Saturday, 8 August 2026
NEWS FEED

‘กมธ.อุตฯ’ ชี้!! เหตุโรงงานพลุระเบิดสุพรรณบุรี ร่อนหนังสือด่วนถึง ‘มท.1’ ช่วยคุมเข้มล้อมคอก

‘อัครเดช-กมธ.อุตสาหกรรม’ ส่งหนังสือด่วนถึง มท.1 หลังพบปัจจัยเสี่ยงเหตุโรงงานพลุระเบิดสุพรรณบุรี ย้ำมาตรการล้อมคอก เพื่อป้องเหตุระเบิดซ้ำซาก

(2 ก.พ.67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ลงนามในหนังสือส่งถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ เกี่ยวกับโรงงานผลิตพลุระเบิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี ถือเป็นข้อสังเกตที่สำคัญภายหลังจากเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลายฝ่าย มาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการฯ ประกอบด้วย ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กรมโรงงานอุตสาหกรรม เจ้ากรมอุตสาหกรรมทหาร กรมคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการสังคม และกรมการปกครอง จนกลายมาเป็นข้อสังเกตที่สำคัญของที่ประชุม

นายอัครเดช กล่าวว่า ข้อสังเกตของกรรมาธิการฯ เห็นว่า สาเหตุที่สำคัญ ทำให้โรงงานผลิตพลุระเบิด คือ การตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบที่ฝ่ายปกครองเชิญมาร่วม เพื่อไปตรวจสอบโรงงานผลิตพลุ โดยกรรมการชุดนี้ไม่ได้ไปตรวจในวันที่มีการผลิต แต่ไปตรวจในวันหยุดการผลิต ทำให้คนงานไม่มีการผลิตพลุ จึงไม่เห็นกระบวนการผลิต

ดังนั้นจากการไปตรวจโรงงานในวันที่หยุดทำการผลิต ทำให้การตรวจสอบไม่สมบูรณ์ ไม่เห็นกระบวนการผลิตที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือการกระทำที่เป็นอันตรายได้ระหว่างที่การผลิต เช่น การลากถู การกระแทกวัตถุระเบิด หรือตัวพลุ เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นได้

“กระบวนการผลิตพลุ ถ้ามีการกระแทก มีการลากถูกับพลุที่ทำเสร็จแล้ว หรือแม้แต่วัสดุที่ใช้ในการผลิตก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ถ้าเราไม่เห็นกระบวนการผลิต เราก็ไม่รู้ว่ามีข้อควรระวังอะไรบ้าง ดังนั้นการระเบิดของพลุที่จังหวัดสุพรรณบุรี อาจจะเกิดจากลากวัตถุดิบ หรือพลุที่ผลิตเสร็จแล้วเกิดการกระแทกก็เป็นได้ จึงเกิดความสูญเสียขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในที่ประชุม มีความเห็นตรงกันว่า สิ่งสำคัญของโรงงานผลิตพลุ คือ การกองเก็บ กระบวนการผลิตและการจัดการกากของเสียจากโรงงานผลิตพลุ” นายอัครเดช กล่าว

ประธานกมธ.อุตสาหกรรม กล่าวย้ำว่า ได้ส่งข้อสังเกตนี้ถึง รมว.มหาดไทยแล้ว เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาสั่งการถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้แก้ไขปรับปรุงการตรวจสอบการผลิตพลุในครั้งต่อไปในโรงงานผลิตพลุทั่วประเทศมีความสมบูรณ์ รอบคอบ รัดกุมมากกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำขึ้นมาอีก 

บิ๊กโจ๊ก ย้ำ ผู้กำกับทุกท้องที่ ต้องแข่งกับตัวเอง ทำสงครามกับความรู้สึกของประชาชน ท้องที่ใดทำให้ประชาชน มีเหตุมาบอกผู้กำกับ ไม่ต้องพึ่งเพจ อินฟลูเอ็นเซอร์ หากทำได้ถือว่ารบชนะ ย้ำ จุดแตกหักของตำรวจอยู่ที่โรงพัก

วันนี้พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญตำรวจในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการให้กำลังพลมีขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะสถานีตำรวจภูธรตามแนวชายแดน

