Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

4 เมษายน ของทุกปี กำหนดให้เป็น "วันภาพยนตร์แห่งชาติ" โดยพระราชทานชื่อจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า สัญลักษณ์ศิลปะและวัฒนธรรม หนังไทยบันทึกสังคมและประวัติศาสตร์

วันที่ 4 เมษายนถูกกำหนดให้เป็น "วันภาพยนตร์แห่งชาติ" โดยพระราชทานชื่อจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ เพื่อกระตุ้นให้สังคมไทยตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของภาพยนตร์ไทยที่เป็นมากกว่าความบันเทิงทั่วไป

วันภาพยนตร์แห่งชาติไม่ได้หมายถึงแค่การเฉลิมฉลองอุตสาหกรรมหนังเท่านั้น แต่เป็นวันที่สะท้อนว่า ภาพยนตร์คือศิลปะและมรดกวัฒนธรรม ที่เก็บรักษาภาษา ประวัติศาสตร์ ความคิด และค่านิยมของสังคมไทยในแต่ละยุค นอกจากนี้ยังเป็นบทเรียนชีวิตและการตีความสังคมผ่านเรื่องเล่าในหนัง

หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ทำหน้าที่อนุรักษ์ รักษา ฟื้นฟูภาพยนตร์ไทยที่เป็นมรดกวัฒนธรรมอย่างจริงจัง เพราะฟิล์มหนังในอดีตมีสภาพเสื่อมสภาพง่ายหากไม่เก็บรักษาอย่างถูกต้อง "4 เมษายน" จึงไม่ใช่วันสนับสนุนแค่หนังใหม่ แต่เป็นวันที่ปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

สำหรับวงการภาพยนตร์ วันสำคัญนี้คือการยืนยันว่าวงการหนังไทย คือศิลปะและส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ชาติที่ต้องมอบพื้นที่และการดูแล ทั้งในแง่การสร้าง การวิจารณ์ การศึกษา และการอนุรักษ์ ตลอดจนการยอมรับบทบาทของผู้มีส่วนร่วมหลายตำแหน่ง เหนือกว่าดาราหรือนักกำกับ

วันภาพยนตร์แห่งชาติยังเป็นโอกาสเรียนรู้และทบทวนบทบาทของหนังไทย ที่เปิดประตูสู่ความเข้าใจสังคม ผ่านเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว การเมือง ชนบท และเรื่องเพศสภาพ ทำให้ 4 เมษายน เป็นวันที่แสดงถึงความทรงจำและบทสนทนาทางวัฒนธรรมของชาติ

ที่มา : https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/276161?utm_source=chatgpt.com

 

วันฉัตรมงคล ตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรีและราชอาณาจักรไทย

ในหลวงรัชกาลที่ 10 โปรดให้ตั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ณ พระบรมมหาราชวัง มีการเฉลิมพระปรมาภิไธยตามพระสุพรรณบัฏว่า "พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และมีพระปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป"

ทั้งนี้ คำว่า “ฉัตรมงคล” หมายความว่า พระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตร จะกระทำในวันคล้ายวันบรมราชาภิเษก สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้ถูกต้องสมบูรณ์ โดยพระมหากษัตริย์ที่ยังมิได้ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะไม่ใช้คำว่า “พระบาท” นำหน้า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และคำสั่งของพระองค์ก็ไม่เรียกว่า “พระบรมราชโองการ” และอีกประการหนึ่งคือ ยังไม่มีการใช้ นพปฎลเศวตฉัตร หรือฉัตร 9 ชั้น

ครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 รัฐบาลไทย ได้น้อมเกล้าฯ จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกถวาย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 จึงถือเอาวันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันฉัตรมงคล

หลังจากรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษายกเลิก วันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันฉัตรมงคลเดิม 

กำหนดวันฉัตรมงคลขึ้นใหม่ เป็นวันที่ 4 พฤษภาคม เนื่องจากวันฉัตรมงคลถูกกำหนดขึ้นตามวันบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการจัดขึ้นในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ปลัดพลังงานชี้วิกฤตน้ำมัน ราคาน้ำมันพุ่งเกือบ 3 เท่า กองทุนน้ำมันติดลบเกือบ 5 หมื่นล้าน เร่งดึง Windfall โรงกลั่นช่วยประชาชน วอนทุกฝ่ายร่วมมือฝ่าวิกฤตพลังงาน

