Sunday, 8 November 2026
NEWS

'ธนกร' อำลากระทรวง ส่งท้าย 6 เดือนทำงาน สะสางข้อพิพาท ฟื้นฟูเอกชน-อุตสาหกรรม ย้ำหลักการมุ่งแก้ปัญหา


"ธนกร" อำลากระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหาร-ขรก.ร่วมส่งเนืองแน่น 

เน้นย้ำแนวทางทำงานตลอด 6 เดือน ยึดมั่นหลักการ มุ่งแก้ปัญหาเพื่อประชาชน 

 กระทรวงอุตสาหกรรม - วันที่ 30 มีนาคม 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะ ประกอบด้วย นายสุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนางสาวจิรัฐิติกาล จันทราทิพย์ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ากระทรวงฯ ในโอกาสอำลาตำแหน่ง โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

นายธนกร กล่าวว่า ขอบคุณไมตรีจิตของข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ให้การต้อนรับอย่างดีตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจวบจนถึงวันนี้เป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน ซึ่งนับตั้งแต่ได้เข้ามาทำงานก็ทำอย่างเต็มที่ ได้สะสางและริเริ่มงานให้เป็นรูปธรรมมากมาย อาทิ การปิดฉากข้อพิพาทเหมืองทองอัคราที่ค้างยาวนานกว่า 8 ปี ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ การอัดฉีดเม็ดเงินให้เอสเอ็มอีกว่า 30,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและรักษาการจ้างงาน ให้เอสเอ็มอีประคองธุรกิจไปต่อได้ การตั้งทีมงานเต็มเหนี่ยว เพื่อปราบปรามโรงงานเถื่อนและแหล่งมลพิษทั่วประเทศ ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมได้มากกว่า 2,000 ล้านบาท วางระบบควบคุม PM2.5 แบบ Real-time ติดตั้งในโรงงาน 760 แห่ง ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน จัดการขยะอุตสาหกรรมอันตราย กวาดล้างแบตเตอรี่เถื่อนกว่า 60,000 ตัน การฝึกอบรมเสริมสร้างอาชีพให้กับประชาชนทั่วประเทศ การผลักดัน Soft Power อาหารไทย ร่วมพัฒนาเชฟมืออาชีพกว่า 20,000 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสู่ฐานราก เรื่องการลดเผาอ้อย และในปีนี้รับอ้อยสดได้กว่า 96.6 % ถือว่าทำได้ทะลุเป้า 

“ผมรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำงานกับชาวกระทรวงอุตสาหกรรม การทำงานที่ผ่านมาอาจจะมีแรงเสียดทานจากปัจจัยต่างๆ แต่ผมเชื่อมั่นว่าตัวผมและข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้อง ตั้งใจทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างมุ่งมั่นตามที่ประชาชนคาดหวัง ผมเห็นสิ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมทำให้กับประชาชน ซึ่งหลายอย่างสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างแท้จริง” นายธนกรกล่าว

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะ ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ พระภูมิ และองค์พระนารายณ์ โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมส่ง ก่อนจะเดินทางออกจากกระทรวงอุตสาหกรรม

อาลัย 'อดิศัย โพธารามิก' อดีตรัฐมนตรี 3 สมัย ผู้มีบทบาทสำคัญบนเส้นทางการเมืองไทย ยุครัฐบาลชวน-ทักษิณ จากไปอย่างสงบเมื่อ 28 มี.ค.

นายพิชญ์ โพธารามิก ประกาศผ่านเฟซบุ๊กแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ 'อดิศัย โพธารามิก' อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงพาณิชย์ในรัฐบาลของ 'ทักษิณ ชินวัตร' อย่างสงบเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 07.28 น. ด้วยวัย 85 ปี

นายพิชญ์ ซึ่งเป็นลูกชายของอดิศัย โพธารามิก โพสต์ข้อความว่า "คุณพ่อ จากไป อย่างสงบ ทุกคำสอน ทุกคำสั่งเสีย จะนำไปดำเนินการ ให้เรียบร้อยครับ" เพื่อรำลึกถึงคำแนะนำและคำสั่งเสียของผู้เป็นพ่อที่ยังคงยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

'อดิศัย โพธารามิก' เริ่มต้นการทำงานในทางการเมืองตั้งแต่ปี 2519 โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา จากนั้นในปี 2543 เขาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลของ 'ชวน หลีกภัย' และต่อมาในปี 2544 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนจะเปลี่ยนไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในปี 2546 ภายใต้รัฐบาลของ 'ทักษิณ ชินวัตร'

