Saturday, 6 June 2026
NEWS FEED

เปิด 24 พิกัดม่อนแห่งขุนเขา “กลอเซโล” จุดชมวิวบนเทือกเขาชายแดนไทย-เมียนมา ปักสมอกางเต็นท์-ชมพระอาทิตย์ยามเย็น ท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็นช่วงปลายปี

นายคำผัน โมกไธสง นายอำเภอสบเมย นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหาร อบต.แม่สามแลบ ผู้นำชุมชน โรงเรียนในพื้นที่ และประชาชน ร่วมเปิดโครงการท่องเที่ยวแม่สามแลบ ประจำปี 2569 ณ ม่อนกะละโกะโจ หมู่ที่ 10 บ้านห้วยแห้ง ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

ซึ่งเป็นการรวม 24 พิกัดม่อนแห่งขุนเขากลอเซโล ชื่อที่ถูกเรียกขานให้เข้าใจตรงกันของจุดชมวิวบนเทือกเขาชายแดนไทย-เมียนมา ฝั่งแม่น้ำสาละวิน ของอำเภอสบเมย โดยมีกำเนิดมาจากชื่อของผู้เฒ่า นาม “กลอเซ” ผู้ค้นพบและตั้งรกรากของกลุ่มชาวปกาเกอะญอ หมู่บ้านสุดห่างไกลที่ถูกล้อมไว้ด้วยขุนเขา ด้วยตำแหน่งในลักษณะของหุบเขาและติดริมแม่น้ำสาละวินที่กว้างใหญ่

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางเยือนกลอเซโล คือ ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปี ในแต่ละม่อนมีจุดบริการกางเต็นท์ นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมแต่ละม่อนดอยตามหมู่บ้านแต่ละจุดที่จะมีความสวยงามและลักษณะเด่นแตกต่างกันออกไป

ได้แก่ หมู่บ้านห้วยแห้ง จุดสูงสุดของกลอเซโล ที่สามารถชมวิวได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก ม่อนพอตะมีโจ หมู่บ้านบุญเลอ เป็นจุดชมวิว เห็นฝั่งวิวของแม่น้ำสาละวินซึ่งเป็นแม่น้ำกั้นพรมแดนไทย-เมียนมา และบางแห่งสามารถเห็นจุดบรรจบของแม่น้ำเมยและแม่น้ำสาละวินได้อีกด้วย

และมีจุดบริการกางเต็นท์ เช่น ม่อนโจโค๊ะ ม่อนหมอกกลางดอย แคมปิ้ง ม่อนหมอกริมทางแคมปิ้ง ม่อนคีรีวงศ์ ม่อนเดียวดายแคมปิ้ง ม่อนชมดาว ม่อนเลเหง่โก๊ะ-ผาแดง ม่อนทะเลหมอกสองแผ่นดิน และหมู่บ้านกลอเซโล เป็นจุดที่อยู่ต่ำระดับกว่าลงมา เห็นทะเลหมอกยามเช้าตัดกับวิวทิวทัศน์ของหมู่บ้านอย่างชัดเจน

การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุหลังเหตุการณ์น้ำท่วม

1) ตรวจเช็กสุขภาพเบื้องต้นหลังน้ำลด
- โรคน้ำกัดเท้า/เชื้อรา
- แผลติดเชื้อ
- โรคระบบทางเดินหายใจ
- ความเครียด วิตกกังวล

สิ่งที่ควรทำ:
• ล้างเท้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง
• ดูแลแผลด้วยน้ำเกลือ
• พบแพทย์หากมีไข้ หอบ เหนื่อย
• ให้ผู้สูงอายุพักผ่อน

2) ดูแลที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัย
• เปิดประตูหน้าต่าง ลดความชื้น
• เช็ดเชื้อรา
• ป้องกันพื้นลื่น
• ตรวจระบบไฟฟ้าโดยช่าง

3) โภชนาการหลังน้ำลด
• ทานอาหารร้อน สะอาด
• เลี่ยงอาหารหมดอายุ
• ดื่มน้ำสะอาด 6-8 แก้ว
• ควบคุมอาหารหากมีโรคประจำตัว

4) ยาและโรคประจำตัว
• ตรวจว่าหยาประจำตัวไม่เปียกน้ำ
• จัดยาเป็นเวลา
• หากยาชำรุด ติดต่อโรงพยาบาล

5) ป้องกันโรคหลังน้ำท่วม
• ไข้เลือดออก-กำจัดน้ำขัง
• ไข้ฉี่หนู-ไข้สูง ปวดน่อง ต้องพบแพทย์
• ท้องเสีย-ล้างมือให้สะอาด
 

ปี 2568: ปีที่ข่าวร้ายถล่มไทยทุกเดือน จากฝุ่นพิษ แผ่นดินไหว สงครามชายแดน ถึงน้ำท่วมใต้ ชี้ ถึงเวลาต้องส่องกระจกมองตัวเอง ก่อนปีหน้าจะกลายเป็นการ “รีรันข่าวร้าย”

ปี 2568 ยังไม่ทันจะจบ แต่ความรู้สึกของคนไทยจำนวนมากคือ  
“ปีนี้มันหนักเกินไปหรือเปล่า?”  

