Saturday, 8 August 2026
NEWS FEED

(สุรินทร์) ผบ.มทบ.25 ตรวจเยี่ยมทหารผ่านศึกสูงอายุ พิการทุพพลภาพ และยากจน

เมื่อวานนี้ (14 ก.พ.68) พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 / หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตสุรินทร์ พร้อมด้วย คุณสายธาร กิจคณะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 25 นายทหารและคณะฯ เข้าตรวจเยี่ยมสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตสุรินทร์ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานในรอบที่ผ่านมา โดยมี นางสาวอณัญญา พรหมบุตร รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตสุรินทร์ กล่าวรายงาน 

ต่อจากนั้น พลตรี ไชยนคร  กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 / หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตสุรินทร์ พร้อมด้วย คุณสายธาร กิจคณะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 25นายทหารและคณะฯ นางสาวอนัญญา พรหมบุตร รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตสุรินทร์ และคณะฯ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมทหารผ่านศึกสูงอายุ พิการทุพพลภาพ และมีฐานะยากจน จำนวน 2 ราย พร้อมมอบเงินช่วยเหลือครั้งคราว มอบเครื่องอุปโภค (ถุงยังชีพ) เพื่อแสดงความห่วงใยและเป็นขวัญกำลังใจให้กับทหารผ่านศึกในพื้นที่ อำเภอเมืองเมือง จังหวัดสุรินทร์ ประกอบไปด้วย รายที่ 1. พลฯ สมหวัง (ขอสงวนนามสกุล) ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ 3 เลขที่ 189277 อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ที่ 1 ตำบลเฉนียง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ รายได้หลักของ พลฯสมหวัง มาจากการประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้ไม่แน่นอน เงินคนพิการและเงินสวัสดิการแห่งรัฐ พลฯสมหวัง ป่วยเป็นโรคจิตเวช ขณะนี้ได้เข้ารับการรักษาและทานยาอย่างต่อเนื่อง สามารถทำงานได้ ภรรยาไม่ได้ประกอบอาชีพ เนื่องจากมีภาวะเจ็บป่วยเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวานและกล้ามเนื้ออ่อนแรง 

และไม่ได้ประกอบอาชีพ มีรายได้จากเงินผู้พิการและสวัสดิการแห่งรัฐ และรายที่ 2. พลฯ สุรพินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) ทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่  เลขที่ ป.0107842/26 บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 6 ตำบลสวาย อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ พลฯสุรพินทร์ ป่วยเป็นโรคแขนและขาอ่อนแรง ตั้งแต่ปี 2558 พักอาศัยอยู่บ้านตามลำพัง ปัจจุบันไม่ได้ประกอบอาชีพเนื่องจากสภาวะเจ็บป่วย มีรายได้จากเบี้ยคนพิการ เดือนละ 800 บาท และเงินช่วยเหลือ รายเดือนจากโครงการทหารผ่านศึกเดือนละ 4,000 บาท การลงพื้นที่ในครั้งนี้ สร้างความประทับใจและความซาบซึ้ง ให้กับทหารผ่านศึกเป็นอย่างมาก ที่สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตสุรินทร์ ไม่ทิ้งให้ ทหารผ่านศึก อยู่ตามลำพัง

‘โมโตจีพี’ เทสต์สนั่นโลก!! ‘มาร์เกซ’ เร็วที่สุด ‘สมเกียรติ’ ยกระดับ!! ก่อน ‘ThaiGP’

(15 ก.พ. 68) 'ซูเปอร์สตาร์นักบิดโมโตจีพี' ดวลความเร็ว 'ThaiGP Pre-Season Test' เข้มข้น ผลปรากฏว่า มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลกจาก ดูคาติ ผงาดรั้งจ่าฝูงเหนือน้องชายอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ ขณะที่ 'ก้อง' สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทยจาก ฮอนด้า ทำงานอย่างหนักหลังบิดทั้งสิ้น 131 รอบสนาม ยกระดับได้ยอดเยี่ยม ก่อนเปิดฤดูกาล โมโตจีพี 2025 ที่ประเทศไทย ในศึก 'พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์' 28 กุมภาพันธ์-2 มีนาคมนี้

การทดสอบพรีซีซั่นอย่างเป็นทางการของศึก โมโตจีพี 2025 'ThaiGP Pre-Season Test' จบลงอย่างเป็นทางการ หลังผ่านการทำงานอย่างหนักของทีมแข่ง วิศวกร และนักบิดทุกคน ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

