Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

"กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ" รับมอบน้ำดื่ม 3,600 ขวด จาก "IWRM" ภาคธุรกิจจัดการน้ำ เพื่อบริโภคและอุตสาหกรรม "ร่วมแบ่งปันเพื่อสังคม"

วันนี้ 14 กรกฎาคม 2564 ณ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (กทม.) "นายธนวัฒน์ สันตินรนนท์" กรรมการผู้จัดการ INDUSTRIAL WATER RESOURCE MANAGEMENT CO.,LTD (IWRM) ,นายวิเชษฐ์  เกตุแก้ว ผู้สนับสนุน ประสานงานพื้นที่และชุมชน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีชี), นายชัยพร ภูผารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงาน สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย / นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย / นายโกสินธ์ จินาอ่อน บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์ / นายณัฐวุฒิ เหมือนเพชร ผู้อำนวยการข่าวจังหวัดสมุทรปราการ (หนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์) ร่วมกันประสานงานนำน้ำดื่มจำนวน 3,600 ขวด มอบให้"นางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ" อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการบริโภค สำหรับบุคลากร เจ้าหน้าที่ คนพิการ และครอบครัวคนพิการ

ในการนี้ "นายธนวัฒน์ สันตินรนนท์" กรรมการผู้จัดการ IWRM ได้กล่าวถึง เจตนารมณ์ วัตถุประสงค์ ที่นำน้ำดื่มมามอบให้วันนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและขอบคุณ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ที่ทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือดูแล พี่น้องประชาชนคนไทย คนยากไร้ คนพิการ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

อีกทั้ง "นางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ" อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ยังได้กล่าวขอบคุณผู้บริหาร IWRM พร้อมคณะ ที่ได้เป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชน คนพิการ คนยากไร้ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้เพื่อให้คนไทยอยู่รอดปลอดภัยพร้อมทั้งขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชน ผู้ประกอบการ ที่มีจิตใจเป็นกุศลอยากจะร่วมบริจาคอาหาร น้ำดื่ม หรือจตุปัจจัยอื่น ๆ สามารถร่วมบริจาคมายัง "กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ" หรือ โทร. 02- 354-3388 ต่อ 701-703 ได้ในวัน-เวลา ทำการ

สุรินทร์ - รพ.สุรินทร์ ส่ง 4 นางฟ้าชุดขาว สู้ภัยโควิด-19 เสริมทัพ โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน มงกุฎวัฒนะ

วันที่ 13 กรกฎาคม 2564 ที่บริเวณด้านหน้าอาคาร 100 ปี  โรงพยาบาลสุรินทร์ นายแพทย์ประวีณ ตัณฑประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ เป็นประธานในพิธีส่ง 4 นางฟ้าชุดขาว สู้ภัยโควิด-19 เสริมทัพ โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน มงกุฎวัฒนะ โดยนายแพทย์ ประวีณ ตัณฑประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ นำคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล พร้อมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฯ ร่วมส่งและให้กำลังใจอย่างพร้อมเพียง พร้อมได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมในความเสียสละของนางฟ้าชุดขาวทั้ง 4 คน ที่ไปทำหน้าที่แทนชาวสุรินทร์ ในการช่วยสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบ 3 ด้วยเป็นภารกิจสำคัญกับการดูแลรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน มงกุฎวัฒนะ พร้อมอวยพรและมอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจทั้ง 4 คน แทนชาวสุรินทร์ทุกคน

ด้าน นายแพทย์ประวีณ ตัณฑประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวว่า ทีมสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน มงกุฎวัฒนะ เป็นพยาบาลวิชาชีพ จำนวน 4 คน ที่ส่งไป ประกอบด้วย

1.นางสาววาสนา คำปาละ

2.นางสาวน้ำทิพย์ จานนอก 

3.นางสาวปาริชาติ โกดหอม และ

4.นางสาวรัชนีกร แก้วคูณ

โดยปฏิบัติภารกิจระหว่างวันที่ 13-28 กรกฎาคม 2564 ซึ่งมุ่งเน้นการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 อย่างไรก็ตาม การเข้าปฏิบัติงานช่วยเหลือในพื้นที่ดังกล่าว ทางโรงพยาบาลสุรินทร์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยได้เตรียมเวชภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยาในการดูแลรักษาผู้ป่วย สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินและไม่ฉุกเฉิน รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ (PPE) ให้กับบุคลากรทุกคน ซึ่งเพียงพอสำหรับการปฏิบัติงานในช่วงเวลาดังกล่าว และหลังจากปฏิบัติงานครบตามกำหนด คณะเดินทางกลับมา จะให้มีการกักตัว 14 วัน ตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคฯ ต่อไป