“ปลัดพลังงาน” ชี้วิกฤตน้ำมันรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์ เร่งดึง Windfall โรงกลั่น ช่วยประชาชน วอนทุกฝ่ายร่วมมือฝ่าวิกฤต

วันนี้ (3 เมษายน 2569) นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในขณะนี้ว่า เป็นวิกฤตที่รุนแรงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกพุ่งทะยานจากสถานการณ์ปกติที่ 92 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นเกือบ 300 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ซึ่งรุนแรงกว่าช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่เคยทำสถิติสูงสุดไว้ที่เพียง 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการชดเชยราคาช่วยเหลือประชาชนติดลบแล้วเกือบ 5 หมื่นล้านบาท แม้จะมีวงเงินกู้ 1.5 แสนล้านบาทรองรับได้ประมาณอีก 2 เดือน แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อก็น่ากังวลอย่างยิ่ง การบริหารราคาในช่วงนี้จึงยากลำบากเพราะต้องรักษาสมดุลระหว่างราคาตลาดโลก ฐานะกองทุนฯ และผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งการปรับขึ้นราคาน้ำมัน 2 วันติดกันที่ผ่านมานั้น ก็เพื่อรักษาสภาพคล่องกองทุนฯ และไม่ให้เกิดการขึ้นราคาแบบกระชากเพราะอาจทำให้เกิดการกักตุนหรือลักลอบนำออกนอกประเทศไทย โดยกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดเข้มงวดตรวจสอบสถานีบริการทั่วประเทศในวันก่อนที่จะมีการขึ้นราคาป้องกันการกักตุน ขณะเดียวกันยังคงใช้เงินกองทุนฯ อุดหนุนราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) วันละประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อไม่ให้กระทบค่าครองชีพและราคาอาหารของประชาชน

สำหรับประเด็นโครงสร้างราคาและค่าการกลั่นนั้น การคำนวณสต๊อกน้ำมัน(เก่า-ใหม่) ของโรงกลั่นใช้วิธี Mark to Market ซึ่งเป็นตามหลักสากลที่ใช้กัน ซึ่งโรงกลั่นก็ต้องยอมรับความเสี่ยงตรงนี้ด้วย ส่วนค่าการกลั่นก็ไม่ใช่กำไรสุทธิ แต่ครอบคลุมต้นทุนคงที่ต่างๆ เช่น ค่าน้ำค่าไฟ ค่าขนส่ง ค่าแรง และค่าบำรุงรักษา และต้นทุนเพิ่มเติมอย่างค่า War Premium ค่าประกันภัย ค่าน้ำมันดิบที่แพงขึ้นในช่วงสงคราม อย่างไรก็ตาม ในช่วงวิกฤตนี้พบว่า ค่า War Premium ที่เพิ่มเข้ามา ส่งผลให้เกิดกำไรส่วนเกิน (Windfall) ทางคณะ คตร. จึงเร่งพิจารณานำค่าการกลั่นเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 2.43 บาท มาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา เพื่อดึงส่วนต่างนี้กลับมาชดเชยให้ประชาชน โดยได้เรียกโรงกลั่นหารือเพื่อหาจุดสมดุลแล้ว และได้รับความร่วมมือเบื้องต้นจาก ปตท. และบางจาก ซึ่งคาดว่าจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อสรุปตัวเลขได้ในวันจันทร์นี้ ก่อนจะพิจารณารูปแบบการช่วยเหลือต่อไปว่าจะเป็นการลดราคาให้ทันที หรือช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า เช่น กลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่ง ทั้งนี้ตัวเลข Windfall ในแต่ละเดือนมีความแตกต่างกัน

"วิกฤตการณ์ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมากในประวัติศาสตร์ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน โรงกลั่น ผู้ค้าน้ำมัน ผู้ประกอบการ และประชาชน กระทรวงพลังงาน พยายามอย่างเต็มที่ในการหาจุดสมดุลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการดึงกำไรส่วนเกิน หรือ Windfall มาช่วยแบ่งเบาภาระ ซึ่งเชื่อมั่นว่าโรงกลั่นที่มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยจะให้ความร่วมมือ เพราะนี่คือเวลาที่ต้องช่วยคนไทยด้วยกัน เพื่อฝ่าฟันวิกฤตที่หนักหน่วงนี้ไปด้วยกันให้ได้" นายประเสริฐ กล่าว

