Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งปราบปรามผู้สร้างและผู้ที่ส่งต่อข่าวปลอม (Fake News) เตือน !! หยุดสร้างความสับสนตื่นตระหนกในสังคม

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีการแชร์ข่าวปลอมบนสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า

เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการ Work From Home ทำให้ประชาชนต้องอยู่บ้าน และทำกิจกรรมต่างๆ บนสื่อสังคมออนไลน์มากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีการส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่ถูกบิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นจำนวนมากบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งส่งผลพี่น้องประชาชนเกิดความสับสนและตื่นตระหนกจากข้อมูลดังกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีความห่วงใยในเรื่องสถานการณ์การสร้างข่าวปลอมและผลกระทบที่เกิดขึ้นในทุกมิติ จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขับเคลื่อนนโยบาย โดยให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท.), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.), ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ(ศปอส.ตร.) และทุกหน่วยในสังกัดที่เกี่ยวข้อง คอยตรวจสอบข่าวปลอมหรือข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้องและประสานการปฏิบัติร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(MDES) หน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินการสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีอย่างจริงจังต่อเนื่อง

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในห้วงเดือนมิถุนายน 2564 ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลฯ และเบาะแสจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการพิสูจน์ทราบ พบผู้ที่เกี่ยวข้องกับสร้างข่าวปลอมและอยู่ในข่ายที่ต้องดำเนินคดีกว่า 50 คดี ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำนวนกว่า 30 คดี รวมถึงเรื่องการบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนและกระบวนการทางสาธารณสุข ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และจะมีการพิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำผิดในกรณีอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดต่อไป

การกระทำลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และฝากเตือนไปยังผู้ที่กระทำความผิดว่าให้หยุดการกระทำของท่านเสีย เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นการซ้ำเติมจิตใจของพี่น้องประชาชนที่ควรจะได้รับข่าวสารที่ถูกต้องและยังทำให้เกิดความสับสนตื่นตระหนกในสังคม รวมถึงส่งผลกระทบต่อความสงบในบ้านเมืองอีกด้วย

นอกจากนี้ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่แจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเข้ามาและขอเรียนประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร และขอให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่สร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับทั้งตนเองและสังคม หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สมุทรปราการ - "ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ" ให้เกียรติรับมอบน้ำดื่ม 1,200 ขวด เพื่อนำไปข่วยเหลือประชาชน

วันจันทร์ 12 กรกฎาคม 2564 เวลา 14.00 น. ณ.ศาลาว่าการจังหวัดสมุทรปราการ "นายวันขัย คงเกษม" ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้ให้เกียรติรับมอบน้ำดื่มจำนวน 1,200 ขวด จาก "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และตำแหน่งคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้านแรงงาน พร้อมด้วย "นายโกสินธ์ จินาอ่อน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์  "นายณัฐวุฒิ เหมือนเพชร" ผู้อำนวยการข่าวจังหวัดสมุทรปราการ (หนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์) ที่ได้รับบริจาคน้ำดื่ม จาก "นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์" ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ "นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์" เลขานุการคณะกรรมาธิการการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ "มูลนิธิกิจเลิศไพโรจน์" ส่งมอบน้ำดื่ม จำนวน 1,200 ขวด เป็นสะพานบุญนำน้ำดื่มจำนวนดังกล่าว มามอบให้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ

เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการดูแลพี่น้องประชาชน และผู้อาศัย อยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ที่กำลังประสบปัญหาจากสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ที่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และผู้ประสบปัญหาจากสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้

ในการนี้ "นายวันชัย คงเกษม" ผู้ว่าราชการจังหวัด ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ ที่ทางรัฐบาล และหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนใช้กำลังกาย กำลังใจ และเครื่องมือต่าง ๆ ในการดำเนินงานช่วยเหลือ ดูแล ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสมุทรปราการ และผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ มีความปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19

อีกทั้ง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ยังแสดงความห่วงใย สุขภาพ อนามัย และความเป็นอยู่ มายังพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสมุทรปราการ และพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โปรดร่วมแรง ร่วมใจกันปฎิบัติตามมาตรการที่ทางภาครัฐได้ขอ ความร่วมมือ เพื่อเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันต่อสู้กับปัญหาต่าง ๆ ในช่วงสถานการณ์ นี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี ต่อไป

