Wednesday, 10 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

"รศ.ดร.เพ็ญศรี" รั้ง!นายก ส.มก.จ.ขอนแก่น สมัย2

นิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขา ขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง ร่วมจัดงานคืนสู่เหย้านิสิตเก่า เพื่อสานความความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนิสิตเก่า ตลอดจนเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของ ส.มก.และนิสิตเก่าและ เพื่อร่วมมือกันระหว่างนิสิตเก่าในการทำคุณประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม

เมื่อเวลา 17.00 น.วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2566 ที่ โรงแรมบายาสิตา มหาวิทยาลัยขอนแก่น  รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช นายกสมาคมนิสิตเก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาขอนแก่น เป็นประธานเปิดงานคืนสู่เหย้านิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีนายวินัย เครือตรีประดิษฐ์ อุปนายกสมาคมนิสิตเก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับคำกล่าวรายงาน ในการนี้ นางวันทนา เลิศศิริวรกุล KU รุ่น 43 เลขาธิการสมาคม นิสิตเก่ามหาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาขอนแก่น ทำงานที่ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมกันนี้มี นายกิตติ สิงหาปัด พิธีกรชื่อดัง ซึ่งเป็นนิสิตเก่า KU รุ่น 44 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะสัตวบาล เพื่อน พี่น้องนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และครอบครัว ร่วมงานอย่างคับคลั่ง

นางวันทนา เลิศศิริวรกุล  กล่าวว่า ด้วย สมาคมนิสิตเก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สาขาขอนแก่น โดยการนำของ รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช นายกสมาคม นิสิตเก่ารุ่น KU 44 ได้เริ่มจากการรวมตัวกันของสมาชิกเมื่อราวเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดยการสร้างกลุ่มไลน์แล้วนั้นเพื่อนพี่น้องก็เชิญสมาชิกที่รู้จักในจังหวัดขอนแก่นและใกล้เคียงเข้าร่วมกลุ่ม จากนั้นก็มีกิจกรรมในการพบปะพูดคุยและสังสรรค์กันตามโอกาส รวมถึงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น การร่วมกันบริจาคเงินโครงการ พลัง KU ขอนแก่นสู้โควิด -19 แก่ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ และโรงพยาบาลขอนแก่น ในช่วงสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด กิจกรรมการให้กำลังใจสมาชิกเมื่อมีการสูญเสียบุคคลในครอบครัว การจัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสร้าง
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

รวมถึงการจัดรายการวิทยุถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ความรู้ทางการเกษตรแก่ประชาชนร่วมกับสถานีวิทยุ มก.ขอนแก่น และภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 ดีขึ้น สมาชิกจึงได้กำหนดจัดงานคืนสู่เหย้าขึ้น การจัดงานคืนสู่เหย้าครั้งนี้ เป็นการจัดครั้งแรก โดยมีผู้แจ้งรายชื่อเข้าร่วมงานและสนับสนุนเงินและอาหาร จำนวนประมาณ 150 คน 

ฉก.ทัพเจ้าตาก ลาดตระเวนกลางดึก พบกลุ่มขบวนการขนยาตกใจทิ้งยาบ้า 50,000 เม็ด หนีข้ามชายแดน

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมาหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมืองโดยกองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลังพล 1 ชุดปฏิบัติการทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจช่องทางตามแนวชายแดน บริเวณ บ้านม้งเก้าหลัง ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

เพจหนุน ‘บิ๊กตู่’ ชวนอ่าน ‘ผู้นำ’ หนังสือสะท้อนตัวตน ‘นายกรัฐมนตรีสองแผ่นดิน’

(23 มี.ค. 66) เพจ ‘สนับสนุนลุงตู่ สู้ไม่ถอย’ ได้แนะนำหนังสือน่าอ่าน “ผู้นำ” ซึ่งเป็นหนังสือที่ตีแผ่และสะท้อนการทำงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้นำรัฐบาลตลอด 8 ปีที่ผ่านมา โดยให้ข้อมูลว่า

“ผู้นำ” หนังสือที่จะพาทุกท่านไปสัมผัสความเป็น “ผู้นำ” ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 แห่งราชอาณาจักรไทย ที่ได้ชื่อว่า “นายกรัฐมนตรีสองแผ่นดิน” และ “ทหารเสือราชินี” ผู้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และ ยึดมั่นในผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

เรื่องราวกว่า 8 ปี ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่พลิกโฉมประเทศไทยไปตลอดกาล ทั้งยังเป็นกระจกเงาสะท้อนให้คนไทยได้พิจารณาว่า “ผู้นำประเทศ...ต้องเก่งและดี”  ต้องมีคุณลักษณะเช่นไร โดยที่ผู้อ่านสามารถวิเคราะห์และตกผลึกด้วยตนเองว่า “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ใช่ผู้นำประเทศตามความหมายนี้หรือไม่...?

