Wednesday, 9 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

ผิดที่ไว้ใจ!! ‘รัตนพันธ์’ แฉพฤติกรรม 'SC-หญิงอ้อ-ลูกเขย' แค่ผู้ดีลวงโลก พร้อมฝากถึง 'อุ๊งอิ๊ง' อย่าอาสาดูแลชาติ ถ้าเรื่องแค่นี้ยังดูแลไม่ได้

ครอบครัว ‘รัตนพันธ์’ ร้องสื่อมวลชน เพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากถูก บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ASSET  โดยคุณหญิงพจมาน ชินวัตร และ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้เป็นลูกเขย หลอกลวง ฉ้อฉล โดยหลอกเอาเปรียบว่าจะช่วยเหลือ มอบเงินให้ 20 ล้าน สุดท้ายเป็นหลุมพราง กลายเป็นสัญญาเงินกู้ ที่หลอกให้เด็กแค่ 23 ปี เซ็น ด้วยคำพูดที่หวาน อ่อนโยน เห็นอกเห็นใจ และท่าทีที่ดูเป็นมิตร น่าเชื่อถือ กับคำพูดที่ว่า “คนไทยด้วยกัน” จึงทำให้ ทางครอบครัว 'รัตนพันธ์' หลงเชื่ออย่างสนิทใจ 

ซึ่งต่อมาก็ต้องประสบเคราะห์กรรม มีทั้งการสูญเสียบ้านและที่ดินมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ตามบันทึกข้อตกลงที่ SC ASSET ทำร่วมกับ ดร.ศรายุทธ ฉบับลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 โดยหลังจากเสียบ้านและที่ดินไป ครอบครัวรัตนพันธ์ก็บ้านแตกสาแหรกขาด ต่างคนต่างต้องแยกย้ายกันหาที่เช่าอยู่ ขาดรายได้ และไม่มีแม้กระทั่งเงินจะส่งลูกชายเรียนต่อระดับชั้นมหาวิทยาลัย ครอบครัวได้ติดตามให้ SC ASSET รับผิดชอบโดยการชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด จากการทำหนังสือลงทะเบียนตอบรับเป็นทางการ ถึงผู้บริหารและผู้ถือหุ้นกว่า 100 ฉบับ แต่ SC ASSET เลือกให้ผู้บริหารฝ่ายกฎหมายมาเจรจา โดยไม่แสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจังต่อครอบครัว น่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง

ด้านนางสาวฐานิตา รัตนพันธ์, ดร.ศรายุทธ รัตนพันธ์ และ นายลัดฟ้า รัตนพันธ์ จึงต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมจากสังคม ผ่านสื่อมวลชน โดยหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือ 

ซึ่งประเด็นสำคัญ คือ ซีอีโอ SC ASSET หรือ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ เป็นผู้รับปากในที่ประชุม เองว่าไม่ต้องเป็นห่วง จะดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเองจนจบ ครอบครัวก็โล่งใจเพราะปัญหาได้คลี่คลาย แต่ปรากฏว่าภายหลังออกจากห้องประชุม เนื้อความในสัญญาที่ SC ASSET ทำขึ้นกลับไม่ตรงกับสิ่งที่ตกลงร่วมกันในที่ประชุมหลายข้อ และเมื่อติดต่อให้แก้ไข ทางนายอรรถพล ยืนยันว่าแก้ไขไม่ได้ แต่อ้างกับเราว่านี่คือวิธีการที่ดีที่สุดในแก้ปัญหา เพราะต้องทำตามแบบบริษัทมหาชน แต่จะยึดตามเจตนารมณ์ที่คุยร่วมกันในที่ประชุม และต้องเซ็นในบันทึกที่ SC ASSET ทำขึ้นเท่านั้น และด้วยความรู้ไม่เท่าทัน รวมถึงครอบครัวรัตนพันธ์ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากการเซ็นเพื่อให้ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดตามตกลง เราเลยลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวไป

มั่นใจในหลักฐาน ‘ศักดิ์สยาม’ ยันถอนหุ้นก่อนนั่ง ‘รมว.คมนาคม’ ลั่น!! พร้อมแจงข้อมูล หลังศาลรธน. สั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่