สุดภูมิใจ!! ‘ตั๊ก ศิริพร’ เผยข่าวดีลูกชาย หลังสอบติด 2 มหาลัยดังอังกฤษ คะแนน IELTS ไม่ธรรมดา เผยเลือกเรียนที่ Nottingham


ตั๊ก ศิริพร โพสต์แจ้งข่าวดีลูกชาย "น้องภู" สอบติด 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำที่ประเทศอังกฤษ พร้อมเตรียมตัวบินไปเรียนต่อปริญญาโท โดยสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยที่เลือกเองได้ทั้ง University of Nottingham และ University of Birmingham

ตั๊ก ศิริพร เผยผ่านโพสต์ว่า "ปีนี้น้องภูเตรียมตัวไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษโดยที่ภูสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยที่เค้าเลือกเองได้สองที่เลยและสอบ IELTS ก็ได้คะแนนดีมากเกินคาด 5555 ภูมิใจในตัวลูกมากๆ คับคนเก่งของแม่ ต้องขอบคุณน้าเบียร์ด้วยที่คอยดูแลหลานอย่างดีที่สุด"

นอกจากนั้น น้องภูยังทำคะแนนสอบ IELTS สูงถึง 8.0 ซึ่งแม่ตั๊กกล่าวชมว่าสูงเกินคาด และในแวดวงบันเทิง แหม่ม คัทลียา รวมถึงเพื่อนดาราทั้งหลายต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีและชื่นชมความสามารถของน้องภูอย่างท่วมท้น เช่น "ยินดีด้วยมากๆ ค่ะ" และ "เก่งมากๆ ค่ะ"

ขณะที่มีแฟนคลับและชาวเน็ตแนะนำด้านการเลือกมหาวิทยาลัย โดยมีคำแนะนำให้เลือกเมืองใหญ่ไป Birmingham ส่วนเมืองสงบบรรยากาศดีไป Nottingham ซึ่งตั๊กได้แจ้งว่า ลูกชายเลือกที่จะไปเรียนที่ Nottingham

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10195099

แค่คิดก็เห็นภาพ อาจารย์ ม.รังสิต ชวนคิด ขบวนรถดินยาวกว่า 1 กิโลเมตร ชี้ชัด 140 คันดินไม่ใช่เรื่องเล็ก ซ่อนอย่างไรก็ยากจะไม่เห็น

เรื่องจาก ม.รังสิต “รถบรรทุกดิน 140 คัน”

ลองนึกภาพเล่น ๆ ว่า “รถบรรทุกดิน 1 คัน” ขนาดมาตรฐานทั่วไป 10 ล้อ

จะยาว ประมาณ 8 เมตร และขนดินได้ราว ๆ 10 ลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 15 ตัน ต่อคัน

(อาจมาก น้อยไปบ้างตามชนิดของรถ) ถ้ามีรถแบบนี้ 140 คัน เอามา “เรียงต่อกันหัวชนท้ายแบบไม่เว้นช่อง” จะได้ความยาวประมาณ 1.12 กิโลเมตร ยาวกว่า สะพานพระราม 8 (475 เมตร)

แบบ “ข้ามไปแล้ว ยังเหลือให้ต่ออีกเป็นขบวน” และยังยาวกว่า สะพานภูมิพล 1 (702 เมตร)

แบบ “ขับเลยสะพานไปแล้ว ยังไม่สุดแถว” แต่ถ้ายังไม่เห็นภาพ

ลองเอามาวางบนแผนที่ชีวิตจริงดู จาก “มหาวิทยาลัยรังสิต” ออกไปจนถึง ถนนพหลโยธิน (ซอย 87) กะตามแผนที ่จะอยู ่ ประมาณ 1.3 – 1.5 กิโลเมตร ขบวนรถบรรทุกดิน 140 คัน จะยาวราว 1.12 กิโลเมตร แปลว่า… ถ้ารถคันแรกเลี ้ยวออกไปใกล้ถึงถนนพหลโยธินแล้ว คันสุดท้ายยังเพิ่งคลานออกจากมหาวิทยาลัยอยู่เลย