การเสียชีวิตของอดิศัย โพธารามิก นับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในวงการเมืองไทย โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในรัฐบาลที่มีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของประเทศไทยในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา

ที่มา : https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/272073

 

'สงกรานต์' พลัง Soft Power ไทย สร้างมิตรภาพและภาพลักษณ์ประเทศผ่านวัฒนธรรม

แม้หลายคนจะจดจำ "สงกรานต์" ในฐานะเทศกาลเล่นน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย แต่สำหรับผู้คนจากหลากหลายประเทศ สงกรานต์กลับมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ การแบ่งปันความปรารถนาดี และการเชื่อมโยงผู้คนผ่านวัฒนธรรมอันงดงาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของ Soft Power ไทย ที่สามารถสร้างความประทับใจและความเข้าใจข้ามพรมแดนได้อย่างแท้จริง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้แบรนด์ Amazing Thailand ได้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นหนึ่งในกิจกรรมระดับโลก ถ่ายทอดเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยผ่านประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้จริง จนทำให้สงกรานต์กลายเป็นหนึ่งในเทศกาลที่ผู้คนทั่วโลกรอคอยและอยากเดินทางมาสัมผัสด้วยตนเอง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สงกรานต์ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมากขึ้น ไม่เพียงในฐานะเทศกาลท่องเที่ยว แต่ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดคุณค่าของสังคมไทย ทั้งความเคารพต่อผู้ใหญ่ การรดน้ำดำหัว การรวมตัวของครอบครัว ตลอดจนการแบ่งปันรอยยิ้มและมิตรภาพให้กับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก

ภาพบรรยากาศจากงาน The Diplomat Splash งานเลี้ยงสงกรานต์ประจำปีที่จัดขึ้นสำหรับคณะทูต ครอบครัว และมิตรสหายจากนานาประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของสงกรานต์ในฐานะ "สะพานเชื่อมความสัมพันธ์" ระหว่างประเทศไทยกับประชาคมโลก ผู้เข้าร่วมงานต่างได้สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย ผ่านกิจกรรมที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายด้วยเสื้อลายดอก การละเล่นแบบไทย อาหารไทย หรือการแลกเปลี่ยนบทสนทนาท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรไมตรี

กิจกรรมลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่า วัฒนธรรมสามารถเป็นเครื่องมือทางการทูตที่ทรงพลัง เพราะช่วยลดช่องว่างด้านภาษา เชื้อชาติ และความแตกต่างทางวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้ผู้คนได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันผ่านประสบการณ์ร่วม มากกว่าการสื่อสารด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิดของ Amazing Thailand ที่มุ่งส่งมอบ "Meaningful Travel" หรือการเดินทางที่สร้างคุณค่าและความประทับใจผ่านอัตลักษณ์ความเป็นไทย

อีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจ คือ สงกรานต์ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการ "เยียวยา" ทั้งในระดับบุคคลและสังคม การได้กลับมาพบปะครอบครัว การให้อภัย การเริ่มต้นสิ่งใหม่ และการใช้เวลาร่วมกับผู้คน ล้วนเป็นคุณค่าที่ได้รับการยอมรับในทุกวัฒนธรรม จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวต่างชาติจำนวนมากต่างรู้สึกผูกพันกับเทศกาลนี้ แม้จะไม่ได้เกิดหรือเติบโตในประเทศไทยก็ตาม

ความสำเร็จของงาน The Diplomat Splash ยังเกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน โดย Nomad Media ได้กล่าวขอบคุณ สถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกสประจำประเทศไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (Amazing Thailand), Blue Elephant Bangkok Sathorn Cooking School & Restaurant, Tapori, ThaiBev, Marvel Wines และ MedPark Hospital – International & Expats ที่ร่วมสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ จนกลายเป็นอีกเวทีสำคัญในการเผยแพร่อัตลักษณ์และคุณค่าของวัฒนธรรมไทยสู่สายตานานาชาติ

ในยุคที่การแข่งขันของประเทศไม่ได้วัดกันเพียงเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยี "วัฒนธรรม" กลายเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่สร้างภาพลักษณ์และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนได้อย่างยั่งยืน และสงกรานต์ก็คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ Soft Power ไทย ที่ไม่ได้มีเพียงความสนุกของการเล่นน้ำ แต่ยังถ่ายทอดเรื่องราวของความอบอุ่น ความเอื้อเฟื้อ และการอยู่ร่วมกันอย่างงดงาม

