Sunday, 8 November 2026
NEWS

ญี่ปุ่น ผวา 'โอมิครอน' แพร่สู่ชุมชน หลังพบคลัสเตอร์ใหม่ ในฐานทัพโอกินาวา 

คลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เชื่อมโยงกับฐานทัพสหรัฐฯ ในญี่ปุ่น ขยายวงกว้างมากขึ้นเป็นอย่างน้อย 180 รายแล้ว จากการเปิดเผยของรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อวันจันทร์ (20 ธ.ค.) ก่อความกังวลว่ามันอาจแพร่กระจายเชื้อไวรัสสู่ชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนั้นพบเคสตัวกลายพันธุ์โอมิครอนแล้ว 1 ราย

เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า คนงานชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งที่ค่ายแฮนเซน บนเกาะโอกินาวา ทางภาคใต้ของประเทศ มีผลตรวจเชื้อตัวกลายพันธุ์โอมิครอนออกมาเป็นบวกเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (17 ธ.ค.)

ฮิโรคาสึ มัตสึโนะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกล่าวระหว่างแถลงข่าวประจำวัน ว่าเวลานี้คลัสเตอร์ที่เชื่อมโยงกับฐานทัพพบแล้ว 180 เคส แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าในนั้นมีจำนวนมากน้อยแค่ไหนที่ติดเชื้อตัวกลายพันธุ์โอมิครอน ที่แพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก

"รัฐบาลญี่ปุ่นขอเรียกร้องอีกครั้งให้ฝ่ายสหรัฐฯ รับประกันว่าพนักงานทุกคนที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในญี่ปุ่น จะปฏิบัติตามคำสั่งและใช้มาตรการที่หนักหน่วงหากมีการฝ่าฝืนใดๆ" มัตสึโนะ กล่าว

โอกินาวา จังหวัดทางใต้สุดของญี่ปุ่น เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ ราวๆ 70% ที่อยู่ในญี่ปุ่น และก่อนหน้านี้ เคยเผชิญการแพร่ระบาดที่เชื่อมโยงกับค่ายทหารเหล่านี้มาแล้วหลายครั้ง

จังหวัดโอมิกานา ถึงขั้นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเดือนมกราคม ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในขณะที่คลัสเตอร์ล่าสุดนั้นมีทั้งคนงานชาวญี่ปุ่น และบุคลากรของสหรัฐฯ จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น

เดนนิ ทามากิ ผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาวาบอกกับพวกผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ (17 ธ.ค.) ว่าเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนการแพร่ระบาดของโอมิครอน และร้องขอให้กองทัพสหรัฐฯ ดำเนินการตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรม เพื่อสรุปว่าผู้ที่ติดเชื้อนั้นเป็นตัวกลายพันธุ์โอมิครอนหรือไม่

ฝุ่นพิษคลุม ‘กทม.-ปริมณฑล’ มิด พบ 71 พื้นที่ติดโซนส้มเริ่มกระทบสุขภาพ

ฝุ่นพิษคลุม ‘กทม.-ปริมณฑล’ มิด พบ 71 พื้นที่ติดโซนส้มเริ่มกระทบสุขภาพ สูงสุดปากน้ำ 88 ไมโครกรัม โดยกทม. 59 พื้นที่ สูงสุดที่หนองแขม ปริมณฑล 12 พื้นที่ ทั้งยังพบ PM 10 เริ่มกระทบสุขภาพในอีก 7 พื้นที่

กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วันที่ 22 ธ.ค. 64 โดยคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจพบค่าระหว่าง 49 - 88 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานใน 71 พื้นที่ อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (โซนสีส้ม) แบ่งเป็นกทม. 59 พื้นที่ และปริมณฑล (นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร) 12 พื้นที่ โดยค่าฝุ่นสูงสุดที่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 88 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐานไทยอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

