Friday, 19 June 2026
NEWS FEED

'รัฐบาล' ชวนคนไทยรับชม 'คุยกับเศรษฐา' 20 ก.ค.นี้ เปิด 10 โครงการเฉลิมพระเกียรติรับปีมหามงคล

(18 ก.ค. 67) น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนเตรียมรับชมรายการ 'คุยกับเศรษฐา' ตอนพิเศษ ซึ่งจะออกอากาศในวันเสาร์ที่ 20 ก.ค.นี้ ทางช่อง NBT โดยในเทปที่ 2 นี้ นายกรัฐมนตรีจะมาบอกเล่าถึงการจัดทำ 10 โครงการเฉลิมพระเกียรติในนามรัฐบาล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งทั้ง 10 โครงการ ล้วนแต่มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้อยู่ดีมีสุข 

นางสาวจิราพร เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการผลักดัน 10 โครงการเฉลิมพระเกียรตินี้มาโดยตลอด โดยนายกรัฐมนตรี จะใช้รายการนี้เป็นเวทีในการบอกเล่าความคืบหน้าการดำเนินโครงการที่มีความเชื่อมโยงกับ ‘ป่า-น้ำ-คน’ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบความเป็นมา และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับโดยตรงจากการจัดทำโครงการต่าง ๆ รวมถึงผู้ชมจะได้เห็นภาพความประทับใจในการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีเพื่อเข้าร่วมโครงการเฉลิมพระเกียรติในสถานที่ที่แตกต่างกันออกไป

“ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามรายการ ‘คุยกับเศรษฐา’ ตอนพิเศษ เนื่องในโอกาสปีมหามงคลนี้พร้อมกัน ในวันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.00 น. ทางช่อง NBT และ ททบ. 5 และจะรีรันอีกครั้งในเวลา 11.30 น. ทางช่อง 9 MCOT HD” น.ส.จิราพร กล่าว

ผู้ช่วย ผบ.ตร.ชื่นชมสารวัตรตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ใช้ไหวพริบช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาตินำโทรศัพท์มือถือที่ทำตกท่อระบายน้ำขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยวพากันขอบคุณ สร้างชื่อเสียงให้ตำรวจจราจรไทยดังไกลต่างแดน

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คจร.ตร.) ชื่นชม พ.ต.ต.พีรวุฒิ ใหม่อ่อง สารวัตรงาน 2 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร (ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ) ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติทำโทรศัพท์มือถือตกลงท่อระบายน้ำ ใช้ไหวพริบเฉพาะตัวนำโทรศัพท์ขึ้นมาจากท่อระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว ทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างชื่นชมตำรวจจราจรไทย ทำงานฉับไว ไหวพริบดีเยี่ยม 

เหตุการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม 2567 เวลาประมาณ 11.35 น. พ.ต.ต.พีรวุฒิฯ ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานมหรสพสมโภช บริเวณศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร สังเกตเห็นคนมุงกันอยู่บริเวณฟุตบาทริมถนน จึงรีบเข้าไปตรวจสอบเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ พบว่าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ทำโทรศัพท์มือถือตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยนักท่องเที่ยวและพลเมืองดีพยายามงัดท่อระบายน้ำเพื่อนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง แต่ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ ทำให้เจ้าของโทรศัพท์ร้อนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากโทรศัพท์จมอยู่ในน้ำ หากทิ้งไว้นานอาจเสียหายได้ พ.ต.ต.พีรวุฒิฯ จึงใช้ไหวพริบนำท่อนไม้ยาว และใช้ลวดมัดกระถางต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียง มาดัดงอให้เป็นเหมือนขาเกี่ยว ติดไว้ที่ปลายไม้ ก่อนจะช้อนโทรศัพท์ขึ้นมาจากท่อระบายน้ำได้ในเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น พบว่าโทรศัพท์มือถือยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ สร้างความประทับใจเป็นอย่างมากให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว ได้แสดงความขอบคุณตำรวจจราจรไทยที่เข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

