Friday, 12 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

‘ก้าวไกล’ ชี้ การล่วงละเมิดทางเพศพุ่ง เพราะทัศนคติเชิงลบต่อเหยื่อ และกลไกที่ไม่เอื้อต่อการเข้าถึงความยุติธรรม

ณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ และอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่อกรณีข่าวนักการเมืองคนดังล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เสียหายหลายรายว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นได้ในทุกวิชาชีพ โดยเฉพาะการอาศัยเงื่อนไขของผู้กระทำที่มีอำนาจเหนือกว่า และแม้จะมีข่าวการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอยู่ทุกวัน แต่การข่มขืนกระทำเราหรือการล่วงละเมิดทางเพศกลับเกิดมากขึ้น เพราะสังคมขาดความเข้าใจและยังมีทัศนคติเชิงลบต่อผู้เสียหาย อีกทั้งขาดกลไกรับเรื่องร้องทุกข์จนผู้เสียหายไม่กล้าแจ้งความ ต้องพึ่งพาภาคประชาสังคมหรือต้องทำให้เรื่องกลายเป็นข่าว จี้รัฐปรับปรุงระบบรับร้องทุกข์ที่เป็นมิตร พร้อมเปลี่ยนทัศนคติของสังคมช่วยกันปกป้องผู้เสียหาย  

โดยก่อนหน้านี้สภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ มีตัวแทนทั้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงคุณวุฒิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศมีสาเหตุหลักด้วยกัน 4 ประการ ได้แก่ การที่คนในสังคมยังขาดความตระหนักและขาดการเคารพสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของผู้อื่น การขาดกลไกในการเฝ้าระวังปัญหาโดยเฉพาะในระดับครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน การขาดกลไกรับเรื่อง การรับแจ้งความร้องทุกข์ และกระบวนการยุติธรรมที่เป็นมิตรต่อผู้เสียหาย รวมถึงกลไกการแก้ไขพฤติกรรมของผู้กระทำความผิด และการขาดกลไกการบำบัดฟื้นฟูแก้ไขเยียวยาต่อผู้เสียหายและครอบครัว 

พร้อมทั้งเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งก่อนเกิดเหตุ เมื่อเกิดเหตุแล้ว และหลังเกิดเหตุ ไปยังคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ยกระดับการแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศให้เป็น “วาระแห่งชาติ” แต่จนบัดนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด

“ที่ดูคืบหน้าอยู่บ้างคือร่าง พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง จะเป็น กม.ที่นำมาใช้กับผู้กระทำความผิดที่ก่อเหตุหลายครั้ง และอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการทางการแพทย์หรือการคุมขัง เพื่อเข้าระงับเหตุไม่ให้ไปกระทำความผิด โดยเฉพาะการล่วงละเมิดทางเพศซ้ำอีก ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ สว. แต่นั่นเป็นเพียงปลายเหตุ เพราะปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศมีมากกว่านั้น ทั้งกรณีที่ผู้เสียหายไม่ทราบว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วควรจะดำเนินการอย่างไร เมื่อไปแจ้งความแล้วกลับโดยปฏิเสธไม่รับแจ้งความหรือให้กลับไปหาพยานหลักฐานเอง ไปจนถึงการกลัวคนรอบข้างและสังคมไม่เชื่อ กล่าวโทษกดดัน กลายเป็นผู้เสียหายเป็นผู้ผิด ทั้งการดำเนินคดีที่ยาวนาน มีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก 

ที่แย่ที่สุดคือผู้กระทำที่เป็นผู้มีอิทธิพลหรืออำนาจที่เหนือกว่าผู้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างคนในครอบครัว เป็นผู้ใหญ่กับเด็ก นายจ้างกับลูกจ้าง อาจารย์กับลูกศิษย์ การกระทำต่อแรงงานข้ามชาติ หรือกรณีนักการเมืองที่เป็นข่าวในปัจจุบัน จนผู้เสียหายหวาดกลัว ไม่กล้าแจ้งความ และหลายครั้งยอมถูกกระทำต่อเนื่องกันอีกหลายครั้ง หากรายใดกล้าลุกขึ้นมา ก็ต้องขอความช่วยเหลือกับภาคประชาสังคม องค์กรมูลนิธิต่างๆ หรือต้องทำให้เป็นข่าว ซึ่งเราไม่ควรจะให้กระบวนการที่ต้อง ”ไม่ปกติ” ถึงจะได้รับการช่วยเหลือ กลายเป็นเรื่อง “ปกติ” ไป” 