ตั้งแต่ต้นปีที่กรุงเทพฯ ต้องปิดโรงเรียนเพราะ PM2.5 พุ่งทะลุเพดาน, ข่าวลอบสังหารอดีต ส.ส.ฝ่ายค้านกัมพูชากลางกรุง, แผ่นดินไหวพม่าเขย่าตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินพังถล่มในกรุงเทพฯ, อุบัติเหตุรถทัวร์หมู่ใหญ่, โรคแอนแทรกซ์กลับมาเป็นข่าวตายครั้งแรกในรอบ 30 ปี, การเมืองไทยเข้าสู่วิกฤตจนศาลรัฐธรรมนูญปลดนายกฯ, ชายแดนไทย-กัมพูชาปะทุจนต้องประกาศกฎอัยการศึกในหลายอำเภอ, สวนสัตว์ดังในกรุงเทพฯ มีเหตุสิงโตขย้ำคนเลี้ยงต่อหน้านักท่องเที่ยว และปิดท้ายด้วยน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ที่คร่าชีวิตคนไปกว่า 80 ศพ กระทบผู้คนกว่า 3 ล้านคนใน 12 จังหวัดภาคใต้

นี่ไม่ใช่แค่ “ข่าวร้ายเยอะกว่าปกติ”  
แต่มันสะท้อนโครงสร้างประเทศที่เปราะบาง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม และระบบรัฐสวัสดิการ

บทความนี้จะชวนไล่ “ไทม์ไลน์ข่าวร้ายแบบรายเดือน” ของปี 2568  
ก่อนจะลองมองภาพใหญ่ ว่าปีแบบนี้กำลังบอกอะไรกับเราในฐานะประเทศหนึ่งบนแผนที่โลก

ไทม์ไลน์ข่าวร้าย 2568: เดือนต่อเดือน

มกราคม 
เปิดปีด้วยฝุ่นพิษ-การลอบสังหาร-ความเปราะบางในกรุงเทพฯ

- ฝุ่น PM2.5 ทำกรุงเทพฯ ปิดโรงเรียนหลายร้อยแห่ง  
กลางเดือนมกราคม ระดับ PM2.5 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลพุ่งสูง จนทางกรุงเทพมหานครต้องประกาศให้โรงเรียนในสังกัดกว่า 300 แห่งปิดเรียนหรือย้ายไปเรียนออนไลน์ ขณะเดียวกันมีการรณรงค์ให้ทำงานจากบ้านและจำกัดรถบรรทุกเข้าเมือง แต่ปัญหาฝุ่นก็ยังวนลูปเหมือนทุกปี  

- อดีต ส.ส.ฝ่ายค้านกัมพูชาถูกยิงตายในกรุงเทพฯ  
วันที่ 7 มกราคม ลิม คิมยา อดีต ส.ส.พรรคฝ่ายค้านกัมพูชา ถูกลอบสังหารใกล้วัดบวรฯ ใจกลางกรุงเทพฯ กลายเป็นคดีการเมืองข้ามชาติที่สะเทือนภาพลักษณ์ความปลอดภัยของไทยในสายตานานาชาติ และถูกตั้งคำถามว่าไทยกลายเป็น “สนามล่า” ของความขัดแย้งประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่  

กุมภาพันธ์ 
รถทัวร์คว่ำหมู่บนถนนไทย

- อุบัติเหตุรถทัวร์คว่ำที่ปราจีนบุรี เสียชีวิต 18 ราย  
26 กุมภาพันธ์ รถบัสเช่าเหมาลำที่พาชาวบ้านไปศึกษาดูงาน เสียหลักบนทางลงเขาแล้วพลิกคว่ำตกข้างทางในจังหวัดปราจีนบุรี คร่าชีวิตอย่างน้อย 18 คน บาดเจ็บอีกกว่า 30 คน เหตุจากเบรกขัดข้องบนเส้นทางลงเขาที่อันตราย ซึ่งตอกย้ำสถิติด้านความปลอดภัยทางถนนของไทยที่ติดอันดับเลวร้ายของโลกมานาน  

มีนาคม 
แผ่นดินไหวพม่าสะเทือนกรุงเทพฯ ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม

- แผ่นดินไหวขนาดราว 7.7 ที่เมียนมา เขย่าภูมิภาคทั้งวง  
วันที่ 28 มีนาคม แผ่นดินไหวรุนแรงในเมียนมา สะเทือนไปถึงไทย ลาว จีนตอนใต้ และเวียดนาม สร้างความเสียหายหนักในเมียนมาและทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน  

- ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินในกรุงเทพฯ พังถล่ม เสียชีวิตเกือบร้อย  
แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารสูงที่กำลังก่อสร้างเพื่อเป็นสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินบนถนนกำแพงเพชร 2 พังถล่ม มีผู้เสียชีวิตกว่า 90 คน กลายเป็นหนึ่งในเหตุโศกนาฏกรรมจากโครงสร้างอาคารที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย และเปิดคำถามเรื่องมาตรฐานโครงสร้าง ความปลอดภัย และการกำกับดูแลงานก่อสร้างของหน่วยงานรัฐเองด้วย  

เมษายน
รถบัสคว่ำซ้ำซาก ปัญหาความปลอดภัยทางถนน

- รถบัสทัวร์พุ่งชน-เบรกแตก เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก  
เดือนเมษายนมีรายงานอุบัติเหตุรถบัสทัวร์หลายเคส หนึ่งในนั้นคือกรณีรถทัวร์ชนรถบรรทุกในภาคกลาง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบรายอีกครั้ง  

แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ดังเท่าข่าวการเมือง แต่ภาพศพบนถนนและร่างรถที่ฉีกขาด กลายเป็น “ข่าวร้ายประจำเดือน” ที่คนไทยเริ่มชินชา ทั้งที่มันคือ “สงครามบนถนน” ที่พรากชีวิตคนไทยปีละหลายหมื่น  

พฤษภาคม 
แอนแทรกซ์กลับมา-โรคจากเนื้อสัตว์และระบบสาธารณสุขชนบท

- ไทยพบผู้เสียชีวิตจาก ‘แอนแทรกซ์’ ครั้งแรกในรอบราว 30 ปี  
ต้นพฤษภาคม มีรายงานชายวัย 50 กว่าในจังหวัดมุกดาหารเสียชีวิตจากโรคแอนแทรกซ์ หลังเกี่ยวข้องกับการเชือดและบริโภคเนื้อวัวปนเปื้อน มีผู้สัมผัสเสี่ยงหลายร้อยคน ต้องเร่งเฝ้าระวังและติดตามกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ชนบทชายแดนไทย–ลาว  

กรณีนี้สะท้อนทั้งช่องโหว่เรื่องการควบคุมโรคจากสัตว์สู่คน ความรู้ด้านสาธารณสุขของชาวบ้าน และความเหลื่อมล้ำของระบบสาธารณสุขในชนบทห่างไกล  

มิถุนายน
จุดเริ่มวิกฤตการเมือง: เสียงโทรศัพท์ข้ามชายแดน–เสียงถอนตัวของพันธมิตร

- เทปหลุดคุย “ผู้นำไทย–ฮุน เซน” จุดไฟวิกฤตการเมือง  
กลางเดือนมิถุนายน เทปเสียงการสนทนาระหว่างนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร กับฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา หลุดออกมา ท่ามกลางความตึงเครียดชายแดน ทำให้เธอถูกกล่าวหาว่าทำให้ผลประโยชน์ชาติสั่นคลอน และถูกโจมตีว่ามีความใกล้ชิดส่วนตัวเกินขอบเขตทางการทูต  

- ภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาล-เปิดฉาก ‘วิกฤตการเมือง 2568’  
18 มิถุนายน พรรคภูมิใจไทยประกาศถอนตัวจากรัฐบาล หัวใจของวิกฤตการเมืองปีนี้อย่างเป็นทางการ สะเทือนเสถียรภาพรัฐบาลและนำไปสู่การเรียกร้องให้ยุบสภา และประท้วงขับไล่นายกฯ รอบใหม่  

กรกฎาคม 
จากวิกฤตการเมืองสู่เสียงปืนที่ชายแดน

- ศาลรัฐธรรมนูญ ‘แขวน’ นายกฯ แพทองธาร จากตำแหน่งชั่วคราว  
1 กรกฎาคม ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ “หยุดปฏิบัติหน้าที่” นายกฯ แพทองธาร ระหว่างพิจารณาคดีฝ่าฝืนจริยธรรมกรณีสายตรงถึงฮุน เซน ทำให้ไทยเข้าสู่สภาพ “นายกฯ รักษาการ” และยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนทางการเมือง  

- ชายแดนไทย–กัมพูชาปะทุหนัก จนต้องประกาศกฎอัยการศึก 8 อำเภอ  
ปลายเดือนกรกฎาคม เหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาทวีความรุนแรง จนไทยประกาศกฎอัยการศึกใน 7 อำเภอของจันทบุรี และ 1 อำเภอของตราด เพื่อควบคุมสถานการณ์และเตรียมพร้อมด้านความมั่นคง การสู้รบด้วยปืนใหญ่และอาวุธหนัก ทำให้มีผู้บาดเจ็บและอพยพประชาชนในวงกว้าง และถูกจับตามองจากนานาชาติว่าความขัดแย้งอาจลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบได้  

สิงหาคม 
ศาลรัฐธรรมนูญปลดนายกฯ อีกคน: เกมการเมืองไทยไม่เคยสงบ

- ศาลรัฐธรรมนูญปลด “แพทองธาร” พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  
29 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้แพทองธารถูกถอดถอนจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยข้อหาละเมิดจริยธรรมร้ายแรงกรณีโทรศัพท์คุยฮุน เซนในบริบทข้อพิพาทชายแดน ทำให้ไทยต้องหาผู้นำคนใหม่ต่อจาก “นายกฯ ถูกปลด” อีกครั้ง และตอกย้ำภาพความไม่เสถียรของการเมืองไทยในสายตาโลก  

- เศรษฐกิจถูกหั่นคาดการณ์โตเหลือแค่ราว 2%  
ท่ามกลางความปั่นป่วนทางการเมือง สัญญาณเศรษฐกิจเองก็ไม่ดีเท่าไร ทั้ง NESDC และธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่า GDP ปี 2568 น่าจะโตได้เพียงประมาณ 2% เท่านั้น ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านและถือว่า “โตช้าในภูมิภาค” ขณะที่ธนาคารโลกก็หั่นคาดการณ์เหลือราว 1.8–2.2% เช่นกัน  

กันยายน 
สิงโตขย้ำคนเลี้ยงที่ Safari World & ทักษิณกลับเข้าเรือนจำ

- สิงโตขย้ำคนเลี้ยงที่ Safari World กลางกรุงเทพฯ ต่อหน้านักท่องเที่ยว  
10 กันยายน คนเลี้ยงสัตว์วัยราว 58 ปีถูกสิงโตหลายตัวรุมกัดจนเสียชีวิตในโซนซาฟารีของ Safari World ต่อหน้าต่อตานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เหตุการณ์นี้ทำให้ต้องปิดโซนสิงโตชั่วคราว และถูกตั้งคำถามหนักเรื่องมาตรการความปลอดภัย การฝึกสัตว์ และจริยธรรมการใช้สัตว์ป่าเพื่อความบันเทิง  

