Friday, 5 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

EECO ติดตามท่าเรือแหลมฉบัง ประชุมติดตามความก้าวหน้าท่าเรือ รายงานแผนขยายระยะเวลาก่อสร้าง ชมพื้นที่ก่อสร้างถมทะเลและสาธารณูปโภค พร้อมผลักดันเป็นท่าเรือมาตรฐานโลก

EECO ติดตามความก้าวหน้าโครงการท่าเรือแหลมฉบังฯ

พร้อมขับเคลื่อนตามแผนงาน ก้าวสู่ท่าเรือมาตรฐานระดับโลกในพื้นที่อีอีซี

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 นายธาริศร์ อิสสระยั่งยืน รองเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสัญญา โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม 1 อาคารบริหารท่าเรือแหลมฉบัง และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมรับทราบความก้าวหน้าการก่อสร้าง ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการลดผลกระทบของโครงการฯ

ทั้งนี้ ในที่ประชุมฯ  ได้มีการรายงานความก้าวหน้างานก่อสร้างส่วนที่ 1 งานก่อสร้างทางทะเล รวมถึงการรับทราบแผนงานและการขยายระยะเวลาดำเนินงาน ตลอดจนรายงานความคืบหน้างานก่อสร้างส่วนที่ 2 ซึ่งประกอบด้วย งานก่อสร้างอาคาร ท่าเทียบเรือ ระบบถนน และระบบสาธารณูปโภค พร้อมทั้งติดตามแผนบูรณาการงานก่อสร้าง การส่งมอบพื้นที่ท่าเทียบเรือ F1 และแนวทางควบคุมคุณภาพพื้นที่ท่าเทียบเรือ F2 ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด รวมทั้งได้รับทราบการดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ เพื่อให้การดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องตามแผนพัฒนาท่าเรือฯ ให้ก้าวสู่ท่าเรือมาตรฐานโลก เพื่อรองรับและดึงดูดการลงทุนในพื้นที่อีอีซีต่อไป

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารสัญญาฯ อาทิ นางสาวรัชนีพร ธิติทรัพย์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง นายชนภัทร วินยวัฒน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานวิชาการ นางสุภาภรณ์ เสนาลักษณ์  ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการร่วมลงทุน สกพอ. และผู้บริหารจาก บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด (บริษัท GPC) ได้ร่วมกันติดตามความก้าวหน้าของการก่อสร้าง โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F โดยได้เข้าเยี่ยมชมพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อตรวจเยี่ยมงานถมทะเลของโครงการฯ งานก่อสร้างท่าเทียบเรือ งานถนนและสะพาน และงานสาธารณูปโภค เป็นต้น

พลังงานเผยไทยสำรองน้ำมันพอ 117 วัน จับตาฮอร์มุซตึงเครียดดันราคาดิบโลกพุ่งอีกครั้ง ฮอร์มุซยังเป็นจุดเสี่ยงพลังงานโลก พลังงานเผยราคาน้ำมันไทยทรงตัว ดีเซลไทยคง 39.95 บาทต่อลิตร

กระทรวงพลังงาน ขอรายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ ปริมาณสำรองและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569

1.สถานการณ์พลังงานโลกและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา

-  สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงยังเปราะบางอย่างมาก และได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องยุติสงครามของอิหร่านอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ผู้นำอิสราเอลย้ำว่าสงครามยังไม่จบเนื่องจากยังต้องยับยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน รวมถึงตลาดยังจับตาการหารือประเด็นนี้ในการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนที่กำลังจะเกิดขึ้น ปัจจัยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่าสงครามจะยืดเยื้อและส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของอุปทานน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานหลัก ที่อาจเผชิญภาวะชะงักงันยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ หากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ส่งผลให้ทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก กลับมาพลิกปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจนเพื่อตอบรับกับความกังวลดังกล่าว หลังจากที่ภาพรวมราคาเคยปรับตัวย่อลงมาในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าจากความหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจคลี่คลายลง

2. ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ และ การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล

- ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 117 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 31 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 35 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 26 วัน  

- การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ข้อมูลเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 1- 10 พฤษภาคม 2569 ไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 69.28 ล้านลิตร และจำหน่าย 58.05 ล้านลิตร

3. ราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ต่างประเทศ และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 

- ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B7 อยู่ที่ 39.95 บาท และดีเซล B20 ที่ 32.95 บาทต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล 95 อยู่ที่ 42.45 บาท แก๊สโซฮอล 91 ที่ 42.08 บาท และแก๊สโซฮอล E20 ที่ 35.45 บาท 

- เทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยอยู่ที่ 42.45 บาท ขณะที่ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 45.57 - 88.16 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซล   ของไทยอยู่ที่ 39.95 บาทต่อลิตร ขณะที่ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์    อยู่ที่ 41.48 – 114.15 บาทต่อลิตร 

- ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ติดลบ 63,379.82 ล้านบาท โดยมีรายจ่ายประมาณวันละ 71.93 ล้านบาท

ตอบประเด็นผลการเยือนจีนของทรัมป์ครั้งนี้ สหรัฐฯต้องการอะไร และผลการหารือกับสีจิ้นผิงจะจบสวยหรือไม่ อย่างไร

ประธานาธิบดีทรัมป์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับการไปเยือนจีนและพบสี จิ้นผิงมาโดยตลอด ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งสมัยที่สอง

กำหนดการเยือนจีนต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากความผิดพลาดของทรัมป์ในการโจมตีอิหร่าน จนเกิดวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์นี้ทำให้สี จิ้นผิงได้เปรียบในการเจรจา โดย The Economist ยังชี้ว่าความผิดพลาดของทรัมป์คือโอกาสของจีน