‘กอบศักดิ์’ มองวิกฤต ‘ศรีลังกา’ เป็นหนังตัวอย่างที่เจอปัญหาหนี้รัฐบาล-ครัวเรือนทะลุเพดาน ชี้ ประเทศตลาดเกิดใหม่ต้องเจอในไม่ช้า หลังผลกระทบโควิด 

.
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า 

จากวิกฤตสู่วิกฤต

ศรีลังกาเป็นเพียงประเทศแรกๆ ใน Emerging markets ที่เข้าสู่วิกฤตในรอบนี้ 

เป็นเพียงหนังตัวอย่าง ที่ยังมีอีกหลายประเทศ ที่จะประสบปัญหาเศรษฐกิจ (แต่คงใช้เวลาอีกระยะ)

ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะว่า ระหว่างสองปีที่ผ่านมา ทุกประเทศทั่วโลกต้องต่อสู้กับการแก้ไขปัญหาโควิด 

รัฐบาลใช้เงินไปมากในการเยียวยา ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในการจัดซื้อวัคซีน และการให้บริการสาธารณสุขกับประชาชนของตนเอง 

ระดับหนี้ของรัฐบาลจึงเพิ่ม ทะลุเพดานหนี้ที่เหมาะสม

ด้านเอกชน  SME ก็ลำบากกันทั่ว จากยอดขายที่ลดลง จากหนี้ที่ต้องก่อ เพื่อหาสภาพคล่องมาประคองธุรกิจ

ส่วนประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ ก็มีหนี้เพิ่มพูน จนระดับหนี้ครัวเรือนของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นกับทุกประเทศทั่วโลก ทำให้ Emerging Markets หลายๆ ประเทศ สะสมความเปราะบางเพิ่มขึ้น เข้าสู่จุดคับขัน 

ที่น่าหนักใจที่สุด ก็คือ ปกติแล้วหลังวิกฤต เราจะมีช่วงดีๆ อย่างน้อย 2-3 ปี  ให้เคลียร์ปัญหาต่างๆ ที่สะสมขึ้น เศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ทำให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ ร้านค้าค้าขายดี รัฐบาลเก็บภาษีได้ 

ทั้งหมดช่วยให้ระดับหนี้ของภาครัฐ เอกชน ประชาชน ลดลง ทำให้ทุกคนฐานะการเงินเข้มแข็งขึ้น สามารถสะสมเงินออมอีกรอบ พร้อมรับกับวิกฤตรอบถัดไป

อย่างไรก็ตาม ที่บอกว่าน่าหนักใจมากรอบนี้ ก็เพราะเรากำลังจะออกจากวิกฤตหนึ่ง แต่จะเข้าสู่อีกวิกฤตทันที 

ช่วงเวลาดีดี ไม่ได้มาอย่างเคย!!! 

ไม่มีเวลาหายใจ

ทำให้ทุกประเทศเข้าสู่อีกช่วงของความท้าทาย โดยที่ทุกคนมีความเปราะบางทางการเงินอย่างยิ่ง 

ยิ่งเงินเฟ้อสูงเป็นพิเศษจากปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ยิ่งเฟดต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย ผลกระทบต่อ Emerging Markets ก็จะยิ่งแรงกว่าปกติ 

หลายคนที่ปริ่มน้ำอยู่แล้ว อาจจมน้ำได้

ศรีลังกาจึงเป็นกรณีศึกษา ที่เป็นบทเรียนให้กับทุกคน

ก่อนโควิดระบาด ศรีลังกาได้ลงทุนในโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ ที่ชอบเรียกกันว่า "โครงการช้างเผือก" ได้สร้างหนี้ให้กับรัฐบาล ทำให้ฐานะของรัฐบาลอ่อนแอลง ทั้งในเรื่องของท่าเรือ สนามบิน โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศ

‘อลงกรณ์’ เผย จีนเปิดด่านโม่ฮานนำเข้าทุเรียนไทยแล้ว ย้ำต้องเข้มงวดมาตรการปัองกันปนเปื้อนโควิด แนะผู้ส่งออกบริหารความเสี่ยงเพิ่มการขนส่งทางเรือทางอากาศเพิ่ม

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาผลไม้ล่วงหน้าในคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เปิดเผย ว่าได้รับรายงานจากสํานักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจํากรุงปักกิ่ง ฝ่ายเกษตร ประจําสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ฝ่ายเกษตร ประจําสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ว่า ด่านโม่ฮานในมณฑลยูนนานเปิดนำเข้าทุเรียนไทยจากด่านบ่อเต็นของลาวแล้วตั้งแต่วันที่15เมษายนที่ผ่านมา หลังจากระงับการนำเข้าทุเรียนไทย 3 วันระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน จากตรวจพบการปนเปื้อนโควิดในรถบรรทุกคอนเทนเนอร์จากไทย

โดยด่านเปิดทำการระหว่างเวลา 08.30 - 21.00 น. และในเวลา17.30 - 21.00 น.เป็นช่วงให้รถบรรทุกเปล่าผ่าน

ส่วนโหย่วอี้กวน(กว่างซีจ้วง)ยังเปิดให้บริการระหว่างเวลา 08.00 - 19.00 น. แต่มีความแออัดจึงควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยง

 “ทั้งนี้ขอให้ผู้ประกอบการดำเนินมาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโควิดและฆ่าเชื้อสินค้าตามข้อกำหนดของทางราชการอย่างเคร่งครัดตามข้อสั่งการของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board)”

‘หมอธีระ’ เตือน! ‘Long COVID’ น่ากลัวกว่าที่คิด ชี้ อย่าหลงคำลวง ‘Omicron’ เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตือนคนไทยอย่าหลงคำลวงว่าแค่หวัดธรรมดา หากติด Omicron รุนแรงน้อยกว่าเดลต้าก็จริง แต่มีโอกาสเกิดภาวะผิดปกติระยะยาว หรือ Long COVID จากเคยปกติ กลายเป็นไม่ปกติ

วันนี้ 15 เม.ย. รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก Thira Woratanarat เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 โดยระบุว่า "Long COVID is real" อย่าหลงคำลวงว่าแค่หวัดธรรมดา กระจอก เป็นแป๊บเดียวก็หาย เอาอยู่ เป็นโรคธรรมดาประจำถิ่น

"หาย ตาย และ Long COVID" เป็นสามทางที่จะเกิดขึ้นหากติดเชื้อ Omicron รุนแรงน้อยกว่าเดลต้าก็จริง

ติดแล้วป่วยมีอาการ มากกว่าไม่มีอาการ มีโอกาสปอดอักเสบ รุนแรง ใช้ท่อช่วยหายใจ มีโอกาสตาย

'ส.ส.ฐิติภัสร์' ประสาน พม.-ตร.ช่วยเด็ก 5 ขวบหนีออกจากบ้าน หลังถูกแม่ตี พบ แม่ติดสุราเรื้อรัง คุมตัวเองไม่ได้ เบื้องต้นทำข้อตกลงให้ป้าดูแล ก่อนนำตัวแม่ส่งบำบัด สัปดาห์หน้า 

จากกรณีเมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยในกรุงเทพมหานคร เข้าช่วยเหลือหนูน้อย อายุเพียง 5 ขวบ ใส่ชุดโกโกวา หนีออกจากบ้านมาอยู่ภายในซอยรามคำแหง 39  สอบถามหนูน้อยบอกว่าน้อยใจแม่ที่ทุบตีเธอ หลังร้องหิวข้าว ขณะที่ญาติๆ พากันเอือมระอาผู้เป็นแม่ วอนเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดูแลนั้น

ล่าสุด น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ ประสานเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และตำรวจ สน.วังทองหลาง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านของเด็กวัย 5 ขวบ พบว่า แม่ของเด็ก ซึ่งข้อเท็จจริงคือยาย มีอาการติดสุราเรื้อรัง เวลาเมาจะควบคุมตัวเองไม่ได้ และทำร้ายทุบตีน้อง เนื่องจากน้องงอแงและซนตามประสาเด็ก เด็กจึงหนีออกจากบ้านไปตามหาพ่อ ซึ่งคือตา แต่ตัวคุณตา ไปต่างจังหวัด จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ไปพบตัวน้องจึงพาไปโรงพักและส่งกลับบ้านเมื่อช่วงเช้า