(3 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นการชั่วคราว ระหว่างรอคำวินิจฉัยในคำร้องที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน 54 คน เข้าชื่อให้วินิจฉัยสถานภาพความเป็นรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลง หลังยังคงถือหุ้นและเป็นเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ซึ่งเข้าข่ายขาดคุณสมบัตินั้น

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังไลน์ส่วนตัวของนายศักดิ์สยาม โดยนายศักดิ์สยาม ระบุว่า หลังจากที่ได้รับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ก็จะชี้แจงข้อกล่าวหาไปตามกรอบเวลาภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากศาลรัฐธรรมนูญ อย่างเป็นทางการ ซึ่งตนได้เตรียมคำชี้แจงไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ตนได้ยกเลิกภารกิจตรวจราชการที่จ.นครนายก และจ.ปราจีนบุรี ตามกำหนดการเดิมของวันนี้ทั้งหมดแล้ว

ต่อต้านยาเสพติด!! ‘ภูมิใจไทย’ ลั่น ไม่ยอมให้ ‘ยาบ้า’ ครองเมือง ประกาศนโยบาย หากมียาบ้าเกิน 1 เม็ด = ‘ผู้ค้า’

(3 มี.ค. 66) นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของพรรคภูมิใจไทยว่า ปัญหาใหญ่ของประเทศไทยในเรื่องยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า มีการแพร่หลายจำหน่ายกันทั่วทุกอณูของพื้นที่ ข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า ผู้ที่อยู่ในเรือนจำนี้ประมาณ 80% เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด และในคดียาเสพติดมีถึง 90% เป็นผู้ต้องขังที่มีความผิดในเรื่องของยาบ้า เพราะเราไม่มีมาตรการที่ดีพอในการที่จะทำให้การปราบปรามยาบ้า ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านเรา อาทิ มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ ที่โทษเกี่ยวกับยาเสพติดร้ายแรง โทษส่วนใหญ่คือ ประหารชีวิต ทำให้คดีอาชญากรรมเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดไม่มีอะไรเลย เพราะความเข้มแข็งของกฎหมาย และมาตรการที่เข้มข้น

นายศุภชัย กล่าวว่า ขณะที่ประเทศเราค่อนข้างอะลุ่มอล่วย กฎหมายฉบับใหม่ออกมาว่า ใครครอบครองไว้ไม่เกิน 5 เม็ดให้ตำรวจสันนิษฐานว่า มีไว้เพื่อเสพ แต่ถ้าเกิน 5 เม็ดขึ้นไป คือผู้ค้า ในที่สุดผู้ค้า ก็หลบเลี่ยงโดยแทนที่จะค้ากันหลายสิบเม็ด 100 เม็ด ก็เปลี่ยนใหม่เป็นส่งของกันไม่เกิน 5 เม็ด แล้วให้เด็กจะเป็นคนส่ง วันนี้ยาบ้าก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก มีข่าวคนเมายาบ้า คลั่งยาทำร้ายผู้อื่น ทำร้ายตัวเอง ทำร้ายคนในครอบครัว เกิดขึ้นวนไปวนมา เรื่องยาบ้าไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนพูดเหมือนกันหมด แต่ไม่มีมาตรการที่เข้มแข็ง วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำให้ทันกล ทันเกม ของผู้ค้า โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอประกาศกระทรวงสาธารณสุขต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว เปลี่ยนเกณฑ์ใหม่ให้สันนิษฐานว่าแค่ 1 เม็ด คือการมีไว้เสพ ซึ่งโทษก็เบา เกิน 1 เม็ดหรือ 2 เม็ดขึ้นไปถือว่าเป็นผู้ค้า แล้วให้ไปสู้คดีว่า คุณค้ายาหรือไม่
 

เจ๊งไม่ต่างกัน!! 'จตุพร' ซัด 'เศรษฐา' พา 'ปู' เจ๊งไม่เป็นท่า เชื่อ 'อิ๊งค์' ก็คงไม่ต่าง พร้อมเตือน!! เปิดตัวแล้ว ก็ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบเข้มข้น