- ทักษิณกลับเข้าเรือนจำ หลังศาลวินิจฉัยว่าช่วงอยู่ รพ. ไม่ถูกนับโทษ  
กันยายนนี้เอง อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลสั่งให้กลับเข้าเรือนจำอีกครั้ง หลังเห็นว่าการพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจช่วงก่อนหน้าไม่ควรถูกนับรวมเป็นโทษจำคุกเต็มรูปแบบ ภาพอดีตผู้นำคนสำคัญของไทยกลับเข้าเรือนจำ ซ้อนทับกับการที่ลูกสาวเพิ่งถูกศาลปลดจากนายกฯ กลายเป็น “ภาพประวัติศาสตร์” ของการหักเหของตระกูลการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดตระกูลหนึ่งของไทย  

ตุลาคม 
เงาของการเมือง-เศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ

- มือปืนสังหารลิม คิมยา ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต  
3 ตุลาคม ศาลไทยพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต เอกลักษณ์ แพน้อย มือปืนที่ลอบสังหารอดีต ส.ส.ฝ่ายค้านกัมพูชา ลิม คิมยา กลางกรุงเทพฯ เมื่อต้นปี คดีนี้ตอกย้ำภาพว่าไทยกลายเป็นสนามปฏิบัติการทางการเมืองของเพื่อนบ้านไปโดยปริยาย และคำถามที่ยังไม่ถูกตอบคือ “ใครเป็นคนสั่ง?”  

- ธนาคารโลก-หน่วยงานต่างประเทศหั่นคาดการณ์เติบโตไทยต่อเนื่อง  
รายงานเศรษฐกิจหลายสำนักปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568 ลงอีก เนื่องจากการเมืองยืดเยื้อ การลงทุนเอกชนเชื่องช้า การท่องเที่ยวฟื้นไม่เต็มที่ และความเสี่ยงจากสงครามการค้าและภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่เล่นงานหลายประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงไทยด้วย  

พฤศจิกายน 
น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้: จบปีด้วยมหันตภัยที่คนรู้สึกซ้ำเดิม

- น้ำท่วมใหญ่ 12 จังหวัดภาคใต้ ตายกว่า 80 คน กระทบกว่า 3 ล้านคน  
ช่วงกลาง-ปลายพฤศจิกายน มรสุมและฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ 12 จังหวัดภาคใต้เผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่ มีรายงานผู้เสียชีวิตมากกว่า 80 ราย บ้านเรือน ถนน ระบบสาธารณูปโภคเสียหายหนัก ผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 3 ล้านคน หลายพื้นที่ถูกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ  

แม้หน่วยงานรัฐจะเร่งระบายน้ำ ช่วยเหลือเยียวยา แต่ภาพ “น้ำท่วมใต้” ก็กลายเป็นภาพซ้ำอีกปี ที่ทำให้คนตั้งคำถามว่า ในยุคโลกร้อน–ฝนสุดขั้ว ระบบป้องกันน้ำท่วมและการวางผังเมืองของไทยพัฒนาไปถึงไหนแล้ว  

อ่านข่าวร้ายทั้งปี แล้วเราเห็นอะไรจากประเทศไทยปี 2568?

เมื่อเอาข่าวร้ายทั้งปีมาวางเรียงกัน ภาพใหญ่ที่เห็นชัดคือ…

1. ประเทศที่ “เสี่ยงจากทุกทิศ”  ทั้งภัยธรรมชาติ โรคระบาด อุบัติเหตุ และการเมือง  
2. รัฐไม่ทันโลกเสี่ยง: จากฝุ่น-โรค-อุบัติเหตุ สู่สิงโตขย้ำคนเลี้ยง  
3. การเมืองไม่เสถียร ทำให้ทุกวิกฤตหนักขึ้น  
4. เศรษฐกิจโตช้า ในโลกที่วิกฤตรออยู่ข้างหน้า  
5. คนไทยเริ่มชินกับข่าวร้าย และนั่นอันตรายที่สุด  

‘ดร.อานนท์’ ถอดบทเรียนภาวะผู้นำยามวิกฤต 'Mike' นิวยอร์กสั่งอพยพเพราะเชื่อข้อมูล กล้าด่านักข่าวเพื่อรักษาชีวิตกว่าสิบล้านคน ส่วน นายกฯหาดใหญ่ เชื่อ 'เอาอยู่' จนมีผู้เสียชีวิต

รองศาสตราจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ สาขาวิชาสถิติศาสตร์ สาขาวิชาพลเมืองวิทยาการข้อมูล สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายกแป้น แห่งเทศบาลนครหาดใหญ่ กับ Michael Bloomberg แห่งเทศบาลมหานครนิวยอร์ก

ผมเป็น New Yorker อยู่หลายปี สมัยที่ Michael Bloomberg เป็น Lord Mayor หรือ นายกเทศมนตรีมหานครนิวยอร์ก

Mike เป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจมาก และมีภาวะผู้นำสูงมาก 
ผมจำได้ว่า Hurricane ขึ้น New York หลายครั้ง