พร้อมให้ทุกท่านร่วมตกผลึกทางความคิด ผ่านหนังสือ “ผู้นำ” เรียบเรียงโดย อัศวินโต๊ะกลม ราคา 249 บาท 

สั่งซื้อได้ทางร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศแล้ววันนี้
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0j8NRo9pxHyhPSwSsELWu7bZtdJEAxvRgwunQwmpAbUsc6AYGoqU71uZRz72fz9GYl&id=100064411490734&mibextid=qC1gEa

ย้อนไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ ‘ไทย-ซาอุดีอาระเบีย’ รอยร้าวฉานที่กำลังถูกผสานให้เชื่อมต่อกันอีกครั้ง

หากย้อนอดีตกลับไป จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ร้าวฉาน กรณีความสัมพันธ์ไทย – ซาอุดีอาระเบีย คือ การที่เจ้าหน้าที่ทูตซาอุดีอาระเบียถูกลอบสังหารกลางเมืองกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2532 โดยที่ตำรวจไทยไม่สามารถสืบสวนจับคนร้ายมาดำเนินคดีได้

ต่อมาในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2533 คนร้ายได้ลงมือฆ่าเจ้าหน้าที่การทูตซาอุดีอาระเบียอีก 3 ศพรวดในเวลาเดียวกัน และในเดือนเดียวกัน ‘นายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี’ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบียและเป็นสมาชิกราชวงศ์ของตระกูลอัล-ซะอูด ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ จนทำให้มีการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลชุดหนึ่ง ข้อหา ‘อุ้ม’ นายอัลรูไวลีไปเค้นข้อมูล เพราะเชื่อเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตายของเจ้าหน้าที่การทูตของซาอุดีอาระเบียที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

กรณีนี้ ทำให้ทางการซาอุดีอาระเบียไม่พอใจอย่างยิ่ง จนถึงขั้นลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต ออกข้อจำกัดเกี่ยวกับแรงงานไทย ห้ามประชาชนของซาอุดีอาระเบียเดินทางมาประเทศไทย และลดระดับความร่วมมือระดับสูงในทุกด้านลงมาอยู่ระดับต่ำสุด

ความสัมพันธ์ระหว่างไทย - ซาอุดีอาระเบียไม่ได้เลวร้ายลงเพียงเพราะคดีฆาตกรรมเท่านั้น แต่ยังเกิดจากกรณีที่คนงานไทย ‘นายเกรียงไกร เตชะโม่ง’ ซึ่งไปทำงานในวังของเจ้าชายแห่งซาอุดีอาระเบีย แล้วได้ลักลอบโจรกรรมเพชรกลับประเทศไทย แต่ตำรวจไทยก็ยังไม่สามารถติดตามเพชรของกลางหลายรายการส่งกลับคืนให้ซาอุดีอาระเบียได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเพชร ‘บลูไดมอนด์’ ซึ่งเป็นเพชรเม็ดใหญ่ที่สุด

ความสัมพันธ์กลับเลวร้ายลงไปอีก เมื่อของกลางส่วนหนึ่งที่ติดตามกลับมาได้ มีการเอาไปปลอมแปลงก่อนนำกลับไปคืนให้ซาอุดีอาระเบีย ทั้งหมดจึงเป็นเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ของไทยกับซาอุดีอาระเบียสะบั้นลงทันที

และในสมัยรัฐบาลของ ‘นายกทักษิณ ชินวัตร’ จะหมดอำนาจ เขาได้เสนอเงินจำนวน 2 หมื่นล้านบาท ให้แก่รัฐบาลซาอุฯ เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และเพื่อให้แรงงานไทยกลับไปทำงานได้ตามปกติ แต่ยังไม่ทันได้รับการตอบรับหรือปฏิเสธก็มีการเปลี่ยนแปลงอำนาจในประเทศไทยเสียก่อน

และเมื่อปี 2563 ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง หลังจากที่รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ‘นายดอน ปรมัตถ์วินัย’ ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ณ ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 11-13 มกราคม 2563 ว่าตนเองได้เดินทางเยือนประเทศบาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย และโอมาน พร้อมทั้งกล่าวว่า การเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียนั้น เป็นการเดินทางเยือนตามคำเชิญของฝ่ายซาอุดิอาระเบีย ซึ่งมีการนัดหมายกันไว้ล่วงหน้าและยังถือเป็นการเดินทางเยือนซาอุดิอาระเบียครั้งแรกของรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในรอบ 30 ปี

