Friday, 3 July 2026
LITE

1 มีนาคม ของทุกปี “วันป้องกันภัยพลเรือนโลก” ย้ำความสำคัญเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ เตือนสติสังคมภัยพิบัติไม่รอใคร ย้ำอนาคตยั่งยืนต้องเริ่มจากการจัดการความเสี่ยง

(1 มี.ค. 69) ทุกวันที่ 1 มีนาคม ของทุกปีถูกจัดให้เป็น "วันป้องกันภัยพลเรือนโลก" เพื่อสร้างความตระหนักว่าภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินไม่เลือกเวลาเกิด และการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบคือกุญแจลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินทั่วโลก

ในปี 2026 ธีมวันป้องกันภัยพลเรือนโลกคือ "Managing Environmental Risks for a Resilient and Sustainable Future" หรือ "การบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน" ซึ่งชี้ให้เห็นว่าภัยยุคใหม่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่มีต่อตัวสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษ สารเคมี ไฟป่า น้ำท่วมฉับพลัน และเหตุฉุกเฉินจากสภาพอากาศสุดขั้ว

งาน "ป้องกันภัยพลเรือน" มุ่งเน้นวงจรครบถ้วน ตั้งแต่การลดความเสี่ยง วางแผนเตรียมพร้อม ซ้อมอพยพ ตอบโต้เหตุฉุกเฉิน กู้ภัยจนถึงการฟื้นฟูหลังเหตุการณ์ โดยใช้ความรู้ เทคนิคและการบริหารจัดการสอดคล้องกับความร่วมมือของประชาชนเพื่อให้ความสูญเสียลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ

ในวันสำคัญนี้ประชาชนทั่วไปสามารถเริ่มกลับมา "ลงมือจริง" ด้วยการทำสิ่งง่าย เช่น ตั้งจุดนัดพบครอบครัว ทำรายชื่อเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน จัดกระเป๋าฉุกเฉิน และเรียนรู้วิธีช่วยเหลือเบื้องต้น รวมทั้งซ้อมฝึกหนีไฟ เพื่อให้พร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจริง

โดยสรุป "ระบบ" จะทำงานได้ดีแค่ไหนก็ขึ้นกับความรู้และความพร้อมของ "คนในบ้าน" ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ "วันป้องกันภัยพลเรือนโลก" ต้องการสื่อสารให้ชัดเจนทุกปีว่า "อย่ามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความรู้บนกระดาษ" แต่คือทักษะเอาตัวรอดและดูแลครอบครัวในยามวิกฤต

ที่มา : https://icdo.org/?utm_source=chatgpt.com

28 กุมภาพันธ์ 2501 ในหลวง ร.9 - พระราชินี เสด็จฯ เยือนพิษณุโลกเป็นครั้งแรก ถวายสักการะ “พระพุทธชินราช” คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก และรำลึก 'สมเด็จพระนเรศวรมหาราช' ที่พระราชวังจันทน์ ปักหมุดหน้าประวัติศาสตร์พิษณุโลก

เมื่อวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2501 เป็นวันสำคัญของจังหวัดพิษณุโลก เมื่อ 'รัชกาลที่ 9' และ 'สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ' เสด็จฯ เยือนพิษณุโลกเป็นครั้งแรก พร้อมพระราชพิธีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธชินราชและการสักการะ 'สมเด็จพระนเรศวรมหาราช' ที่พระราชวังจันทน์

ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พระองค์เสด็จฯ ไปยังพระราชวังจันทน์ เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงและสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จุดศรัทธาสำคัญของจังหวัด ก่อนเสด็จฯ ไปยังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารประกอบพระราชพิธีสมโภชพระพุทธชินราช พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก

มีบันทึกสำคัญว่า 'รัชกาลที่ 9' และ 'สมเด็จพระนางเจ้าฯ' ทรงเปลื้องเครื่องราชอิสริยาภรณ์นพรัตนราชภรณ์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธชินราช เหตุการณ์ที่แสดงความเคารพและความศรัทธาในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาติ

เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองพระองค์เสด็จฯ เยี่ยมประชาชนภาคเหนือ โดยพิษณุโลกเป็นจังหวัดแรกที่ได้รับเสด็จ บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเมือง ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจนในประวัติศาสตร์ของจังหวัดพิษณุโลก

ที่มา : https://phitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3393/iid/436142