Mike เชื่อข้อมูลคือผลการพยากรณ์อากาศ Mike เชื่อตัวแบบอย่างที่คนมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์จะใช้ในการตัดสินใจ

New York City เป็นเมืองพิเศษทางภูมิศาสตร์ Manhattan เป็นเกาะที่สองข้างเป็นตลิ่งสูง แคบเป็นตัว V ของ Hudson River และ East River ทำให้เป็นท่าเรือน้ำลึกที่ดีโดยธรรมชาติ แต่ในจุดแกร่งมีจุดอ่อนคือเกิด Storm Surge ได้ง่ายเพราะสอบแคบ หาก Hurricane เข้าจะหอบน้ำทะเลจากมหาสมุทรแอตแลนติกเข้ามาท่วมได้มากมหาศาลและน้ำท่วมจะสูงมาก 

ถ้า Hurricane เข้าจะหอบน้ำทะเล เกิด Storm Surge เข้ามาท่วมประมาณสึนามิ หอบน้ำเข้า เหมือนตอน ไต้ฝุ่นนากิซ หอบน้ำจากมหาสมุทรอินเดียถล่มพม่าจนตายไปหลายหมื่น 

ครั้งหนึ่ง มี Hurricane ลูกใหญ่จะขึ้นฝั่งที่มหานครนิวยอร์ก Mike สั่งอพยพ (Evacuation) คนนับสิบล้านออกจาก Manhattan แล้ว Hurricane ไป touch down ที่ Atlantic City ทำให้ความหายนะไปเกิดที่ Atlantic City แทน 

นิวยอร์กซิตี้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่มีความเสียหายอะไรเลย 

นักข่าวอเมริกันก็ดุมาก ไปรุมถาม Mike ว่าจะทำอย่างไร จะรับผิดชอบอย่างไร ในเมื่อสั่งคนอพยพเป็นสิบล้านแล้วไม่เกิดอะไรเลย

Mike นิ่งๆ แล้วระเบิดใส่นักข่าวว่า ถ้าเป็นไปตามพยากรณ์ ตายเป็นสิบล้าน คุณจะรับผิดชอบไหวไหม

ผมเป็นนายกเทศมนตรี เป็นนักการเมือง เป็นคนรับผิดชอบชีวิตคน ต้อง Hope for the best, prepare for the worst. หมายความว่า หวังในสถานการณ์ที่ดีที่สุด (Hurricane ไม่เข้านิวยอร์ก) แต่เตรียมตัวสำหรับสถานการณ์เลวร้ายสุด คือ Hurricane เข้านิวยอร์ก และเกิด Storm surge 

Mike เป็นนักการเมืองที่ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม กะนักข่าว ก็ไม่กลัว ด่านักข่าวได้ ไม่ได้คิดจะหาเสียง แต่รักษาหลักการ บริหารความเสี่ยง และเอาชีวิตประชาชนเป็นสำคัญสุด  

พอมาอีกครั้งพายุเฮอริเคนจะเข้ามหานครนิวยอร์กอีก  Mike ยังเป็น Lord Mayor เกิด Hurricane เข้า touch down ที่นิวยอร์กอีก คราวนี้เกิดจริง 

เที่ยวหลังนี้ เกิด Storm surge จริง น้ำท่วม Manhattan ไปครึ่งเกาะ สูงเป็นสองเมตร สามเมตร เข้าระบบ subway วินาศสันตะโร ดีที่สั่งปิด Subway แล้ว เอารถไฟฟ้าออกหมดแล้ว ไม่อย่างนั้นจะมีคนตายหลายแสนในระบบรถไฟฟ้าใต้ดินของมหานครนิวยอร์ก 

แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก คนไม่ได้ตายมากมาย เพราะ Mike สั่งอพยพ คนนับสิบล้านออกไปหมดแล้ว แน่นอนว่ามีคนนิวยอร์กที่ไม่เชื่อ และไม่ยอมอพยพ 
.
รุ่งขึ้นหิมะตก Snow ลง อากาศหนาวเย็นมาก หลังจากน้ำท่วม ไฟฟ้าดับครึ่งเกาะ แต่ไม่มีเครื่องทำความร้อนหรือ Heater สถานการณ์ Terrible มาก เหมือนภาพยนตร์ชื่อ Perfect Storm 

นักข่าวมาสัมภาษณ์ Mike ตาแกไม่ลืม เทศนาด่านักข่าวไปอีกยก เล่าเรื่องเก่าที่สั่งอพยพแล้ว Hurricane ไม่เข้า แต่เที่ยวนี้เข้า เสียหายหนักจริง ถ้าไม่เตรียมการ ไม่ประกาศอพยพ จะมีคนตายเป็นเบือ Mike แกใส่นักข่าวไปเต็ม ๆ 

นี่คือภาวะผู้นำครับ Mike เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาก แล้วมาเป็นนักการเมืองท้องถิ่น 

เทศบาลนิวยอร์ก มีอำนาจสูงมาก สหรัฐอเมริกาเขากระจายอำนาจเต็มที่ แน่นอนว่ามีทั้งท้องถิ่นที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง และที่ประสบความสำเร็จ คุณภาพของคนในแต่ละท้องถิ่นไม่เท่ากัน 

เรากระจายอำนาจได้เมื่อพร้อม ประชาชนมีคุณภาพ เราจะได้นักการเมืองมีคุณภาพ

ตัดกลับมาที่นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นายกแป้น ณรงค์พร ณ พัทลุง

ไม่ได้นำพากับข้อมูล ไม่มีความรู้ความสามารถ แล้วทำให้คนหาดใหญ่ไม่อพยพ หลงเชื่อว่าเอาอยู่ โฆษณาหาเสียงว่าเอาอยู่ มีคนตายเป็นร้อย ๆ ความเสียหายมหาศาล

กระจายอำนาจเมื่อพร้อมดีกว่าครับ 

คนหาดใหญ่ เป็นคนไร้คุณภาพหรือไม่? ถึงเลือกนักการเมืองได้ไร้คุณภาพอย่างนายกแป้น ใช่หรือไม่?   