ดีอีเอส-ศปอส.ตร. บุกจับพนันออนไลน์เครือข่าย MGM99 เงินหมุนเวียน 1.2 พันล้าน

ดีอีเอส ประสานความร่วมมือ ศปอส.ตร. วันเดียวบุก 6 จุดเมืองปทุมธานี จับกุมเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ MGM99 เงินหมุนเวียนในระบบ 1,200 ล้านบาท จ่อใช้ยาแรงทั้ง พ.ร.บ.การพนันฯ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และกฎหมายฟอกเงิน

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (12 ก.ค. 64) กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ประสานความร่วมมือกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เข้าสืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ เครือข่าย MGM99  โดยจากการสืบสวนพบเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 เว็บไซต์ ได้แก่ ไลน์ไอดี @MGM99VP,@MGM99TH และเว็บไซต์ WWW.PD24H.COM  มีเงินหมุนเวียนในระบบ 1,200 ล้านบาท ดำเนินการมาประมาณ 2 ปี

โดยช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดเทคนิคและสืบสวนชุดที่ 1 และ 3   (ศปอส.ตร.)  ได้นำหมายจับผู้ต้องหาศาลแขวงปทุมวันในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศหรือโฆษณาโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” และได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดธัญบุรีเพื่อทำการตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยกระทำความผิด จำนวน 6 จุด ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จับกุมผู้ต้องหารวม 18 ราย (ผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ราย ผู้ต้องหาอื่น 15 ราย) พร้อมตรวจยึดของกลางซึ่งรวมถึงรถยนต์หรู 8 คัน และเงินสดของกลางประมาณ  11 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาจะถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศหรือโฆษณาโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” และความผิดฐาน “ฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน(ห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่รวมกันมากกว่า 5 คน) ประกอบคำสั่งจังหวัดปทุมธานี ที่ 6728/64 ลง 11 ก.ค. 64” (เฉพาะจุดตรวจค้นที่ 3)

“เนื่องจากคดีการพนันออนไลน์เป็นความผิดมูลฐาน ตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งทาง ศปอส.ตร.จะได้ดำเนินการประสานกับทาง ปปง. เพื่อยึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งผู้ต้องหาหรือผู้เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีฐานฟอกเงินต่อไป” นายชัยวัฒน์กล่าว

สำหรับประชาชนที่พบเห็นหรือทราบถึงการกระทำความผิดของผู้ลักลอบชักชวนให้เล่นการพนันออนไลน์ ในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ อันเป็นการมอมเมาเยาวชน และทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศ สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่เพจอาสาจับตาออนไลน์ https://m.facebook.com/DESMonitor/ ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งมายัง ศปอส.ตร. ได้ที่สายด่วนหมายเลข 1599 และ สายตรง 081-8663000 เวลาราชการ  เพื่อดำเนินการสืบสวนหาพยานหลักฐานจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เชียงใหม่ - มทบ.33 ดำเนินกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ

มณฑลทหารบกที่ 33 ดำเนินกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ทำการพัฒนาลอกคลองช้างคลาน (สาขาคลองแม่ข่า) ชุมชนบ้านเอื้ออาทรป่าตัน ต.ป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 ก.ค.64 โดยได้ดำเนินการลอกคลอง , เก็บจอกแหน , ผักตบชวา , เศษวัชพืช และปรับปรุงภูมิทัศน์สองฝั่งคลอง ระยะทาง 500 เมตร 

โดยมีหน่วยงานร่วมพัฒนาประกอบด้วย มณฑลทหารบกที่ 33 , ศูนย์ปฏิบัติการบริหารการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ( ศป.บส.ชน.) , เทศบาลนครเชียงใหม่ และประชาชนจิตอาสาชุมชนบ้านเอื้ออาทรป่าตัน ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด - 19 อย่างเคร่งครัด 

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ได้มอบหมายให้ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 มาพบปะเยี่ยมให้กำลังใจแก่กำลังพลในการปฏิบัติงาน