เปิดคอลเลกชันแฟชั่น!! ‘ลิซ่า’ ขึ้นแท่นดีไซเนอร์เต็มตัว ปล่อยคอลเลกชันแรกกับ 'Kith Women' Hopeless Romantic vs After Dark สองคอนเซปต์ที่ทำให้แฟชั่นต้องหันมามอง

(27 ก.พ. 69) 'ลิซ่า ลลิษา' ไอดอลระดับโลกก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะดีไซเนอร์เต็มตัว ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันแรกกับแบรนด์ชื่อดัง 'Kith Women' ที่สะท้อนตัวตนแท้จริงของเธอผ่านงานแฟชั่น

คอลเลกชันนี้ลิซ่าเน้นถ่ายทอด DNA ของตัวเองลงในเสื้อผ้าแนว Ready-to-wear ผ่านสองคอนเซปต์หลัก คือ "Hopeless Romantic" ที่แสดงถึงมุมหวานและโรแมนติก และ "After Dark" ที่สะท้อนมุมเท่ ลึกลับ และน่าค้นหาในเวลากลางคืน

หลังเปิดตัวคอลเลกชัน 'ลิซ่า' ให้สัมภาษณ์ผ่านอินสตาแกรมว่า "เป็นยังไงกันบ้างคะกับคอลเลกชันแรกของหนู? ขอบคุณทีม Kith และคุณ Ronnie มากๆ ที่ซัพพอร์ตลิซ่าตลอดการเดินทางครั้งนี้ และช่วยให้เราสร้างสรรค์ผลงานที่ทำให้ลิซ่าได้ 'ซื่อสัตย์กับตัวตนที่แท้จริง' ออกมาได้ เราตั้งใจอยากให้ทุกอย่างออกมาดูเป็นธรรมชาติและเรียลที่สุด หวังว่าทุกคนจะสัมผัสได้ถึงพลังงานนี้นะคะ... และไม่แน่นะ คุณอาจจะได้เห็น 'ตัวตนที่แท้จริงของคุณ' ผ่านเสื้อผ้าเหล่านี้ด้วยก็ได้!"

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและศักยภาพของ 'ลิซ่า' ที่ไม่เพียงแค่เป็นนักร้องและนักแสดง แต่ยังสามารถก้าวสู่การเป็นนักออกแบบแฟชั่นที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9875526/

27 กุมภาพันธ์ 2514 ในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชินี เสด็จฯ จ.อุตรดิตถ์ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ 'เขื่อนสิริกิติ์' วางรากความมั่นคงน้ำภาคเหนือ จุดเริ่มเขื่อนดินยักษ์เพื่อชลประทาน-ไฟฟ้าไทย

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2514 ถือเป็นวันสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์และงานพัฒนาทรัพยากรน้ำของไทย เมื่อ 'รัชกาลที่ 9' และ 'สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์' เสด็จพระราชดำเนินไปวางศิลาฤกษ์เขื่อนสิริกิติ์ที่อำเภอท่าปลา เป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่บนแม่น้ำน่าน เพื่อประโยชน์ด้านชลประทาน บรรเทาอุทกภัย และผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ

เขื่อนสิริกิติ์ ตั้งอยู่ที่เขาผาซ่อม ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน กรมชลประทานวางให้เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและการใช้น้ำ บรรเทาน้ำหลากในลุ่มน้ำ พร้อมทำงานร่วมกับเขื่อนภูมิพลเพื่อลดน้ำท่วมในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง และผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ

เดิมโครงการใช้ชื่อว่า "เขื่อนผาซ่อม" แต่ต่อมาได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธยของ 'สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์' เป็นชื่อเขื่อนอย่างเป็นทางการในปี 2511 การก่อสร้างเริ่มปี 2511 และสำเร็จในปี 2515 โรงไฟฟ้าเริ่มเดินเครื่องในปี 2517 กำลังผลิตรวม 500 เมกะวัตต์

เขื่อนสิริกิติ์จัดเป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่ที่มีอ่างเก็บน้ำจุ 9.51 พันล้านลูกบาศก์เมตร พิธีวางศิลาฤกษ์ไม่ใช่เพียงพิธีเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการที่มีเป้าหมายเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำสำหรับการเกษตร บรรเทาน้ำท่วม และเสริมพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นการพัฒนาสำคัญในยุคหลังสงครามโลก