สำหรับ 59 พื้นที่ในกทม. ที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนี้
- ค่าฝุ่น 2.5 สูงสุดที่ ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม 81 ไมโครกรัมฯ
- แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี
- ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน
- แขวงบางนา เขตบางนา
- ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน
- ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี
- ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง
- ริมถนนดินแดง เขตดินแดง
- แขวงพญาไท เขตพญาไท
- แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง
- แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม
- เขตคลองสามวา
- เขตจอมทอง
- ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด
- เขตบางแค
- ริมถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน
- ริมถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง
- ริมถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง
- ริมถนนราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ
- ริมถนนพญาไท เขตราชเทวี
- ริมถนนพระราม 5 เขตดุสิต
- ริมถนนกรุงเกษม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
- ริมถนนตรีมิตร วงเวียนโอเดียน เขตสัมพันธวงศ์
- ริมถนนพระราม 6 เขตพญาไท
- ริมถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง
- ริมถนนพระรามที่ 4 หน้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน
- ริมถนนนราธิวาส เขตบางรัก
- แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร
- ริมถนนพระราม 3-เจริญกรุง เขตบางคอแหลม
- ริมถนนพระราม 3 เขตยานนาวา
- ริมถนนซอยสุขุมวิท 63 เขตวัฒนา
- ริมถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง
- ริมถนนบางนา-ตราด เขตบางนา
- ริมถนนพหลโยธิน แยก ม.เกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร
- เขตดอนเมือง
- ริมถนนสุขาภิบาล 5 เขตสายไหม
- ริมถนนนวมินทร์ แยกบางกะปิ เขตบางกะปิ
- แยกสวนสยาม-รามอินทรา เขตคันนายาว
- ริมถนนลาดกระบัง เขตลาดกระบัง
- ริมถนนสีหบุรานุกิจ เขตมีนบุรี
- ริมถนนเลียบวารี เขตหนองจอก
- ริมถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ
- ริมถนนเจริญนคร เขตคลองสาน
- ริมถนนแยกท่าพระ เขตบางกอกใหญ่
- ริมถนนซอยนิคมบ้านพักรถไฟธนบุรี 5 เขตบางกอกน้อย
- ริมถนนพุทธมณฑล 1 เขตตลิ่งชัน
- ริมถนนคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา
- ริมถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ
- ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม
- ริมถนนเอกชัย เขตบางบอน
- ริมถนนประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ
- ริมถนนสามเสน เขตพระนคร
- เขตห้วยขวาง
- แขวงคลองเตย เขตคลองเตย
- แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ
- เขตลาดพร้าว
- แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
- ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน
- แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ
- แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา

‘มาดามแป้ง’ ขนแบรนด์เนมแจกแข้ง ‘ช้างศึก’ สร้างกำลังใจก่อนฟัดเวียดนาม รอบรองฯ

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทย จัดกิจกรรมปลุกใจคลายความเครียดทัพช้างศึก ด้วยการจับสลากรางวัลพิเศษ ตั้งแต่กระเป๋า นาฬิกา ยันน้ำพริก มูลค่ารวมกว่า 7 หลัก เรียกเสียงฮาทั้งแคมป์ ก่อนลุยเกมรอบรองชนะเลิศ ซูซูกิ คัพ 2020

หลังเดินทางมาถึงได้เพียงวันเดียว “มาดามแป้ง” ผู้จัดการทีม ก็ใช้ทุกเวลาอย่างคุ้มค่า นอกจากร่วมประชุมทีมและร่วมชมการฝึกซ้อมแล้ว หลังมื้อค่ำในห้องประชุมจึงซุ่มเซอร์ไพรส์ จัดเกมจับสลากสำหรับนักเตะ สตาฟฟ์โค้ช และทีมงานทุกคน ซึ่งทำงานอย่างหนักจนเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มมาได้

“อลงกรณ์” ประกาศเดินหน้า!! พัฒนากรุงเทพฯ สู่ ‘มหานครสีเขียว’ มุ่งยกระดับ! สุขภาพคน - คุณภาพเมือง ตอบโจทย์อนาคต พร้อมคิกออฟ!! โครงการวัดสีเขียว - คลองสามวาสีเขียว 24 ธ.ค.นี้

“อลงกรณ์” ประกาศเดินหน้าพัฒนากรุงเทพฯ สู่ ‘มหานครสีเขียว’ มุ่งยกระดับ ‘สุขภาพคน – คุณภาพเมือง’ ตอบโจทย์อนาคตกทม. ชูแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน ตั้งกลไก 50 เขต ดีเดย์ 24 ธ.ค.คิกออฟโครงการวัดสีเขียว คลองสามวาสีเขียว

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองบรรยายพิเศษในงาน Bangkok City Talk 2021  Bangkok Conference on Academic Argument  ผ่านระบบออนไลน์ zoom meeting ในหัวข้อ "เกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง : อนาคตของกรุงเทพมหานคร" ผ่านระบบ Facebook live