ผลการทดสอบปรากฏว่า 'มาร์ค มาร์เกซ' แชมป์โลกชาวสแปนิชจาก ดูคาติ เลอโนโว ทีม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 28.855 วินาที หลังวิ่งไปทั้งสิ้น 156 รอบสนาม ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดยยังไม่สามารถทำลายสถิติเดิม 1 นาที 28.700 วินาที ของทีมเมทอย่าง ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า ลงได้ ส่วนอันดับ 2 เป็นของ 'อเล็กซ์ มาร์เกซ' นักบิดสแปนิชจาก เกรซินี เรซซิ่ง ตามหลัง 0.179 วินาที ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ 'มาร์โก เบซเซ็คคี' นักบิดอิตาเลียนจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ตามหลัง 0.205 วินาที

ส่วน 'เปโดร อคอสต้า' นักบิดดาวโรจน์ชาวสแปนิชจาก เรดบูล เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี เรซซิ่ง จบการทดสอบครั้งนี้ในอันดับ 4 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.133 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 0.278 วินาที ด้าน 'ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า' แชมป์โลก 2 สมัย ยังไม่ลงตัวมากนัก รั้งอันดับ 5 ด้วยเวลาสต่อรอบ 1 นาที 29.378 วินาที ตามหลังทีมเมทอย่าง มาร์ค มาร์เกซ 0.523 วินาที

ขณะที่ 'โจอัน เมียร์' ชาวสแปนิชจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล ส่งสัญญาณยอดเยี่ยม ขยับขึ้นมารั้งท็อป 6 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.399 วินาที บีบระยะเข้าไปหาหัวแถวเหลือ 0.544 วินาที ตามด้วย 'ฟรานโก้ มอร์บิเดลลี' นักบิดอิตาเลียนจาก เปอร์ตามิน่า เอ็นดูโร วีอาร์46 เรซซิ่ง ในอันดับ 7 ตามหลัง 0.599 วินาที

ส่วน 'ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร' แชมป์โลก 1 สมัยชาวฝรั่งเศสจาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี จบการทดสอบครั้งนี้ในอันดับ 8 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.586 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 0.731 วินาที ตามด้วย 'มาเวริค บีญาเลส' นักบิดสแปนิชจาก เรดบูล เคทีเอ็ม เทคทรี ตามหลัง 0.751 วินาที และอันดับ 10 เป็นของ 'แจ็ค มิลเลอร์' นักบิดออสเตรเลียนจาก พรีม่า พรามัค ยามาฮ่า โมโตจีพี ตามหลังหัวแถว 0.762 วินาที

สำหรับนักบิดโมโตจีพีชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์อย่าง 'ก้อง' สมเกียรติ จันทรา จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ ทำงานกับทีมและวิศวกรของ ฮอนด้า อย่างหนัก จบการทดสอบครั้งนี้ด้วยอันดับ 20 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 30.465 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 1.610 วินาที หลังจากที่ลงบิดไปทั้งสิ้น 131 รอบสนาม 

ด้านรุกกี้ที่ผลงานดีที่สุดในการทดสอบครั้งนี้ได้แก่ 'ไอ โอกูระ' นักบิดชาวญี่ปุ่นจาก แทร็คเฮาส์ เรซซิ่ง ภายใต้รถแข่งอพริเลีย รั้งอันดับ 11 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.636 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 0.781 วินาที ตามด้วย 'เฟร์มิน อัลเดเกร์' นักบิดดาวรุ่งชาวสแปนิชจาก เกรซินี เรซซิ่ง ในอันดับ 18 ตามหลัง 1.230 วินาที

ทั้งนี้ หลังจบภารกิจการทดสอบ 'ThaiGP Pre-Season Test' อย่างเป็นทางการของ โมโตจีพี 2025 บรรดานักบิดพรีเมียร์คลาสทุกคน จะมีเวลาพักราว 2 สัปดาห์ ก่อนเข้าสู่การแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-2 มีนาคมนี้ ในศึก 'พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์' ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ประเทศไทยรองรับการแข่งขันสนามแรกของศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก

แฟนคลับ เป็นปลื้ม!! ‘พี่ตุ๋ย พีระพันธุ์’ เปิดงาน ‘เทศกาลแห่งความรักสีสันจังหวัดตรัง’ เดินทางด้วยเรือสปีดโบ๊ด!! เป็นพยานรัก ‘LGBTQ+’ จดทะเบียนสมรสที่ ‘เกาะกระดาน’

(15 ก.พ. 68) แฟนคลับโพสต์เกี่ยวกับท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีใจความว่า …

สีสันวันแห่งความรัก....พี่ตุ๋ย - พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สวมเสื้อสีชมพูตามธีมของเทศกาล ไปเป็นประธานเปิดงานเทศกาลแห่งความรักสีสันจังหวัดตรัง (เทศกาลวิวาห์ใต้สมุทร 2025) ที่จังหวัดตรัง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารภาคเอกชน และ สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมให้การต้อนรับ ก่อนเดินทางด้วยเรือสปีดโบ๊ดไปยังสถานที่จัดกิจกรรม “รักที่สุด กลางสมุทรอันดามัน” ซึ่งเป็นการจดทะเบียนสมรสที่เกาะกระดาน ชายหาดที่ดีที่สุดในโลก และในปีนี้ยังมีคู่รัก LGBTQ+ ร่วมจดทะเบียนสมรสด้วย

เทศกาลนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวตรังและของประเทศไทยซึ่งจัดต่อเนื่องมากว่า 28 ปี และเคยได้รับการบันทึกเป็นสถิติโลกใน Guinness World of Record เพราะนอกจากจะเป็นการฉลองเทศกาลแห่งความรักแล้ว กิจกรรมนี้ยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ซึ่งเป็นสมบัติอันล้ำค่าของจังหวัดตรังและของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริม Soft Power ของไทย ที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมในภาคใต้ด้วย

สำหรับการจัดงานปีนี้ ทางจังหวัดตรังได้บูรณาการร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมรณรงค์ให้ชาวตรังใส่เสื้อสีชมพูในช่วงเทศกาล นอกจากจะมีการจัดงานวิวาห์ใต้สมุทรแล้ว ยังมีกิจกรรมเดินขบวนพาเหรด LGBTQ+ การสนับสนุนสินค้า OTOP การให้ส่วนลดค่าที่พัก และส่วนลดค่าอาหาร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดอีกด้วย โดยการจัดงาน จะมี 2 รูปแบบ ได้แก่ “วิวาห์ใต้สมุทร” ซึ่งเป็นการดำน้ำจดทะเบียนสมรสบริเวณหินก้อนเดียว หน้าถ้ำมรกต และ “รักที่สุด กลางสมุทรอันดามัน” ซึ่งเป็นการจดทะเบียนสมรสที่เกาะกระดาน 

ลี ยัต-หลง ดาราฮ่องกงโกนหัวบวชที่อินเดีย เลือกเดินทางสู่ทางธรรมหลังเลิกรากับแฟน

(14 ก.พ.68) สื่อฮ่องกงรายงานว่า ลี ยัต-หลง Don Li Yat-long (ดอนหลี่) อดีตแฟนหนุ่มของมิสฮ่องกง วัย 43 ปี ตัดสินใจโกนศีรษะและบวชเป็นพระที่อินเดีย หลังจากผิดหวังในความรัก  

ก่อนหน้านี้ ลี ยัต-หลง ได้เดินทางไปอินเดียพร้อมกลุ่มเพื่อนเพื่อพักผ่อน แต่ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2025 ภาพของเขาในชุดจีวรพระภิกษุได้ปรากฏบนสื่อออนไลน์ สร้างความประหลาดใจให้กับแฟน ๆ และผู้ที่ติดตามข่าวของเขา  

แหล่งข่าวระบุว่า การบวชครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพระผู้ใหญ่จากไต้หวันและไทย ซึ่งเป็นประธานในพิธีบรรพชาให้กับเขา  

ลี ยัต-หลง เคยมีชื่อเสียงจากความสัมพันธ์กับอดีตมิสฮ่องกง แต่หลังจากเลิกรากัน เขายังไม่พบความสัมพันธ์ใหม่ และอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจหันหน้าเข้าสู่ทางธรรม  

ทั้งนี้ ไม่มีรายงานว่าเขาจะบวชตลอดชีวิตหรือเป็นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยแฟนๆ ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของเขาอย่างใกล้ชิด

'ช้าง-บางจากฯ-ดิทโต้' ร่วมหนุน 'ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2025' ดันนักกอล์ฟเยาวชนไทยมุ่งสู่ระดับจัดศึกกอล์ฟเยาวชนฤดูกาล 2025

