Friday, 19 June 2026
NEWS FEED

ตำรวจ ปส. เปิดปฏิบัติการ 'The Black sheep' ไล่ล่าปิดล้อมตรวจค้นจับกุมยึดทรัพย์ 3 เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่

ตามนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ที่หน่วยงานของรัฐต้องร่วมมือกับภาคประชาชน และภาคเอกชน บูรณาการปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างจริงจัง และเด็ดขาด ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 90 วัน พร้อมทั้งมีบทลงโทษแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่บกพร่อง ละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งผู้ที่เข้าไปมีส่วนยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด อย่างเด็ดขาด ประกอบกับนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.ตร. ให้ทุกหน่วยทำงานเชิงรุกในการปราบปรามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่รับผิดชอบ และสืบสวนขยายผลคดียาเสพติดทุกคดีเพื่อจับกุมและยึดอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดที่เกี่ยวข้องทุกระดับ     

ในวันนี้ 17 ก.ค.67 เวลา 08.00 น. พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส., พล.ต.ท.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. รรท.รอง ผบช.ปส, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง ,พล.ต.ต.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ บช.ปส., พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ขส. ,พ.ต.อ.วันชนะ บวรบุญ, พ.ต.อ.หญิง บุครา จงรักชอบ, พ.ต.อ.ชิตภพ โตเหมือน และ พ.ต.อ.ศรีศักดิ์ พรหมบุญ รอง ผบก.ขส.บช.ปส. ได้ร่วมกันเฝ้าติดตามรับฟังการรายงานพร้อมทั้งแถลงผลปฏิบัติการ “The Black Sheep” ซึ่ง บก.ขส.ได้ร่วมกับ บก.ปส.2, บก.ปส.3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ 3 เครือข่าย ผ่านระบบกล้อง BodyCam Hytera 

พร้อมโปรแกรม Moniter ณ ห้อง ณ ห้องประชุม ศปก.บก.ขส. ชั้น 8 บช.ปส. สืบเนื่องจาก บก.ข่าวกรองยาเสพติด ร่วมกับ บก.ปส.2 และบก.ปส.3 ได้สืบสวนขยายผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญและนำไปสู่การออกหมายจับผู้สั่งการ จำนวน 3 เครือข่าย ดังนี้

เครือข่ายที่ 1 สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 มี.ค.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สกส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า 12,000,000 เม็ด, ไอซ์ 600 กิโลกรัม และ คีตามีน 400 กิโลกรัม ได้บริเวณด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี จว.นครสวรรค์ ต่อเนื่อง สถานีบริการน้ำมันเขาทอง (ขาเข้า) ต.ยางตาล อ.โกรกพระ จว.นครสวรรค์ จากนั้น ตำรวจ บก.ขส.ร่วมกับ บก.ปส.3 ทำการสืบสวนขยายผล จนทราบว่า นายปวิตร ปัจจุบัน เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล แห่งหนึ่งใน จ.ตาก เป็นผู้สั่งการให้ลำเลียง ยาเสพติดจำนวนมาก เข้ามาทางชายแดนภาคเหนือ  ทำมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุด ศาลได้อนุมัติออกหมายจับ นายปวิตร ตามหมายจับศาลอาญาที่ 389/2567 ข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์และยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการกระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐฯ 

เครือข่ายที่ 2 สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มี.ค.67 ตำรวจ บก.ขส.บช.ปส. ร่วมกับ บก.ปส.2 บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางยาบ้า 3,000,000 เม็ด ได้บริเวณริมถนนเจนจบทิศ ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จว.นครราชสีมา ต่อเนื่อง บริเวณสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ปตท.ดอนหวาย (แยกโนนสูงขาเข้าโคราช) ต.โตนด อ.โนนสูง จว.นครราชสีมา ต่อมาเมื่อวันที่ 13 พ.ค.67 สามารถจับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 4,980,000 เม็ด ได้บริเวณบ้านเลขที่ 52 ม.2 ต.หนองหลวง อ.เสลภูมิ จว.ร้อยเอ็ด ต่อเนื่อง ปั๊มน้ำมัน ปตท.เสลภูมิ ต.นาเมือง อ.เสลภูมิ  จว.ร้อยเอ็ด และวันที่ 9 มิ.ย.2567 สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลางยาบ้า 6,200,000 เม็ด ได้ที่ถนนภายในหมู่บ้านโนนหอม หมู่ 2 ต.โนนหอม อ.เมือง จว.สกลนคร จากการสืบสวนสอบสวนขยายผลของ ตำรวจ บก.ขส. และ บก.ปส.2 ทราบว่า ทั้ง 3 คดีดังกล่าว มีนายนพรัตน์ และ น.ส.ฉัตรชนก เป็นผู้สั่งการ และร่วมกระทำความผิด 

โดยการนำรถยนต์ไปบรรทุกยาเสพติด ก่อนจะนำมาส่งต่อให้กลุ่มผู้ต้องหา เพื่อขับรถลำเลียงยาเสพติดไปส่งให้เครือข่ายต่อไป สำหรับ นายนพรัตน์ ปัจจุบัน เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล แห่งหนึ่งใน จว.นครพนม ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการลักลอบนำเข้ายาเสพติดทุกชนิด ทางชายแดน จว.นครพนม และ จว.หนองคาย เบื้องต้นศาลได้อนุมัติออกหมายจับ 1. นายนพรัตน์ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 373/2567 ลง 3 ก.ค.67 2. น.ส.ฉัตรชนก  ตามหมายจับศาลอาญาที่ 372/2567 ลง 3 ก.ค.67 ข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดฯ และสมคบฯ