พล.ต.ท.กรไชยฯ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นการแสดงศักยภาพอีกด้านหนึ่งของตำรวจไทย นอกจากติดตามจับกุมคนร้ายแล้ว ยังช่วยเหลือผู้เดือดร้อนด้วยจิตอาสา และใช้ไหวพริบช่วยเหลือชาวต่างชาติ ทำให้ชื่อเสียงตำรวจจราจรไทยโด่งดังไปต่างแดน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังประเทศไทย นับว่าน่าชื่นชมเป็นอย่างมาก 

ทั้งนี้ พล.ต.ท.กรไชยฯ ได้ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.ต.พีรวุฒิฯ ที่มีไหวพริบปฏิภาณสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างชาญฉลาด เป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพ มีทักษะคล่องแคล่ว มีไหวพริบ สามารถให้ความช่วยเหลือ เป็นที่พึ่งของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งตัวอย่างของตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตอาสาบริการ มีมาตรฐานสากล ตามแนวทางการสร้าง “สุภาพบุรุษจราจร” ที่คณะทำงานขับเคลื่อนงานจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังขับเคลื่อนสร้างมาตรฐานตำรวจจราจรทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการบริการประชาชน สร้างความเชื่อถือศรัทธา และนำไปสู่การลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในที่สุด

มุกดาหาร ตร.นิคมคำสร้อยขับรถไล่ล่าแกงค์ยาบ้า เส้นทางลัดร่วม 20 กม. ยึดยาบ้า 240,000 เม็ด ผู้ต้องหา 2 คนหนีได้ 1 คน

สภ.นิคมคำสร้อย ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 240,000 เม็ด ผู้ต้องหา 2 คน จับได้ 1 หลบหนีไป 1 คนร้ายขับรถหนีไปร่วม 20 กม. ขณะ จนท. ตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่บริเวณจุดตรวจโชคชัย ถนนชยางกูร 212 (มุกดาหาร – ยโสธร- อุบลราชธานี) อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร 

วันที่ 17 ก.ค. 67 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร, พล.ต.ต. ชัชชัย วงศ์สุนะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด, พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธร, พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ โพธิ์จันทร์ ผกก.สภ.นิคมคำสร้อย, นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอนิคมคำสร้อย, พร้อมตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร, ปกครอง, กอ.รมน., เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมแกงค์ค้ายาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รายใหญ่ ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต. ชัชชัย วงศ์สุนะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกอำเภอคุมเข้มตรวจสอบกลุ่มแกงค์ยาเสพติดในจังหวัด โดยมี พ.ต.ท.พลไชย ภูจอมจิตร รองผกก.ป.สภ.นิคมคำสร้อย พ.ต.ต.ประดิษฐ์ วงชารี สวป.สภ.นิคมคำสร้อย มอบหมายให้ร.ต.ท.อิทธิฤทธิ์ แซ่ลิ้ม รอง สวป.สภ.นิคมคำสร้อย หัวหน้าชุด พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจตำบลโชคชัย ตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สิ่งของผิดกฎหมาย และยาเสพติด 
กระทั่งช่วงระหว่างเวลาประมาณ 20.30 น. ของคืนวันที่ 16 กค. 67 เจ้าหน้าที่ตำรวจจุดตรวจตู้ยามโชคชัย สภ.นิคมคำสร้อย พบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีขาว 4 ประตู หมายเลขทะเบียน กต – 4097 ศรีสะเกษ ขับมาจากเส้นทางในตัวเมืองผ่าน อ.นิคมคำสร้อย มุ่งหน้าไปเส้นทางอำเภอเลิงนกทา จ.ยโสธร - อุบลราชธานี เมื่อคนขับมองเห็นจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ ได้กลับรถบริเวณจุดกลับอย่างกระทันหัน ก่อนเร่งความเร็วรถเพื่อหลบหนีกลับไปทางเดิมก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางลัด นิคมคำสร้อย - หนองสูง - ขอนแก่น เจ้าหน้าที่จึงขับรถไล่ติดตามพร้อมส่งสัญญาณไฟและเสียงไซเรนเพื่อให้รถกระบะหยุด แต่รถคันดังกล่าวไม่มีทีท่าว่าจะหยุดกลับเร่งเครื่องขับหลบหนีอย่างรวดเร็ว 

