Tuesday, 7 July 2026
NEWS

รำลึกโศกนาฏกรรม 28 มีนาคม: เมื่อแผ่นดินไหวเมียนมาเปลี่ยนบทเรียนความปลอดภัยไทยไปตลอดกาล

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 13.20 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่ดูเหมือนจะเป็นวันทำงานปกติของใครหลายคน แต่สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและกรุงเทพมหานคร วันนั้นได้กลายเป็นบันทึกหน้าเศร้าของประวัติศาสตร์ภัยพิบัติ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่ประเทศเมียนมา มีขนาดความรุนแรง 8.2  แมกนิจูด มีจุดศูนย์กลางใกล้เมืองมัณฑะเลย์ ลึกลงไปในใต้ดินประมาณ 10 กิโลเมตร แผ่นดินไหวครั้งนี้มีค่าความรุนแรงตามมาตราเมร์กัลลีอยู่ที่ระดับ X (หายนะ) นับเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในประเทศเมียนมานับตั้งแต่ พ.ศ. 2455

แรงสั่นสะเทือนจากรอยเลื่อนสะกาย ซึ่งเป็นรอยเลื่อนสำคัญในภูมิภาค แผ่กระจายไปยังประเทศไทยหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ก็ยังรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้อย่างชัดเจน

 เหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม

เวลาประมาณ 13.25 น. อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (หลังใหม่) ซึ่งมีความสูง 33 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณจตุจักร กรุงเทพมหานคร ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง พังถล่มลงมา เหตุการณ์นี้กลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล

กรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อน ทำให้สามารถขยายคลื่นแผ่นดินไหวให้แรงขึ้นได้อีก 3-4 เท่า ส่งผลให้อาคารสูงเกิดอาการสั่นโยกอย่างรุนแรง แผ่นดินไหวครั้งนี้มีลักษณะคลื่นคาบเวลายาว ซึ่งเมื่อตรงกับคาบเวลาธรรมชาติของอาคารสูง ทำให้เกิดการสั่นพ้อง (Resonance) หรืออาคารสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเป็นพิเศษ

บันทึกหน้าประวัติศาสตร์: สมรสเท่าเทียมไทย จากความฝันสู่อธิปไตยแห่งความรัก

วันที่ 22 มกราคม 2568 จะถูกจารึกไว้ในฐานะวันแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เมื่อกฎหมาย “สมรสเท่าเทียม” หรือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นลำดับที่ 3 ในเอเชีย (ถัดจากไต้หวันและเนปาล) ที่รับรองสิทธิการสร้างครอบครัวของบุคคลทุกเพศอย่างเสมอภาค

หัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือการรื้อถอนกำแพงทางเพศที่เคยจำกัดอยู่ในตัวบทกฎหมายเดิม โดยมีการเปลี่ยนถ้อยคำสำคัญในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อให้ครอบคลุมความหลากหลายทางชีวภาพและอัตลักษณ์ทางเพศ:

มาตรา 1448: เปลี่ยนจากความสัมพันธ์ระหว่าง “ชายและหญิง” เป็นการสมรสระหว่าง “บุคคลสองคน”
สถานะทางกฎหมาย: เปลี่ยนจากคำว่า “สามี-ภริยา” เป็นคำว่า “คู่สมรส” (Spouse)
เกณฑ์อายุ: กำหนดให้บุคคลที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ขึ้นไปสามารถหมั้นและสมรสกันได้ (หรือต่ำกว่านั้นหากศาลอนุญาต)

ผบ.ทร. อำนวยพรและให้กำลังใจทหารในแนวหน้า

เนื่องในโอกาสเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2569 ผมขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังกำลังพลทุกนาย ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน ทั้งทางบกและทางทะเล

ในขณะที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขกับครอบครัว ยังมีท่านอีกหลายชีวิตที่ยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าจะอยู่ตามแนวชายแดน บนยอดเขาสูง หรือในท้องทะเลอันห่างไกล ภารกิจที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงเหล่านี้ คือความเสียสละอันยิ่งใหญ่และทรงเกียรติ

เวทีใหญ่ก็ไม่หวั่น!! “สึสึมิ” โชว์พลังหมัด น็อกควินตานาในยก 4 ที่ริยาด เป้าหมายชัดล่าชื่อแชมป์โลก ยืนยันขึ้นสู่ระดับที่ใหญ่กว่า