จีนยังแสดงให้เห็นว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากวิกฤตพลังงาน เนื่องจากมีพลังงานสำรอง เส้นทางเลือก และการลงทุนในพลังงานสะอาด (energy security)

ผลการเยือนครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะออกมาในเชิงบวกและชื่นมื่น แต่เป็นเพียง "เกมซื้อเวลา"
.
รองศาสตราจารย์ ดร. อักษรศรี พานิชสาส์น 
คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ขอตอบประเด็นไต้หวัน ทำไมคือ เมนูหลักของสีจิ้นผิงที่ต้องนำขึ้นโต๊ะเจรจากับทรัมป์ในการพบกันครั้งนี้

จีนถือว่าไต้หวันเป็น "เมนูหลัก" และเป็น "ผลประโยชน์หลัก" (core interest) ของจีนในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ มาโดยตลอด โดยมีการย้ำเรื่องนี้ในการสนทนาระหว่างสีจิ้นผิงกับทรัมป์ และในสื่อของทางการจีนอย่าง China Daily

ไต้หวันถูกเรียกว่าเป็น "เส้นแดงที่อ่อนไหวที่สุด" (the most sensitive red line) ในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ

จีนย้ำถึงความจำเป็นในการเคารพ "หลักการจีนเดียว" (One China Principle) และแถลงการณ์ร่วม 3 ฉบับก่อนหน้า ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับการเจรจา

ผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐฯ ไม่ควรประมาทประเด็นไต้หวัน เพราะเป็นรากฐานสำคัญต่อความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

รองศาสตราจารย์ ดร. อักษรศรี พานิชสาส์น 

คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

สวนนงนุชให้ฟรี!! เปิดเทอมนี้เที่ยวฟรีวันเกิด เฉพาะคนไทยโชว์บัตรประชาชน รับสิทธิ์เข้าฟรีทันทีเฉพาะวันเกิด เด็ก ผู้สูงอายุยังมีส่วนลดพิเศษ

เปิดเทอมนี้ สวนนงนุชพัทยามอบของขวัญวันเกิดสำหรับนักท่อง

เที่ยวชาวไทย “เกิดวันไหน…เที่ยวฟรีวันนั้น!”

สวนนงนุชพัทยา โดย นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา จัดโปรโมชั่น ต้อนรับเปิดเทอม ตั้งแต่วัน 12 พฤษภาคม2569 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2569 เพียงมาเที่ยวตรงกับ “วันเกิดของคุณ”รับบัตรผ่านประตูเข้าชมสวนนงนุชพัทยา ฟรี! ตลอดทั้งปี(เฉพาะวันเกิดเท่านั้น)

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย(ที่มาแบบwalk-in)  เพียงแสดงบัตรประชาชน ณ จุดจำหน่ายบัตร  ก็รับสิทธิ์เข้าชมฟรีได้เลย

ชวนครอบครัว เพื่อน หรือคนพิเศษมาสร้างความทรงจำดี ๆ ท่ามกลางสวนสวยระดับโลก  และมุมถ่ายรูปสุดอลังการ

นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์เพื่อสังคมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ ได้แก่

เด็กส่วนสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร เข้าฟรีทุกวัน (เมื่อมากับครอบครัว)

ผู้พิการ เข้าฟรีทุกวัน

ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าฟรีทุกวันศุกร์

ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป เข้าฟรีทุกวันตลอดปี

เพราะวันเกิดของคุณ…คือวันพิเศษสำหรับเรา 

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nongnoochpattaya.com

“สตาร์มเมอร์” ส่อหลุดเก้าอี้ปี 2569 เดลี่เทเลกราฟชี้ชะตา “สตาร์มเมอร์” หลัง สส.แรงงาน 80 รายกดดันให้กำหนดวันลาออก จากเศรษฐกิจตกต่ำถึงแรงกดดันในสภา ส่อเปลี่ยนนายกฯ คนที่ 5 ในรอบ 5 ปี

เดลี่เทเลกราฟ ทำนายชะตากรรมนายกอังกฤษ น่าจะไม่เกินปี 2569 หลัง สส.พรรคแรงงาน(ลูกพรรคตัวเอง) จำนวนถึง 80 รายยื่นหนังสือให้ นายกกำหนดวันที่จะลาออกจากตำแหน่ง

หาก นายเคียร์ สตาร์มเมอร์ หลุดจากตำแหน่งนายกในปีนี้ อังกฤษจะสร้างสถิติใหม่ เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี บ่อยที่สุดในโลก 5 คนใน 5 ปี หรือเฉลี่ยปีละคน

การกดดันจากทั้งนอกและในสภาอังกฤษให้ นายกพิจารณาตัวเองว่าไร้ความสามารถ มีมาเป็นระยะๆ และเห็นเป็นรูปเป็นร่าง หลังทรัมป์เข้ารับตำแหน่งปธน.สหรัฐ เมื่อต้นปี 2025 เมื่อทรัมป์ประกาศออกสื่อเหยียดหยามนายกอังกฤษ โดยสตาร์มเมอร์ไร้ท่าทีต่อต้าน เสมือนยอมรับเป็นในๆ และกระแสกดดันแรงขึ้นเมื่อสภาพเศรษฐกิจอังกฤษตกต่ำ จนเกิดการประท้วงในหลายเมืองให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา

ที่มา : https://www.facebook.com/100050827629069/posts/1527429315627975/?rdid=JFmxYLjOowRg0t85#