(3 มี.ค.66) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน "เปิดตัวจริงหรือ?" โดยกล่าวถึงการเปิดตัวของนายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ ถูกแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แต่แบ่งรับแบ่งสู้กับงานการเมืองในอนาคตจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยหรือไม่ พร้อมตำหนิไม่กล้าแสดงภาวะผู้นำตอบโต้ข้อกล่าวหาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายจตุพร กล่าวว่า กรณีของนายเศรษฐา เปิดตัวก็ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบเข้มข้น ซึ่งไม่ยกเว้นกระทั่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จาก พลังประชารัฐ (พปชร.) นายอนุทิน ชาญวีระกูล จากภูมิใจไทย และ พล.อ.ประยุทธ์ จากรวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ก็ต้องตรวจสอบภาวะผู้นำที่จะนำพาความหวังประชาชนเช่นกัน และความเป็นผู้นำต้องอดทนในการชี้แจง

อย่างไรก็ตาม เมื่อนายเศรษฐา เปิดตัว ถูก พล.อ.ประยุทธ์ วิจารณ์หนักในด้านความเก่ง ทำอะไรมา กลับไม่ตอบให้ตรงและชัดเจนเพื่อแสดงถึงภาวะผู้นำ แต่ไปยกย่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีวุฒิภาวะที่เหนือกว่า แล้วหลีกเลี่ยงข้อครหาอันเป็นสาระสำคัญที่ว่า เศรษฐกิจประเทศไม่ใช่ธุรกิจของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง

สิ่งน่าสนใจ นายจตุพร เห็นว่า เมื่อนายเศรษฐา ถูกคาดหมายจะมาเป็นผู้นำประเทศ ก็ต้องตอบข้อครหาเชิงกล่าวหาของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่มาแสดงมารยาททางสังคมต้องเชื่อฟังคนแก่กว่า ซึ่งประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรกับความคาดหวังในภาวะผู้นำของประเทศเช่นนี้

"นายเศรษฐา ไม่ได้เป็นคนใหม่เลย สมัยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นทางการ แต่ก็เป็นที่ปรึกษาที่ไม่เป็นทางการคนหนึ่งในจำนวนสามคน รวมถึงทักษิณและ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วย จนนำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่สำคัญตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ และ รมต.สาธารณสุข ก็เป็นคนของนายเศรษฐา ซึ่งทั้งสองจุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพินาศย่อยยับของรัฐบาลยิ่งลักษณ์”

‘ยูทูบเบอร์ชาวเกาหลี’ รีวิวการกิน ‘สุกี้ตี๋น้อย’ ถึงขั้นพูด “อยากให้เงินเพิ่ม กินเยอะจนอยากขอโทษ”

มาไทยร้องว้าวทุกคน! ล่าสุดนัดท่องเที่ยวชาวเกาหลีรีวิวกินบุฟเฟต์ชาบู ราคาแสนถูก กินเยอะไม่อั้น จนอยากไปขอโทษเจ้าของร้านก่อนกลับบ้าน

ไม่เฉพาะศิลปินโด่งดัง ที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ไทยเท่านั้น แต่เหล่าไอดอล นักแสดง รวมถึงยูทูบเบอร์ ต่างก็ได้เดินทางมาพักผ่อน ลิ้มลองอาหารกันจนติดอกติดใจ จนมาเปิดโลกฮิต เมนูอาหารไทยที่โปรดปราน

ล่าสุดกลายเป็นไวรัล เมื่อช่อง “뱅콕무비 BKKMOVIE” ยูทูบเบอร์ชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โพสต์คลิปรีวิวการกินบุฟเฟ่ต์ชาบูไทยในร้านแห่งหนึ่ง โดยมีข้อความ “วันนี้ขอพักหมูปิ้งมากินหมูต้มบ้าง บุฟเฟต์ สุกี้ตี๋น้อย!!”