เครือข่ายที่ 3 สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 ม.ค.67 ตำรวจ บก.สปพ. บช.น. จับกุมผู้ต้องหา 2 คนเครือข่ายอาท ต่ำเอี่ยว พร้อมของกลางยาบ้า 2,000,000 เม็ด , ไอซ์ 249 กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตำรวจ บก.ขส. ร่วมกับ บก.ปส.3 ได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่า นายกำธรและนายเทิดพงษ์ เป็นผู้สั่งการให้มีการลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ จว.สุพรรณบุรี  ไปยัง จว.ปทุมธานี ล่าสุด ศาลได้อนุมัติออกหมายจับ 1. นายกำธร ตามหมายจับศาลอาญาที่ 393/2567 ลง 10 ก.ค.67 และ 2. นายเทิดพงษ์ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 394/2567 ลง 10 ก.ค.67 ในข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดฯ และสมคบฯ

ภายหลังการสืบสวนขยายผลของทั้ง 3 เครือข่ายข้างต้น จึงเป็นที่มาของการเปิดปฏิบัติการ “The Black sheep” ในครั้งนี้ โดย บก.ขส.และ บก.ปส.2 และบก.ปส.3 บช.ปส. พร้อมหน่วยร่วมปฏิบัติได้แก่ตำรวจภูธรภาค 1, ตำรวจภูธรภาค 4, ตำรวจภูธรภาค 5, ตำรวจภูธรภาค 6, ตชด., เจ้าหน้าที่ ปปส. และกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ได้ร่วมกันลงพื้นที่กำหนดเป้าหมายปิดล้อมตรวจค้นตั้งแต่ 06.00 น. ของวันนี้ (17 ก.ค.67) ในพื้นที่ 6 จังหวัดพร้อมกัน ได้แก่ อ.พบพระ และ อ.แม่สอด จว.ตาก, พื้นที่ อ.แม่จัน จว.เชียงราย, พื้นที่  อ.ธาตุพนม และอ.เรณูนคร จว.นครพนม, พื้นที่ อ.เทพสถิต จว.ชัยภูมิ, พื้นที่ อ.พัฒนานิคม จว.ลพบุรี และ พื้นที่ อ.สามชุก จว.สุพรรณบุรี รวมทั้งสิ้น 17 จุดตรวจค้น เป้าหมายจับ จำนวน 5 หมายจับ ผลการปิดล้อมตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 4 หมายจับ จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 1 คดี 1 คน  พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 1,400 เม็ด และ Happy water 20 ซอง ยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบจำนวน 183 รายการ ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 21 รายการ, ทองรูปพรรณ 28 รายการ, อาวุธปืน 3 รายการ, เครื่องกระสุน 40 นัด, รถยนต์ 9 รายการ, เงินสด 471,520 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดอายัดได้กว่า 20,397,900 บาท 

ภายหลังการเปิดปฏิบัติการ พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส. กล่าวว่า บช.ปส. ได้ดำเนินการปราบปราม และขยายผลเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในครั้งนี้ได้มีการจับกุมผู้สั่งการที่เป็นถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำแหน่งสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล 2 ราย และเป็นบุคคลผู้มีอิทธิพลในพื้นที่มาเป็นผู้กระทำความผิดเอง โดยการจับกุมจะต้องดำเนินการอย่างรัดกุมและเด็ดขาด รวมทั้งการตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด

นักวิชาการประมง ชี้!! 'หมอคางดำ' หนังม้วนเดิมแบบ 'หมอบัตเตอร์' แนะ!! ถอดบทเรียน ช่วยหยุดแพร่กระจายสัตว์น้ำต่างถิ่นในอนาคต

(17 ก.ค. 67) จากเพจ 'Theerawat Sampawamana' ซึ่งเป็นนักวิชาการประมง ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ ว่า...

โหนกระแส 'หมอคางดำ'

โลกโซเชียลมีเดียหลายวันมานี้ มีแต่ข่าว สัตว์น้ำต่างถิ่น 'หมอคางดำ' ระบาดไปทั่ว สังคมแตกตื่น ทุกฝ่ายตระหนก!!!

หลายปีก่อนผมเคยเขียนเรื่อง 'ปลาหมอบัตเตอร์' สัตว์น้ำต่างถิ่นอีกตัวที่แพร่ระบาดเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ เมืองกาญจน์ จนปลาพื้นเมืองหลายชนิดลดจำนวนลงอย่างน่าตกใจ

หนังม้วนเดิมครับ 'หมอบัตเตอร์กับหมอคางดำ' พล็อตเรื่องเดียวกันเดี๊ยะ ปฐมบทเหตุแห่งปัญหา ที่มา....ที่ไป!!!

จริง ๆ แล้ว สมัยยังเป็นนักวิชาการประมง ผมไม่มีประสบการณ์ใดๆ เกี่ยวข้องกับปลาหมอคางดำ คืนนี้ขอนอนดึกเสิร์ชหาข้อมูลตามความตั้งใจ เผื่อจะได้ความรู้ใหม่ที่เป็นประโยชน์บ้าง

ข้อมูลสำคัญที่ค้นคว้าหาได้ สรุปไว้ประมาณนี้ครับ...

หมอคางดำ เป็นปลาน้ำกร่อย พบทั่วไปตามพื้นที่ป่าชายเลน ถิ่นกำเนิดอยู่ทวีปแอฟริกาฝั่งตะวันตก อยู่ได้ทั้งในสภาวะความเค็มสูงและความจืดสนิท โตเต็มที่รายงานพบขนาดความยาวเกือบๆ หนึ่งฟุต!!!

สืบพันธุ์วางไข่ได้รอบเร็ว โดยธรรมชาติวางไข่บริเวณชายฝั่งน้ำตื้น (ไม่มีรายงานชัดเจนว่าสามารถสืบพันธุ์ในแหล่งน้ำจืดที่ไม่มีเขตติดต่อทะเลได้หรือไม่)

ในสภาวะปกติตัวผู้จะดูแลอนุบาลไข่หลังผสมพันธุ์ในปากในช่วงระยะวัยอ่อน ลูกดก ตายยาก อึด ทน!!!

ประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศแรกที่ประสบปัญหาการรุกล้ำของสัตว์ต่างถิ่นชนิดนี้ มีรายงานพบการแพร่ระบาดหลายภูมิภาคของโลก ทั้งแถบทวีปอเมริกาเหนือ หมู่เกาะฮาวาย ประเทศฟิลิปปินส์ ฯลฯ ส่วนใหญ่หลุดรอดจากการเลี้ยง!!!

งานวิจัยบางส่วนกล่าวถึงผลกระทบเชิงลบ มีรายงานว่าการเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็วเป็นสาเหตุของความแออัดและส่งผลให้เกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ในหลายพื้นที่

มักก่อความเสียหายทางเศรษฐกิจหากหลุดรอดไปยังบ่อเลี้ยงปลา เช่น กรณีฟาร์มเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลในฟิลิปปินส์

ข้อมูลที่ได้รับจากสื่อต่างๆ ก่อนหน้านี้ ทำให้ผมเข้าใจว่าหมอคางดำกินปลาหรือสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร และเป็นสาเหตุสำคัญทำให้สัตว์น้ำอื่นๆ หมดสิ้นไปจากแหล่งน้ำนั้นๆ

จริงๆ แล้วไม่น่าจะใช่ งานวิจัยที่อ้างอิงได้ ระบุว่าหมอคางดำ ส่วนใหญ่กินซากพืชซากสัตว์ หอยสองฝาขนาดเล็ก ๆ แพลงค์ตอนสัตว์ รวมถึงแบคทีเรียและจุลินทรีย์ที่อยู่บริเวณพืชน้ำหรือรากไม้ ชอบหากินกลางคืนมากกว่ากลางวัน

เพราะมีจุดแข็งหลายข้อ ตามที่กล่าวข้างต้น สัตว์น้ำต่างถิ่นชนิดนี้จึงยึดครองแย่งเจ้าถิ่นเดิมพันธุ์พื้นเมืองตลอดแนวชายฝั่งหลายพื้นที่ได้แบบเบ็ดเสร็จ

เมื่อปราบไม่หมด การสนับสนุนบริโภคคือหนึ่งในมาตรการที่ภาครัฐส่งเสริม

เจ็บแล้วต้องจำครับ การถอดบทเรียนกรณีหมอบัตเตอร์ หมอคางดำ จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการจัดการการแพร่กระจายสัตว์น้ำต่างถิ่น…ในอนาคต!!!

'เศรษฐา' ยัน!! ท่องเที่ยวไม่กระทบ ปมสลดเวียดนามดับ 6 ราย เหตุ!! เป็นเรื่องภายในกลุ่มผู้ตาย ไม่สะเทือนความมั่นคงในไทย

(17 ก.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเหตุชาวเวียดนามเสียชีวิต 6 ศพ ในโรงแรมย่านราชประสงค์ ข้อเท็จจริงเป็นการฆ่าตัวตายหรือเป็นการฆาตกรรม ว่า สรุปจริง ๆ แล้วยังต้องคอยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ หรือโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่ผ่าพิสูจน์ศพอยู่ แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้นเป็นเรื่องภายในกันเอง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องของการปล้นทรัพย์ หรือเกี่ยวข้องกับความมั่นคงภายในของเราก็ไม่เกี่ยว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบกับการท่องเที่ยวใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่เกี่ยว

เมื่อถามว่า ทราบว่านายกฯ ได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตเวียดนามแล้ว นายเศรษฐา กล่าวว่า ใช่ครับ เพราะท่านทราบ ท่านก็มาและตนเองก็ไปด้วย จะได้พูดคุยกันได้ อันนี้เป็นเหตุผลหลักที่เดินทางไป ทั้งนี้ให้ความมั่นใจว่าเราให้ความเป็นธรรมทุกอย่าง อย่างน้อยถ้าเกิดว่าข้อมูลเบื้องต้นบอกมาว่าเป็นอย่างไรเราจะได้แจ้งให้เขาทราบ เพื่อเขาจะได้รายงานให้ญาติพี่น้องของเขาทราบ ไม่อยากให้พี่น้องกังวล จะได้เคลียร์ไปทีละเปราะ ๆ ไป

เมื่อถามว่า เบื้องต้นนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาเมืองไทยประจำหรือเพิ่งมาครั้งแรก นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวขอให้ทางตำรวจเป็นคนบอกดีกว่า เพราะเวียดนามกับไทยพื้นที่ใกล้เคียงกัน เหมือนเราไปสิงคโปร์หรือไปฮ่องกง อย่าเพิ่งไปอะไร รอให้ทางตำรวจแถลงข่าวโดยรวมดีกว่า อย่าจับเอาจุดเล็ก ๆ แล้วไปต่อกันเอง จะทำให้เกิดความสับสน

เมื่อถามว่าเห็นทางตำรวจ สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ลงไปในพื้นที่ด้วยตรงนี้เขาห่วงเรื่องอะไร นายกฯ กล่าวว่า เป็นธรรมดา เพราะมีคนสัญชาติอเมริกัน 2 คน กับเป็นคนเวียดนาม

ถามอีกว่า เห็นว่าวันเดียวกันนี้จะมีการประชุมรัฐมนตรีพลังงานของรัสเซีย ที่โรงแรมที่เกิดเหตุดังกล่าวจะต้องมีการเปลี่ยนสถานที่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่น่า เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการก่อการร้าย หรือความหละหลวมทางด้านการรักษาความปลอดภัย และคิดว่าทุกอย่างดำเนินการตามปกติ