ตัวแทนคุณแม่รอรับ “ทักษิณ” ลูกชายยิ่งลักษณ์ หลานชายทักษิณ ดีกรีปริญญาเอก Imperial College เปิดรางวัลวิชาการ จากเวทีคณิตศาสตร์โลก สู่ตัวท็อปวิศวกรรมเครื่องกล

น้องไปป์ มาเป็นตัวแทนคุณแม่ยิ่งลักษณ์ชินวัตร รอรับคุณลุงทักษิณ กลับบ้านด้วย

น้องไปป์ - ศุภเสกข์ อมรฉัตร

ลูกชายคนเดียวของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

- ศุภเสกข์ อมรฉัตร ชื่อเล่น ไปป์

- เกิด : 29 มีนาคม 2546 ปัจจุบันอายุ 23 ปี

- พ่อ-แม่ : อนุสรณ์ อมรฉัตร นักธุรกิจ กับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 28

- ศักดิ์ : เป็นหลานชายของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนที่ 23

มัธยมโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ กรุงเทพ Harrow International School

ปริญญาโท : จบหลักสูตร Integrated Master’s of Mechanical Engineering จาก Imperial College London หรือราชวิทยาลัยอิมพีเรียล

ปัจจุบันกำลังศึกษาปริญญาเอก : ได้ทุน President's PhD Scholarships เรียนต่อ PhD สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ที่ Imperial College London 4 ปี แบบ Full Scholarship

สมัยมัธยม : เป็นตัวแทนประเทศไทยแข่งคณิตศาสตร์โลก World Mathematics Championships ได้ 2 เหรียญเงิน ที่ออสเตรเลีย

  - เหรียญเงิน ความรู้ทางคณิตศาสตร์ Knowledge-Senior Silver

  - เหรียญเงิน Collaboration-Senior Silver

ระดับมหาวิทยาลัย Imperial College London

  - รางวัลเหรียญ Bramwell รางวัลเก่าแก่ มอบให้ นศ.ที่คะแนนเป็นอันดับต้นๆ ของชั้นปีสุดท้าย สาขาวิศวกรรมเครื่องกล

  - รางวัล Henry Ford II Scholar Award มอบให้ นศ.ที่มีผลการเรียนดีที่สุดจากการสอบวัดผล ป.ตรี วิศวกรรมเครื่องกล

  - รางวัล National Power Prize in Mechanical Engineering

  - รางวัล Frederic Barne Waldron "Best Student" Award ของ IMechE สถาบันวิศวกรรมเครื่องกล

สรุปคือโปรไฟล์ทั้งหล่อทั้งเก่ง สายวิศวะตัวท็อปจากมหาลัยระดับโลกเลย

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=3545546512260536&id=100004156661227&rdid=hSJJtXt92E0KEzTM#

‘เอนก’ ชูยุทธศาสตร์ใหม่ไทย!! วิถีผู้นำไทยยุคใหม่ “รบได้ รวยเป็น และตื่นรู้” เอนกชี้ต้องพร้อมรบแต่ไม่เริ่มสงคราม ไทยต้องพัฒนาวัตถุโดยไม่ขายจิตวิญญาณ

เอนก เหล่าธรรมทัศน์ Anek Laothamatas กล่าวว่า

ยุทธศาสตร์ใหม่ของไทยในโลกปัจจุบัน: รบได้ รวยเป็น และตื่นรู้
เอนก เหล่าธรรมทัศน์

โลกนี้ไม่ได้ใจดีพอให้เราเจริญทางจิต​ พอเท่านั้น เรามีอธิปไตยและพรมแดนที่ต้องปกป้อง มีประชากรที่เปิดหน้าจอหนัง​ จอข่าว​ จอสื่อนานาชนิดเพื่อดูคนชาติอื่นที่รวยกว่า ทันสมัยกว่า มีสุขอนามัยที่ดีกว่า อยู่อาศัยดีกว่า​เรา

นี่คือความจริงที่เราหนีไม่พ้น:

· เราต้องป้องปรามผู้รุกราน
· เราอดเปรียบเทียบกับชาติอื่นไม่ได้
· เราทิ้งวัตถุไม่ได้ และก็ไม่ควรทิ้ง

ความผิดพลาดมหันต์คือการคิดว่าเรามีแค่สองทาง: "สู้สุดตัว" หนึ่ง หรือ "ปลงตก" อีกหนึ่ง
เราต้องการทางที่สามต่างหาก
ความคิดที่หนึ่งที่ต้องปรับ "วัตถุที่พอเพียง มีไว้  เพื่อจิตที่เข้มแข็ง"
เราไม่ได้เกลียดวัตถุ​หากเราขยาดปรัชญา "วัตถุนิยม" ที่หลอกเราว่า "ยิ่งมี ยิ่งสุข" หรือ​"มีมาก​ จะทำให้สุขมาก"

ความจริงเราต้องการวัตถุเพื่อศักดิ์ศรี เพื่อสุขภาพ เพื่อการศึกษา เพื่อป้องกันประเทศ

พุทธ: "มีสติในการบริโภค" ไม่ใช่ห้ามมี แต่รู้ว่ามีเพื่ออะไร
เต๋า: "บ้านเมืองควรมีอาวุธ แต่ไม่ใช่อวดอาวุธ"
ขงจื๊อ: "บ้านเมืองมั่งคั่งได้ แต่ต้องมั่งคั่งอย่างมีธรรม"
ทางใหม่คือ: เราต้องการ "ความจำเริญทางวัตถุที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญา ไม่ใช่ด้วยตัณหา"
ความคิดที่สองที่ต้องปรับ: "เรารบได้ แต่เราไม่ใช่ชาติที่ชอบรบ"
การมีกำลังป้องกันไม่ใช่การเป็นนักเลง มันคือการเป็น "เม่นที่สิงโตไม่กล้าแตะ"
เราไม่ต้องมีกองทัพใหญ่ที่สุดในโลก แต่ต้องเป็น "ชาติที่รุกรานแล้วไม่คุ้ม"

