Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

'เกาะปันหยี' ILINK เซ็นต์สัญญา ก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำ 33 เควี 'เกาะปันหยี' จังหวัดพังงา มูลค่า 143 ล้านบาท

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ​ ILINK ได้ลงนามร่วมกับ นายศุภชัย เอกอุ่น รองผู้ว่าการวิศวกรรม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 เควี เกาะปันหยี จังหวัดพังงา มูลค่างาน 143,980,000 บาท สัญญาจ้างเลขที่ จ.100/2564  สัญญาลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 360 วัน

โดยจะได้เร่งรัดให้แล้วเสร็จก่อนกำหนดเวลา เพื่อสนับสนุนให้ชาวเกาะปันหยี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้ใช้ไฟฟ้าจากแผ่นดินใหญ่ที่มีความเสถียร และประหยัดได้โดยเร็ว ข้อสำคัญลดการปั่นไฟฟ้าในเกาะ จะทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น

ปทุมธานี – ผู้ว่าฯ ร่วมกับบิ๊กแจ๊ส เปิดโรงพยาบาลสนามวิทยาลัยการอาชีวะ 450 เตียง

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เวลา 10:00 น. นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พลอากาศตรี นายแพทย์สันติ ศรีเสริมโภค รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมเปิดโรงพยาบาลสนาม 450 เตียง รองรับประชาชนที่ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโร่นา 2019 (COVID-19) ที่ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ตำบลบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมจำนวน 13,105 ราย รักษาหายแล้วจำนวน 6,077 ราย อยู่ระหว่างการรักษาจำนวน 6,945 ราย ทำให้จำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลภาครัฐและโรงพยาบาลสนามมีไม่เพียงพอจึงทำให้ต้องเปิดโรงพยาบาลสนามเพิ่ม ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ดูแลตัวเองอยู่ที่บ้านอยู่ระหว่างรอเตียงจำนวนมากกว่า 2,500 ราย ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปทุมธานี จึงมอบหมายให้ องค์การบริหารส่วยจังหวัดปทุมธานี และวิทยาลัยการอาชีวะ บางพูน เปิดโรงพยาบาลสนามจำนวน 450 เตียง โดยมีบุคลากรทางการแพทย์จาก โรงพยาบาลปทุมธานี ดูแลผู้ติดเชื้อ

ด้าน นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือร่วมใจกันจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากปัจจุบันพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ได้เฝ้าระวังแล้วก็ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ทั้งหมดเป็นภาพรวมที่ทุกคนต้องร่วมมือกันในการทำงาน รวมถึงการเตรียมทำงานในชุมชน โดยทุกอำเภอจะมีสถานที่พักคอยเพื่อรอเตียง มีบุคลากรทางการแพทย์และทุกภาคส่วนเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชน มีการแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) และการแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) ในสถานการ์เช่นนี้เป็นกำลังให้กันและกัน ให้บุคลากรทุกภาคส่วนได้ช่วยกันทำงานและทุกท่าน


ภาพ/ข่าว  ประภาพรรณ ขาวขำ รายงาน

ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ช่วยหญิงท้องแก่ติดโควิด 2 ราย พร้อมเตรียมตั้งศูนย์วิดีโอคอลเซ็นเตอร์ปรึกษาอาการป่วย

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เวลา 14:00 น. ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ตำบลบางปรอก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เตรียมเปิดศูนย์วิดีโอคอลเซ็นเตอร์ที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี เพื่อให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่กักตัวเองที่บ้าน ได้ปรึกษาอาการจากแพทย์ได้โดยตรง แบ่งเบาภาระของแพทย์ในโรงพยาบาล

จากกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้สละเงินเดือน 3 เดือน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานีที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยประชาชนทั่วไปสามารถโทร.สายด่วน 1300 เพื่อประสานของความช่วยเหลือ ซึ่งผู้ว่าฯและทีมงาน ได้ลงพื้นที่นำสิ่งของอุปโภคบริโภครวมถึงห้องน้ำสำเร็จรูป ไปมอบให้กับผู้ป่วย ติดโควิดและรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ทั้งผู้ขาดแคลนและมีอายุมาก มอบให้ใช้ส่วนตัวเพื่อป้องกันการระบาดไปสู่คนอื่น รวมถึงรับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชน และประสานงานหาเตียงให้กับผู้ป่วย

ล่าสุดได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีผู้ป่วยหญิง 2 ราย ที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน และ 8 เดือน ที่ติดเชื้อโควิดมาหลายวันต้องการขอความช่วยเหลือเพื่อเข้ารับการรักษา จึงเร่งนำรายชื่อเข้าแจ้ง ให้สาธารณสุขจังหวัดเข้าช่วยเหลือทั้งสองคนเป็นการด่วนโดยให้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะได้ปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เมื่อได้ทราบว่ามีหญิง 2 ราย ตั้งครรภ์ได้ 7 เดือนและ 8 เดือน ได้เร่งดำเนินการประสานเข้าในระบบสาธารณสุข ในเรื่องการจัดหาเตียงและโรงพยาบาล รวมถึงแพทย์ให้เหมาะสมกับอาการของทั้ง 2 ท่าน ซึ่งถ้าจะยังไม่มีเตียงเราจะส่งแพทย์เข้าไปดูแลเบื้องต้นก่อนขณะนี้ตนเองและทีมงานอยู่ระหว่างการวางแผนดำเนินการตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์ และนำแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชน มาที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี เพื่อไว้บริการประชาชน เมื่อพี่น้องประชาชนมีปัญหา อยากปรึกษาแพทย์สามารถพูดคุยผ่านแอปในโทรศัพท์ เช่น ZOOM หรือวิดีโอคอลพูดคุยกับแพทย์โดยตรง เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของแพทย์และบุคลากรทางแพทย์ในโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย

เนื่องจากสถานการ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจังหวัดปทุมธานี มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น เตียงภายในโรงพยาบาลถูกใช้มากขึ้น ดังนั้นแนวทางการแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) และการแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) ที่กระทรวงสาธารสุขได้กำหนดไว้ หากเราเสริมบุคลากรทางการแพทย์ โดยได้แพทย์จากโรงพยาบาลเอกชนมาให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ จะได้ทำทั้ง 2 ระบบควบคู่กันไป “ผมเชื่อว่าหากผู้ป่วยได้พูดคุยกับแพทย์ ก็จะได้กำลังให้ดีขึ้น รวมถึงให้พี่น้องได้อุ่นใจและวินิจฉัยโรคได้ทันท่วงทีรวมถึงการจัดส่งยาให้ผู้ป่วยที่ รักษาตัวอยู่ทางบ้านก็จะได้ทันต่ออาการป่วยที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน”

นอกจากนี้ขณะที่ได้ลงพื้นที่นำสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไปมอบให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้พบว่ามีพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหา ไม่สะดวกในการใช้ห้องน้ำ จึงมีผู้ในบุญนำห้องน้ำมาบริจาคจำนวน 4 ห้อง ถือว่าเป็นอานิสงส์ สำหรับผู้ที่กักตัวหรือคนที่ไม่มีห้องน้ำ ได้ใช้ห้องน้ำที่สะดวกขึ้น และยังพบพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาหลังคาบ้านชำรุด เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูฝน พบว่าหลายหลังที่หลังคารั่ว จึงมีความจำเป็นจะต้องปรับปรุงให้ใหม่ จะได้อยู่อาศัยอย่างมีความสุข การช่วยเหลือผู้อื่น ก็เหมือนเป็นการช่วยเหลือตนเอง เมื่อผู้อื่นมีความสุขเราก็มีความสุขตามไปด้วย


ภาพ/ข่าว  ประภาพรรณ ขาวขำ รายงาน

จับ ‘กัญชาบิ๊กล็อต’ !! ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี แถลงจับ พร้อมขบวนการ