รีวิวกินแบบจัดเต็ม การันตีโดยเหล่ายูทูบเบอร์ ที่ออกปากเองว่า อยากให้เงินเพิ่ม กินเยอะจนอยากไปขอโทษเจ้าของร้านเลยทีเดียว เพราะชาบูรสชาติอร่อย แถมราคาถูกอีกด้วย เรียกว่าอาหารไทยอร่อยไม่แพ้ใครจริง ๆ
 

‘WayV’ บุกเซอร์ไพรส์ เป็นนักร้องหลังกำแพงร้องเพลง ‘โต๊ะริม’ ร่วมกับ ‘บลู พงศ์ทิวัตถ์’

(2 มี.ค. 66) กลายเป็นที่หนึ่งเทรนด์โลกไปเมื่อคืนนี้เป็นที่เรียบร้อย สำหรับรายการดัง ‘ร้องข้ามกำแพง’ เพราะศิลปินระดับอินเตอร์อย่าง ‘WayV’ ได้บุกมาเซอร์ไพรส์เป็นหลังกำแพงของนักแสดงสุดหล่อ ‘บลู พงศ์ทิวัตถ์’ และร้องเพลงฮิตอย่างเพลง ‘โต๊ะริม’ ด้วยกัน

เรียกว่าทันทีที่เปิดกำแพงเฉลยออกมา ก็ทำเอาอึ้งไปตาม ๆ กัน เพราะนอกจากเตนล์ที่เป็นคนไทยแล้วนั้น สมาชิกที่เหลือทั้ง คุน, เซียวจวิ้น, เฮนเดอร์รี่, หยางยาง ก็เรียกว่าร้องเพลงไทยได้เก่งมาก

เมื่อเฉลยแบบสมบูรณ์ก็เข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์ที่ทำเอาแฟน ๆ อดแซวไม่ได้ เพราะเตนล์บอกว่าอยากแกล้งให้บลูงง แต่ดันใบ้ตรงทุกอย่าง โดยบลูได้บอกว่า “มันเกินความจริงที่คิดไว้มาก ๆ ดีใจที่ได้ร้องเพลงกับ WayV”

เตนล์ยังบอกอีกว่า “ปกติที่เกาหลีเตนล์ก็ดูรายการนี้อยู่แล้ว เลยดีใจที่ได้พาเพื่อน ๆ มาออก และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ที่ WayV ได้ร้องเพลงไทยกันทุกคน ตอนฝึกร้องกันก็สนุกมาก เพื่อน ๆ ออกสำเนียงเก่งมาก ก็เลยรู้สึกภูมิใจ”

ล่าคนโกงตัวแม่!! สืบนครบาล IDMB ตามรวบ 'นภาพร หรือหวาน'ลำปลาทิว ผู้เสียหายรวมตัวกว่า 600 คน ตั้งกลุ่มไล่ล่า

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหายว่าถูกคนร้ายชื่อ “ นภาพร หรือหวานก่อเหตุโดยสร้างเฟซบุ๊กชื่อบัญชีต่างๆ หลอกให้โอนเงินค่าสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ถึงขนาดมีการรวมตัวกันกว่าหกร้อยคน ตั้งกลุ่มเฟซบุ๊ก ชื่อ “ จับคนโกง นภาพร-แสงจันทร์-ปนัดา-ปภัสสร-สุขใจ - napaporn sangjan ” เพื่อรวมตัวกันแชร์ประสบการณ์ แนะวิธีการเก็บข้อมูลพยานหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดีเมื่อถูกก่อเหตุ ตลอดจนหาวิธีการช่องทางเพื่อประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในการล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้เสียหายที่รวมกลุ่มได้มีการประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. เพื่อให้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาคนดังกล่าวซึ่งยังหลบหนีก่อเหตุต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2558   คนร้ายมีความคิดว่าถ้าโกงผู้เสียหายในจำนวนยอดเงินโกงไม่เกิน 2,000 บาท น่าจะไม่ค่อยมีผู้เสียหายติดตามดำเนินคดี มูลค่าความเสียหาย 2 ล้านบาท ประวัติอาชญากรรมสะอาด

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 เวลาประมาณ 19.30 น. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ,พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก สส.บช.น. , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ , พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.
ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว 
น.ส.นภาพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 148 ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง จังหวัดกรุงเทพมหานคร 
ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 95/2564 ลงวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกงประชาชน , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนอันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ”

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณข้างร้านสะดวกซื้อ ถนนประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

