Sunday, 18 October 2026
THE STATES TIMES TEAM

“หลักเกณฑ์ชัดเจน มาตรฐานเดียวกัน ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน”

“หลักเกณฑ์ชัดเจน มาตรฐานเดียวกัน ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน”

พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ประธานกรรมการบริหารโครงการ ยืนยันว่า กระบวนการพิจารณาโครงการจัดหาเรือฟริเกตเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ใช้มาตรฐานเดียวกันกับผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย และมีหลักฐานพร้อมเหตุผลรองรับการพิจารณา

การดำเนินงานอยู่ภายใต้ ข้อตกลงคุณธรรม โดยมีผู้สังเกตการณ์ ค.ป.ท. ร่วมสังเกตการณ์และตรวจสอบ เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1095821142810307&id=100071472955205&rdid=POIteUdArAdUMje8#

“กติกาเดียวกัน พิจารณาตาม TOR อย่างเท่าเทียม”

“กติกาเดียวกัน พิจารณาตาม TOR อย่างเท่าเทียม”

พลเรือตรี วสันต์ ไตรจิต ประธานกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือก กล่าวถึงกระบวนการพิจารณาข้อเสนอว่า ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายได้รับทราบกติกาเดียวกันอย่างเท่าเทียม โดยการพิจารณายึด ขีดความสามารถและคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ใน TOR เป็นหลัก

พร้อมย้ำหลักการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ คือ
“ซื่อสัตย์ต่อตนเอง สุจริตต่อหน้าที่ และสุจริตต่อผู้ยื่นข้อเสนอ”เพื่อให้กระบวนการคัดเลือกดำเนินไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรม

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1095809432811478&set=a.180070871052010

25 กันยายน 2541 วันสถาปนา ‘มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง’ รำลึกถึง ‘สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี’ จากพระราชปณิธานสมเด็จย่า สู่ศูนย์กลางการศึกษาและพัฒนา

‘มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง’ เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐบาลตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2541 ภายหลังการเรียกร้องของชาวจังหวัดเชียงรายที่ต้องการมีมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น และเพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จึงใช้พระราชสมัญญา ‘แม่ฟ้าหลวง’ เป็นชื่อมหาวิทยาลัย

หลังจากที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 ประชาชนชาวเชียงรายร่วมกับหน่วยราชการในจังหวัดเชียงรายเห็นพ้องต้องกันว่า โดยที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ไพศาลต่ออาณาประชาราษฎร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนชาวเชียงรายที่ได้ทรงเลือกจังหวัดเชียงรายเป็นสถานที่สร้างพระตำหนัก หรือบ้านหลังแรกของพระองค์ และทรงริเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุง ซึ่งได้นำความเจริญรุ่งเรือง มายังจังหวัดและประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง

ฉะนั้น เพื่อแสดงความจงรักภักดีตลอดจนเพื่อสนองพระราชปณิธานของพระองค์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการพัฒนาคน จึงได้เสนอให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงรายต่อรัฐบาลที่มีนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรีการดำเนินการเพื่อการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดเชียงราย ได้มีความคืบหน้าเป็นลำดับ รัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา ได้มีมติเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2539 ให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่จังหวัดเชียงราย โดยอาจยกฐานะสถาบันราชภัฏเชียงรายขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยก็ได้

ต่อมารัฐบาลพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ได้มีมติใหม่ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2540 ให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ในจังหวัดเชียงราย และได้มีการตราพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2541 ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้รับงบประมาณในการดำเนินการเพื่อการเตรียมการจัดตั้ง ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2541 และงบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างมหาวิทยาลัยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2542 เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 2,325 ล้านบาท การก่อสร้างตามโครงการระยะแรกเสร็จสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 5 ปี บนพื้นที่ 4,997 ไร่ ณ บริเวณดอยแง่ม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