ภาพ/ข่าว  ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

ชลบุรี - เมืองพัทยา ลุยเดินหน้าพ่นยาฆ่าเชื้อสร้างความอุ่นใจแก่ประชาชน หลังพบมีจำนวนผู้ป่วยเกิดขึ้นในพื้นที่

รองนายกเทศมนตรี จับมือ เลขานุการนายก ลุยเดินหน้าพ่นยาฆ่าเชื้อ เร่งสร้างความอุ่นใจแก่ประชาชนในพื้นที่ หลังพบมีจำนวนผู้ป่วยเกิดขึ้นในพื้นที่  

วันที่ 10 ก.ค. 64 ที่เทศบาลตำบลบางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี คณะผู้บริหารเทศบาลตำบลบางละมุง  นำโดย นางณัฐธินีย์ เฉิดฉาย , นางสาวทิพย์วิมล หอมขจร รองนายกเทศมนตรี , นายกัณป์ชสาน รัตนะ เลขานุการนายกเทศฒนตรีตำบลบางละมุงได้เตรียมอุปกรณ์การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อทำการลงพื้นที่ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อสร้างความอุ่นใจแก่ประชาชนในพื้นที่ หลังจากที่พบว่าในพื้นที่ตำบลบางละมุง พบผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยในวันนี้รองนายกเทศฒนตรี และเลขานุการนายกเทศมนตรี ลงพื้นที่ฉีดยาฆ่าเชื้อให้กับประชาชนด้วยตัวเอง

นางณัฐธินีย์ เฉิดฉาย รองนายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง เผยว่า สำหรับภภารกิจในการพ่นยาฆ่าเชื้อป้องกันไวรัสโควิด-19  ตามแหล่งชุมชนและบ้านพักอาศัย ถือว่าเป็นภาระกิจสำคัญที่ทางเทศบาลเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชานในพื้นที่ ถึงแม้ว่าเรื่องของการพ่นยาในส่วนของภาครัฐจะไม่ได้สนับสนุน แต่ก็ถือว่าเป็นการสร้างความอุ่นใจแก่ประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี 

 ซึ่งการที่จะตัดวงจรการเกิดการแพร่ระบาดของโรคได้ดีที่สุดก็คือการเว้นระยะห่าง การสวมใส่หน้ากากอนามัย และการหมั่นทำความสะอาดและใช้อุปกรณ์น้ำยาฆ่าเชื้อผสมน้ำ เพื่อทำการชุบและเช็ดตามพื้นที่สาธารณะ ซึ่งในส่วนของน้ำยาฆ่าเชื้อนั้นทางเทศบาลได้ทำการสนับสนุนและแจกให้กับประชาชนทุกหลังคาเรือนที่ต้องการ โดยสามารถเดินางมารับน้ำยาฆ่าเชื้อได้ที่เทศบาลทุกวันในวันและเวลาราชการ  

ซึ่งในส่วนของกองสาธารณสุขเทศบาลตำบลบางละมุง ปัจจุบันพบว่าได้ออกปฏิบัติหน้าที่กันอย่างหนัก  ต่อเนื่องมาโดนตลอด ดังนั้นในส่วนของภาคประชาชนเองก็ต้องให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค.อย่างเข้มข้น  เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยในพื้นที่ลงให้ได้ต่อไป


ภาพ/ข่าว  นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี

ขอนแก่น - “อีสาน โคตรซิ่ง” ใน “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์” หนุนอัตลักษณ์ความเป็นอีสานสื่อสารผ่านนวัตกรรม

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ร่วมกับองค์กรเครือข่าย เปิดงาน “อีสานโคตรซิ่ง” ในงานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ เพื่อหวังหนุนอัตลักษณ์ความเป็นอีสานสื่อสารผ่านนวัตกรรม นำสู่การสร้างเสริมเศรษฐกิจชุมชน

