Friday, 12 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

‘บอม โอฬาร วีระนนท์’ แชร์10 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากบทบาทบอร์ดส่งเสริม สสว. ชี้เป็นหน้าที่อันทรงเกียรติ ย้ำ ประเทศนี้ควรมี  ‘กระทรวง SMEs’ เพื่อช่วยคนตัวเล็กอย่างจริงจัง

นายโอฬาร วีระนนท์ กรรมการบริหาร พรรคสร้างอนาคตไทย และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ยักษ์เขียว จำกัด (YAK GREEN) โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก ถึงประสบการณ์การทำหน้าที่บอร์ดส่งเสริมสสว.อย่างน่าสนใจว่า 

“ 10 สิ่งที่ได้เรียนรู้ กับการทำหน้าที่เป็นบอร์ดส่งเสริม สสว. ”
บันทึกความทรงจำ การสิ้นสุดหน้าที่การเป็นบอร์ดส่งเสริม สสว. กับ หน้าที่ท้าทายบทต่อไป

ตลอดระยะเวลา 1 ปี 10 เดือน ที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่อันทรงเกียรติ ในการสนับสนุนคนตัวเล็กทั้ง SMEs และ Startup ของประเทศไทย ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. 2563 เป็นต้นมา จนถึงวันสุดท้ายที่ผมลงนามในใบลาออกจากตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ในวันที่ 19 เม.ย. 2565 รวมถึงได้รับความไว้วางใจ ได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการ, คณะอนุกรรมการตรวจสอบ, สสว. ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย. 2564 - 19 เม.ย. 2565 นั้น ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี มีเรื่องราวต่างๆ มากมาย ที่ได้มีส่วนร่วม และเรียนรู้ ขอบันทึกส่วนหนึ่งของความทรงจำเพื่อเตือนใจตนเอง และอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ ดังนี้

“ 10 สิ่งที่ได้เรียนรู้ กับการทำหน้าที่เป็นบอร์ดส่งเสริม สสว. ”
1.เมื่อได้รับโอกาส จงทำมันให้ดีที่สุด
คณะกรรมการส่งเสริม ถือเป็นหนึ่งในบอร์ดสูงสุด ที่ร่วมกำหนดนโยบายของประเทศในมิติของการส่งเสริม SMEs มีคณะกรรมการทั้งสิ้น 30 ท่าน เท่ากับจำนวนรัฐมนตรีของประเทศไทย โดยมี
- นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งเป็นประธานกรรมการ 
- มีรองนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นรองประธาน 
- มีรัฐมนตรีว่าการ 4 กระทรวงได้แก่ รมว.กระทรวงการคลัง, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม
- ปลัดกระทรวงอีก 4 กระทรวง คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ กระทรวงอุตสาหกรรม 
- ผู้นำสูงสุดของ 4 องค์กรที่ดูแลเรื่องงบประมาณ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจไทย ได้แก่ ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ, เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ, เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
- ประธานสภา / สมาคม หลักของประเทศ 5 องค์กรหลัก คือ สภาเกษตรกรแห่งชาติ, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ สมาคมธนาคารไทย
- ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคต่างๆ อีก 10 คน ในที่นี้เป็นภาคเอกชน 7 ท่าน (ผมเป็น 1 ใน 7 ผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชน) 
- ผู้อํานวยการ สสว. ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ
จะเห็นได้ว่าคณะกรรมการล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงสุดของประเทศ ดังนั้นการที่เราได้รับเกียรติเข้าไป ก็แปลว่า เราต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่น้อยกว่าผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านเช่นกัน ดังนั้นการทำการบ้าน การเตรียมข้อมูล และการกล้านำเสนอแนวคิดที่เป็นประโยชน์ในภาพรวม ที่ไม่ใช่แค่ประโยชน์ส่วนตน เป็นสิ่งที่เราต้องพึงรำลึก และใช้ทุกนาทีที่มีโอกาสอย่างดีที่สุดเสมอ