ระหว่างการเยือนได้มีการหารือกับ ‘เจ้าชายฟัยศ็อล บิน ฟัรฮาน อัลซะอูด’ รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย กับ ‘นายอาดิล บิน อะหมัด อัล-นูบีร’ รัฐมนตรีแห่งรัฐด้านกิจการต่างประเทศและอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย  โดยประเด็นหลักที่ได้มีการพูดคุยกันคือ การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ รัฐมนตรีดอน ปรมัตถ์วินัย ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “การเยือนครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากซาอุดีอาระเบียเป็นอย่างดี และถือเป็นพัฒนาการในทางบวกที่จะเป็นประโยชน์สำหรับทั้งสองประเทศต่อไป”

และในปี 2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไป เยือนซาอุฯ ตามคำเชิญของ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมานฯ มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งซาอุดีอาระเบีย การฟื้นความสัมพันธ์ครั้งนี้ ถือเป็นความสัมพันธ์ทางการทูตที่พัฒนาขึ้นสู่ระดับสูงสุด หลังจาก 32 ปี ไทยมีตัวแทนซาอุฯ แค่ระดับอุปทูต ซึ่งจะส่งผลให้ความสัมพันธ์ทุกด้านยกระดับตามไปด้วย เช่น ด้านแรงงาน, การท่องเที่ยว, วัฒนธรรม, การลงทุน, การส่งออกอาหารฮาลาล การเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ของชาวมุสลิมในไทย การสนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของชาวมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ความสัมพันธ์กับองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ ‘โอไอซี’ แม้การส่งแรงงานไปซาอุฯ อาจไม่ได้มากเท่าเดิม แต่ก็รับทราบว่า ซาอุฯ ยืนยันจะใช้แรงงานไทย

วันนี้ (22 มี.ค. 66) ด้านโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอนุชา บูรพชัยศรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยินดีกับความสำเร็จหลังการฟื้นความสัมพันธ์ประเทศไทยและราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ช่วงต้นปี 2565 เป็นผลสำเร็จ เปิดโอกาสความร่วมมือระหว่างกัน 9 ด้าน ได้แก่ ด้านการท่องเที่ยว, ด้านแรงงาน, ด้านอาหาร รวมถึงความร่วมมือใน ด้านสุขภาพ, ด้านพลังงาน, ด้านการศึกษาและศาสนา, ด้านความมั่นคง, ด้านกีฬา และด้านการค้าและการลงทุน ทั้งภาครัฐและเอกชนของทั้ง 2 ฝ่าย โดยภาคเอกชนไทยสนใจลงทุนธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าตกแต่งภายใน

'ผู้เชี่ยวชาญ' ชี้!! 'ซีเซียม-137' ที่หายไม่อันตรายอย่างที่คิด พบมีค่าปริมาณกัมมันตรังสีที่ต่ำ ประชาชนอย่าตื่นตระหนก

(20 มี.ค.66) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงการติดตามผลกระทบต่อสุขภาพหลังมีท่อบรรจุสารซีเซียม-137 หายออกจากโรงงานผลิตไฟฟ้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี และพบว่ามีการหลอมไปตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.แล้วนั้น ในขณะนี้ยังต้องรอความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีการระบุพื้นที่ใดบ้าง แต่เบื้องต้น ต้องมีการตรวจสุขภาพทั่วไปของพนักงานโรงงานหลอมเหล็กดังกล่าว และตรวจหาสารตกค้างในปัสสาวะ 

ทั้งนี้เนื่องจากสารดังกล่าวเป็นสารอันตรายพิเศษ ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขไม่สามารถตรวจได้ ทางสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ซึ่งมีห้องปฏิบัติการพิเศษจึงเป็นผู้ตรวจสอบ โดยมีการตรวจพื้นที่รอบ ๆ โรงงาน ประชาชนในอำเภอนั้น ๆ และใน จ.ปราจีนบุรี

ขณะที่ด้าน นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ เลขาธิการสํานักงานปรมาณูเพื่อสันติ กล่าวว่า ขณะนี้ เราพบว่าวัตถุบรรจุซีเซียม-137 หายไป และพบเบาะแสที่โรงหลอมเหล็กว่า มีการหลอมเหลว ต้องเรียนว่าของต้นทางหายไปโดยมนุษย์ ที่เราจะต้องติดตามต่อว่าหายไปได้อย่างไร เหตุการนี้เป็นอุบัติการ ที่ยังไม่กระทบต่อชีวิตมนุษย์ ยังไม่ใช่อุบัติเหตุทางนิวเคลียร์แบบเชอร์โนบิล หรือ ฟุกุชิมะ โดยกฎหมายฉบับใหม่ หากรู้ว่าอุปกรณ์รังสีสูญหายต้องแจ้งโดยพลัน แต่เมื่อไม่แจ้งโดยพลันจึงเกิดเหตุการณ์นี้ เราจึงติดตามได้โดยเครื่องมือของปรมาณูเพื่อสันติ หลังรับแจ้งทีมเข้าตรวจสอบโรงงานในวันรุ่งขึ้น แต่ตอนนี้ทางโรงงานยังไม่รู้ว่าหายเพราะอะไร 

