Friday, 19 June 2026
NEWS FEED

‘ชาวสมุทรสาคร’ เฮ!! พบฝูงปลากระบอกนับหมื่นตัวในแม่น้ำ เชื่อ!! ‘ปลาหมอคางดำ’ เริ่มน้อยลง-ระบบนิเวศกำลังฟิ้นกลับมา

(18 ก.ค. 67) รายงานข่าวระบุว่า นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ได้ออกเรือตรวจผ่านมาบริเวณหน้าวัดกำพร้า อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พบฝูงลูกปลากระบอกฝูงใหญ่จำนวนมากนับหมื่น ๆ ตัวว่ายล้อมโป๊ะหน้าวัดกำพร้า และว่ายลอยตัวอยู่ในแม่น้ำ สร้างความดีใจให้กับทุกคนที่ได้เห็นฝูงปลากระบอกกลับคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

ลุงเล็ก ประธานประมงพื้นบ้าน บอกว่า การที่เห็นปลากระบอกจำนวนหลายหมื่นตัวว่ายให้เห็นแบบนี้ ชี้ให้เห็นว่าปลาหมอคางดำ ได้ลดน้อยเบาบางลงแล้ว เพราะถ้าปลาหมอคางดำ ยังมีจำนวนมากอยู่ปลากระบอกจะไม่ออกมาว่ายลอยให้เห็นอย่างนี้แน่นอน ปลากระบอกฝูงนี้ถือเป็นฝูงแรกที่กลับมาให้เห็นกัน เราไม่ได้เห็นอย่างนี้กันมานานแล้ว การที่ปลากระบอกเข้ามาอยู่บริเวณปากอ่าวนี้แล้ว อีกหน่อยก็จะกลับเข้าคืนสู่แม่น้ำลำคลองซอกซอยได้ต่อไประบบนิเวศก็จะได้กลับคืนมา

นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า การที่เราได้พบฝูงปลากระบอกเป็นตัวบ่งชี้อย่างหนึ่งว่าความอุดมสมบูรณ์ส่วนหนึ่งที่เราพยายามทำมาตลอด 5-6 เดือนที่ผ่านมามันเริ่มกลับมาแล้วถ้าเราทำต่อเนื่องตนเชื่อนะว่าบ้านเราต้องกลับมาอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิมระบบนิเวศต้องกลับคืนมาโดยเร็ว

ฉลองสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี เอฟเคไอไอ.จับมือสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจจีน-เอเซียขยายความร่วมมือ 2 ประเทศ

รายงานข่าวจากสถาบันเอฟเคไอไอ.ไทยแลนด์แจ้งวันนี้ว่า นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ไทยแลนด์(FKII-Thailand)และอดีตรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ผู้อำนวยการเอฟเคไอไอ.ฯ. และประธานสถาบันทิวาหารือความร่วมมือกับ นายชุนจี ควอน นายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจจีน-เอเซีย(ภายใต้กระทรวงการต่างประเทศจีน) และคณะ 

โดยเห็นพ้องที่เอฟเคไอไอ.และสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจจีน-เอเซียจะร่วมมือทางด้าน การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์อาหาร และผลิตภัณฑ์การเกษตร ภายใต้กรอบความร่วมมือยุทธศาสตร์อีต้าอีลู่ (1แถบ1เส้นทาง)ของจีนและยุทธศาสตร์12อุตสาหกรรมใหม่(12 S-Curves)ของไทยเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปีในปีหน้าพร้อมกันนี้นายชุนจิตยังได้เชิญนายอลงกรณ์เยือนประเทศจีนอีกด้วย

“สมาคมพัฒนาเศรษฐกิจจีน-เอเชีย มีสมาชิกมากว่า 20,000 บริษัททั่วประเทศจีนโดยสมาชิกของสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจจีน เอเชีย มีความต้องการที่จะไปลงทุนในประเทศไทย ในการพบหาคือครั้งนี้ยังมีนายปรพล อดิเรกสาร กรรมการ ด้านเศรษฐกิจสมาคมวัฒนธรรมเเละเศรษฐกิจไทย-จีน เเละ อดีตคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (ดอน ปรมัตถ์วินัย) นายดาวิน หยาง นายกสมาคมการค้าอาเซียน-จีน นายดำรงศักดิ์ มนัสวานิช รองนายกสมาคมการค้าอาเซียน-จีน