2.เมื่อโอกาสไม่มี ผู้สร้างเวทีต้องเป็นเราเอง
- ในฐานะคนตัวเล็ก ที่อยู่ในเวทีใหญ่ๆ แน่นอนว่า ถ้าเทียบกับผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนแล้ว ต่อให้เราเป็นคนที่เล็กที่สุดในวง และไม่มีโอกาสแบบเป็นทางการในการนำเสนอ แต่หากเราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราต้องการนำเสนอ ว่าเป็นผลดีต่อผู้คน ธุรกิจ และสังคมในภาพรวม อย่ารีรอในการสร้างโอกาส ให้สมกับเป็นตัวแทนของกลุ่มคนที่เราได้รับการคัดเลือกมา และใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพ

3.อย่าเสียเวลาโฆษณาตนเอง
- การประชุมในระดับสูงนั้น เราแนะนำตัวสั้นๆ ก็เพียงพอ ไม่ต้องโฆษณาตนเองมาก เพราะทุกคนที่ถูกคัดสรรมา ล้วนมีคุณสมบัติที่มากพอ มีดีในมุมของตน เป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับ และต่างถูก Screen ประวัติมาอย่างดี ดังนั้น จงใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ต่อที่ประชุมและประเทศอย่างสูงสุด จะได้รับการยอมรับกว่ามากนัก

4.เจาะลงไปที่แก่นของเนื้อหา โดยเน้นที่คุณค่าที่ผู้ฟังได้รับ
- จงใช้เวลาทุกวินาทีอย่างมีคุณค่า เจาะลงไปที่เนื้อหา แต่นำเสนออย่าง High Impact ด้วยความมั่นใจ จริงใจ สั้น กระชับ มี Key word ให้คนจดจำได้ ตัดประเด็นที่ซ้ำซ้อนออกไป เหลือแต่แก่นที่เป็นหัวใจของการนำเสนอ ที่เราเชี่ยวชาญ รู้จริง และทำข้อมูลมา เพื่อต้องการให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ธุรกิจ และสังคม

5.สิ่งที่เราเห็นจากสื่อ อาจไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริงๆ
- อีกมุมหนึ่งที่ผมได้เห็นและเรียนรู้ จากการเข้าร่วมประชุมกับลุงตู่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีของไทยนั้น ผมบอกได้จากใจว่าในทุกครั้งที่ผมมีโอกาสเข้าร่วมประชุมร่วมกันในฐานะบอร์ดส่งเสริม สสว. นายกฯ มีความตั้งใจดีจริงๆ มีการทำการบ้าน อ่านข้อมูลก่อนเข้าร่วมประชุม ตามทันเนื้อหาที่ยากและซับซ้อนได้เป็นอย่างดี ในหลายครั้งนายกฯ พยายามสร้างความมีส่วนร่วมให้กรรมการต่างๆ แสดงความคิดเห็น ให้เกียรติผู้อื่นอย่างเหมาะสม ไม่ได้เป็นดังภาพที่เราเห็นผ่านสื่อ Social Media ต่างๆ เสมอไป ส่วนผลงานการบริหารในมิติอื่นๆ เป็นอย่างไรนั้น เราทุกคนตัดสินกันด้วยตนเองได้

6.ข้อควรระวังเมื่อเราขึ้นสู่บทบาทที่สูงขึ้น คือ “คนรอบข้าง” และ “ข้อมูลที่รายล้อม”
- คบทุกคนได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ควรคบ, ใช้ทุกคนได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ควรใช้ เป็นสิ่งที่ควรตระหนักไว้เสมอ เมื่อเป็นคณะกรรมการระดับสูงในทุกองค์กร เราอาจไม่ได้มีเวลาในการลงไปติดตามงานทุกอย่างด้วยตนเอง ดังนั้นสิ่งที่จะมาถึงเรา ล้วนเป็นข้อมูลที่ถูกส่งและกลั่นกรองมาจาก “ทีมงาน และคนรอบข้าง” เราจะรู้ได้อย่างไรว่า “ข้อมูลนั้น ถูกต้องและเหมาะสม” และมีมุมมองใด ที่สำคัญ ที่เราควรเจาะลงไป ควร Benchmark กับใคร ในหรือต่างประเทศ ใช้ตัวอะไรเป็นชี้วัด ทั้งในมุมของผลงาน การสื่อสารทั้งในองค์กรและออกสู่สังคมในวงกว้าง อะไรคือสิ่งที่สะท้อนกลับมาให้เราสามารถพัฒนา ปรับปรุงได้อย่างเหมาะสม เพราะสิ่งใดที่วัดผลไม่ได้ ย่อมพัฒนาไม่ได้ และแน่นอนว่า การได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ย่อมทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อนไปได้เช่นกัน

