Monday, 7 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

สานสัมพันธ์สองอาณาจักรแห่งขุนเขา: บันทึกประวัติศาสตร์การเยือนภูฏานของในหลวงและพระราชินี

ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาหิมาลัยและความสงบนิ่งของวัดวาอาราม การเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและงดงามระหว่างสองราชวงศ์ที่ผูกพันกันด้วยหลักพุทธศาสนาและวิถีแห่งความพอเพียง อีกทั้งยังเป็นการเสด็จฯ เยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการในรัชสมัยอีกด้วย
.
เมื่อเครื่องบินพระที่นั่งร่อนลงจอด ณ ท่าอากาศยานพาโร ราชอาณาจักรภูฏาน เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 โดยพระองค์ทรงขับเครื่องบินพระที่นั่ง (Boeing 737-800) ด้วยพระองค์เอง (ทรงเป็นนักบินที่ 1 และสมเด็จพระราชินีทรงเป็นนักบินผู้ช่วย) ภาพความอบอุ่นเริ่มต้นขึ้นจากการถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติโดย สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งสองอาณาจักรไม่ใช่เพียงเรื่องของการทูตระดับรัฐต่อรัฐ แต่คือความผูกพันดุจพี่น้องและมิตรสหายที่มีมายาวนานตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

รำลึกโศกนาฏกรรม 28 มีนาคม: เมื่อแผ่นดินไหวเมียนมาเปลี่ยนบทเรียนความปลอดภัยไทยไปตลอดกาล

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 13.20 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่ดูเหมือนจะเป็นวันทำงานปกติของใครหลายคน แต่สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและกรุงเทพมหานคร วันนั้นได้กลายเป็นบันทึกหน้าเศร้าของประวัติศาสตร์ภัยพิบัติ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่ประเทศเมียนมา มีขนาดความรุนแรง 8.2  แมกนิจูด มีจุดศูนย์กลางใกล้เมืองมัณฑะเลย์ ลึกลงไปในใต้ดินประมาณ 10 กิโลเมตร แผ่นดินไหวครั้งนี้มีค่าความรุนแรงตามมาตราเมร์กัลลีอยู่ที่ระดับ X (หายนะ) นับเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในประเทศเมียนมานับตั้งแต่ พ.ศ. 2455

แรงสั่นสะเทือนจากรอยเลื่อนสะกาย ซึ่งเป็นรอยเลื่อนสำคัญในภูมิภาค แผ่กระจายไปยังประเทศไทยหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ก็ยังรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้อย่างชัดเจน

 เหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม

เวลาประมาณ 13.25 น. อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (หลังใหม่) ซึ่งมีความสูง 33 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณจตุจักร กรุงเทพมหานคร ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง พังถล่มลงมา เหตุการณ์นี้กลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล

กรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อน ทำให้สามารถขยายคลื่นแผ่นดินไหวให้แรงขึ้นได้อีก 3-4 เท่า ส่งผลให้อาคารสูงเกิดอาการสั่นโยกอย่างรุนแรง แผ่นดินไหวครั้งนี้มีลักษณะคลื่นคาบเวลายาว ซึ่งเมื่อตรงกับคาบเวลาธรรมชาติของอาคารสูง ทำให้เกิดการสั่นพ้อง (Resonance) หรืออาคารสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเป็นพิเศษ

ร้อนก่อนเจรจา! รัสเซียชี้ยูเครนบ่อนทำลาย โดรน 91 ลำโจมตีพำนัก 'ปูติน' นักวิเคราะห์ย้ำ 'โจรสงคราม' ชี้เจรจาเป็นไปไม่ได้

(31 ธ.ค. 68) นักวิเคราะห์การทหาร 'อเล็กซานเดอร์ สเตปานอฟ' แสดงความคิดเห็นผ่านสำนักข่าว Sputnik ต่อเหตุการณ์โดรน 91 ลำโจมตีที่พำนักของ 'ปูติน' ในแคว้นโนฟโกรอดเมื่อคืนวันอาทิตย์ ชี้ว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยในการถอนกำลัง เพื่อบ่อนทำลายกระบวนการเจรจาสงบสุขบริเวณชายแดน