วันที่ 9 กรกฎาคม 2564 สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จ.ขอนแก่น ร่วมกับจังหวัดขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น ผู้จัดงานทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ต่าง ๆ เปิดกิจกรรมใน “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2564” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “Isan Crossing: อีสานโคตรซิ่ง” เพื่อสะท้อนการผสานสินทรัพย์ทางภูมิปัญญาเเละวัฒนธรรมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ เเละนวัตกรรม แสดงศักยภาพของบุคลากรและธุรกิจสร้างสรรค์ ผ่านผลงานที่เก็บเกี่ยวและได้รับแรงบันดาลใจจากสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม “อีสาน” อาทิ งานหัตถกรรม, การออกแบบผลิตภัณฑ์, ภาพยนตร์, ศิลปะ, ดนตรี และ อาหาร หวังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย

โดยมุ่งเน้นส่งเสริม 3 อุตสาหกรรมหลักที่ชูอัตลักษณ์ถิ่นอีสาน ได้แก่ อุตสาหกรรมบันเทิงอีสาน อุตสาหกรรมการออกแบบและงานฝีมือ และอุตสาหกรรมอาหารอีสาน ชวนชมผลงานจากหลากหลายสาขาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กว่า 200 รายการ ผ่าน 9 รูปแบบกิจกรรมไฮไลต์ ในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จังหวัดขอนแก่น และ 19 จังหวัดภาคอีสาน โดยงานเทศกาลฯเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2564

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า อีสานเป็นภูมิภาคที่เต็มไปด้วยสินทรัพย์และภูมิปัญญาอันน่าทึ่ง ซึ่งหลายเรื่องเป็นที่รู้จักดีในระดับโลก เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2564 จึงเป็นเทศกาลที่แสดงถึงศักยภาพความสร้างสรรค์ของคนอีสานในรูปแบบต่าง ๆ ที่สามารถต่อยอดของดีของเดิมของอีสาน ให้เข้ากับตลาดในยุคสมัยใหม่ ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ และสามารถแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่นที่ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่ของภาคอีสาน และมีเป้าหมายการพัฒนาเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่ออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

พ.ต.ท.สมชาย โตเจริญ รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2564 ถือเป็นมิติใหม่ของชุมชนชาวขอนแก่นที่ได้ร่วมจัดงานเทศกาลฯ เพื่อเป็นเวทีในการแสดงศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ของชาวอีสาน โดยตลอดช่วงที่ผ่านมา เทศบาลนครขอนแก่น ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในขอนแก่น โดยเริ่มที่ย่านศรีจันทร์สร้างสรรค์ เพื่อปลุกย่านเมืองเก่าให้กลับมามีชีวิตชีวา พร้อมพัฒนาชีวิตของผู้คนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปด้วยกัน ซึ่งเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2564 ในครั้งนี้ ได้สะท้อนถึงความร่วมมือและการพัฒนาต่อยอดของคนอีสาน และคาดว่าจะสามารถขับเคลื่อนชุมชนและเศรษฐกิจอีสานให้เติบโตต่อไป

ด้านนายชุตยาเวศ สินธุพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขอนแก่น เปิดเผยว่า เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2564 จะสร้างประสบการณ์ร่วมและปลูกฝังแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน คนในชุมชน และประชาชนที่สนใจ ด้วยกิจกรรมถ่ายทอดประโยชน์ของการออกแบบ กระตุ้นความคิด และการพัฒนาทักษะ ณ 2 พื้นที่หลัก ได้แก่ ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ศรีจันทร์ และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ สาขาขอนแก่น ในย่านกังสดาล ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2564 โดยการจัดเทศกาลฯ ครั้งนี้ ได้มีการออกแบบรูปแบบการจัดงานเพื่อให้สอดรับชีวิตวิถีใหม่ โดยปฎิบัติตามมาตรการเข้าชมงานและหลักเกณฑ์การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด ด้วยมาตรฐาน SHA พร้อมทั้งมีกิจกรรมบางส่วนให้สามารถเข้าร่วมทางออนไลน์ เพื่อตอบรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

อุบลราชธานี- นิพนธ์ ลุยแจกโฉนดที่ดิน “อุบลราชธานี-อำนาจเจริญ” สร้างหลักประกันที่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ในโครงการ“มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน” ขอบคุณ ทุกฝ่ายช่วยดูแลรักษาชีวิตประชาชนจากโควิด-19