โดยนายอลงกรณ์กล่าวว่าในปี 2562 ประเทศไทยมีประชากรในเมืองมากกว่าในชนบทเป็นครั้งแรก สะท้อนถึงการขยายตัวของเมือง(Urbanization)ในประเทศของเรา และเป็นเหตุผลสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในยุคปัจจุบันต้องเร่งขับเคลื่อนพัฒนาการเกษตรในเมือง(Urban Farming) โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 และยุคต่อไป(Next normal) ที่ต้องให้ความสำคัญระบบนิเวศเมือง เรื่องสุขภาพคน และคุณภาพเมือง

สำหรับกรุงเทพมหานคร มีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วทำให้พื้นที่เกษตรลดลงเหลือเพียงแสนกว่าไร่ เป็นเมืองที่มีความมั่นคงทางอาหาร(Food Safety)น้อยมาก และพื้นที่สีเขียวยังไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนประชากร คณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงวางโครงสร้างและระบบเป็นกลไกแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ด้วยโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง (Sustainable Urban Agriculture Development Project : SUAD Project)  ตามนโยบายของ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนซึ่งได้กำหนดยุทธศาสตร์ ”3’s” (Safety-Security-Sustainability-เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคงและเกษตรยั่งยืน โดยโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็น “มหานครสีเขียวแห่งอนาคต” มีวัตถุประสงค์ 6 ประการได้แก่

1. การพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง

2. การเพิ่มพื้นที่สีเขียว

3. การลด PM2.5และลดก๊าซเรือนกระจก(Green House Gas)

4.การเพิ่มคุณภาพอากาศ

5.การอัปเกรดคุณภาพชีวิตของประชาชน

 6.การสร้างเศรษฐกิจสีเขียว

ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ ในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ(Climate Change)ของโลก และเป้าหมายของโครงการกรุงเทพสีเขียว2030(Green Bangkok2030) ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ เป็น 10 ตารางเมตรต่อคนสามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ในทุกระยะ 400 เมตร และเพิ่มพื้นที่ร่มไม้ต่อพื้นที่เมืองให้เป็น 1.3 แสนไร่ พร้อมทั้งพัฒนาการเกษตรและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่เมือง รวมทั้งการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวเพิ่มรายได้และอาชีพในระดับชุมชนบนโมเดล BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) ควบคู่ไปด้วยกัน

นายอลงกรณ์ในฐานะประธานโครงการ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ได้จัดตั้งกลไกการขับเคลื่อนใน 3 ระดับ ทั้งคณะกรรมการบริหารโครงการระดับประเทศ ระดับจังหวัด และระดับย่อยในพื้นที่ เป็นโครงสร้างและระบบครอบคลุมทั้งประเทศ โดยแบ่งพื้นที่ดำเนินการเป็น 2 ประเภทคือพื้นที่ของรัฐ(Public Space) เช่น บริเวณริมถนนและทางรถไฟ พื้นที่ใต้ทางด่วน เกาะกลางถนน สวนสาธารณะ สถานศึกษาของรัฐ พื้นที่ส่วนราชการ และพื้นที่สาธารณะว่างปล่า

สำหรับ พื้นที่ส่วนบุคคล (Private space) เช่น บ้าน ชุมชน โครงการจัดสรร คอนโด อาคารสำนักงาน พื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ วัด โรงเรียน สถานศึกษา โดยส่งเสริมให้ปลูกไม้ยืนต้นไม้พุ่มไม้เลื้อยหรือไม้ในร่มโดยมีการพัฒนาเมืองสีเขียวได้หลายรูปแบบเช่น ถนนสีเขียว(Green Road) หลังคาสีเขียว(Green  Roof) ตึกสีเขียว(Green Building) สวนป่า(Forest Garden) มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green Campus) ชุมชนสีเขียว (Green Community วัดสีเขียว(Green Temple) เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและการเรียนรู้กับการอยู่ร่วมกันแบบแบ่งปัน