พร้อมด้วยนักธุรกิจภาคเอกชนร่วมประชุมที่ห้องประชุมสวนเสียงไผ่ ทาวน์อินทาวน์เมื่อ17 กรกฎาคมที่ผ่านมา”

‘แกร็บ’ ชวนคนไทยเชียร์ ‘นักกีฬาไทย’ สู้ศึกโอลิมปิก-พาราลิมปิกเกมส์ 2024 พร้อมเตรียมรางวัลอัดฉีดผู้คว้าเหรียญทอง สามารถใช้บริการฟรีตลอดทั้งปี

(18 ก.ค.67) แกร็บ ประเทศไทย ประกาศสนับสนุน การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผุดแคมเปญใหญ่ ‘Grab Your Goal มากกว่าเส้นชัย คือกำลังใจจากคุณ’ เพื่อส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยสู้ศึกการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 โดยเตรียมจัดขบวนพาเหรด พร้อมด้วยอาหารร้านดังจาก #GrabThumbsUp บน GrabFood และบัตรกำนัล GrabGift เพื่อต้อนรับและแสดงความยินดีกับนักกีฬาทีมชาติไทยหลังเดินทางกลับจากการแข่งขัน เสริมทัพด้วยรางวัลอัดฉีดให้กับนักกีฬาไทยที่คว้าเหรียญทอง ด้วยการมอบบัตรกำนัลมูลค่ากว่า 180,000 บาท เพื่อใช้บริการแกร็บฟรีตลอดปี

นอกจากนี้ ยังชวนคนไทยร่วมส่งแรงเชียร์นักกีฬาทีมชาติด้วยการมอบโค้ดส่วนลดพิเศษสำหรับการสั่งอาหาร ซื้อสินค้า และการเดินทางผ่านแอปพลิเคชัน Grab ตลอดระยะเวลาการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม-11 สิงหาคม 2567 

ด้าน นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “แกร็บ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการกีฬาแห่งประเทศไทย ในการจัดเตรียมการเฉลิมฉลองต้อนรับนักกีฬาทีมชาติไทยหลังจบเกมส์การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 นักกีฬาทีมชาติไทยทุกคนถือเป็นตัวแทนประเทศและเป็นไอดอลคนสำคัญที่ได้สร้างความหวังและแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย ทั้งยังมีส่วนในการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในระดับโลก ในฐานะแพลตฟอร์มที่มุ่งมั่น ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน แกร็บขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกย่องและสนับสนุนบุคคลตัวอย่างเหล่านี้ โดยเราเตรียมจัดขบวนรถต้อนรับทัพนักกีฬาไทยอย่างยิ่งใหญ่ ที่มาพร้อมเซตอาหารไทยจากสุดยอดร้านอาหารจาก #GrabThumbsUp บน GrabFood ไม่ว่าจะเป็น Emily’s เส้นหมี่ไก่ฉีกที่เป็นกระแสไวรัล เจ๊แดง ส้มตำไก่ย่างร้านเด็ด Easy Buddy ข้าวกะเพราวัตถุดิบคุณภาพ ร้านโคตรยำ ยำสุดแซ่บ และ HAAB ขนมไข่เตาถ่านเจ้าดังสูตรต้นตำรับจากสงขลา พร้อมด้วยบัตรกำนัล GrabGift เพื่อให้นักกีฬาสามารถนำไปใช้บริการต่างๆ ของแกร็บได้ นอกจากนี้ เรายังได้เตรียมรางวัลพิเศษให้กับนักกีฬาที่คว้าเหรียญทองกลับมา ด้วยการมอบบัตรกำนัลมูลค่ากว่า 180,000 บาท เพื่อนำไปใช้เรียกรถและสั่งอาหารผ่านแกร็บได้ฟรีตลอดทั้งปี”