ผมถึงกับต้องทบทวนว่า ประเทศไทย เหมาะสมกับการกระจายอำนาจแล้วหรือยัง ถ้าประชาชนยังมีคุณภาพได้แค่นี้ เลือกตั้งมาโดยประชากรคุณภาพต่ำ ก็ย่อมได้นักการเมืองคุณภาพต่ำ

จีนแสดงความห่วงใยน้ำท่วมภาคใต้ไทย! พร้อมแสดงความเสียใจต่อความสูญเสีย ให้คำมั่นสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่ผู้ประสบภัย ขอให้ผ่านพ้นวิกฤตและกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2568 สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเสียใจต่อสถานการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยระบุข้อความว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย แสดงความเสียใจและความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในประเทศไทย

'บิ๊กอรรถ' รอง จเร ตร. ลงพื้นที่สงขลา ติดตามการยืนยันอัตลักษณ์เหยื่อน้ำท่วม ระดมแพทย์นิติเวช - ตู้คอนเทนเนอร์เก็บศพเพิ่ม คาด 2 วัน ทยอยคืนร่างสู่ญาติโดยเร็ว

รองจเรตำรวจแห่งชาติเผยมีร่างผู้เสียชีวิตเหตุน้ำท่วมส่งมารอพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว 104 ร่าง จากหลายโรงพยาบาลในพื้นที่ ทั้งในสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ตั้งศูนย์นิติเวช ม.อ.เป็นจุดรวบรวม เตรียมคอนเทนเนอร์เก็บรักษาศพ 6 ตู้ ตำรวจ-แพทย์ระดมกำลังเพิ่ม เร่งพิสูจน์เพื่อคืนร่างให้ญาติโดยเร็วที่สุด 

เมื่อวันที่ (27 พ.ย. 68) ที่ศูนย์นิติเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพิสูจน์อัตลักษณ์ร่างผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดสงขลา โดยศูนย์แห่งนี้ถูกกำหนดให้เป็นจุดรวบรวมร่างผู้เสียชีวิตเพียงแห่งเดียวของจังหวัด เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีระบบ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า ณ เวลา 20.30 น. มีร่างผู้เสียชีวิตถูกส่งเข้ามารวบรวมและรอตรวจพิสูจน์แล้ว 104 ราย มาจากหลายโรงพยาบาลและหลายพื้นที่ ทั้งในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง โดยในจำนวนนี้ แบ่งเป็นร่างที่ส่งมาจากโรงพยาบาลต่างๆ และร่าง 47 ราย ที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบในพื้นที่ประสบภัย ซึ่งกลุ่มหลังจำเป็นต้องตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด เพื่อยืนยันว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากโรคประจำตัว หรือเป็นผลโดยตรงจากเหตุอุทกภัย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งกำลังสนับสนุนจากส่วนกลาง ตั้งศูนย์ช่วยเหลือร่วมกับตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อเร่งกระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์และดูแลการจัดเก็บร่างผู้เสียชีวิต

ด้าน พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า ขณะนี้มีตู้คอนเทนเนอร์เก็บรักษาร่างผู้เสียชีวิตจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 6 ตู้ ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพื่อรองรับจำนวนร่างที่ถูกส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า หากญาตินำใบรับรองการเสียชีวิตและเอกสารยืนยันตัวตนมาแสดง ก็สามารถรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ทันที

ขณะที่ พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ระบุว่า ปัจจุบันมีแพทย์นิติเวชประจำที่ศูนย์ฯ จำนวน 3 คน และได้ระดมพนักงานสอบสวนจากทั่วจังหวัดมาร่วมปฏิบัติงาน โดยภายใน 2 วัน จะมีแพทย์นิติเวชจากหน่วยงานอื่นเดินทางมาสมทบเพิ่มอีก 5 คน รวมเป็น 8 คน เพื่อเร่งกระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลให้รวดเร็วที่สุด

เจ้าหน้าที่จะเริ่มดำเนินการชันสูตรและพิสูจน์บุคคลโดยให้ความสำคัญกับร่างที่มีญาติยืนยันตัวตนได้ก่อน เนื่องจากมีข้อมูลประกอบชัดเจน สามารถคืนร่างให้ครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว ลดภาระด้านจิตใจของผู้สูญเสียท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้

‘ดร.อานนท์’ ยันการใช้ ม.8 พรบ. อัยการศึก อพยพคนปลายน้ำ จ่ายชดเชย - ขนด้วย GMC หากต้องระเบิดถนนลพบุรีราเมศวร์ ฟันธง! พื้นที่เขต 8 หาดใหญ่ 'ไม่ปกติ'