ที่มา : https://skdam.egat.co.th/index.php/about-sk/about-sk-dam/dam-hist

ช่องวันเปิดเกมปี 2026 ยุคคอนเทนต์เปลี่ยน ช่องวันปรับตัวสุดทาง ‘บอย-ป้อน-ระฟ้า’ ขนคอนเทนต์ไทยกว่า 40 เรื่อง ปั้น oneD แข็งแกร่งสู่แพลตฟอร์มหลัก ละคร ซีรีส์ BL/GL ครบจัดเต็ม

(26 ก.พ. 69) 3 ผู้บริหาร 'บอย ถกลเกียรติ' 'ป้อน นิพนธ์' และ 'ระฟ้า ดำรงชัยธรรม' ประกาศผลิตคอนเทนต์กว่า 40 เรื่อง ครบทุกแนว ทั้งละครช่วงหนึ่งทุ่มถึงสองทุ่ม, oneD Original, ซีรีส์ BL/GL และซีรีส์แนวตั้ง ที่ตอบโจทย์คนดูยุคใหม่ พร้อมเสริมแอปพลิเคชัน oneD ให้แข็งแกร่งเพื่อก้าวสู่แพลตฟอร์มหลักในปี 2026

'บอย ถกลเกียรติ' ให้สัมภาษณ์ว่า "คอนเทนต์ของเราเยอะและเด็ดมาก เรารู้ว่าพฤติกรรมคนดูเปลี่ยนไป จึงเติมเต็มคอนเทนต์ในแอป oneD ทั้งละครพรีเมียมและซีรีส์ที่ตื่นตาตื่นใจ ดึงคอนเทนต์จากเครือข่ายอื่นมาไว้ที่เดียวกัน" พร้อมเน้นว่า "BL GL ซีรีส์ต่าง ๆ จะมาอยู่ใน oneD ด้วย เต็มอิ่มจุใจคนดูแน่นอน"

'ระฟ้า' ระบุว่า oneD มุ่งเสิร์ฟคอนเทนต์ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ชม พร้อมเผยยอดผู้ชมเดือนละ 5 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าจากปีก่อน และยืนยันการบุกตลาดซีรีส์แนวตั้งตามเทรนด์คนดู "คนรอรถเมล์หรือรถไฟฟ้าสามารถดูซีรีส์แนวตั้งเพลิน ๆ ได้" ส่วน 'ป้อน นิพนธ์' เสริมว่า เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องเข้าใจคนดูทุกกลุ่มและทำคอนเทนต์ให้ทันสมัย

ฝ่ายผู้บริหารย้ำชัด "เราคือคอนเทนต์ไทยครีเอเตอร์ที่สร้าง T-Series เพื่อคนไทยทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่ละครทีวี แต่เป็นคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์คนไทยและพร้อมก้าวสู่เวทีโลก" ขณะที่แอป oneD พร้อมให้บริการทั้งแบบฟรีและพรีเมียม รองรับผู้ชมในและต่างประเทศ แม้โฟกัสหลักยังคงเป็นคนไทย

ยุคเปลี่ยนแปลงคอนเทนต์ 'ช่องวัน' ปรับตัวเต็มที่ สะท้อนประสบการณ์ 30 ปีและความตั้งใจที่จะรักษาจริตไทยควบคู่ร่วมสมัย เพื่อขยายตลาดและสร้างเอกลักษณ์ในวงการซีรีส์ไทย

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10151362

26 กุมภาพันธ์ 2459 วันสหกรณ์แห่งชาติ เริ่มสหกรณ์แรกที่พิษณุโลก จดทะเบียนสหกรณ์แห่งแรก วางรากระบบเงินกู้ชุมชนสู้หนี้นอกระบบ

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2459 ถือเป็นวันสำคัญของประวัติศาสตร์ไทยในฐานะวันจดทะเบียนสหกรณ์แห่งแรก นามว่า 'สหกรณ์วัดจันทร์ ไม่จำกัดสินใช้' ในตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

สหกรณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพปัญหาของเกษตรกรไทยที่ต้องเผชิญกับการขาดแคลนเงินทุน และพึ่งพาเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง เนื่องจากเศรษฐกิจชนบทกำลังเปลี่ยนแปลงจากระบบพึ่งพาตนเองมาสู่การผลิตเพื่อการค้า การตั้งสหกรณ์โดยใช้โมเดลเครดิตแบบไรฟ์ไฟเซนจึงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยให้เข้าถึงสินเชื่อและลดภาระหนี้สิน

พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น 'พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย' และดำรงตำแหน่งนายทะเบียนสหกรณ์พระองค์แรก ทรงเป็นผู้ขับเคลื่อนแนวคิดและจดทะเบียนสหกรณ์วัดจันทร์ฯ เพื่อทดลองแนวทางนี้ในพื้นที่พิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัฐสามารถดูแลและควบคุมได้อย่างเหมาะสม

ต่อมา รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 26 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น "วันสหกรณ์แห่งชาติ" เพื่อระลึกถึงการก่อตั้งสหกรณ์แห่งแรกนี้ (ประกาศใน ครม. 9 ต.ค. 2527)

การเกิดขึ้นของสหกรณ์เครดิตแบบหมู่บ้าน ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการสูญเสียที่ดินทำกินจากนายทุนเงินกู้เท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบขยายไปสู่ขบวนการสหกรณ์ทั่วประเทศ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างเศรษฐกิจชนบทอย่างยั่งยืนจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/263080

‘แบงค์’ ปลดล็อค!! โมเมนต์ประวัติศาสตร์ G27 “ไฟรัก” ดังสนั่นราชมังฯ ‘แบงค์ ปรีติ’ ยิ้มทั้งน้ำตา แฟนเพลงส่งสัญญาณอยากเห็น Clash รวมตัว

(25 ก.พ. 69) "แบงค์ ปรีติ" อดีตนักร้องนำวง 'Clash' ประสบความสำเร็จปลดล็อคความรู้สึกบนเวทีเทศกาลดนตรี G27 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อแฟนเพลงกว่า 60,000 คนช่วยกันร้องเพลง "ไฟรัก" อย่างล้นหลาม การกลับมาเล่นคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่แบงค์ได้ย้ายเข้าสู่ค่าย genie records หลังจากไม่ได้มีโอกาสร่วมงานในงาน G27 ก่อนหน้านี้

แบงค์เผยความทรงจำ เมื่อ 7 ปีก่อนเคยพูดคุยถึงการเล่นคอนเสิร์ตรวมของวง 'Clash' ที่ราชมังฯ แต่โควิดทำให้โครงการล่าช้า "ผมรู้ว่านี่คือตอนที่ควรจะเป็นโอกาสแรกและสุดท้าย แต่วันนี้มันเกิดขึ้นแล้วและมันยอดเยี่ยมกว่าที่คิด" แบงค์กล่าวผ่านโพสต์

นับว่าเป็นแรงสนับสนุนใจอย่างยิ่งจากแฟนเพลงและแฟนคลับที่คอยผลักดันให้วง 'Clash' กลับมารวมตัวใหม่อีกครั้ง หลายเสียงเชียร์ว่าการฉลองครบรอบ 25 ปีของวงนั้นยังไม่สายเกินไป สำหรับแฟนเพลงที่ยังรอคอยการคืนวงของเหล่าศิลปินรุ่นใหญ่

งาน G27 ปีนี้มีศิลปิน 31 วงร่วมแสดงกว่า 11 ชั่วโมง โดยเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ศิลปินหลากหลายรุ่นได้แสดงผลงาน กระชับความสนิทสนมระหว่างศิลปินและแฟนเพลงพร้อมกันทั่วประเทศ การตอบรับที่ล้นหลามชี้ให้เห็นถึงพลังและหัวใจของแฟนเพลงร็อกไทยที่ยังคงแน่นแฟ้นแม้กาลเวลาผ่านไป

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10149542

25 กุมภาพันธ์ ของทุกปี วันวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ เป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดเสียงทางวิทยุในไทย ปูทางสื่อสารรัฐถึงประชาชนทั่วประเทศ กลายเป็นรากฐานระบบวิทยุแห่งชาติไทย

เมื่อวัน 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2473 วันสำคัญของวงการวิทยุกระจายเสียงไทย นับเป็นวันแรกที่มีการออกอากาศสาธารณะโดย "สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พญาไท" ซึ่งตั้งอยู่ที่วังพญาไท การส่งสัญญาณปฐมฤกษ์ในปี พ.ศ. 2473 นี้ ถูกผลักดันโดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร ผู้ซึ่งถูกยกย่องเป็น "บิดาแห่งวงการวิทยุกระจายเสียงไทย" ก่อนหน้านี้มีการทดลองส่งสัญญาณหลายครั้งที่ตึกไปรษณีย์ปากคลองโอ่งอ่างและศาลาแดง