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 ที่ศาลาประชาคม บ้านนาสีดาน้อย ตำบลชานุมาน อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีมอบโฉนดที่ดินให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลชานุมาน อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 30 แปลง ตามโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน” โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  นายอำเภอชานุมาน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญตลอดจนข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่ตำบลตำบลชานุมานร่วมในพิธี ซึ่งเป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัดตามหลัก D-M-H-T-T-A  ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นการป้องกันโรคโควิด-19

นายนิพนธ์ กล่าวว่า การมอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย และนโยบายของกรมที่ดินในการที่จะเร่งรัดในการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้แก่พี่น้องประชาชนที่ถือครองที่ดินอยู่ และได้ทำประโยชน์ในที่ดินนั้นมายาวนาน และที่ดินนั้นไม่ใช่ที่ดินของรัฐในประเภทต่างๆ ในปีงบประมาณ 2564 นี้ กระทรวงมหาดไทย โดยตนในฐานะที่กำกับดูแลกรมที่ดิน ได้ลงนามประกาศเดินสำรวจที่ดินเพื่อออกโฉนดที่ดินหนังสือสำคัญของทางราชการแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินไปแล้วจำนวน 50 จังหวัด การมอบโฉนดที่ดิน ตามโครงการ "มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน" ให้กับประชาชนเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลชานุมาน อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ  จึงเป็นหลักประกันความมั่นคงในกรรมสิทธิ์ ในที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน สามารถนำโฉนดที่ดินไปประกอบการพัฒนาในอาชีพของตนเอง เพิ่มผลผลิต และรายได้ ซึ่งเป็นผลดีในทางเศรษฐกิจของตนเอง

จากนั้น นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางต่อไปมอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชน บ้านหนองแสง ตำบลดุมใหญ่ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ตามโครงการ “ มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุข คลายทุกข์ให้ประชาชน” อีก จำนวน 30 แปลง

นายนิพนธ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยโดยกรมที่ดินยืนยันว่านโยบายการเดินออกสำรวจโฉนดที่ดินก็จะเร่งรัดดำเนินการต่อไปในส่วนต่าง ๆ ของประเทศไทยให้พี่น้องประชาชน ได้สามารถเข้าถึงการมีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินของตนเองถือว่าเป็นความมั่นคงในการถือครองที่ดิน และเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการใช้ทรัพยากรที่ดินของชาติ สร้างความมั่นใจ ประชาชนไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี ข้อหาบุกรุกที่ดินของทางราชการ โดยโครงการที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เป็นอีกโครงการหนึ่งที่จะเอาที่ดินของรัฐ ที่ประชาชนทำมาหากินอยู่แล้วมาจัดให้กับประชาชน แม้ว่าประชาชนจะไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่ก็ถือว่าประชาชนเข้าทำกินโดยชอบ เพราะมีกฎหมายให้ดำเนินการได้ ขณะเดียวกันจะมีการดำเนินการเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิ์โดยกรรมสิทธิ์ที่เป็นนส.3 และนส.3ก ให้ออกเป็นโฉนดเพิ่มมากขึ้นด้วย” นายนิพนธ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายนิพนธ์ ยังได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งแพทย์ พยาบาล บุคลากรต่าง ๆ ที่ได้ช่วยกันดูแลป้องกันสถานการณ์โควิด ซึ่งมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกท่านได้ช่วยกันทำงานอย่างหนักแข่งกับเวลาเพื่อดูแลรักษาชีวิตประชาชนไท่ให้เหิดการสูญเสีย ซึ่งตนขอเป็นส่วนหนึ่งในการให้กำลังใจและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้วิกฤตครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้โดยเร็ว


ภาพ/ข่าว  นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

อุทัยธานี - ถึงยุคที่ผีต้องมารีวิวสิ้นค้าแล้วหรอ! !ผีหลวงขาวทอง ช่วยแม่ค้าออนไลน์สมใจทุกรายเป็นที่นิยมในโลกออนไลน์