(30 ธ.ค. 68) 'เรียโตะ สึสึมิ' นักมวยดาวรุ่งชาวญี่ปุ่น รักษาฟอร์มร้อนแรงด้วยชัยชนะน็อกในยกที่ 4 เหนือ 'ลีโอบาร์โด ควินตานา ซานเชซ' จากเม็กซิโก ในศึก The Ring V: Night of the Samurai ที่เมืองริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ทำให้สถิติชนะเพิ่มเป็น 4 ไฟต์รวด

ไฟต์นี้ สึสึมิสามารถควบคุมจังหวะและความนิ่งบนเวที แม้ฝ่ายคู่ชกจะพยายามเปลี่ยนท่าเต้นและสร้างความสับสน แต่กำปั้นญี่ปุ่นชกด้วยหมัดซ้ายที่แรงและแม่นยำ โดยในยก 4 เขาเร่งเครื่องทำหมัดชุดลำตัวจนควินตานาทรุดและกรรมการยุติการชกที่เวลา 1:14 นาที

หลังชัยชนะ สึสึมิเผยเป้าหมายชัดเจนว่าอยากเป็นแชมป์โลกภายใน 10 ไฟต์ และจะไต่ระดับขึ้นทีละขั้นเพื่อยกระดับอันดับและขึ้นสู่เวทีที่ใหญ่กว่า "ผมจะขยับแบบทีละขั้นเพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางไว้" สึสึมิกล่าว

ความโดดเด่นของสึสึมิอยู่ที่หมัดหนักและจังหวะคมที่สร้างความกดดันต่อคู่ชกอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับความเร็วในการปิดเกมที่ทำให้เขามีสถิติชนะน็อกถึง 3 ใน 4 ไฟต์ และน่าจะถูกดันขึ้นสู่ด่านที่หนักขึ้นในอนาคตอันใกล้

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1629254/

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่!! “ภูมิรพี สิริบุญญากุลย์” เปิดใจเส้นทางสู่มือหนึ่งแดนซามูไร ลุยบอลมัธยมปลายญี่ปุ่น พาทีมคว้าแชมป์จังหวัดอิบารากิ

(29 ธ.ค. 68) 'ภูมิรพี สิริบุญญากุลย์' ผู้รักษาประตูดาวรุ่งทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะไทยคนแรกที่ได้ลงเล่นในฟุตบอลมัธยมปลายของญี่ปุ่น กับโรงเรียนคาชิม่า กักคุเอน ซึ่งล่าสุดช่วยทีมคว้าแชมป์จังหวัดอิบารากิ พร้อมผ่านเข้ารอบแข่งขันชิงแชมป์ระดับประเทศครั้งที่ 104

ในเกมรอบชิงชนะเลิศระดับจังหวัดอิบารากิ ทีมของเขาเอาชนะเมชู ฮิตาชิ 3-1 และคว้าตั๋วเข้ารอบประเทศได้สำเร็จ โดยภูมิรพีรับบทนายทวารมือหนึ่งที่ทีมวางใจอย่างเต็มที่ นอกจากนี้เขายังตั้งเป้าไว้ว่า "อยากไม่เสียประตูในนัดชิงฯ" เพื่อเป็นส่วนสำคัญทีมในการแข่งขันใหญ่

ภูมิรพีเคยเผชิญกับเส้นทางที่ยากลำบากในไทย เนื่องจากแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามหลายปี ก่อนตัดสินใจบินเดี่ยวไปเรียนและเล่นฟุตบอลที่ญี่ปุ่น แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคเรื่องภาษาและสภาพอากาศหนาวเย็น แต่เขาก็ค่อยๆ พัฒนาตัวเองทั้งในสนามและชีวิตประจำวัน

โปรไฟล์ของเขาโดดเด่นด้วยสรีระสูง 191 ซม. และความสามารถในการเล่นหลายภาษา ภูมิรพีเคยเล่นให้กับเยาวชนเมืองทอง ยูไนเต็ด และติดทีมชาติไทย U-17 โดยเขามองว่า "J ลีกคือหนึ่งในเป้าหมาย" ในการพัฒนาสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความพยายามอย่างหนักของนักกีฬาหนุ่มไทยที่ตั้งใจฝากฝีเท้าในเวทีต่างประเทศ แต่ยังชี้ให้เห็นแนวทางใหม่ของนักกีฬาที่เลือกเดินเส้นทางต่างแดนเพื่อหาความท้าทายและโอกาสที่มากขึ้นในวงการฟุตบอล