ที่มา : https://25years.mfu.ac.th/?page_id=30

เปิดกำเนิด “รามคำแหง 2514” จากแนวคิดตลาดวิชา สู่มหาวิทยาลัยแห่งโอกาสของคนไทย ผลิตบัณฑิตกว่าล้านคน เปลี่ยนโครงสร้างการเรียนไทย

ก่อเกิด “รามคำแหง 2514”กับปรัชญา “ตลาดวิชา”

ประมวล กุลมาตย์ อดีตส.ส.จังหวัดชุมพร พรรคสหประชาไทย ซึ่งเป็นผู้เริ่มเสนอยกร่างกฎหมายจัดตั้งมหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชาเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร โดยฉบับร่างใช้ชื่อว่า “มหาวิทยาลัยรัตนโกสินทร์

แต่มีรายละเอียดสำคัญที่ควรแยกให้ชัด เพราะเรื่องนี้มี “หลายคน” อยู่ในกระบวนการก่อตั้งรามคำแหง
จุดเริ่มต้นของรามคำแหง

1. ประมวล กุลมาตย์ คือผู้ริเริ่มเสนอร่างกฎหมาย
วันที่ 21 สิงหาคม 2512 ประมวล กุลมาตย์ ส.ส.จังหวัดชุมพร เสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรัตนโกสินทร์ต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรก

แนวคิดสำคัญคือการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในลักษณะ “ตลาดวิชา” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่สามารถสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยระบบปิดได้ มีโอกาสศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา แต่เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

ต่อมา 9 ตุลาคม 2512 สภาผู้แทนราษฎรลงมติรับหลักการเป็นเอกฉันท์ และตั้งกรรมาธิการขึ้นพิจารณา

2. ศ.ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันดร์ มีบทบาทสำคัญในชั้นกรรมาธิการ
เอกสารของมหาวิทยาลัยรามคำแหงระบุว่า เมื่อสภารับหลักการแล้ว มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ โดย ศ.ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันดร์ เป็นคนแรกของกรรมาธิการ ขณะที่ สุกิจ นิมมานเหมินทร์ เป็นประธานกรรมาธิการในช่วงหนึ่งของการพิจารณา

ดังนั้น ถ้าจะเขียนว่า “ใครเป็นคนก่อตั้งรามคำแหง” ไม่ควรโยนให้คนเดียวทั้งหมด แต่ถ้าถามว่า

“ใครเป็นผู้ริเริ่มเสนอร่างกฎหมายจัดตั้งมหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชาเข้าสภา?”

คำตอบคือ ประมวล กุลมาตย์
แล้วใครเป็นคนเสนอชื่อ “รามคำแหง”?

นี่เป็นอีกคนหนึ่งครับ คือ แคล้ว นรปติ อดีตส.ส.จังหวัดขอนแก่น
ในชั้นพิจารณาร่างกฎหมาย เดิมมีแนวคิดใช้ชื่อ “มหาวิทยาลัยรัตนโกสินทร์” ก่อนที่แคล้ว นรปติ จะเสนอแปรญัตติให้ใช้ชื่อ “มหาวิทยาลัยรามคำแหง” เพื่อเทิดพระเกียรติพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

26 กุมภาพันธ์ 2514
มีพระบรมราชโองการให้ประกาศใช้กฎหมาย
2 มีนาคม 2514 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2514 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

แล้วเรื่อง “เด็กไม่มีที่เรียน” กับยุคเบบี้บูมล่ะ?