ไฮไลต์ของวันเปิดสถานีคือการถ่ายทอดสด "พระราชดำรัส" ของ รัชกาลที่ 7 จากพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าครั้งแรกรัฐไทยใช้วิทยุกระจายเสียงเป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารข่าวสาร การศึกษา และความบันเทิงสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง

การส่งสัญญาณจากศูนย์กลางอำนาจรัฐด้วยคลื่นวิทยุเป็นการปฏิวัติการสื่อสารในยุคนั้น วิทยุกลายเป็นสื่อที่ประชาชนเข้าถึงได้ และยังต่อยอดไปสู่การเปลี่ยนชื่อสถานีเป็น "สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย" ในปี พ.ศ. 2484 พร้อมก้าวสู่สถานีวิทยุแห่งชาติของไทย

25 กุมภาพันธ์จึงเป็นวันเปิดไมค์ประเทศที่สำคัญ เป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาสื่อสารมวลชนไทยตลอดมา และย้ำถึงบทบาทของวิทยุในฐานะสื่อกลางเชื่อมรัฐและประชาชน

ที่มา : https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/262086

'ม้า อรนภา' ชี้แจง!! จากแจ้งเตือนกลายเป็นดราม่า เผยสะเพร่าไม่ติดราคาห่อหมก ตั้งข้อสงสัยถูกกลั่นแกล้งร้องเรียน แนะแจ้งกันดีๆไม่ต้องมากัน 5 คน

(24 ก.พ. 69) 'ม้า อรนภา' เปิดเผยผ่านสื่อถึงกรณีถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแผงห่อหมกของเธอ หลังมีผู้ร้องเรียนว่าไม่ติดป้ายราคาสินค้า ซึ่งนอกจากห่อหมกแล้ว สินค้าอื่นๆ เช่น น้ำพริกและแกงไข่พะโล้จะติดราคาชัดเจน โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นความสะเพร่า เพราะไม่เคยศึกษากฎหมายมาก่อน และไม่ได้ตั้งใจละเมิด

เธอเล่าถึงความรู้สึกตอนเจ้าหน้าที่มากัน 5 คนว่า "เขาบอกมีคนมาร้องเรียนว่า สินค้าของเราไม่ได้ติดราคาไว้... อารมณ์ปรี๊ด อารมณ์เสียบ้าง มีประโยคหนึ่งถามไป ใครหรรอคะที่เป็นคนแจ้ง ? เขาบอกว่าบอกไม่ได้ แต่มีเขียนมาร้องเรียน... พี่อย่าอารมณ์เสียนะ" นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่าคำร้องเรียนมีถ้อยคำพาดพิงเรื่องชื่อเสียง แสดงเหมือนตั้งใจกลั่นแกล้ง

เธอยังกล่าวว่า "เรื่องร้องเรียน อย่าให้คดีความไม่ดำเนินไป ด้วยความที่ดิฉันมีชื่อเสียงและอิทธิพล ฉันก็ใช้ประโยคนี้เลยหรอ แบบนี้แกล้งกันใช่ไหม... มาบอกกันดีๆก็พอ ไม่ใช่มาร้องเรียนและมากัน 5 คนเหมือนฉันเป็นโจร" พร้อมยอมรับว่าแค่นี้ก็หงุดหงิดแล้ว

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการจัดการเรื่องข้อร้องเรียนโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกับพ่อค้าแม่ค้า ที่อาจเกิดความเข้าใจผิดหรือความไม่พอใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะเมื่อลูกค้าหรือผู้ร้องเรียนแสดงท่าทีไม่สุภาพ ทำให้เรื่องแจ้งเตือนกลายเป็นประเด็นที่มีอารมณ์ร่วมสูง

ที่มา : https://entertain.teenee.com/thaistar/318074.html

มายมิ้นคว้ามงกุฎ นางสาวไทย 2569 เดินสายประกวดมากกว่า 40 เวที ครองตำแหน่งทูตวัฒนธรรมไทย พร้อมพาวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก

(23 ก.พ. 69) การประกวดนางสาวไทย 2569 จบลงอย่างยิ่งใหญ่ ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ โดย 'มายมิ้น จิราภรณ์ ศาลาแดง' สาวงามจากอุดรธานีที่มีประสบการณ์ในวงการนางงามมากกว่า 40 เวที สามารถคว้ามงกุฎนางสาวไทยปีนี้ไปครองได้อย่างสง่างาม