'สเตปานอฟ' ระบุว่า ความพยายามนี้ทำให้รัฐบาลเคียฟถูกมองว่าเป็น "อาชญากรสงคราม" และผู้ก่อการร้ายระหว่างประเทศ ซึ่งไม่มีสิทธิ์ควบคุมประชาชนหรือดินแดนดังกล่าว พร้อมย้ำว่า "การเจรจากับผู้กระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และไม่สอดคล้องกับกรอบบรรทัดฐานใดๆ ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ"

นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่าวิกฤตการณ์ดังกล่าวจะนำไปสู่การลดระดับความร่วมมือทางทหารและเทคนิค รวมถึงความร่วมมือด้านข่าวกรองระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครน โดยเฉพาะในระบบนำร่องและระบบชี้เป้า รวมถึงอาจทำให้ระบบ Starlink ที่กองทัพยูเครนนำมาใช้ "ตาบอด" ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

ในมุมมองของรัสเซีย เหตุโจมตีครั้งนี้อาจนำไปสู่การจัดประเภทผู้ที่รับผิดชอบใหม่ในฐานะ "ผู้ก่อการร้าย" และอาจกลายเป็นเป้าหมายที่ต้องถูกจับกุมหรือกำจัดในอนาคต สะท้อนความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นในการสู้รบระหว่างสองฝ่าย

ที่มา : Sputnik

บันทึกหน้าประวัติศาสตร์: สมรสเท่าเทียมไทย จากความฝันสู่อธิปไตยแห่งความรัก

วันที่ 22 มกราคม 2568 จะถูกจารึกไว้ในฐานะวันแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เมื่อกฎหมาย “สมรสเท่าเทียม” หรือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นลำดับที่ 3 ในเอเชีย (ถัดจากไต้หวันและเนปาล) ที่รับรองสิทธิการสร้างครอบครัวของบุคคลทุกเพศอย่างเสมอภาค

หัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือการรื้อถอนกำแพงทางเพศที่เคยจำกัดอยู่ในตัวบทกฎหมายเดิม โดยมีการเปลี่ยนถ้อยคำสำคัญในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อให้ครอบคลุมความหลากหลายทางชีวภาพและอัตลักษณ์ทางเพศ:

มาตรา 1448: เปลี่ยนจากความสัมพันธ์ระหว่าง “ชายและหญิง” เป็นการสมรสระหว่าง “บุคคลสองคน”
สถานะทางกฎหมาย: เปลี่ยนจากคำว่า “สามี-ภริยา” เป็นคำว่า “คู่สมรส” (Spouse)
เกณฑ์อายุ: กำหนดให้บุคคลที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ขึ้นไปสามารถหมั้นและสมรสกันได้ (หรือต่ำกว่านั้นหากศาลอนุญาต)

จีนชี้กัมพูชา-ไทยหยุดยิง ประชุม 3 ฝ่ายที่อวิ๋นหนาน ตั้งเป้าเดินหน้าฟื้นความไว้วางใจ ย้ำไม่ละทิ้งข้อตกลงหยุดยิง ส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

(31 ธ.ค. 68) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน กัมพูชา และไทย ประชุมไตรภาคีที่เมืองอวี้ซี มณฑลอวิ๋นหนาน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม โดยมีการหารือเพื่อส่งเสริมการหยุดยิงและฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัมพูชาและไทย

'หวังอี้' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า "กระทรวงการต่างประเทศและกองทัพของกัมพูชาและไทยได้แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งสองฝ่ายแสดงความมุ่งมั่นลดทอนความรุนแรงของสถานการณ์ความขัดแย้ง และยินดีจะปรับปรุงความสัมพันธ์ทวิภาคีบนพื้นฐานของการหยุดยิง"