เมื่อเวลา 14.00.น. ของวันที่ 9 ก.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง ณ ศาลเจ้าพ่อเสือ ต.หนองไผ่แบน อ.เมือง จ.อุทัยธานี โดยไปพบกับนายวงเกษม ศาสตระคมฤทธิ์ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นเป็นร่างเจ้าแม่ขาวทอง พร้อมทีมงานจำนวน 4 คน ที่คอยดูแลเจ้าแม่ขาวทอง

โดย ศาลเจ้าพ่อเสือจังหวัดอุทัยธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำจังหวัด และเป็นสถานที่สำคัญ ที่นักท่องเที่ยวเข้ามากกราบไหว้ขอพรเป็นจำนวนมากแต่ในช่วงสถานการณ์ covid ที่ระบาดขึ้นระลอกใหม่ ทางศาลเจ้าพ่อเสือจึงปิดทำการชั่วคราว ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา ดังนั้น จึงขาดการติดต่อกับทางกลุ่มผู้มีความศรัทธาต่อศาลเจ้าพ่อเสือแห่งนี้ ทีมงานจึงจัดทําช่อง TikTok ขึ้นมาชื่อว่า ช่องผีหลวงขาวทอง เพื่อเป็นช่องทางในการพูดพบปะทักทายและตอบคำถามชี้แนะแนวทางข้อคิดให้กับกลุ่มผู้มีความศรัทธาในศาลเจ้าพ่อเสือ และองค์ประทับที่ชื่อว่าองค์เจ้าแม่ขาวทอง โดยจะทำการไลฟ์สดในช่องติ๊กตอกเป็นประจำทุกวันตั้งแต่เวลา 3 ทุ่ม ถึง ตี 2 รวมประมาณ 5 ชั่วโมง 

แต่ช่วงที่ผ่านมาได้มีกลุ่มผู้ศรัทธาซึ่งประกอบกิจการต่าง ๆ ในหลายจังหวัดได้ขอให้เจ้าแม่ขาวทองช่วยแนะนำร้านอาหารของตัวเองหรือที่เรียกว่าช่วยรีวิวร้านค้า  รีวิวสินค้า เจ้าแม่จึงช่วยรีวิวแนะนำให้กลุ่มลูก ๆ ให้รู้จักสินค้า จากนั้นจึงมีการขอให้ช่วยรีวิวมาจำนวนมาก  อีกทั้งมีกระแสที่ดราม่ามั้ง ตลกมั่ง ครายเครียดให้กับแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์ เพื่อเป็นการพูดคุยกันและตอบโต้กัน กันในกลุ่มผู้รับชมในช่อง TikTok จึงเป็นที่มาของช่องผีหลวงขาวทอง ที่วัยรุ่นนิยมเป็นส่วนมากของจังหวัดอุทัยธานีและต่างจังหวัด ซึ่งมีคนดูอยู่หลายหมื่นคนที่เข้ามารับชม


ภาพ/ข่าว  ภาวิณี ศรีอนันต์

ชลบุรี – นายกเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการให้บริการวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33

สำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรีร่วมกับเซ็นทรัลพัฒนา เปิดหน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ให้กับประชาชนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 โดยใช้พื้นที่ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีนา พัทยา จ.ชลบุรี เป็นสถานที่ให้บริการวัคซีน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีประชาชนในเขตอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จำนวน 37,000 คน ได้ลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อมเพื่อแสดงความประสงค์ในการรับบริการวัคซีน ตามระบบและแนวทางการจัดสรรวัคซีนของภาครัฐ ก่อนวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวน 13,000 โดส จะถูกจัดสรรมาในวันนี้

สำหรับการให้บริการัคซีนสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในครั้งนี้ จะเริ่มตั้งแต่เวลา 8.30-16.30 น. ของทุกวันยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยจะให้บริการประชาชนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ด้วยการแบ่งฉีดวันละ 660 คน

ข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับในวันนี้ นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจในการให้บริการวัคซีน ม.33 โดยทางศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีนา พัทยา ได้กำหนดใช้พื้นที่ Party House บริเวณชั้น 1 ของศูนย์การค้าเป็นสถานที่ให้บริการวัคซีนสำหรับประชาชนผู้ประกันตน ม.33 ที่พากันมารอคิวตามระบบคัดกรองตั้งแต่ช่วงเช้า