‘ตำรวจ’ เผย!! 1 ใน 6 เวียดนามดับ เป็นผู้ลงมือวางยา เหตุจูงใจมาจากปัญหาหนี้สิน ก่อนกินยาตายตาม

(17 ก.ค. 67) จากกรณีพบผู้เสียชีวิต 6 ราย เป็นชาย 3 ราย และ หญิง 3 ราย ภายในห้องพักโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ พื้นที่ สน.ลุมพินี โดยคาดถูกวางยาพิษ ต่อมามีรายงานว่า การเสียชีวิตในครั้งนี้เกิดจากบุคคล 1 ใน 6 ที่เสียชีวิต เป็นผู้กระทำให้คนวางยาทั้งหมด ก่อนจะเสียชีวิตเป็นรายสุดท้าย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ ที่สน.ลุมพินี พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า เมื่อคืนได้เรียกลูกสาวของ 1 ใน 6 ผู้เสียชีวิตมาสอบปากคำ รวมถึงเรียกสอบพยานแวดล้อมเพิ่มเติมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยแต่ละคนให้การเป็นประโยชน์ ซึ่งตามข้อมูล เชื่อว่ามูลเหตุน่าจะมาจากเรื่องปัญหาหนี้สิน ไม่มีประเด็นอื่น โดยคนก่อเหตุ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นนอกเหนือจาก 6 คนที่เสียชีวิต เพราะการตรวจสอบการเข้าออกห้องนี้ พบว่า มีแค่กลุ่มผู้เสียชีวิตเท่านั้น

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้ก่อเหตุวางยาพิษฆาตกรรมภายในโรงแรมหรูดังกล่าว เป็น 1 ใน 6 ศพผู้เสียชีวิตนั้น คือ Ms.SHERINE CHONG สัญชาติอเมริกัน โดยสภาพศพสวมชุดสีเขียว

‘ตำรวจ’ เข้าตรวจ รร.ดัง หลังชาวเวียดนามเสียชีวิต 6 ราย พบ ‘ขวดสแตนเลส’ 2 ใบ เร่งตรวจสอบอย่างละเอียด

เมื่อวานนี้ (16 ก.ค. 67) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. และพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ. ได้แถลงรายละเอียดเหตุพบศพนักท่องเที่ยว ชาวเวียดนาม 6 ศพ ในโรงแรมหรู

พล.ต.ท.ธิติ กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่โรงแรม ได้เข้าไปทำความสะอาดห้องพักบริเวณชั้น 5 โดยห้องที่เกิดเหตุต้องทำการเช็กเอาท์ในช่วงบ่าย แต่ไม่ได้เช็กเอาท์จึงทำการตรวจสอบ และพบผู้เสียชีวิต จึงมาแจ้งผู้บริหาร และ สน.ลุมพินี หลังจากนั้น ทีมฝ่ายสอบสวนเข้ามา สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน เข้ามา

โดยพบศพผู้เสียชีวิต 6 คน ในโซนรับแขก 4 คน ห้องนอน 2 คน เป็นเพศชาย 3 คน เพศหญิง 3 คน โดยทั้งหมด เดินทางมาเช็กอินที่โรงแรมไม่พร้อมกัน เดินทางมาวันที่ 13 ก.ค. 1 ชุด และวันที่ 14 ก.ค. อีก 1 ชุด พักอยู่ที่ชั้น 7 ของโรงแรม 4 ห้อง และชั้น 5 อีก 1 ห้อง ทั้งหมด 5 ห้อง แจ้งการจองมา 7 คน แต่เช็กอิน 5 คน แต่พบศพ 6 ราย ทางสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบว่าข้อมูลตรงกัน 5 ราย แต่พบ 6 ราย จากการตรวจที่เกิดเหตุ 4 ห้องในชั้น 7 ต้องเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมเมื่อวานตอนบ่าย โดยได้มีการเก็บกระเป๋าไปรวมไว้ที่ห้องชั้น 5 มีการเดินทางออกไป เพราะบุคคลที่นัดหมายมารับนั้น ไม่พบตัว และทางโรงแรมในเบื้องต้นให้ข้อมูลว่าไม่มีการชำระค่าใช้จ่าย

พล.ต.ท.ธิติ กล่าวว่าเชื่อว่าทั้ง 6 คนเสียชีวิตเวลาประมาณ 13.53 น. เพราะเมนูอาหารที่สั่ง มีลักษณะเป็นอาหารจานเดียว 6 จานวางอยู่ในห้องรับแขก และมีถ้วยเครื่องดื่มลักษณะคล้ายการผสมเครื่องดื่มอีก 6 ถ้วย วางอยู่ที่จัดเตรียม 5 ถ้วย และอยู่บนโต๊ะ 1 ถ้วย และมีเศษตกค้างบนถ้วย ทาง พฐ. ได้เก็บหลักฐานไว้หมดแล้ว ตรงกับผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย

โดยเบื้องต้นไม่พบร่องรอย การชิงทรพย์รื้อค้น ไม่พบบาดแผลที่ปรากฏชัดเจน และข้าวของยังอยู่เป็นปกติ เมื่อแม่บ้านเข้าไปตรวจดูพบว่าประตูถูกล็อกจากด้านใน ซึ่งต้องเข้าไปทางประตูหลังไปเปิด โดยขณะนี้ฝ่ายสืบสวน ตำรวจนครบาล สตม. สรุปแนวทางที่สอดคล้องกัน ได้แก่

1.ต้องตรวจสอบบุคคลที่ 7 ก่อนว่าเดินทางเข้ามาจริงหรือไม่

2.เก็บรายละเอียดทั้งหมดของบุคคลทั้ง 6 คน ผ่านทางสถานทูตและข้อมูลโซเชียลต่าง ๆ ที่ลงทะเบียนไว้

