Saturday, 6 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

3 ผู้กำกับฯ มากฝีมือ ร่วมสร้างความประทับใจ ใน “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” หนังครอบครัวจาก GDH ที่เล่าเรื่องเจ้าตูบผ่าน 3 วัย 3 มุมมอง

3 ผู้กำกับฯ มากฝีมือ ได้แก่ ‘หมู’ ชยนพ บุญประกอบ, ‘บาส’ พูนพิริยะ และ ‘อัตต้า’ อัตตา เหมวดี รวมตัวสร้างภาพยนตร์อบอุ่น "โกฮัง..หัวใจโกโฮม" จากค่าย GDH ถ่ายทอดเรื่องราวเจ้าตูบ ‘โกฮัง’ ในสามช่วงวัย เด็ก, หนุ่ม และแก่ พร้อมเรื่องราวความผูกพันแบบครอบครัวที่ทุกคนดูได้

‘หมู’ ผู้กำกับฯ ช่วงวัยเด็ก เล่าว่า "โคริเป็นหมาเด็กซุกซน ที่ต้องหาวิธีระบายพลังงาน เขาทำให้กองถ่ายเต็มไปด้วยความสดใส ซึ่งน่าจะส่งต่อความสุขถึงคนดู" ในขณะที่เคมีระหว่าง ‘คุณคิตะ’ กับ ‘โกฮัง’ ยิ่งเติมความพิเศษให้หนัง

‘บาส’ รับหน้าที่กำกับฯ วัยหนุ่มกล่าวถึงน้องหมา ‘มีโชค’ ที่งานลื่นไหลกว่าคาด พร้อมชื่นชม ‘พิ้งกี้’ ที่ทำหน้าที่ครูฝึกน้องหมาร่วมกับทีม ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ผูกพันและเป็นธรรมชาติ

‘อัตต้า’ ผู้กำกับฯ วัยแก่ มองลึกถึงหัวใจหมาจรที่เป็นตัวเอกในเรื่อง และเผยความทุ่มเทของนักแสดงที่ต้องเวิร์กช็อปร่วมกับ ‘ลุงหิมะ’ หวังให้คนดูได้สัมผัสชีวิตและความรู้สึกเหล่านี้ผ่านหนังเรื่องนี้

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10199864

ไทยยังรับมือได้!! พลังงานเกาะติดวิกฤตตะวันออกกลาง สงครามกดดันน้ำมันโลก ราคาน้ำมันตึงตัว ไทยยังประคองได้ ชี้ไทยมีสำรองเพียงพอ 105 วัน

กระทรวงพลังงาน ขอรายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ
ปริมาณสำรองและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 
และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 7 เมษายน 2569 

1. สถานการณ์พลังงานโลกและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา
- สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากสหรัฐฯ ประกาศเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบ Hormuz พร้อมขู่ใช้มาตรการทางทหาร ซึ่งทางอิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงและเตือนถึงการตอบโต้ที่รุนแรง ส่งผลให้เกิดการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องจนกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการเดินเรือในเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความเสี่ยงต่อการขยายตัวของสงครามในระดับภูมิภาค แต่ยังกดดันอุปทานพลังงานโลกและผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบผันผวนอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
2. ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ และ  การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล
- ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 7 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 105 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 18 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่าการขนส่ง 33 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 29 วัน  
- การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 5 เมษายน 2569 สามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 83.20 ล้านลิตร และจำหน่าย 74.23 ล้านลิตร
3. ราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ต่างประเทศ และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 
- อ้างอิงราคาจาก ปตท. ราคาน้ำมันดีเซล (B7) 50.54 บาท น้ำมันดีเซล (B20) 45.54 บาท น้ำมันเบนซิน (E20) 38.95 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล (95) 43.95 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล (91) 43.58 บาท
- เทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 43.95 บาท ขณะที่ฟิลิปปินส์ กัมพูชา เมียนมา สปป.ลาว สิงคโปร์ อยู่ที่ 51.83 - 87.85 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 50.54 บาทต่อลิตร ขณะที่ มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 50.38 - 118.82 บาทต่อลิตร 
- ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 7 เมษายน 2569 ติดลบ 56,229 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 1,473 ล้านบาท
 