ภาพ/ข่าว  นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี

'เฉลิมชัย' สั่งฟรุ้ทบอร์ด (Fruit Board) ลุย 'ผลไม้ใต้-ลำไยเหนือ' 1.5 ล้านตัน ฝ่าวิกฤตโควิด-19

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้​ (ฟรุ้ทบอร์ด-Fruit Board) เปิดเผยวันนี้​ (12 ก.ค.) ว่า ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรฯ, กระทรวงพาณิชย์และคณะกรรมการคพจ. (คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด) ซึ่งเป็นกลไกแกนหลักของ

ฟรุ้ทบอร์ด​ เร่งทำงานเชิงรุกดูแลผลไม้ภาคใต้และลำไยภาคเหนือภายใต้แผนปฏิบัติการปี 2564​ ของฟรุ้ทบอร์ด​ โดยเฉพาะในช่วงพีคของฤดูกาลผลิตปีนี้​ ด้วยการเน้นขับเคลื่อนแผนการตลาดออนไลน์และออฟไลน์ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ให้ใช้แนวทางการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออกที่เพิ่งผ่านมาเป็นตัวอย่าง​ ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจทั้งเรื่องราคาและตลาดจากการทำงานเชิงรุกและเพิ่มกลยุทธ์การตลาดใหม่ ๆ​ เช่นระบบสั่งซื้อล่วงหน้า​ (Pre-order) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ในการส่งออกทุเรียนไปตลาดจีน​ ที่ถือเป็นตลาดฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19​ เร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ภายใต้การเน้นย้ำเรื่องคุณภาพและมาตรฐานของผลไม้ให้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ ตนเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ครั้งที่ 4/2564 ผ่านระบบ ZOOM ล่าสุดร่วมกับ​ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัวแทนเกษตรกร ภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีการพิจารณาประเด็นสำคัญ อาทิ...

- การเพิ่มครัวเรือนเป้าหมายโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2563

- ผลการบริหารจัดการผลไม้ประจำฤดูกาลผลิตที่ 1/2564 (มีนาคม - มิถุนายน) ในพื้นที่ภาคเหนือ (ลิ้นจี่) และภาคตะวันออก (ทุเรียน, มังคุด, เงาะ, ลองกอง)

- การประเมินสถานการณ์การผลิตไม้ผล ปี 2564 (ภาคเหนือ และภาคใต้) และได้เห็นชอบแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ (ลำไย) ปี 2564 แผนบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ปี 2564 และการช่วยเหลือเกษตรกรแก้ไขปัญหามะม่วงของจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดชัยภูมิ

ทั้งนี้ ยังได้พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ดูแลตามห่วงโซ่อุปทาน (Supply-Value chain) ตามพื้นที่การผลิต (Areas -Products base) และคณะทำงานด้านระบบข้อมูลโลจิสติกส์ และคณะศึกษาเสถียรภาพกลุ่มสินค้าเช่นลำไย อีกด้วย

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการเยียวยาชาวสวนลำไย ฤดูกาลผลิตปี 2563 ได้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โอนเงินให้เกษตรกร ที่ได้รับอนุมัติเพิ่มเติม จำนวน 154 ราย ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรจำนวน 201,986 ราย ได้รับเงินเยียวยากว่า​2,858,355,450 บาท แล้ว

