Tuesday, 7 July 2026
NEWS

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องใน วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็กแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ ได้เผยแพร่ข้อความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็กแห่งชาติ พุทธศักราช 2569

กกท. ยืนยัน!! โป๊กเกอร์ได้รับการรับรองเป็นกีฬาแล้ว แต่ห้ามเล่นในลักษณะการพนันเด็ดขาด กกท.ย้ำต้องมีสมาคมกีฬาโปร่งใส จังหวะเดินหน้าอาจต้องรอสัญญาณการเมือง

(9 ม.ค. 69) ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยืนยันว่าโป๊กเกอร์ได้รับการรับรองให้เป็นชนิดกีฬาที่ประเทศไทยแล้ว แต่เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าห้ามเล่นในลักษณะการพนันโดยเด็ดขาด พร้อมเผยว่าชี้แจงแนวทางดังกล่าวกับกระทรวงมหาดไทยไปแล้ว และบางเรื่องยังต้องรอความชัดเจนในรายละเอียดหลักการ เช่น การตั้งสมาคมกีฬาและการเลือกตั้งกรรมการ

กกท. ให้เหตุผลว่าการรับรองโป๊กเกอร์เป็นกีฬานั้นอยู่บนพื้นฐานการพัฒนาเกมที่ใช้ทักษะ วิเคราะห์ และจิตวิทยา แยกขาดจากการพนันที่ยังอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 และนโยบายของกระทรวงมหาดไทย แม้จะได้รับการยอมรับเป็นกีฬาแล้ว แต่หากมีกิจกรรมรูปแบบการเดิมพันก็ยังเสี่ยงผิดกฎหมายพนันได้

ตลอดปี 2568 มีการเคลื่อนไหวของหน่วยงานรัฐหลายครั้ง โดย กกท. รับรองโป๊กเกอร์เป็นชนิดกีฬาในเดือนกรกฎาคม แต่กระทรวงมหาดไทยเคยเปิดช่องให้พิจารณาในบางกรณีพิเศษ ก่อนจะกลับมาคุมเข้มและสั่งงดอนุญาตการพนันโป๊กเกอร์ "โดยเด็ดขาด" เพื่อป้องกันการพนันในคราบกีฬา

นอกจากนี้ การเดินหน้าโป๊กเกอร์ในระบบกีฬายังติดปัญหาเรื่องโครงสร้างสมาคมกีฬาและการเลือกตั้งกรรมการซึ่งต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับกฎหมาย กกท. ผู้ว่าฯ กกท. ระบุว่า "โป๊กเกอร์กีฬา" ต้องมีองค์กรกีฬาอย่างเป็นทางการที่ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องเอื้อประโยชน์หรือพนันแฝง

ภาพรวมสะท้อนความขัดแย้งระหว่างกฎหมายที่มุ่งสนับสนุนกีฬา กับนโยบายปราบปรามการพนันที่คุมเข้ม การทำให้โป๊กเกอร์ก้าวเป็นกีฬาจริงจังในไทยจึงต้องผ่านกระบวนการป้องกันพนันที่เข้มงวดและการตั้งองค์กรกีฬาที่เป็นมาตรฐานโปร่งใสเท่านั้นเท่านั้นที่จะสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคมอย่างแท้จริง

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10090685

เก็บไว้ฝุ่นเกาะ!! 'ไรอัน ล็อกต์' โละเหรียญ ตำนานว่ายน้ำสหรัฐฯ ขายเหรียญทองโอลิมปิก เปลี่ยนตำนานเป็นเงิน 13 ล้าน

(8 ม.ค. 69) 'ไรอัน ล็อกต์' อดีตนักว่ายน้ำทีมสหรัฐฯ โละเหรียญทองโอลิมปิก 3 เหรียญ ออกประมูลออนไลน์ที่ Goldin ทำเงินรวมกว่า 385,520 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12-13 ล้านบาท