จนท.ขับไล่ติดตามกระทั่งถึงบริเวณเส้นทางหนองนกเขียน - โคกหินกอง ผู้ที่นั่งมาในรถได้โยนวัตถุบางอย่างออกจากตัวรถแต่ยังคงขับรถหลบหนีอย่างไม่ลดละ เจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามข้ามอำเภอจนถึงบ้านโคกหินกอง ต.หนองสูงใต้ ระยะทางประมาณ 20 กม. คนขับรถได้จอดรถ ตรวจสอบทราบชื่อนายวิลาศักดิ์ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ที่อยู่ ต.หนองแวง อ.เกษตรวิสัย  จ.ร้อยเอ็ด ผู้ขับรถยนต์ ขณะที่ผู้ที่นั่งมาด้วยเป็นชายรูปร่างปราดเปรียวเปิดประตูรถวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าละเมาะใกล้หมู่บ้านแม้เจ้าหน้าที่จะไล่ติดตามแต่ก็หาตัวไม่พบ จากการตรวจสอบในรถพบวัตถุต้องสงสัยวางอยู่ภายในห้องโดยสารด้านหลังคนขับ และยึดวัตถุที่โยนลงข้างถนนตรวจสอบเบื้องต้นว่าเป็นยาบ้า จนท.จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาที่ สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อตรวจนับให้ละเอียดทราบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1 ถูกห่อด้วยกระดาษใขสีเหลือง เม็ดยาสีส้มเข้มมีสัญลักษณ์ตัวอักษร Y 1 ประทับที่หีบห่อ รวมจำนวน 20 แพ็ค และห่ออยู่ในถุงพลาสติกสีดำ 20 ก้อน ตรวจนับเป็นยาบ้าประมาณ 240,000 เม็ด พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง คาดเป็นแกงค์ค้ายารายใหญ่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน, โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและเป็นผู้ขับรถเสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสน สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อสอบสวนขยายผลหาแกงค์ผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รองผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 16 ก.ค.67 พล.ร.อ.สุวิน  แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ ร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น ตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย โดยมี นาย Otaka Masato เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมโอกุระ เพรสทีจ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์อย่างยาวนานทั้งในระดับของราชวงศ์ รัฐบาล ตลอดจนภาคเอกชน ในส่วนของความสัมพันธ์ทางทหารนั้น ไทยและญี่ปุ่นมีความร่วมมือในระดับกระทรวงกลาโหมในกรอบการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียน (ADMM Plus) , ความเป็นหุ้นส่วนแปซิฟิก (Pacific Partnership) , การปฏิบัติงานร่วมกันในภารกิจต่าง ๆ ในกรอบสหประชาชาติ , การแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้บังคับบัญชาระดับสูง และการให้ที่นั่งศึกษา

ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือไทย และกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น (ทร.ญี่ปุ่น) เป็นไปด้วยความแน่นแฟ้นอย่างยาวนาน ดังนี้

1. การประชุมโดยทั้งสองประเทศจัดให้มีการประชุม Navy to Navy Staff Talks เพื่อให้ผู้แทนกองทัพเรือของทั้งสองฝ่ายร่วมหารือในเรื่องความมั่นคงทางทะเล , การแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ และเรื่องอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา
2. การแลกเปลี่ยนการศึกษา เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 ญี่ปุ่นให้การสนับสนุนหลักสูตรโรงเรียนรวมเหล่าญี่ปุ่น และโรงเรียนทำการนายทหารเรือญี่ปุ่น หลักสูตร 6 ปี , หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรญี่ปุ่น (วทร.ญี่ปุ่น)
3. การแลกเปลี่ยนการเยือนของกำลังทางเรือ โดยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนเมืองท่า , การเข้าร่วมการสวนสนามทางเรือของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง
4. การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ได้มีการประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร (IEC) ระหว่างกัน มาแล้วรวม 9 ครั้ง
5. การฝึกผสมทวิภาคี ทำการฝึกในลักษณะ PASSEX เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ และให้เกินการทำงานร่วมกันให้แน่นแฟ้นมากขึ้น

จากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันมาอย่างยาวนานส่งผลให้กองทัพเรือไทยและกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นมีความร่วมมือที่ดีในหลายมิติด้านความมั่นคงทางทะเล เป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อมิตรประเทศ , การมีบทบาทนำด้านความร่วมมือที่ส่งเสริมความมั่นคงในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

สมนึก เชื้อสนุก รายงาน 

(ศรีสะเกษ) พลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ลงพื้นที่ ศรีสะเกษ พบปะเยี่ยมเยียนทหารผ่านศึกและครอบครัวทหารผ่านศึก

เมื่อวานนี้ (17 ก.ค.67) ที่ หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลกระแชง ตำบลกระแชง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และคณะฯ ได้เดินทางมาพบปะเยี่ยมเยียนทหารผ่านศึกและครอบครัวทหารผ่านศึก ด้วยความห่วงใยและระลึกถึง ตลอดจน รับทราบถึงความเป็นอยู่ ของทหารผ่านศึกในเขตพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พันเอก โถมวัฒน์ สว่างวิทย์ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ(ท)แทน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พันเอก นรพล จิตปัญญา สัสดีจังหวัดศรีสะเกษ พันเอก สุดใจ แพงพรมมา สัสดีจังหวัดสุรินทร์ พันโท จิรานุวัฒน์ ศรีหอม รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมต้อนรับ มี นางสาวอณัญญา พรหมบุตร รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตสุรินทร์ กล่าวรายงาน เครือข่ายทหารผ่านศึกในพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นพื้นที่ในการดูแลรับผิดชอบของสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตสุรินทร์ 

สำนักงานฯ จึงได้ประสานแกนนำเครือข่ายทหารผ่านศึก โดยมี พันตรี อำพัน พิมพิลา นายกสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะประธานเครือข่ายทหารผ่านศึกระดับจังหวัด ได้นำทหารผ่านศึกจากพื้นที่ใน 22 อำเภอของจังหวัดศรีสะเกษ มาร่วมให้การต้อนรับ จำนวน 350 นาย การเดินทางมาตรวจเยี่ยมของ พลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และคณะ ในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้บรรดาทหารผ่านศึกแล้ว ยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกและทหารผ่านศึก ที่จะพร้อมให้ความร่วมมือในทุกกิจกรรมขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดโครงการอุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร

วันนี้ (17 กรกฎาคม 2567) เวลา 17.00 น. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะและเจริญพระพุทธมนต์สมโภชนาค พิธีมอบบาตรและผ้าไตร โครงการ “อุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” ณ มณฑลพิธีลานพระศรีมหาโพธิ์ และพิธีบรรพชาและอุปสมบท ณ พระอุโบสถ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดโครงการ “อุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” ณ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร โดยมีข้าราชตำรวจจากทั่วประเทศเข้าร่วมอุปสมบทในโครงการฯ จำนวน 73 นาย เพื่อเทิดพระเกียรติ และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ซึ่งภายหลังการบรรพชาและอุปสมบทแล้ว คณะสงฆ์ทุกรูปจะศึกษาพระปริยัติธรรม ปฏิบัติศาสนกิจและปฏิบัติธรรม ณ วัดโบสถ์ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ระหว่างวันที่ 18-31 กรกฎาคม 2567 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ได้จัดโครงการอุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจ รวม 22 โครงการ มีข้าราชการตำรวจเข้าร่วมอุปสมบท จำนวน 2,142 นาย โดยมุ่งหวังให้ข้าราชการตำรวจได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงเพื่อให้ข้าราชการตำรวจได้บำเพ็ญคุณงามความดี  ถือเป็นโอกาสที่จะได้สร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม และพัฒนาจิตใจ อันจะก่อประโยชน์ให้กับตนเอง ครอบครัว และสังคมต่อไป

ไวรัล ‘สาวญี่ปุ่น’ ชวนระวัง ‘ชากุหลาบ’ จากร้านดังในไทย แม้ลวดลายบนแก้วจะน่ารัก แต่ดื่มแล้วท้องเสียหนักมาก

