อมกันทั้งคู่ค้า และพันธมิตร

เริ่มแล้ว !!! การแข่งขันชุดปฏิบัติการพิเศษระดับโลก UAE SWAT Challenge 2024  ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3-7 กุมภาพันธ์นี้ ผล.ตร. ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ทีมชุดปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 3 ทีม ที่เข้าร่วมแข่งขัน

เมื่อวานนี้ (3 ก.พ.67) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งกำลังใจให้ทีมชุดปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ที่เข้าร่วมการแข่งขัน UAE SWAT Challenge 2024  ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-7 กุมภาพันธ์ 2567 โดยวานนี้เป็นการแข่งขันวันแรก

การแข่งขันในปีนี้ ประเทศไทย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งผู้เข้าร่วมแข่งขันไปเข้าร่วมทั้งประเภทชายและหญิงรวม 3 ทีม จากหน่วยคอมมานโด , อรินทราช 26,นเรศวร 261 , หน่วยปฏิบัติพิเศษ ตำรวจภูธรภาค 1-9 และถือว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ได้จัดส่งทีมปฏิบัติการพิเศษหญิงเข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้

โดยการแข่งขันจะมี 5 สถานการณ์ ได้แก่ ยุทธวิธี (Tactical) , การโจมตี (Assault Event)  , การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ (Officer Rescue) , การโจมตีตึกสูง (Tower Assault) และเครื่องกีดขวาง (Obstacle Course) มีคณะกรรมการกลางจากผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ และในปีนี้มีทีมที่เข้าร่วมจากทั่วโลก 73 ทีม จากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก เช่น ทีมประเทศเจ้าภาพ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) , ตำรวจสหรัฐอเมริกา 2 ทีม (NYPD และ San Antoio PD) , สาธารณรัฐประชาชนจีน 2 ทีม ,ฮ่องกง ,ประเทศแถบเอเชีย เช่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และประเทศในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขันฯ โดยในปี 2566 (2023) ที่ผ่านมาตำรวจไทยได้ลำดับที่ 5 ของโลก

ทั้งนี้ จบการแข่งวันที่ 1 Tactical Event ผลการแข่งขันจาก 73 ทีม ทั่วโลก ทีม ROYAL THAI POLICE A ได้อันดับที่ 8 ทำเวลาไป 1.03.36 , ทีม ROYAL THAI POLICE B ได้อันดับที่ 17 ทำเวลาไป 1.10.60 , ทีม ROYAL THAI POLICE C (หญิง) ได้อันดับที่ 39 ทำเวลาไป 1.23.70

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งขันชุดปฏิบัติการพิเศษระดับโลก จึงขอเชิญพี่น้องประชาชนช่วยกันลุ้นและส่งแรงใจ เชียร์ชุดปฏิบัติการพิเศษไทยในการแข่งขันครั้งนี้ไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ สามารถติดตามการถ่ายถอดพิธีเปิดและรับชมการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.67 เวลาประมาณ 20:30 น. เป็นต้นไป (หรือเวลาท้องถิ่นที่ดูไบ 17:30 น.) ได้ที่เว็บไซต์ https://uaeswatchallenge.com   

ชมสดพร้อมลุ้นคะแนนและอันดับการแข่งขันแบบ real time ได้ที่ 
https://www.youtube.com/live/dKKe9QJnt8A?si=2U0VruuytXDCh9_P

https://www.facebook.com/swatchallengeuae/
https://twitter.com/swat_challenge

https://www.instagram.com/uaeswatchallenge/

https://www.youtube.com/user/dubaipolicehq

https://www.tiktok.com/@uaeswatchallenge


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top