3.หากบุคคลที่ 7 ไม่มี ต้องหามูลเหตุจูงใจในครั้งนี้

กระเป๋าทั้งหมดที่อยู่ในห้องได้ประสานไปทางสถานทูตร่วมกับตำรวจนครบาล 5 ไปทำการพิสูจน์ร่วมกัน ว่าในกระเป๋ามีอะไรเป็นวัตถุพยานหรือพยานหลักฐานในครั้งนี้ได้ บ่งบอกว่าบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้อง ตอนนี้คือทั้งหมดไม่ได้ทำร้ายตัวเองแต่ถูกคนอื่นทำให้เสียชีวิต

พล.ต.ท.ธิติ กล่าวต่ออีกว่า ผู้เสียชีวิต เป็นคนเชื้อสายเวียดนามทั้งหมด แต่มีสัญชาติอเมริกาอยู่ในนั้น 2 ราย โดยห้องพักชั้น 7 เปิดเช็กอินวันที่ 13 ก.ค. แต่ห้องพักชั้น 5 เปิดเช็กอินวันที่ 14 ก.ค. ซึ่งทั้งหมดจะเช็กเอาท์ในวันที่ 15 ก.ค. ทั้งหมด อาหารที่พบในห้องเป็นอาหารไทย และยังไม่มีการรับประทาน ซึ่งเราจะเก็บสิ่งของทุกชิ้นภายในห้องไปตรวจสอบ พร้อมระบุอีกว่า เครื่องดื่มภายในแก้วถูกดื่มทั้งหมด และจากการตรวจสอบในห้องน้ำพบกระปุกชาที่ถูกซื้อมา ลักษณะคล้ายชาอู่หลง พร้อมน้ำเกลือแร่ 1 ขวด น้ำเปล่า 1 ขวด และทั้งสามชิ้นถูกเปิดใช้แล้ว ฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน จะนำไปพิสูจน์อีกครั้ง เพราะเสียชีวิตเกิน 24 ชั่วโมง โดยลักษณะสภาพผู้เสียชีวิตไม่มีบาดแผล มีรายเดียวที่มีบาดแผลบนใบหน้าโดยสันนิษฐานว่าน่าจะล้มฟาดโดนวัสดุแข็ง ไม่ถูกทำร้าย

เมื่อถามว่าภายใน 24 ชั่วโมงมีใครเข้าออกในพื้นที่เกิดเหตุหรือไม่ พลตำรวจโทธิติ ระบุว่า ตอนนี้กำลังไล่ดู ตั้งแต่ลงเครื่องบิน กำลังดำเนินการอยู่ แต่ในระยะเวลา 2-3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบริเวณนี้ แล้วจะทำไทม์ไลน์ทั้งหมดนำมาสรุปอีกครั้ง และต้องรอผลการตรวจกระเป๋าของผู้ตายทั้ง 6 คน ที่ สน.ลุมพินี ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ผบ.สพฐ. จะเป็นคนดูแลเพราะเราจำกัดพื้นที่ทั้งหมดในการเข้าที่เกิดเหตุ เราไม่ได้ตั้งประเด็นว่าเขาถูกวางยา แต่มีบุคคลคนหนึ่ง ประสงค์ที่ทำร้ายชีวิตร่างกาย แต่โดยวิธีการใดนั้น นิติวิทยาศาสตร์จะเป็นคนบอก พร้อมด้วยพยานหลักฐานมาเชื่อมโยงกัน หากสอดคล้องกันก็จะตอบได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และยืนยันว่าไม่มีการประทุษร้าย อีกทั้งจากการตรวจสอบมีบุคคลหนึ่งพยายามเข้ามาที่ประตู แต่มาไม่ถึง เพราะล้มอยู่หน้าประตู 2 ราย เป็นเพศชาย 1 ราย และเป็นเพศหญิง 1 ราย

ส่วนการเปิดประตู เดี๋ยวจะมีการสอบปากคำแม่บ้านอีกครั้ง โดยโซนชั้น 5 เป็นพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งจะมีห้องที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ และก็มีความเป็นไปได้ที่จะใช้เส้นทางนี้ในการหลบหนี แต่ต้องดูต่อว่าทางที่จะเดินมายังลิฟต์มีกี่ทาง โดยมีทางเดียว มิเช่นนั้นต้องกระโดดลงมา ตอนนี้เรากำลังตามหาบุคคลที่ 7 เพราะตัวเลขไม่ตรงกันกับที่เช็กอินไว้ 

ดังนั้นถ้ามาด้วยกันก็ต้องมี ข้อมูลในการเดินทางเข้าประเทศ ที่นั่ง สายการบิน ต้องดูว่าเดินทางเข้ามาจริงหรือไม่ ซึ่งขณะนี้เรายังไม่ตัดประเด็น ต้องมีคำตอบนี้ให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากไม่มี ไม่มีเพราะอะไร และขณะนี้ให้ทางสถานทูตตรวจสอบว่าทำอาชีพอะไรและมีจุดประสงค์อะไรในการเดินทางเข้ามายังประเทศไทย พร้อมสอบปากคำพนักงานที่เข้ามาเสิร์ฟอาหารว่าเห็นความผิดปกติไม่

โดยพบว่าในที่เกิดเหตุมีวัตถุต้องสงสัยสองชิ้น เป็นวัตถุสแตนเลสสองขวด ซึ่งไม่ใช่วัตถุของทางโรงแรม แต่ปรากฏอยู่ในห้อง โดยยังไม่ได้ตรวจสอบเครื่องดื่มด้านใน และจากรูปถ่าย เล็บมือเล็บเท้าของผู้เสียชีวิต มีลักษณะดำคล้ำแต่อาจเกิดจากสาเหตุการเสียชีวิตมาประมาณ 24 ชั่วโมง โดยการชันสูตรพลิกศพครั้งนี้ส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานที่ปิด และขณะนี้ยังไม่ทราบว่ามีใครติดต่อกับผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 14 ก.ค. หรือไม่ ตอนนี้ต้องขอสอบปากคำแม่บ้านก่อน หากมีข่าวสารข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาก็ส่งมา