(17 ก.ค. 67) รายงานข่าวระบุว่า ‘ชากุหลาบ’ ที่บรรจุในแก้วลายเดียวกับชื่อเมนูจากร้านชาชื่อดังของไทย ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เป็นเมนูสุดท้าทายที่ใครดื่มก็เหมือนได้ดีทอกซ์ขับของเสียออกจากร่างกาย ออกฤทธิ์เร็วทันใจ ถึงขนาดที่ว่ามีการแปะเตือนไว้ในแอพฯ สั่งอาหารต่าง ๆ

โดยล่าสุดนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ได้โพสต์ลง x เตือนนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ที่กำลังเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย และอยากลองกินชากุหลาบนี้ดูสักครั้ง โดยมีเนื้อความระบุว่า…

“วันก่อนดื่มชากุหลาบแล้วท้องเสียหนักมาก เพิ่งรู้ว่าดังเมื่อหลายปีก่อนว่าช่วยดีทอกซ์ แต่มันไม่มีคำเตือนที่หน้าร้าน นักท่องเที่ยวอาจจะถูกหลอกด้วยแก้วลายกุหลาบที่ดูน่ารัก”

ซึ่งโพสต์ของสาวญี่ปุ่นรายนี้ก็กลายเป็นไวรัล มีคนเข้ามาคอมเมนต์มากมาย บางคนก็ถามว่า “แก้วน่ารักขนาดนี้ อันตรายจริงเหรอ?” เจ้าของโพสต์เลยตอบว่า “หน้าตาน่ารักแต่น่ากลัว เพราะกุหลาบน่ะมีหนาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะท้องเสียนะ”

คนญี่ปุ่นหลายคนที่รู้จัก ชากุหลาบ ก็เข้ามาคอมเมนต์ว่าเคยเห็นคลิปวิดีโอที่คนดื่มมันแล้ววิ่งเข้าห้อง 20 – 30 นาที บางคนก็บอกว่าเคยดื่มแล้ว ไม่เกิดอะไรขึ้นนะ อาจจะขึ้นอยู่กับบุคคล

อย่างไรก็ตามโพสต์นี้ยังกลายเป็นไวรัลในโซเชียลของไทยอีกด้วย เหตุเพราะคนไทยจำนวนไม่น้อยก็ประสบปัญหาแบบเดียวกัน

‘ม.เลสเตอร์’ ยกย่อง ‘อัยยวัฒน์’ หัวเรือ ‘เดอะ ฟ็อกซ์’ บริหารสโมสรฟุตบอลประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

(17 ก.ค.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘MGR SPORT’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ได้รับปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ในพิธีสำเร็จการศึกษา ซึ่งจัดขึ้นที่ เดอ มงฟอร์ต ฮอลล์ เมืองเลสเตอร์ เมื่อวันอังคารที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สำหรับ ‘บิ๊กต๊อบ’ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2018 โดยรับช่วงต่อจากวิชัย ศรีวัฒนประภา

ภายใต้การบริหารงานของ อัยยวัฒน์ ‘เดอะ ฟ็อกซ์’ เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ฟุตบอล เอฟเอ คัพ ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรในปี 2021 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรกในศึก ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก และพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลแชมเปียนชิพ ในฤดูกาล 2023/24 พร้อมเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลเดียว

อัยยวัฒน์ กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรตินี้จากมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ ซึ่งเป็นสถาบันในเมืองของเราที่มีความมุ่งมั่นต่อความเป็นเลิศ การบริการต่อชุมชนของเรา และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเชิงบวกร่วมกัน”

“การทำงานร่วมกับเลสเตอร์ ซิตี้ ในด้านสุขภาพเด็ก ถือเป็นความร่วมมือที่เราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง และได้แสดงให้เห็นถึงพลังของผู้คนในชุมชนที่จะทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของคนรุ่นต่อ ๆ ไป”

“ผมขอแสดงความยินดีกับผู้สำเร็จการศึกษาทุกคนในปีนี้ สำหรับความสำเร็จของพวกเขา ซึ่งเป็นผลมาจากการอุทิศตนเป็นเวลาหลายปีในสาขาที่มีความเชี่ยวชาญ ผมหวังว่าตลอดเวลาของพวกเขาในเมืองเลสเตอร์ จะสอนพวกเขาว่า ทุกสิ่งเป็นไปได้”