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร พล.ต.บุญสิน พาดกลาง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี นายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.อ.วิระ สอนถม รอง ผอ.รมน.จว.มุกดาหาร และ พ.ต.อ.จารึก พุ่มระย้า ผกก.สภ.หว้านใหญ่ ร่วมกันแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังจับกุมเครือข่ายขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติได้ผู้ต้องหา 2 คน พร้อมกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน  528 แท่ง

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายสมศักดิ์  บุญจันทร์ นายอำเภอหว้านใหญ่ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบกลุ่มคนกำลังขนห่อพลาสติกสีดำขนาดใหญ่อยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านโป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กองร้อยเคลื่อนที่เร็วที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หว้านใหญ่ ออกไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้งพบนายอาทร มีลา หรือโอม อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 10 ม.4 บ้านนาดี ต.คำใหญ่ อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ และนายธนพงศ์ ศรีประสงค์ หรือไมค์ อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 3 ม.8 บ้านสุขสำราญ ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร พร้อมพวกกำลังช่วยกันขนห่อพลาสติกขนาดใหญ่ขึ้นจากริมฝั่งแม่น้ำโขงมาซุกซ่อนไว้บริเวณป่าละเมาะที่อยู่บริเวณริมตลิ่ง เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้พากันวิ่งหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามไปควบคุมตัวนายอาทรและนายธนพงศ์ไว้ได้

จากการตรวจสอบบริเวณพื้นที่โดยรอบ พบห่อพลาสติกบรรจุสิ่งของสีดำขนาดใหญ่ถูกวางทิ้งไว้รวม 12 ห่อ เมื่อเปิดออกดูพบว่าภายในเป็นกระสอบบรรจุกัญชาแห้งอัดแท่งหุ้มด้วยแผ่นฟอยล์สีทองรวม 528 แท่ง น้ำหนักประมาณ 528 กก. โดยนายอาทรและนายธนพงศ์ให้การยอมรับว่าร่วมกันขนกัญชาแห้งอัดแท่งจริงและทำมาแล้วหลายครั้ง โดยได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 4,000 - 7,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ(กัญชา)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และควบคุมตัวพร้อมกับกัญชาแห้งอัดแท่งของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อสืบสวนสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว  ชุด ฉก.พญาอินทรีย์ / เดวิท โชคชัย

รมช.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แห่งเมืองอุทัยธานี มอบเงิน 3 เดือน ให้บุคลากรทางการแพทย์ เป็นเงิน 340,000 บาท ลั่นไม่ทิ้งชาวอุทัยไว้ข้างหลัง

มีเฟซบุ๊กของนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ได้โพสเฟซบุ๊กว่า “ไม่รอช้า จ่ายเลย 3 เดือน คนละไม้คนละมือ อุทัยธานีรับคนกลับบ้าน เปิดโรงพยาบาลสนาม 300 เตียงแล้วนะคะ #ทุกคนมีความหมาย”

ซึ่งมีชาวอุทัยธานีได้เห็นภาพดังกล่าวในเฟซบุ๊ก ต่างชื่นชมกันมายมาย ไม่รอช้าต่างมาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย เช่น นี้แหละสังคมต้องการ มากน้อยร่วมช่วยกัน เพื่อประชาชน ชื่นชมคับ คนอุทัยธานีไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เยี่ยมมากค่ะท่าน ขอบคุณแทนชาวอุทัยธานีด้วยค่ะ บางคนก็แสดงความคิดเห็นว่า ดีค่ะทำให้ชาวบ้านเกิดเราเจริญเก่งมากค่ะ คนอุทัยธานีโชคดีที่มีสส.ดี มีรมช.ใจดี มีน้ำใจ ไม่ทิ้งคนอุทัย