ที่มา : https://www.ballthai.com/

ทุ่มไม่ยั้ง!! เพื่อนบ้านอาเซียนปักหมุด “อภิมหาสนามกีฬา” ฮานอยวางเป้าเสร็จ 2028 สนามจุ 135,000 ที่นั่ง หวังขึ้นแท่นศูนย์กลางกีฬาโลก

(28 ธ.ค. 68) เวียดนามเดินหน้าโครงการ "Olympic Sports Urban Area" ชานกรุงฮานอย ตั้งเป้าสร้างสนาม Trống Đồng Stadium ความจุ 135,000 ที่นั่ง เป็นหัวใจเมืองกีฬาใหม่ กดปุ่มเมกะโปรเจกต์ที่ลงทุนกว่า 925.6 ล้านล้านดอง หรือราว 35.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อยกระดับเวียดนามเข้าสู่เวทีโลกกีฬาในช่วงทศวรรษหน้า

ตามข้อมูลทางการ โครงการนี้มีขนาดถึง 9,171 เฮกตาร์ โดยสนาม Trống Đồng ใช้พื้นที่ 73.3 เฮกตาร์ ออกแบบรองรับมาตรฐานการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยเป้าหมายคือเสร็จสิ้นในเดือนสิงหาคม 2028 เพื่อเปลี่ยนพื้นที่นี้ให้เป็นศูนย์กลางกีฬาและเมืองระดับภูมิภาคและนานาชาติ

สนามจุ 135,000 ที่นั่งทำให้ Trống Đồng Stadium ถูกจัดเป็นหนึ่งในสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้จะมีรายงานหลากหลายว่าขนาดนี้อาจเป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดหรือรองอันดับสองรองจาก Rungrado 1st of May Stadium ของเกาหลีเหนือ แต่ความสำคัญคือเวียดนามกำลังยกระดับโครงสร้างพื้นฐานกีฬาให้เหนือกว่าในภูมิภาคอาเซียน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า "โครงการนี้ไม่ใช่แค่สนามฟุตบอล แต่รองรับจัดอีเวนต์ระดับเอเชียน เกมส์ โอลิมปิก และเวิลด์คัพ" พร้อมชูผลกระทบเศรษฐกิจ ทั้งการลงทุนใหม่ สร้างงาน และการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและพาณิชย์ที่รวดเร็ว

เวียดนามตั้งเป้าที่จะเพิ่ม Soft Power และเพิ่มเครดิตการเป็นเจ้าภาพในระดับโลก โดยการมีสนามกีฬาและระบบรองรับที่พร้อมจะเป็นแต้มต่ออันดับต้นๆ ในภูมิภาค ขณะที่ไทยควรเรียนรู้จากโมเดลนี้ โดยไม่เพียงแค่เน้นขนาดสนาม แต่ต้องวางแผนใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนและเชื่อมโยงระบบเดินทางได้สะดวก เพื่อป้องกันปัญหาสนามร้างและความลำบากในการบริหารจัดการหลังงานใหญ่

ที่มา: https://www.sanook.com/sport/1628432/

“มาดามแป้ง” สุดปลื้ม!! รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยนครพนม สะท้อนบทบาทผู้นำหญิงในงานบริหาร หนุนแรงบันดาลใจคนรุ่นใหม่

(26 ธ.ค. 68) ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม จากมหาวิทยาลัยนครพนม เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่หอประชุมวชิรบพิตร โดยมีครอบครัวร่วมแสดงความยินดี

ภายหลังพิธี ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม พร้อมคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ร่วมมอบช่อดอกไม้และแสดงความยินดีในโอกาสที่ ‘มาดามแป้ง’ ได้รับเกียรติยศครั้งสำคัญนี้

มหาวิทยาลัยนครพนมจัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาปี 2567 รวม 1,108 คน โดยในปีเดียวกันได้มอบปริญญากิตติมศักดิ์แก่บุคคล 5 ราย รวมถึง ‘มาดามแป้ง’ ด้วย มอบเกียรติอันทรงคุณค่านี้เพื่อยกย่องผู้มีผลงานคุณูปการต่อสังคมและประเทศชาติ