ด้าน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวเสริมว่า “การกีฬาแห่งประเทศไทย มีพันธกิจสำคัญในการพัฒนานักกีฬาไทยเพื่อยกระดับขึ้นไปเทียบเท่าระดับสากล โดยในปีนี้ ประเทศไทยส่งตัวแทนนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเข้าร่วมการแข่งโอลิมปิกเกมส์ จำนวน 17 ชนิดกีฬา อาทิ เทควันโด มวยสากล และยกน้ำหนัก ในส่วนของพาราลิมปิกเกมส์ จำนวน 13 ชนิดกีฬา อาทิ ยิงธนู แบดมินตัน และจักรยาน นอกจากเสียงเชียร์จากคนไทยนับล้านที่คอยให้กำลังใจนักกีฬาทุกคนระหว่างการแข่งขันแล้ว การสนับสนุนจากทุกภาคส่วนก็ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยพัฒนาและส่งเสริมวงการกีฬาไทย กกท. ขอขอบคุณหน่วยงานภาคเอกชนอย่าง แกร็บ ประเทศไทย ที่ได้ให้การสนับสนุนนักกีฬาในครั้งนี้ ทั้งอาหารที่ช่วยให้นักกีฬาได้ฟื้นฟูกำลังอย่างเต็มที่ และขบวนพาเหรดที่จะต้อนรับนักกีฬาอย่างอบอุ่น  ซึ่งถือเป็นการสร้างกำลังใจและความภาคภูมิใจให้กับกองทัพนักกีฬาไทยได้เป็นอย่างดี”

นอกจากนี้ เพื่อต้อนรับกระแสเชียร์กีฬาระดับโลก แกร็บชวนคนไทยร่วมส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทยในศึกการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 ด้วยการมอบส่วนลดสุดพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการ เพียงใส่โค้ด ‘CHEERTHAI’ เมื่อใช้บริการ GrabFood รับส่วนลดสูงสุด 100 บาท บริการ GrabMart รับส่วนลดทันที 30 บาท และบริการการเดินทาง อาทิ JustGrab และ GrabCar รับส่วนลดสูงสุด 50 บาท ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม - 11 สิงหาคม 2567 นี้ 

อย่างไรก็ตาม แกร็บ (Grab) คือ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งให้บริการทั้งด้านเดลิเวอรี บริการการเดินทางและบริการทางการเงินดิจิทัล ครอบคลุมกว่า 700 เมืองใน 8 ประเทศ อันได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ในทุก ๆ วันแกร็บได้ช่วยอำนวยความสะดวกผู้คนนับล้านให้สามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้ภายในแอปพลิเคชันเดียว ไม่ว่าจะเป็น การสั่งอาหาร การสั่งซื้อสินค้าและของชำ การจัดส่งพัสดุเอกสาร การเรียกรถรับ-ส่งหรือแท็กซี่ ไปจนถึงการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ ทั้งการขอสินเชื่อและการทำประกัน ทั้งนี้ แกร็บก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2555 ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปข้างหน้า ผ่านการสร้างโอกาสและส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับทุกคน และยึดมั่นเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งให้กับผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งภูมิภาค

‘ผู้เชี่ยวชาญชุดไทย’ แนะ 7 ข้อแก้ ‘ชุดพิธีการโอลิมปิก’ ให้ทันสมัย หากแก้ไม่ได้ ควรให้นักกีฬาใส่ชุดวอร์มที่สวยงาม-เท่-ทันสมัยจะดีกว่า

(18 ก.ค.67) จากกรณีที่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดตัวชุดพิธีการที่จะใช้ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ปรากฏว่ามีเสียงวิจารณ์จากชาวเน็ตถึงความเชย ไม่ทันสมัยในการออกแบบ คล้ายกับเครื่องแต่งกายชุดผ้าไทยของข้าราชการ หรือเปรียบได้กับชุดไปประชุมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ชุดไปงาน อบต. นั้น

ปรากฏว่า ‘ครูบิ๊ก’ พีรมณฑ์ ชมธวัช เจ้าของอาภรณ์งามสตูดิโอ ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องแต่งกายนาฏศิลป์ไทยโบราณ ผู้อยู่เบื้องหลังโขนพระราชทาน และผู้อยู่เบื้องหลังชุดในโฆษณารีเจนซี่กว่า 15 ปี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Peeramon Chomdhavat โดยระบุข้อความว่า…

ถ้ายังดื้อ ยืนยันว่าจะใช้แบบเสื้อนี้ให้นักกีฬาทีมชาติไทยใส่ไปโอลิมปิกจริง ๆ ก็จำเป็นต้องแก้ไข การตัดเย็บ ปรับสัดส่วนเสื้อให้พอดีตัวคนใส่ ตามนี้