สำหรับการทำเกษตรในเมืองตามแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน มี 5 ประเภท ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน วนเกษตร และเกษตรธรรมชาติ ทั้งในรูปแบบสวนขนาดเล็กและสวนขนาดใหญ่ สำหรับชุมชนในกรุงเทพมหานคร จะได้รับการสนับสนุนในการสร้างอาชีพเกษตรกรรมในเมืองเพื่อสร้างรายได้เสริมและลดค่าครองชีพอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ จะมีตลาดเกษตร(Farm Market) เป็นตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ขณะนี้ได้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ระดับคลัสเตอร์ และระดับเมือง เช่น ได้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนกรุงเทพมหานครแล้วมีตนเป็นประธาน และจะจัดตั้งคณะทำงานให้ครบทั้ง 50 เขต เป็นกลไกขับเคลื่อนระดับพื้นที่เช่น กรีนตลิ่งชัน กรีนบางกะปิ กรีนบางนา กรีนห้วยขวาง กรีนบางแค และวันที่ 24 ธ.ค.นี้ จะคิดออฟโครงการวัดสีเขียว คลองสามวาสีเขียว ที่วัดพระยาสุเรนทร์ เป็นที่แรกบนความร่วมมือระหว่างวัด บ้านและโรงเรียน(บ.ว.ร.)ในเขตคลองสามวา

 

มองโกเลีย - นักศึกษาปริญญาโทชาวมองโกเลีย ปลูดเห็ดสมุนไพร “หญ้าหนอน” สร้างชื่อเสียงระดับโลกได้สำเร็จ!!

อูลานบาตอร์ /มองโกเลีย “Monkhjargal” นักศึกษาปริญญาโทชาวมองโกเลีย สามารถปลูกเห็ดที่มีชื่อเสียงระดับโลกและมีราคาแพงได้สำเร็จ ซึ่งเห็ดนี้เรียกกันว่า “หญ้าหนอน” บนมูลสัตว์ ก้านทะเล buckthorn และเศษเมล็ด ซึ่งอุดมไปด้วยสารยาหลายชนิดและรับประทานได้เช่นกัน

โดย “Monkhjargal” ได้กล่าวว่า “เราต้องปลูกเห็ดที่กินได้และกินเอง อาหารที่เรากินในวันนี้มีสารอาหารต่ำมากดังนั้นสารอาหารที่เราได้รับจากอาหารของเราจึงไม่เพียงพอต่อร่างกายของเรา นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องการปรับปรุงโภชนาการของเรา เพราะเราก็ต้องการที่จะมีสุขภาพที่ดีเช่นกัน ดังนั้นเห็ดที่กินได้จึงกลายเป็นประเด็นเชิงกลยุทธ์สำหรับเรา ก่อนที่เราจะสามารถทำกำไรได้”

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการใช้เห็ดเพื่อสกัดสารสมุนไพรและในอาหารเสริมทางชีวภาพ ยารักษาโรค เครื่องสำอางและแม้แต่ยารักษาสัตว์หลายชนิด

ซึ่ง “Monkhjargal” ตั้งเป้าที่จะรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกเห็ดภายใต้ “ห่วงโซ่คุณค่าเห็ดเพาะเลี้ยง” เพื่อปลุกจิตสำนึกในความสำคัญของเห็ดที่ปลูก เพิ่มผลผลิต และกระชับการทดลองและการวิจัยเกี่ยวกับยารักษาโรคและเห็ดสายพันธุ์ใหม่อื่น ๆ

 

'น้าเดช' จัดหนัก กลุ่มแซะ 'ตูน' แค่หมาเห่า แนะอย่าใส่ใจ เดินหน้าตั้งใจทำความดีต่อ

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ สื่อสารมวลชนด้านยานยนต์ และผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

ไม่รู้จักไอ้ตูนมาก่อน มารู้จักตอนมันวิ่งครั้งที่แล้วๆ ไม่เคยบริจาคให้มันแม้แต่สลึงเดียว แต่นับถือที่มันสามารถระดมเงินไปช่วยโน่นช่วยนี่ได้เยอะ
คราวนี้ได้ข่าวว่าไอ้ตูนมันจะวิ่งอีกแล้ว ก็รู้สึกเฉยๆ นะ และคงไม่ได้บริจาคอะไรกับมันอีก เพียงแต่อยากจะบอกกับไอ้ตูนว่า "มึงเลือกวิ่งผิดเส้นทาง"

เพราะมึงคนสุพรรณ กูคนชัยนาท ทำไมมึงไม่วิ่งสุพรรณ - ชัยนาท วิ่งวนไปวนมาแค่นั้นก็ได้ แต่นี่ มึงดันไปเลือกวิ่งบน 'หัวกระบานบางคน' มันจึงรู้สึกว่าส้นตีนของมึงกระแทกไปบนกระบานของมันทุกฝีก้าว พูดง่ายๆ ว่า การวิ่งของมึงไปหนักหัวกระบานมัน มันจึงออกมาโวยวาย ก็แค่นี้เองแหละ