ทั้งนี้ รมช.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลั่นไม่ยอมทิ้งคนอุทัยธานีไว้ข้างหลัง เราจะเดินไปด้วยกัน โดยมอบเงินเดือนทั้งหมดเป็นจำนวน 3 เดือน ให้โรงพยาบาลอุทัยธานี เป็นจำนวน 340,000 บาท เพื่อสนับสนุนบุคคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานกันอย่างเหนื่อยหนัก บางคนก็เสียสละทิ้งครอบครัวมาทำงานเพื่อประชาชนเพื่อชาวอุทัยธานี ให้ปลอดภัยจากโรคโควิด-19 โดยมอบให้กับบุคคลากรทางการแพทย์ในวันที่ 12 ก.ค. 64 ณ บริเวณจุดฉีดวัคซีนโควิด-19 เทศบาลเมืองอุทัยธานี


ภาพ/ข่าว  ภาวิณี ศรีอนันตฺ์ รายงาน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตรวจเยี่ยมกำลังพลเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ประจำจุดตรวจป้องกันอาชญากรรม

วันนี้ (12 ก.ค. 64) เวลา 21.00 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. และคณะ ได้ออกตรวจเยี่ยมจุดตรวจป้องกันอาชญากรรม กำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในห้วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จำนวน 3 จุด ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร 2 จุด คือจุดตรวจ สน.พหลโยธิน และ จุดตรวจ สน.เตาปูน โดยมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ,พล.ต.ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล ผบ.มทบ.11 ร่วมคณะตรวจเยี่ยม ส่วนพื้นที่จังหวัดนนทบุรี 1 จุด คือจุดตรวจ สภ.ปากเกร็ด โดยมี พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 และนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ร่วมคณะตรวจเยี่ยม

​พล.ต.อ.สุวัฒน์ ฯ กล่าวว่า ตามนโยบายรัฐบาล ให้มีการสกัดกั้นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้ทวีความรุนแรงจนเสี่ยงที่จะเกิดภาวะวิกฤตด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนใต้ของประเทศ ซึ่งได้กำชับไปยังทุกหน่วยงานในสังกัด ให้ปฏิบัติตามประกาศข้อกำหนดตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค. 2564 ในการควบคุม ระงับ ยับยั้ง การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยให้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ฝ่ายปกครอง เพื่อตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจตราห้ามมิให้บุคคลออกนอกเคหสถานในห้วงระหว่างเวลา 21.00 - 04.00 น. 

สำหรับการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จำนวน 10 จังหวัด ข้อมูล ณ วันที่ 12 ก.ค. 2564 เวลา 10.00 น. ดังนี้

1.กรุงเทพมหานคร ​ตั้งจุดตรวจ จำนวน​88 ​จุด

2.นนทบุรี ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน​2 ​จุด

3.ปทุมธานี ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน ​4 ​จุด

4.สมุทรปราการ ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน ​5 ​จุด

5.นครปฐม ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน ​5 ​จุด

6.สมุทรสาคร ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน ​5 ​จุด

7.นราธิวาส ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน ​7​จุด

8.ปัตตานี ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน ​11​จุด

9.ยะลา ​​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน ​12​จุด

10.สงขลา ​​ตั้งจุดตรวจ จำนวน​9 ​จุด

รวม​​​ตั้งจุดตรวจทั้งสิ้น ​148 ​จุด

ใช้กำลังตำรวจ 1,553 นาย ทหาร 846 นาย และปกครอง 394 นาย และมีจุดตรวจอื่นๆ ทั่วประเทศ ได้แก่ จุดตรวจคัดกรองโรค จุดตรวจปมคมนาคม จุดตรวจพื้นที่ตอนในและพื้นที่ตามแนวชายแดน รวมจำนวน 1,267 จุด ใช้กำลังพลตำรวจ รวมทั้งหมด 7,559 นาย   จัดชุดสายตรวจร่วม จำนวน 613 ชุด กำลังพลตำรวจ 2,560 นาย ชุดเคลื่อนที่เร็วออกตรวจตราผู้ฝ่าฝืนนอกด่านอีก จำนวน 816 ชุด  กำลังพลตำรวจ 2,949 นาย รวมใช้กำลังพล ตร. ทั้งสิ้น 14,621 นาย

​ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญอาทิ หน้ากากอนามัย เฟสชิลด์ ถุงมือ เจลแอลกอฮอล์ ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ พร้อมแสดงข้อห่วงใยกำลังพลที่ต้องปฏิบัติงานในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และเน้นย้ำให้นำเทคโนโลยี หรือแอปพลิเคชัน TPCC มาใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ โปร่งใส ผู้บังคับบัญชาสามารถตรวจสอบการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาได้ตลอดเวลาการทำงาน รวมไปถึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค. กำหนด พร้อมย้ำว่าเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติตามหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ควบคู่กันไป โดยเน้นประชาสัมพันธ์การรับรู้เรื่องข้อกฎหมายต่าง ๆ ให้ทราบ และดูเหตุผลความจำเป็น แต่หากประชาชนคนใดจงใจฝ่าฝืนก็ต้องจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดไม่มีข้อยกเว้น

พังงา – ด่วน พบผู้ป่วยใหม่ 21 ราย กลุ่มนักเรียนศาสนากลับจากปัตตานี โครงการรับลูกหลานชาวพังงากลับบ้าน

วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 ที่ศาลากลางจังหวัดพังงา นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกเมษายน 2564 โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดจังหวัดพังงามีผู้ป่วยสะสมรวม383ราย วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ 21 ราย เป็นเด็กผู้ชาย 14 ราย เด็กผู้หญิง 7 ราย ทั้งหมดเป็นกลุ่มเด็กนักเรียนโรงเรียนจงรักสัตย์วิทยาจังหวัดปัตตานี ซึ่งเดินทางกลับมาเพื่อรักษาตัวในจังหวัดพังงา ตามโครงการรับลูกหลานชาวพังงากลับมารักษาตัวที่บ้าน ซึ่งจังหวัดพังงาได้เปิดโครงการนี้ขึ้นเพื่อจะได้ดูแลพี่น้องชาวพังงาที่มีความยากลำบากในการอยู่อาศัยและรักษาตัวอยู่ในจังหวัดอื่น จะได้กลับมาบ้านเกิด โดยทุกคนจะต้องดำเนินการตามมาตรการของสำนักงานสาธารรสุขจังหวัดพังงาอย่างเคร่งครัด

สำหรับโครงการรับลูกหลานชาวพังงากลับบ้าน มีผู้เดินทางกลับมาจากกรุงเทพ 1 ราย ประทุมธานี 4 รายกลุ่มนักเรียนศาสนาเดินทางกลับมาจากโรงเรียนจงรักสัตย์วิทยา จังหวัดปัตตานี 59 ราย พบผู้ป่วยแล้ว33ราย

สำหรับสถานการณ์การเฝ้าระวังโรคติดเชื้อโควิด 19 มีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน-วันที่ 11 กรกฎาคม 2564 รวม 383 ราย ผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 322 ราย เสียชีวิต 1 ราย กำลังรักษา 48 ราย รับผู้ป่วยจากต่างจังหวัด 33 ราย ในพื้นที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 วันต่อเนื่อง


ภาพ/ข่าว  อโนทัย งานดี / พังงา

ปทุมธานี - โควิดบุกหนัก จิตอาสาแชมป์โลก จำถอดใจ ช่วยส่งใจ ถึงแค่ 19 ก.ค.นี้

สืบเนื่องด้วยสถานการณ์ไวรัสโควิด แพร่ระบาดหนักขึ้นทุกวันเป็นจำนวนตัวเลขที่น่าตกใจ ล่าสุด นายนริส ห่วงใย เขาทรายและทีมงานจิตอาสา ที่ต้องเสี่ยงภัยเพื่อความปลอดภัย สรุปจะตระเวณส่งเสบียงให้แพทย์สนาม ได้จนถึงวันที่ 19 กรกฏาคม 64 ศกนี้เท่านั้น