1. ปรับวงคอให้ตื้นขึ้นอีก ตอนนี้มันคว้านลึกไป
2. วงแขนใหญ่เกินตัวไปมาก ต้องแก้แพตเทิร์นใหม่ให้เล็กลง
3. เก็บเกล็ดหลังเสื้อเข้าอีก
4. ลดขนาดแขนเสื้อให้แคบลงอีก
5. ปลายแขนเสื้อยาวไปปรับขึ้นให้พอดีข้อมือ
6. ความยาวของตัวเสื้อยาวไปมากใส่แล้วดูตัวยาวขาสั้นรูปร่างผิด ส่วนอย่างแรงต้องปรับให้ชายเสื้อสั้นขึ้นอีก
7. แนะนำให้ใส่เสื้อ สีฟ้าครามตัวนี้กับกางเกงสีขาวล้วนถุงเท้าขาวรองเท้าสีขาว จะช่วยให้ดูดีขึ้น เป็นชุดของหนุ่มสาวมากขึ้นเหมาะกับวัยของนักกีฬา

แบบเสื้อนี้เป็นแบบอนุรักษนิยมจัด ถ้าจะให้ดูดีตามคติจำเป็นมากต้องตัดให้พอดีตัว ไม่สามารถใส่แบบ โคร่ง ๆ หลวม ๆ oversized แบบที่นำมาโชว์นี้ได้มันทำให้ดูแย่ ไม่มีสง่าราศี ผิดหลักการของชุดไทยประจำชาติมาก

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากในการนำเสนอ คือการถ่ายภาพ ควรทำให้ดูทันสมัยกว่านี้ เพราะนี่คืองานระดับโลก ภาพที่ออกมาจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับชาติอื่น ๆ ทั่วโลก เราคงไม่อยากเห็นประเทศไทยด้อยกว่าชาติอื่นจริงไหมครับ

ถ้าแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วจริง ๆ ทางออกที่ดีกว่านี้คือนำแบบเสื้อนี้ให้ทีมผู้ฝึกสอนและคณะทำงานใส่ เท่านั้น ส่วนนักกีฬาทั้งหมดเปลี่ยนแบบไปใส่ชุดวอร์มของแกรนด์สปอร์ต ที่ออกแบบมาได้สวยงามทันสมัย ที่มีอยู่แล้วกับรองเท้าผ้าใบสีขาว นักกีฬาไทยจะดูดี เท่ทันสมัยมาก ๆ ในชุดของแกรนด์สปอร์ต เชื่อผม

นี่เป็นความเห็นและข้อแนะนำจากผม พีรมณฑ์ ชมธวัช ผู้เชี่ยวชาญด้านชุดไทยและผ้าไทย

‘สสส.’ จับมือพันธมิตร มอบรางวัลเชิดชูบุคคล-องค์กรต้นแบบ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และการรู้เท่าทันสื่อ ประจำปี 2567

เนื่องจากปัจจุบัน เด็กและเยาวชนกำลังเผชิญปัญหากับภัยคุกคามบนสื่อออนไลน์ที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ เกม พนัน และการโฆษณาชวนเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มเยาวชนอย่างชัดเจน 

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) จัดงานประกาศรางวัลดีเด่นด้านการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และการรู้เท่าทันสื่อ ประจำปี 2567 ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอน จังหวัดนนทบุรี หวังมุ่งพัฒนากลไกเฝ้าระวังสื่อที่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคม ยกระดับนวัตกรรมการสื่อสารให้เกิดระบบสื่อสุขภาวะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดพลังบวกในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และการรู้เท่าทันสื่อสู่ทุกภาคส่วน 

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมมากมาย ทั้งการแสดง และกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ ‘แนวทางการสร้างการรู้เท่าทันสื่อ เพื่อสุขภาวะในสังคมไทย’ รวมถึงพิธีมอบรางวัล โดยการประกาศผลการประกาศระดับรางวัลโล่เกียรติยศ 4 ประเภท ได้แก่ 

1.) ประเภทบุคคล 
2.) ประเภทสถานศึกษา 
3.) ประเภทภาครัฐ 
4.) ประเภทภาคประชาสังคม 

โดยรางวัลการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และการรู้เท่าทันสื่อประเภทบุคคลดีเด่นระดับรางวัลโล่เกียรติยศได้แก่ พลตำรวจตรีนิเวศน์ อาภาวศิน รอง.ผบช.สอท. 

รางวัลการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และการรู้เท่าทันสื่อประเภทสถานศึกษาดีเด่นระดับรางวัลโล่เกียรติยศผู้ได้รับรางวัลได้แก่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี 

รางวัลการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และการรู้เท่าทันสื่อประเภทองค์กรภาครัฐ ดีเด่นระดับรางวัลโล่เกียรติยศผู้ได้รับรางวัลได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 

รางวัลการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และการรู้เท่าทันสื่อประเภทภาคประชาสังคมดีเด่นระดับรางวัลโล่เกียรติยศผู้ได้รับรางวัลได้แก่ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย

นอกจากนี้ผู้ได้รับรางวัลการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ระดับเกียรติบัตรประเภทบุคคลดีเด่น ได้แก่ 
1.รศ.ดร.พนม คลี่ฉายา 
2.อาจารย์เจนจิรา โพธิ์ชัย 
3. รองศาสตราจารย์ ดร.กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ 
4. ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน 
5. ดร.ดนัย หวังบุญชัย 

รางวัลการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ระดับเกียรติบัตรประเภทสถานศึกษาดีเด่น ได้แก่ 
1. โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร 
2. โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก 

รางวัลการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ระดับเกียรติบัตรประเภทองค์กรภาครัฐดีเด่น 
1. บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมหาสารคาม กรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้แก่ 
2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 
3. สำนักงานส่งเสริมดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีป้า 
4. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ

รางวัลการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ระดับเกียรติบัตรประเภทภาคประชาสังคมดีเด่น ได้แก่
1. ศูนย์สร้างสรรค์ เพื่อเด็กเยาวชนและครอบครัว 
2. กลุ่ม Critizen 
3. สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ฯ

หลังจากนั้นได้มีกิจกรรมพิเศษสุดท้ายจากตัวแทนภาคเยาวชนนำโดยที่ได้มาเสนอความรู้สึกภายในงานฝากถึงภาคีเครือข่ายผ่านในงานให้นำเสียงที่เยาวชนนำเสนอ หวังสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องความสำคัญของรู้เท่าทันกับสถานการณ์โลกยุคดิจิทัลต่อไป

โดยในงานประกาศรางวัลการรู้เท่าทันสื่อ ประจำปี 2567 ในครั้งนี้นั้นได้เปิดงานร่วมกันระหว่าง 3 ผู้จัดสำหรับผ่านคอนเซปต์ในการเปิดงานในครั้งคือเป็นการต่อจิ๊กซอว์สานพลังของทั้งสามหน่วยงานเติมเต็มความสมบูรณ์แบบร่วมกันพัฒนา โดยสีฟ้า ได้แก่ สสดย. สีส้มได้แก่ สสส. และสีน้ำเงินได้แก่ สช.

ถึงกับไปไม่เป็น!! ผู้สัมภาษณ์งาน อึ้ง!! คำถามจากเด็กจบใหม่ "ถ้าผ่านงาน 2 เดือน ปรับเป็น 15,000 ขอมาทำเดือนที่ 3 เลยได้มั้ย?"

(18 ก.ค. 67) จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'SharePoint Khungkamano' ได้โพสต์ถามชาวเน็ต ว่าควรตอบคำถามเด็กจบใหม่ที่มาสัมภาษณ์งานอย่างไร เมื่อเจอบทสนทนาเช่นนี้ ว่า...

"คำถามสุดท้ายของการสัมภาษณ์พนักงานใหม่ น้องตั้งคำถามว่า ผ่านทดลองงานจ่ายเงินยังไงคะพี่ ผมบอกไปว่า เดือนแรก 12,000 ผ่านงาน 2 เดือน ปรับเป็น 15,000 น้องถามต่อว่า "นู๋ขอมาทำงาน เดือนที่ 3 เลยได้มั้ยคะพี่ หมื่นสองนู๋ไม่เอา" ตอบน้องไงดี?"

ภายหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ ก็มีเสียงสะท้อนจากโลกโซเชียล ดังนี้...

- "โอเคผ่านค่ะ ผ่านประตูออกไปเลยนะคะน้อง ขอบคุณมากค่ะ คนต่อไป เด็กปัจจุบันเขาชอบตอบตรง ๆ ไม่ต้องอ้อมค่ะ"

- "ถ้ามีน้องมาบอกว่า ทดลองงานก่อน ทำไม่ได้ หรือไม่ดี ไม่เอาตังค์ ผมจะรับทันทีเลย 555"