‘มาดามแป้ง’ เป็นที่รู้จักทั้งในวงการธุรกิจและกีฬาด้วยบทบาทเด่นในธุรกิจประกันภัยและการขับเคลื่อนฟุตบอลไทย การได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทผู้นำหญิงในวงการบริหารและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในสาขาการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

มหาวิทยาลัยนครพนมยังเน้นย้ำว่าการมอบเกียรติยศนี้ไม่เพียงแต่เป็นการมอบปริญญาเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมและคนรุ่นใหม่ผ่านตัวอย่างของผู้ได้รับเกียรติยศในแต่ละสาขา

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1628412/

กกท. เคาะแนวทาง!! ลงพื้นที่เช็กสนามครบ 3 คลัสเตอร์ มุ่งมั่นมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย ย้ำใช้งานสนามต่อเนื่องหลังจบงาน โฟกัสความรับผิดชอบสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ

(24 ธ.ค. 68) การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ลุยยกระดับสนามแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพช่วงวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยสนามต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ และ เอ็กซ์ตรีม ที่ได้มีการปรับปรุง จนอยู่ในระดับมาตรฐานสากล

โดยวางเป้าหมายให้สนามแข่งขันและระบบต่าง ๆ ได้มาตรฐานสากล ทั้งเรื่องความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการบริหารหลังจบงาน เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานกีฬานี้ใช้งานได้ยั่งยืนไม่ถูกทิ้งร้าง

กกท. ส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบสนามแข่งขันและระบบรองรับใน 3 คลัสเตอร์หลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และสงขลา พร้อมประสานงานเจ้าหน้าที่ในแต่ละจังหวัดเพื่อบูรณาการงาน โดยเฉพาะที่สงขลาซึ่งมีประสบการณ์จัดกีฬาระดับนานาชาติแล้ว มีความพร้อมในการปรับสู่มาตรฐานซีเกมส์ ขณะที่ชลบุรีเน้นความพร้อมระบบทั้งหมดตั้งแต่สนามถึงการสร้างบรรยากาศ และกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางพิธีเปิด-ปิด ยกระดับสนามและเมืองเป็นภาพลักษณ์เมืองเจ้าภาพ

กรอบมาตรฐานสากลถูกชูในเรื่องความปลอดภัยเป็นหัวใจหลัก โดย กกท. ระบุพร้อมปรับแผนสนามหากพบความเสี่ยงเพื่อให้มั่นใจทุกฝ่ายปลอดภัยและการแข่งขันคงคุณภาพระดับนานาชาติ ซึ่งสะท้อนความเป็นมืออาชีพของเจ้าภาพที่พร้อมยืดหยุ่นตามสถานการณ์จริง

สนามแข่งขันหลังจบงานจะไม่ถูกทิ้งเป็นภาระ เพราะ กกท. วางแผนให้ใช้เป็นศูนย์ฝึกซ้อม รองรับการแข่งขันในประเทศและนานาชาติ และเปิดเป็นพื้นที่กีฬาเพื่อสุขภาพของประชาชน พร้อมระบบบริหารจัดการสนามที่มั่นคงเพื่อรักษาคุณภาพ

นอกจากนั้น ซีเกมส์ครั้งนี้ยังเน้นแนวคิด Green SEA Games เพื่อรองรับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันกิจกรรม "ชิม ช็อป เชียร์" สนับสนุนสินค้าและชุมชนท้องถิ่นที่สนาม สร้างรายได้และกระจายเม็ดเงินไปสู่พื้นที่จริงอย่างทั่วถึง

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/other-sports/sports-world/96862/

สกอร์ขาดลอย!! ฟุตซอล U-16 ลุยถล่มบรูไน ไทยประเดิมชัยชนะ 20-0 เครื่องติดตั้งแต่นาทีแรกยิงเป็นพายุ เก็บชัยชนะแบบสะใจแฟนไทยทั้งฮอลล์

(24 ธ.ค. 68) ทีมฟุตซอลรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปีของไทย เปิดฉากศึกชิงแชมป์อาเซียน 2025 ด้วยการถล่ม บรูไน ดารุสซาลามไปขาดลอย 20-0 ในฐานะเจ้าภาพที่สนามแข่งขันย่านนนทบุรี เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568