“ประวิตร” สั่งเข้มฝ่ายมั่นคง ชายแดนฝั่งตะวันตก เตรียมรับมือผู้หลบหนีภัยสู้รบชายแดนเมียนมา 

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะโฆษกรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำฝ่ายความมั่นคง ให้ความสำคัญ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมาที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยให้ยังคุมเข้มมาตรการชายแดน ทั้งการผ่าน เข้า-ออก ของบุคคลและสินค้าตามช่องทางผ่านแดนที่กำหนด รวมทั้งเพิ่มความเข้มข้นกวดขันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงาน สินค้า รวมทั้งอาวุธสงครามและยาเสพติดที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะการสู้รบตามแนวชายแดนระหว่าง ทหารเมียนมา กับ กกล.ชนกลุ่มน้อย ที่มีการปะทะกันด้วยอาวุธหนักและซุ่มโจมตีกัน ส่งผลให้ประชาชนทั้งสองฝั่งได้รับผลกระทบและยังไม่มีแนวโน้มหรือท่าทีเจรจากัน

สำหรับการสู้รบดังกล่าว เริ่มรุนแรงขึ้นหลังสิ้นฤดูฝน โดยเฉพาะพื้นที่รัฐกระเหรี่ยงชายแดน ด้านเมียวดี - แม่สอด จว.ตาก ซึ่งมีการอพยพชาวเมียนมาที่หลบหนีภัยจากการสู้รบ กว่า 3,000 คน เข้ามาอยู่ในพื้นที่ชายแดน ตรงข้าม อ.แม่สอด และมีกระสุนจากอาวุธหนักพลัดตกเข้ามาฝั่งไทย ในพื้นที่ บ.ดอนไชย  บ.แม่หละ ซึ่งกองกำลังป้องกันชายแดนทหาร ตำรวจ ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ด้วยการแจ้งเตือนผ่านกลไกชายแดนและตอบโต้ด้วยกระสุนควัน และร่วมกับฝ่ายปกครองดูแลอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงออกไปยังที่ปลอดภัยที่ผ่านมา

แม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานค่ายจักรพงษ์และหน่วยบรรเทาสาธารณภัย

ปราจีนบุรี – แม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานค่ายจักรพงษ์และหน่วยบรรเทาสาธารณภัย

21 ธ.ค.64 ที่ มณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ ตำบลดงพระราม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี พลโทสุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาคที่ 1 เดินทางมาตรวจเยี่ยมและรับฟังการบรรยายผลการปฏิบัติงาน และปัญหาต่างๆของหน่วย พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการการปฏิบัติงาน ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ (ระบบออนไลน์)  ระบบการบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ก่อนที่จะกล่าวให้โอวาทแก่กำลังพล

ในการนี้ ศูนย์ ปภ. เขต 3 ปราจีนบุรี ได้นำเครื่องจักรกลที่ใช้ในงานสาธารณภัย เข้าร่วมแสดงสาธิตขีดความสามารถของรถแต่ละชนิด ร่วมกับกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย มทบ.12 และเครือข่าย เพื่อเตรียมความพร้อมในการประสานงานสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ที่จะได้รับการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึง เมื่อเกิดสาธารณภัยในทุกรูปแบบ

นครนายก - หลวงพี่ต่อ พระผู้มีแต่ให้ มอบเงินกว่า 4 ล้านบาท สร้างห้องไอซียูโรงพยาบาลนครนายก

พระครูปิยรัตนานุกูล (หลวงพี่ต่อ) ประธานมูลนิธิวังรัตนมณีมหานครบาดาลนาคราชราชา (ถ้ำพญานาค) วัดมณีวงศ์ ตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้มอบเงินจำนวน 4,537,133.56 บาท (สี่ล้านห้าแสนสามหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยสามสิบสามบาทห้าสิบหกสตางค์) ให้กับโรงพยาบาลนครนายก เพื่อสร้างห้องไอซียู ห้องผู้ป่วยวิกฤติที่มีไม่เพียงพอในการช่วยเหลือผู้ป่วยโดยมี นายแพทย์ธีระชัย​ คงเอี่ยมตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครนายก พร้อมคณะแพทย์ พยาบาล เป็นตัวแทนรับมอบในครั้งนี้