เหรียญที่ขายประกอบด้วยเหรียญทองประเภททีมผลัด 4x200 เมตร ฟรีสไตล์ 3 เหรียญจากโอลิมปิก 3 สมัย คือ ปักกิ่ง 2008, เอเธนส์ 2004 และริโอ 2016 ราคาปิดสูงสุดที่ 183,000 ดอลลาร์ และต่ำสุดที่ 80,520 ดอลลาร์

'ล็อกต์' ชี้ผ่านโซเชียลมีเดียว่า "ไม่เคยว่ายเพื่อเหรียญทอง" แต่เหรียญคือ "ส่วนเติมเต็ม" ของการเดินทางในอาชีพ ขณะที่เหรียญเหล่านี้ถูกเก็บมานานจนฝุ่นเกาะก่อนจะนำมาขายเป็นครั้งที่สองตั้งแต่ปี 2022

ครั้งนี้เป็นช่วงที่ 'ล็อกต์' กำลังเผชิญเปลี่ยนผ่านชีวิตทั้งเรื่องครอบครัวและการบำบัด โดยเขาระบุว่าต้องการเดินหน้าต่อและโฟกัสพัฒนาตัวเอง พร้อมขอพื้นที่เพื่อปกป้องลูก ๆ

'ล็อกต์' ถือเป็นตำนานว่ายน้ำที่คว้าเหรียญรวม 12 เหรียญจากโอลิมปิก โดยเหรียญของเขามีมูลค่าสูงเพราะชื่อเสียงและประวัติความสำเร็จที่สร้างความต้องการของนักสะสมที่พร้อมสู้ราคา

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10088881

นับถอยหลังสู่โคราช!! บอคเซียทีมชาติไทยลับคมเต็มสูบ ก่อนลุยอาเซียนพาราเกมส์ 13 “เจ้าภาพโคราช” 20–26 ม.ค. 69 ตั้งเป้าคว้าผลงานต่อหน้าแฟนกีฬาไทยในโคราช

(7 ม.ค. 69) ทัพนักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทย เดินหน้าเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นที่ Boccia Training Center ภายในราชมังคลากีฬาสถาน เตรียมพร้อมสำหรับมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 20–26 มกราคม 2569 โดยตั้งเป้าสร้างผลงานระดับสูงต่อหน้าแฟนกีฬาชาวไทย

การซ้อมครั้งนี้เน้นความละเอียดทุกจังหวะ ทั้งการคุมทิศทางน้ำหนักลูก การวางตำแหน่ง และการตัดสินใจในจังหวะสำคัญ เช่น ลูกเปิดเอนด์ และการแก้เกมในสถานการณ์กดดัน โดยผู้ฝึกสอนจัดโปรแกรมให้เหมือนกับการแข่งขันจริงมากที่สุด เพื่อเพิ่มความมั่นใจและสมาธิของนักกีฬา

ทีมได้จำลองสถานการณ์แข่งขันอย่างใกล้เคียงทัวร์นาเมนต์จริง เพื่อช่วยลดความตื่นสนาม และฝึกตัดสินใจในแต้มต่อแต้ม รวมถึงการประเมินความพร้อมของนักกีฬาเป็นรายบุคคลเพื่อกำหนดภาระฝึกที่เหมาะสม ราชมังคลากีฬาสถานเป็นฐานซ้อมหลักที่เอื้อต่อการพัฒนามาตรฐานและรายละเอียดการเล่น

การเป็นเจ้าภาพที่นครราชสีมาเพิ่มแรงผลักดันให้นักกีฬาไทยออกแรงเต็มที่ พร้อมกับมุ่งหวังสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับกีฬาคนพิการในประเทศ โดยเน้นการเตรียมพร้อมเชิงแท็กติกและจิตใจจนถึงวันแข่งขัน

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/other-sports/sports-world/97688/?tbref=hp