“ปัญหาการขาดแคลนที่เรียนระดับอุดมศึกษา” บวกรวมกับยุค Baby Boom เป็นปัญหาใหญ่ ถ้าไม่มีที่เรียนต่อกับสถานบันอุดมศึกษาของรัฐที่รับได้จำนวนจำกัด เด็กส่วนหนึ่งจะถูกถีบออกนอกระบบการศึกษา

งานวิชาการของภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เผยแพร่ปี 2569 อธิบายว่า ก่อนการเกิดรามคำแหง มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เป็น ระบบปิดและต้องสอบคัดเลือก (entrance) ขณะที่ความต้องการเรียนต่อระดับอุดมศึกษาสูงขึ้น แต่สถาบันที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับคนจำนวนมากได้ รามคำแหงจึงเกิดขึ้นอย่างเร่งรีบในรูปแบบ “ตลาดวิชา” ที่ไม่สอบเข้าและไม่จำกัดจำนวน เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว แต่รามคำแหงเข้าง่าย ออกยาก ถ้าไม่ตั้งใจเรียน ไม่ทุ่มเทกับการอ่านหนังสือตำราเรียน จึงมีนักศึกษาเพียงส่วนหนึ่งที่เข้ามาเรียนแล้วจบการศึกษาออกไป

นี่คือหัวใจของกำเนิดรามคำแหงเลยครับ:

ระบบเดิมคัดคนเข้าเรียน แต่รามคำแหงเปิดประตูให้คนจำนวนมากเข้ามาเรียน แล้วใช้การเรียนและการสอบเป็นเครื่องคัดคนออก

จึงทำให้แนวคิด “ตลาดวิชา” ของรามคำแหงมีความหมายมากกว่าการเป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องโอกาสทางการศึกษาในประเทศไทย

และปรัชญานี้สอดคล้องกับข้อมูลของกระทรวง อุดมศึกษา (อว.)ที่ระบุว่ารามคำแหงตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายให้เป็นสถาบันการศึกษาแบบ “ตลาดวิชา” และเน้น โอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา

ส่วนข้อความ “ผลิตบัณฑิตมาแล้วล้านกว่าคน” เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง
ข้อมูลจากเอกสารเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยระบุว่า ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน รามคำแหงผลิตบัณฑิตแล้ว มากกว่า 1 ล้านคน และศิษย์เก่ากระจายอยู่ทั้งภาครัฐ เอกชน และวิชาชีพต่าง ๆ

จาก “ประมวล กุลมาตย์” จุดประกายความคิด ในรูปแบบ “ตลาดวิชา” มหาวิทยาลัยรัตนโกสินทร์ “แคล้ว นรปติ” แปรญัตติเป็น “รามคำแหง” ดร.ศักดิ์ ผาสุกนิรันทร์อธิการบดีคนแรก เป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิตทะลุ 1 ล้านคนแล้ว

จึงมีคำกล่าวในยุคนั้นว่า ”ไม่มีราม ไม่มีเรา“ มีรามเราจึงได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา เป็นบัณฑิตให้พ่อแม่ได้ภาคภูมิใจ ได้รับใช้ชาติบ้านเมือง

“Offset Policy เปลี่ยนการจัดหายุทโธปกรณ์ ให้เกิดประโยชน์กลับคืนสู่ประเทศ”

“Offset Policy เปลี่ยนการจัดหายุทโธปกรณ์ ให้เกิดประโยชน์กลับคืนสู่ประเทศ”

พลเรือตรี ศราวุธ ชิยางคบุตร ประธานกรรมการพิจารณาดำเนินการตามนโยบายจัดซื้อจัดจ้างแบบชดเชย (Offset) กล่าวถึงแนวคิดของ Offset Policy ว่า มุ่งให้มูลค่าจากการจัดหาเรือไม่ได้สิ้นสุดเพียงการซื้อยุทโธปกรณ์ แต่ให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการลงทุนกลับคืนสู่ประเทศ

เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมภายในประเทศ และต่อยอดประโยชน์จากการจัดหาให้เกิดคุณค่าต่อประเทศในระยะยาว

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1095807492811672&set=a.180070871052010

“กำหนด TOR บนมาตรฐานสากล เพื่อให้ได้เรือที่ตอบโจทย์ภารกิจ”

“กำหนด TOR บนมาตรฐานสากล เพื่อให้ได้เรือที่ตอบโจทย์ภารกิจ”