บีโอไอหนุนอีซูซุ อีซูซุลงทุนเพิ่ม 1.5 หมื่นล้าน บีโอไอหนุนไทยก้าวสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สีเขียว ยกระดับโรงงานไทยสู่ Euro 6 มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวตามมาตรฐานระดับโลก

บีโอไอไฟเขียวอีซูซุ ลงทุนกว่า 1.5 หมื่นล้าน

ยกระดับฐานการผลิต ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว

บีโอไออนุมัติ อีซูซุ (Isuzu) ขยายการลงทุนเพิ่มกว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงและยกระดับฐานการผลิตรถกระบะในประเทศไทย ติดตั้งระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ควบคู่กับการลงทุนด้านพลังงานสะอาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับมาตรฐานยูโร 6 มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวตามมาตรฐานระดับโลก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะทำงานพิจารณาโครงการ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการของบริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้ยื่นขอตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานหลักของอีซูซุที่ผลิตและส่งออกไปทั่วโลก ด้วยการนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในสายการผลิต และยกระดับเทคโนโลยีการผลิตรถกระบะเพื่อรองรับมาตรฐาน Euro 6 รวมทั้งเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในโรงงาน

การลงทุนในครั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการปรับปรุงสายการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ผ่านการใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในกระบวนการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ การเชื่อมโครงรถ การเชื่อมประกอบตัวถัง การพ่นสี และการประกอบรถยนต์เต็มคัน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำ ลดต้นทุน และยกระดับมาตรฐานการผลิต นอกจากนี้ บริษัทจะลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในโรงงาน และจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการปล่อยมลพิษระดับ Euro 6 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่เข้มงวดในการควบคุมการปล่อยมลพิษจากยานยนต์ โดยเฉพาะการลดการปล่อยไนโตรเจนออกไซด์และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM) มาตรฐานดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ยุโรป และประเทศพัฒนาแล้วอีกด้วย

บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ผลิตรถกระบะและรถเพื่อการพาณิชย์ชั้นนำในประเทศไทย และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยได้เข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตรถบรรทุกครั้งแรกในปี 2506 และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากญี่ปุ่นมาอยู่ที่ไทยตั้งแต่ปี 2545 และต่อมาได้ย้ายงานวิจัยและพัฒนารถปิกอัพมาอยู่ที่ไทยในปี 2553 จนทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและฐาน R&D รถกระบะที่สำคัญที่สุดของเครืออีซูซุในโลก ปัจจุบันมีโรงงานประกอบรถยนต์ 2 แห่ง คือ โรงงานสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ และโรงงานเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีกำลังการผลิตรถปิกอัพและรถบรรทุกใหญ่รวมกันสูงถึง 385,000 คันต่อปี จ้างงานกว่า 6,000 คน อีกทั้งใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากกว่า 90% สะท้อนความเข้มแข็งของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในประเทศอย่างลึกซึ้ง

อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของไทย เมื่อรวมทั้งห่วงโซ่อุปทานแล้ว จะมีมูลค่ากว่าร้อยละ 10 ของ GDP อีกทั้งยังเป็นฐานการจ้างงานสำคัญ โดยมีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 2,500 บริษัท มีการจ้างงานมากกว่า 8 แสนคน ครอบคลุมทั้งผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน อุตสาหกรรมสนับสนุนและดีลเลอร์ ในปี 2568 ประเทศไทยผลิตรถยนต์ได้กว่า 1.45 ล้านคัน ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปกว่า 935,000 คัน สะท้อนบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่สำคัญของโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่

“บีโอไอเดินหน้าสนับสนุนการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะในเทคโนโลยีใหม่ ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยานยนต์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยระดับสากล รวมถึงการต่อยอดสู่ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ไปสู่ยานยนต์สมัยใหม่ที่มีการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” นายนฤตม์ กล่าว

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

เสริมแกร่งงานสื่อสาร ผบ.ตร.ตั้ง “พล.ต.ท.ไตรรงค์” นั่งโฆษก ตร.คนใหม่ เสริมเสริมทัพสื่อสารองค์กร ยกระดับสื่อสารถึงประชาชน ทีมรองโฆษก 5 นาย ร่วมงานต่อเนื่อง