ซึ่งนอกจากจะเยี่ยมบำรุงขวัญและมอบสิ่งของเป็นขวัญและกำลังใจแล้วรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังได้ประชุมมอบนโยบายให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเฉพาะผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร โดยย้ำว่าจากนี้ไปผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรซึ่งรับภาระหน้าที่มากำกับดูแลโรงพัก จะต้องปรับตัวเร่งการทำงานสร้างความเชื่อมั่น ไม่ต้องรอให้ผู้เดือดร้อนไปพึ่งพาสื่อ เพจ หรืออินฟูลเอ็นเซอร์ ถึงจะสามารถแก้ปัญหาคดีได้

“ย้ำผู้กำกับสถานีตำรวจทุกแห่ง ต้องสร้างความศรัทธาให้ประชาชนให้ได้ ใครเป็นผู้กำกับที่ไหนต้องต่อสู้กับตัวเอง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ทุกชุมชน ทุกตำบลทุกหมู่บ้าน ในพื้นที่ของของตนเอง มีเหตุต้องมาบอกผู้กำกับ มีเหตุต้องนึกถึงผู้กำกับ ไม่ใช่มีเหตุต้องไปบอกเพจต่างๆ สื่อสารมวลชนต่างๆ โซเชียลมีเดียต่างๆ  ผู้กำกับใด ทำได้แบบนี้ถือว่ารบชนะ ต่อความไม่ไว้วางใจของประชาชน แล้วท่านจะภูมิใจ เมื่อไหร่ ตำรวจทำงานแล้วประชาชนเขาจะรู้เอง”

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยอมรับว่า ที่ผ่านมาคนที่กำกับดูแลและแก้ปัญหาโดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ที่ผ่านมาเกิดปัญหารอยต่อ ระหว่างตำรวจกับประชาชน ที่มีผลมาจากความเชื่อมั่นต่อการปฎิบัติหน้าที่ ทำให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหันไปพึ่งสื่อและเพจ เพื่อให้มาจี้คดี เมื่อเป็นข่าวถึงจะมีการขับเคลื่อนในการปราบปรามหรือจับกุม

แต่จากนี้ไปผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุกแห่งจะต้องปรับตัว จะเป็นฝ่ายรอรับไม่ได้ต้องทำงานในเชิงรุก นั่นหมายความว่าเมื่อมีการเข้ามาแจ้งความ นอกจากจะ “ขึ้นโรงพัก ไม่ต้องฝาก” แล้ว จะต้องเร่งทำคดีแบบปิดให้ครบจบให้ไว เพื่อลดข้อกังขาและคลายความสงสัย อย่าเก็บข้อมูลไว้เมื่อเกิดปัญหาเพราะจะกลายเป็นว่าร่วมกันปกปิด และหากยิ่งคดีล่าช้าจะกลายเป็นการสมยอมหรือถูกมองว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ เหมือนหลายคดีที่ผ่านมา

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังย้ำด้วยว่า การดำเนินการในเชิงรุกไม่จำเป็นต้องรอเงื่อนไขเวลา สามารถทำได้ทันที แม้จะต้องเหนื่อยมากขึ้น แต่หากมีการกวดขันที่เด็ดขาดและดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว คนที่คิดจะก่อคดีหรือทำไม่ดี ก็จะค่อยๆ ลดลงภาระงานก็จะลดตามลงไปด้วย

รมว.'พิพัฒน์' ดูแลแรงงานอิสระ รับจ้าง เกษตรกร กว่า 1.8 แสนคน จ.พัทลุง สร้างหลักประกัน ม.40 ประกันสังคม เจ็บป่วยนอนพัก ได้เงินทดแทนขาดรายได้

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 10.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการประกันสังคมทั่วไทย สู่แรงงานภาคอิสระ รุ่นที่ 1 โดยมี นางนิศากร วิศิษฎ์สรอรรถ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม หัวหน้าส่วนราชการกระทรวงแรงงานจังหวัดพัทุลง ผู้ประกันตน เครือข่าย ผู้เข้าร่วมโครงการฯ พร้อมประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมร้อยทองรีสอร์ท จังหวัดพัทลุง 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างหลักประกันทางสังคมให้กับผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ เพราะแรงงานถือเป็นฟันเฟืองที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของชาติ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในระบบหรือนอกระบบควรได้รับการคุ้มครอง และมีหลักประกันในการดำรงชีวิตที่ดี อีกทั้งมีความพร้อมในการประกอบอาชีพเพื่อพัฒนาประเทศ ตามนโยบายของกระทรวงแรงงาน “การสร้างรากฐานเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการคุ้มครองแรงงาน” โดยในวันนี้ ผมได้รับเกียรติเป็นประธานเปิดโครงการประกันสังคมทั่วไทย สู่แรงงานภาคอิสระ รุ่นที่ 1 ที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งพัทลุงถือเป็นเมืองที่มีธรรมชาติที่สวยงาม มีความสำคัญด้านศิลปะ วัฒนธรรม เป็นต้น    