(14 ก.พ.68) นายดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด พร้อมด้วย  นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง (ที่ 5 จากซ้าย), นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ที่ 4 จากซ้าย) และ นายประสงค์ สุดอำพัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (ที่ 5 จากขวา) ร่วมแถลงข่าวจัดศึกกอล์ฟเยาวชน 'ช้าง - เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2025' ที่ราชพฤกษ์ คลับ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568

'บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด' ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดย 'น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง', 'บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)' และ 'บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)' พร้อมเดินหน้าพัฒนากอล์ฟเยาวชนอย่างต่อเนื่อง จัดศึกดวลสวิงกอล์ฟเยาวชนฤดูกาลใหม่ 'ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2025' (Chang - GENZ Golf Tour 2025) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาและผลักดันให้วงการกอล์ฟเยาวชนของไทยมีความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง สามารถพัฒนาไปสู่ความสำเร็จในระดับชาติ และนานาชาติได้ต่อไปในอนาคต 

นายดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร 'บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด' กล่าวว่า 'เดอะ เจ็นซ์' ได้สร้างทัวร์นี้ขึ้นมาให้เป็นทัวร์เยาวชนของคนรุ่นใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนานักกอล์ฟเยาวชนของไทยให้มีศักยภาพทัดเทียมนานาชาติ ในปีนี้เราก้าวเข้าสู่ปีที่ 4…'เดอะ เจ็นซ์' ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาวงการกอล์ฟเยาวชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังคงรักษามาตรฐานการจัดการแข่งขันตามกฎกติกาสากล รวมถึงมีการนับคะแนนสะสมอันดับนักกอล์ฟสมัครเล่นโลก (WAGR - World Amateur Golf Ranking) และ Junior Golf Scoreboard (JGS) ในปีนี้เราจัดการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 8 รายการ ซึ่งทุกรายการแข่งขันได้รับการรับรองจาก JGS และมี 4 รายการที่ได้รับการรับรองจาก WAGR...

โดยในปีนี้เราได้เพิ่มรุ่นการแข่งขันอีก 1 รุ่น รวมเป็น 4 รุ่นการแข่งขัน คือ Special GENZ (ชายและหญิง) อายุ 19-23 ปี, Super GENZ (ชายและหญิง) อายุ 15-18 ปี, รุ่น Junior GENZ (ชายและหญิง)  อายุ 11-14 ปี และรุ่น Rookie GENZ (ชายและหญิง) อายุ 8-10 ปี ทำการแข่งขันแบบเก็บคะแนนสะสมตลอดฤดูกาล เพื่อคัดเลือกนักกอล์ฟในรุ่น Super GENZ และรุ่น Junior GENZ เข้าร่วมทีม GENZ CREW  จำนวน 12 คน โดยนักกอล์ฟที่มีคะแนนสะสม (สนามที่ 1-8) อันดับ 1, 2 และ 3 ในสองรุ่นดังกล่าวทั้งชายและหญิง จะได้รับการดูแลและสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนาฝีมือจากทาง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และยังคัดเลือกนักกอล์ฟ ฝีมือดีในรุ่น Super GENZ และ Junior GENZ (ชายและหญิง) จำนวน 8 คน ร่วมแข่งขันในรายการ Yonex Junior Golf Champioship 2025 ที่ประเทศญี่ปุ่น และอีก 1 รายการคือ Singapore Junior World Masters 2025 ที่ประเทศสิงคโปร์ และในปีนี้พิเศษกับ Genz Golf Camp ที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ซึ่ง เดอะ เจ็นซ์ ได้ร่วมมือกับ Golfing Ground และ FlowCode โดยมี Dr. Rick Sessinghaus (ดอกเตอร์ริก เซสซิงฮาว) โค้ชของ Collin Morikawa (คอลิน โมริกาวา) รวมถึงคุณ Hallam Morgan (ฮาลัม มอร์แกน) และทีม Flow Code มาร่วมสอนเรื่อง Mental อีกด้วย