ครูขู่ยิงนักเรียนทิ้ง! ยกมือไหว้ขอโทษ อ้างเครียดจากการสอน-ปัญหาสุขภาพ

ศรีสะเกษ - ครูใช้คำพูดรุนแรงด่าขู่ยิงนักเรียนทิ้ง คลิปแพร่สนั่นโซเชียลฯ ยกมือไหว้ขอโทษผู้ปกครอง อ้างเหตุเครียดจากการสอนและปัญหาสุขภาพ ยันไม่ทำผิดอีก ขณะ ผอ.ร.ร. สั่งครูชี้แจงข้อเท็จจริงด่วน

วันนี้ (21 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ได้มีคลิปแชร์ในสื่อโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับพฤติกรรมของครูที่ใช้คำพูดรุนแรงหยาบคายกับเด็กนักเรียนขณะกำลังสอนหนังสืออยู่ในชั้นเรียน ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้กันอย่างแพร่หลายถึงความไม่เหมาะสมของครูที่ใช้คำพูดที่รุนแรงหยาบคายกับนักเรียนนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่โรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบว่าโรงเรียนมีการเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติ มีเด็กนักเรียนจับกลุ่มกันพูดคุยเกี่ยวกับคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ภายในห้องเรียนที่เกิดเหตุ ครูประจำชั้นได้พูดคุยกับนักเรียนสอบถามเรื่องราวเหตุการณ์นี้ เพื่อจะได้รายงานให้ผู้บังคับชาตามลำดับชั้นได้รับทราบ ซึ่งในวันนี้ นายคณิตพันธ์ จามรธัญญวาท ผู้อำนวยการ (ผอ.) โรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา เดินทางไปราชการประชุมที่ สพม.ศรีสะเกษ ยโสธร ในตัว จ.ศรีสะเกษ โดยได้มอบให้ นายเอกธวัช เหลาสิงห์ รอง ผอ.โรงเรียนรักษาราชการแทน

FC โห่ 'ทรัมป์' หลังเจ้าตัวบอกฉีดเข็ม 3 แล้ว ทั้งที่ก่อนหน้าบอกอันตรายและไม่หนุนฉีด

อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ถูกชาวอเมริกันโห่ใส่ระหว่างขึ้นเวทีทอล์กโชว์ในเมืองฮูสตัน รัฐเทกซัสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเผยว่าเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 เข็มที่ 3 เรียบร้อยแล้ว

ทันทีที่ทรัมป์ซึ่งเดินสายทอล์กโชว์คู่กับ บิลล์ โอไรลี อดีตพิธีกรชื่อดังของสำนักข่าว Fox News ตอบคำถามของโอไรลีว่าเขาฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว กลุ่มผู้สนับสนุนของเขาก็ส่งเสียงโห่จนทรัมป์ต้องยกมือห้ามและบอกว่า “อย่า! อย่า! อย่า! อย่า! กลุ่มเล็กๆ ตรงนั้นอ่ะ”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่ Covid-19 สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ขยับแซงหน้าสายพันธุ์เดลตาขึ้นเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในสหรัฐฯ โดยเพียงสัปดาห์เดียวผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนพุ่งจาก 2.9% เป็น 73%

‘ม.เกษตร’ จัดงาน! “ชวน เช็ค ชิม ช็อป แชร์ผลิตภัณฑ์ดี นวัตกรรมเด่น” เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ และสังคมรายตำบลอย่างยั่งยืน!! พบกัน 21-22 ธันวาคม 2564 นี้

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์  อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เปิดเผยถึง การจัดงาน “ถ่ายทอดนวัตกรรมการพัฒนาชุมชนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจ และสังคมรายตำบลอย่างยั่งยืน” ว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการนำเสนอผลสัมฤทธิ์ของโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย หรือที่รู้จักกันในนามของ U2T 

ส่วนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รับผิดชอบ 17 Cluster ในพื้นที่ดำเนินการ 27 จังหวัด 140 ตำบล ครอบคลุมทั้ง 6 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ซึ่งแต่ละพื้นที่ได้นำผลิตภัณฑ์ดี นวัตกรรมเด่น ทั้งของอุปโภค บริโภค มาจัดแสดงและจัดจำหน่าย ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระหว่างวันที่ 21-22 ธันวาคม 2564 จึงขอเชิญชวนประชาชนได้เข้ามาร่วม เช็กอิน ชมนวัตกรรม ชิม ช็อป และ แชร์ หรือบอกต่อผลิตภัณฑ์ของชุมชนในพื้นที่ U2T ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีคุณภาพ สามารถนำไปเป็นของใช้ และของฝากในช่วงเทศกาลได้  อีกทั้งผู้มาร่วมงานยังจะได้รับแจกกล้าไม้พันธุ์ดีที่ได้รับความอนุเคราะห์จากกรมป่าไม้ด้วย

ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ดำเนินโครงการ “ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ” ทั้งส่วนการจ้างงานประชาชนทั่วไป บัณฑิตจบใหม่ และนักศึกษาให้มีงานทำ และร่วมดำเนินกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน ให้เกิดการพัฒนาทักษะในการเสริมสร้างอาชีพใหม่ในพื้นที่ตามปัญหาและความต้องการของชุมชน โดยเน้นการพัฒนาชุมชนผ่านการดำเนินกิจกรรม 4 ด้านหลัก คือ 1. ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 2. ด้านการท่องเที่ยว 3. ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ และ 4. ด้านการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม มีระยะเวลาดำเนินการ 12 เดือน ซึ่งเป็นผลให้เกิดการจัดงาน"ถ่ายทอดนวัตกรรมการพัฒนาชุมชนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลอย่างยั่งยืน"

 

 

 

'พงศ์พรหม' ชวนเหลียวคุณภาพชีวิตคนไทย คนรวยปลอดภัยในรถยุโรป สวนทางคนจน

นายพงศ์พรหม ยามะรัต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pongprom Yamarat เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของรถยนต์ว่า วันนี้เอาเหตุการณ์เปรียบเทียบกับกรณีเบนซ์ CLS ชน Brio 3 ศพมาแชร์นะครับ

กรณีนี้เกิดในต่างประเทศ
Volvo XC40 จอดติดอยู่เฉยๆ
ส่วน Toyota Corolla Cross วิ่งเข้ามาชนแบบไม่ได้เบรก
ความเสียหาย 2 คันก็ตามรูป

มาดูสิ่งที่ต่างจากกรณี CLS ชน Brio ในไทยคืออะไร?

กรณี CLS ไทยนั้น รถพึ่งออกจากด่านไม่นาน กำลังทำความเร็วขึ้นสูง แต่ยังไม่สูงมาก และก่อนชน ใครเห็น “ไฟกะพริบ” นั่นคือระบบช่วยเบรกอัตโนมัติในรถเบนซ์

แปลว่า “ความเร็วก่อนชน” จะลดลงมามาก โดยเฉพาะเบรกที่สังเกตว่าเป็นสเปกพิเศษ แม้จะไม่ใช่ AMG เต็มตัว แต่ก็เป็นรุ่นสูงกว่ามาตรฐาน ทำให้มีกำลังเบรกที่สูงมาก

สังเกตดีๆ คือ CLS ไม่ได้เสียหายหนัก รถยุบตัวถึงแค่คานล้อหน้า
ส่วน Brio ก็ตามที่เราๆ เห็นกัน
(ตรงนี้ RIP ให้ผู้เสียชีวิตอีกครั้งครับ)

ส่วนกรณี Corolla Cross ที่ชน XC40 ในต่างประเทศนั้น

Corolla Cross มีความเร็วก่อนชนต่ำกว่ากรณี CLS เล็กน้อย แต่ชนโดย “ไม่มีการเบรก” เลย สังเกตง่ายๆ ว่าไฟเบรกไม่ขึ้น

สภาพที่เห็นคือ Corolla Cross ที่ไปชนเค้า “เสียหายหนัก” คือพังถึงเสา A 

ส่วน XC40 ที่โดนชนท้ายก็เสียหายหนัก แต่ยังคงรูปรถอยู่ได้ และไม่มีผู้เสียชีวิตในรถ

เดาแรงปะทะคร่าวๆ

กรณี Corolla Cross ชน XC40 “อาจจะ” หนักกว่ากรณี CLS ชน Brio ซะด้วย

Corolla Cross จึงพังยับ ส่วน XC40 ก็หนัก

“พลตำรวจเอกวิระชัย” เรียกประชุมผู้นำตำรวจหน่วยหลัก เตรียมความพร้อม!! รักษาความปลอดภัย การประชุมเอเปค 2565

วันอังคารที่ 21 ธันวาคม 2564 เวลา 9.30 น. ที่ห้องประชุม พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ชั้น 2  อาคาร 8 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ. วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.(กศ) ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้กำกับดูแลงานด้านกิจการพิเศษเกี่ยวกับกิจการด้านการต่างประเทศ เป็นประธานจัดการประชุมการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปค ปี พ.ศ.2565