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า พัทลุงยังเป็นถิ่นกำเนิดของศิลปะการแสดงที่ขึ้นชื่ออย่างมโนราห์ และหนังตะลุงซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้ อีกทั้ง พัทลุงมีผู้ประกันตนมาตรา 40 จำนวนทั้งสิ้น 53,566 คน ที่ประกอบด้วย ผู้ประกอบอาชีพอิสระกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มผู้รับจ้างทั่วไป กลุ่มเกษตรกร กลุ่มแปรรูปอาหาร ที่ยังขาดการคุ้มครองตามหลักประกันสังคมมาตรา 40 อีกเป็นจำนวนมาก และเป็นจังหวัดที่มีผู้ประกันตนส่งเงินสมทบต่อเนื่องมากเป็นลำดับที่ 1 ของภาคใต้ และเป็นลำดับที่ 6 ของประเทศ ทั้งนี้ โครงการประกันสังคมทั่วไทย สู่แรงงานภาคอิสระ จัดขึ้นเพื่อเป็นการรณรงค์เชิญชวนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ให้เข้าถึงหลักประกัน โดยประกันสังคมมาตรา 40 ได้ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประกันตนทั้งสิ้น 5 กรณี ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองกรณีเงินทดแทนการขาดรายได้จากการเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร ในปัจจุบันทั่วประเทศมีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จำนวน 10,958,136 คน ตัวแทนเครือข่ายประกันสังคม จำนวน 24,645 คน เครือข่าย “บวร” กลุ่มสมาชิกบ้าน วัด โรงเรียน และโรงงาน จำนวน 265,214 คน   

ด้าน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การจัดโครงการประกันสังคมทั่วไทย สู่แรงงานภาคอิสระ รุ่นที่ 1 ประจำปี 2567 ณ จังหวัดพัทลุง เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นต่อเนื่องจากปี 2566 โดยโครงการทั้ง 6 รุ่นในปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนผู้ประกอบอาชีพอิสระในพื้นที่ต่างๆ เป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าในปัจจุบัน พี่น้องกลุ่มแรงงานนอกระบบให้ความสำคัญกับการสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิต รวมถึงมีความต้องการสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ในการนี้ ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่า สำนักงานประกันสังคมจะดำเนินงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ

เราจะไม่ทอดทิ้งกัน เพราะกำลังพลทุกระดับชั้นยศ คือครอบครัว 'กองทัพเรือ'

เมื่อ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ระหว่างเวลา 13.30 - 15.00 น. พลเรือเอก ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ นาวาเอก รุจสรรค์ เลาหประเสริฐ ผู้อำนวยการ กองการสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ ว่าที่นาวาเอก สุรชัย เบ้ารักษา รองผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน นาวาโท กันตินันท์ เตชะเสน ผู้บังคับกองพัน ที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน ผู้แทนหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และคณะ เดินทางไปเยี่ยมทหารผ่านศึกในส่วนของกองทัพเรือ พร้อมมอบเงินและกระเช้าสิ่งของ จากคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ เนื่องในวันทหารผ่านศึก จำนวน 2 นาย ในพื้นที่ จว.ระยอง รวมทั้ง มอบเงินสวัสดิการของกองเรือยุทธการ และของที่ระลึกจากชมรมภริยากองเรือยุทธการ ดังนี้

1. พันจ่าตรี ถนอม เสียงประเสริฐ ณ บ้านพัก ที่ ต.บ้านแลง อ.เมืองระยอง จว.ระยอง โดยมีพฤติกรรมสูญเสีย ปฏิบัติราชการที่ ฉก.นย.183 อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี เมื่อ 21 เม.ย.21 ขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดน โดนสะเก็ดลูกปืนเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 82 มม. ของทหารฝ่ายตรงข้ามบริเวณขาขวาเหนือเข่าและถูกตัดขา
2. พันจ่าตรี สำรวย แดงนาค ณ บ้านพัก ต.กระเฉด อ.เมืองระยอง จว.ระยอง โดยมีพฤติกรรมสูญเสีย ปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ ฉก.นย.จันทบุรี เมื่อ 18 ม.ค.22 ขณะออกทำการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบในพื้นที่ ได้เหยียบทุ่นระเบิดของฝ่ายตรงข้าม บริเวณ อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวาเหนือเข่าขาด ทั้งนี้ กรมสวัสดิการทหารเรือ อยู่ในระหว่างการดำเนินการด้านเอกสารสำหรับจัดทำบัตรทหารผ่านศึกชั้น 1 เพื่อให้ครอบครัว พันจ่าตรี สำรวย ได้รับสิทธิของราชการที่เหมาะสมต่อไป

คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ จัดให้มีการเยี่ยมและมอบของขวัญวันทหารผ่านศึกในส่วนของกำลังพลกองทัพเรือ ให้แก่กำลังพลทหารผ่านศึกที่พิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ เป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

‘เจ้าของเพจดัง’ แจ้งข่าวเศร้า 'กลูต้า' กลับดาวหมาแล้ว พร้อมเตรียมขึ้นเตาเผาวันนี้ 2 ทุ่ม ที่วัดกระทุ่มเสือปลา

(2 ก.พ. 67) เจ้าของเพจ 'Gluta Story' คุณยอร์ช สรศาสตร์ วิเศษสินธุ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Sorasart Wisetsin’ แจ้งข่าวเศร้าให้แก่แฟนคลับของหมาหลงเซเลปสุดโด่งดัง ระบุข้อความว่า…

"กลูต้า ไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์แล้วนะครับ ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่รักกลูต้ามาเสมอนะครับหัวใจพวกเราแตกสลาย แต่กำลังตั้งสติกันอยู่ครับ พี่คนไหนสะดวกอยากมาส่งพี่ต้าวันนี้ที่เตาเผาสัตว์ Petfuneral สาขาวัดกระทุ่มเสือปลา เวลา 2 ทุ่มนะครับ"

เปิดรับสมัครแล้ว!! หลักสูตร DAD NIDA รุ่นที่ 9 ‘เสริมทักษะ-ความรู้’ สร้างผู้นำยุคดิจิทัลรุ่นใหม่

ยุคนี้ใครไม่พัฒนาตัวเองให้ตามทันโลกดิจิทัลลำบากแน่นอน ถึงเวลาพัฒนาตัวเองเป็นผู้นำในยุคดิจิทัลแล้ว กับหลักสูตรแห่งปี DAD NIDA รุ่นที่ 9 !!! 

ปัจจุบันเราอยู่ในยุคดิจิทัลซึ่งเป็นยุคที่โลกการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีสามารถเข้ามาทดแทนการทำงานของมนุษย์ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงต้อง Upskills และ Reskills ตัวเอง ทั้ง Hard Skills และ Soft Skills อยู่ตลอดเวลา 

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อโลกของธุรกิจและการบริหารประเทศ ทำให้องค์กรทั้งหลายต้องปรับตัว การทำ Digital Transformation จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดของธุรกิจ องค์กรที่ปรับตัวทันกับการเปลี่ยนแปลงจึงจะอยู่รอด 

สิ่งสำคัญเลยคือองค์กรนั้นต้องมีผู้นำในยุคดิจิทัลที่มีองค์ความรู้รอบด้าน มีทักษะและทัศนคติที่สอดคล้องกับโลกยุคดิจิทัล จึงสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้อยู่รอด รวมถึงแสวงหาโอกาสจากโลกยุคดิจิทัลได้

หลักสูตร DAD (Development Administrator in Digital Era) หรือ หลักสูตรนักบริหารการพัฒนาในยุคดิจิทัลจึงออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการพัฒนาตัวเองเป็นผู้นำยุคดิจิทัล โดยหลักสูตร DAD เป็นหลักสูตรสร้างผู้นำในยุคดิจิทัล สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ มุมมองใหม่ ๆ ทักษะสำคัญในยุคดิจิทัล รวมถึงความสามารถเชิงพฤติกรรม ผ่านการถ่ายทอดจากกูรูชั้นนำระดับประเทศ กิจกรรม Workshop ต่าง ๆ และกิจกรรม Boot camp ที่จะได้นำความรู้จากกลุ่มวิชาต่าง ๆ มาลงมือปฏิบัติงานจริง ตลอดจนกิจกรรมที่ช่วยสร้างเครือข่ายผู้นำต่อไปในอนาคต เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารและพัฒนาองค์กรในยุคดิจิทัลต่อไป

