ศุภจี สุธรรมพันธุ์: "รัฐมนตรีนักการค้าแห่งปี 2568" ผู้ใช้ CEO Mindset ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าไทยสู่สากล
ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในช่วงปีพุทธศักราช 2568 (2025) การก้าวเข้ามาดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ของ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาที่ไม่นานนัก แต่เธอกลับสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการนำแนวคิดแบบผู้บริหารระดับโลก (CEO Mindset) มาใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน THE STATES TIMES ขอยกให้เป็น "นักการค้าแห่งปี 2568"
จากแม่ทัพธุรกิจสู่ขุนพลการค้า: การเจรจาที่รวดเร็วและเฉียบคม
ด้วยภูมิหลังที่เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงจากทั้ง IBM และกลุ่มดุสิตธานี คุณศุภจีได้เปลี่ยนภาพลักษณ์การเจรจาการค้าของไทยจากรูปแบบพิธีการเดิม ๆ สู่การเป็น "ทูตการค้าเชิงยุทธศาสตร์" โดยเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง:
การเจรจาการค้าเชิงรุก: เธอใช้ระยะเวลาอันสั้นในการนำทัพสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) และเอเชียกลาง เพื่อลดการพึ่งพาตลาดหลักเพียงไม่กี่แห่ง
ปลดล็อกอุปสรรคทางการค้า: มุ่งเน้นการแก้ไขข้อตกลงทางการค้า (FTA) ที่ค้างคา โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการเจรจาระดับสากลเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการไทย
ยกระดับ Soft Power เป็นสินค้าส่งออก: ผลักดันให้อาหารไทย บริการด้านสุขภาพ และสินค้าสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่ "วัฒนธรรม" แต่คือ "สินค้าส่งออกเกรดพรีเมียม" ที่สร้างรายได้มหาศาลเข้าสู่ประเทศ
“นักการค้าแห่งปี” ผู้ใช้ CEO Mindset ขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์
การได้รับยกย่องเป็น นักการค้าแห่งปี 2568 สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการทำงานที่ "ทำน้อยแต่ได้มาก" โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตความมั่นคงที่ไทยเผชิญในปี 2568:
โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการข้อมูล (Data-Driven) ระหว่างภาครัฐและเอกชน ทำให้เกษตรกรและ SME ไทยสามารถรับรู้ทิศทางตลาดโลกล่วงหน้า ส่งผลให้การผลิตสินค้าสอดคล้องกับความต้องการของสากล ไม่เกิดภาวะสินค้าล้นตลาดหรือราคาตกต่ำ
แม้ระยะเวลาในตำแหน่งรัฐมนตรีจะสั้น แต่ผลงานในการ "วางรากฐานการเจรจาการค้าสมัยใหม่" ของคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้กลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญสำหรับคนทำงานในกระทรวงพาณิชย์รุ่นต่อมา การเป็น นักการค้าแห่งปี 2568 จึงไม่ใช่เพียงรางวัลจากความสำเร็จในอดีต แต่คือเครื่องยืนยันว่าประเทศไทยยังคงมีพื้นที่และโอกาสมหาศาลในเวทีโลก หากได้รับการนำทางโดยผู้ที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
THE STATES TIMES ไม่อาจกล้าหยิบยกคำใดมาเชิดชู แค่อยากให้รู้ว่า “เราภูมิใจในตัวคุณ”