เมื่อผู้คนจากหลากหลายประเทศต่างยิ้ม หัวเราะ และร่วมแบ่งปันประสบการณ์เดียวกันในเทศกาลนี้ สงกรานต์จึงไม่ได้เป็นเพียงประเพณีของคนไทยอีกต่อไป หากแต่เป็นภาษาสากลของมิตรภาพ ที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกผ่านเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยได้อย่างทรงพลัง พร้อมตอกย้ำบทบาทของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (Amazing Thailand) ในการผลักดันเทศกาลไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ประเทศผ่านพลังของ Soft Power อย่างยั่งยืน

สงกรานต์สร้างสานสัมพันธ์!! สงกรานต์ไม่ใช่แค่เทศกาล แต่คือโอกาสเริ่มต้นใหม่ เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลก เทศกาลแห่งวัฒนธรรมและการเยียวยา

สงกรานต์เป็นมากกว่าเทศกาล แต่คือช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ การเชื่อมโยงผู้คน และการเยียวยาทางวัฒนธรรม นี่คือสงกรานต์ผ่านสายตาของชาวโลก

Nomad Media ขอขอบคุณอีกครั้งต่อสถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกสประจำประเทศไทย, Amazing Thailand หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, Blue Elephant Bangkok Sathorn Cooking School & Restaurant, Tapori, ThaiBev, Marvel Wines และ MedPark Hospital - International & Expats ที่ให้การสนับสนุน The Diplomat Splash งานปาร์ตี้สงกรานต์ประจำปีของเรา ซึ่งจัดขึ้นเป็นการเฉพาะสำหรับคณะทูต ครอบครัว และเพื่อน ๆ ของพวกเขาเท่านั้น

ที่มา : https://www.facebook.com/varin.sachdev.7/posts/pfbid02qPAuZfuBiCPieMoH7AA1o2EFtNrjCubFge6hCCBMVA3WAEhFNYWMvZ46WBhBMqpBl?rdid=njIgcid3m4uXBenm#

ล่อซื้อปุ๋ยตามร้องเรียน พื้นที่บางบาล จ.อยุธยา พบขายราคาสูงผิดปกติ เร่งตรวจสอบต้นทุน–ขยายผลถึงต้นทาง

ค้าภายใน สนธิกำลังตำรวจสอบสวนกลาง บก.ปคบ. ล่อซื้อปุ๋ยตามร้องเรียน พบขายราคาสูง เร่งตรวจต้นทุน–ขยายผลถึงต้นทาง ป้องกันฉวยโอกาสซ้ำเติมเกษตรกร - เพิ่มช่องทางร้องเรียนผ่าน Line @Mr.DIT 

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากกรณีกรมการค้าภายในได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรเกี่ยวกับการจำหน่ายปุ๋ยเคมีในราคาสูงผิดปกติในพื้นที่อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรมการค้าภายในได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที เพื่อป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกรซึ่งกำลังเผชิญภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สายตรวจกรมการค้าภายใน สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ตำรวจสอบสวนกลาง ดำเนินการล่อซื้อปุ๋ยเคมีตามข้อร้องเรียนเพื่อเก็บพยานหลักฐาน โดยผลการตรวจสอบพบการจำหน่ายปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0 ในราคากระสอบละ 1,190 บาท ซึ่งมีราคาสูง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบเอกสารการจำหน่ายและข้อมูลทางการค้าที่เกี่ยวข้องทันที

นายวิทยากรกล่าวว่า พนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเอกสารหลักฐานการจัดซื้อปุ๋ยมาจำหน่ายย้อนหลัง อาทิ ใบกำกับภาษี หลักฐานการรับสินค้า และข้อมูลต้นทุนทั้งหมด เพื่อนำมาตรวจสอบโครงสร้างราคาว่ามีความสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงหรือไม่ หากพบว่าต้นทุนไม่มีการปรับเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการมีการปรับราคาจำหน่ายสูงขึ้นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ถือเป็นการฉวยโอกาสทางการค้า และเป็นการซ้ำเติมพี่น้องเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเป็นปัจจัยการผลิตหลัก 

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการใด ๆ โดยจงใจทำให้ราคาสินค้าต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือก่อให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาสินค้าหรือบริการ โดยหากตรวจพบความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด

พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลการตรวจสอบไปยังร้านค้าส่ง รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การกระจายสินค้า เพื่อตรวจสอบที่มาของราคาและป้องกันการกำหนดราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง หากพบว่ามีการร่วมกันกำหนดราคาหรือมีพฤติการณ์เอาเปรียบผู้ซื้อ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกราย

อธิบดีกรมการค้าภายในย้ำว่า กรมการค้าภายในจะไม่ปล่อยให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกที่เกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยในปริมาณมาก การจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรมย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และต้นทุนของเกษตรกร รวมถึงอาจกระทบต่อเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรในภาพรวมของประเทศ กรมฯ จะเดินหน้าติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้าและลดภาระต้นทุนให้แก่พี่น้องเกษตรกร โดยขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง หากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงผิดปกติหรือมีพฤติการณ์ฉวยโอกาส สามารถแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือผ่านแอปพลิเคชัน Mr.DIT เมนู “รับเรื่องร้องเรียน” ซึ่งประชาชนสามารถรายงานข้อมูล แนบภาพถ่าย และคลิปวิดีโอประกอบการร้องเรียน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

พร้อมคุมหงส์!! ‘ชาบี อลอนโซ่’ เปิดทางรับงานลิเวอร์พูล หากมีข้อเสนอจริงจังซัมเมอร์นี้ สถานการณ์ อาร์เนอ สล็อต น่าเป็นห่วง หลังแพ้ 10 นัดในพรีเมียร์ลีก

สื่อเยอรมันวารสาร "บิลด์" รายงานว่า 'ชาบี อลอนโซ' อดีตกุนซือ เรอัล มาดริด พร้อมรับงานผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล หากได้รับข้อเสนอชัดเจนในช่วงซัมเมอร์นี้

สถานการณ์ของ 'หงส์แดง' ภายใต้การคุมทีมของ 'อาร์เนอ สล็อต' กำลังถูกตั้งคำถามหนัก หลังล่าสุดบุกแพ้ ไบรท์ตัน 1-2 เป็นการแพ้นัดที่ 10 ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ส่งผลให้เก้าอี้กุนซือดัตช์สั่นคลอน

มีการคาดว่า 'อาร์เนอ สล็อต' อาจต้องออกจากตำแหน่งหลังจบซีซั่น แต่ยังอยู่ต่อได้จากผลงานคู่แข่งที่ผิดพลาดเช่นกัน 'อลอนโซ' ถูกมองว่าคือบุคคลเหมาะสมยกระดับทีม พร้อมพัฒนานักเตะ หลัง ลิเวอร์พูล ใช้งบร่วม 500 ล้านปอนด์เสริมทัพช่วงซัมเมอร์

รายงานเผยว่า 'อลอนโซ' พร้อมพิจารณารับงานทันที หากมีข้อเสนอชัดเจนและเขาจะมีบทบาทกำหนดทิศทางเสริมทัพและโครงสร้างทีมอย่างเต็มที่

หลังแยกทางกับ เรอัล มาดริด ตั้งแต่เดือนมกราคม ลิเวอร์พูลเดินหน้าเจรจาอย่างจริงจัง เชื่อว่าการดึงอดีตตำนานกองกลางกลับมาอาจเป็นกุญแจพาทีมกลับสู่ความยิ่งใหญ่ระดับยุโรปอีกครั้ง

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1634432/

ครอบครัวชี้แจงเหตุซิ่งชน เหตุเกิดในฟลอริดา มีนักศึกษาไทยเสียชีวิต ผู้ต้องหามีประวัติไม่ใช่ผู้ป่วยจิตเวช ครอบครัวขอบคุณสื่อช่วยเผยแพร่ข่าว หวังหน่วยงานช่วยตามเรียกร้องความยุติธรรม

‘พายุ’ ขออณุญาตชี้แจง ครอบครัวของนักศึกษาไทยสองคนที่ถูกรถชนเสียชีวิตในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อนในสื่อเกี่ยวกับสภาพจิตใจของผู้ต้องหา นายเอดาน มอร์ริส ผู้ขับรถพุ่งชนผู้เสียชีวิต ซึ่งทั้งสองเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอินเดียนาที่มาท่องเที่ยวในไมอามีก่อนเกิดเหตุ