หลักสูตร DAD NIDA รุ่นที่ 9 นี้มาในธีมของ The Next Generation ตอกย้ำความเป็นหลักสูตรที่สร้างผู้นำยุคดิจิทัลรุ่นใหม่ และเครือข่ายคุณภาพออกไปพัฒนาองค์กร และประเทศ 

และพิเศษไปกว่านั้นคือมีการเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้ผู้เรียนพร้อมรับโอกาสและความท้าทายในปี 2024 และอนาคต

โดย Highlight ของหลักสูตร DAD NIDA นั้นคือผู้เรียนจะได้ทั้ง

-ความรู้และประสบการณ์ที่อัดแน่น อัปเดต สอดรับกับโลกยุคดิจิทัล ที่ถ่ายทอดจากผู้เชี่ยวชาญในวงการชั้นนำระดับประเทศ

- คอนเนคชันดี ๆ จากหลากหลายวงการ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน

-ความรู้ไปใช้ต่อยอดกับองค์กรเพื่อทำ Digital Transformation

-ได้นำความรู้ไปลงมือปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรม Bootcamp และ Skill-Based Workshop 

-พร้อมรับ Certificate อีก 1 ใบ จากการเข้าร่วม Connected Strategy Workshop จากความร่วมมือระหว่างDAD NIDA และ College of Innovation, Thammasat University (CITU)

เรียกได้ว่าเป็นหลักสูตรที่ครบรสได้ทั้งความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และคอนเนคชันแน่น ๆ เป็นหลักสูตรที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ในปี 2567 นี้

สมัครด่วน รับจำนวนจำกัด!! ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 มีนาคม 2567  https://shorturl.at/vzBY0

โดยกำหนดจะมีการอบรมตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม ถึง 24 สิงหาคม 2567 เรียนเฉพาะวันเสาร์ 13.00 - 17.30 น. 

สามารถดูรายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ www.dadnida.com
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line : @dadnida (มี@) หรือโทร : 092-728-6722

ยังมีกิจกรรมอีกมากมายภายในหลักสูตรให้ได้ติดตามกัน ท่านที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมหลักสูตรได้ผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.dadnida.com และโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ DAD NIDA

'เอกภักดิ์ นิราพาธพงศ์พร' ลาออกกรรมการ PLAN B รับผิดชอบกรณี 'โพสต์ดูถูกนักบิน-พาดพิงการบินไทย'

(2 ก.พ.67) รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา ดร.พินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ทำหนังสือถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แจ้งให้ทราบว่า นายเอกภักดิ์ นิราพาธพงศ์พร ได้แจ้งความประสงค์ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน กรรมการบริหารความเสี่ยง และกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืนของบริษัท โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทจะดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมดำรงตำแหน่งกรรมการที่ว่างลงดังกล่าว และจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและนักลงทุนทราบต่อไป

ด้านเฟซบุ๊กส่วนตัว Ekapak Nirapathpongporn โพสต์ข้อความระบุว่า "สืบเนื่องจากเหตุการณ์ วันที่ 29 มกราคม 2567 ที่กระผมได้กระทำการอันไม่สมควร ซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสร้างความเสื่อมเสียต่อ บริษัท การบินไทย จำกัด อย่างยอมรับไม่ได้ จากเหตุการณ์แสดงความไม่พอใจในการให้บริการของการบินไทย รวมถึงการตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ของนักบินในเที่ยวบิน ด้วยข้อความและถ้อยคำไม่สุภาพ ดูถูกนักบิน และใช้คำพูดหยาบคายอย่างไม่เหมาะสมที่สุด จนทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยของการบินไทย และนักบินผู้ปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินดังกล่าว

ผมได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนและตระหนักได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่สมควรและไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง ดังนั้น เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของผม ผมจึงมีความประสงค์ขอลาออกจากทุกตำแหน่งที่กระผมปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน ที่ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) และขอกราบขออภัย บริษัท การบินไทย, นักบิน และทุกคนที่เกี่ยวข้อง และขอกราบขออภัยผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงาน ของบริษัท แพลน บี และพี่ๆ เพื่อนๆ และทุกคนที่ผมรักและเคารพที่ผมทำให้ผิดหวัง ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำอันเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของกระผมมา ณ ที่นี้ โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

ผมเข้าใจว่ามันอาจไม่มีความหมายมากมายอะไรกับทุกคนที่ได้รับผลกระทบ แต่ผมก็จริงจังและจริงใจที่จะขอโทษในสิ่งที่ผมทำลงไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ผมเสียใจและขออภัยและขอน้อมรับความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียวครับ

ขออภัยอีกครั้งเป็นอย่างสูง และขอแสดงความนับถือครับ"

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า สำหรับนายเอกภักดิ์ นิราพาธพงศ์พร ปัจจุบันอายุ 42 ปี จบการศึกษา Bachelor of Engineering, Electrical /Communication, University of Melbourne ประเทศออสเตรเลีย Bachelor of Commerce, Finance, University of Melbourne ประเทศออสเตรเลีย และหลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) 134/2560 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

ประสบการณ์ทำงานในระยะ 5 ปีบริษัทจดทะเบียน ได้แก่ กรรมการของ บมจ.แพลน บี มีเดีย ตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบัน กรรมการของ บมจ.มาสเตอร์ แอด ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน ส่วนบริษัทจำกัดและองค์กรอื่น เป็นกรรมการของ บจ.เอพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล ตั้งแต่ปี 2554 ถึงปัจจุบัน กรรมการและผู้บริหารสูงสุดทางการเงินของ บจ.แฟรคชั่น (ประเทศไทย) ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน และกรรมการของ Masan Consumer Holdings ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน

‘นทท.รัสเซีย’ ถูกชายไทยหวังทำอนาจารคาห้องน้ำ บขส.ภูเก็ต โชคดี!! ‘พระสงฆ์’ มาโปรด ได้ยินเสียงร้อง รุดช่วยเหลือไว้ได้

(1 ก.พ. 67) จากกรณีพนักงานเดินรถแห่งหนึ่ง พยายามก่อเหตุหวังข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในห้องน้ำหญิง บขส.ภูเก็ต แห่งที่ 2 โชคดีพระภิกษุได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงวิ่งเข้าไปห้ามปราม ทำให้รอดจากการถูกข่มขืน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 ม.ค.67 เวลา 03.03 น.นั้น

นายนครินทร์ ยอแสงรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา กล่าวว่า “จากกรณี เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 03.03 น. จากกล้องวงจรปิดของสถานีขนส่งจังหวัดภูเก็ต แห่งที่ 2 พบว่ามีผู้หญิงชาวรัสเซียอายุประมาณ 30 ปี เดินจากข้างหน้าชานชาลาเดินเข้าห้องน้ำด้านหลังของสถานีขนส่งฯ เดินเข้าไปเข้าห้องน้ำใช้เวลาประมาณ 8-9 นาที หลังจากนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 26 ปี ใส่ผ้าขาวม้าสีแดง ถือขันใบหนึ่ง ทำทีเหมือนว่าจะเข้าไปอาบน้ำที่ห้องน้ำชาย แต่เขาไม่ได้อาบ มีท่าทางจดๆ จ้องๆ และช่วงนั้นเวลาหัวรุ่งประมาณตี 3 ไม่ค่อยมีคน ซึ่งเขาเข้าไปในพื้นที่ของห้องน้ำผู้หญิง ที่มีชาวต่างชาติเข้าไปทำธุระ เขาได้แอบเข้าไปไม่นานเท่าไหร่ ดูจากกล้อง CCTV สันนิษฐานว่ามีเสียงดังทำให้พระรูปหนึ่งที่อยู่บริเวณนั้น ท่านคงได้ยินจึงเดินเข้าไป และเคาะประตูเรียกใช้เวลาไม่นาน เขาก็ออกมากราบพระที่พื้น จากนั้นต่างคนต่างแยกกันไป

ในฐานะเทศบาลตำบลรัษฎา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนั้น เป็นภาพลักษณ์ที่ถ้าออกไปยังต่างชาติแล้วจะทำให้เสียหายมาก เพราะภูเก็ตเริ่มดีขึ้น เราพยายามที่จะหานักท่องเที่ยวเข้ามาแต่ภาพลักษณ์ตรงนี้ทำให้เสียหายเป็นอย่างยิ่ง ทางเทศบาลตำบลรัษฎาจึงคิดหาวิธีการที่จะดำเนินคดีตรงนี้ได้เพราะเทศบาลไม่ได้เป็นผู้ที่มีความผิดในเรื่องการรักษาความปลอดภัย แต่ช่วงเวลาที่เขาดำเนินการกินเวลาประมาณ 10 กว่านาที ซึ่งยามมีจำนวน 2 คนดูไม่ทัน อาจจะต้องหายามมาเพิ่ม หรือให้มาเฝ้าพื้นที่ที่อาจจะก่อเหตุได้ง่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ให้ง่ายขึ้นส่วนทางขนส่งควรมีมาตรการว่ากล่าวตักเตือนหรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่” นายนครินทร์ กล่าว