"โค้ชตั้ม" ภัฎ ศรีวิจิตร ส่ง 5 คนแรกลงสนามได้แก่ ธนาธิป สำราญสุข (GK), ธนภพ สุเนตร (กัปตันทีม), นราวิชญ์ ศรีสุวรรณ, บุญฤทธิ์ เพ็ชรเทียม และ ปุณโณ หวังศิลปคุณ ก่อนที่ทีมจะยิงถล่มตั้งแต่ต้นเกมไม่หยุดจนจบครึ่งแรกนำ 10-0

ครึ่งหลังก็ยังคงทำได้อย่างต่อเนื่องโดยยิงเพิ่มอีก 10 ประตูรวมเป็น 20-0 สะท้อนความแข็งแกร่งของทีมไทยในศึกนี้ โดยมีนักเตะแบ่งกันทำประตูหลายราย "ธาวิน ทานเจือ" ซัด 5 ประตู ขณะที่ "ปุณโณ หวังศิลปคุณ" และ "บุญฤทธิ์ เพ็ชรเทียม" ยิงคนละ 4 ประตู

นอกจากนี้ "ธนภพ สุเนตร" กัปตันทีมยังยิงเพิ่ม 2 ประตู ช่วยนำทีมสู่ชัยชนะครั้งใหญ่ในเกมแรก "โค้ชตั้ม" กล่าวถึงความมั่นใจของทีมในโพสต์ผ่าน X ว่า "ทีมเราพร้อมเต็มที่กับทุกเกม"

ทัวร์นาเมนต์นี้มี 5 ทีมแข่งขันแบบพบกันหมดเพื่อคัดเลือก 2 ทีมเข้าชิงแชมป์ โดยวันเดียวกัน อินโดนีเซียก็ประเดิมชัยเหนือเมียนมา 4-2 ทำให้กลุ่มลุ้นแชมป์เริ่มเดือดตั้งแต่นัดแรก

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1628392/

ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ ‘พลเอก’ ให้ ‘พล.ท.บุญสิน พาดกลาง’ พร้อม 14 ทหารราชองครักษ์พิเศษ ทั้งเลื่อนยศ - รับพระราชทานเครื่องราชย์ฯ

ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “พลเอก” แก่ ‘แม่ทัพกุ้ง - พล.ท.บุญสิน พาดกลาง’ เตรียมเข้าพิธีรับพระราชทานยศ 28 ธ.ค. 68

(23 ธ.ค. 2568) รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ร.อ.วีระศักดิ์ อ๊อกกังวาล ผู้บัญชาการสำนักราชองครักษ์ประจำพระองค์ พระที่นั่งอัมพรสถาน ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงกลาโหม ลงวันที่ 21 ธ.ค. เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหาร และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เป็นกรณีพิเศษ ให้นายทหารองครักษ์พิเศษ

สาระสำคัญระบุว่า ด้วยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานยศทหาร และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เป็นกรณีพิเศษ ให้นายทหารราชองครักษ์พิเศษ จำนวน 15 นาย การนี้ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำนักงานราชองครักษ์ประจำพระองค์ จึงขอแจ้งกำหนดพิธีเข้ารับพระราชทานประดับเครื่องหมายยศ และพิธีเข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ในวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ อาคาร 606 สนามเสือป่า พระราชวังดุสิต

สำหรับบัญชีรายชื่อนายทหารราชองครักษ์พิเศษ สังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แนบท้ายหนังสือฉบับดังกล่าว พบว่าลำดับที่ 15 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ขอรับพระราชทานยศ พล.อ. (พลเอก)

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารสัญญาบัตรและนายตํารวจชั้นสัญญาบัตร แต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษและนายตํารวจราชองครักษ์พิเศษ จำนวน 38 นาย หนึ่งในนั้นคือ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง

สำหรับ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง เป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่ยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา คำแนะนำ และข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับด้านการบริหาร ด้านความมั่นคง ตลอดจนด้านการป้องกันประเทศ และกิจการอื่นๆ ให้แก่ ผบ.ทบ. และปฏิบัติงานเป็นการเฉพาะเรื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจให้กับ ผบ.ทบ. ตามที่ได้รับมอบหมาย