ทางครอบครัวเปิดเผยว่าข้อมูลเรื่องสภาวะจิตของผู้ต้องหาเป็นเพียงการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่และสื่อ เนื่องจากผู้ต้องหาอ้างว่าตั้งใจใช้รถปลิดชีวิตตัวเองก่อนชนเหยื่อ เพื่อหวังใช้เป็นข้อแก้ตัวลดโทษจากการเสพสารมึนเมา แต่จริง ๆ ผู้ต้องหามีประวัติอาชญากรรมและการละเมิดทัณฑ์บนหลายครั้ง

ครอบครัวผู้เสียชีวิตขอขอบคุณสื่อที่เผยแพร่ข่าวเพื่อไม่ให้คดีเงียบ พร้อมเรียกร้องความเป็นธรรมและขอให้สื่อไม่นำเสนอข้อมูลที่อาจทำให้ผู้ต้องหาได้รับการชดเชยโทษโดยไม่เป็นธรรม

นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศได้ประสานงานผ่านกงสุลไทยในสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนครอบครัวในการดำเนินคดีต่อไป และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามเรียกร้องสิทธิของเหยื่ออย่างจริงจังต่อไป

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid04eWo78RXRSZDMwzebshkrWbsZxZpNaUVs9gHibmymCGqf6dVhq8s4TmwH8vyeXnsl&id=100052069010332&mibextid=Nif5oz&_rdr

ถึงเวลาบอกลา!! ‘ซาลาห์’ คอนเฟิร์มแยกทางลิเวอร์พูล หลังจบฤดูกาล 2025/26 ปิดฉาก 9 ปีทัพหงส์แดง ย้ำลิเวอร์พูลคือส่วนหนึ่งของชีวิต

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงคนสำคัญของสโมสรลิเวอร์พูล ประกาศเตรียมอำลาทีมหลังจบฤดูกาล 2025/26 แม้มีสัญญาถึงปี 2027 โดยการประกาศนี้เกิดขึ้นหลังพูดคุยกับบอร์ดสโมสรที่แอนฟิลด์

ในแถลงการณ์ของเขาผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ซาลาห์กล่าวว่า "มันเป็นเรื่องน่าเสียดายที่วันนี้มาถึง ผมจะอำลา ลิเวอร์พูล หลังจบฤดูกาลนี้ ผมไม่เคยจินตนาการเลยว่าสโมสรแห่งนี้ เมืองแห่งนี้ และผู้คนที่นี่ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมได้มากขนาดนี้"

"ลิเวอร์พูล ไม่ใช่แค่สโมสรฟุตบอล แต่มันคือความคลั่งไคล้ มันคือประวัติศาสตร์ และคือจิตวิญญาณ ผมไม่สามารถอธิบายความรู้สึกนี้เป็นคำพูดให้คนที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสโมสรเข้าใจได้" ซาลาห์ยังขอบคุณแฟนบอลและเพื่อนร่วมทีมที่ให้การสนับสนุนที่ผ่านมา พร้อมกล่าวว่า "การจากลาไม่เคยเป็นเรื่องง่าย พวกคุณมอบช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตให้กับผม ผมจะเป็นหนึ่งในพวกคุณเสมอ"

การตัดสินใจครั้งนี้หมายความว่า ซาลาห์จะปิดฉากการเล่นในถิ่นแอนฟิลด์นาน 9 ปี ฝากผลงานรวม 255 ประตูจาก 435 เกม รวมทั้งครองอันดับ 3 ดาวซัลโวตลอดกาลของลิเวอร์พูล

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1634344/

เชิดชูเกียรติผู้เสียสละ ‘กองทัพเรือ’ ดูแลกำลังพล เยี่ยมทหารบาดเจ็บถึงบ้าน มอบเงินบำรุงขวัญและทุนการศึกษา ย้ำไม่ทอดทิ้งแม้พ้นหน้าที่

กองทัพเรือไม่ทอดทิ้ง ดูแลกำลังพลอย่างดีที่สุดแม้พ้นหน้าที่ ยังคงเคียงข้างอย่างมั่นคง

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. พลเรือโท รัตนะ เรืองรุ่ง รองเสนาธิการทหารเรือ (สายงานกำลังพล) เป็นผู้แทน พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมบำรุงขวัญ พันจ่าโท เหล็กไหล ทองไชย อดีตอาสาสมัครทหารพรานนาวิกโยธิน ซึ่งได้รับบาดเจ็บจนพิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ จากกรณีปฏิบัติภารกิจสำรวจพื้นที่ต้องสงสัยการลักลอบตัดไม้ในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ณ บ้านพัก ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