ภาพ/ข่าว  ปุรุศักดิ์  แสนกล้า

กาฬสินธุ์ – พลังบวรร่วมสร้างโรงพยาบาลสนาม รับคนสหัสขันธ์กลับบ้าน

คณะสงฆ์อำเภอสหัสขันธ์ พร้อมผู้มีจิตศรัทธาและภาครัฐ ร่วมมือสร้างโรงพยาบาลสนามขนาด 50 เตียง รอรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เดินทางกลับภูมิลำเนา พร้อมตั้งศูนย์พักคอย ก่อนเข้า LQ สำหรับผู้ที่เดินทางมาจาก 10 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง

ที่หอประชุมอำเภอสหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ พร้อมด้วยพระครูสิริพัฒนนิเทศ รองเจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ เข้าตรวจเยี่ยมจุดปรับปรุงก่อสร้างโรงพยาบาลสนาม อ.สหัสขันธ์ โดยใช้หอประชุมอำเภอสหัสขันธ์ ซึ่งสามารถรับผู้ป่วยได้ทั้งหมด 50 เตียง โดยคณะสงฆ์ และประชาชนได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อสร้างโรงพยาบาลสนาม อ.สหัสขันธ์  โดยตั้งเป้าจะเริ่มเปิดรับผู้ป่วยที่ติดเชื้ออาการไม่หนักมาก เข้ามารักษาได้วันที่ 19 ก.ค. 2564 

ทั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากพระเทพมงคลวชิรมุณี หรือหลวงปู่หา สุภโร (หลวงปู่ไดโนเสาร์) วัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) พระครูกัลลยา ณ ทิวากร เจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ พระครูสิทธิวราคม ดร. วัดเวฬุวัน เจ้าคณะ อ.สหัสขันธ์ (ธ) พระอาจารย์ณรงค์ ชยมงฺคโล วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) พระครูสิริพัฒนนิเทศก์  วัดพุทธาวาสภูสิงห์ และคณะสงฆ์ อ.สหัสขันธ์ ประชาชนผู้มีจิตศรัทธา และภาครัฐ ร่วมระดมทุมก่อสร้าง และมอบของใช้ที่จำเป็นให้กับโรงพยาบาลสนาม อ.สหัสขันธ์

นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ กล่าวว่า การตั้งโรงพยาบาลสนาม อ.สหัสขันธ์ ได้เลือกใช้หอประชุม อ.สหัสขันธ์ ซึ่งผู้นำชุมชนทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนเข้าใจและรู้ถึงเหตุผล ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สำหรับโรงพยาบาลสนาม อ.สหัสขันธ์เกิดขึ้นจากพลัง “บวร” บ้าน/ชุมชน วัด และภาครัฐ โดยเฉพาะการที่ได้รับเมตตาจากคณะสงฆ์ ที่เห็นชอบให้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามของ อ.สหัสขันธ์ โดยวัตถุประสงค์เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19  ซึ่งเป็นคนสหัสขันธ์ กลับมารักษาที่ภูมิลำเนาของตนเอง เพื่อลดปัญหาเตียงไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยในเขตกรุงเทพและปริมณฑล 

นอกจากนี้ธารน้ำใจของคนสหัสขันธ์ยังล้นหลาม ได้ระดมทั้งทุนทรัพย์ แรงกาย และนำข้าวของเครื่องใช้สำคัญและจำเป็นในโรงพยาบาลสนามมาสมทบจำนวนมาก อย่างเช่นนายอำนวย พุ่มจำปา เจ้าของร้านถูกซุปเปอร์มาเก็ต ได้นำพัดลม 20 เครื่อง พร้อมน้ำดื่ม 50 แพ็ค / 600 ขวด มอบให้กับนายอำเภอสหัสขันธ์ เพื่อใช้ในโรงพยาบาลสนาม นายพิทักษ์ เทียมวงศ์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สิรินธร ร่วมบริจาคพัดลมอีก 10 เครื่อง ขณะที่เครื่องนอน 50 ชุด ร้านแม่ประกายเครื่องนอน ร้านนิโรจน์ค้าผ้า ร้านสุพจน์เครื่องนอน และร้านสุรพลเครื่องนอน ซึ่งเป็นญาติธรรมวัดพุทธาวาสภูสิงห์ ร่วมบริจาคสมทบเข้าโรงพยาบาลสนาม อ.สหัสขันธ์ ขณะที่การปรับปรุงก่อสร้างโรงพยาบาลสนามมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 60% ส่วนวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นมีความพร้อมสมบูรณ์แล้ว ทั้งพัดลม และเครื่องนอน