ทั้งนี้จากการตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ใน 6 ศพเป็น make up artist ชื่อดังของเวียดนาม ทราบชื่อ ‘phu Gia gia’

‘ชาวเวียดนาม’ แห่อาลัย โพสต์สุดท้าย ‘ช่างแต่งหน้าชื่อดัง’ หลังดับปริศนาโรงแรมหรู ย่านราชประสงค์ พบ!! มาไทยบ่อย

(17 ก.ค. 67) จากกรณีเกิดเหตุเสียชีวิตภายในโรงแรมดัง ย่านราชประสงค์ เบื้องต้นทราบมีผู้เสียชีวิต 6 ราย เป็นชาวเวียดนาม และชาวอเมริกัน กลางดึกเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมนั้น ภายหลังจากชุดสืบสวนได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าห้องพักหมายเลข 502 โดยเป็นภาพวงจรปิดของวันที่ 15 ก.ค. ช่วงเวลาตั้งแต่เวลา 14.09 น. ถึง 14.17 น. ซึ่งภาพบันทึกเหตุการณ์ที่ผู้เสียชีวิตทั้ง 6 คนเดินลากกระเป๋า ทยอยเข้า-ออกห้องพัก 502 โดยนำกระเป๋าเดินทางเข้าไปไว้ภายในห้อง และภาพสุดท้ายคือทั้ง 6 คนได้เดินทยอยเข้าห้องพักดังกล่าว จากนั้นก็ไม่มีใครออกจากห้องอีกเลย

โดยมีรายงานจากสื่อมวลชนของประเทศเวียดนามระบุว่า 1 ในผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลมีชื่อเสียง คือ นายดินห์ ตรัน ภู (Mr.DINH TRAN PHU) อายุ 36 ปี เป็นช่างแต่งหน้าชื่อดังจากเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเฟซบุ๊กของช่างแต่งหน้ารายดังกล่าว Phú Gia Gia (I’m Makeup Artist) ซึ่งมีผู้ติดตาม 1.5 หมื่นคน ได้มีชาวเวียดนามเข้าไปแสดงความเสียใจ และอาลัยต่อการจากไปของเขาอย่างต่อเนื่อง เช่นว่า ขอโทษนะที่ฉันอยู่ไกล ฉันหวังว่าคุณจะจากไปอย่างสงบและกลับไปยังแผ่นดินเกิดของคุณ, คุณเป็นบุคคลที่มีความสามารถในอุตสาหกรรมการแต่งหน้าที่ฉันชื่นชมมาก ๆ , นี่เรื่องจริงหรือเปล่า, หลับให้สบายนะ, อาจารย์ ไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม ครูและนักเรียนของเราโทรหาหลายวันแล้วบอกว่าคุณไปไทยเพื่อทำการเรียนการสอน, พวกเราเพิ่งคุยกันเอง ไม่อยากจะเชื่อเลย

ดินห์ ตรัน ภู เป็นเมกอัพอาร์ตติสที่รู้จักกันในชื่อ Phú Gia Gia โดยเขามีทีมงานที่มากความสามารถและเป็นมืออาชีพ ได้รับการเชิญให้ร่วมงานในวงการแต่งหน้า เป็นวิทยากร รวมถึงยังมีลูกศิษย์ที่เข้าคอร์สเรียนกับเขา โดยเขาทำงานกับทั้งงานอีเวนต์ วงการบันเทิง และนางงามด้วย

อย่างไรก็ตาม พบว่า โพสต์สุดท้ายของ Phú Gia Gia ช่างแต่งหน้าคนดัง คือบัตรเชิญเข้าร่วมงานเกี่ยวกับการแต่งหน้าที่นครโฮจิมินห์ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ขณะที่ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เจ้าตัวได้โพสต์ภาพร้านผัดไทยทิพย์สมัย ถนนมหาไชย ย่านประตูผี พร้อมระบุข้อความเป็นภาษาเวียดนาม ใจความว่า…

“หลังจากที่แต่งหน้าให้ลูกค้าเสร็จ เพื่อนที่เป็นล่ามภาษาไทยพาไปกินข้าว ซึ่งพบว่าเป็นร้านต้นตำรับ และสืบทอดทายาทต่อกันมา ผัดไทยที่เครื่องเทศส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ที่ร้านทำเองหมดเลย มาชิมกันดู อร่อยมาก ร้านนี้มีหลายเมนู แต่มี 2 เมนูซิกเนเจอร์ที่ทางร้านแนะนำ” พร้อมกับภาพผัดไทยกุ้งสดห่อไข่ และผัดไทยทรงเครื่อง

ขณะที่ Lương Thị Khánh เพื่อนสนิทของเขา ระบุว่า เธอทราบข่าวแล้ว รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า โดยทราบว่าผู้เสียชีวิตบินไปไทย และจะบินกลับมาร่วมเวิร์คช็อปของเธอ พร้อมบอกด้วยว่าเขาเป็นคนใจดีเป็นมิตร และเธอนับถือในตัวเขามาก นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการแต่งหน้า

ขณะที่ในวงการช่างแต่งหน้าก็ได้มี เมกอัพอาร์ตติสออกมาโพสต์ไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งหลายคนที่นับถือเขาเป็นครู บ้างก็เป็นเพื่อนสมัยเด็กที่ผูกพันกันมา ทราบข่าวแล้วเสียใจอย่างมาก ขอให้เจ้าหน้าที่คลี่คลายคดีโดยไว นอกจากนี้ทุกคนยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาเป็นคนที่น่ารัก มากความสามารถ มีอะไรอร่อย ๆ ก็จะนำมาฝากเสมอ แถมยังมีลูกค้าเยอะด้วย