แนวคิดสำคัญในการจัดทำขอบเขตของงาน (TOR) โครงการจัดหาเรือฟริเกต มุ่งกำหนดคุณลักษณะของเรือให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล โดยอ้างอิง Naval Ship Rules ของสมาคมจัดชั้นเรือที่ได้รับการยอมรับ (Recognized Classification Society) ควบคู่กับมาตรฐาน NATO

เพื่อให้เรือมีความปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีขีดความสามารถรองรับการปฏิบัติภารกิจของกองทัพเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1095797472812674&set=a.180070871052010

24 กันยายน วันมหิดล ‘พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย’

24 กันยายน วันมหิดล ‘พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย’ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (กรมหลวงสงขลานครินทร์)

‘สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก’ ทรงพระราชสมภพวันที่ 1 มกราคม (ตามปฏิทินเก่าคือ ปี พ.ศ. 2434 แต่ตามปฏิทินใหม่คือ ปี พ.ศ. 2435) เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า มีพระเชษฐา และพระเชษฐภคินีที่ประสูติร่วมพระราชมารดา 7 พระองค์

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นพระบรมราชชนกในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นพระอัยกาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

พระองค์มีคุณูปการแก่กิจการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของประเทศไทย ประชาชนโดยทั่วไปคุ้นเคยกับพระนามว่า ‘กรมหลวงสงขลานครินทร์’ หรือ ‘พระราชบิดา’ และบางครั้งก็ปรากฏพระนามว่า ‘เจ้าฟ้าทหารเรือ’ และ ‘พระประทีปแห่งการอนุรักษ์สัตว์น้ำของไทย’ ส่วนชาวต่างประเทศเรียกพระนามว่า ‘เจ้าฟ้ามหิดล’

หลังพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช พระองค์ทรงพระประชวร ต้องประทับในพระตำหนักวังสระปทุม และสวรรคตเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2472 เวลา 16.45 น. เมื่อพระชนมายุ 37 พรรษา 8 เดือน 23 วัน
ด้วยความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผู้ที่เคยได้รับพระกรุณาในด้านต่าง ๆ จากพระองค์ จึงได้รวบรวมเงินจัดสร้างพระรูปประดิษฐานไว้ ณ โรงพยาบาลศิริราช โดยมอบให้กรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการสร้าง มี ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ควบคุม

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงกระทำพิธีเปิด เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2493 และ ในวันที่ 24 กันยายนปีเดียวกัน นักศึกษาแพทย์ได้ริเริ่มจัดงานขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ โดยมีพิธีวางพวงมาลา ถวายบังคมพระรูป อ่านคำสดุดีพระเกียรติ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์

ทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ประกาศให้วัน ที่ 24 กันยายน ของทุกปีเป็น ‘วันมหิดล’ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494 เป็นต้นมา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในฐานะพระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย

“ทุกชีวิตกลางทะเล เราไม่ทอดทิ้ง” กองทัพเรือระดมค้นหาลูกเรือประมงอับปาง ส่งชุดประดาน้ำดำน้ำสำรวจ วางระบบ SARMap กำหนดพื้นที่ค้นหา ยืนยันค้นหาลูกเรือไม่ทอดทิ้งใคร

“ทุกชีวิตกลางทะเล เราไม่ทอดทิ้ง” เช้านี้กองทัพเรือเร่งส่งชุดประดาน้ำสำรวจเรือประมงอับปาง ค้นหาลูกเรือที่เหลือ

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยความคืบหน้าการค้นหาลูกเรือประมง “ส.กาญจนาวารี 888” ว่า เช้าวันนี้ (23 กันยายน 2569) กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 ได้เร่งส่งชุดประดาน้ำจากหน่วยสงครามพิเศษทางเรือเข้าสู่พื้นที่ เพื่อเตรียมลงสำรวจภายในตัวเรือที่จม หลังมีข้อมูลว่าอาจมีลูกเรือบางส่วนติดค้างอยู่ภายใน