- "ที่เคยโทรสัมภาษณ์เบื้องต้นตำแหน่ง Sale Engineer จบใหม่ไม่มีประสบการณ์ น้องบอกถ้าได้ไม่ถึง 25,000 ก็ไม่เสียเวลาคุย เอิ่มมม…น้องคะงานขายเขามีคอมมิสชัน เพราะฉะนั้นบริษัทส่วนใหญ่จะไม่ตั้งเงินเดือนสูงแต่จะมี Allowance ต่าง ๆ เข้ามาให้ ขอผ่านไปคุยกับคนทัศนคติดี ๆ พร้อมเรียนรู้งานดีกว่า"

- "ว่าไปแล้วเด็กเดี๋ยวนี้ โดนปลูกฝังค่านิยมแบบนี้เกือบทั้งหมด ... ที่บริษัทก็มีครับ ไม่มีประสบการณ์ เพิ่งจบ ภาษาอังกฤษไม่ได้ วิชาการก็น้อยมาก แต่ถามหาเงินเดือนสูงไว้ก่อน"

- "ก็ถ้าน้องคิดว่าน้องเหาะได้ บันไดขั้นที่ 1 ที่ 2 ไม่ต้องเหยียบก็ลองดู แล้วจะรู้ว่า บันไดขั้นที่ 3 ไม่มีอยู่จริง"

- "จ้างคนพม่ามาเลย ส่วนน้องเขาก็ร้องเพลงรอต่อไป"

- "รออีกไม่นานคงไม่มีเคสแบบนี้แล้วค่ะ ผู้ประกอบการหันไปใช้ AI กับหุ่นยนต์หมดแล้ว"

- "อีกมุม น้องเขาอาจมี Mindset (ความคิด) จากรัฐบาลบอกแรงงานขั้นต่ำ ป.ตรี 15.000 บาท จึงอยากได้ตามที่น้องเคยได้ยิน แต่น้องพูดไม่เป็น ทำให้น้องไม่น่าได้งานทำ"

- "น้องอาจจะไม่ได้ทั้ง 12000 กับ 15000 นะ"

ขณะที่เพจ ''สานต่อเจตนารมณ์ อาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา' ก็ได้ให้มุมมองกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ว่า...

"ใครบอกเด็กไทยไม่ฉลาดเพราะได้คะแนนข้อสอบสากลน้อยกว่าเด็กชาติอื่น ไม่จริงนะครับ เด็กไทยฉลาดมาก แต่เป็นความฉลาดแบบไทย ๆ กันไง แถวนี้เราลูกหลานศรีธนญไชยกันทั้งนั้นแหละ"

ชาวเน็ตเสียงแตก!! หลังไทยเปิดตัวชุด ‘ชุดพิธีการ’ โอลิมปิกปารีส บ้างก็ชมเรียบหรูชูอัตลักษณ์ผ้าไทย บ้างก็ว่าเป็นชุดออกงาน อบต.

(18 ก.ค. 67) จากกรณีที่เพจ 'Stadium TH' ได้โพสต์เปิดตัว 'ชุดพิธีการของทีมชาติไทย' ที่เหล่านักกีฬาทีมชาติ จะสวมใส่ร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ ปารีส 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยประเทศไทยนั้นผู้ที่สวมใส่เป็นแบบได้แก่ นักแบดมินตันทีมชาติ ปอป้อง ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย พร้อมระบุข้อความว่า…

“เปิดตัวชุดพิธีการ ร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ ปารีส 2024 ในพิธีเปิดวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 นี้ สำหรับการแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนี้ ประเทศไทยมีนักกีฬาเข้าแข่งขันทั้งหมด 51 คน จาก 17 ชนิดกีฬา โดยประเทศไทยมากับชุดสีฟ้า ซึ่งมีลายผ้าไทยอยู่บริเวณกระดุม และแถบของเสื้อ ซึ่งแสดงออกถึงความเป็นไทยชัดเจนเป็นอย่างมาก”

หลังจากทางเพจ 'Stadium TH' ได้โพสต์ภาพดังกล่าวออกไป ชาวเน็ตเรียกว่าทั้งกระหน่ำแชร์ และวิพากษ์ วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก มีทั้งพูดถึงความเรียบหรูชูอัตลักษณ์ผ้าไทย ชาวเน็ตบางคนเสียงแตกวิจารณ์แรงถึง ความไม่ก้าวไปไหนของวงการออกแบบชุด อาทิ

“ทำได้แค่นี้หรอ นึกว่างาน อบต.”