(26 พ.ย. 68) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เช้านี้ก่อนขึ้นบรรยาย Generative AI สำหรับวิชาชีพพยาบาล ให้สมาคมพยาบาลมะเร็งแห่งประเทศไทย ที่ Centara life ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 

นักข่าวช่องสามมารอสัมภาษณ์
คำถามแรก อาจารย์ยังยืนยันว่าต้องใช้กฎอัยการศึก แล้วต้องระเบิดถนนลพบุรีราเมศวร์หรือไม่

คำตอบ ของอานนท์ 
น้องน้ำ ทำหน้าที่แทนกฎอัยการศึกไปแล้ว ผมให้ใช้ มาตรา 8 พรบ. อัยการศึก เพื่อให้ทหาร มีอำนาจทำลายเปลี่ยนแปลงสถานที่และขับไล่ผู้คนได้ 

ขับไล่ผู้คนคือ คนปลายน้ำ ที่น้ำจะผ่าน จ่ายเงินชดเชยให้สด ๆ อพยพทันที เอา GMC มาขน 

ทำลายเปลี่ยนแปลงสถานที่คือระเบิด ถนนลพบุรีราเมศวร์ ทางรถไฟ และคันคลอง ร. 1
ไม่ต้องใช้กฎอัยการศึกครับ น้องน้ำ ระเบิดทางรถไฟที่ขวางน้ำออกให้เรียบร้อยแล้ว น้องน้ำทำหน้าที่แทนอัยการศึกแล้ว ลพบุรีราเมศวร์ น้องน้ำแรงไม่ถึง ขอบคันคลอง ร.1 ก็ได้ยินว่าน้องน้ำระเบิดให้

น้ำจะลงอย่างรวดเร็วแล้วครับ โดยไม่ต้องระเบิด โดยไม่ต้องใช้อัยการศึก 
ณ เวลานี้ ไม่จำเป็น เพราะน้องน้ำได้ตัดสินใจประกาศใช้กฎอัยการศึกแทนไปเรียบร้อย แล้ว
ธรรมชาติยิ่งใหญ่กว่ากฎอัยการศึกครับ

คำถามสอง ตรงเขตแปด หาดใหญ่อาจารย์ว่ามีอะไรผิดปกติไหมครับ 

ไม่ปกติ ต้องมีผู้ก่อการร้าย หรือสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด อย่างแน่นอน 
ไม่เช่นนั้นจะไม่ยิงปืนไล่คนเข้าพื้นที่รัว ๆ ทั้งวันทั้งคืน ที่ล่าสุด ยิงใส่กู้ภัยไป 20 นัด มีการปาข้าวของใส่ด้วย
นี่คือไม่ปกติ

หน่วยเสือภูเขา หน่วยรบเก่งกาจมากของกองทัพภาคที่ 4 รู้จักโจรก่อการร้ายเป็นอย่างดี
นาวิกโยธิน นักรบแห่งกองทัพเรือ 
RECON หน่วยลาดตระเวน นักรบสามมิติแห่งราชนาวีไทย
EDD เก็บกู้ระเบิดแห่งกองทัพเรือ 
SEAL นักรบพิเศษจู่โจมใต้น้ำ 
ที่เมื่อคืน สนธิกำลังแบบนี้เข้าไปช่วยชาวบ้านที่น้ำท่วม เขต 8 
นี่คือสถานการณ์ไม่ปกติครับ

น้ำท่วมสามเมตร ฝนตกกระหน่ำทั้งวัน ไฟฟ้าดับหมดเมือง 
จู่ ๆ เมล็ดฝนหล่นโดนน้ำท่วมลุกเป็นไฟ ไหม้ตึกที่น้ำท่วมในหาดใหญ่ได้เองครับ
เหตุการณ์ไม่ปกติจริง ๆ ครับ มีคนวางเพลิงสร้างสถานการณ์แน่นอน 
ไม่มีอะไรปกติเลย

ตอบคำถาม THE STATES TIMES
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ (Historical evidence) คือการสอบถามผู้รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยทรงสั่งให้เจาะทางรถไฟและถนนลพบุรีราเมศวร์ จริง ๆ เหตุการณ์ในอดีตคือ พ.ศ. 2543 ยังมีผู้เห็นเหตุการณ์ รับรู้และมีชีวิตอยู่
แต่ผมพิจารณาจากแผนที่ และชี้จุดโดย GIS โดยมีผู้เชี่ยวชาญช่วยพิจารณา 

ตอบคำถามดราม่าเรื่องคนปลายน้ำ
ก็ไม่ได้จะปล่อยน้ำไปฆ่า แต่จะเร่งอพยพออก มาตรา 8 อัยการศึก ขับไล่คนได้ จับกุมออกไปก็ได้ จ่ายเงินชดเชยให้เต็มที่ ขนด้วย GMC ออกไป ไม่เกินสองชั่วโมง ก็ระเบิด ถนนลพบุรีราเมศวร์ และทางรถไฟได้ แล้ว

อย่ามาเล่นเกมส์ ชีวิตฉันน่าสงสารกันเลยครับ คนปลายน้ำ ไม่ได้มีใครจะมาฆ่าพวกคุณหรอกครับ 

จบคำตอบที่ THE STATES TIMES ไม่ได้ถามอานนท์

คิงส์เกตยุติข้อพิพาท ปิดฉากคดีเหมืองทองอัครา ถอนฟ้องรัฐบาลไทยแล้ว โดยไม่มีคำชี้ขาดตัดสินแพ้–ชนะ หลังยืดเยื้อมานานกว่า 8 ปี