เบื้องต้นทาง พม.ต้องการให้น้องวัย 5 ขวบอยู่ในความดูแลของ พม.แต่ทางญาติ คือ ป้าศรี ป้าของน้อง ยืนยันจะดูแลน้องเอง จึงให้ทำข้อตกลงว่า ให้น้องวัย 5 ขวบ อยู่ในความดูแลของป้าศรีชั่วคราว ไม่ให้แม่ ซึ่งก็คือ ยาย เข้ามาดูแล แล้วหากมีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเด็กเกิดขึ้นอีก เจ้าหน้าที่ พม.จะมารับตัวเด็กไปดูแลทันที รวมทั้งให้ทางญาติประสานขอสูติบัตร ซึ่งทราบว่าอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด นำกลับมาที่ กทม.เพื่อให้เด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาและสิทธิต่างๆ ที่พึงได้รับ

ปชป. เข้าใจความรู้สึกผู้เสียหายและสังคม ยัน ไม่ปกป้องคนผิด - ขอตำรวจเร่งดำเนินคดี 

‘รัชดา ธนาดิเรก’ ลั่นพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ปกป้องคนผิด พร้อมสนับสนุนให้ผู้เสียหายจากการถูกคุกคามหรือล่วงละเมิด ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ต่อกรณีข้อกล่าวหาคดีคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้น พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจในความรู้สึกทั้งของผู้เสียหายและสังคม  ทั้งนี้พรรคสนับสนุนให้ผู้เสียหายจากการถูกคุกคามหรือล่วงละเมิด ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมได้เดินหน้าโดยเร็ว อีกทั้งขอยืนยันว่าพรรคจะไม่แทรกแซงหรือดำเนินการใดที่เป็นการปกป้องคนผิดอย่างแน่นอน

ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชพิธีสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช 2565

15 เม.ย.2565 - เวลา 10.21 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในการพระราชพิธีสงกรานต์ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเสด็จในการนี้ด้วย


เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงหอพระสุราลัยพิมาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระสุหร่าย สรงพระพุทธรูปสำคัญต่าง ๆ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ และทรงสรงพระบรมสารีริกธาตุ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระสยามเทวาธิราช แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังหอพระธาตุมณเฑียร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิ และพระอัฐิ ทรงสรงน้ำพระบรมอัฐิ และพระอัฐิ ทั่วทุกพระโกศ ทรงกราบที่พระแท่นหน้าเครื่องราชสักการะ เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ พานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร รัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 9 ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา พระสงฆ์ถวายศีลและถวายพรพระ

‘เซินเจิ้น’ ลบภาพจำ จาก ‘เมืองนักก๊อป’ ยกระดับสู่เมืองเทคโนโลยี สร้างเศรษฐีหน้าใหม่

เพจ “ลึกชัดกับผิงผิง” สื่อที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศจีน เปิดเผยว่า เมืองเซินเจิ้น เมืองที่มีมหาเศรษฐีมากเป็นอันดับ 3 ของโลก กำลังดึงบุคลากรดีเด่นจากทั่วโลก 

เมื่อ 3 ปีก่อน นายราจ ออสวาล นักธุรกิจชาวอเมริกัน ไปทำธุระที่เมืองเซินเจิ้นที่อยู่เขตภาคใต้ของจีน รู้สึกประทับใจมากต่อเมืองนี้ จึงตัดสินใจย้ายมาอยู่เมืองเซินเจิ้น และก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีขึ้นมา เขากล่าวว่า ในที่อื่นๆ ของจีนหรือเอเชีย ยากที่จะเห็นเมืองนวัตกรรมสร้างใหม่แบบนี้ ชาวเมืองแห่งนี้มีความมั่นใจต่ออนาคต 