อโมริม ขอพักยาว ไม่รับงานคุมทีมทั้งฤดูกาลนี้ หลังถูก ‘แมนยู’ ปลดฟ้าผ่า รอคืนสนามฤดูกาลหน้า

(6 ม.ค. 69) รูเบน อโมริม กุนซือชาวโปรตุเกสวัย 40 ปี ตัดสินใจไม่รับคุมทีมใดๆ ตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ หลังถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดปลดจากตำแหน่งแบบกะทันหันเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่นอังกฤษ

แม้จะมีความสนใจจากทีมในตะวันออกกลางและบราซิล แต่ ‘รูดี้ กาเล็ตติ’ นักข่าวสายตลาดนักเตะ ระบุว่า อโมริมเลือกพักฟื้นสภาพจิตใจและใช้เวลากับครอบครัวก่อนจะกลับมารับงานอีกครั้งในฤดูกาลหน้า พร้อมกล่าวว่า "เขาต้องการเวลาเพื่อฟื้นฟูและคิดทบทวนก่อนเริ่มใหม่"

ก่อนหน้านี้ แมนฯ ยูไนเต็ดตัดสินใจปลดอโมริมหลังผลงานไม่เป็นไปตามคาดและบรรยากาศในทีมสั่นคลอน โดยมีรายงานว่าเกิดความตึงเครียดเรื่องอำนาจการทำทีมและนโยบายเสริมทัพ อโมริมเคยย้ำว่าเข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมไม่ใช่แค่โค้ชที่ทำตามคำสั่ง

สำหรับอนาคต ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ได้รับบทกุนซือขัดตาทัพ ขณะที่สโมสรเริ่มมองหาเฮดโค้ชคนใหม่ หวังฟื้นฟูฟอร์มและสถานะบนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้
 

เมื่อ Gen Y ทำป้ายบอกทาง ชาวเน็ตโพสต์คลิปป้ายข้างทาง พบข้อความอ่านแล้วถึงกับ “อมยิ้ม”

(5 ม.ค. 69 ) ผู้ใช้ Tiktok ชื่อบัญชี ‘noorungkra รุ้งกินน้ำเกิดทางทิศเหนือ’ โพสต์คลิปที่มีป้ายข้อความข้างทางที่กำลังก่อสร้างถนน โดยตั้งชื่อคลิปว่า “เมื่อให้ Gen Y มาทำป้ายบอกทาง”พร้อมข้อความว่า เมื่อเส้นสุพรรณบุรี-บางบัวทองทำถนน ไอ้เราก็นั่งอ่านป้ายเพลินๆ เสียดายถ่ายตอนช่วงแรกไม่ทัน 

พร้อมกับถ่ายภาพป้ายที่มีข้อความต่าง ๆ อาทิ
- ครึ่งทางแล้วนะ เห็นไหมไม่ไกล
- อีก 8 กม. พ้นหน้างานก่อสร้าง ไปกันต่อ
- ทางชีวิตยังต้องซ่อม ถนนเช่นกัน ไปกันต่อ...(โถ มาway เปรียบเปรยสะและ ไปกันต่อ)
- อีก 6 กม. พ้นหน้าก่อสร้าง อีกอึดใจเดียว (ฮีบไว้ๆ อีกอึดใจว่าซ่าน)
- เสาร์-อาทิตย์ รถติดเยอะ ฝากบอกเพื่อนด้วยนะจ๊ะ (เค้าฝากให้ชั้นมาบอกพวกแกอ่ะ)
- อีก 4 กม. พ้นหน้างานก่อสร้างแล้วนะจ๊ะ (นะจ๊ะ.....สะด้วย แหมมมม)
- อีก 2 กม. พ้นหน้างานก่อสร้าง ใกล้แล้วที่รัก (เอ้าโสดอยู่ดีๆ มีคนเรียกที่รักเฉยยย)
- เดินทางโดยสวัสดิภาพ ด้วยความปรารถนาดีจาก แขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 1 (ว๊า หมดสะแระ ขับขี่ด้วยความปลอดภัยทุกท่านนะคะ)