(27 พ.ย. 68) บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด บริษัทแม่ของเหมืองทองอัครา ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ว่าได้ “ยุติข้อพิพาท” กับรัฐบาลไทยแล้ว หลังจากรัฐบาลไทยเคยใช้อำนาจมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองเมื่อปี 2560 และคิงส์เกตยื่นฟ้องต่อศาลอนุญาโตตุลาการภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ยืดเยื้อมานานกว่า 8 ปี

คิงส์เกตระบุว่า บริษัทและรัฐบาลไทยตกลงร่วมกันยุติกระบวนการอนุญาโตตุลาการที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 โดยจะไม่มีคำชี้ขาดตัดสินแพ้-ชนะ คณะอนุญาโตตุลาการได้รับทราบข้อตกลงแล้ว และจะออกคำสั่งยุติคดีอย่างเป็นทางการในเวลาที่เหมาะสม ข้อตกลงนี้ถูกระบุว่าเป็น “การระงับข้อพิพาทโดยฉันมิตร” ระหว่างทั้งสองฝ่าย

แถลงการณ์ย้ำว่า ความตกลงครั้งนี้สะท้อน “ความสัมพันธ์ที่สดใหม่” ระหว่างคิงส์เกตกับประเทศไทย และคาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทย ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากการเดินหน้าดำเนินงานเหมืองทองและเงินที่เหมืองชาตรีอย่างต่อเนื่อง คิงส์เกตยืนยันว่าพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยอย่างสร้างสรรค์และสุจริตใจ เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองระยะยาวให้ทุกฝ่าย

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทระบุด้วยว่า การยอมยุติคดีไม่ได้เป็นการตัดสินใจที่ง่าย แต่เห็นว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างมูลค่าระยะยาวให้ผู้ถือหุ้น ชุมชนรอบเหมืองชาตรี และพนักงานของบริษัท ขณะที่ เจมี่ กิบสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคิงส์เกต เรียกพัฒนาการครั้งนี้ว่าเป็น “ช่วงเวลาประวัติศาสตร์” ของการลงทุนในเหมืองชาตรี และมองว่าเป็นสัญญาณบวกว่าประเทศไทย “เปิดกว้างสำหรับธุรกิจ” อีกครั้ง

CAAT ชี้แจงบินโดรนในพื้นที่อุทกภัยภาคใต้ ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อสนับสนุนภารกิจ ช่วยเหลือประชาชนอย่างปลอดภัย

(27 พ.ย. 68) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศอนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติการบินโดรนในพื้นที่ประสบอุทกภัยได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะการบินหลังเวลา 18.00 น. ซึ่งเป็นกรณี “อนุญาตเป็นพิเศษ” สำหรับภารกิจบรรเทาสาธารณภัยเท่านั้น

เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ผู้ปฏิบัติการบินต้อง
- ติดตั้งไฟระบุตำแหน่งให้มองเห็นชัดเจน
- ประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ก่อนบินทุกครั้ง
- ไม่ทำการบินที่อาจเป็นการรบกวนเส้นทางบินของอากาศยานของรัฐและอากาศยานฉุกเฉิน

CAAT ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และปลอดภัย

ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง อนุญาตให้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอกเพื่อการดำเนินงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ พ.ศ. 2568 > https://www.caat.or.th/laws-regulations/191646/

ทรรศนะ ‘อาจารย์อุ๋ย’ ชี้น้ำท่วมหาดใหญ่ หนักสุดในรอบ 25 ปี เกิดเพราะรัฐไม่ใช้กฎหมาย ถึงเวลาปฏิรูปอำนาจจัดการน้ำทันที

(27 พ.ย. 68) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและอดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟสบุ๊กแสดงความเห็นว่า “ในฐานะนักกฎหมายและผู้ที่ติดตามปัญหาน้ำท่วมมาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสภาพทางภูมิศาสตร์หลายส่วนคล้ายคลึงกับเมืองหาดใหญ่ ผมขอยืนยันได้ประการหนึ่งว่า น้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงกฎหมายและโครงสร้างอำนาจรัฐ ที่ถูกปล่อยปละละเลย จนเรื้อรังซ้ำซากมานานกว่าสามทศวรรษ 

สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือ ไม่ได้มีการบังคับใช้ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 อย่างครบวงจร กล่าวคือ แม้กฎหมายให้อำนาจรัฐจัดทำ ‘แผนจัดการน้ำลุ่มน้ำภาคใต้’ อย่างเป็นระบบ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีการกำหนดเขตห้ามรุกล้ำทางน้ำ และเขตซับน้ำตามธรรมชาติ อย่างชัดเจน ทำให้พื้นที่รับน้ำรอบคลองอู่ตะเภาถูกรุกล้ำเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก จนระบบระบายน้ำที่ควรทำงานได้ กลับถูกบีบให้แคบลง  เรื่อย ๆ 

สาเหตุถัดมาคือ กลไกการบริหารน้ำข้ามหน่วยงานที่ไร้เอกภาพ ระหว่าง อบจ. สงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ ชลประทาน และป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ทั้งที่กฎหมายให้อำนาจตั้ง ‘คณะกรรมการลุ่มน้ำ’ เพื่อทำหน้าที่บังคับบัญชาแบบศูนย์เดียว (single command) แต่กลับกลายเป็นเพียงเวทีหารือ ไม่ใช่เวทีสั่งการ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top