การปฏิบัติจะเริ่มทันทีเมื่อประเมินแล้วว่า สภาพคลื่นลม กระแสน้ำ และทัศนวิสัยใต้น้ำมีความปลอดภัยเพียงพอ โดยจะดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อความปลอดภัยของนักประดาน้ำและเพิ่มโอกาสในการค้นหาลูกเรือที่เหลือ
ขณะเดียวกัน กองทัพเรือและศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ยังคงใช้ระบบ SARMap วิเคราะห์กระแสลมและกระแสน้ำ เพื่อกำหนดพื้นที่ค้นหาผู้ที่อาจลอยออกจากจุดเกิดเหตุ พร้อมบูรณาการกำลังค้นหาทั้งทางอากาศ ทางผิวน้ำ และใต้น้ำอย่างต่อเนื่อง

กองทัพเรือยืนยันว่าจะใช้ทุกขีดความสามารถค้นหาลูกเรือที่เหลืออย่างเต็มที่ และจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น กล่าวลงบนเฟสบุ๊ค

สองผู้นำสร้างซีนชื่นมื่น มาเจอกันบ่อยๆ
เพื่ออะไรทรัมป์ อยากเจอสีจิ้นผิง
เพื่อหวังช่วยพูดกับอิหร่าน จบสงครามซะที+สีจิ้นผิง
อยากเจอทรัมป์ เพื่อไม่ให้ขวางภารกิจรวมชาติกับไต้หวัน
มันเป็นแค่เกมซื้อเวลา ของสองมหาอำนาจเท่านั้น

ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ที่มา : https://www.facebook.com/1037140385/posts/10240191080688196/?rdid=tuC27F8EzIuiCvPw#

เชฟรอน สนับสนุนปลูกป่า!! จัดโครงการปลูกป่าชายเลนในสมุทรสงคราม ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ งบ 1 แสนบาทส่งเสริมระบบนิเวศ พนักงานร่วมใจทำกิจกรรมจิตอาสา

เชฟรอนและบริษัทผู้ร่วมทุน สนับสนุนสมาคมประมงในสมุทรสงคราม
จัดโครงการปลูกป่าชายเลนและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ

บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และบริษัทผู้ร่วมทุน เดินหน้าสานต่อการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ป่าชายเลนและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านการสนับสนุน “โครงการปลูกป่าชายเลนและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ” ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์กรภาคประมงในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยมอบงบประมาณสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท พร้อมนำพนักงานจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรม โดยมี นางทิพย์วดี ไทยศิริ ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจ ในฐานะผู้แทนบริษัทฯ เข้าร่วม พร้อมด้วย นายมงคล สุขเจริญคณา นายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม และ นายชินชัย สถิรยากร นายกสมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม ตลอดจนตัวแทนจากภาคประมงและชุมชนในพื้นที่ ณ พื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลคลองโคน อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสงคราม

โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือขององค์กรภาคประมงในจังหวัดสมุทรสงคราม ได้แก่ สหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด สมาคมประมงสมุทรสงคราม และสมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม เพื่อส่งเสริมแนวทางการทำประมงอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างความตระหนักในการดูแลสิ่งแวดล้อม ป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงความหลากหลายทางชีวภาพและสนับสนุนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมง ภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ และปลูกป่าชายเลนแบบปลูกเสริมในป่าใหญ่ เพื่อช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ และสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับวิถีประมงท้องถิ่น

การสนับสนุนครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างเชฟรอนและบริษัทผู้ร่วมทุน ซึ่งประกอบด้วย บริษัท มิตซุย เอ็นเนอร์จี
ดีเวลลอปเมนท์ คัมปะนี ลิมิเต็ด บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริษัท พลังโสภณ จำกัด เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ รวมถึงการสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อชุมชน ผ่านความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ โดยมุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการประกอบอาชีพและเศรษฐกิจในพื้นที่ เพื่อร่วมส่งต่อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติสู่ชุมชนต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top