การแข่งขัน 'ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2025' จัดแข่งขันรวม 8 รายการ ดังนี้ 
รายการที่ 1 'ช้าง โอเพ่น' วันที่ 8-9 มี.ค.2568  สนามพานอราม่า กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา
รายการที่ 2 'บางจาก แชมเปี้ยนชิพ' (WAGR) วันที่ 18-20 เม.ย.2568 สนามกบินทร์บุรี สปอร์ต คลับ จ.ปราจีนบุรี  
รายการที่ 3 'ช้าง แชมเปี้ยนชิพ' วันที่ 10-11 พ.ค.2568 สนามปัตตาเวีย เซ็นจูรี่ กอล์ฟ คลับ จ.ชลบุรี
รายการที่ 4  'ดิทโต้ Super 6 Match Play' วันที่ 7-8 มิ.ย.2568 สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา
รายการที่ 5 'ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ' (WAGR) วันที่ 4-6 ก.ค.2568  (To Be Announced)    
รายการที่ 6 'บางจาก มาสเตอร์ส' วันที่ 2-3 ส.ค.2568 สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา
รายการที่ 7 'ช้าง คลาสสิค' (WAGR)  วันที่ 5-7 ก.ย.2568 สนามเลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ จ.เพชรบุรี  
รายการที่ 8 'บางจาก แชมเปี้ยนส์ คัพ' (WAGR) วันที่ 3-5 ต.ค.2568 สนามแรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา  

สำหรับผู้ปกครองและนักกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Official Line : @genzgolf  หรือโทร. 065 696 2229

นครพนม​ -​ตชด.235 ธาตุพนม ไล่ล่ายึดยาบ้ากลางงานพระธาตุพนม 1 ล้านเม็ด

(14 ก.พ.68​) ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2, พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พร้อมด้วย นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนมพ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ใจสุข ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235  แถลงข่าว ตรวจยึดยาบ้ากว่า 1,00,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ธาตุพน จ.นครพนม

สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 10.00 นวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 สืบทราบว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ อ.ธาตุพนม โดยใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น ไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ 3446 กระบี่ เป็นพาหนะ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมประชุมวางแผนเพื่อตรวจค้นจับกุม 

โดยเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็นชุดเฝ้าสังเกตการณ์และสะกดรอยติดตาม ตามเส้นทางที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดผ่าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่พบ รถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งตรงตามที่ได้รับแจ้ง กำลังขับมาตามเส้นทางถนนชยางกูร หมายเลข 212 มุ่งหน้าไปในเขตเทศบาล ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งให้รถคันดังกล่าวหยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับรถ ได้แสดงท่าทีพิรุธ ไม่ยอมหยุดรถ พร้อมเร่งเครื่องยนต์เพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากในห้วงนี้มีการจัดงานนมัสการพระธาตุพนม ในบริเวณเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม ทำให้มีรถบนท้องถนนหนาแน่น และเกรงจะเป็นอันตรายต่อประชาชนผู้มาเที่ยวงาน  

จนกระทั่งรถของเจ้าหน้าที่ขับมาถึงภายในซอยบ้านดอนกลาง หมู่ที่ 9 ต.ธาตุพนม พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดทิ้งไว้อยู่ในบริเวณชายป่าริมถนน และพบห่อวัตถุต้องสงสัยขนาดใหญ่บรรจุอยู่ท้ายกระบะรถจำนวน 4 ห่อ แต่ไม่พบผู้ใด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจสอบห่อวัตถุต้องสงสัย ปรากฏว่าเป็นห่อบรรจุยาบ้าจำนวน 101ก้อน ภายในบรรจุยาบ้าจำนวนประมาณ 1,090,000 เม็ด ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้นำมาทิ้งไว้เพื่อหลบหนีความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน  สภ.ธาตุพนม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จเรตำรวจแห่งชาติประชุมร่วม UNODC เดินหน้าหน่วยเฉพาะกิจต่อต้านอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ ระดับนานาชาติ