และยังระบุข้อความในคลิปด้วยว่า ถนนซ่อม รถติด ขับตามกันมา เห็นป้ายพวกนี้มันน่ารักจัง 

ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของหน่วยงานรัฐที่ต้องการลดความตึงเครียดให้กับผู้ที่ใช้รถใช้ถนนที่ต้องเจอกับสภาพรถติดจากเหตุซ่อมถนน รวมถึงผู้นำคลิปมาเผยแพร่ที่มีอารมณ์ขัน สามารถนำป้ายข้างทางมาร้อยเรียงทำให้บรรยากาศมีความผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

“เมย์ รัชนก” เปิดภาพเหรียญซีเกมส์ 2025 สภาพเปลี่ยนเร็ว ผ่านแค่ 2 สัปดาห์แต่ผิวทองมีรอย ชวนสงสัยเป็นปัญหาบางล็อตหรือการเก็บรักษา โซเชียลแห่ตั้งคำถามคุณภาพเหรียญ

(5 ม.ค. 69) 'เมย์' รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย โพสต์ภาพเหรียญทองซีเกมส์ 2025 ที่เธอได้รับในมหกรรมซีเกมส์ครั้งที่ 33 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ แต่พบสภาพเหรียญมีรอยด่างและสีทองเริ่มลอก แม้จะผ่านการแข่งขันเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น

'เมย์' เขียนแคปชั่นเล่นๆ ว่า "อ้าวววววว!! อย่าบอกนะว่าข้างในคือ ช็อกโกแลต เหมือนตอนเด็กๆ" โพสต์นี้จึงถูกแชร์และส่งผลให้แฟนกีฬาแสดงความเห็นและเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงคุณภาพเหรียญรางวัล

ประเด็นที่เพิ่มความสนใจ คือ 'เมย์' คว้าเหรียญทองจาก 2 รายการคือ ทีมหญิง และหญิงเดี่ยว แต่ไม่ระบุชัดว่าเหรียญที่เสียหายเป็นของรายการใด ขณะที่ข้อมูลทางการประกาศว่าเหรียญผลิตด้วยวัสดุแข็งแรงและชุบสีที่ไม่หลุดลอก

จนทำให้เกิดคำถามว่า รอยด่างและลอกเป็นผลจากการใช้งาน หรือมีปัญหาในกระบวนการผลิต ขณะเดียวกันยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดหรือผู้ผลิตเหรียญ

การดูแลเหรียญควรเช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ หลีกเลี่ยงความชื้นและการเสียดสี เพื่อรักษาคุณภาพเหรียญให้คงสภาพดี และยังรอคำอธิบายอย่างเป็นทางการจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