เมื่อกว่า 40 ปีก่อน เมืองเซินเจิ้นยังเป็นหมู่บ้านประมง แต่ปัจจุบันเป็นศูนย์เทคโนโลยีที่ได้รับการขนานนามว่า “ซิลิคอนแวลลีย์แห่งประเทศจีน” มหาเศรษฐี เมืองนี้รวยขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยแซงหน้านครนิวยอร์ก กลายเป็นเมืองที่มีมหาเศรษฐีมากเป็นอันดับ 3 ของโลก 

ตามบัญชีรายชื่อ “มหาเศรษฐีโลกประจำปี 2022 หูรุ่น” (Hurun Global Real Estate Rich List 2022) ปัจจุบัน กรุงปักกิ่งเป็นเมืองที่มีมหาเศรษฐีจำนวน 144 คนมากเป็นอันดับ 1 ของโลก นครเซี่ยงไฮ้ 121 คนเป็นอันดับ 2 เมืองเซินเจิ้น 113 คน จัดอยู่อันดับ 3 นครนิวยอร์ก 110 คน เป็นอันดับ 4 กรุงลอนดอน 101 คน จัดอยู่อันดับที่ 5 

‘เทพไท’ ชื่นชม ‘ปริญญ์’ ที่ยอมลาออกจากทุกตำแหน่ง ชี้ เป็นการแสดงสปิริต และรักษามาตรฐานพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์  โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว ว่า ขอบคุณ ปริญญ์ พานิชภักดิ์ ที่รักษามาตรฐานของพรรคไว้ ด้วยการลาออก

ขอชื่นชมในสปิริตของนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ที่ตัดสินใจลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งรองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และส.ก.ของพรรค เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพรรค ซึ่งเป็นการเสียสละและรับผิดชอบต่อพรรค เพื่อไปต่อสู้พิสูจน์ความจริงตามกระบวนการยุติธรรม และไม่ให้ผลของข้อกล่าวหากระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์

'โบว์ ณัฏฐา' มอง!! ดราม่าคุกคามทางเพศกับแรงต่อยอดของสังคมไทย แนะ!! เลี่ยงนำคำตอบของตนไปวนใส่ความคิดของผู้อื่น

'โบว์-ณัฏฐา มหัทธนา’ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

กรณีการคุกคามทางเพศที่เป็นข่าวอยู่นั้นคงแทบไม่เหลือคำถามอะไรมากมาย สิ่งที่น่าสนใจ คือ สังคมจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร ซึ่งก็คงมีอีกหลายคนช่วยกันต่อยอดไปในประเด็นต่างๆ ขอให้กำลังใจทุกคนที่กำลังต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม ซึ่งบางครั้งจะเป็นการต่อสู้ในหลายมิติ ซึ่งต้องอาศัยความแข็งแกร่งภายในและการสนับสนุนจากคนรอบตัวที่ยืนระยะได้ 

สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้ คือ ความเห็นที่ทิ่มแทงทำร้ายคุณจะโดดเด่นขึ้นมาในสายตาและประทับอยู่ในหัวใจของคุณ แต่สิ่งที่มีมากกว่านั้น คือ แรงใจสนับสนุนที่คุณอาจมองข้ามหรือเห็นไม่ชัดเท่า อย่าลืมมองสิ่งที่มีค่าเหล่านั้นให้เห็นด้วย

ส่วนตัวค่อนข้างสนใจทัศนคติของคนในสังคมเกี่ยวกับ “การมีส่วนในความผิด” ของผู้เสียหายเมื่อมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น อันที่จริงในแวดวงที่ทำงานกับเรื่องเหล่านี้ก็มีการพูดถึงกันไปอย่างลึกซึ้งแล้วในประเด็น “Victim Blaming” ส่วนตัวไม่ได้มีความรู้หรือความเห็นจะต่อเติมอะไรกับกลุ่มคนที่มีความตระหนักรู้เรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว และไม่ได้มองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่าเราไม่ควรด่วนตัดสินใครไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหายหรือผู้ถูกกล่าวหา แต่อยากพูดกับคนทั่วๆ ไปที่ยังมีความคิดเหล่านี้เป็นอัตโนมัติอยู่...

“ไปคอนโดเขาแล้วคิดว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเนี่ยนะ”
“ชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสองคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“ถ้าไม่มีใจจะขึ้นรถไปด้วยทำไม” 
“ก็ไปหาเขาเอง” 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top