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้ง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ เป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ เพื่อเสริมทีมสื่อสารองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลัง พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ อดีตโฆษก สตช. เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล (เออรี่รีไทร์)

ในคำสั่งล่าสุดวันที่ 4 เม.ย. 69 ได้แต่งตั้ง พล.ต.ท.ไตรรงค์ รองจเรตำรวจแห่งชาติและรองโฆษกให้ทำหน้าที่โฆษกหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้การประชาสัมพันธ์เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพ

ทีมรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติประกอบด้วย

  • พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์
  • พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว
  • พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์
  • พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ 
  • พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว

โดยร่วมกันทำหน้าที่เชื่อมตำรวจกับประชาชนในการสื่อสารด้านการบังคับใช้กฎหมายและการป้องกันปราบปราม

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำว่า จะมุ่งพัฒนา "สื่อสารความจริง ถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส ฉับไว ทันเหตุการณ์ และสร้างสรรค์" พร้อมสร้างช่องทางสื่อสารเข้าถึงประชาชนทุกแพลตฟอร์มเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนในภาพรวมขององค์กรตำรวจ

ที่มา : https://shorturl.asia/3nE9f

ครม.แต่งตั้งโฆษก เห็นชอบแต่งตั้ง 'รัชดา' ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ สื่อสารนโยบายและงานรัฐบาล มีผลตั้งแต่ 6 เม.ย. 2569

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมือง "รัชดา ธนาดิเรก" ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่สื่อสารนโยบายและการดำเนินงานของรัฐบาลต่อสาธารณะ

การแต่งตั้งครั้งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการสื่อสารนโยบายรัฐบาลกับประชาชนโดยตรง ทำให้ประชาชนเข้าใจนโยบายและขั้นตอนการทำงานของรัฐบาลได้ชัดเจนมากขึ้น

การแต่งตั้งข้าราชการการเมืองในตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมความชัดเจนและการสื่อสารนโยบายสาธารณะของรัฐบาลในช่วงเวลาที่มีความท้าทายทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ที่มา : https://shorturl.asia/gy9UQ

‘วราวุธ’ ลุยงานกระทรวง เข้ากระทรวงวันแรก มุ่ง ONE MIND พบปะข้าราชการ ร่วมฝ่าวิกฤติพลังงาน สนับสนุน SME ใช้พลังงานสะอาด เตรียมแถลงนโยบายใน 20 เม.ย.

‘วราวุธ’ เข้า ก.อุตฯ วันแรก ชู ONE MIND พบปะข้าราชการ ผนึกกำลังอุตสาหกรรมไทย ฝ่าวิกฤติพลังงาน

 วันที่ 7 เมษายน 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางเข้ากระทรวงอุตสาหกรรมวันแรก โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า วันนี้ถือโอกาสเข้ามาทักทายข้าราชการกระทรวงฯ และพูดคุยนโยบายเบื้องต้นก่อนการแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนรู้สึกดีใจที่ได้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกระทรวงที่ท่านบรรหารเคยดำรงตำแหน่ง ถือว่าเป็นโอกาสได้มาสานงานต่อ โดยในเบื้องต้นได้ให้นโยบายไปว่าการทำงานในช่วงวิกฤตินี้ต้องทำให้เร็ว

ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับกระทรวงอุตสาหกรรมว่า กระทรวงนี้จะเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่ทำให้คนไทยรอดวิกฤติ ซึ่งเราต้องให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ รวมไปถึงเวทีในต่างประเทศ ตลอดจนการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปราะบางด้านพลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ โดยพร้อมนำความรู้ทั้งหมดตั้งแต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาประยุกต์ใช้ที่นี่ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และอุตสาหกรรมสีเขียว

 นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า แผนงานที่เตรียมไว้จะขอแถลงในวันที่ 20 เมษายนนี้  เบื้องต้นเราจะสนับสนุนโรงงานทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีให้หันมาใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต รวมทั้งมีการติดตั้งโซลาร์เพื่อลดใช้ไฟฟ้า ลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ โดยจะมีการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านเครื่องมือ ทั้งสินเชื่อจากกองทุน

เอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ สินเชื่อดีพร้อมของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ซึ่งจะต้องมีการหารือกับกระทรวงการคลังอีกครั้ง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการ

 “อุตสาหกรรมยุคนี้จะเดินด้วย ONE MIND คืออุตสาหกรรมเป็นหนึ่งเดียว และได้บอกข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมไปว่า เตรียมเปลี่ยนรองเท้าหนังเป็นรองเท้าผ้าใบ วิ่งลุยงานไปด้วยกัน และพร้อมรับฟังคำแนะนำ เพื่อให้การทำงานสำเร็จลุล่วง” นายวราวุธ กล่าว

ครม.แต่งตั้งที่ปรึกษา แต่งตั้ง 'วันมูหะมัดนอร์' 'เพิ่มพูน ชิดชอบ' และ 'อรรถพล' ดำรงตำแหน่งใหม่ มติที่ประชุม 6 เม.ย. 69

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง 3 ราย ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ตามข้อเสนอของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

บุคคลที่ได้รับแต่งตั้ง ได้แก่ 'วันมูหะมัดนอร์ มะทา', 'พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ' และ 'อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์' นับเป็นการเติมทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในช่วงเวลาสำคัญ

การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความต้องการเสริมความเข้มแข็งและประสบการณ์ในการทำงานของรัฐบาล โดยตำแหน่งที่ปรึกษามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจและนโยบายของนายกรัฐมนตรี

ที่มา : https://shorturl.asia/ShZeD

กู้นักบินหรือเกมลับ? นักวิเคราะห์ตั้งข้อสงสัยสหรัฐฯ เล็งคลังยูเรเนียมอิหร่าน ภารกิจช่วยนักบิน F-15 สหรัฐฯ ถูกมองอาจเป็นฉากบังหน้าปฏิบัติการใหญ่ในอิหร่าน

ความพยายามของสหรัฐฯ ในการช่วยเหลือนักบินเครื่องบินขับไล่ F-15 ที่ถูกยิงตกในอิหร่าน อาจไม่ได้มีเป้าหมายเพียงภารกิจกู้ภัย แต่ยังอาจถูกใช้เป็น “ฉากบังหน้า” สำหรับความพยายามเข้าควบคุมคลังยูเรเนียมของอิหร่านด้วย จากการที่มีการระดมทั้งเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ และกำลังพลจากหน่วยรบพิเศษเข้าร่วมปฏิบัติการจำนวนมาก

ฟาร์คัด อิบรากิมอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านและตะวันออกกลาง ให้สัมภาษณ์กับ Sputnik ว่า แม้สมมุติฐานดังกล่าวจะมีความเป็นไปได้ แต่หากสหรัฐฯ คิดจะเดินหน้าปฏิบัติการภาคพื้นดินจริง ก็ถือเป็นแนวทางที่เสี่ยงและไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากกำลังพลเพียง 5,000-6,000 นาย ไม่เพียงพออย่างสิ้นเชิง

เขาระบุว่า หากสหรัฐฯ ต้องการเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินเต็มรูปแบบ แม้ไม่ถึงขั้นยึดครองอิหร่าน แต่หวังจะกระทบต่อโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานอย่างจริงจัง ก็จำเป็นต้องใช้กำลังทหารอย่างน้อย 500,000 นาย หรืออาจมากกว่านั้น

อย่างไรก็ดี อิบรากิมอฟมองว่า การระดมกำลังและยุทโธปกรณ์จำนวนมากในภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้ อาจมีเป้าหมายเพื่อส่งสัญญาณทางการเมืองและการทหารว่า วอชิงตันพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือกำลังพลของตน เนื่องจากหากนักบินอเมริกันตกไปอยู่ในมืออิหร่าน ย่อมกลายเป็นแต้มต่อสำคัญของเตหะรานในทางต่อรอง