สัปดาห์นี้การประกวดภายใต้คอนเซ็ปต์ "In Sprie By The Queen Mother" ได้จัดเต็มทั้งความสวยงามและวัฒนธรรมไทย สาวงาม 39 จังหวัดโชว์ชุดไทยประยุกต์และแสดงศิลปะโขนเปิดเวทีสุดอลังการ พร้อมการแสดงของบอยแบนด์ T-POP 'Perses' ที่เพิ่มความคึกคักให้ผู้ชมทั้งในฮอลล์และออนไลน์

'มายมิ้น' เผชิญหน้าคู่แข่งอย่างดุเดือด โดยผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้ายต้องตอบคำถามสู้ไหวชิงพริบ ก่อนจะประกาศผู้ชนะที่ครบทั้งความงามและปัญญา เธอจะรับหน้าที่เป็นทูตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทยไปยังต่างประเทศ

นอกจากนี้ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ตกเป็นของ 'จีน ฤชาทร กิตติพรพานิช' แอร์โฮสเตสสาวผู้มีฝีมือ ส่วนรองอันดับ 2 ถึง 4 ได้แก่ 'ฝ้าย ปวีณา เนียมรักษา' 'เนอฟ ณัฐวดี กาญจนโอภาษ' และ 'กล้วย รุ่งระวี ฉิมชาญเวช' ตามลำดับ

'มายมิ้น' อายุ 22 ปี กำลังศึกษารัฐประศาสนศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พร้อมประสบการณ์ในวงการบันเทิงและนางแบบ เธอกล่าวว่า "การได้รับตำแหน่งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจและโอกาสในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก"

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10147264
https://entertain.teenee.com/thaistar/318040.html

23 กุมภาพันธ์ 2436 รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนา "โรงเรียนวัดบวรนิเวศ" รร.ต้นแบบแห่ง ‘หลักสูตร-วิธีการสอน’ ที่เผยแพร่ไปทั่วไทย วางรากฐานการศึกษาพระปริยัติฯ สู่เครือข่ายมหามกุฏราชวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2436 รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนา "โรงเรียนวัดบวรนิเวศ" เปิดทางการศึกษาพระปริยัติธรรมในสายธรรมยุติกนิกายที่มีระบบชัดเจนและเป็นเครือข่ายหลักในการเชื่อมต่อกับมหามกุฏราชวิทยาลัย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนี้เพื่อยกระดับการศึกษาในระบบสำหรับพระภิกษุสามเณร โดยมุ่งเน้นพัฒนาหลักสูตรและขยายรูปแบบจากการเรียนการสอนแบบกระจัดกระจายมาสู่การเรียนในสถาบันที่เป็นเครือข่ายรองรับ

พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ทรงมีบทบาทสำคัญในการวางระบบการศึกษาของโรงเรียน และผลักดันให้เกิดแนวทางเรียนการสอนที่เป็นระบบและต่อเนื่อง โดยวัดบวรนิเวศวิหารที่เป็นศูนย์กลางของธรรมยุตมาก่อนจึงเหมาะเป็นฐานทดลอง

การสถาปนาโรงเรียนนี้เป็นสัญลักษณ์การเปลี่ยนผ่านของการศึกษาพระพุทธศาสนาที่จากเดิมที่เน้นเรียนตามวัดและครู มาเป็นเครือข่ายสถาบันภายใต้ระบบที่เชื่อมโยงและขยายตัวได้ เมื่อเวลาผ่านไปส่งผลให้มหามกุฏราชวิทยาลัยพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยในยุคใหม่

"โรงเรียนวัดบวรนิเวศ" ไม่ใช่แค่จุดตั้งต้นทางการศึกษา แต่ยังถือต่อพระราชปณิธานการศึกษาของรัชกาลที่ 4 ที่รัชกาลที่ 5 สืบสานจนกลายเป็นรากฐานการศึกษาพระพุทธศาสนาแบบทันสมัยในประเทศไทย

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A8?