กิจกรรมจิตอาสาของ ชมรมวีรบุรุษแชมป์โลกไทย ภายใต้การสนับสนุนของ นายนริส สิงหวังชา ซึ่งมี เขาทราย แกแล็คซี่ เป็นประธานชมรมพร้อมอดีตแชมป์โลก ตลอดจนผู้ร่วมมีจิตศรัทธาสมทบทุนมากมาย บริจาคข้าวกล่อง-น้ำดื่ม ไปตระเวณมอบให้ แพทย์ เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลสนาม หลายแห่งซึ่งดูแลผู้ป่วยโควิด และดำเนินกิจกรรมมาเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน

ล่าสุดวันที่ 12 ก.ค.64 เขาทราย แกแล็คซี่ พร้อมด้วย นายศุภกฤษ พิบูลศิลป์  ยูทูปเบอร์จากช่อง god dragon พร้อมทีมงาน ทีม shock story และทีมงาน สักกะผี นำข้าวกล่อง ก๋วยเตี๋ยว พร้อมน้ำดื่ม ไปมอบที่ โรงพยาบาล ประชาธิปัตย์ อ.รังสิต จ.ปทุมธานี ซึ่งมี "แชแม้" นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ และ ยูทูปเบอร์ ช่วยสนับสนุนเรื่องอาหารเพิ่มเติม

หลังการรับมอบ เขาทราย เปิดใจกับสื่อว่า "การดำเนินการต้องรีบกระทำอย่างเร่งด่วน ให้รวบรัดและเสร็จสิ้นโดยใช้เวลาไม่นาน วันนี้ต้องขอบคุณน้อง ๆ ทีมงานยูทูปเบอร์ที่มาช่วย เพราะเป็นที่ทราบกันจากข่าวรายวัน ซึ่งมียอดผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ บางวันเก้าพันคนบางวันแปดพันคน เฉลี่ยแต่ละวันยอดพุ่งเกือบถึงหมื่น"

อดีตแชมป์โลกใจบุญกล่าวอีกว่า "เท่าที่ทราบข่าว ขณะนี้ บางพื้นที่โรงพยาบาลหลายแห่งไม่สามารถรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิดได้ ถึงขนาดต้องให้คนป่วยกลับไปดูแลตัวเองที่บ้าน และคอยรับยารักษาเท่านั้น ถือเป็นเรื่องน่าตกใจมาก เมื่อคืนที่ผ่านมา คุณนริส สิงหวังชาได้โทรมาหา และปรึกษาด้วยความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ทั่วไป ของกิจกรรมของชมรมและอดีตแชมป์โลกอีกหลายคน ที่ต้องสุ่มเสี่ยงภายในพื้นที่โรงพยาบาลซึ่งนับว่า มีความอันตราย อาจติดเชื้อโควิดได้ง่าย ๆ และเห็นสมควรว่า เราควรจะหยุดพักกิจกรรมนี้ เพื่อรอดูสถานการณ์ให้คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น"

"ถือเป็นเรื่องน่าเห็นใจเจ้าหน้าที่แพทย์สนามเหล่านี้เป็นอย่างยิ่งครับ อย่างวันนี้ ตัวผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอง ยังต้องลงมาช่วยขนน้ำดื่มข้าวกล่องด้วยตัวเอง เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานกันอย่างหนักมาก เนื่องจากมีผู้ป่วยเพิ่งจำนวยเยอะขึ้นทุกวัน คุณหมอท่านยังขออนุญาต นำน้ำดื่มบางส่วนเหล่านี้ไปแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยด้วยเลย ซึ่งผมก็บอกไปว่า ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง นี่หากเรามีกำลังทุนมากกว่านี้ ก็อยากจะช่วยเหลือแจกจ่ายไปยังผู้ป่วยด้วย ตอนนี้ สภาพโดยรวมทั่วไปภายในโรงพยาบาลแต่ละแห่งที่เราไป น่าเป็นห่วงมากครับ"