สำหรับพื้นที่ อ.สหัสขันธ์ มียอดผู้ป่วยสะสมแล้ว 40 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 11 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับมาภูมิลำเนาอีกจำนวนมาก ซึ่งต้องรอให้เตรียมพื้นที่รองรับให้เรียบร้อยก่อนจึงจะเริ่มเปิดรับ เพื่อให้คนสหัสขันธ์ได้กลับบ้านเกิด ปลอดภัย 100%


ภาพ/ข่าว  ณัฐพงษ์  ประชากูล จ.กาฬสินธุ์

"IWRM " ภาคธุรกิจจัดการน้ำ เพื่อบริโภคและอุตสาหกรรม "ร่วมแบ่งปันเพื่อสังคม" มอบน้ำดื่ม 3,600 ขวด แก่ "สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งชาติ"

วันที่ 13 กรกฎาคม 2564 ณ สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี "นายธนวัฒน์ สันตินรนนท์ " กรรมการผู้จัดการ INDUSTRIAL WATER RESOURCE MANAGEMENT CO.,LTD (IWRM) ,นายวิเชษฐ์ เกตุแก้ว ผู้สนับสนุน ประสานงานพื้นที่และชุมชน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีชี), นายชัยพร ภูผารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงาน สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย / นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย / นายโกสินธ์ จินาอ่อน บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์ / นายณัฐวุฒิ เหมือนเพชร ผู้อำนวยการข่าวจังหวัดสมุทรปราการ (หนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์) ร่วมกันมอบน้ำดื่มจำนวน 3,600 ขวด ให้แด่ "นายแพทย์สาธิต สันตดุสิต" ผู้อำนวยการสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการบริโภค สำหรับบุคลากร เจ้าหน้าที่ และประชาชนที่มาเข้ารับบริการจากทางสถาบันฯ

ในการนี้ "นายธนวัฒน์ สันตินรนนท์" กรรมการผู้จัดการ IWRM ได้กล่าวถึง เจตนารมณ์ วัตถุประสงค์ ที่นำน้ำดื่มมามอบให้วันนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและขอบคุณ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ที่ทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย คนยากไร้ คนพิการ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

อีกทั้ง "นายแพทย์สาธิต สันตดุสิต" ผู้อำนวยการสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ยังได้กล่าวขอบคุณผู้บริหาร IWRM พร้อมคณะ ที่ได้เป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชน คนพิการ คนยากไร้ ในช่วงสถานการณ์ โควิด-19 นี้เพื่อให้คนไทยอยู่รอดปลอดภัย

พร้อมทั้งขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชน ผู้ประกอบการ ที่มีจิตใจเป็นกุศลอยากจะร่วมบริจาคอาหาร น้ำดื่ม หรือจตุปัจจัยอื่น ๆ สามารถร่วมบริจาคมายัง "สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ" ได้ตามอัธภาพ ในวัน-เวลา ทำการ

'อัศวิน' มอบเครื่องดื่มนวัตกรรมสารสกัดสมุนไพรให้ผู้ป่วยโควิด-19 ระหว่างรอเตียง ถวายเป็นพระกุศลแด่พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

นายวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผึ้งหลวง อัศวิน จำกัด เปิดเผยว่า “ด้วยวันนี้ (13 กรกฎาคม 2564) เป็นวันคล้ายวันประสูติของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ท่านผู้หญิง ม.จ.พันธุ์สวลี กิติยากร และคุณน้ำผึ้ง ม.ล.สราลี กิติยากร ได้มอบหมายผมให้ดำเนินการนำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มนวัตกรรมสมุนไพรที่มีสารสกัดจากพริกไทยดำ สมุนไพรไทยมากคุณค่าทางโภชนาการและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มามอบให้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังไม่ได้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล อยู่ในสถานะรอเตียงซึ่งตอนนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อถวายเป็นพระกุศลให้กับพระองค์ท่าน กอปรกับความห่วงใยของท่านผู้หญิงพันธุ์สวลีและคุณน้ำผึ้งเอง ซึ่งทั้งสองได้มีปณิธานที่ตั้งใจไว้เสมอว่า จะช่วยเหลือ ดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในขอบเขตความสามารถที่จะทำได้ ซึ่ง ณ ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หากช่วยเหลือ หรือทำอะไรให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทั้งสภาพทางเศรษฐกิจและสภาวะทางจิตใจ ก็ขอให้ช่วยกัน จะมากจะน้อย ก็จะเป็นเหมือนกำลังใจที่จะทำให้คนไทยทุกคนฟันฝ่าและรอดพ้นจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นี้ไปได้ด้วยกัน”