ไม่เพียงเท่านั้น หากเกิดกรณีทหารสหรัฐฯ ถูกจับเป็นเชลย ก็อาจจุดกระแสกดดันภายในประเทศอย่างหนัก ทั้งจากฝ่ายค้านเดโมแครต และแม้แต่ฐานสนับสนุนของโดนัลด์ ทรัมป์เอง

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ยังเตือนว่า เวลานี้สหรัฐฯ กำลังอยู่ในสถานะเปราะบาง แต่กลับยังประเมินสถานการณ์ในอิหร่านต่ำกว่าความเป็นจริง โดยเชื่อว่าเพียงเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินขนาดเล็กในพื้นที่ชายฝั่งบางจุด ก็อาจทำให้อิหร่านเกิดความไม่มั่นคงภายในได้

เขามองว่าแนวคิดเช่นนี้ “ทั้งบุ่มบ่ามและไร้ความเป็นจริง”

ที่มา : Sputnik

ดราม่าร้อนแรงบนโลกโซเชียลเกิดขึ้นหลังมีคลิปคนไทยต้มมาม่าที่ร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น ก่อนจ่ายเงิน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในไทยแต่ผิดกฎวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทำให้ผู้ใช้ญี่ปุ่นวิจารณ์หนักและบางส่วนถึงขั้นขู่แบนคนไทยเข้าประเทศ

เพจเฟซบุ๊ก "Drama-addict" รายงานว่าเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่โดยบัญชี "Masanews" ที่เล่าข่าวญี่ปุ่นทำคลิปและโพสต์ในทวิตเตอร์ โดยมีคนญี่ปุ่นแสดงความเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่สุภาพ และอาจผิดกฎหมาย เพราะสินค้าที่ยังไม่ชำระเงิน ไม่ถือเป็นทรัพย์สินของผู้ซื้อ ส่วนบางคนแสดงความคิดเห็นรุนแรงขอแบนคนไทยไม่ให้เข้าญี่ปุ่น

ฝั่งคนไทยในโซเชียลตอบโต้ด้วยการชี้แจงว่าพฤติกรรมนี้เป็นปกติในไทย และไม่ควรถูกเหมารวม รวมถึงนำเหตุการณ์ท่องเที่ยวของคนญี่ปุ่นที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในไทยมาเป็นตัวอย่าง ด้านอินฟลูเอนเซอร์ญี่ปุ่น 'Ryota in Thailand' ซึ่งอยู่ในไทยนาน กล่าวว่า "ผมรู้สึกเสียใจมากที่มีคนญี่ปุ่นบางคนพูดถึงประเทศไทยในแง่ไม่ดี จากการกระทำที่ไม่ได้มีเจตนาร้ายของคนไทย"

เหตุการณ์นี้สะท้อนความแตกต่างทางวัฒนธรรมและกฎระเบียบในต่างประเทศ อีกทั้งกระแสขวาจัดในญี่ปุ่นทำให้บรรยากาศต่อคนต่างชาติรุนแรงขึ้น จึงเป็นข้อเตือนใจให้คนไทยศึกษากฎและมารยาทประเทศปลายทางเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ

ที่มา : https://www.amarintv.com/news/social/542294?fbclid=IwdGRjcAQ5luljbGNrBDmW5mV4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkDDM1MDY4NTUzMTcyOAABHjpt5x4knXHY-yQmwpMxZcxxvipU1lhcm_fbWkRpda7wH2qaUQPwhmqcil_k_aem_HwEzHXwr0z47x7mer-aG6A

จับตา “Affinity Partners” บริษัทลงทุนของ Jared Kushner กับอิทธิพลการเมืองตะวันออกกลาง ทุนหลักจากซาอุดีอาระเบียกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ เผชิญข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อนการเมือง

รู้จัก “Affinity Partners”

บริษัทลงทุนระดับโลกโดย Jared Kushner เขยรักของประธานาธิบดี Trump

ฉากทัศน์ของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน จู่ ๆ ก็มีชื่อของ Jared Kushner โผล่ขึ้นมาในฐานะผู้ที่ประธานาธิบดี Donald Trump มอบหมายให้มีบทบาทในการเจรจาลับเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเน้นให้เกิดการหยุดยิงกับอิหร่าน ร่วมกับ Steve Witkoff ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ประจำตะวันออกกลาง ซึ่งประธานาธิบดี Trump แต่งตั้ง