ทางด้าน พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “กรณีนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้ประสานกับตำรวจท่องเที่ยวและผู้เสียหาย ซึ่งได้ไปท่องเที่ยวที่เกาะพะงัน ตำรวจท่องเที่ยวได้สอบปากคำและบันทึกปากคำแล้ว ทางผู้เสียหายไม่ได้ติดใจเอาความและได้แจ้งว่าไม่ได้ถูกเนื้อต้องตัว เพียงแต่อาจจะเข้าไปแอบดู หรือส่อง จึงร้องโวยวาย และมีพระเข้าไปให้ความช่วยเหลือ

ในเรื่องของการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุยังไม่มี เพราะนักท่องเที่ยวไม่ได้ติดใจเอาความ นักท่องเที่ยวรายนี้ เป็นชาวรัสเซีย ตอนนี้ทางขนส่งจังหวัดภูเก็ตกำลังดูข้อกฎหมาย เพราะเหตุเกิดในพื้นที่ของ บขส.หรือสถานีขนส่งฯ อาจมีมาตรการลงโทษกับผู้ก่อเหตุ

ในส่วนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตามที่ได้กำหนดพื้นที่จุดเสี่ยงต่างๆ หรือจุดที่ขึ้นบัญชีไว้ จะเพิ่มวงรอบในการตรวจให้ตำรวจเข้าไปดู อย่างเช่น เหตุนี้กล้องวงจรปิดเห็นเหตุการณ์ชัดเจน เชื่อมั่นว่าภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีกล้องวงจรปิดมากที่สุดในประเทศไทย ดังนั้น เหตุที่เกิดขึ้นทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ เหตุที่น่าสนใจ หรือเหตุเล็กน้อยต่างๆ สามารถติดตามจับกุมได้ทุกราย” พล.ต.ต.สินเลิศกล่าว

ฮือฮา!! กระเเสตามหา ‘โอริโอ้ลายมิว’ สุดหายาก แนะ!! ก่อนกินเช็กให้ดี เผื่อมีลุ้นรับทรัพย์ 2 เเสน

(1 ก.พ.67) กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลได้อย่างมาก หลังจากเพจ ‘รับซื้อโอริโอ้ลายมิว’ ได้ออกมาโพสต์รับซื้อคุกกี้ยี่ห้อดัง รุ่นพิเศษที่ร่วมมือกับการ์ตูนดัง ‘โปเกมอน’ ปั๊มลายคุกกี้เป็นลายโปเกมอนต่างๆ แต่ที่หายากและเป็นที่ต้องการของนักสะสมสุดๆ คือลาย ‘มิว’ โปเกมอนในตำนาน ที่ขึ้นชื่อว่าหายากสุดๆ จนราคารับซื้อพุ่งไป 2 แสนบาท โดยทางเพจโพสต์ภาพและข้อความระบุว่า

"รับซื้อโอริโอ้ลายมิว 50,000-200,000 บาท ก่อนจะกินดูให้ดีก่อนนะครับ ของมีราคานักสะสมต้องการ ติดต่อคุณริว (เมก้าพลาซ่า) 098-667-...."

จนล่าสุดโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกสู่โลกโซเชียลแล้วเกือบ 5 พันครั้ง นอกจากนี้ ทางเพจยังได้ระบุข้อความเพิ่มเติมอีกว่า…

"โอริโอ้มิว พิมพ์ครั้งที่หนึ่งปี 2018 พิมพ์นี้จะเป็นพิมพ์หลักที่เราเห็นกันมาจนถึงปัจจุบัน จากทางบริษัทยังไม่เห็นว่าจะมีการเปลี่ยนพิมพ์ใหม่

รุ่นนี้สังเกตวงกลมยังจะเป็นวงอยู่เพราะแม่พิมพ์ยังไม่สึก เนื้อจะมีความเนียนและความคม balance ดวงตาของมิว 2 ข้างจะไม่เท่ากัน โดยน้ำหนักจะทิ้งลงไปด้านขวา กลีบขอบโอริโอ้จะมี 74 กลีบ ตัวหางมิวจะเรียกว่าทรงใบไม้"