หรือพูดให้เห็นภาพขึ้นอีกนิด ถ้าคันหน้าจอดรอให้มอเตอร์ไซด์ที่วิ่งสวนเลนมานับสิบคันตรงปากซอยพหลโยธิน คันหลังอาจยังหาทางออกจากรั้วมหาวิทยาลัยอยู ่ด้วยซ ้า ส่วน “ของที ่บรรทุกมา” รถ 140 คันนนี้ ขนดินมารวมกันจะได้ประมาณ 1,400 ลูกบาศก์เมตร หรือหนักราว 2,100 ตัน ที ่เราสามารถเอาไปถมสนามฟุตบอลทั้งสนาม ให้สูงขึ้นประมาณ 20 เซนติเมตร แบบที่เดินแล้ว รู้สึกได้ว่า “โลกมันยกขึ้นมานิดหนึ่ง” หรือถ้าเอาไปถมสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน 25x10 เมตร ลึก 2 เมตร จะได้ประมาณ 3 สระว่ายกันอยู่ดี ๆ อาจกลายเป็นยืนอยู่บนพื้นแบบงง ๆ หรือเอาไปถมที่ดินทาบ้านชั้นเดียวพื้นที่ 100 ตารางเมตร ยกสูงขึ้น 1 เมตร จะได้ประมาณ 14 หลัง

พอทาเสร็จแล้ว คนในหมู่บ้านจะมีสิทธิ์พูดว่า “บ้านเราสูงกว่าชาวบ้าน” แบบไม่ต้องอุปมา แต่ถ้ายังไม่ชัดพอ เอาดินทั้งหมดทาเป็นก้อนเดียว ฐานกว้างสัก 10×10 เมตร จะได้ความสูงประมาณ ตึก 4–5 ชั้น ใช่ครับ…ดินจากรถ 140 คัน รอดหูรอดตาคนเป็นร้อยเป็นพันไปได้ยังไง หาความเป็นจริงจากเหตุและผลครับ ... รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต

จีนจ่อเรียกยุติรบ!! 'เหมาหนิง' ขอทุกฝ่ายยุติรบทันที โจมตีทางทหารไม่แก้ปัญหา กังวลผลกระทบเศรษฐกิจโลก คัดค้านโจมตีพลเรือนอย่างหนัก

เหมาหนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ใช้ถ้อยคำเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิหร่านยุติปฏิบัติการทางทหารทันที และเริ่มกระบวนการเจรจาสันติภาพโดยเร็วที่สุด หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านอย่างหนักในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าเพื่อยุติสงครามที่ลากยาวมาหนึ่งเดือน

เหมาหนิงชี้ว่ามาตรการทางทหารไม่ใช่ทางออกที่แท้จริง และการเพิ่มความขัดแย้งยิ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใด พร้อมกล่าวบนแพลตฟอร์มแถลงข่าวว่า "มาตรการทางทหารไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง"

นอกจากนี้ เหมาระบุว่า ทุกฝ่ายควรแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาและการทูต เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและความมั่นคงด้านพลังงานโลก เมื่อถูกถามถึงรายงานการโจมตีมหาวิทยาลัยในอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล เหมาย้ำว่า จีนคัดค้านการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน รวมถึงการโจมตีสถานศึกษาเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศร้ายแรง พร้อมเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤติด้านมนุษยธรรม

ที่มา : Xinhua

จับตาวอชิงตัน!! ผู้เชี่ยวชาญชี้ สหรัฐฯ หวังสกัดน้ำมันพุ่ง มากกว่าปิดเกมอิหร่าน ชี้คำพูดทรัมป์เป็นเพียงเกมยื้อเวลา เป้าหมายแท้จริงคือคุมตลาด

เป้าหมายหลักของวอชิงตันคือการรักษาเสถียรภาพของตลาด และหยุดยั้งการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ฟาอิก บูลุต ผู้เชี่ยวชาญชาวตุรกี ให้สัมภาษณ์กับสปุตนิก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวอ้างในการปราศรัยเมื่อคืนวันพุธว่า สหรัฐฯ “ใกล้จะบรรลุ” เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์หลักของตนในสงครามกับอิหร่านแล้ว