เขาทรายกล่าวอีกว่า "อย่างไรก็ตาม ตามเป้าหมายของโครงการ จะทำหน้าที่ให้ครบ อีก 4 ครั้งคือ วันอังคารที่ 13 ก.ค.โรงพยาบาลสนาม สนามศุภชลาศัย ,วันพุธที่ 14 ก.ค. โรงพยาบาล บางใหญ่

โดยพรสวรรค์ ป.ประมุข จะเป็นตัวแทนเดินทางไปมอบข้าว 200 กล่อง ,วันศุกร์ที่ 16 ก.ค. ที่ ศูนย์ฉีดวัคซีน กกท และ วันจันทร์ที่ 19 ก.ค. ที่ โรงพยาบาลสนาม ศุภชลาศัย ซึ่งจะเป็นวันสุดท้ายของ กิจกรรม ช่วยเหลือจาก ชมรมวีรบุรุษแชมป์โลกไทย 

"สุดท้ายนี้ ผมจึงขอเรียนเชิญพี่น้องชมรมฯ และทุกท่านผู้มีจิตศรัทธา ที่สะดวกเดินทางมาร่วมมอบกันได้ครับ และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่แพทย์สนาม ตลอดจนผู้ป่วยโควิดทุกท่าน ขอให้อยู่รอดปลอดภัย หายไว ๆ มา ณ ที่นี้ด้วย ขอบคุณมากครับ"  แชมป์โลกขวัญใจชาวไทยกล่าว

ดีเดย์บังคับใช้ พรก.ฉุกเฉิน สมุทรปราการเริ่มวันแรกจับจริง หากมีการฝ่าฝืน

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 นายณัชวันก์  อัลภาชน์ เตชะเสน นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมือง ออกตรวจเยี่ยมการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจจุดสกัดคัดกรองโควิด- 19 ซึ่งเป็นบูรณาการกำลังระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนันผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 

เพื่อป้องกันการเดินทางข้ามจังหวัด อำเภอ และการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวออกนอกพื้นที่ บริเวณด่านตรวจจุดสกัดป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 และสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนสุขุมวิทขาเข้านครบาล หน้าปั้มน้ำมันเชลล์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตามประกาศคำสั่งการห้อมออกนอกเคหสถานในระหว่างเวลา 21.00- 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ตามข้อกำหนดมาตร 9 แห่ง พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 27 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันนี้เป็นวันแรก โดยบังคับใช้อย่างน้อย 14 วัน พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจจุดสกัดทุกนายปฎิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

โดยนายอำเภอเมืองสมุทรปราการ ได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านเครื่องขยายเสียงให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาทราบเรื่องการบังคับใช้กฎหมายตาม พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างจริงจัง สร้างการรับรู้สร้างความเข้าใจบอกข่าวสารแจ้งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ว่าวันนี้เป็นวันแรกที่บังคับใช้ พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างจริงจัง ห้ามเคลื่อนย้ายห้ามออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 21.00 น. ไปจนถึงเวลา 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น หากพี่น้องประชาชนที่ยังสัญจรไปมาและอยู่นอกเคหสถานโดยไม่มีเหตุจำเป็นหรือเป็นบุคคลที่ได้รับการยกเว้น ก็จะมีความผิดฐาน ฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน

โดยจะมีการตรวจบัตรประชาชน และหนังสือรับรองเหตุผลความจำเป็นจากหน่วยงานของรัฐ ว่าด้วยเหตุใดที่จำเป็นต้องออกนอกเคหสถานในห่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในวันนี้เป็นการดีเดย์วันแรกของการบังคับใช้กฎหมายตาม พรก.ฉุกเฉิน จึงเน้นการเตือนการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ผ่านไปมาได้ทราบและเข้าใจและดูเจตนา และในวันพรุ่งนี้จะเริ่มบังคับใช้กฎหมาย พรก.ฉุกเฉิน อย่างจริงจัง หากยังมีการฝ่าฝืนไม่ปฎิบัติตามที่ข้อกฎหมายกำหนดก็จะต้องถูกดำเนินคดีส่งฟ้องศาลต่อไป