สำหรับ โอริโอ้ลายมิว เป็นคุกกี้แบรนด์ดัง ‘โอริโอ้ Oreo’ ทำแคมเปญร่วมกับ The Pokémon Company เป็นคุกกี้โอริโอ้รุ่นพิเศษ ลายโปเกมอนสุดลิมิเต็ด โดยลายจะมีทั้งหมด 16 แบบ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นลายสุดแรร์ ที่หายากกว่าแบบอื่นไว้ข้างใน และลายที่หายากสุดๆ คือ ‘มิว Mew’ ซึ่งแฟนโปเกมอนจะรู้จักกันดีว่า ‘มิว’ เป็นโปเกมอนพลังจิต สีชมพู ตัวเล็ก และเป็นโปเกมอนลับที่หาจับไม่ได้ในเกม ทำให้มิวเป็นหนึ่งในโปเกมอนที่หายากที่สุดทั้งในรูปแบบการ์ตูน เกม และของสะสมอื่นๆ

นอกจากนี้เพจ ‘ผู้บริโภค’ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า…

"เห็นวันนี้มีกระแสตามหาโอรีโอ้โปเกมอนกัน โดยในชุดนี้จะมี 16 ลาย ซึ่งมี 1 ลายที่คนเล่นเขาว่าหายากสุดๆ นั่นก็คือ มิว จำได้ว่าครั้งหนึ่งที่ต่างประเทศมีการประกาศรับกันเป็นแสนๆ เลยก็มี

ส่วนในบ้านเราก็มีคนหาเช่นกัน อยากสะสมอะไรแบบนี้ ถ้าในมุมมองคนที่กินขนมคงอาจจะมองว่ามันก็แค่ขนม แต่คนที่สะสมก็พยายามหาให้ครบ 16 แบบ ซึ่งหนึ่งในผู้สะสมกล่าวว่า ลายมิวนี่แหละหายากจริง อุตส่าห์เหมา 2 ลังกว่าก็ยังหามิวไม่เจอ 5555+

ใครเจอก็โชคดีไป แต่อย่างว่าของแบบนี้คนเล่นเขารู้กัน ก็คิดเสียว่าเป็นความบันเทิงล่ะกันนะ มีมูลค่าหรือไม่อยู่ที่การตีความของแต่ละบุคคล"

เกษตรกรเฮ !! สินค้าเกษตร ขยับราคาขึ้น สอดรับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ หลังปราบสินค้าเถื่อน

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึงราคาสินค้าเกษตรสำคัญหลายชนิดมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความพึงพอใจให้กับเกษตรกร ตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ภายใต้การขับเคลื่อนการดำเนินงานของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยฯ ทั้งสองท่าน และการบริหารราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย (สินค้าเถื่อน)อย่างเข้มงวด การเร่งแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการจัดการน้ำช่วงวิกฤติภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง รวมไปถึงการมุ่งยกระดับสินค้าเกษตร ซึ่งผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว สับปะรด น้ำนมดิบ และสุกร มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะ สุกร ราคาขยับขึ้นกิโลกรัมละ 4 บาท หลังจากปราบปราบหมูเถื่อนอย่างจริงจัง  ตลอดจนการตรวจค้นห้องเย็นทั่วประเทศมากกว่า 2 พันแห่ง ขณะที่ ยางพารา ราคายางแผ่นดิบ ปัจจุบัน (28 มกราคม 2567) เฉลี่ยอยู่ที่ 54.89 บาท/กก. สูงขึ้นจากราคา ณ เดือน กันยายน 2566 ที่ราคาเฉลี่ย 45.51 บาท/กก. โดยราคาเริ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนโยบายจากภาครัฐในการปราบปรามและตรวจสอบการลักลอบการนำเข้ายางพาราและสินค้าเกษตรผิดกฎหมายไม่ให้ทะลักเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน และยังเป็นผลจากมาตรการการสนับสนุนการใช้ยางพาราในประเทศ รวมทั้งจากความต้องการของตลาด ภาวะฟื้นตัวของอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ เป็นต้น ส่วนน้ำนมดิบ ปัจจุบันราคาเฉลี่ยที่ 20.21 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดือนกันยายน 2566 ที่ราคา 19.65 บาท/กก. เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ ได้มีประกาศฯ ปรับเพิ่มราคากลางรับซื้อน้ำนมโค ณ ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร 

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะยังคงขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกด้านตามนโยบายและแผนที่วางไว้ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรและราคาสินค้าเกษตร แก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องเกษตรกร ให้กินดีอยู่ดีมีคุณภาพชีวิตที่ดี ภาคการเกษตรเติบโต มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top