7.เรียนรู้ เพื่อพัฒนา
- ทุกครั้งที่เราได้โอกาสในการทำงานกับผู้คนในทุกระดับ จงเรียนรู้ในทุกขณะอย่างดีที่สุด ยิ่งมีโอกาสทำงานกับคนเก่งๆ ยิ่งต้องเรียนรู้ที่จะฟัง เก็บข้อมูล บางสิ่งเราสามารถแนะนำพัฒนาได้ อย่ารีรอที่จะทำ หลายสิ่งอาจต้องรอเวลา ก็ต้องรู้จักจังหวะเวลา เร็วช้า หนัก เบา ทำงานเป็นทีมให้เป็น และสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี กับผู้คนรอบข้างอยู่เสมอ

อัปเดต รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ล่าสุด เริ่มวิ่งทดสอบระบบบนเส้นทางจากถนนศรีนครินทร์ เข้าสู่ถนนเทพารักษ์ เป็นครั้งแรก ระบุ ช่วงนี้จะมีวิ่งทดสอบบ่อยขึ้น

เพจโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง เปิดเผยความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีเหลืองล่าสุด โดยระบุว่า ใกล้ได้ใช้กันแล้ว รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง เริ่มวิ่งทดสอบระบบ
#ชาวเทพารักษ์ มีเฮ!!!
#ช่วงนี้แอดมินมีแวว ได้ไปเที่ยวสมุทรปราการ....
#เชื่อมต่อกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการด้วยรถไฟฟ้าสายสีเหลืองฯ

ทดสอบการเดินรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว - สำโรง  

ครั้งแรกสำหรับการทดสอบเดินรถ บนเส้นทางจากถนนศรีนครินทร์ เข้าสู่ถนนเทพารักษ์ 

‘ช่างภาพจิตอาสา’ เผย ในหลวงรับสั่ง ขบวนเสด็จพระราชดำเนิน งานพิธียกฉัตร จ.อุบลราชธานี ไม่ต้องปิดถนน - ร้านค้าเปิดขายได้ตามปกติ

เพจเฟซบุ๊กกรมประชาสัมพันธ์ เขต 2 กรมประชาสัมพันธ์ ได้เผยแพร่เรื่องเล่าจากนายพงศธร โชติมานนท์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ ช่างภาพจิตอาสา งานพิธียกฉัตรฯ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ไกด์อุบลว่า บรรยากาศก่อนจะถึงวันสำคัญของชาวอุบลฯ ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพิธียกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง พระประธานพระวิหาร วัดมหาวนาราม จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 30 เมษายน เต็มไปด้วยข่าวลือว่า บริษัทร้านค้าตามเส้นทางเสด็จฯ จะต้องปิดมิดชิด และมีการปิดถนนตลอดวันด้วย ซึ่งเมื่อถึงวันงานจริง กลับไม่มีประกาศจากหน่วยงานใดๆ ว่าจะต้องปิดร้านค้า หรือจะปิดการจราจรห้วงเวลาใดเลย

โดยนายพงศธร ได้ประจำจุดรับเสด็จฯ สี่แยกกิโลศูนย์ ถนนชยางกูร ได้ความว่า ก่อนถึงวันงาน มีการประชุมช่างภาพจิตอาสาแล้ว ได้รับข้อมูลมาว่า ในหลวงทรงโปรดฯ ไม่ให้ปิดการจราจร รวมทั้งร้านค้าต่างๆ สามารถเปิดกิจการได้ตามปกติ ซึ่งตนคิดว่าจะเป็นไปได้หรือ เพราะเกี่ยวพันกับเรื่องถวายการอารักขาความปลอดภัยด้วย แต่ก็เก็บไว้ในใจ กะว่าถึงวันงานก็จะเห็นเอง