การหารือสามฝ่ายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดฉันทามติหลัก ได้แก่ การรักษาข้อตกลงหยุดยิงอย่างไม่ทิ้งกลางทาง การดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ และการเน้นฟื้นคืนความไว้วางใจซึ่งกันและกันเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ

แถลงการณ์หลังการประชุมระบุว่ากัมพูชาและไทยจะร่วมกันยกระดับการติดต่อสื่อสาร เพิ่มพูนความเข้าใจ และส่งเสริมสถานการณ์หยุดยิงอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมทั้งฟื้นฟูความสัมพันธ์และรักษาสันติภาพในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ที่มา : Xinhua

เหตุการณ์ต้องจำปี 2568 ปีแห่งข่าวร้ายที่ถล่มไทยตลอดทั้งปี

ปี 2568 คือปีแห่งหน้าประวัติศาสตร์ไทยที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและบทเรียนอันล้ำค่าครับ เราเริ่มต้นปีด้วยความหวังจาก "สมรสเท่าเทียม" ที่มอบสิทธิและความรักอย่างเสมอภาค แต่ก็ต้องเผชิญความโศกเศร้าจากเหตุแผ่นดินไหวเมียนมาที่ส่งผลให้อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งกำลังก่อสร้างถล่มจนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่

31 ธันวาคม 2549 ปีใหม่ที่ไม่ได้มีแค่พลุ ย้อนคืนระเบิดป่วนกรุง เคาท์ดาวน์กรุงเทพฯจบด้วยเสียงไซเรน คดีไม่มีคำตอบ ผู้คนยังจดจำเหตุการณ์

คืนวันที่ 31 ธันวาคม 2549 กรุงเทพมหานครถูกสั่นสะเทือนจากเหตุระเบิดหลายจุดทั่วเมือง ก่อนงานเคาท์ดาวน์ที่จะจัดขึ้น ส่งผลให้คืนสิ้นปีเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสับสนในหมู่ประชาชน

ระเบิดแรกเกิดขึ้นประมาณ 18.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แยกสะพานควาย ตลาดคลองเตย รวมถึงฝั่งชานเมืองอย่างซีคอนสแควร์และแคราย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บกว่า 30 คน ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ สร้างความวุ่นวายและทำลายภาพลักษณ์ความปลอดภัยของกรุงเทพฯ

หลังเคาท์ดาวน์ มีระเบิดเพิ่มอีก 2 จุดบริเวณย่านประตูน้ำและใกล้ห้าง CentralWorld ส่งผลให้ต้องยกเลิกหรือปรับลดขนาดงานปีใหม่ในหลายพื้นที่ ผู้ว่าฯ กทม.ขอให้ประชาชนนับถอยหลังปีใหม่แบบสั้น ๆ และรีบแยกย้ายกลับบ้านเพื่อความปลอดภัย พร้อมย้ำ "นี่ไม่ใช่คืนแห่งความสุข แต่เป็นคืนที่ต้องระวัง"

เหตุการณ์นี้ยังไม่มีคำตอบชัดเจนเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ สังคมตั้งคำถามและความสงสัยหลากหลายถึงแรงจูงใจ เบื้องหลังเหตุการณ์ยังเป็นปริศนาไม่เคยคลี่คลาย การจัดงานปีใหม่ในกรุงเทพฯ หลังจากนั้นจึงเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น การวางกำลังตำรวจทหารและตรวจสอบอย่างเข้มงวดกลายเป็นมาตรฐานใหม่

ภาพจำของคืนปีใหม่ 2549 ยังคงฝังลึกในใจผู้ที่เผชิญเหตุการณ์ดังกล่าว และกลายเป็นบทเรียนสำคัญของการจัดงานเคาท์ดาวน์ในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2549

ดร.เจษฏ์ ปูด “ทุนเทา” ทุ่มแสนล้านซื้อประเทศ ชี้ถูกกว่าแจกเงิน เผยโมเดลหัวละ 4,000 ยึดอำนาจรัฐ