ส่วนผลการบริหารจัดการผลไม้ ฤดูกาลผลิตที่ 1/2564 (มีนาคม - มิถุนายน) ภาคเหนือ ผลผลิตลิ้นจี่ มีปริมาณผลผลิตทั้งหมด 27,952 ตัน ในภาพรวมส่วนใหญ่มีการบริโภคในประเทศ 23,620 ตัน หรือร้อยละ 84.51 แปรรูป 2,131 ตัน หรือร้อยละ 7.62 และ ส่งออก 2,201 ตันหรือร้อยละ 7.87 ในส่วนของภาคตะวันออก ที่มีปริมาณรวมทั้งสิ้น 900,126 ตัน ประกอบด้วย ทุเรียน 575,542 ตัน มังคุด 106,796 ตัน เงาะ 197,708 ตัน และลองกอง 20,080 ตัน มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วรวมทั้งหมด 830,870 ตัน คิดเป็นร้อยละ 92.31 (ข้อมูล ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2564) ซึ่งขณะนี้ยังไม่สิ้นสุดฤดูกาล โดยมีการเน้นการป้องปรามทุเรียนอ่อน โดยจังหวัดได้กำหนดมาตรการระยะสั้นเพื่อควบคุมและป้องกันทุเรียนอ่อนไม่ให้ออกนอกแหล่งผลิต ด้วยการจัดตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อช่วยสกัดกั้นทุเรียนอ่อน โดยใช้บทลงโทษทางกฎหมาย

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาคุณภาพผลผลิตตามความเหมาะสมของพื้นที่ การเชื่อมโยงตลาด ภายใต้โครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น การถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีโดย​ AIC และหน่วยงานส่งเสริมต่าง ๆ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผลไม้และผลไม้อัตลักษณ์ตลอดจนการจัดทำแปลงเรียนรู้การส่งเสริมการผลิตตามระบบมาตรฐาน GAP และ GI การพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งขององค์กรตามระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ สหกรณ์ และศูนย์คัดแยกผลไม้ชุมชน การตรวจสอบย้อนกลับโดยใช้ QR Code เป็นต้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมหารือแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ (ลำไย) ปี 2564-2565 มีการประเมินผลผลิตที่ 683,435 ตัน ใช้บริโภคสดภายในประเทศ 101,543 ตัน แปรรูป 438,420 ตัน ส่งออก 143,472 ตัน โดยขณะนี้ราคาลำไยสดช่อเกรด AA เท่ากับ 32 บาท/กิโลกรัม เกรด AA+A เท่ากับ 31 บาท/กิโลกรัม โดยกระจายผลผลิตผ่านล้งภายในประเทศ วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร ห้าง Modern Trade ระบบของไปรษณีย์ไทย การตลาดออนไลน์และตลาดค้าผลไม้ภายในจังหวัด การจัดจำหน่ายตรงผู้บริโภค การบริโภคในครัวเรือน เป็นต้น ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้เร่งรัดดำเนินการด้านแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ปี 2564 รวมปริมาณทั้งสิ้น 824,728 ตัน โดยเป็นทุเรียน 554,459 ตัน มังคุด 165,838 ตัน เงาะ 62,510 ตัน ลองกอง 41,921 ตัน ซึ่งจะมีแนวทางการกำกับ ติดตาม เฝ้าระวังช่วงปริมาณผลผลิตออกมาก (Peak) ปี 2564 และแจ้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.)บริหารจัดการเชิงรุกผลไม้ในพื้นที่พร้อมกำกับดูแลในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเฝ้าระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนแรงงานและราคาผลผลิตตกต่ำในช่วงผลผลิตออกปริมาณมาก (Peak) ตามนโยบายของรัฐมนตรีเกษตรฯ

“จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ทำให้เกษตรกรชาวสวนได้รับผลกระทบ ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยกับชาวสวนมะม่วงที่ได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับชาวนา และชาวสวนลำไย โดยเสนอขอชดเชยไร่ละ 2,000 บาท คนละไม่เกิน 25 ไร่ ครัวเรือนละไม่เกิน 50,000 บาท และการพิจารณาช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ตกต่ำในพื้นที่ จังหวัดชัยภูมิ ที่ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 8,920 ครัวเรือน พื้นที่ 15,057 ไร่ ผลผลิต 11,292 ตัน โดยประสงค์ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อชดเชยราคาผลผลิตมะม่วง จำนวน 535,930,250 บาท ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนตาม 5 ยุทธศาสตร์เฉลิมชัย โมเดลเกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาดภายใต้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต โดยบูรณาการทุกภาคส่วน และใช้เทคโนโลยีในการผลิต เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกรต่อไปอย่างยั่งยืน” นายอลงกรณ์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top