“โครงการหลวงจากจุดเริ่มต้น สู่การต่อยอดอย่างยั่งยืน” | MEET THE STATES TIMES EP.76

📌 “โครงการหลวงจากจุดเริ่มต้น สู่การต่อยอดอย่างยั่งยืน”
📌 ตามรอย “โครงการหลวง” เริ่มต้นจากพ่อ ต่อยอดเพื่อคนไทย

ในรายการ MEET THE STATES TIMES

ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

.

.

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม 2565 : หลวงปู่ดู่ พฺรหฺมปญฺโญ

ให้ดูในหลวงเป็นแบบอย่าง ให้เดินตามที่ท่านสอน
เดินตามรอยท่าน ท่านทำไว้เยอะ 
ตรองดูให้ดีเถอะ มีเป็นร้อยเป็นพัน เรื่องดีดีทั้งนั้น

- หลวงปู่ดู่ พฺรหฺมปญฺโญ -

อดีตรมว.พลังงาน  เตือนรัฐต้องเสียสละ ไม่ดึงเงินออกจากกระเป๋าปชช. หลังพรุ่งนี้ น้ำมันดีเซล จะปรับขึ้นเป็น 32 บาท/ลิตร  ชี้อย่ามุ่งแค่เก็บภาษีตามเป้า บอกรัฐบาลอยู่ได้ แต่ปชช.อยู่ไม่ได้   แนะ รัฐควรต่ออายุการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลออกไป

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์  เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊ก  ปรามรัฐบาล  ไม่ควรทำอะไร ที่ดึงเงินออกจากกระเป๋าประชาชน ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ โดยระบุ ว่า อย่างที่ทราบว่า พรุ่งนี้ 1 พฤษภา 65 ราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มจะขึ้นเป็น 32 บาท ต่อลิตร สิ่งที่ตามมาแน่ๆ คือ เราต้องควักเงินออกจากกระเป๋าสตางค์เพิ่มขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ราคาข้าวของก็จะสูงขึ้น เพราะต้นทุนการผลิต การขนส่ง ที่ปรับตัวตามราคาน้ำมัน

นายสนธิรัตน์ ย้ำว่าในเวลาที่ประชาชนลำบากอย่างนี้ รัฐต้องเสียสละ  อย่าไปมุ่งอยู่กับเป้าของการเก็บภาษีให้ได้ตามเป้า การที่น้ำมันดีเซลราคาขึ้นก็เพราะต้นทุนน้ำมันจากราคาตลาดโลกที่คุมไม่ได้ บวกกับโครงสร้างภาษีและอื่นๆที่เป็นสูตรเฉพาะของเรา

ตนขอเสนอว่า เรื่องภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล รัฐควรต่ออายุการลดออกไปอีกครับ รัฐต้องยอม ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ต้องมาช่วยอุ้มประชาชนและโครงสร้างต้นทุนราคาน้ำมันคืออีกหนึ่งคำตอบ คือทางออกของเรื่องนี้  โดยวันนี้กองทุนน้ำมันติดลบ ประมาณ 24,000 กว่าล้านบาท บัญชีก๊าซ LPG ติดลบประมาณ 31,000 กว่าล้านบาท การช่วยเหลือจากกองทุนน้ำมัน ด้วยการไปหาเงินกู้มาใส่ในกองทุน จึงเหมือนเป็นการพายเรือในอ่าง เพราะการไม่ลดการเก็บภาษี แต่สุดท้ายก็ไปกู้เงินมา เพื่อมาพยุงราคา จริงๆ แล้วก็คือ เงินไม่มีพอทั้งคู่ แต่ไม่ไปดูไปลดที่โครงสร้างภาษีน้ำมัน