"เตรียมพร้อมรบเพื่อที่จะไม่ต้องรบ" — คติเต๋า
"ผู้ชนะศึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือผู้ชนะโดยไม่ต้องใช้กำลัง" — ซุนวู
"ถ้าประชาชนสามัคคี มีผู้นำปรีชา แม้ไม่มีกำแพงสูง ศัตรูก็ไม่กล้ากราย" — สุภาษิตการสงครามของจีนโบราณ

ความคิดที่สามที่ต้องปรับ: "เราเปรียบเทียบกับผู้อื่นได้ แต่ต้องรู้ว่าเปรียบเทียบเพื่อยกระดับตัวเอง อย่างเหมาะสมกับตนเอง"
คนไทยเห็นแฟชั่นเกาหลี เห็นศิลปะญี่ปุ่น เห็นสุขอนามัยสวิตเซอร์แลนด์
แล้วก็อดใจเปรียบเทียบไม่ได้ — ไม่ผิด
ผิดแต่เปรียบแล้วได้แต่ทุกข์ อิจฉา​ ริษยาก็มี​  โกรธรัฐกับสังคมไทยที่สนองแบบนั้นไม่ได้ก็มี​ โดยไม่รู้ว่าจะไปต่ออย่างไร

ทางใหม่ของเราคือ: "เรียนเขามา แล้วทำให้ดีในแบบเรา"

· ไม่ต้องเป็นมิลาน แต่เป็น "ศูนย์กลางความงามที่มากด้วยจิตวิญญาณ"
· ไม่ต้องมีโรงพยาบาลหรูที่สุด แต่เป็น "ผู้นำการแพทย์ที่รักษาทั้งกายใจ"
· ไม่ต้องมีศิลปะแพงที่สุด แต่เป็น "บ้านของศิลปะที่ทำให้คนตื่นรู้"
ยุทธศาสตร์ใหม่ของไทย: สามประสานที่มั่นคง
ยุทธศาสตร์ที่หนึ่ง: ป้องกันศักดิ์ศรีของชาติ (อำนาจทางวัตถุที่จำเป็น)
· กองทัพอัจฉริยะ ป้องปรามได้ ไม่รุกรานใคร
· เป็นพันธมิตรที่ยืดหยุ่น แต่ไม่มีใครใช้เราเป็นเบี้ย
· มั่นคงทางอาหาร พลังงาน น้ำ — ต่อให้โลกปิดล้อม เราก็อยู่ได้

ยุทธศาสตร์ที่สอง: ยกระดับชีวิตประชาชน (คุณภาพทางวัตถุที่สมดุล)
· สาธารณสุขที่ผสานการแพทย์ล้ำสมัยกับภูมิปัญญาจิต
· การศึกษาที่ผลิต "มนุษย์สมบูรณ์" — เก่งเทคโนโลยี มีสติรู้ตื่น
· ศิลปะ-แฟชั่นไทยในเวทีโลก เป็น "ทูตทางวัฒนธรรม" ไม่ใช่แค่สินค้าส่งออก
· เศรษฐกิจสร้างสรรค์-สีเขียว-การดูแล — "รวยมีราก ไม่ใช่รวยฟองสบู่"

ยุทธศาสตร์ที่สาม: รักษาดุลยภาพทางจิต (ศักดิ์ศรีทางจิตวิญญาณ)
· ศูนย์กลางการฝึกจิตโลก — "สติ" สำหรับยุค AI
· สุขภาพจิตเป็นโครงสร้างพื้นฐานชาติ
· ปฏิเสธการพัฒนาใดที่ทำลายจิตวิญญาณ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเชย

วิถีใหม่ของผู้นำไทย: "นักรบ-นักปราชญ์"

นี่คือแก่นของบทวิเคราะห์นี้ ผู้นำไทยในโลกใหม่ต้องไม่ใช่แค่นักรบที่เก่งการศึก และไม่ใช่แค่นักบวชที่สวดมนต์นั่งสมาธิอยู่บนหอคอย
ผู้นำที่แท้จริงต้องเป็น "นักรบ-นักปราชญ์"
นักรบ: เพราะโลกนี้ไม่ได้มีแต่เทพธิดา เรามีพรมแดน มีภัยคุกคาม มีมหาอำนาจที่ทดสอบเราเสมอ ผู้นำต้องเด็ดขาด รู้ว่าอะไรยอมได้ อะไรยอมไม่ได้ และเมื่อถึงเวลายกทัพ ก็ต้องไปนำ
นักปราชญ์: เพราะปัญญาเท่านั้นที่จะทำให้เราชนะโดยไม่ต้องรบ ปราชญ์รู้ว่าเมื่อไหร่ควรรุก เมื่อไหร่ควรรับ เมื่อไหร่ควรนิ่ง รู้ว่าเสือกับมังกรตีกัน เราอยู่ตรงไหน รู้ว่าการพัฒนาแบบไหนคือหายนะที่ห่อด้วยกระดาษทอง