การนี้ ผู้แทน ผบ.ทร. ได้มอบเงินบำรุงขวัญจากกองทุนสวัสดิการน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ พร้อมทั้งมอบกระบี่เชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก จาก ผบ.ทร. เพื่อยกย่องเกียรติภูมิแห่งความเสียสละ ตลอดจนมอบทุนการศึกษาแก่บุตรของกำลังพลผู้เสียสละ เพื่อใช้การดูแลทั้งตัวกำลังพลและครอบครัว โอกาสนี้ รองเสนาธิการทหารเรือได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อ พันจ่าโท เหล็กไหล ทองไชย ที่ได้อุทิศตน เสียสละความสุขส่วนตน และยอมเสี่ยงชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ ความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งได้อวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรง และยืนยันว่ากองทัพเรือยังคงระลึกถึงคุณความดีและจะดูแลกำลังพลทุกนายอย่างเต็มกำลัง แม้จะพ้นหน้าที่ไปแล้วก็ตาม

กองทัพเรือยึดมั่นในหลักการ “ไม่ทอดทิ้งกัน” โดยได้ดำเนินการเยี่ยมเยียนและดูแลทหารผ่านศึกอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้แสดงความห่วงใยอย่างใกล้ชิด อันเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจและยืนยันถึงความผูกพันระหว่างองค์กรกับกำลังพลทุกนาย

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ

25 มีนาคม 2569

สมาคมน้ำไทยจับมือมธ. ลงนาม MOU พัฒนาการกีฬากระโดดน้ำ ใช้ มธ.รังสิต เป็นแคมป์เยาวชน สระมาตรฐานรองรับทีมชาติอย่างเต็มที่ เสริมแกร่งนักกีฬาผลิตทีมชาติไทย

สมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อพัฒนากีฬากระโดดน้ำระดับเยาวชนและต่อยอดสู่ทีมชาติไทย โดยจะใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์ฝึกซ้อมหลักสำหรับนักกีฬาเยาวชน

โดย พล.ต.ดร. ธนนท์ แสงนาค อุปนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย และ “โค้ชตึก” นายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคม เป็นผู้แทนลงนามในครั้งนี้ ที่ยิมเนเซียม 7 ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 24 มี.ค. โดยมีตัวแทนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมด้วย

ยรรยง อัครจินดานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า "ศูนย์กีฬาทางน้ำ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ได้มาตรฐานระดับเอเชียนเกมส์ ใช้สำหรับฝึกกีฬากระโดดน้ำอย่างต่อเนื่อง และมีความพร้อมเป็นแคมป์อบรมเยาวชนแบบครบวงจร" พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับนักกีฬา

ส่วน  โค้ชตึก  นายธนาวิชญ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทยพูดถึงความสำคัญของศูนย์ฝึกในไทยว่า "มี 2 แห่งคือสัตหีบ และ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่งที่นี่สำคัญมากเพราะใกล้กรุงเทพ และมีนักเยาวชนกว่า 40 คน ที่นี่ผลิตนักกีฬาทีมชาติชุดใหญ่จำนวนมาก"

หลังพิธีลงนาม พล.ต.ดร. ธนนท์, "โค้ชตึก" และผู้ช่วยศาสตราจารย์ มานะ ภู่หลำ ผู้อำนวยการสมาคม เดินทางเยี่ยมนักกีฬาเยาวชน ตรวจเช็คอุปกรณ์และสถานที่ฝึกซ้อมเพื่อให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10182698

นายกฯ สั่งใช้น้ำมันสำรอง รับมือขาดแคลนน้ำมันจากตะวันออกกลาง ให้ผู้ค้าน้ำมันนำออกบริการทันที กำหนดมาตรการแก้ไขอย่างเข้มข้น มีผลบังคับใช้แล้วตามราชกิจจานุเบกษา

นายกฯ ออกคำสั่งให้ผู้ค้าน้ำมัน นำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการประชาชน มีผลบังคับใช้ทันที

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้ผู้ค้าน้ำมันนำ “น้ำมันสำรอง” ออกให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจากสงครามตะวันออกกลาง มีผลบังคับใช้แล้ว

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 76 ง. ลงวันที่ 21 มีนาคม 2569 เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนาม

ระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในข้อ 4 และข้อ 5 ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1409385837890416&id=100064570394286&rdid=23bp9enFt8rMKZga#

‘อนุทิน’ ควงภรรยา นำสตรีโคราช ซ้อมใหญ่รำบวงสรวงท้าวสุรนารี ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรี พร้อมเพรียงงดงาม เพื่อเตรียมงานฉลองชัยยุทธ ในวันที่ 23 มี.ค. 2569

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นางธนนนท์ นิรามิษ ภริยา 'นายอนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยสตรีชาวโคราชจำนวน 7,410 คน ร่วมซ้อมใหญ่การรำบวงสรวงท้าวสุรนารี หรือที่รู้จักกันในชื่อ "คุณย่าโม" ก่อนจะเข้าสู่พิธีรำจริงในวันงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 18.30 น.

การซ้อมใหญ่ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารีประจำปี 2569 ซึ่งถือเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดนครราชสีมาและแสดงถึงความเคารพต่อวีรสตรีท้องถิ่น

"นี่คือการรวมพลังของชาวโคราชที่แสดงถึงความสามัคคีและความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของจังหวัดเรา" ตัวแทนสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกล่าวในรายงาน

พิธีรำบวงสรวงท้าวสุรนารีหรือคุณย่าโม ถือเป็นกิจกรรมที่ย้ำให้เห็นการร่วมรักษาขนบประเพณีและความศรัทธาของชาวโคราช ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อสดุดีวีรกรรมของท้าวสุรนารีที่มีบทบาทสำคัญในการปกป้องเมืองนครราชสีมา

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1409782641184069&id=100064570394286&rdid=ySCCh9UXEN9i6wWJ#

‘เทพไชยา’ คว้าแชมป์!! ปราบ 'รอนนี่' 10-7 เฟรม โชว์แมกซิมั่มเบรก 147 แต้ม คว้าแชมป์เวิลด์โอเพ่นครั้งแรก รับเงินรางวัลกว่า 7.6 ล้านบาท

'เทพไชยา อุ่นหนู' นักสนุกเกอร์ชาวไทย ทำผลงานสุดยอดชนะ รอนนี่ โอ'ซุลลิแวน นักสอยคิวมือชั้นนำของอังกฤษ ด้วยสกอร์ 10-7 เฟรม ในรอบชิงชนะเลิศศึกเวิลด์ โอเพ่น 2026 ที่เมืองอวี้ซาน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 22 มีนาคม

แมตช์นี้มีความสำคัญต่อ 'เทพไชยา' เป็นอย่างมาก เพราะถ้าคว้าชัยได้ จะมีคะแนนสะสมในฤดูกาลนี้เพียงพอให้ติด 12 อันดับแรก และได้รับสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขัน ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 30 มีนาคม - 5 เมษายน 2569

เซคชั่นแรกของการแข่งขัน 'เทพไชยา' พลิกกลับมานำ 5-4 จากที่ตามหลังถึง 0-4 เฟรม ก่อนในเซคชั่นที่สองจะเปิดเกมร่างทอง พร้อมกับกดแมกซิมั่มเบรก 147 แต้มในเฟรมที่ 16 จนเอาชนะไปได้ในที่สุด ผู้ชนะรับเงินรางวัล 175,000 ปอนด์ หรือราว 7.6 ล้านบาท

ผลงานครั้งนี้เป็นการคว้าแชมป์สมัยแรกของ 'เทพไชยา' ในรายการนี้ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอาชีพและสร้างชื่อเสียงให้กับวงการสนุกเกอร์ไทยอย่างมาก

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1372838071542717&set=a.625575576268974

#THESTATESTIMES

#NEWS

#NewsFeed

#สนุกเกอร์

#เทพไชยา

#เวิลด์โอเพ่น

เอเชียนเกมส์ 2026 ไอจิ-นาโกย่าเลือกทางประหยัด จัดที่พักนักกีฬาบนเรือสำราญแทนสร้างใหม่ นักกีฬาบางส่วนเตรียมพักบนเรือสำราญกลางนาโกยา ชูคุ้มกว่าสร้างใหม่

ฝ่ายจัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่จังหวัดไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เตรียมจัดที่พักให้นักกีฬาผู้เข้าร่วมงานโดยเฉพาะ โดยนักกีฬาราวครึ่งหนึ่งจะพักบนเรือสำราญหรูสัญชาติอิตาลีชื่อ คอสตา เซเรน่า ซึ่งจอดเทียบท่าที่ท่าเรือนาโกยา ขณะที่นักกีฬาและเจ้าหน้าที่อีกจำนวน 2,000 คนจะพักในกระท่อมสไตล์ตู้คอนเทนเนอร์ทำจากไม้