คนสนิทรายหนึ่งยังได้โพสต์ด้วยความโศกเศร้าว่า ช่วงหลังก็ไม่ค่อยได้เจอกันเพราะเขาไม่ว่างเลย งานยุ่งมาก ๆ ทว่าต่อจากนี้กลับจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้ว

ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ระบุว่า นายดินห์ ตรัน ภู (Mr. DINH TRAN PHU) เกิดเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 1987 (พ.ศ. 2530) อายุ 37 ปี สัญชาติเวียดนาม เข้าประเทศไทยล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2567 ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า (วีซ่า ผ.ผ.30 หรือผ่อนผันโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) อนุญาตถึงวันที่ 10 ส.ค. 2567 ที่ผ่านมาเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยแล้ว 11 ครั้ง

เปิดช่วงเวลา 6 เวียดนามดับ หลังถูกวางยาพิษคาโรงแรมดังกลางกรุงฯ พบเสียชีวิตมาตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ใดๆ

(17 ก.ค.67) ผู้สื่อข่าวเปิดเผยไทม์ไลน์ของ 6 นักท่องเที่ยวชาวเวียดนามที่ถูกวางยาพิษดับในโรงแรมดังกลางกรุงฯ ของวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม 2567 โดยมีรายละเอียดดังนี้...

- 10:14:13 น. เด็กรับผ้าเดินเข้าห้อง
- 10:15:37 น. เด็กรับผ้าออกมาจากห้อง
- 11:20.31 น. มีเด็กรับผ้าเอาเสื้อคลุมมาส่ง
- 11:20:54 น. เด็กรับผ้าเดินกลับมาจากบริเวณหน้าห้อง
- 12:00:36 น. Mr. Tran dinh phu เดินออกมาจาก ถือถุงพลาสติกสีขาว
- 13:01:09 น. พนักงานทำความสะอาด เดินออกจากห้องติดกัน แล้วเข้าห้อง (ที่เกิดเหตุ)
- 13:13:04 น.พนักงานทำความสะอาดเอาผ้าปูที่นอนออกมาจากห้องที่เกิดเหตุ
- 13:15:57 น. พนักงานทำความสะอาดถือผ้าปู เข้าห้องที่เกิดเหตุ
- 13:29:20 น. พนักงานทำความสะอาดเดินออกจากห้องที่เกิดเหตุ
- 13:30:44 น. พนักงานทำความสะอาดถือผ้าเข้าห้องที่เกิดเหตุ
- 13:36:19 น. พนักงานทำความสะอาดถือจานผลไม้ออกมาจากห้อง
- 13:37:39 น. พนักงานทำความสะอาดถือจานผลไม้เข้าไป
- 13:40:25 น. พนักงานทำความสะอาดเดินออกมาห้อง พร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาด
- 13:52:44 น. Room service มารอหน้าห้อง 2 คน
- 13:53:36 น. Room service นำอาหารมาเสิร์ฟ 3 ถัง
- 13:58:18 น. Room service ออกจากห้อง
- 14:04:33 น. Mrs. Thi nguyen phuong ถือลากกระเป๋าเดินทางสีชมพูเดินเข้าไป
- 14:05:26 น. MR. Pham hong thanh สวมเสื้อกางเกงขาว ลากกระเป๋าเดินทางสีดำ เดินเข้าห้อง
- 14:09:41 น. Mrs. Thi nguyen thuong lan สวมเสื้อสีชมพู ลากกระเป๋าเดินทางสีชมพูเดินเข้าห้อง
- 14:09:56 น. Mr. Hung dang van สะพายกระเป๋าสีดำแดง มือซ้ายถือกระเป๋าดำ มือขวาถือกระเป๋าเทา เดินเข้าห้อง
- 14:11:29 น. Mrs.sherine chong/Mrs. Thi nguyen/Mr. Hong pham thanh/ Mr. Hung dang van เดินออกมาจากห้อง

📌*****(Mrs. Thi nguyen phuong lan อยู่ห้องคนเดียว)

- 14:13:38 น. Mr. Hung dang van เดินกลับเข้าห้องที่เกิดเหตุ
- 14:14:20 น. Mr. Hung dang van เดินออกมาจากห้อง
- 14:15:04 น. Mr. Hung dang van เดินกลับมาที่ห้องถือถุงพลาสติก / Mr. Dinh tran phu ลากกระเป๋าเดินทางสีดำเดินตามมา แล้วส่งกระเป๋าเดินทางให้ Mr.Hung ดันกระเป๋าเดินทางเข้าห้อง และทั้งสองเดินออกมา
- 14:17:43 น. Mr. Hung เดินกลับเข้าห้อง
- 14:17:51 น. เริ่มทยอยเดินเข้าห้อง 502 ที่เกิดเหตุ โดย Mr.Dint/Mrs.sherine/Mrs. Thi nguyen/Mr. Hong Pham
- 14:17:52 น. ทุกคนอยู่ภายในห้อง

ส่วนช่วงเวลาการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่คาดว่าชาวเวียดนามเสียชีวิตหลัง 13.53 น. ของวันที่ 15 ก.ค.  เพราะเมนูอาหารที่สั่งเป็นอาหารจานเดียว 6 จาน วางอยู่ห้องรับแขก แต่อาหารที่ Room service นำมาเสิร์ฟยังไม่ได้ถูกรับประทาน แต่มีเครื่องดื่มประเภทชากาแฟ จำนวน 6 ถ้วย ซึ่งมีเศษตกค้างอยู่บริเวณก้นถ้วย และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บไปตรวจสอบแล้ว โดยจำนวนถ้วยกาแฟตรงกับผู้เสียชีวิต 6 คน ทั้งนี้ เบื้องต้นไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ หรือขัดขืนใดๆ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีพบศพชาวต่างชาติเสียชีวิต 6 รายที่โรงแรมในพื้นที่ สน.ลุมพินี