ภาพ/ข่าว  ก๊วก สมุทรปราการ

นนทบุรี – “โครงการบ้านหลังสุดท้าย” วัดราษฎร์ประคองธรรม ขอโรงศพแต่งภายในบุผ้าสวยงาม เพื่อผู้เสียชีวิตโควิด-19 ฌาปนกิจศพฟรี โดยไม่มีเสียค่าใช้จ่าย

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ก.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดราษฎร์ประคองธรรม ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยวัดแห่งนี้ได้รับสงเคราะห์ฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 และศพไร้ญาติ แบบครบวงจรฟรี โดยเริ่มตั้งแต่มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามนนทบุรี ไปรับศพออกจากโรงพยาบาลที่เสียชีวิต แล้วนำกลับมาฌาปนกิจศพให้ที่วัดโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ตามความเดือดร้อนของประชาชนที่ติดต่อร้องขอเข้ามาที่วัดราษฎร์ประคองธรรมแห่งนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ตามนโยบายของมหาเถรสมาคมด้วย

โดยพระครูสมุห์ อำนวยโชติปัญโญ หรือพระอาจารย์ กุ่ย เจ้าอาวาสวัดโปรยฝน คลอง 11 ได้ทราบข่าว ว่าทาง พระครูกิตติวิริยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดราษฏร์ประคองธรรม และเป็นเจ้าคณะอำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี ทางวัดมี "โครงการบ้านหลังสุดท้าย" ในการส่งศพฟรี ฌาปนกิจศพฟรี โดยไม่มีเสียค่าใช้จ่าย ตอนนี้ก็ทราบว่าทางวัดท่านได้ฌาปนกิจศพ ทุกวันวันละ 4-5 ศพ จึงขอรวมเป็นส่วนหนึ่งในการถวายปัจจัยจำนวน 10,000 บาท สนับสนุนค่าน้ำมันในการเผา และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมมอบโรงศพให้จำนวน 7 ใบ ในการช่วยเหลือทางวัดอีกแรง ขอเจริญพรฯ

พระครูกิตติวิริยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดราษฏร์ประคองธรรม กล่าวว่า ที่ได้ทำโครงการบ้านหลังสุดท้ายช่วยผู้ยากไร้และผู้ไม่มีทรัพย์ ในช่วงนี้เป็นช่วงที่เกิดโรคระบาดคือโรคโควิค อาจารย์ก็ได้ทำพิธีเผาศพให้ ที่วัดเราเผาทั้งหมดตอนนี้ 113 ศพแล้ว ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมมานี้ หากโยมท่านใดที่นำลงมาถวายที่วัดอาจารย์ขออย่างเดียว 1 ต้องกุผ้านวมข้างในเป็นสีฟ้า เป็นสีแดงเป็นสีเหลือง หรือสีอะไร ให้กุผ้านวมมาหน่อยนึง และอาจารย์ถึงจะรับถ้าไม่กุผ้านวมมาอาจารย์ไม่อยากรับเลย เพราะว่ามันไม่น่านอน ผีก็อยากได้ของดี เราก็อยากได้ของดี เหมือนกัน เพราะนั้น เราต้องให้ของดีต่อทุก ๆ ศพนะและขอขอบคุณ พระครูสมุห์อำนวยเจ้าอาวาสวัดโปรยฝน ที่นำปัจจัยมาถวายช่วยค่าน้ำมันแก่วัดราษฎร์ประคองธรรม แล้วก็มีมอบโลงศพให้มาด้วย 7 โลงเจริญพร


ภาพ/ข่าว  กำพลศิลป์ วงษ์เดือน ผู้สื่อข่าวนนทบุรี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top