"นักรบ-นักปราชญ์คือผู้ที่รู้เมื่อควรใช้คมดาบ และรู้เมื่อคมปัญญาจะคมกว่าคมดาบ"
"ผู้ใดมีปัญญา ผู้นั้นมีพลังเหนือกองทัพ"
"ผู้นำที่ปรีชา ไม่ใช่ผู้ที่ชนะศึกทุกรบ แต่คือผู้ที่รู้ว่าศึกไหนไม่ควรเกิด"
ผู้นำแบบนักรบ-นักปราชญ์กล้าพูดว่า:

· "เราจะเตรียมรบให้พร้อม แต่เราจะไม่ให้ใครมาทำให้เราเป็นผู้เริ่มสงคราม"
· "เราจะรวยแบบคนมีปัญญา ไม่ใช่รวยแบบคนบ้าคนโลภ"
· "เราจะเจริญ แต่ความเจริญของเราวัดด้วยความสงบร่มเย็นของบ้านเมือง ไม่ใช่แค่ตึกสูง"

บทสรุป: เราไม่วิ่งแข่ง ใคร​ แต่เรายืนได้ด้วยลำแข้งของเรา
เราไม่ต้องเลือกเป็น "ชาตินักรบ" หรือ "ชาติปลงตก"
เราเป็น "ชาติแห่งนักรบ-นักปราชญ์"
ที่รบได้ แต่รักสันติ
ที่รวยได้ แต่รู้พอ
ที่ทันสมัยได้ แต่ไม่ขายจิตวิญญาณ
"สามประสานที่มั่นคง: ป้องกันได้ — มั่งคั่งเป็น — รู้ตื่นอยู่"
"ดาบที่คมที่สุด คือดาบที่ไม่ต้องชัก"
"ปราชญ์ชนะสงครามก่อนที่มันจะเริ่ม"
เราไม่วิ่งตามใคร
เรายืนด้วยลำแข้งแห่งวัตถุธรรม ขับเคลื่อนมันด้วยจิตปราชญ์
และ​ เราจะเดินไม่ใช่เพราะเราอยากกวดไล่หรืออยากวิ่งหนีไม่ให้ใครตามมาใกล้ๆ​ เราขอรู้ให้ชัด​ ทำให้ใช่ว่าเรากำลังเดินไปทางไหน​ ถูกทางแล้ว​ ต่างหาก
ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ ที่เราต้องเปลี่ยน​  แล้วเมื่อไหร่?
ถ้าไม่ใช่เรา แล้ว​  จะเป็นใ​คร?

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1482967256536663&id=100044702075274&post_id=100044702075274_1482967256536663&rdid=yV1pWaTH3ZcCyYYF#

ยืนหรือไม่ยืนในโรงหนัง? จากเพลงสรรเสริญฯ ในโรงหนัง สู่คำถามใหญ่ของคนต่างรุ่น ความเคารพที่แท้จริงบังคับไม่ได้ ต้องปลูกด้วยความเข้าใจและพระมหากรุณาธิคุณที่รับรู้ได้

ผู้ใช้เฟสบุ๊ค ประกิต สิริวัฒนเกตุ ได้กล่าวว่า

คุณยังเข้าโรงหนัง และคุณยังยืนถวายความเคารพอยู่หรือไม่

หนังโรงเรื่องสุดท้ายที่ได้ดูคือ มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล 7 ปิดปฏิบัติการล่าพิกัดมรณะ เมื่อนู่นเลย พ.ค. ปีที่แล้วหรือเกือบจะ 1 ปี เป็นการไปดูหนังในโรงกับคุณพลอยครั้งแรกในรอบ 6 ปี (มี พี่โต๋ พี่หนึ่ง) ด้วย

ผมไปดูเพราะได้บัตรฟรี เป็นโรงหนังพร้อมเตียงนอนสุดอลังการ หนังจอยักษ์ เสียงอึกทึกครึกโครม บวกกับเนื้อเรื่องเอ็มไอ7 มันสนุกตื่นเต้นจริงๆ พอผมดูเสร็จ กลับมาบ้านผมใช้เวลาคิดไม่นาน ตัดสินใจไปถอยทีวี 85 นิ้ว ทำโฮมเธียเตอร์ ปิดไฟนอนดู โอ้วววตื้นเต้นดีนักแล โดยเฉพาะตอนเปิดหนัง เอเอ๊ 555

ย้อนกลับไปตอนดูเอ็มไอ7 ที่โรงหนังพร้อมเตียงนอนที่เซ็นทรัลเวิลด์ แม้จะมีที่นั่งไม่มาก แต่คนก็เต็มทุกเตียง เมื่อถึงเวลาของเพลงสรรเสริญฯ ผมและคุณพลอยยืนถวายความเคารพด้วยความกระหาย

ด้วยความที่ไม่ได้ดูหนังมานาน ผมเองเลยอยากรู้ว่าทางโรงหนังฯจะทำภาพประกอบเพลงได้สวยงามขนาดไหน

และผมก็ไม่ผิดหวัง เป็นเพลงสรรเสริญฯที่สมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย แน่นอนว่าในระหว่างที่มีการเปิดเพลงนั้นจะมีคนยืนถวายความเคารพ และก็มีบางส่วนเลือกจะนอนอยู่บนเตียงนุ่นๆพร้อมกับเล่นมือถือไปชิวๆ

คนที่ยืนก็มีหลากหลาย ส่วนไม่ยืนจะเป็นน้องๆคนรุ่นใหม่ ผมมองด้วยความเข้าใจ ของแบบนี้มันบังคับไม่ได้ การยืนถวายความเคารพ ควรมาจากความเข้าใจ และมาด้วยความเต็มใจ

จะไปให้น้องๆเค้ายืนได้ยังไง ในเมื่อพวกเค้าไม่อิน ไม่ได้รับรู้ความสำคัญเหมือนอย่างที่ผมรับรู้

ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ "น่าเสียดาย" จริงๆ

ผมเองก็ไม่ใช่ คนดี รักชาติ และผมก็ไม่ได้เลือกภูมิใจไทย (ผมเลือก อ.เอ้) แต่ผมเติบโตมากับการได้สำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์

ผมเป็นคนขี้สงสัย เป็นคนชอบคิดเชิงวิพากษ์ ชอบตั้งคำถามกับทุกเรื่อง และแน่นอนผมเคยตั้งคำถามถึงความสำคัญของการมีสถาบันพระมหากษัตริย์ ความแตกต่างของชนชั้น ความเท่าเทียม ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

เมื่อตั้งคำถาม ก็ต้องหาคำตอบ ผมทำการศึกษาถึงที่มาที่ไปของราชวงศ์จักรี ทำความเข้าใจบริบทของคนที่เกิดมาในสภาพแวดล้อมของความเป็นกษัตริย์

ยื่งศึกษา ผมก็ยิ่งคิดถึงในหลวง ร.9 ยิ่งรักสมเด็จพระเทพฯ ยิ่งชื่นชมฟ้าหญิงจุฬาภรณ์  และยิ่งเคารพในหลวง ร.10 มากขึ้น

โลกใบนี้มันหมุนเร็วมาก ความคิดของคนในประเทศนี้ก็เปลี่ยนไปเยอะ ผมมองทุกอย่างด้วยความเข้าใจ มันคือเรื่องธรรมชาติ ทุกสิ่งไม่สามารถอยู่ได้คงทน ไม่วันใดก็วันหนึ่งมันต้องมีการเปลี่ยนแปลง

น้องๆคนรุ่นใหม่ เติบโตมามีความคิดเป็นของตัวเอง มีโอกาสได้เรียนรู้ และเลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบมากกว่าคนสมัยก่อนมากมายนัก

ในวันที่ ปันผล ปันสุข เกิดออกมา หนึ่งในสิ่งที่ผมตั้งใจคือการเลี้ยงให้สองคนนี้ มีชุดความคิด มีตรรกะในการตัดสินใจที่ดีกว่าผม ผมจึงเลี้ยงสองคนนี้มาด้วยการหลีกเลี่ยงการบังคับขู่เข็ญ ผมจะเลี้ยงด้วยการตั้งคำถาม อธิบาย เปรียบเทียบ และยื่นข้อเสนอให้ทั้งคู่ตัดสินใจเองเสมอๆ

เช่นเดียวกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมไม่เคยบอกให้ปันผล ปันสุข ต้องคิดบวกหรือรักในสถาบันฯเช่นเดียวกับผม ผมได้แต่เล่าเรื่องต่างๆของในหลวง ร.9 เล่าถึงความรู้สึกที่ผมมีต่อสถาบันฯ เปิดคลิปสมัยในหลวง ร.9 ตระเวณไปทำพระราชกรณียกิจทั้วทั้งประเทศ

แม้ในปัจจุบันในหลวง ร.9 จะไม่อยู่แล้ว แต่ผมก็ยังเล่าให้เด็กๆฟังเกี่ยวกับในหลวง ร.10 อธิบายให้ลูกเข้าใจในบริบทของพระองค์ และมองให้ลึกมากกว่าสิ่งที่ตาเห็น เราจะพบว่าพระองค์ท่านทำอะไรเพื่อประเทศนี้มากกว่าที่เราคิดมากๆ

ลูกจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เป็นเรื่องของลูก แต่ไม่ว่าอย่างไร ก่อนที่ลูกจะตัดสินใจใดๆ ลูกต้องรับรู้ความจริงทุกเรื่องก่อน รู้ข้อมูลให้รอบด้านก่อน ไม่ใช่ตัดสินใจไปตามความรู้สึกชอบไม่ชอบ หรือตัดสินใจเพราะกระแส

ผมเชื่อหมดใจเลยว่า เมื่อสองปันได้ศึกษาเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่ในหลวง ร.9 และเชื้อพระวงศ์ของพระองค์ท่านได้ทำให้กับประเทศนี้มา ปันผลและปันสุข จะคิดไม่แตกต่างจากผม และผมก็ไม่ต้องมาเถียงหรือไปบังคับให้ทั้งคู่ ต้องทำอย่างไรเมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี

ผมเชื่อว่า ปันผลและปันสุข จะยืนถวายความเคารพด้วยความเต็มใจและด้วยความรักในสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง

ปิง ปิงพ่อสองปัน

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1574849160675102&id=100044500986666&rdid=3PemJgkctApg85Hc#

เปิดคดี “ไอลีน หวัง” นายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดีย ถูกกล่าวหาเป็นสายลับจีน แทรกซึมการเมืองท้องถิ่นสหรัฐฯ สะท้อนเกมอิทธิพลปักกิ่ง

สื่อในสหรัฐต่างประโคมข่าว "นางไอรีน หวัง" (Eileen Wang) นายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดีย (Arcadia) รัฐแคลิฟอร์เนีย ถูกกล่าวหาเป็นสายลับจีน “เพียงวันเดียว” ก่อนที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" จะเดินทางเยือนจีนพอดี

ล่าสุดมีรายงานว่า ไอลีน หวัง (Eileen Wang) รับสารภาพต่อข้อหาของรัฐบาลกลางแล้ว และอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี

ไอลีน หวัง (Eileen Wang) ได้รับเลือกเข้าสู่สภาเมืองอาร์เคเดียเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 โดยอัยการสหรัฐฯ ระบุว่า ระหว่างปี 2020–2022 เธอร่วมกับคู่หมั้นในขณะนั้น ดำเนินเว็บไซต์ชื่อ “U.S. News Center” ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นสื่อข่าวสำหรับชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายจีนในสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) กล่าวหาว่า เว็บไซต์ดังกล่าวได้รับคำสั่งโดยตรงจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน และมีการเผยแพร่เนื้อหาสนับสนุนรัฐบาลปักกิ่งตามคำสั่งการของ "ผู้ควบคุม" ของเธอ (“spymaster” ตามสำนวนในเอกสารคดี) โดยสั่งให้เผยแพร่บทความปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่อง “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” และ “การใช้แรงงานบังคับ” ในเขตซินเจียง โดยข้อความที่ถูกอ้างมีเนื้อหาว่า

“ไม่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในซินเจียง และไม่มีสิ่งที่เรียกว่าแรงงานบังคับในการผลิตใด ๆ รวมถึงการผลิตฝ้าย การเผยแพร่ข่าวลือดังกล่าวคือการใส่ร้ายจีน และทำลายเสถียรภาพกับความมั่นคงของซินเจียง”

ในทางตรงกันข้าม หากข้อความนี้คือโฆษณาชวนเชื่อที่ไม่เป็นความจริง นั่นหมายความว่า มีการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ และใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมายเกิดขึ้นจริงๆ!

ต่อไปนี้คือรายละเอียดที่สื่อท้องถิ่นรายงานโดยอ้างอิงเอกสารของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ:

-"ไอลีน หวัง" นายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดีย (Arcadia), รัฐแคลิฟอร์เนีย เมืองที่มีประชากรราว 56,000 คน และกว่า 60% เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย เธอเป็นสตรีเชื้อสายเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่สภาเมืองอาร์เคเดีย และยังเคยได้รับการยกย่องจากสภาคองเกรสว่าเป็น “สตรีแห่งปีประจำรัฐสภา ปี 2026” (2026 Congressional Woman of the Year)

-อดีตคู่หมั้นของเธอ “เหยา หนิง ‘ไมค์ ซัน’ (Yaoning ‘Mike’ Sun)” วัย 65 ปี ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 ในข้อหาทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน เขาเคยเป็นอดีตทหารกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA)

-"ไมค์ ซัน" เป็นทั้งผู้จัดการหาเสียง เหรัญญิก คนใกล้ชิดประจำวัน และตามคำพูดของหวังเองในการประชุมสภาเมืองเดือนธันวาคม 2022 เธอเรียกเขาว่า “คู่หมั้น”

-เอกสารศาลรัฐบาลกลางระบุรายละเอียดของปฏิบัติการนี้อย่างชัดเจนว่า ระหว่างปี 2020–2023 ซันและหวังร่วมกันบริหารสื่อภาษาจีนชื่อ “U.S. News Center” ซึ่งอ้างว่าเป็นเว็บไซต์ข่าวชุมชน แต่แท้จริงแล้วเป็นแพลตฟอร์มเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลจีน

-ทั้งคู่ได้รับคำสั่งเนื้อหาโดยตรงจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน และโพสต์เนื้อหาสนับสนุนปักกิ่งตามคำสั่ง

-"ไมค์ ซัน" อดีตคู่หมั้น ยังร่วมมือกับ “เฉิน จวิน (Chen Jun)” เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของจีนที่อยู่ในนิวยอร์ก ซึ่งต่อมาถูกตัดสินจำคุก 20 เดือน ในการแทรกแซงการเลือกตั้งท้องถิ่นของสหรัฐฯ เพื่อผลักดันนักการเมืองที่มีจุดยืนเอื้อประโยชน์ต่อปักกิ่ง โดยเฉพาะในประเด็น “เอกราชไต้หวัน”

-ตามรายงานของเจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า "เฉิน" เคยเรียก "ไอลีน หวัง" ในการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่จีนว่า เป็นส่วนหนึ่งของ “ทีมหลักที่ทำงานให้พวกเรา” (the basic team dedicated for us)

-ในปี 2022 หลังจาก "ไอลีน หวัง" ชนะการเลือกตั้งสภาเมือง "เฉิน จวิน" ยังได้แอบส่งข้อความหาเธอว่า “คุณทำได้ดีมาก หวังว่าคุณจะทำงานดีต่อไป ทำให้ชาวจีนภูมิใจ”จากนั้น ซันได้จัดทำรายงานรายละเอียดชัยชนะเลือกตั้งส่งให้เจ้าหน้าที่จีน และได้รับข้อความตอบกลับเป็นคำขอบคุณ

-ต่อมา ต้นปี 2023 "ไมค์ ซัน" อดีตคู่หมั้น ได้เสนอแผนปฏิบัติการมูลค่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.9 ล้านบาท) ที่ได้รับการสนับสนุนจากจีน เพื่อ “ต่อต้านกองกำลังต่อต้านจีน” ผ่านการส่งคณะตัวแทนเข้าร่วมขบวนพาเหรดวันชาติสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

-"ไมค์ ซัน" ยังติดตามความเคลื่อนไหวของอดีตประธานาธิบดีไต้หวัน “ไช่ อิงเหวิน (Tsai Ing-wen)” ระหว่างเดินทางเยือนแคลิฟอร์เนียตอนใต้ในเดือนเมษายน 2023 และรายงานตำแหน่งแบบเรียลไทม์ให้เจ้าหน้าที่จีน

-ในปี 2018 "ไอลีน หวัง" ได้ก่อตั้งหอการค้าอเมริกันตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน

-ในเอกสารยื่นฟ้องของศาลรัฐบาลกลางทั้งหมด "ไอลีน หวัง" ถูกระบุชื่อว่า “บุคคลที่ 1” (Individual 1) เท่านั้น โดยไม่ได้ระบื่อโดยตรง อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวสองแหล่งที่คุ้นเคยกับการสอบสวนยืนยันกับสำนักข่าว Los Angeles Times ว่าบุคคลที่ 1 คือ "ไอลีน หวัง"

-การสอบสวนยังคงมีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มี 2022 จนถึง ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2026 ตามรายงานของ New York Post เพียงสองวัน ก่อนหวังถูกกล่าวหาโดยตรงว่าทำหน้าที่เป็นสายลับจีน

-เธอยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาการกระทำผิดทั้งหมด

-"ไอลีน หวัง" เข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองอาร์เคเดียล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ท่ามกลางข่าวการตัดสินคดีของซันยังเป็นประเด็นใหญ่อย่างต่อเนื่อง

-เธอกล่าวในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง โดยไม่มีคำพูดเกี่ยวกับคดีความ “ในฐานะชาวอเมริกัน และโดยเฉพาะในฐานะเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้ง ความจงรักภักดีของเราต้องชัดเจนเสมอ ต่อประเทศนี้ ต่อรัฐธรรมนูญ และต่อประชาชนของเราเท่านั้น”

-ทางด้านกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุชัดว่า นี่ไม่ใช่เหตุการณ์เดี่ยวๆ แต่เป็นยุทธศาสตร์ที่มีการวางระบบอย่างเป็นขั้นตอนของจีน เพื่อแทรกซึมเข้ามาในรัฐบาลท้องถิ่นของสหรัฐฯ

-รูปแบบปฏิบัติการคือ:

  • คัดเลือกนักการเมืองท้องถิ่นที่มีความทะเยอทะยานในชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายจีน
  • สนับสนุนด้านการหาเสียง เงินทุน เครือข่ายชุมชน และสื่อ
  • บ่มเพาะความสัมพันธ์เป็นเวลาหลายปี
  • สร้าง “ทีมหลักที่ทำงานให้พวกเรา”
  • จากนั้นใช้บุคคลเหล่านี้ในประเด็นไต้หวัน การค้า และนโยบายต่าง ๆ ก่อนที่พวกเขาจะมีอำนาจสูงขึ้น

-เมืองอาร์เคเดียไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงแห่งเดียว แต่รูปแบบลักษณะเดียวกันนี้ถูกพบในหลายพื้นที่ของแคลิฟอร์เนียตอนใต้ นิวยอร์ก รวมถึงกรณีคล้ายกันในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และแคนาดา

-อัยการรัฐบาลกลางระบุว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของจีนมีการพูดคุยกันโดยตรงเกี่ยวกับวิธี “โน้มน้าว” นักการเมืองท้องถิ่นของสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นคือ “จุดอ่อน” ของระบบ

สรุปบุคคลที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาและถูกจับกุมในคดีนี้:

- ไอลีน หวัง (Eileen Wang) สมาชิกสภาเมืองอาร์เคเดีย และนายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน

- เหยา หนิง “ไมค์ ซัน” (Yaoning “Mike” Sun) อดีตทหาร PLA ผู้จัดการหาเสียงและอดีตคู่หมั้นของหวัง ถูกตัดสินความผิดในเดือนตุลาคม 2025 และถูกจำคุก 4 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ในข้อหา "ดำเนินโครงสร้างโฆษณาชวนเชื่อของจีน ติดตามประธานาธิบดีไต้หวัน และรายงานตรงต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน"

• เฉิน จวิน (Chen Jun) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการจีนในนิวยอร์ก ถูกตัดสินจำคุก 20 เดือน ในข้อกล่าวหา เป็นผู้ประสานเครือข่ายหลัก และเรียกหวังว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “ทีมหลัก” ของจีน

สรุปไทม์ไลน์ของ ไอลีน หวัง (Eileen Wang) ตามข้อมูลที่สื่อสหรัฐฯ รายงาน มีดังนี้:

  • ช่วงปี 2020–2022
    ถูกกล่าวหาว่าร่วมดำเนินเว็บไซต์ “U.S. News Center” และเผยแพร่เนื้อหาสนับสนุนรัฐบาล จีน (China) ตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่จีน
  • พฤศจิกายน 2022
    ได้รับเลือกเป็น “สมาชิกสภาเมือง” (City Council) อาร์เคเดีย (Arcadia)
  • 3 กุมภาพันธ์ 2026
    สภาเมืองลงมติให้เธอขึ้นเป็น “นายกเทศมนตรี” (Mayor) เมืองอาร์เคเดีย
  • เมษายน 2026
    รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เริ่ม “ตั้งข้อหา” (charged) ต่อเธอ ฐานทำหน้าที่เป็นตัวแทนต่างชาติให้จีนโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน
  • 11 พฤษภาคม 2026 (สองวันก่อนทรัมป์เดินทางเยือนจีน)
    มีการเปิดเผยข้อตกลงรับสารภาพ (plea agreement) ต่อสาธารณะ และเธอปรากฏตัวต่อศาลรัฐบาลกลางในนครลอสแอนเจลิส
  • พฤษภาคม 2026 (อยู่ระหว่างกระบวนการศาล)
    เธอตกลง “รับสารภาพ” (pleaded guilty / agreed to plead guilty) ต่อข้อหาของรัฐบาลกลาง ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี
  • หลังข่าวถูกเปิดเผย
    เธอลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีทันที

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1293699312918426/?rdid=8H6fNPtN2lhncTXp#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top