ทั้งนี้ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพ ระดับปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก่อนที่เจ้าตัวจะได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเทพศิรินทร์ ในปี 2015 นอกจากนี้ยังเป็นนักโปโลที่มีประสบการณ์ และประสบความสำเร็จมากมาย โดยคว้าเหรียญทองในการแข่งขัน บริติชโอเพ่น และควีนส์คัพในปี 2015 และเหรียญเงินในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ในปี 2017

มหาวิทยาลัย มีความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี โดยได้รับเงินบริจาคจากสโมสรเพื่อก่อตั้ง ‘LCFC Professorship’ ซึ่งเป็นตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านสุขภาพเด็ก และโครงการวิจัยที่เกี่ยวข้อง เงินบริจาคดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการวิจัยที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาสุขภาพของเด็กในเลสเตอร์ ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

มหาวิทยาลัยเลสเตอร์ มอบปริญญากิตติมศักดิ์ให้กับ วิชัย ศรีวัฒนประภา ในเดือนมกราคม 2016 ก่อนที่เลสเตอร์ ซิตี จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก การที่มหาวิทยาลัยให้การยกย่อง อัยยวัฒน์ เปรียบเสมือนเป็นการยกย่อง วิชัย และทุกสิ่งที่ครอบครัวศรีวัฒนประภา ได้อุทิศเพื่อทั้งสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี และเมืองเลสเตอร์ อีกด้วย

ศาสตราจารย์ นิชาน คานาการาชาห์ อธิการบดี และรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเลสเตอร์ กล่าวว่า “ครอบครัวศรีวัฒนประภาได้สร้างผลงานในทางที่ดี ต่อเมืองเลสเตอร์อย่างไม่อาจมองข้ามได้ ความมุ่งมั่นที่มีต่อสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นมากกว่าการลงทุนในสนาม ครอบครัวศรีวัฒนประภา ได้ก่อตั้งมูลนิธิวิชัย ศรีวัฒนประภา ซึ่งทำงานร่วมกับมูลนิธิเลสเตอร์เพื่อให้การสนับสนุน และพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

“อัยยวัฒน์ รับหน้าที่บริหารสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ต่อจาก วิชัย ความเป็นผู้นำและความรักของเขาที่มีต่อเมืองเลสเตอร์นั้นชัดเจนมาก ภายใต้การบริหารงานของ ต๊อบ สิ่งที่ครอบครัวศรีวัฒนประภาได้มอบไว้ให้กับเมืองเลสเตอร์นั้นจะยังคงปลอดภัยและยั่งยืน และผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ อัยยวัฒน์ เข้าสู่ครอบครัวมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ อย่างเป็นทางการ”

'อ.ธรณ์' เผย!! อุณหภูมิน้ำทะเลกลับสู่ภาวะปกติ สิ้นสุดปะการังฟอกขาว แนะ!! ต่อจากนี้คือการประเมินความเสียหายและวางแผนรับมือ

(17 ก.ค.67) มีรายงานว่า ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลและอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ผ่านแฟนเพจ Thon Thamrongnawasawat โดยระบุว่า…

อุณหภูมิน้ำทะเลกลับสู่ภาวะปกติ สิ้นสุดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว 🥳 ต่อจากนี้คือการประเมินความเสียหายและวางแผนรับมือสำหรับคราวหน้า

หากเพื่อนธรณ์ดูกราฟอุณหภูมิน้ำทะเลทั้ง 2 ฝั่ง จะเห็นว่าตอนนี้ลดต่ำลงมาเท่ากับปี 23 และอยู่ต่ำกว่าเส้นวิกฤตปะการังฟอกขาว

หมายถึงเราผ่านทะเลเดือดมาแล้ว ปะการังที่ฟอกขาวอยู่ตอนนี้ อีกไม่นานคงจะฟื้น แต่ย่อมมีปะการังตายจากการฟอกขาว จะเยอะจะน้อย ต้องรอการประเมินอีกครั้ง แต่ละที่ไม่เท่ากัน

เมื่อประเมินเสร็จ เราจะรู้ว่าตรงไหนหนักสุด การอนุรักษ์ฟื้นฟูแต่ละพื้นที่ควรเป็นอย่างไร นั่นเป็นอีกงานหนัก แต่จำเป็นมาก เพราะเราจะได้รู้ว่าการตายกับการฟอกขาวสัมพันธ์กันไหม ? 