‘โรม’ รับไม้ต่อโฆษกพรรคก้าวไกลจาก ‘วิโรจน์’ ประกาศความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง เสนอแคนดิเดทที่มีความกล้าหาญให้ประชาชนเลือก พร้อมต่อสู้อย่างแหลมคมในทุกประเด็นอย่างต่อเนื่อง ชี้ ขาดนักการเมืองที่กล้าหาญประเทศไทยเปลี่ยนไม่ได้

ในเวทีช่วงบ่ายของการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคก้าวไกล ครั้งที่ 1/2565 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ในฐานะอดีตโฆษกพรรคก้าวไกล ขึ้นกล่าวแสดงความรู้สึกก่อนส่งมอบตำแหน่งโฆษกพรรคสู่รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โดยระบุว่าในฐานะสมาชิกพรรคก้าวไกล ตัวเองขอให้ทุกคนที่นี่ตั้งคำถาม ว่าการที่ทุกคนมาเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ จนกระทั่งพรรคถูกยุบแล้วมาเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลวันนี้ เราล้วนแต่มาเพื่อการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้าง เพราะเราทุกคนรู้ว่าจะหลับตาข้างเดียวปล่อยให้ความอยุติธรรมแบบนี้ดำรงต่อไปไม่ได้ 

วิโรจน์กล่าวต่อว่าการบริหารประเทศภายใต้ความจริงที่กระอักกระอ่วน พูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่ได้ ต้องหลับตาข้างเดียวตลอดเวลา ปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่งได้ประโบชน์ในขณะที่คนส่วนใหญ่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ปล่อยให้ความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมขยายตัวไปเรื่อยๆ แบบนี้ไม่ได้

เครือข่ายอุปถัมภ์ไม่ได้หดตัวลง แต่นับวันยิ่งขยายตัวออกไปเรื่อยๆ เมื่อเครือข่ายใหญ่โตขึ้น ทรัพยากรจะถูกสูบไปให้คนกลุ่มนั้น ประชาชนจะได้แต่เศษเนื้อข้างเขียงเหมือนเดิม นี่คือเหตุผลที่เรามาเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลวันนี้

“ถ้าเปรียบเป็นทีมฟุตบอล มีทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง บอร์ดบริหารบอกว่าแผนการเล่นเปลี่ยนไม่ได้ นักเตะขายออกไม่ได้ ซื้อเข้าไม่ได้ ทีมแบบนี้ไปต่อไม่ได้ แน่นอนว่าการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีมแบบนี้อาจจะยาก แต่ถ้าเรายอมแก้โครงสร้าง ก็สามรรถลุ้นสี่แชมป์ได้ พรรคก้าวไกลไม่ต้องการเป็นผู้เล่นใหม่ในเกมแบบเดิม แต่เราต้องการเข้ามาเปลี่ยนเกม เราไม่อยากเปลี่ยนแค่ผู้เล่น และถ้าต้องดารเปลี่ยนเกม ต้องก้าวไกลทั้งแผ่นดินเท่านั้น” วิโรจน์กล่าว

กองทัพเรือ ลงทัณฑ์ ‘จ่าโททักษิณ’  อุตริบังคับทหารใหม่กินอสุจิ สั่งขัง 30 วัน พร้อมปลดออกจากราชการ และธำรงวินัย ผู้บังคับบัญชา 2 ระดับ

เมื่อวันที่ 30 เมษายน พลเรือโท ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงผลการสอบสวนครูฝึกบังคับทหารกองประจำการผลัดใหม่ ให้กินน้ำอสุจิของตนเอง รายละเอียดตามข่าวที่ได้มีการนำเสนอไปแล้วนั้น เหตุการณ์ดังกล่าว ทางผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของ จ่าโท ทักษิณ หงอกพิลัย ได้สั่งย้าย จ่าโท ทักษิณ ให้มาทำหน้าที่อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับทหารกองประจำการ พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งหากตรวจพบว่ากระทำความผิดจริงจะต้องถูกลงทัณฑ์ทางวินัยตามความผิดสูงสุด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2565 กรมรักษาความปลอดภัย หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้รายงานผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พบว่า จ่าโท ทักษิณ ได้กระทำความผิดจริง จึงให้ลงทัณฑ์ขัง จ่าโท ทักษิณ มีกำหนด 30 วัน ฐานทำให้เสียชื่อเสียงแก่หมู่คณะทหารอย่างร้ายแรง ซึ่งจะมีผลตามระเบียบกองทัพเรือคือปลดออกจากราชการ