42 วีรชนแห่งสมรภูมิไทย-กัมพูชา: สดุดีความกล้าหาญและหัวใจที่พลีเพื่อแผ่นดิน

ท่ามกลางวิกฤตการณ์และความผันผวนของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตลอดปีพุทธศักราช 2568 (2025) สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นเครื่องเตือนใจถึงราคาของอธิปไตยและความสงบสุขคือ การเสียสละของ 42 นายทหารหาญ ที่ยอมสละชีพในหน้าที่เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยจากการปะทะและความขัดแย้งที่ดุเดือดที่สุดครั้งหนึ่งในรอบทศวรรษ
.
สมรภูมิที่ต้องแลกด้วยชีวิต
เหตุการณ์ความสูญเสียตลอดปี 2568 เกิดขึ้นจากหลายระลอกของความตึงเครียดตามแนวชายแดน:
.
เหตุการณ์ทุ่นระเบิด (กรกฎาคม 2568): เริ่มต้นจากการถูกลอบวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ลาดตระเวน นำไปสู่การสูญเสียกำลังพลและสร้างบาดแผลทางใจให้แก่กองทัพ
.
การปะทะครั้งใหญ่ (ธันวาคม 2568): ในช่วงปลายปีที่สถานการณ์พุ่งสู่จุดเดือด ทหารไทยได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในพื้นที่ทับซ้อน เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต
.
รวมพลังใจ 42 นาย: ทุกรายชื่อที่ปรากฏในทำเนียบผู้สูญเสีย คือนายทหารที่มีครอบครัว มีความฝัน แต่ยอมเลือกหน้าที่ในการเป็นรั้วของชาติเหนือสิ่งอื่นใด
.
โดยรอบแรกเดือนกรกฎาคม สูญเสีย 15 นาย ประกอบด้วย
1. พลทหาร วรัญชิต ยวงสุวรรณ (เสียชีวิตวันที่ 24 ก.ค.)
2. จ.ส.อ. ธวัชชัย บุสภา (เสียชีวิตวันที่ 25 ก.ค.)
3. ส.อ. จิรายุ สิงห์อ้น (เสียชีวิตวันที่ 25 ก.ค.)
4. ส.อ. นพดล บุญเลิศ (เสียชีวิตวันที่ 25 ก.ค.)
5. ส.อ. กฤษฎา น้อยโคตร(เสียชีวิตวันที่ 25 ก.ค.)
6. ส.ท. ศราวุฒิ นามสวัสดิ์ (เสียชีวิตวันที่ 25 ก.ค.)
7. ส.อ. จิรายุส อินทุมาน (เสียชีวิตวันที่ 25 ก.ค.)
8. พลทหาร ณาณพัฒน์ โคตรสาขา (เสียชีวิตวันที่ 26 ก.ค.)
9. ส.อ. อัมรินทร์ ผาสุข (เสียชีวิตวันที่ 28 ก.ค.)
10. พลทหาร สิรวิชญ์ ภิญโญสุข (เสียชีวิตวันที่ 28 ก.ค.)
11. จ่าสิบเอก อโณทัย ป้องแก้ว (เสียชีวิตวันที่ 28 ก.ค.)
12. จ.ส.อ.ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารทหารราบที่ 3 (เสียชีวิต 28 ก.ค.)
13. จ.ส.อ.อภิรมย์ ทรงพุฒิ สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารทหารราบที่ 8 (เสียชีวิต 28 ก.ค.)
14.พลทหาร ธีรยุทธ กระจ่างทอง สังกัด กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 13 (เสียชีวิต 28 ก.ค.)
15.ส.ท.ต่อพงษ์ พันดวง สังกัดกองพันกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารทหารราบที่ 16 (เสียชีวิต 28 ก.ค.)

โดนัลด์ ทรัมป์ กับ "America First 2.0": การกลับมาที่สั่นสะเทือนโลกอีกครั้ง

การกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นสมัยที่ 2 ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนขั้วอำนาจในทำเนียบขาว แต่คือการประกาศศักดาของนโยบาย "America First" ที่เข้มข้นและดุดันยิ่งกว่าเดิม พร้อมกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงปฏิบัติการที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกมุมโลกทั้งในมิติเศรษฐกิจและการทหาร

 สงครามการค้า 2.0: กำแพงภาษีที่เขย่าตลาดโลก

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง ทรัมป์ได้ดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจที่ช็อกโลกด้วยการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้าหลักอย่างถ้วนหน้า โดยอ้างเพื่อปกป้องฐานการผลิตและแรงงานในสหรัฐฯ มาตรการนี้ส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนในห่วงโซ่อุปทานโลก ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก และนำไปสู่การตอบโต้ทางการค้าที่ทำให้ระเบียบเศรษฐกิจโลกเดิมแทบจะล่มสลายลง