นายวุฒิศักดิ์ ฯ กล่าวด้วยว่า “สำหรับความคิดที่นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรที่มีสารสกัดจากพริกไทยดำ ภายใต้ชื่อ “โครงการสมุนไพรไทย สู้ภัยโควิด” มามอบให้แก่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 นั้น เพราะว่าในตอนนี้มีบทความงานวิจัยจากประเทศอินเดีย In silico investigation of spice molecules as potent inhibitor of SARS -CoV -2 ซึ่งมีการจำลองโมเลกุลของเครื่องเทศ 30 ชนิด ที่ช่วยยับยั้งโคโรนาไวรัส พบว่า ไพเพอรีน (Piperine) ในพริกไทยดำ มีประสิทธิภาพมากที่สุด อันนี้จะบอกว่าเป็นข่าวดีก็ว่าได้ เพราะมันทำให้เรามองเห็นทางรอดในการดูแลรักษาให้ประชาชนมีอัตราการติดเชื้อน้อยลง รวมทั้งมีอัตราการรอดชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า-2019 เพิ่มมากขึ้น เพราะบ้านเรามีการปลูกพริกไทยดำอยู่แล้ว และบริษัท ผึ้งหลวง อัศวิน ฯ ของเราก็มีผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากพริกไทยดำผสมอยู่ด้วย อีกทั้งยังเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่เพิ่มเติมสารสกัดตัวอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายด้วย เช่น สารสกัดจากกระชายดำ ขมิ้นชัน ถั่งเช่า เสริมด้วยวิตามินบี ซึ่งล้วนแล้วแต่จะช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น เราก็เลยผุดไอเดีย โครงการสมุนไพรไทย สู้ภัยโควิด ขึ้นมา เพื่อจะช่วยพี่น้องคนไทยของเราครับ โดยวันนี้เราเริ่มต้นทำพิธีเปิดโครงการในบริเวณบริษัทฯ ของเรา นอกจากจะได้ถวายเป็นพระกุศลแล้วยังได้ทำให้สุขภาพร่างกายของคนไทยปลอดภัยแข็งแรง ซึ่งถ้าหากคิดในเชิงธุรกิจ โครงการสมุนไพรไทย สู้ภัยโควิด ก็ถือเป็นกำไรของบริษัทที่ทำได้ดีที่สุดในสถานการณ์โควิด-19 ครับ และตอนนี้เราก็กำลังติดต่อประสานศูนย์พักคอยต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร เพื่อนำผลิตภัณฑ์ของเราที่มีทั้งเครื่องดื่มสมุนไพรอัศวิน และ อินเมทต้า แคปซูลสารสกัดสมุนไพรไปมอบให้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ซึ่งอยู่ในสถานะรอเตียงต่อไป”

นายวุฒิศักดิ์ ฯ กล่าวทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า “ก่อนหน้านี้เราได้นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ทั้งที่ครัวพระราชทานอุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย รวมถึงโรงพยาบาลสนามมงกุฎวัฒนะและโรงพยาบาลสนามเมืองทองธานี รวมถึงเรายังมีโครงการมอบถุงยังชีพให้ประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ หรือให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการอัศวินปันสุข , อัศวินให้ทำทุน รวมถึงร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ร่วมกับโครงการเรื่องเล่าแบ่งปัน เพราะเรามองเห็นถึงความสำคัญของทุกชีวิตที่ต้องร่วมกันต่อสู้กับวิฤตโควิด-19 ในขณะนี้ เชิญชวนทุกท่าน สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราหรือหน่วยงานต่าง ๆ ในการให้กำลังใจ ร่วมแรงร่วมใจในการให้ความช่วยเหลือตามกำลังที่ท่านมี มาต่อสู้กับวิกฤตนี้เพื่อที่เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะครับ”

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถติดต่อได้ที่ Facebook : เครื่องดื่มนวัตกรรมสมุนไพร - Asawin Herbal Drink หรือ โทร.086-336-0605

กาฬสินธุ์ – โควิดพุ่งต่อเนื่อง ขยายเวลาปิดโรงเรียนอีก 14 วัน เตรียมตั้งรพ.สนามเพิ่ม

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาฬสินธุ์มีมติขยายเวลาปิดโรงเรียนและสถานศึกษางดเรียนออนไซต์อีก 14 วัน พร้อมเตรียมเปิดโรงพยาบาลสนามเพิ่มรองรับผู้ป่วย หลังสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ยังคงพบผู้ติดเชื้อที่กลับจากพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดปริมณฑลเพิ่มสูงทุกวัน