“ฉี ยู่ฉี” เผยจุดได้เปรียบ คว้าชัยเหนือวิว 2 เกมรวด เผยสภาพร่างกายตัวแปรสำคัญ ชี้ "วิว" ความเร็วตกเพราะล้าสะสม ปัจจัยความล้ารอบแบ่งกลุ่ม ทำเกมเปลี่ยน

(23 ธ.ค. 68) เมื่อวันที่ 20 ที่ผ่านมา ในการแข่งขันแบดมินตัน HSBC BWF World Tour Finals 2025 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน "ฉี ยู่ฉี" มือ 1 โลกชาวจีน เอาชนะ "วิว" กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันไทย ด้วยคะแนน 21-16 และ 21-13 ใช้เวลาประมาณ 51 นาที ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

หลังการแข่งขัน "ฉี" ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจัยชี้ขาดสำคัญคือลักษณะทางกายภาพของคู่แข่งที่ชาวไทยดูเหมือนจะมีความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลง เนื่องจากความล้าสะสมจากการลงสนามหนักในรอบแบ่งกลุ่ม เขากล่าวว่า "การเคลื่อนไหวของ กุลวุฒิ ดูช้าลงไปอย่างเห็นได้ชัดในเกมนี้…อาจเพราะสภาพร่างกายของเขาล้าเนื่องจากใช้พลังมากไปในรอบแบ่งกลุ่ม ทำให้ความเร็วของเขาลดลงไป"

นอกจากนี้ "ฉี" ยังเผยว่า พยายามควบคุมจังหวะเกมและใจเย็น เพราะเคยเจอสถานการณ์ที่เขานำแต่ถูก "วิว" พลิกเกมกลับมาได้ "เราเคยเจอกันมาแล้วหลายครั้ง…เคยเจอสถานการณ์ที่ผมเป็นฝ่ายนำ แต่สุดท้ายโดนเขาพลิกเกม…ดังนั้นเกมนี้ผมเลยต้องเตือนตัวเองให้ประคองเกม และอดทนก่อนเก็บชัยได้สำเร็จ"

เกมรอบรองชนะเลิศนี้ถูกมองว่าเป็นการควบคุมเกมของ "ฉี ยู่ฉี" ที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน ฝ่ายจีนออกตัวมั่นใจและคุมเกมได้อย่างเด็ดขาด ในขณะที่ฝ่ายไทยพยายามเร่งเกมแต่ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ สื่อไทยชี้ว่า "ฉี" มีความโดดเด่นในการคุมจังหวะหน้าเน็ต ทำให้ "วิว" ต้องทำหน้าที่วิ่งไล่ตามและทำผิดพลาดบ่อยครั้ง

แม้ "วิว กุลวุฒิ" จะจอดแค่รอบรองชนะเลิศ แต่ผลงานครั้งนี้ยังถือเป็นเครื่องยืนยันความแข็งแกร่งในระดับโลกก่อนปิดฤดูกาล ขณะที่ "ฉี" ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแต่พ่ายแพ้ให้กับ 'คริสโต โปปอฟ' มือดังจากฝรั่งเศสซึ่งคว้าแชมป์ชายเดี่ยว เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ ปี 2025

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1627883/

เปิดบัญชีแชมป์!! ‘บิว ภูริพล’ เจ้าของลมกรดทองคำ คว้า 3 ทองซีเกมส์ เงินอัดฉีดรวมหลักล้าน นักกรีฑาวัย 19 ปีทะยานสู่ดาวเด่นกรีฑาไทย

(22 ธ.ค. 68) ‘บิว’ ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาวัย 19 ปี สร้างประวัติศาสตร์ในซีเกมส์ 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ด้วยการคว้า 3 เหรียญทองในวิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร และผลัด 4x100 เมตรชาย ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568

ผลงานลมกรดหนุ่มนี้สะเทือนวงการกีฬาไทย โดยเฉพาะสถิติการวิ่ง 200 เมตรที่ทำสถิติใหม่ของไทยคือ 20.07 วินาที พร้อมคว้าเวลาที่รวดเร็วใน 100 เมตร 9.94 วินาที ในรอบรองฯ และผลัด 4x100 เมตรที่ 38.28 วินาที

ตามรายงานเงินอัดฉีดที่แน่ชัด คือ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) มอบเงินทองละ 300,000 บาท รวม 900,000 บาท จาก 3 ทอง และผู้จัดการทีมกรีฑาเพิ่มอีกเหรียญทองละ 50,000 บาท รวม 150,000 บาท ทำให้ยอดขั้นต่ำที่ได้รับยืนยันได้คือ 1,050,000 บาท