22 กุมภาพันธ์ 2529 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ ทรงเปิด “เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล” จ.เชียงใหม่ สนับสนุนเกษตร บรรเทาน้ำหลาก และผลิตไฟฟ้า เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในเชียงใหม่ที่สำคัญ

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 ถือเป็นวันสำคัญของภาคเหนือและการบริหารน้ำเมื่ิอ 'รัชกาลที่ 9' เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด "เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" ที่จังหวัดเชียงใหม่ เขื่อนอเนกประสงค์แห่งนี้ถูกยกเป็นหมุดหมายสำคัญของการจัดการน้ำและพลังงานในพื้นที่

"เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" ตั้งอยู่บนลำน้ำแม่งัด ตำบลช่อแล อำเภอแม่แตง เชียงใหม่ มีลักษณะเป็นเขื่อนดินสูงประมาณ 59 เมตร และยาว 1,950 เมตร ซึ่งมีความจุอ่างเก็บน้ำราว 265 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง บรรเทาน้ำหลาก และผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ด้วยกำลังผลิตรวม 9 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำของ กฟผ.

โครงการเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2520 ก่อนที่เขื่อนจะแล้วเสร็จในปี 2527 และโรงไฟฟ้าจะเสร็จในปี 2528 ต่อมารัชกาลที่ 9 พระราชทานนาม "เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2529 และเสด็จพระราชดำเนินเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2529

นอกจากบทบาทการจัดการน้ำแล้ว เขื่อนยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม ตั้งอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติศรีลานนา มีวิวทิวทัศน์ของภูเขาและอ่างเก็บน้ำ ทำให้พื้นที่นี้เป็นจุดพักผ่อนหลีกหนีความวุ่นวายของเมือง "เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" จึงเปรียบเสมือนมรดกที่ยังคงยืนยงมาตลอดหลายทศวรรษ

"เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล" เป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และสะท้อนถึงความตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคเหนืออย่างยั่งยืน

ที่มา : https://nakhonratchasima.mnre.go.th/th/news/detail/80718

 

คดีดิไอคอนคืบ!! อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง ‘แซม-มิน’ 5 ข้อหาหนัก คดีดิไอคอนกรุ๊ป หลัง DSI ชี้บทบาทเกินพรีเซนเตอร์ ประชาชนโดนหลอกลงทุนแชร์ลูกโซ่

(21 ก.พ. 69) อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง 2 นักแสดงชื่อดังคือ ‘แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี’ และ ‘มิน-พีชญา วัฒนามนตรี’ ในคดีความเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ “ดิไอคอน กรุ๊ป” โดยมีข้อกล่าวหา 5 ข้อหาหนักรวมถึงฉ้อโกงประชาชนและทำธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งสองจะถูกเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาในเร็วๆ นี้

ก่อนหน้านี้ อัยการคดีพิเศษมีความเห็นไม่สั่งฟ้องเพราะเห็นว่าทั้งคู่เป็นเพียงพรีเซนเตอร์ แต่ ‘พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ’ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีความเห็นแย้งว่า ทั้งคู่มีบทบาทเกินกว่านั้น โดยได้รับค่าตอบแทนสูงและขึ้นเวทีพูดโน้มน้าวชักชวนจนมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก นอกจากนี้ยังน่าจะรับรู้ถึงแผนธุรกิจที่เป็นแชร์ลูกโซ่ตั้งแต่ต้น

“บทบาทจึงไม่ต่างจากผู้บริหารคนอื่น” และส่งผลให้ประชาชนเชื่อมั่นลงทุนในธุรกิจนี้ จากคำชี้แจงของ DSI ทำให้คดีนี้มีความคืบหน้าที่สำคัญและเป็นจุดเปลี่ยนที่ชี้ชะตาผู้เกี่ยวข้องในวงกว้าง

คดีนี้เป็นหนึ่งในประเด็นร้อนที่สังคมจับตามอง เนื่องจากมีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจขายตรงแบบแชร์ลูกโซ่ และสะท้อนความจริงในวงการบันเทิงที่มีบทบาทในธุรกิจประเภทนี้ด้วย

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9874374/

21 กุมภาพันธ์ 2455 รัชกาลที่ 6 ทรงประกาศใช้ ‘พุทธศักราช’ (พ.ศ.) เป็นศักราชประจำชาติ แทน ‘รัตนโกสินทร์ศก’ (ร.ศ.) ปรับระบบปีของชาติ ให้สอดคล้องประเพณีประเทศพุทธ