วันนี้ (16 กรกฎาคม 2567) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ว่ามีเหตุผู้เสียชีวิตภายในโรงแรมดังกล่าว พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก.สภ.ลุมพินี นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบมีผู้เสียชีวิตอยู่ที่โรงแรม จำนวน 6 ศพ จึงได้แจ้งแพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ร่วมตรวจสอบ และทางด้าน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อม พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ และหาสาเหตุการเสียชีวิต โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการให้เร่งสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิต และเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุโดยเร็ว พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุทันที 

ล่าสุดขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นพื้นที่เกิดเหตุ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน  ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งตรวจสอบเรื่องนี้โดยด่วน และล่าสุดขณะนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเองแล้ว

“เชียงราย”การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่สาย จัดงานสัมมนาลูกค้ารายใหญ่ ส่งเสริมการพัฒนาด้านพลังงานทดแทน มุ่งสู่พลังงานสะอาด”

เมื่อวันนี้ 17 กรกฎาคม 2567 นาย ชัยยุทธ สารติ๊บ ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงานสัมมนาลูกค้ารายใหญ่ ประจำปี 2567 "PEA DlGITAL GRID & GREEN ENERGY"

โดยมีนายวีระศักดิ์ ชุมภูเทพ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่สาย กล่าวรายงาน ซึ่งภายในงานมีผู้เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย  รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว สาขาแขวงบ่อแก้ว ผู้บริหารองค์กร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าร่วมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกับกลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงราย รวมถึงเป็นการประชาสัมพันธ์ นโยบายและโครงการที่สำคัญๆของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ประโยชน์สำหรับผู้เข้าร่วม 

นายชัยยุทธ สารติ๊บ ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงราย(CEO) กล่าวว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มุ่งเน้นสู่ความเป็นองค์กรที่ทันสมัย ยึดหลักธรรมาภิบาล ดำเนินการด้วยความโปร่งใส ปราศจากการทุจริต คอรัปชั่น ตอบสนองนโยบายภาครัฐและยุทธศาสตร์ เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยการจัดงานในครั้งนี้เพื่อนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุด ให้กับลูกค้าทุกภาคส่วน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการผลิตสินค้า หรือบริการตลอดจนการประหยัดพลังงานไฟฟ้า ตามนโยบายภาครัฐ และสามารถวางแผนการใช้ไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับภายในงานการจัดงานสัมมนาลูกค้ารายใหญ่ ประจำปี 2567 จะเป็นการรับฟังการบรรยาย แนะนำบริการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง PEA SOLAR, PEA VOLTA และการส่งเสริมพลังงานสะอาดในอนาคต จากผู้เชี่ยวชาญการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ และแผนกสนับสนุนและประเมินผลธุรกิจบริหารสินทรัพย์ และแผนกพัฒนาธุรกิจและระบบการให้บริการยานยนต์ไฟฟ้า กองธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างลูกค้า และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อจะได้กำหนดทิศทางการลงทุนให้สอดรับกับแนวโน้มพลังงานในอนาคต รวมทั้งรวบรวมความต้องการ และข้อเสนอแนะของลูกค้า เพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไข งานด้านบริการ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ตอบสนองต่อลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

สันติ วงศ์สุนันท์ หัวหน้าศูนย์ข่าวอำเภอแม่สาย/รายงาน

‘ม.ขอนแก่น’ มีคำสั่ง ‘ไล่ออก’ อาจารย์ 3 ราย ฐานซื้อขายผลงานวิจัย พร้อมเร่งเอาผิดตาม กม.

(16 ก.ค. 67) ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ได้รับแจ้งผลการสอบวินัยร้ายแรงกรณีการซื้อขายผลงานวิจัยของอาจารย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่าขณะนี้ ม.ขอนแก่น ได้ดำเนินการสอบสวนและพิจารณาโทษทางวินัยแก่อาจารย์จำนวน 3 ราย ที่กระทำผิดจริงเสร็จสิ้นแล้ว โดยได้มีคำสั่งลงโทษ ‘ไล่ออก’ ทั้ง 3 ราย นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างแจ้งความดำเนินคดีอาญาแก่บุคคลทั้ง 3 รายอีกด้วย

รองปลัด อว. กล่าวต่อว่า นับตั้งแต่มีข่าวการซื้อขายงานวิจัยเมื่อต้นปี 2566 ทางสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในการดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า นักวิจัย 109 ราย จาก 33 สถาบัน เข้าข่ายผลงานวิจัยผิดปกติ จึงส่งข้อมูลให้มหาวิทยาลัยตรวจสอบข้อเท็จจริง ปัจจุบันได้มีการตรวจสอบเกือบครบถ้วนแล้ว และมี 14 รายที่พบความผิดปกติจริง และบางรายได้มีการตั้งกรรมการลงโทษทางวินัย เป็นผลให้ ปัจจุบัน มีการไล่ออกแล้ว 6 ราย ได้แก่ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 1 ราย ม.เชียงใหม่ 2 ราย และล่าสุด ม.ขอนแก่น 3 ราย

“เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญในวงการวิชาการ การซื้อผลงานวิจัยที่ไม่ใช่ของตนเอง เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ในแวดวงวิชาการ ต้องขอบคุณมหาวิทยาลัยที่มีมาตรการตรวจสอบอย่างเข้มแข็งและนำไปสู่การลงโทษผู้กระทำความผิด ปัจจุบัน สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ยังมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หากมีความผิดปกติก็จะแจ้งมหาวิทยาลัยให้ดำเนินการต่อไป” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top