แม้บางกระแสจะระบุเงินอัดฉีดรวมแตะ 1.5 ล้านบาท แต่ข้อมูลจาก NSDF ยืนยันจ่ายตามเกณฑ์เดิม กระแสเงินพิเศษอาจมาจากแหล่งอื่นที่ยังไม่เปิดเผย ทำให้ ‘บิว’ กำลังเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองของวงการกรีฑาไทยและเตรียมก้าวสู่เวทีที่ใหญ่กว่าในอนาคต

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1627877/

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1330704825768425&set=pcb.1330705945768313

 

น้ำใจหลั่งไหล!! ‘วีระศักดิ์’ เผย อาสาเพื่อนพึ่งภาฯ ลุยหาดใหญ่ เร่งสร้างบ้าน 11 หลัง ช่วยผู้ป่วย-คนพิการ คืนที่พักให้คนยากไร้พ้นวิกฤตน้ำท่วม พร้อมชวนผู้มีจิตศรัทธามอบวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง

เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนพึ่งภาฯ เผยทีมงานเร่งปรับพื้นที่เชื่อมโครงเหล็กหวังคืนบ้านให้ผู้ประสบภัยที่ต้องอาศัยบ้านเพื่อนอยู่ เปิดรับบริจาควัสดุซ่อมแซมบ้านโดยตรงเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ 

(22 ธ.ค. 2568) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ทีมอาสาเครือข่ายเพื่อนพึ่งภาฯ จากนครศรีธรรมราช 17 คน ลงพื้นที่ช่วยฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่หลังน้ำท่วม โดยเร่งปรับพื้นที่และก่อสร้างบ้านให้ผู้ประสบภัยที่ชุมชนบ่อนไก่-ท่ายาง จำนวน 11 หลัง

นายวีระศักดิ์กล่าวว่า "วันนี้ทีมเข้าปรับพื้นที่และเชื่อมโครงเหล็กก่อสร้างบ้านได้ 2 หลัง พรุ่งนี้จะเร่งต่ออีก 2 หลัง" โดยเลือกช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบางที่ช่วยตัวเองไม่ได้ เน้นคนยากไร้ คนพิการ และผู้ป่วย ที่สำคัญผู้ประสบภัยไม่มีที่อยู่ ต้องไปอาศัยเพื่อนบ้านตั้งแต่น้ำท่วมจนถึงปัจจุบัน

สำหรับผู้ประสงค์ช่วยเหลือ สามารถบริจาคหรือมอบวัสดุก่อสร้าง โดยติดต่อจ่าโท โกเมศ ทองบุญชู หมายเลขโทรศัพท์ 089-444-4312 ทั้งนี้ ไม่ประสงค์รับบริจาคเป็นตัวเงิน แต่หากเป็นวัสดุสำหรับฟื้นฟูบ้านจะยินดีมาก

คืนฟอร์มโหด!! “รัชนก”“เมย์ รัชนก” ล้างตาแบบเนียนกริบ ไล่ต้อน “หาน เยี่ย” 2-0 เกม เข้ารอบรองชนะเลิศศึกเวิลด์ทัวร์ พร้อมประกาศความพร้อมล่าแชมป์

(20 ธ.ค. 68) เช้าวันที่ 19 "เมย์" รัชนก อินทนนท์ สร้างฟอร์มเก่ง ไล่อัด หาน เยี่ย มืออันดับต้นจากจีน 2-0 เกม 21-17, 21-10 เข้าสู่รอบรองชนะเลิศศึก HSBC BWF World Tour Finals 2025 ที่หางโจว ประเทศจีนได้สำเร็จ

เกมนี้ถือเป็นแมตช์สำคัญที่แฟนแบดมินตันไทยจับตามองอย่างมาก เพราะเกมชิงตั๋วรอบรองชนะเลิศต้องตัดสินกันในกลุ่ม B โดยเมย์ตั้งใจเล่นอย่างใจเย็น ควบคุมบอลและบังคับคู่แข่งให้เสียจังหวะจนชนะเกมแรก 21-17 และยิ่งเล่นเกมสองเธอคืนฟอร์มอย่างสมบูรณ์แบบ ปิดเกม 21-10 อย่างเด็ดขาด "เมย์ล็อกจังหวะตั้งแต่ต้นจนจบ" เป็นคำอธิบายที่ตรงใจแฟน ๆ นักกีฬาและต่อสู้กับคู่แข่งในเวทีโลก