บูลุตระบุว่า คำกล่าวดังกล่าวเป็น “เกมเชิงยุทธวิธีเพื่อซื้อเวลาให้กับผลประโยชน์ของตนเอง” ท่ามกลางกระแสการประท้วงต่อต้านสงครามกับอิหร่านที่เกิดขึ้นในยุโรป สหรัฐฯ และอีกหลายประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญรายนี้กล่าวว่า สหรัฐฯ พยายามดึงยุโรปเข้ามาอยู่ฝ่ายตนแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะหันไปพยายามดึงประเทศอาหรับเข้าร่วมสงครามแทน ทว่าก็ไม่เป็นผลเช่นกัน

“ตอนที่ทรัมป์เข้าสู่สงครามครั้งนี้ เขายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ากำลังเข้าไปพัวพันกับอะไร และตอนนี้เขาก็กำลังพบว่ามันยากที่จะทำให้สงครามยุติลง” บูลุตกล่าว

ที่มา : Sputnik

3 เมษายน 1893 ถือว่าเป็นวันสถาปนากรุงศรีอยุธยา โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือที่รู้จักในชื่อ "พระเจ้าอู่ทอง" ทรงก่อตั้งอยุธยาเป็นราชธานีสำคัญของไทย

เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 1893 คือวันที่ถือว่าเป็นวันสถาปนากรุงศรีอยุธยา โดย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือที่รู้จักในชื่อ พระเจ้าอู่ทอง ทรงก่อตั้งอยุธยาเป็นราชธานีสำคัญของไทย ซึ่งต่อมามีบทบาทเด่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยาวนานถึง 417 ปี

ตามข้อมูลจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 3 เมษายนของทุกปี จะมีพิธีรำลึกเพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา โดยมีการระลึกถึงการรวมกลุ่มเมืองสำคัญในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและการสถาปนาอำนาจการปกครองอย่างเข้มแข็งในปี พ.ศ. 1893 นี้

ทำเลที่ตั้งของอยุธยาในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำป่าสัก ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการค้าและการปกครองที่เหมาะสม พร้อมเป็นจุดเชื่อมต่อทางการค้าในระดับภูมิภาคและนานาชาติ โดยตัวเมืองเต็มไปด้วยการวางผังเมืองที่ใช้ระบบน้ำช่วยการป้องกันและการขนส่งภายใน

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ทรงวางรากฐานอำนาจและการปกครองที่มั่นคง พร้อมขยายอิทธิพลออกจากอยุธยาไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในภูมิภาค การสถาปนาอยุธยาจึงเป็นการรวมศูนย์อำนาจที่สำคัญของรัฐโบราณไทย ปัจจุบันอยุธยายังคงเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญและได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากยูเนสโก

"3 เมษายน พ.ศ. 1893" จึงไม่ใช่เพียงวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ แต่เป็นวันที่สะท้อนถึงจุดเริ่มต้นของราชธานีที่สำคัญและความรุ่งเรืองของอาณาจักรไทยในอดีต

ที่มา : https://ayutthaya.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/378709

สงกรานต์นี้มีสะเทือน!! ‘กระแต อาร์สยาม’ ยกโชว์ใหญ่ บุก Hangover นครสวรรค์ ‘Bangkok City’ จุดกระแสซอฟต์พาวเวอร์ไทย ปลุกเทรนด์ห่มสไบใส่ยีนส์รับสงกรานต์

'กระแต อาร์สยาม' หรือ 'KT Kratae' เตรียมสร้างความฮือฮาครั้งใหม่ที่ Hangover นครสวรรค์ ในวันที่ 24 เมษายนนี้ ภายใต้ธีมเทศกาลปีใหม่ไทย (สงกรานต์) กับโชว์แบบฟูลออฟชั่น พร้อมขนเพลงใหม่ "Bangkok City" ซึ่งเป็นเพลงแนว Feel-Good Dancehall/Latin-Pop ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ระดับโลก สร้างปรากฏการณ์ไวรัลและส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทย

'พีช-สุพิชญา ไพฑูลย์' กรรมการผู้จัดการ Hangover Nakhonsawan เผยผ่านเฟซบุ๊กว่า "เราตั้งใจให้ลูกค้ามารับบรรยากาศดนตรีที่เป็นกันเองและประทับใจ พร้อมผลักดันวัฒนธรรมไทยให้คนรุ่นใหม่ภาคภูมิใจ" และวางแผนคืนกำไรลูกค้าด้วยคอนเสิร์ตแบบเอ็กคลูซีฟ ใกล้ชิดศิลปินแบบตัวต่อตัว

เพลง "Bangkok City" ยังปลุกกระแสแฟชั่น "ห่มสไบใส่กางเกงยีนส์" สุดเท่ห์ที่กลายเป็นเทรนด์ฮิตบนโซเชียลมีเดีย ดึงดูดทั้งคนไทยและต่างชาติให้ร่วมสนุก เต้นสะบัด และถ่ายคอนเทนต์ตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ

งานนี้จะเป็นการต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างน่าสนใจ พร้อมส่งเสริมและยกระดับเพลงไทยสู่เวทีสากลควบคู่ไปกับการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในรูปแบบร่วมสมัยที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment

ลูกช้างเชือกแรกแห่งปี สวนนงนุชพัทยาจัดพิธีรับขวัญ “พลายมิตรภาพ” รับลูกช้างเชือกแรกปี 69 อย่างเป็นสิริมงคล ตอกย้ำมาตรฐานปางช้างสวนนงนุชพัทยา สะท้อนความสำเร็จอนุรักษ์ช้างไทย

จาก 9 เชือกในปีที่ผ่านมา สู่เชือกแรกปีนี้ “พลายมิตรภาพ” สัญลักษณ์ความสำเร็จการดูแลและอนุรักษ์ช้างไทยของปางช้างสวนนงนุชพัทยา

วันนี้ที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 08.30 น.นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เปิดเผยถึงความสำเร็จในการดูแลและอนุรักษ์ช้างไทยของปางช้างสวนนงนุชพัทยา หลังมีลูกช้างเพศผู้เกิดใหม่เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 จากแม่ช้าง “พังเพชรพัทยา” อายุ 13 ปี และพ่อช้าง “พลายมุก” อายุ 22 ปี โดยได้ตั้งชื่อว่า “พลายมิตรภาพ” ซึ่งถือเป็นลูกช้างเชือกแรกของปี 2569

ในปีที่ผ่านมา ปางช้างสวนนงนุชพัทยามีลูกช้างเกิดใหม่รวม 9 เชือก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการดูแลและขยายพันธุ์ช้างไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแม่ช้าง “พังเพชรพัทยา” ที่เคยแท้งลูกเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 9 เดือน ก่อนที่ทีมสัตวแพทย์และควาญช้างของสวนนงนุชพัทยาจะร่วมกันดูแล ฟื้นฟูสุขภาพ และติดตามการตั้งครรภ์อย่างใกล้ชิด จนสามารถให้กำเนิดลูกช้างได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรงในครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จของการตั้งครรภ์ครั้งที่สอง

ในโอกาสเดียวกัน สวนนงนุชพัทยาได้จัดพิธีรับขวัญลูกช้างอย่างเรียบง่าย  โดยมีพระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าคณะตำบลภูตาหลวง วัดสามัคคีบรรพต เป็นประธานประกอบพิธี   ภายในพิธีมีขบวนนางรำและขบวนโขลงช้างกว่า 30 เชือก พร้อมพิธีคล้องพวงมาลัย ผูกสายสิญจน์ และเจิมหน้าผากแม่ช้างและลูกช้าง ตามประเพณีปฏิบัติของสวนนงนุช  เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่แม่ช้างและลูกช้าง

ทั้งนี้ ปางช้างสวนนงนุชพัทยาได้รับ หนังสือรับรองมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้าง (Good Practices for Elephant Camps) จากกรมปศุสัตว์ และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ โดยเป็นปางช้างแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว สะท้อนถึงระบบการดูแลช้างที่ให้ความสำคัญต่อสวัสดิภาพสัตว์และการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top