พล.ต.อ.วิระชัยฯ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า การเป็นเจ้าภาพในการประชุมเอเปคซึ่งเป็นการประชุมระดับประชาคมโลกซึ่งในปี 2565 ถือเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้สร้างความเชื่อมั่นจากประชาคมโลกนำไปสู่ความสำเร็จในหลายมิติของประเทศไทยหลังยุคการแพร่ระบาดของโควิด-19 สำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ในการประชุมวันนี้ ได้เชิญผู้แทนหน่วยสำคัญ ได้แก่  บช.น., ภ.1, บช.ก.,บช.ส., ทท., สตม. , บก.จร. ทล., รน. รวมถึงหน่วยสนับสนุนด้านการเงินอย่าง สงป. เข้ามาประชุมรับนโยบายและร่วมปรึกษาหารือกัน เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยสถานที่พัก สถานที่จัดประชุม การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร  การจัดฝึกอบรมชุดเจ้าหน้าที่ EOD  การรักษาความปลอดภัยทางน้ำ เรื่องเกี่ยวกับวิทยุสื่อสาร เป็นต้น เพื่อให้แผนการเตรียมความพร้อมฯ ได้ดำเนินการไปด้วยความราบรื่น เรียบร้อย ทั้งนี้ ทาง ผบ.ตร. ท่านก็จะกำกับดูแลติดตามประเด็นจากการประชุมและคอยให้คำแนะนำด้วยอีกส่วนหนึ่ง 

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวต่อว่าในด้านแผนเตรียมพร้อม ฯ ในการประชุมเอเปคนี้ ตร. ให้ความสำคัญการจัดระบบเพื่อการดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญที่จะมาเป็นส่วนของผู้เข้าประชุม เพราะถือว่าเป็นแขกบ้านแขกเมือง โดยตลอดช่วงปี พ.ศ. 2565 ที่จะเกิดการประชุมขึ้นในหลาย ๆ พื้นที่นั้น อาจจะมีผลกระทบต่อเส้นทางการจราจรของประชาชนทั่วไปบ้าง แต่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอยืนยันว่า จะวางแผนการจัดการจราจรให้สะดวกสำหรับทุกฝ่าย และขอความร่วมมือจากภาคประชาชนเพื่อร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่น่ารัก มีส่วนร่วมในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเพื่อแสดงออกถึงการต้อนรับที่เป็นมิตร

‘สภากาชาดไทย’ จัดกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2565” ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

ที่โรงเรียนร่มเกล้าเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พลโทนายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม“หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2565” โดยมี นายอำนาจ แย้มศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวต้อนรับ นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอขาค้อ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางสาวสุกัญญา ทรัพย์อุดมมั่งมี หัวหน้าฝ่ายบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย /คุณสมกมล จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มเซ็นทรัล / คุณไพฑูรย์ อาจวงษ์ ผู้จัดการอิออนภาคเหนือตอนล่าง มูลนิธิอิออนประเทศไทย /นางสาวภัทรวรินทร์ แสงแจ่ม ผู้จัดการฝ่ายขายห้างสรรพสินค้า บ.แฟชั่นฟู้ด จำกัด /คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าร่วม

นายอำนาจ แย้มศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า กิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2565” ว่า เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ประชาชนผู้ยากไร้ ด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารมีสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมการประสานงาน เกิดความร่วมมือระหว่างสภากาชาดไทยและภาคีเครือข่าย รวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสภากาชาดไทย

ด้านนายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอเขาค้อ กล่าวว่า อำเภอเขาค้อ มี 7 ตำบล 72 หมู่บ้าน  มีราษฎรจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศหนาวเย็นและขาดแคลนเครื่องกันหนาว  กิจกรรมในครั้งนี้สภากาชาดไทย ได้นำเครื่องกันหนาวมามอบให้กับราษฎรในพื้นที่ อ.หล่มสัก อ.หล่มเก่า อ.น้ำหนาว และ อ.เขาค้อ อำเภอละ 250 ชุด สำหรับเด็กอำเภอละ 125 ชุด นอกจากนี้ยังได้นำภาคีเครือข่ายมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ ตู้ยาสามัญประจำบ้าน เสื้อผ้า และอาหาร ให้กับประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top