“ชุดทื่อมาก ๆ ขอบผ้าสวยนะ แต่ทรงไม่เล่นกับหุ่นเลย anyway นักกีฬาน่ารักค่ะ”

“ชุดแบบนี้พบเห็นได้ที่ อบต.วันศุกร์”

ทั้งนี้ เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา (17 ก.ค.) นั้น เรียกได้ว่าโซเชียลคึกคักเป็นอย่างมาก หลังจากแต่ละประเทศได้ทยอยออกมาอวดโฉมชุดพิธีการ กับชุดที่จะสวมใส่ร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ ปารีส 2024 และเนื่องจากปีนี้โอลิมปิก 2024 จัดขึ้นที่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องแฟชั่น ทำให้หลายประเทศไม่ยอมน้อยหน้ากันเลยทีเดียว

‘กองการกีฬาฯ กทม.’ โต้!! ‘เพจดัง’ กรณีค่าล้างแอร์เครื่องละ 7,000 บาท ยัน!! ไม่จริง ราคาดังกล่าวรวม ‘ค่าแรง-ค่าซ่อมแซม-ค่าอะไหล่-อื่นๆ’

เมื่อวานนี้ (17 ก.ค.67) จากกรณีที่เฟซบุ๊กเพจ ‘ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย’ ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า กองการกีฬา สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร จ้างล้างเครื่องปรับอากาศสูงถึงเครื่องละ 7,000 บาท และระบุว่า เลขที่โครงการ 67059435237 ตรวจสอบได้ ที่ศูนย์กีฬา กทม. ได้แก่ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 21 เครื่อง ศูนย์กีฬาบางขุนเทียน 12 เครื่อง ศูนย์กีฬาบางบอน 24 เครื่อง และศูนย์กีฬาอ่อนนุช 5 เครื่อง

นายดำรงค์ รื่นสุข ผู้อำนวยการกองการกีฬา สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว เปิดเผยถึงกรณีมีข้อสังเกตโครงการจ้างเหมาล้างและซ่อมเครื่องปรับอากาศ จำนวน 62 เครื่อง โครงการที่ 6705945237 มีค่าล้างราคาเครื่องละ 7,000 บาท ว่า ข้อสังเกตดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากราคารวมของโครงการดังกล่าวซึ่งเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 455,060.30 บาท นั้น เป็นราคาของค่าแรงล้างเครื่อง รวมกับค่าอะไหล่ ค่าซ่อมแซม และค่าวัสดุอื่นๆ ที่เปลี่ยนด้วยแล้ว ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดโครงการได้ที่ https://egp.bangkok.go.th/home/detail/67059435237

สำหรับอัตราการจ้างเหมาล้างเครื่องปรับอากาศ จะแตกต่างกันตามขนาดของเครื่อง (บีทียู) ซึ่งเป็นราคาตามท้องตลาดทั่วไป ดังนี้ 

1. เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนตั้งพื้นหรือแขวน 
- ขนาด 12,000 บีทียู ค่าแรงล้างเครื่องปรับอากาศอยู่ที่ราคา 800 บาท 
- ขนาด 18,000 บีทียู ค่าแรงฯ 1,000 บาท 
- ขนาด 36,000 บีทียู ค่าแรงฯ 1,000 บาท 
- ขนาด 38,000 บีทียู ค่าแรงฯ 1,000 บาท 
- ขนาด 44,000 บีทียู ค่าแรงฯ 2,000 บาท 
- ขนาด 50,000 บีทียู ค่าแรงฯ 2,000 บาท 
- ขนาด 60,000 บีทียู ค่าแรงฯ 2,000 บาท 

2. เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนชนิดติดผนัง 
- ขนาด 30,000 บีทียู ค่าแรงฯ 1,000 บาท 

3. เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนชนิด 4 ทิศทาง 
- ขนาด 24,200 บีทียู ค่าแรงฯ 1,500 บาท โดยค่าแรงดังกล่าวยังไม่รวมค่าอะไหล่ ค่าซ่อมแซม และค่าวัสดุอื่นๆ

‘การบินไทย’ ติด 1 ใน 10 สายการบินให้บริการระหว่างประเทศดีที่สุดในโลก สะท้อนมาตรฐาน-คุณภาพการให้บริการดีเยี่ยม ผู้ใช้งานทั่วโลกไว้วางใจ