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2566

เราจะวางจิตอย่างไร
เมื่อต้องเจอคน ที่ทำไม่ดีกับเรา
ให้คิดว่า จิตเค้าอยู่ตรงนั้น
จิตของเรา มันข้ามไปแล้ว
เค้าทำไม่ดี...
ก็อย่าไปทำเหมือนเค้า

ทฤษฎีสมคบคิดเพื่อหา ‘แพะ’ และความ ‘เสื่อม’ การล่มสลายของ ‘กรุงศรีฯ’ ครั้งที่ 2 | THE STATES TIMES STORY EP.111

วันนี้ THE STATES TIMES Story จะพาคุณไปรับฟัง
เรื่องราวประวัติศาสตร์การเสียกรุงครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 และ ‘แพะ’ ที่ถูกตราหน้าว่าทำให้เสียกรุง พร้อมย้อนรอยไปกับทฤษฎีสมคบคิดเพื่อหา ‘แพะ’ และความ ‘เสื่อม’ จนทำให้เสียกรุงในครั้งนี้…

ไปติดตามกันได้ใน THE STATES TIMES Story ใน EP. นี้ได้เลย

รับชม THE STATES TIMES STORY ตอนอื่นๆ ได้ที่ : https://youtube.com/playlist?list=PL60bae1syuyLbSZPZIUmXvd6NiToeX5qW

🎥 ช่องทางรับชม
Facebook: THE STATES TIMES PODCAST
YouTube: THE STATES TIMES PODCAST
TikTok: THE STATES TIMES PODCAST

'นายกใหญ่' สะบัดธง 'พลังประชารัฐ' รับใช้ 'ปทุมธานี' ยกจังหวัด | CONTRIBUTOR EP.25

นายเสวก ประเสริฐสุข หรือ ที่พี่น้องชาวปทุมธานี ต่างรู้จักกันดีในฉายา ‘นายกใหญ่’ . อดีต นายก อบต.เชียงรากใหญ่ และ อดีตรอง นายก อบจ.ปทุมธานี ผู้ได้รับฉายา ‘พี่ใหญ่ มีแต่ให้’ ของชาวปทุมฯ

บุคคลที่ชาวปทุมฯ กล้าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘กุมหัวใจ’ ผู้คนทั้งจังหวัด จากความมีน้ำใจสไตล์นักเลงเมืองปทุมฯ . ทุ่มเทพัฒนาผืนถิ่นในส่วนที่ทำได้ (เชียงรากใหญ่) นำความเจริญในแง่ของสาธารณูปโภค เศรษฐกิจ และการเกษตรมาสู่ปทุมธานีอย่างต่อเนื่อง ใต้บทบาทของคนทำงานเบื้องหลัง

ทว่า วันนี้ ‘พี่ใหญ่’ ของคนปทุมฯ พลิกบทบาทครั้งใหญ่ ก้าวขึ้นมายืนอยู่แนวหน้า ขออาสารับใช้ชาวปทุมธานีแบบเต็มตัว ภายใต้เสื้อคลุมแห่งพลังประชารัฐ นำทัพว่าที่ผู้สมัครทั้ง 7 เขตของ จังหวัดปทุมธานี

เป้าหมายใหญ่ พัฒนาปทุมธานี ให้กลายเป็นเมืองที่ผู้คนต้องหยุดมอง และกลายเป็นอีกเมืองสำคัญของประเทศ ที่ผู้คนต้องแวะมาท่องเที่ยว เศรษฐกิจดี ปากท้องต้องดี สาธารณูปโภคพร้อม ไร้ยาเสพติด และสลายสีขั้วการเมือง นี่คือการประกาศศักดา!! . ‘ปทุมธานี’ ต้อง พัฒนา!!

รู้จัก 'ปรเมษฐ์ ภู่โต' คนข่าวสวนกระแส | CONTRIBUTOR EP.24

รู้จัก 'ปรเมษฐ์ ภู่โต' คนข่าวสวนกระแส . ผู้กล้าเปิดฉากตีสวนข่าวปลอม หล่อหลอมข้อมูลจริงมาเล่าสู่สังคมไทย แม้จะถูกฝ่ายไม่เห็นด้วยตามแก๊งรถทัวร์มาไล่จอด ก็หาได้แคร์ . เพราะยึดหลักในวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่ว่า...แก่นแท้ของความจริง ไม่ใช่สิ่งที่คนกล้าต้องกลัว . ร่วมเปิดมุมมองจากคนจริง ที่ไม่ทิ้งลวดลายการเล่าอย่างเมามันกับเขาได้ใน Contributor EP นี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top