Jared Kushner นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ชาวอเมริกันเชื้อสายยิว แต่งงานกับ Ivanka Trump บุตรสาวของประธานาธิบดี Trump เมื่อ 25 ตุลาคม 2009 Kushner เคยบริหาร Kushner Companies LLC บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวก่อนลาออกเพื่อรับตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษของประธานาธิบดี Trump และผู้อำนวยการสำนักงาน American Innovation ในสมัยที่ 1 ของประธานาธิบดี Trump ผู้เป็นพ่อตา

หลังจากประธานาธิบดี Trump แพ้การเลือกตั้งให้กับประธานาธิบดี Joe Biden ได้หกเดือน เขาได้ก่อตั้ง Affinity Partners (Affinity) บริษัทลงทุนสัญชาติอเมริกันขึ้นในปี 2021 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นคร Miami มลรัฐฟลอริดา บริษัทนี้เน้นการลงทุนในบริษัทอเมริกันและอิสราเอล แหล่งเงินทุนส่วนใหญ่มาจากรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ด้วยระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของพ่อตา เขาได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศกลุ่มอ่าวเป็นอย่างดี จึงได้รับเงินทุนจำนวนมากจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติจากประเทศเหล่านั้น

Affinity Partners ได้รับความสนใจจากนักลงทุนชาวอเมริกันเพียงเล็กน้อย ไม่มากนัก ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดคือ กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ หรือกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย* ซึ่งได้จัดสรรเงิน 2 พันล้านดอลลาร์ให้กับ Affinity แม้ว่า เหล่าเจ้าหน้าที่ที่ดูแลกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้มีความเห็นคัดค้านการลงทุนใน Affinity แต่เจ้าชาย Mohammed bin Salman (MBS) มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีของซาอุดีอาระเบีย ทรงได้คัดค้านแนวคิดของเจ้าหน้าที่เหล่านั้น

ภายในปีที่ก่อตั้ง ณ สิ้นปี 2021 Affinity ได้รับสัญญามากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ สำหรับการลงทุนในบริษัทอเมริกันและอิสราเอลที่กำลังขยายธุรกิจใน อินเดีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง และส่วนอื่น ๆ ของเอเชีย โดย Affinity เป็นธุรกิจของ Jared Kushner โดยอย่างสมบูรณ์ มีพนักงานประจำประมาณ 20 คน ณ เดือนเมษายน 2022 Affinity มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2024 บริษัทไม่ได้คืนผลกำไรให้กับนักลงทุนเลย

ในการสัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal เมื่อพฤษภาคม 2022 Kushner กล่าวว่า “หากเราสามารถทำให้ชาวอิสราเอลและชาวมุสลิมในภูมิภาคทำธุรกิจร่วมกันได้ มันจะทำให้ผู้คนมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์และค่านิยมร่วมกัน” เขากล่าวเสริมว่า “เราได้เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ในระดับภูมิภาค ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการเสริมสร้างและบ่มเพาะเพื่อให้บรรลุศักยภาพสูงสุด” และยังกล่าวว่า เขาหวังที่จะเปิด “เส้นทางการลงทุนระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิสราเอล” ซึ่งในระดับนานาชาติมองว่าเป็น “สัญญาณของความสัมพันธ์ที่อบอุ่นขึ้นระหว่างสองคู่ขัดแย้งทางประวัติศาสตร์” ประเด็นของ Affinity นี้เป็นที่ถกเถียงกันเนื่องจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการที่ Kushner รับเงินจากรัฐบาลในตะวันออกกลางในขณะที่ยังทำงานเป็นทูตพิเศษสำหรับภารกิจในตะวันออกกลางให้กับประธานาธิบดี Trump ในสมัยที่ 2 ด้วย