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 ที่ห้องประชุมฟ้าแดดสงยาง ชั้น 2 ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ และกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มเติม หลังปัจจุบันพบมีผู้ป่วยติดเชื้อกลับจากพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดปริมณฑลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพบยอดผู้ติดเชื้อสูงทุกวัน และล่าสุดวันนี้ (12 กรกฎาคม 2564) พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากถึงจำนวน 40 ราย ส่วนใหญ่กลับจากพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่แพร่ระบาด ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อของ จ.กาฬสินธุ์พุ่งสูงไปอยู่ที่ 548 ราย โดยกำลังรักษาอยู่ 349 ราย หายป่วยแล้ว 195 ราย ยอดผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 4 รายเท่าเดิม โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายพิชัย ส่งสุขเลิศสันติ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นพ.ประมวล ไทยงามศิลป์ ผอ.โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.กาฬสินธุ์เข้าร่วมประชุม   

โดยจากสถานการณ์ดังกล่าวที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.กาฬสินธุ์มีมติขยายเวลางดจัดการเรียนการสอนแบบนั่งเรียน หรือออนไซต์ ปิดโรงเรียนและสถานศึกษาทุกระดับทั้งจังหวัดอีก 14 วัน จากเดิมได้ประกาศปิดมาตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน - 13 กรกฎาคม 2564 โดยเริ่มผลตั้งแต่วันที่ 14-27 กรกฎาคม 2564  โดยให้จัดการเรียนการสอนให้รูปแบบออนไลน์หรือรูปแบบอื่น อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ที่พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ที่ประชุมยังได้เตรียมพร้อมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 3 เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 120 เตียง โดยเบื้องต้นจะใช้หอประชุมเอนกประสงค์มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พื้นที่ อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ เพื่อรองรับผู้ป่วย นอกจากนี้ยังได้ให้แต่ละอำเภอทั้ง 18 อำเภอ จัดเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลสนาม หลังจากโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลประจำอำเภอ รวมทั้งโรงพยาบาลสนามทั้ง 2 แห่งรองรับผู้ป่วยเต็มแล้ว และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกตำบลจำนวน 135 ตำบลจัดเตรียมสถานที่กักตัวผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงอีกด้วย

นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า  จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ในขณะนี้ได้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มโดยแห่งที่ 3 จะเปิดในวันที่ 14 กรกฎาคม นี้ ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ จำนวน 120 เตียง โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลนามนและโรงพยาบาลสมเด็จ และในขณะนี้พร้อมเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 4 อำเภอกมลาไสย ที่โรงเรียนกมลาไสย แห่งที่ 5 ที่โรงเรียนโนนสวรรค์ อำเภอกุฉินารายณ์ แห่งที่ 6 หอประชุมอำเภอท่าคันโท แห่งที่ 7 หอประชุมอำเภอยางตลาด แห่งที่ 8 หอประชุมอำเภอสหัสขันธ์ และเตรียมเปิดโรงพยาบาลสนามให้ครบ18 อำเภอ ภายในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ คาดว่าจะมีเตียงในโรงพยาบาลสนาม รวมทั้งหมดกว่า 1,000 เตียง รองรับผู้ป่วยโควิด -19 จังหวัดกาฬสินธุ์

นายทรงพล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้พิจารณามาตรการยกระดับการป้องกันโรคโควิด-19 ตามคำสั่งของจังหวัดกาฬสินธุ์ ฉบับที่ 29 โดยขยายเวลาปิดการเรียนแบบ On-site ออกไปอีก 14 วันเริ่มวันที่ 14 - 27 กรกฎาคม 2564 งดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร การประชุมสัมมนา จัดได้ไม่เกิน 50 คน ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 10 จังหวัด จะต้องรายงานตัวกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ และกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นให้รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือ อสม.เพื่อทำการตรวจคัดกรองและประเมินความเสี่ยงโรคโควิด-19

ชลบุรี - ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ร่วมออกเรือกับ ร.ล.สายบุรี เพื่อติดตามการทดสอบความพร้อมหลังการซ่อมทำกำลังทางเรือที่มีความพร้อมรบ และพร้อมปฏิบัติการในทุกภารกิจ