ครอบคลุมไม่มีสะดุด ‘True- dtac’ เริ่มบริการโรมมิ่ง ลูกค้า 2 ค่าย ชี้! ไม่มีการปรับขึ้นราคา-อัดสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้า

‘ทรู คอร์ปอเรชั่น’ เริ่มเปิดให้บริการโรมมิ่งข้ามเครือข่ายระหว่างลูกค้าดีแทค (dtac) และทรูมูฟ เอช (TrueMove H) ทำให้ลูกค้าทั้ง 2 ค่ายได้ประโยชน์หลังการควบรวม และจัดตั้งบริษัทแล้วเสร็จ ในชื่อสัญญาณ ‘dtac-true’ และ ‘true-dtac’

นายมนัสส์ มานะวุฒิเวช ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงสิ่งที่ผู้บริโภคที่ใช้งานเครือข่ายทั้งทรูมูฟ เอช และดีแทค จะได้รับทันที ในวันนี้คือการได้ใช้งานเครือข่ายที่ดีขึ้น

“ทรูจะมีคลื่นความถี่ที่ครอบคลุมทั้งย่านความถี่ต่ำ 700 MHz 850 MHz และ 900 MHz ที่มีความสามารถในการทะลุทะลวง ครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้าง ย่านความถี่กลาง 1800 MHz 2100 MHz 2300 MHz 2600 MHz ที่ให้ประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อ และย่านความถี่สูง 2600 MHz สำหรับใช้งานในภาคธุรกิจ”

โดยโทรศัพท์ของลูกค้าทรู และดีแทคจะมีสัญลักษณ์ ‘dtac-true’ หรือ ‘true-dtac’ ในการโรมมิ่งภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. ให้สามารถดูแลลูกค้ามากกว่า 55 ล้านคน

'บัตร 2 ใบ ใครได้ใครเสีย' | TIME TO KNOW EP.15

การเลือกตั้งปี 2566 นี้มีความแตกต่างไปจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 โดยครั้งนี้ประชาชนจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 'สองใบ' จากครั้งก่อนมีเพียงใบเดียวเท่านั้น แล้วทำไมครั้งนี้ถึงต้องใช้บัตร 2 ใบ ใครได้ใครเสีย มาติดตามกัน...

วันนี้ได้รับเกียรติจาก คุณณัฐนันท์ กัลยาศิริ (ทนายบอน)
ทนายความหัวหน้าสำนักงาน สำนักงานกฎหมายประชาธรรม

ดำเนินรายการโดย วสันต์ มนต์ประเสริฐ
Content Manager THE STATES TIMES

รับชม TIME TO KNOW ตอนอื่นๆ ได้ที่ : https://youtube.com/playlist?list=PL60bae1syuyLeCUW3J3YQWxrNs4ZAeXBp

🎥 ช่องทางรับชม
Facebook: THE STATES TIMES PODCAST
YouTube: THE STATES TIMES PODCAST
TikTok: THE STATES TIMES PODCAST

'ก้าวไกล' ต้องปรับ รื้อจุดอ่อน พร้อมลุยเลือกตั้ง | TIME TO LISTENING EP.9

'พิธา' หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะพาพลพรรคไปทางไหนต่อในเกมการเลือกตั้งหนนี้ยังบอกได้ยาก แต่ที่ต้องเร่ง คือ การรื้อจุดอ่อน วิเคราะห์จุดแข็ง เสริมแกร่งด้านนโยบายโดยเร็ว
ส่วนจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน...ลองติดตามได้จาก EP. นี้

ดำเนินรายการโดย ไอยรา อัลราวีย์
Content Manager

แขกรับเชิญ ศ.ดร. ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์
ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยรังสิต

ติดตามได้ใน THE STATES TIMES PODCAST
และสามารถรับชมคลิปอื่น ๆ ได้ที่ : https://youtube.com/playlist?list=PL60bae1syuyLBnnkZJ5-QgtyID5DqrnG4

🎥 ช่องทางรับชม
Facebook: THE STATES TIMES PODCAST
YouTube: THE STATES TIMES PODCAST
TikTok: THE STATES TIME PODCAST


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top