จุดที่ฟอกขาวเยอะคือตายเยอะหรือเปล่า อาจมีปัจจัยอื่น ๆ มาทำให้ฟอกเยอะแต่ตายน้อย หรือฟอกน้อยแต่ % ตายสูง ฯลฯ

ยังรวมถึงความทนทานของปะการัง (resilience) สัมพันธ์กับการฟอกขาวหรืออัตรารอด/ตายหรือไม่ เพราะเรื่องนั้นจะเกี่ยวโดยตรงกับแผนอนุรักษ์ในอนาคต

อีกอย่างที่ต้องตามดูคือความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศหลังจากนี้ แนวปะการังจะโทรมลงไหม จะมีอะไรเข้ามาแทน การฟื้นคืนของปะการังจะใช้เวลากี่เดือนกี่ปี ฯลฯ

ทั้งหมดที่เล่ามา จะเห็นเลยว่า เรามีงานยักษ์รออยู่ ปัญหาคือเราจะมีเงินทำไหม? เพราะตอนนี้อะไรก็เดือดร้อนไปหมด

ก็คงได้แต่บอกว่า ต้องพยายามให้ดีที่สุด เพราะทุกเรื่องที่ทำในวันนี้ หมายถึงความอยู่รอดของปะการังในวันหน้า เพราะทะเลเดือดจะกลับมาพร้อมกับเอลนีโญอีกครั้ง ในอนาคตอันใกล้ ตราบใดที่โลกยังร้อนขึ้นเช่นนี้ครับ 🌏

ข้อมูลน้ำ - กรมทะเล 🙏

‘นายกฯ’ อวดโฉม ‘ชุดนักกีฬาไทย’ ลาย ‘มรดกโลกบ้านเชียง’ ชี้!! เป็นโอกาสชูความเป็นไทย สู่สายตาชาวโลก ในโอลิมปิก 2024

(17 ก.ค.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชันเอ็กซ์ ถึงชุดนักกีฬาไทยจะใช้ใส่แข่งโอลิมปิก 2024 ว่า…

ชุดที่นักกีฬาไทยจะใช้ใส่แข่งโอลิมปิก 2024 นี้ ได้นำลวดลาย ‘มรดกโลกบ้านเชียง’ มาออกแบบชุด ถือเป็นการส่งต่อจิตวิญญาณ จากบรรพบุรุษผสมผสานกับความเป็นสากลในปัจจุบัน

ซึ่งก่อนจะออกมาเป็นลายสวย ๆ บนชุดอย่างนี้ แกรนด์สปอร์ตได้ทำการวิจัยค้นคว้า และประชุมร่วมกับผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบสร้างสรรค์ผ้าและสิ่งทอ (FTCDC) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี รวมทั้งได้ขอข้อมูลและคำแนะนำจากพิพิธภัณฑ์บ้านเชียง กรมศิลปากร และไปคุยกับชาวบ้านชุมชนเชียงที่ยังสืบสานการทอผ้า การย้อมคราม และทำเครื่องปั้นลายบ้านเชียงอยู่

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากรวบรวมข้อมูลจนครบถ้วนแล้ว ทีมงานออกแบบจึงนำลวดลาย สีผ้าคราม และความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ออกแบบชุด ทั้งชุดที่จะใช้แข่งขัน และชุดใส่เดินทาง ให้ดูเท่ เหมาะกับเวทีระดับโลก และที่สำคัญที่สุดคือ ได้นำนวัตกรรมเสื้อโปโลรีไซเคิลจากขวดพลาสติก ซึ่งจะช่วยลดปัญหาโลกร้อนอย่างยั่งยืนมาใช้ในการทำชุดด้วย

“กว่าจะไปถึงสนามแข่งขัน เราคิดกันขนาดนี้เพื่อใช้โอกาสทั้งหมดที่มี พาทั้งนักกีฬาไทย และความเป็นไทย ไปสู่สายตาชาวโลกครับ” นายกรัฐมนตรีกล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top