รศ.ดร.เจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ เปิดเผยเกี่ยวกับสถานการณ์การแทรกแซงทางการเมืองของกลุ่มทุนสีเทา ว่า ล่าสุดมีการอายัดทรัพย์กลุ่มทุนสีเทากลุ่มหนึ่งมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งได้รับข้อมูลมาว่าเป็นเพียงร้อยละ 10 ของเม็ดเงินจริงที่เตรียมไว้สำหรับสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ โดยยอดรวมอาจสูงถึง 1 แสนล้านบาท

รศ.ดร.เจษฏ์ ได้แจกแจงตัวเลขความเป็นไปได้ในการใช้เงินจำนวนดังกล่าวซื้อเสียงว่า หากมีเงิน 1 แสนล้านบาท สามารถซื้อคนได้ถึง 100 ล้านคน ในราคาคนละ 1,000 บาท แต่ในความเป็นจริงประเทศไทยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ถึงจำนวนดังกล่าว และหากนับเฉพาะผู้มาใช้สิทธิจริงประมาณ 30 กว่าล้านคน การซื้อเสียงเพื่อให้ได้เสียงข้างมาก (ประมาณ 60% ของผู้มาใช้สิทธิ) จะทำให้อัตราการจ่ายเงินพุ่งสูงถึงหัวละ 3,000 - 4,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่กลุ่มทุนเหล่านี้สามารถจ่ายได้จริง

ผบ.ทร. อำนวยพรและให้กำลังใจทหารในแนวหน้า

เนื่องในโอกาสเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2569 ผมขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังกำลังพลทุกนาย ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน ทั้งทางบกและทางทะเล

ในขณะที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขกับครอบครัว ยังมีท่านอีกหลายชีวิตที่ยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าจะอยู่ตามแนวชายแดน บนยอดเขาสูง หรือในท้องทะเลอันห่างไกล ภารกิจที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงเหล่านี้ คือความเสียสละอันยิ่งใหญ่และทรงเกียรติ

เวทีใหญ่ก็ไม่หวั่น!! “สึสึมิ” โชว์พลังหมัด น็อกควินตานาในยก 4 ที่ริยาด เป้าหมายชัดล่าชื่อแชมป์โลก ยืนยันขึ้นสู่ระดับที่ใหญ่กว่า

(30 ธ.ค. 68) 'เรียโตะ สึสึมิ' นักมวยดาวรุ่งชาวญี่ปุ่น รักษาฟอร์มร้อนแรงด้วยชัยชนะน็อกในยกที่ 4 เหนือ 'ลีโอบาร์โด ควินตานา ซานเชซ' จากเม็กซิโก ในศึก The Ring V: Night of the Samurai ที่เมืองริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ทำให้สถิติชนะเพิ่มเป็น 4 ไฟต์รวด

ไฟต์นี้ สึสึมิสามารถควบคุมจังหวะและความนิ่งบนเวที แม้ฝ่ายคู่ชกจะพยายามเปลี่ยนท่าเต้นและสร้างความสับสน แต่กำปั้นญี่ปุ่นชกด้วยหมัดซ้ายที่แรงและแม่นยำ โดยในยก 4 เขาเร่งเครื่องทำหมัดชุดลำตัวจนควินตานาทรุดและกรรมการยุติการชกที่เวลา 1:14 นาที

หลังชัยชนะ สึสึมิเผยเป้าหมายชัดเจนว่าอยากเป็นแชมป์โลกภายใน 10 ไฟต์ และจะไต่ระดับขึ้นทีละขั้นเพื่อยกระดับอันดับและขึ้นสู่เวทีที่ใหญ่กว่า "ผมจะขยับแบบทีละขั้นเพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางไว้" สึสึมิกล่าว

ความโดดเด่นของสึสึมิอยู่ที่หมัดหนักและจังหวะคมที่สร้างความกดดันต่อคู่ชกอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับความเร็วในการปิดเกมที่ทำให้เขามีสถิติชนะน็อกถึง 3 ใน 4 ไฟต์ และน่าจะถูกดันขึ้นสู่ด่านที่หนักขึ้นในอนาคตอันใกล้

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1629254/


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top