วันที่ 12 ก.ค. 64 พล.ร.อ.สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ , พล.ร.ท.สมัย ใจอินทร์ รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ , คณะฝ่ายอำนวยการฯ และผู้บังคับบัญชาของกองการฝึกกองเรือยุทธการ  ร่วมออกเรือ เพื่อทดสอบความพร้อมหลังการซ่อมทำของ ร.ล.สายบุรี ทั้งในด้านองค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี เนื่องจากเรือเข้ารับการซ่อมทำเป็นเวลานาน จึงต้องมีการตรวจสอบความพร้อมของเรือ เพื่อนำข้อมูลส่งให้หน่วยเทคนิคในฐานะหน่วยซ่อมบำรุง (ทางองค์วัตถุ) และทัพเรือภาคต่าง ๆ ในฐานะหน่วยผู้ใช้งาน โดยกองการฝึกกองเรือยุทธการจัดผู้ประเมินการทดสอบ โดยใช้พื้นที่บริเวณอ่าวไทยตอนบน

ความพร้อมของเรือและอากาศยาน ถือเป็นนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการกองเรือยุทธการให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งในห้วงเดือนที่ผ่านมา ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการได้เชิญกองเรือต่าง ๆ มาบรรยายและนำเสนอข้อมูลความพร้อมของเรือที่อยู่ในความรับผิดชอบ ปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องต่าง ๆ รวมทั้งความก้าวหน้าของการซ่อมทำเรือ เพื่อที่จะร่วมหาแนวทางแกัไข และเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

หลังจากที่รับฟังข้อมูลจากกองเรือต่าง ๆ แล้ว เมื่อวันที่ 18 และ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ได้ลงพื้นที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ จ.ชลบุรี และอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ จ.สมุทรปราการ เพื่อประสานการปฏิบัติรวมทั้งเยี่ยมกำลังพล และตรวจดูสภาพของเรือที่อยู่ในระหว่างการซ่อมทำ เพื่อรับทราบปัญหา ข้อขัดข้องต่าง ๆ สำหรับประเมินความพร้อมของเรือภายหลังจากการเข้ารับการซ่อมทำ ต่อไปเรือที่เข้ารับการซ่อมทำจากหน่วยเทคนิค เมื่อซ่อมทำเสร็จ และส่งมอบเรือ ให้กองเรือยุทธการแล้ว จะให้มีการตรวจสอบความพร้อมของเรือโดยให้กองการฝึกกองเรือยุทธการดำเนินการตรวจสอบในสาขาต่าง ๆ เพื่อเป็นกระจกเงาสะท้อนความพร้อมของเรือภายหลังการซ่อมทำ ก่อนจะออกปฏิบัติราชการ เพื่อจะได้ช่วยกองเรือตรวจสอบ และรายงานผลของการซ่อมทำไปให้กับหน่วยเทคนิคต่าง ๆ ที่ดำเนินการซ่อมทำในแต่ละสาขาที่เกี่ยวข้องได้รับทราบต่อไป


ภาพ/ข่าว  สมนึก เชื้อสนุก

สตูล - สมาคมประชาคมคนตาบอดไทยมอบถุงยังชีพ 41 ชุด พร้อมเงินจำนวน 20,500 บาท ช่วยเหลือเยียวยาคนตาบอดในพื้นที่จังหวัดสตูล ที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19

ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศาลากลางจังหวัดสตูล นายศักระ กปิลกาญจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล รับมอบถุงยังชีพ จำนวน 41 ถุง และเงินสดจำนวน 20,500  บาท จาก นายพัฒน์ธนชัย สระกวี นายกสมาคมประชาคมคนตาบอดไทยและคณะ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาคนตาบอดในพื้นที่จังหวัดสตูลที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19 จำนวน 41 ราย โดยให้ทางจังหวัดสตูลได้ไปจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้พิจารณาคัดเลือกเพื่อส่งมอบถุงยังชีพพร้อมเงินสดช่วยเหลือรายละ 500 บาท ให้แก่คนพิการทางการมองเห็นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 องค์กรละ 1 ราย จำนวน 41 แห่ง โดยมีพันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ ท้องถิ่นจังหวัดสตูล และนางประทุม อู่เจริญ คลังจังหวัดสตูล ร่วมรับมอบด้วย

ทั้งนี้ทางสมาคมฯ ยังคงต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อให้มีทรัพยากรเพียงพอที่จะช่วยเหลือคนตาบอดในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ ผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการช่วยเหลือคนตาบอดที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 โดยการโอนเงินผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์ เลขที่บัญชี 4-8101-4002-4 ประเภทบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดในประเทศไทย หรือร่วมบริจาคเป็นสิ่งของ เพื่อใช้ในการจัดทำถุงยังชีพ สามารถบริจาคด้วยตนเอง หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ ที่ 63/374 หมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ ซอย 10/11 หมู่ที่ 6 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140 สอบถามรายละเอียดโทร. 08-9994-6656