โดยโฆษกกองทัพเรือ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า สำหรับในส่วนของผู้บังคับบัญชาของ จ่าโท ทักษิณ ทางหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้มีคำสั่งให้ธำรงวินัย ผู้บังคับการกรมรักษาความปลอดภัยหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นเวลา 7 วัน และผู้บังคับกองร้อยกองบังคับการและบริการ กรมรักษาความปลอดภัยหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นเวลา 15 วัน ในฐานะผู้บังคับบัญชาขึ้นไป 2 ระดับของผู้กระทำความผิดวินัยทหาร

รมว.ยุติธรรม ‘สมศักดิ์ เทพสุทิน ’ควง รมว.สำนักนายกฯ ‘อนุชา นาคาศัย’ จับมือ กองทุนหมู่บ้านฯ ทุ่ม 50 ล้าน ผุดโครงการแจกยืมวัว 1,000 ครอบครัว สร้างอาชีพให้ชาวบ้าน ปักหมุด สุโขทัยเป็นพื้นที่นำร่อง ก่อนขยายไปทั่วประเทศ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์เรียนรู้การเกษตรเทิดไทฟาร์ม จ.สุโขทัย มีการจัดงานโครงการไกล่เกลี่ยหนี้สิน หาช่องทางทำกิน ขจัดหนี้สิ้นความจน ภายใต้การดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายอนุชา นาคาศัย รมว.ประจำสักนายกรัฐมนตรี นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายมนู พุกประเสริฐ นายก อบจ.สุโขทัย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย นายภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร พรรคพลังประชารัฐ  ผอ.กองทุนหมู่บ้าน(กทบ.) เกษตรจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย อุตสาหกรรมจังหวัด ตัวแทนกองทุนหมู่บ้าน 600 แห่ง ข้าราชการและประชาชนร่วมงาน

นายอนุชา กล่าวเปิดงานว่า โครงการนี้กองทุนหมู่บ้านและประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ตนต้องขอบคุณท่าน รมว.ยุติธรรม ที่นำ กรมคุ้มครองสิทธิฯและกรมบังคับคดีมาร่วมขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวด้สย นายสมศักดิ์ ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน ตนอยู่กับท่านมา 30 กว่าปี ตั้งแต่ก่อนเป็นส.ส. จนปัจจุบันนี้ ตนเห็นท่านตั้งใจคิดจะทำให้พี่น้องหมดหนี้สิน ท่านคิดแบบนี้มาตลอด และวันนี้พี่น้องกองทุนหมู่บ้านได้รับอานิสงค์จากโครงการที่ท่านคิดในอดีต ซึ่งวันนี้ท่านอยากเห็นพี่น้องสร้างอาชีพที่มีรายได้อย่างแท้จริง อยากเห็นพี่น้องจับเงินแสน ที่มีโครงการทดลอง และอยากให้รัฐบาลสนใจ และพยายามมาตลอด จนปัจจุนได้ร่วมกับภาคเอกชน นำร่องให้โค 300 ตัวแก่ชาวบ้านสุโขทัยยืมไปเลี้ยง เป็นโครงการนำร่อง