 ปฏิบัติการเหนือน่านฟ้าอิหร่าน: การใช้กำลังที่ไร้ความปราณี

ในด้านความมั่นคง ทรัมป์ได้ยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลางสู่จุดวิกฤต ด้วยการสั่งการให้ฝูงบินรบเข้าทิ้งระเบิดถล่มจุดยุทธศาสตร์สำคัญในประเทศอิหร่าน ปฏิบัติการทางอากาศครั้งนี้ถูกอ้างว่าเป็นการยับยั้งภัยคุกคามนิวเคลียร์และการแผ่อิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาค แต่ผลที่ตามมาคือเสียงประณามจากนานาชาติและความกังวลว่าโลกอาจก้าวเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 3

 วิกฤตเวเนซุเอลา: ปฏิบัติการเด็ดหัวและรุกรานอธิปไตย

เหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึงที่สุดในรอบปีคือปฏิบัติการทางทหารในอเมริกาใต้ เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ภายใต้คำสั่งของทรัมป์ได้เปิดฉากบุกถล่มประเทศเวเนซุเอลาอย่างเต็มรูปแบบ โดยเป้าหมายหลักคือการเข้าควบคุมตัวประธานาธิบดีของเวเนซุเอลาและนำตัวกลับมายังสหรัฐฯ เพื่อดำเนินคดี ปฏิบัติการครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงและเป็นการใช้อำนาจบาตรใหญ่ที่ทำให้ความมั่นคงในภูมิภาคลาตินอเมริกาพังทลาย

นอกเหนือจากนโยบายเศรษฐกิจและการทหารที่ดุดัน อีกหนึ่งบทบาทของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่สร้างข้อกังขาและกระแสวิจารณ์ไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือการก้าวเข้ามาเป็น "คนกลาง" ในความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ในการสร้างสันติภาพของตนเอง

โอปอล สุชาตา ช่วงศรี: ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ Miss World คนแรกของไทย และ "นางงามแห่งปี 2568"

ความฝันที่คนไทยรอคอยมานานหลายทศวรรษได้กลายเป็นความจริง เมื่อ โอปอล สุชาตา ช่วงศรี สามารถจารึกชื่อเป็นผู้ครองมงกุฎ Miss World คนแรกของประเทศไทย ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับคนไทยทั้งชาติอย่างที่สุด และถือเป็นบุคคลที่สร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกให้แก่สังคมไทยในระดับสากล

 ความภูมิใจบนเวทีโลก: โอปอลคือตัวแทนความสง่างามที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยอย่างโดดเด่นในปี 2568

 ฟันเฟืองขับเคลื่อนสังคม: เธอถูกยกย่องในฐานะบุคคลที่อุทิศแรงกายแรงใจในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนและมีเกียรติ

 สัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่น: ความสำเร็จของเธอเป็นแรงบันดาลใจที่พิสูจน์ถึงพลังของความพยายามและทัศนคติที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นใหม่

 วิชัย ทองแตง: จากตำนานราชาเทกโอเวอร์ สู่เข็มทิศผู้นำทางสตาร์ตอัปไทย

ในแวดวงธุรกิจไทย ชื่อของ คุณวิชัย ทองแตง คือสัญลักษณ์ของความสำเร็จระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็นบทบาททนายความชื่อดัง หรือนักลงทุนผู้สร้างอาณาจักรธุรกิจมูลค่ามหาศาลจากการควบรวมกิจการ (M&A) แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของท่านได้เปลี่ยนผ่านไปสู่อีกบทบาทที่น่าเลื่อมใสยิ่งกว่าเดิม 

 การวางมือที่ยิ่งใหญ่: จาก "กำไร" สู่ "การสร้างคน"

หลังจากสั่งสมประสบการณ์และพานาวาธุรกิจยักษ์ใหญ่ฝ่าคลื่นลมมาหลายทศวรรษ คุณวิชัยได้ตัดสินใจลดบทบาทการบริหารในธุรกิจหลักลง เพื่อหันมาอุทิศเวลาให้กับพันธกิจที่ท่านเชื่อมั่น นั่นคือการส่งต่อ "องค์ความรู้" และ "ทุนปัญญา" ให้แก่คนรุ่นใหม่:

The Godfather Of Startup: ท่านไม่ได้มองสตาร์ตอัปเพียงแค่การลงทุนเพื่อผลกำไร แต่เปรียบเสมือนการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ทางเศรษฐกิจใหม่ของไทย โดยใช้ประสบการณ์และเครือข่ายธุรกิจที่สั่งสมมานาน เป็น "สปริงบอร์ด" ให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่ระดับสากลได้เร็วขึ้น
 Mentor ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา: ในวัยที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ท่านยังคงเปิดกว้างในการพูดคุยและให้คำปรึกษาแก่นักธุรกิจรุ่นใหม่อย่างเป็นกันเอง โดยเน้นย้ำเรื่องความกตัญญูและคุณธรรมในการทำธุรกิจควบคู่ไปกับความเก่งกาจทางกลยุทธ์

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์: “ผู้รับใช้สังคมแห่งปี 2568” พลังขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมและจิตวิญญาณอาสาเพื่อลมหายใจคนกรุง

ท่ามกลางปัญหาความเหลื่อมล้ำและวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงในปีพุทธศักราช 2568 ชื่อของ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะบุคคลที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานเพื่อสาธารณะอย่างไม่หยุดหย่อน THE STATES TIMES ขอยกให้เป็น “ผู้รับใช้สังคมแห่งปี 2568”

 1. จิตวิญญาณแห่งการให้: มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก
ในบทบาทกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นายวีระศักดิ์ได้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนพันธกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศ:

 การบริหารจัดการวิกฤต: ท่านมีบทบาทสำคัญในการวางระบบการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้มีความรวดเร็วและทั่วถึง
 การฟื้นฟูที่ยั่งยืน: มุ่งเน้นการสร้างอาชีพและคืนความสุขให้แก่ผู้ประสบภัยตามแนวทาง "แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน"
 ภาพลักษณ์นักปฏิบัติ: เป็นผู้นำที่ลงพื้นที่จริงเพื่อให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ ส่งถึงมือผู้ที่เดือดร้อนที่สุดอย่างแท้จริง

 สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว: นักการทูตแห่งปี 2568 ผู้ใช้การทูตเชิงรุกนำพาไทยกลับสู่จุดเด่นบนเวทีโลก

ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกในปีพุทธศักราช 2568 (2025) การก้าวเข้ามาดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ "เสียงของประเทศไทย" กลับมาดังกังวานและทรงพลังอีกครั้งในเวทีสากล ด้วยวิสัยทัศน์และการทำงานที่เป็นมืออาชีพ THE STATES TIMES ขอยกให้เป็น "นักการทูตแห่งปี 2568"

 การทูตเชิงรุก (Proactive Diplomacy): ฟื้นคืนความเชื่อมั่นและเกียรติภูมิ

หลังจากที่ไทยต้องเผชิญกับบททดสอบทางการเมืองและสถานการณ์ความมั่นคงชายแดน นายสีหศักดิ์ได้นำกลยุทธ์ "การทูตเชิงรุก" มาใช้เป็นแกนหลักในการบริหารนโยบายต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการกลับมาเป็น "ผู้เล่นสำคัญ" (Key Player) ในภูมิภาคอาเซียนและเวทีโลก:

 การบริหารความสัมพันธ์ท่ามกลางความขัดแย้ง: ในช่วงวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ท่านได้ใช้ทักษะการเจรจาระดับพหุภาคีเพื่อลดแรงตึงเครียด ควบคู่ไปกับการรักษาอธิปไตยของชาติไว้อย่างสง่างาม โดยเน้นการสื่อสารที่โปร่งใสและยึดหลักกฎหมายสากล

สะพานเชื่อมมหาอำนาจ: ท่านมีบทบาทโดดเด่นในการสร้างความสมดุล (Strategic Balancing) ระหว่างมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในการเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของในหลวงและพระราชินี ในวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งท่านนับเป็นหนึ่งในขุนพลผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการยกระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืน

ศุภจี สุธรรมพันธุ์: "รัฐมนตรีนักการค้าแห่งปี 2568" ผู้ใช้ CEO Mindset ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าไทยสู่สากล

ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในช่วงปีพุทธศักราช 2568 (2025) การก้าวเข้ามาดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ของ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาที่ไม่นานนัก แต่เธอกลับสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการนำแนวคิดแบบผู้บริหารระดับโลก (CEO Mindset) มาใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน THE STATES TIMES ขอยกให้เป็น "นักการค้าแห่งปี 2568"

จากแม่ทัพธุรกิจสู่ขุนพลการค้า: การเจรจาที่รวดเร็วและเฉียบคม

ด้วยภูมิหลังที่เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงจากทั้ง IBM และกลุ่มดุสิตธานี คุณศุภจีได้เปลี่ยนภาพลักษณ์การเจรจาการค้าของไทยจากรูปแบบพิธีการเดิม ๆ สู่การเป็น "ทูตการค้าเชิงยุทธศาสตร์" โดยเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง:

 การเจรจาการค้าเชิงรุก: เธอใช้ระยะเวลาอันสั้นในการนำทัพสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) และเอเชียกลาง เพื่อลดการพึ่งพาตลาดหลักเพียงไม่กี่แห่ง
 ปลดล็อกอุปสรรคทางการค้า: มุ่งเน้นการแก้ไขข้อตกลงทางการค้า (FTA) ที่ค้างคา โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการเจรจาระดับสากลเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการไทย
 ยกระดับ Soft Power เป็นสินค้าส่งออก: ผลักดันให้อาหารไทย บริการด้านสุขภาพ และสินค้าสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่ "วัฒนธรรม" แต่คือ "สินค้าส่งออกเกรดพรีเมียม" ที่สร้างรายได้มหาศาลเข้าสู่ประเทศ

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค: นักการเมืองแห่งปี 2568 ผู้คืนความสุขผ่านค่าไฟและภารกิจลดภาระค่าครองชีพ

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวนในปีพุทธศักราช 2568 (2025) หนึ่งในนักการเมืองที่โดดเด่นและเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในฐานะ "ที่พึ่งของประชาชน" คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน THE STATES TIMES ขอยกให้เป็น "นักการเมืองแห่งปี 2568"

ผลงานที่เป็นรูปธรรมและเข้าถึงหัวใจคนไทยมากที่สุด คือความมุ่งมั่นในการเข้ามารื้อโครงสร้างพลังงานเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน นายพีระพันธุ์ได้แสดงความเด็ดขาดในการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและการเจรจากับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อ ตรึงราคาค่าไฟฟ้าให้ไม่เกิน 4 บาทต่อหน่วย ตลอดช่วงวิกฤตในปี 2568 ซึ่งถือเป็นตัวเลขทางจิตวิทยาที่สำคัญในการประคองค่าครองชีพไม่ให้พุ่งสูงจนเกินรับไหว

 นักการเมืองผู้ยึดถือผลประโยชน์ของราษฎร

การได้รับยกย่องเป็น นักการเมืองแห่งปี 2568 ไม่ได้มาเพียงเพราะการลดตัวเลขในใบแจ้งหนี้ แต่มาจากสไตล์การทำงานที่เน้น "ความถูกต้อง" และ "ความโปร่งใส":

การแก้ไขกฎหมายพลังงาน: ผลักดันการปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย เพื่อเปิดทางให้โครงสร้างราคาพลังงานมีความเป็นธรรมต่อผู้บริโภคมากขึ้น
การลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ: ให้ความสำคัญกับการอุดหนุนค่าไฟฟ้าแก่กลุ่มเปราะบางและครัวเรือนที่ใช้ไฟน้อย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ
ความเด็ดขาดในการเจรจา: ยืนหยัดในผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนในการเจรจากับกลุ่มทุนพลังงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top