เรือสำราญ คอสตา เซเรน่า มีห้องพักถึง 571 ห้อง พร้อมสระว่ายน้ำ 7 แห่ง ร้านอาหาร 8 แห่ง และบาร์ 9 แห่ง โดยฝ่ายจัดเช่าเรือเพื่อใช้เป็นที่พักนักกีฬาราคาประมาณ 4.5 พันล้านเยน หรือราว 916 ล้านบาท ซึ่งถือว่าถูกกว่าสร้างหมู่บ้านนักกีฬาใหม่ นอกจากนี้ยังมีการจัดที่พักในโรงแรมต่าง ๆ รวมถึงในโตเกียวซึ่งเป็นสถานที่แข่งขันกีฬาว่ายน้ำ กระโดดน้ำ และขี่ม้า

คาซูฮิโระ ยางิ รองเลขาธิการคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ระบุว่า กระท่อมตู้คอนเทนเนอร์ไม้เป็นรูปแบบใหม่ที่เพิ่งติดตั้งบางส่วนแล้ว เขากล่าวว่า "ผมได้ยินบางคนบอกว่าพื้นที่อาจจะแคบไปนิด แต่จากที่ผมเห็น มันเป็นสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสม" ขณะที่เขายอมรับว่า การพักบนเรือสำราญอาจเจอปัญหาตอนฤดูกาลไต้ฝุ่นของญี่ปุ่น แต่มั่นใจว่าการพยากรณ์อากาศแม่นยำมากขึ้น

ในส่วนของสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ฝ่ายจัดมองว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน และยังไม่มีแผนพิเศษสำหรับทีมอิหร่านหรือเกาหลีเหนือซึ่งมีแนวโน้มจะส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่กว่า 260 คนมาร่วมงาน

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10178286

อุกอาจลอบสังหาร? คนร้ายซุ่มยิงรถ “สส.กมลศักดิ์” กลางดึก เจาะเป้าใกล้บ้านพัก ผู้ติดตามเจ็บ 2 หลังกลับจากประชุมสภา คาดปมการเมือง-ความมั่นคง

ลอบยิง สส.กมลศักดิ์

เมื่อวันศุกร์ที่ 20 มี.ค.69 เวลาประมาณ 01.00 น.ขณะที่ นายกมลศักดิ์  แวยูแฮ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ พร้อมผู้ติดตามจำนวน 3 คน เดินทางกลับมาจากประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกลับบ้าน

โดยได้นั่งรถมาจากสนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อมาถึงบริเวณปากทางเข้าบ้านที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่ รถยนต์โตโยต้า ยี่ห้อ อัลพาส ที่ สส.กมลศักดิ์นั่งมา พร้อมผู้ติดตาม

1. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อายุ 59 ปีนั่งโดยสาร ไม่โดนกระสุน ไม่ได้รับบาดเจ็บ

2.นายอุชลัมห์ โกะเลาะ  ผู้ขับขี่ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 ม.4 ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จว.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บ กระสุนเข้าตามลำตัวหลายนัด

3.ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ ผู้โดยสาร อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 9  ม.5 รัตนศิริ ต.บาเจาะ จว.นราธิวาส เป็นตำรวจติดตาม  ได้รับบาดเจ็บ กระสุนเข้าเบ้าตา และลำตัวหลายนัด

เหตุเกิดบริเวณ ทางเข้าประตูหน้าบ้านเลขที่ 13/3  ม.9 ถ.เพชรเกษม  ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

จากการสอบถามคนใกล้ชิด ตั้งข้อสังเกตว่า การลอบยิงครั้งนี้มีเป้าหมายอยู่ที่ สส.กมลศักดิ์ สาเหตุน่าจะมาจากสองประเด็น 1.ความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ สส.กมลศักดิ์รับทำคดีความมั่นคงหลายคดีด้วยกัน 2.เรื่องการเมือง เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามีการต่อสู้กันเข้มข้นดุเดือด เป็นที่รับรู้กันว่า คู่ต่อสู้เป็นผู้มีอิทธิพลพอสมควร แต่กมลศักดิ์ฝ่าด่านเข้ามาได้เป็น สส.สมัย 2 ในนามพรรคประชาชาติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top