(18 ก.ค. 67) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับการจัดอันดับเป็นสายการบินที่ให้บริการระหว่างประเทศที่ดีที่สุดในโลก (Best International Airlines in 2024) อันดับ 8 จากทราเวล แอนด์ เลเชอร์ (Travel & Leisure World’s Best Awards 2024) ซึ่งได้สำรวจความคิดเห็นจากนักเดินทาง นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ จากทั่วโลก ประจำปี 2024 เพื่อนำมาจัดอันดับความเป็นเลิศในประเภทต่าง ๆ อาทิ สายการบินที่ดีที่สุด สนามบินที่ดีที่สุด เมืองที่ดีที่สุด โรงแรมที่ดีที่สุด สปาที่ดีที่สุด บริษัทนำเที่ยวที่ดีที่สุด และเรือสำราญที่ดีที่สุด 

ซึ่งผลการจัดอันดับดังกล่าว ยืนยันถึงคุณภาพและการบริการของการบินไทยอยู่ในระดับมาตรฐานที่นานาชาติพึงพอใจ ทั้งความสะดวกสบายบนเครื่องบิน การให้บริการบนเครื่องบิน การให้บริการภาคพื้นตลอดจนทุกจุดบริการของการบินไทย 

บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้โดยสารที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการบินไทยมาโดยตลอด และจะยังคงพัฒนาการให้บริการและผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นในทุกด้านต่อไป 

อนึ่ง ทราเวล แอนด์ เลเชอร์ เป็นนิตยสารด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศสหรัฐอเมริกา และมีสาขาอยู่ทุกภูมิภาคทั่วโลก

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับโรงพยาบาลตำรวจ ร่วมใจจัดโครงการ CIB Love รวมใจบอกรักในหลวง นำโปสการ์ดแจกจ่ายให้บุคลากรของโรงพยาบาลตำรวจ ผู้ป่วย และผู้มาใช้บริการ ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

(18 ก.ค.67) ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ ร่วมใจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จัดกิจกรรม CIB Love รวมใจบอกรักในหลวง โดย คุณรงรอง ภูริเดช ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลาง/ภริยา พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นประธานในพิธี โดย ร.ต.ท.หญิง สายพิณ สมพงษ์ ภริยานายแพทย์ใหญ่  (สบ 8)/กรรมการบริหาร สมาคมแม่บ้านตำรวจระดับผู้บัญชาการ และ พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจให้การต้อนรับ 

โอกาสนี้ พ.ต.อ.อรรถวิทย์ เพียรเลิศ รอง ผบก.อก.บช.ก พร้อมคณะกรรมการชมรมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกิจกรรมด้วย

โดยทางโรงพยาบาลตำรวจ เปิดโต๊ะแจกโปสการ์ดให้บุคลากรของโรงพยาบาล ประชาชน ผู้มาใช้บริการ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ จากนั้นประธานชมรมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมคณะเดินไปจุดต่าง 4 จุด คือหอผู้ป่วยข้าราชการตำรวจที่บาดเจ็บ, ห้องผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ, หน่วยเวชระเบียน แผนกการเงิน ศูนย์เวรเปล และ ห้องตรวจกุมารเวชกรรมและหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม แจกโปสการ์ดให้ผู้ที่ไม่สามารถร่วมกิจกรรม ได้ลงนามถวายพระพร ผู้ป่วยบางคนที่ไม่สามารถเขียนได้ ใช้คำพูดให้นางพยาบาลช่วยเขียนแทน โดยเฉพาะเด็กๆร่วมลงนามถวายพระพรจำนวนมาก

ร.ต.ท.หญิง สายพิณ สมพงษ์ ภริยานายแพทย์ใหญ่ (สบ 8)/ กรรมการบริหาร สมาคมแม่บ้านตำรวจระดับผู้บัญชาการ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มาประชาสัมพันธ์โครงการนี้ให้กับข้าราชการตำรวจ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ผู้ป่วย และประชาชนที่มาใช้บริการได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่าโรงพยาบาลตำรวจจะเปิดโต๊ะนำโปสการ์ดให้ประชาชน ผู้มารับบริการ และประชาชนทั่วไป ร่วมลงนามถวายพระพร ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา ถึงวันที่ 25 กรกฎาคม 2567 

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ สื่อสารองค์กร และโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ขออนุญาตเผยแพร่ภาพและข่าวประชาสัมพันธ์ที่มีภาพบุคคลในกิจกรรมดังกล่าว

"ศูนย์กลางข่าวสาร ประสานฉับไว ใส่ใจบริการ เพื่อตำรวจและประชาชน"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top