รัชกาลที่ 6 ทรงประกาศเปลี่ยนมาใช้พุทธศักราช (พ.ศ.) แทนรัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.) ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2432 ถึง 2455 เพื่อให้สอดคล้องกับประเพณีของประเทศที่นับถือพุทธศาสนาและเจตนารมณ์ของชาติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าพุทธศักราชเหมาะสมกว่าในการเป็นศักราชประจำชาติ

พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ใช้พุทธศักราชในราชการทั่วไป โดยนับวันขึ้นปีใหม่เริ่มจาก 1 เมษายน พ.ศ. 2456 หลังจากประกาศในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2455 ที่ผ่านมา "ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธศาสนา และเพื่อให้สอดคล้องกับประเทศต่างๆ ที่นับถือพุทธศาสนา" พระองค์ทรงพระราชดำริเช่นนี้ในขณะนั้น

รัตนโกสินทร์ศก เริ่มใช้ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเริ่มนับปีจากปีที่สถาปนากรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง คือ พ.ศ. 2325 เรียกว่า ร.ศ. 1 แต่ในทางพระพุทธศาสนาประเทศไทยยังคงใช้พุทธศักราชตามธรรมเนียมเดิมที่มีตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา ประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว นับพ.ศ. ตั้งแต่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานครบ 1 ปี ขณะที่ศรีลังกาและเมียนมาเริ่มนับเร็วกว่าไทย 1 ปี

ก่อนหน้านี้ ไทยเคยใช้มหาศักราชและจุลศักราชมาก่อน ทั้งนี้ การเปลี่ยนมาใช้พุทธศักราชสร้างความชัดเจนทางประวัติศาสตร์และศาสนาในระบบปีปฏิทินที่ไทยใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://korat.mnre.go.th/th/news/detail/80707

20 กุมภาพันธ์ ของทุกปี กำหนดเป็น “วันทนายความ” จดทะเบียนสมาคมครั้งแรกปี 2500 สะท้อนบทบาทสำคัญในระบบยุติธรรม เน้นเข้าถึงสิทธิและคุ้มครองประชาชน

(20 ก.พ. 69) วันที่ 20 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือ "วันทนายความ" ซึ่งเป็นวันสำคัญสำหรับวิชาชีพทนายความทั่วไทย กำหนดขึ้นเพื่อรำลึกการจดทะเบียนก่อตั้ง "สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย" เมื่อปี 2500 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัวกำหนดมาตรฐานและความเป็นอิสระของวิชาชีพนี้

"วันทนายความ" ไม่ได้เป็นเพียงวันรำลึกองค์กรทางกฎหมาย แต่สะท้อนบทบาทของทนายความที่ทำงานข้างประชาชนในกระบวนการยุติธรรม ทั้งให้คำปรึกษา ปกป้องสิทธิ และแทนต่อสู้คดีในศาล โดยทนายความคือ "สะพานสำคัญ" ที่เชื่อมต่อประชาชนเข้ากับระบบยุติธรรมอย่างเป็นธรรม

ในอดีตที่ผ่านมาวิชาชีพทนายความถูกมองในแง่ลบ เช่น การเล่นช่องโหว่กฎหมาย หรือมุ่งชนะคดี การมีองค์กรวิชาชีพจึงเป็นการสร้างมาตรฐานและจรรยาบรรณ วิชาชีพทนายความก้าวสู่สภาทนายความที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายปี 2528 เพื่อคุมมาตรฐานและความซื่อสัตย์

บทบาททนายความครอบคลุมการคุ้มครองสิทธิในหลายคดี เช่น อาญา แรงงาน ครอบครัว และข้อพิพาทธุรกิจ รวมถึงการยืนหยัดให้นิติธรรมเกิดจริงในสังคม ทนายความคือ "เสียงของประชาชน" ในกระบวนการยุติธรรม และเป็นด่านสำคัญที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างสิทธิส่วนบุคคลกับอำนาจรัฐ

กิจกรรมวันทนายความปีนี้ยังคงเน้นไปที่การส่งเสริมความยุติธรรม การยกระดับจรรยาบรรณ และเตรียมความพร้อมรับมือกับโลกสมัยใหม่ในด้านกฎหมายดิจิทัล ข้อมูลส่วนบุคคล และคดีออนไลน์ จึงเป็นวันที่ย้ำว่าทนายความไม่ใช่แค่คนใส่สูทถือแฟ้ม แต่เป็นผู้ยืนเคียงข้างประชาชนเพื่อความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

ที่มา : https://www.stkc.go.th/stiday/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top