Affinity ได้ลงทุนในบริษัทไฮเทคของอิสราเอลสองแห่งที่ไม่เปิดเผย The Wall Street Journal รายงานว่า “นี่เป็นกรณีแรกที่ทราบกันว่าเงินสดของกองทุนการลงทุนสาธารณะของซาอุดีอาระเบียจะถูกส่งไปยังอิสราเอล ซึ่งเป็นสัญญาณแสดงถึงความเต็มใจที่เพิ่มขึ้นของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียในการทำธุรกิจกับประเทศนี้” เดือนมีนาคม 2022 ผู้บริหารของ Affinity ได้รับฟังการนำเสนอจากสตาร์ทอัพชาวอิสราเอลจำนวน 13 ถึง 15 ราย

ในเดือนกรกฎาคม 2023 มีการประกาศว่า Affinity เป็นผู้สนับสนุนหลักในการระดมทุนรอบ Series F มูลค่า 225 ล้านปอนด์ของบริษัทเทคโนโลยีฟิตเนส EGYM ซึ่งตั้งอยู่ในนครมิวนิก การลงทุนครั้งนี้เป็นการลงทุนครั้งแรกของ Affinity ในยุโรป มีนาคม 2024 Affinity ได้เริ่มหารือในรายละเอียดกับ Aman Resorts เพื่อสร้างชุมชนรีสอร์ทเชิงนิเวศนอกชายฝั่งของแอลเบเนีย

Forbes รายงานในเดือนพฤศจิกายน 2024 ว่า Affinity ได้ “ช่วยเพิ่มมูลค่าสุทธิของ Kushner เป็นอย่างน้อย 900 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 180% จากต้นปี 2017 ตอนที่เขาเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดี Trump ในสมัยที่ 1” กันยายน 2025 รายงานว่า Affinity ได้พัฒนา Brain Co. ร่วมกับนักลงทุนชื่อดังอย่าง Elad Gil โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งเพิ่มเติมได้แก่ Luis Videgaray อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศเม็กซิโก และ Eric Wu จาก Opendoor สำหรับ Brain Co. เป็นสตาร์ทอัพที่ตั้งอยู่ในนครซานฟรานซิสโก โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดใหญ่และหน่วยงานภาครัฐบาลนำ AI มาใช้ในการดำเนินงาน

Affinity ร่วมกับ Silver Lake และกองทุนการลงทุนสาธารณะของซาอุดีอาระเบีย เริ่มกระบวนการเข้าซื้อกิจการบริษัทเกมวิดีโอ Electronic Arts ในเดือนกันยายน 2025 ด้วยข้อตกลงที่มีมูลค่า 52.5 พันล้านดอลลาร์ ธุรกรรมนี้ทำให้ Electronic Arts กลายเป็นบริษัทเอกชนที่ถูกซื้อกิจการโดยใช้เงินกู้ยืมจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรมกล่าว Affinity Partners กลายเป็นสัญลักษณ์ในการตอบแทนบุญคุณของ  Kushner เนื่องจากเขาเคยเป็นผู้ปกป้องเจ้าชาย Mohammed bin Salman อย่างแข็งขัน ขณะอยู่ในทำเนียบขาว คณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรกล่าวเมื่อ 2 มิถุนายน 2022 ว่า ได้เปิดการสอบสวนว่า Kushner ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนเพื่อแลกกับข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่

ณ ปี 2024 Affinity ได้รับค่าธรรมเนียมการจัดการ 157 ล้านดอลลาร์ (รวมถึง 87 ล้านดอลลาร์จากรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเพียงประเทศเดียว) ตั้งแต่ปี 2021 กองทุนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของวุฒิสภาสหรัฐฯ ในข้อหาว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับอิทธิพลจากต่างประเทศก่อนการเลือกตั้งปี 2024 หลังจาก รายงานของ New York Times ระบุว่า Kushner ทำการติดต่อด้วยบทบาทในการทำงานให้กับพ่อตาในทำเนียบขาว รายงานของ Reuters ระบุว่า Kushner ยังได้เข้าร่วมการหารือทางการทูตหลายครั้งระหว่างสหรัฐฯ กับซาอุดีอาระเบียแม้ว่า Trump จะพ้นจากตำแหน่งในสมัยแรก ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่า ความสัมพันธ์ทางการเงินของเขาจะมีอิทธิพลต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ภายใต้การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของ Trump หรือไม่? และอย่างไร?

เรื่อง : ดร.ปุณกฤษ ลลิตธนมงคล

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top