(14 ก.พ.68) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ /ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศตคม.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) ในฐานะหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจต่อต้านอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ (Specialized Cyber Scam and Trafficking in Persons for Forced Criminality Taskforce) เป็นประธานการประชุมหารือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime : UNODC) โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. , พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. , พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ปคม. , พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รอง ผบก.ปคม. พร้อมด้วยผู้แทน UNODC ได้แก่ Mr. Benedikt Hofmann UNODC Deputy Regional Representative /Acting Regional Representative for Southeast Asia and the Pacific , Dr. Rebecca Miller, Regional Coordinator,  Human Trafficking & Migrant Smuggling Programme, UNODC , Dr. Sylwia Gawronska, Advisor, Human Trafficking & Migrant Smuggling, UNODC และคณะ เพื่อหารือความคืบหน้าการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจต่อต้านอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ (Specialized Cyber Scam and Trafficking in Persons for Forced Criminality Taskforce) ณ ห้องประชุม ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้เพื่อหารือความคืบหน้าการตั้งคณะทำงาน การประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของไทย ในหน่วยเฉพาะกิจดังกล่าว และความร่วมมือของ UNODC ที่จะมาสนับสนุนการปฏิบัติ พร้อมกันนี้ได้มีการพูดคุยถึงสถานการณ์การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังทางการไทยกดดันอย่างหนัก โดยเฉพาะมาตรการตัดไฟ-อินเตอร์เน็ต-น้ำมัน ไปฝั่งเมียวดี ประเทศเมียนมา ทำให้มีการทยอยส่งคนกลับมาทางฝั่งชายแดน อ.แม่สอด และ อ.พบพระ จ.ตาก คาดว่าเร็วๆ นี้ จะมีการส่งทยอยส่งคนสัญชาติต่างๆ กลับมาอีกจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของไทยได้มีมาตรการในการรองรับ โดยการคัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์เพื่อเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism - NRM) และประสานสถานทูตแต่ละประเทศเพื่อรับตัวกลับประเทศต้นทางต่อไป

ในส่วนการคัดกรองคนต่างด้าวที่เข้ามาในประเทศไทย โดยใช้ 7 มาตรการเข้มของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พบว่าได้ผลเป็นอย่างยิ่ง ทำให้สามารถป้องกันการถูกหลอกลวงไปยังพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งจนถึงขณะนี้ยืนยันได้ว่าไม่พบการถูกหลอกลวงจากประเทศไทยอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความมุ่งมั่นในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดไปโดยเร็ว ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยสนับสนุน ทั้งในประเทศและนานาประเทศ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ให้สัมฤทธิ์ผลโดยเร็ว เป็นการป้องกันคนทั่วโลกจากอาชญากรรมร้ายเหล่านี้

'เชียงราย' ผบ.นบ.ยส.35 ลงพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ สกัดกั้นยาเสพติดอย่างเข้มข้น ลดยาเสพติดเข้า ลดสารเคมีออก ตามนโยบายของรัฐบาล 'Seal Stop Safe'

(13 -14 ก.พ.68) พลโท กิตติพงศ์ ชื่นใจชน รองผู้บัญชาการศูนย์ปฎิบัติการกองทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยายาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคเหนือ (ผบ.นบ.ยส.35) และคณะฯ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลปฏิบัติงานป้องกันชายแดนในพื้นที่ จว.ช.ม.,จว.ช.ร.และ จว.พ.ย. โดยมุ่งเน้นการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนและการ Seal ชายแดน เพิ่มความเข้มข้นการสกัดกั้นยาเสพติเให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม ณ ฐานปฏิบัติการ บก.สกัดกั้นที่ 3 ต.หงาว อ.ภูซาง จว.พ.ย. , ร้อย ทพ.3103 ฐานปฏิบัติการแก่งผาได  ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จว.ช.ร., นรข.เชียงราย อ.เชียงแสน , ฐานปฏิบัติการจุดผ่อนปรนท่าดินดำ บก.ผาทมิฬ ฉก.ทัพเจ้าตาก, ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ อ.แม่สาย,  ฐานปฏิบัติการบ้านม้งเก้าหลัง , ฐานปฏิบัติการปางหนุน และ จุดตรวจ บ้านอีก้อสามแยก อ.แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

ปีแรก! สวนนงนุชพัทยา จัดจดทะเบียนบนหลังช้าง ฉลองสมรสเท่าเทียม คู่รัก LGBTQ+ แห่ร่วมคึกคัก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่มาร่วมงาน

(14 ก.พ.68) นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา มอบหมายให้ นางพัทธนันท์  ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง โดยมี         

นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอสัตหีบ ได้จัดส่งหน่วยเคลื่อนที่อำนวยความสะดวก ในการจดทะเบียนสมรส ณ บริเวณสวนลอยฟ้าที่ประดับตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้และดอกไม้นับหมื่นต้น