หลังเกม เมย์ส่งสารผ่านผลงานว่าเธอยังเป็นตัวแทนไทยที่พร้อมลุยบนเวทีโลกอีกครั้ง การชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อผ่านรอบแต่เป็นการประกาศตัวตนว่า "เมย์เวอร์ชันนี้พร้อมชนทุกคน" และเธอจะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศโดยเป็นรองแชมป์กลุ่มไปรอชิงตั๋วรอบชิงชนะเลิศ

ตารางคะแนนกลุ่ม B ระบุว่า หวัง จื้ออี้ มืออันดับหนึ่งจากจีนครองแชมป์กลุ่ม ขณะที่ เมย์ คว้ารองแชมป์กลุ่มผ่านเข้ารอบไป ส่วนหาน เยี่ย ต้องพลาดตกรอบเร็ว ทั้งนี้กลุ่มนี้ซับซ้อนมากขึ้นเมื่อ "หมิว" พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ นักแบดมินตันไทยชื่อดังถอนตัวเพราะเจ็บน่อง ส่งผลให้ทุกคะแนนมีความหมายในการแข่งชิงตั๋ว

ศึก World Tour Finals เป็นการประชันสุดยอดนักแบดมินตันระดับโลกประจำปี การที่เมย์รักษาฟอร์มเก่งและผ่านเข้ารอบถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับวงการแบดไทยว่าพร้อมสู้ครบทั้งฤดูกาล และแฟนคลับเชื่อว่ายังมีโอกาสทำผลงานโดดเด่นในรอบรองและรอบชิงชนะเลิศ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/other-sports/badminton/96579/?tbref=hp

ช้างศึกพ่ายเวียดนาม!! เจ้าภาพไทยพลาดทองฟุตบอลชายซีเกมส์ โดนเวียดนามทวงแชมป์ ครั้งแรกในรอบ 50 ปี พลาดทองในบ้าน โค้ชขอโทษ ยันทีมยังต้องลุยต่อ U23

(19 ธ.ค. 68) ฟุตบอลชายซีเกมส์ 2025 รอบชิงชนะเลิศ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ทีมชาติไทย เจ้าภาพและแชมป์ 16 สมัย ขึ้นนำเวียดนาม 2-0 ในครึ่งแรก แต่สุดท้ายพ่ายแพ้ 2-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ตัดสินโดยเวียดนามพลิกเกมกลับมาแซงชนะอย่างน่าตื่นเต้น ทำให้ไทยพลาดแชมป์สมัยที่ 17 ท่ามกลางแฟนบอลเต็มสนามกว่า 17,000 คน

ไทยเข้าสู่รอบชิงจากการเป็นแชมป์กลุ่มเอ ขณะที่เวียดนามเป็นแชมป์กลุ่มบี และมีเป้าหมายชัดเจนในการล้มเจ้าภาพ เกมเริ่มต้นด้วยไทยที่ทำประตูนำ 2 ครั้งจากฟรีคิกของ 'ยศกร บูรพา' และลูกยิงของ 'เสกสรรค์ ราตรี' ก่อนจะถูกตีเสมอจากจุดโทษและลูกโหม่งของเวียดนามในครึ่งหลัง

ในช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 96 เวียดนามได้ประตูชัยจาก 'เหวียน ทรันห์ นาห์น' จบเกมไทยเสียทองในบ้านครั้งแรกในรอบ 50 ปี นับตั้งแต่ปี 1975 ที่ไทยได้ทองฟุตบอลชายซีเกมส์ทุกครั้งที่เป็นเจ้าภาพ

'โค้ชวัง' ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ขอโทษแฟนบอลและรับผิดชอบผลงาน พร้อมชี้ว่าการเสียประตูเร็วในครึ่งหลังเป็นจุดเปลี่ยนเกม และยืนยันว่าทีมยังต้องเดินหน้าต่อในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีที่ซาอุดีอาระเบียในเดือนม.ค. 2026 นี้

ที่มา : https://www.matichon.co.th/sport/seagames2025/news-seagames2025/news_5511756


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top