ภาพ/ข่าว  นิตยา แสงมณี / ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล

สมุทรปราการ - ดับอดีตเซียนพระ เหยื่อโควิด !! เจ้าอาวาส เผย สงสารและเป็นห่วงประชาชน

ที่วัดบางพลีใหญ่กลาง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีฌาปนกิจศพให้ผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 โดยมีข้าราชการตำรวจ พยาบาล และญาติผู้เสียชีวิตร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายแบบ New normal

โดยท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง กล่าวว่า วัดได้รับฌาปณกิจศพเหยื่อโควิดมาหลายศพแล้ว ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 64 ซึ่งขณะนี้ทางวัดบางพลีใหญ่กลางได้เผาศพเหยื่อโควิด-19 ไปแล้วรวม 36 ราย และรู้สึกมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนทุกคนรวมถึงสงสารครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 และบุคลากรทางการแพทย์ อีกทั้งเมื่อวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้ประกอบพิธีทำบุญทักษิณานุปทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19

อีกทั้งขณะนี้ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้สั่งให้ทางคณะเจ้าหน้าที่วัดช่วยกันแพคข้าวสารอาหารแห้ง รวมถึงของใช้ที่จำเป็นต่าง ๆ มากมายเพื่อเตรียมไปบริจาคให้กับผู้ที่เดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และนำไปมอบให้กับผู้ป่วยติดเตียง คนพิการในพื้นที่ต่าง ๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้เตาเผาศพที่ใช้เผาศพโควิดอาจมีการเสื่อมสภาพได้เพราะต้องใช้ความร้อนสูงมากและเผาอยู่ตลอดแทบทุกวันก็อาจมีการเสื่อมสภาพได้เป็นธรรมดา แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ทางวัดจะอนุเคราะห์เผาศพโควิดต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าเตาเผานั้นจะแตก หรือจนกว่าจะไม่สามารถเผาต่อได้ ขณะนี้วัดบางพลีใหญ่กลาง มีญาติผู้เสียชีวิตเข้ามาติดต่อขอให้ทางวัดช่วยเผาศพโควิด และมีคิวจองเผาศพโควิด-19  อยู่อีกหลายราย ทางวัดก็มีความยินดีรับอนุเคราะห์ทุกราย  แต่ทางวัดบางพลีใหญ่กลางจะไม่รับฌาปนกิจศพเฉพาะวันศุกร์เท่านั้น   


ภาพ/ข่าว  คิว-ข่าวสมุทรปราการ  รายงาน

ขอนแก่น - ประกาศชัดเศรษฐกิจขอนแก่นต้องรอด นำบุคลากรด่านหน้าด้านเศรษฐกิจตบเท้า เข้ารับการฉีดวัคซีนทางเลือกคึกคัก "ชาญณรงค์" กำชับผู้ประกอบการทุกแห่งปฎิบัติตามคำสั่งอย่างเข้มงวด ทุกคนต้องช่วยกันจึงจะก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปได้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ก.ค. 2564 ที่ห้องประชุมชั้น 13 รพ.ราชพฤกษ์ ถ.มิตรภาพ เขตเทศบาลนครขอนแก่น สถานที่ที่ใช้ในการฉีดวัคซีนทางเลือกสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ใน เขต จ.ขอนแก่น ตลอดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนที่ได้รับการยืนยันรับวัคซีนทางเลือกจากหอการค้า จ.ขอนแก่น ทยอยกันมารายงานตัวและเข้ารับการฉีดวัคซีน "ชิโนฟาร์ม" วัคซีนทางเลือกที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ทำการจัดสรรให้กับหอการค้า จ.ขอนแก่น จำนวน 2,400 โดส โดยมีกำหนดการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรด่านหน้าด้านเศรษฐกิจในวันนี้และวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.)

นายชาญณรงค์ บุริสตระกูล ประธานหอการค้า จ.ขอนแก่น กล่าวว่า หอการค้าขอนแก่น จัดอยุ่ในกลุ่มองค์กรเอกชนขนาดใหญา ซึ่งในระดับจังหวัดยอมรับว่าองค์กรภาคธุรกิจเอกชนนั้นมีเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการได้รับการจัดสรรวัคซีนจากหน่วยงานภาครัฐอาจจะไม่ทั่วถึงเนื่องจากจะต้องใช้กับบุคลากรด่านหน้า แต่ตามการจัดสรรวัคซีนของทางจังหวัดและคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ และทันทีที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ให้องค์กรเอกชนได้ดำเนินการตามนโยบายและระเบียบที่กำหนด หอการค้าขอนแก่น จึงขอรับการจัดสรรวัคซีนทางเลือกในชุดแรก ซึ่งได้รับการจัดสรรทั้งสิ้น 2,400 โดส สำหรับการฉีดให้กับบุคลากรด่านหน้าด้านเศรษฐกิจ 1,200 คน

"วรรคซีนจากทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะช่วยเราได้อย่างมาก เนื่องจากเป็นการจัดสรรให้กับบุคลากรด่านหน้าด้านเศรษฐกิจ ที่ต้องออกเดินทางติดต่อหรือ ต้อนรับลูกค้า ต้องติดต่อส่วนราชการ หรือเดินทางไปต่างประเทศ กลุ่มนี้จึงมีความอ่อนไหวและมีความเสี่ยง หอการค้าจึงได้ติดต่อและขอรับวัคซีนซิโนฟาร์ม ด้วยการดำเนินการในส่วนของทุนภาคเอกชน  ในลักษณะการบริจาคให้กับทางสถาบัน และนำมาจัดสรรให้กับองค์กรสมาชิกของหอการค้า เพื่อให้ทุกคนได้ มีส่วนร่วมและการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการพยายามสนับสนุนให้ประชาชนคนขอนแก่นและคนไทยทั้งประเทศได้รับเร็วขึ้น เพราะเราต้องต่อสู้กับโควิดไปอีกนาน"

ประธานหอการค้า จ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า เมื่อคนจำนวนมากได้รับวัคซีนมากขึ้นแล้ว ก็จะเป็นภูมิคุ้มกันหมู่ขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดที่้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมด้านเศรษฐกิจที่เข้มข้น แต่โจทย์ที่สำคัญคือเมื่อมีคนเดินทางเยอะขึ้น จังหวัดจะต้องรับแขกหรือรับการประชุมสัมมนา หรือจัดงานขนาดใหญ่ เช่นที่ขอนแก่น ซึ่งเราเป็นจังหวัดแห่งการประชุม สัมมนาและจัดแสดงนิทรรศการ ประกอบกับการที่ขอนแก่นเป้นเมืองแห่งการแพทย์ หรือเมดิคอลฮับที่ชัดเจน  ซึ่งการที่ภาคเอกชนได้ให้การสนับสนุนทางการแพทย์ ที่แสดงให้เห็นแล้ววันนี้ จะเป็นภาพแห่งความเข้มแข็ง ที่เราทุกคนจะก้าวผ่านวิกฤติเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน

"เมื่อถึงวันที่เรามีภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งอาจจะสร้างขึ้นในกลุ่มก้อนขนาดเล็กและสะสมจนครบทั้ง 70% ของประชากรชาวขอนแก่น หรือประมาณ 1.2 ล้านคน จากทั้งหมด 1.8 ล้านคน ซึ่งหากเราพูดถึงเฉพาะในพื้นที่เมืองหรือเฉพาะย่านการค้าและย่านที่มีการจัดประชุมสัมมนา ขณะนี้กลุ่มนี้ได้รับวัคซีนที่อยู่ในระดับปลอดภัยและตัดการแพร่กระจายได้  ซึ่งทำให้คนที่จะเดินทางเข้ามาติดต่อนั้นได้มั่นใจว่าขอนแก่นปลอดภัย ขณะที่คนที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัด ก็ได้รับการฉีดวัคซีแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตามชุดแรกจำนวน 2,400 โดส ซึ่งจะฉีดให้กับคน 1,200 คน  ซึ่งในชุดที่ 2 เราจะสำรวจว่าต้องการวัคซีนอยู่เท่าไหร่ เน้นหนักไปในกลุ่มเอสเอ็มอี โดยเฉพาะพ่อค้ารายเล็ก ที่รัฐอาจจะดูแลไม่ทั่วถึงเราก็จะพยายามดูแลเข้าไปจนถึงจุดนี้ เพราะจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงในด่านหน้าเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการในระยะนี้มีภาวะเสี่ยงมีการเคลื่อนย้ายของแรงงานแล้วก็การรับเชื้อที่เร็วกว่าเดิม ดูได้จากจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในเขต จ.ขอนแก่น ที่มีมากขึ้น ทำให้การเรารณรงค์ให้ทุกคนระมัดระวังและป้องกัน รวมทั้งการปฎิบัติตามคำสั่งอย่างเข้มงวด เป็นสิ่งที่ต้องร่วมมือกัน เพราะเราอาจจะเลี่ยงไม่ได้และอาจจะเป็นเรื่องที่หนีไม่ได้ เราต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ต่อไปและทุกคนต้องปลอดภัย เข้มแข็ง และปฎิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top