สวนนงนุชพัทยาจัดพิธีอย่างยิ่งใหญ่อลังการโดยมีขบวนแห่ขันหมากนำคู่สมรส 9 คู่นั่งบนหลังช้าง 9 เชือก และนักแสดงสวนนงนุชพัทยากว่า 100 ชีวิตมาร่วมขบวน และความพิเศษของปีนี้เรามีการจดทะเบียนภายใต้กฎหมายสมรสเท่าเทียมของคู่บ่าวสาว ตามที่รัฐบาลประกาศใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งได้รับความสนใจจากคู่รักคู่รัก LGBTQ+ ตบรับเข้าร่วมจำนวนมาก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่มาร่วมงานและนักท่องเที่ยว

สำหรับกิจกรรมในวันวาเลนไทน์ปีนี้เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่จะได้พบกับวัฒธรรมและประเพณีไทยอันดีงามที่สวนนงนุชพัทยาจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่มาจดทะเบียนสมรสวันนี้ทุกท่าน ได้รับสิทธิ์เที่ยวชมสวนสวยฟรีทุกคู่ โดย 50 คู่แรกได้รับบัตรรับประทานอาหารกลางฟรี และทุกคู่ได้ขึ้นหลังช้างเพื่อรับทะเบียนสมรส พร้อมกับรับของที่ระลึกเป็นต้นไม้มงคลทุกคู่ จากสวนนงนุชพัทยา

นิสสันปรับเกมใหญ่!! ปิดโรงงานแรกในไทย ยกเครื่องสายการผลิต เดินหน้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์

(14 ก.พ.68) นิสสัน มอเตอร์ ประกาศแผนปรับโครงสร้างการผลิตระดับโลก โดยเตรียมปิดโรงงานประกอบรถยนต์ 3 แห่งในสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อลดต้นทุนลง 400,000 ล้านเยน ภายในปีงบประมาณ 2026

แหล่งข่าวจาก บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า โรงงานผลิตรถยนต์แห่งที่ 1 ในประเทศไทย ซึ่งเป็นโรงงานแรกของนิสสันในประเทศ จะถูกปิดและเปลี่ยนเป็นศูนย์ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แทน ส่งผลให้กำลังการผลิตลดลงถึง 220,000 คันต่อปี

โรงงานแห่งนี้เคยเป็นฐานการผลิตของรถยนต์รุ่น เทียน่า, เอ็กซ์เทรล, ซิลฟี่, โน๊ต, มาร์ช และ อัลเมร่า (โมเดลแรก) ซึ่งหลายรุ่นได้ยุติการจำหน่ายไปแล้ว ปัจจุบันยังมีการผลิตรุ่น อัลเมร่า (โฉมปัจจุบัน) และ คิกส์ ซึ่งทั้งสองรุ่นจะถูกย้ายไปรวมสายการผลิตที่โรงงานแห่งที่ 2 ซึ่งเดิมเน้นผลิตรถกระบะ นาวารา และ เทอร์ร่า

โรงงานของนิสสันในประเทศไทยตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม. 21 จังหวัดสมุทรปราการ มีโรงงาน 2 แห่งที่ใช้ผลิตรถยนต์สำหรับตลาดในประเทศและการส่งออกไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก กำลังการผลิตรวมของทั้งสองโรงงานอยู่ที่ 370,000 คันต่อปี โดยแบ่งเป็น:

โรงงานที่ 1 กำลังการผลิต 220,000 คันต่อปี (กำลังจะปิดตัวลง)

โรงงานที่ 2 กำลังการผลิต 150,000 คันต่อปี ซึ่งจะรองรับการผลิตเพิ่มเติมจากโรงงานที่ 1

นอกจากนี้ นิสสันยังได้ลงทุนในโรงงาน นิสสัน พาวเวอร์เทรน ประเทศไทย (Nissan Powertrain Thailand – NPT) ตั้งแต่ปี 2565 เพื่อผลิตแบตเตอรี่สำหรับเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ โดยถือเป็นโรงงานแรกนอกประเทศญี่ปุ่นที่มีความสามารถในการประกอบระบบขับเคลื่อนอี-พาวเวอร์ ด้วยกำลังการผลิตเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังสูงสุดถึง 580,000 หน่วยต่อปี

หลังการประกาศครั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่านิสสัน ประเทศไทยจะปรับกลยุทธ์ด้านการผลิตและลดต้นทุนอย่างไรเพื่อตอบสนองต่อแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทแม่ และบทบาทของประเทศไทยในแผนธุรกิจระยะยาวของนิสสันจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top