นายอนุชา กล่าวิกว่า 3 ปีพี่น้องจะได้จับเงินแสน เป็นโครงการจริง ไปถามคนเลี้ยงได้ ไม่ใช่ความฝันแต่เป็นเรื่องจริง ตนคิดว่าพวกท่านทำได้หากตั้งใจจริง จะได้จับเงินแสน กทบ.เป็นหน่วยงานที่ผมกำกับดูแล เมื่อเห็นผลจาก จ.สุโขทัย เราจึงนำโครงการเข้าสู่กองทุนหมู่บ้าน ทำโครงการนำร่อง ให้ จ.สุโขทัย 50 ล้านบาท ให้กับ 1,000 ครอบครัว เงิน 50,000 บาท ซื้อวัว 3 ตัว เงินที่ยืม ปลอดดอกเบี้ย 2 ปี เราอยากเห็นพี่น้องเกษตรกรปลดหนี้สินได้ อยากเห็นคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก ถ้าโครงการนี่สำเร็จไปทั่วประเทศ ท่านสมศักดิ์คงร้องไห้ ดีใจ ท่านคิดเรื่องนี้มานาน นี่คือโอกาสที่พวกผมจะไม่ปล่อยให้หลุดมือไป เรามาสร้างงานสร้างอาชีพ ไม่ได้มาสร้างหนี้ เราอยากเห็นพี่น้องคนไทย ลืมตาอ้าปาก
 

บิ๊กเซอร์ไพรส์!! ประชุมใหญ่ ‘พรรคกล้า’ เปิดตัว ‘กอร์ปศักดิ์’ อดีตรองนายกฯสมัย ‘มาร์ค’ นั่งประธานยุทธศาสตร์ฯ ด้าน ‘กรณ์’ เสนอ 4 แนวทาง ฟื้นเศรษฐกิจ แก้วิกฤตปากท้อง หลังโควิด ลั่นพรรคกล้าประชาชนต้องมาก่อน  

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.เวลา 09.30 น. ที่ ห้องวายุภักษ์ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทราบาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ  พรรคกล้า ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556 โดยมีนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิกาพรรคกล้า และสมาชิกพรรคเข้าร่วมงาน  โดยไฮไลน์การประชุมครั้งนี้ได้มีการเปิดตัวนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นประธานยุทธศาสตร์และนโยบายพรรคกล้า

 โดยนายกรณ์ กล่าวในหัวข้อ ฟื้นเศรษฐกิจ แก้วิกฤตปากท้องว่า ในการประชุมครั้งนี้เท่ากับเวลาที่เราได้มาทำงานครอบ2ปีพอดี ซึ่งเป็น2ปีที่ประชาชนมีความเดือดร้อนหนักหนาสาหัส เพราะประสบกับสถานการณ์โควิด และปัญหาทางเศรษฐกิจ และที่หนักที่สุดที่ทำให้ประชาชนคนไทยมีความทุกข์มากที่สุดคือการที่เขามองไม่เห็นอนาคตว่าจะดีขึ้นเมื่อไหร่ ได้อย่างไร พรรคกล้าเราตั้งใจเสนอว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องสร้างโอกาสสร้างรายได้  เราต้องชัดเจนว่าจะสร้างกลับคืนมาให้ประชาชนได้อย่าไร 

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า โดยพรรคกล้าขอเสนอ 4 แนวทางและการสร้างรายได้ สร้างโอกาส คือ 1.สร้างอุตสาหกรรมใหม่ จะนำไปสู่การลงทุนครั้งใหญ่ ที่เรียกว่ากล้า Green Deal, 2.ยกเลิกสิ่งที่อยู่ใต้ดินให้มาอยู่บนดิน สิ่งที่อยู่ในที่มืดมาอยู่ในแสงสว่าง เพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่ให้รัฐบาล โดยเปลี่ยนส่วยเป็นภาษี, 3. ผลักดันเศรษฐกิจดิจิตอล สร้างช่องทางการค้าขายออนไลน์ให้กับประชาชน และ4. การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์  ซึ่งทั้ง 4 แนวทางหลักนี้ จะนำไปสู่แหล่งรายได้หลักของไทย แต่ทั้งหมดจะนำไปสู่ความสำเร็จได้ มี 2 คำ คือเทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างได้ด้วยวิธีคิด และทัศนคติที่ปรับใหม่ ทั้งเรื่องการศึกษา ระบบราชการที่จะต้องปฏิรูปสู่เทคโนโลยี ถ้ายังไม่มีการปฏิรูประบบราชการจะกลายเป็นคอขวดและตัวถ่วงของประชาชนและภาคเอกชน ดังนั้นต้องปฏิรูปนำระบบราชการให้เข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่าง 100 เปอร์เซนต์  นำระบบราชการเข้าสู่โทรศัพท์มือถือได้  ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ความฝัน เพราะตอนนนี้คนไทย 30 กว่าล้านคนที่ให้แอปเป๋าตังค์ 

 นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการปครอง ต้องมีการกระจายอำนาจ หมดยุคการรวมศูนย์อำนาจแล้ว เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด สร้างวัฒนธรรมสตาร์ทอัพ พร้อมที่จะผิดพาด พร้อมที่จะเรียนรู้ และเปลี่นแปลงโดยเร็ว  ซึ่งเชื่อว่าถ้าในอนาตเรามีโอกาสทำเรื่องแบบนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือความครึกคัก ขวัญกำลังใจ ความหวังของประชาชนจะกลับมา  เพราะเราอยู่ได้ด้วยความหวัง และความหวังต้องมาจากการที่ประชาชนสามารถมองเห็นผู้นำที่เชื่อใจ สนใจใส่ใจ เข้าใจแก้ปัญหาดร้อนของเขาได้อย่างไร  ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราชาวพรรคกล้า และเป็นภารกิจของพรรคกล้า ที่จะต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนมีความเชื่อว่าปัญหาที่เป็นอยู่มันแก้ไม่ได้ ทั้งปัญหาทุจริต ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาด้านการศึกษา ฝุ่น PM 2.5 ปัญหาการปฏิรูปตำรวจ ทั้งนี้แม้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข แต่ตนเชื่อว่าทุกเรื่องแก้ได้ โดยต้องอาศัยความกล้า นี่คือยุคของโอกาสนิยม ไม่ใช่ประชานิยม ต้องสร้างรายได้สร้างโอกาสให้คนไทยทุกคน ทุนใหญ่ต้องโตได้ทุนเล็กต้องมีที่ยืน รัฐบาลต้องร่วมมือกับเอกชน 

“ตลอด 2ปีที่ผ่านมาเราสัมผัสได้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะนำไปสู่คำตอบให้กับสังคม เราลงเลือกตั้งซ่อมหลายครั้งและเห็นว่าประชาชนให้โอกาสกับเรามากขึ้น และเราต้องทำงานอย่างหนักก่อนจะถึงการเลือกตั้งครั้งใหญ่ ภายในอีก 10 เดือนข้างนี้  ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น คือการเมืองแบบใหม่ การเมืองที่มีความสร้างสรรค์ การเมืองที่ทำด้วยคนที่เป็นมืออาชีพ พวกเราจะไม่ป่าวประกาศในฐานะพรรคใหม่ว่าเราจะได้ ส.ส.กี่คน หรือจะแลนด์ไสลด์ เราจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้เราเป็นพรรคใหม่ยังมีการบ้านที่ต้องทำอีกมาก แต่ที่อยากจะบอกคือเราพร้อมทำงานหนัก พร้อมรับฟังประชาชน และพร้อมที่จะเสียสละ และสำหรับพรรคกล้าประชาชนต้องมาก่อน” นายกรณ์กล่าว

จากนั้นนายกรณ์ ได้เปิดตัวคณะกรรมการเศรษฐกิจ โดยมีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ จะเข้ามาทำหน้าที่ในฐานะประธานยุทธศาสตร์และนโยบายของพรรคฯ โดยมีตน และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคฯ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทีมเศรษฐกิจต่อไป ส่วนนายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค ฯ ดูแลเรื่องเศรษฐกิจคนตัวเล็ก และนายสมคิด จิรานันตรัตน์ ที่ปรึกษานาคารแห่งประเทศไทย มาเป็นที่ปรึกษานโยบายด้านเทคโนโลยีเพื่อเศรษฐกิจดิจิตอล ของพรรคฯ มาช่วยงานด้านเศรษฐกิจดิจิตอล รวมทั้งยังมี ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และอดีตคณะทำงานพรรคประชาธิปัตย์ จะเข้ามาดูแลงานด้านท่องเที่ยว โดยเฉพาะเศรษฐกิจท่องเที่ยวภาคล้านนา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top