Wednesday, 2 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

โดรนรัสเซียโจมตีเป้าหมายท่าเรือยูเครน!! อ้างโจมตีคลังเชื้อเพลิงและเรือสินค้า 2 ลำ ที่ใช้ส่งกำลังบำรุงให้กองทัพยูเครน เป้าหมายกระสุนและอุปกรณ์ทหาร กระทรวงกลาโหมยืนยันปฏิบัติการ

โดรนโจมตีของรัสเซียโจมตีเรือบรรทุกสินค้าแห้ง 2 ลำ ที่บรรทุกกระสุนและยุทโธปกรณ์ทางทหารในท่าเรือเชอร์โนมอร์สก์ รวมถึงถังเก็บเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นที่เตรียมส่งให้กองทัพยูเครน ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย

แถลงการณ์ระบุว่า
“ตลอดทั้งวัน อากาศยานไร้คนขับโจมตีได้โจมตีเรือบรรทุกสินค้าแห้ง 2 ลำ ซึ่งบรรทุกกระสุนและอุปกรณ์ทางทหารในท่าเรือเชอร์โนมอร์สก์ รวมถึงถังเก็บเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นที่มีไว้สำหรับกองกำลังยูเครน”

ที่มา : Sputnik

ย้อนความหมาย “เกียรติศักดิ์ทหารเสือ”!! เพลงปลุกใจสะท้อนจิตวิญญาณทหาร เนื้อเพลงมาจากภาษิตโบราณ ต้องมีศรัทธาและจงรักภักดี เกียรติและครอบครัวคือหัวใจสำคัญ

พลโท ธีรนันท์ นันทขว้าง โพสลงเฟสบุ๊ค

วันนี้มีเพลงหนึ่งปรากฏขึ้น timeline บน YouTube ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปในอดีต สมัยที่เป็นนักเรียนนายร้อย ที่เราจะร้องเพลงนี้ตอนเวลาวิ่งกัน ซึ่งเพลงนี้คือ เพลง “เกียรติศักดิ์ทหารเสือ”

มโนมอบพระผู้ สถิตอยู่ยอดสวรรค์
แขนถวายให้ทรงธรรม์​ พระผ่านเผ้าเจ้าชีวา
ดวงใจให้ขวัญจิต ยอดชีวิตและมารดา
เกียรติศักดิ์รักของข้า​​ ชาติชายแท้แก่ตนเอง
มโนมอบพระผู้​​ เสวยสวรรค์
แขนมอบถวายทรงธรรม์ เทอดหล้า
ดวงใจมอบเมียขวัญ​ และแม่
เกียรติศักดิ์รักข้า​​ มอบไว้แก่ตัว

ความจริงแล้ว เนื้อหาของเพลงนี้มาจาก ภาษิตนักรบฝรั่งเศสโบราณ ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรงชื่นชม เลย นำโคลงนี้ไปตีพิมพ์ ในหนังสือ ดุสิตสมิต เมื่อ พ.ศ. 2461
ในตอนเป็นนักเรียนนายร้อยนั้น ผมวิ่งร้องเพลงนี้ไปก็ไม่คิดอะไรที่ลึกซึ้งมาก นอกจากวิ่งแล้วฮึกเหิม เพราะเป็นเพลงปลุกใจ แต่พอรับราชการทหารมาจนใกล้เกษียณแล้ว กลับมาดูเนื้อเพลงนี้อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง พบว่า เนื้อหามีความลึกซึ้ง สะท้อนถึงจิตวิญญาณ การเป็นทหาร อย่างแท้จริง ที่มีมาตั้งแต่โบราณ

เนื้อหาของ เพลงทั้ง 2 ท่อนมี 4 ส่วนที่้ซ้ำกันดังนี้
1) กล่าวถึงความเชื่อความศรัทธา ที่มีต่อศาสนา หรือความเชื่อ
2) กล่าวถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ หรือการทำหน้าที่เพื่อรับใช้แผ่นดิน
3) ความยึดมั่นในคนที่เรารักและครอบครัวของเรา
4) ส่วนเกียรติและความซื่อสัตย์ คือสิ่งที่เราต้องสร้างขึ้นมาจากตัวของเราเอง

สามารถสรุปได้ว่า สิ่งที่นักรบ หรือ ทหารอาชีพจะต้องมี 4 เรื่อง คือ
ทหารอาชีพ = ผู้มีศรัทธา + ผู้รับใช้ พระเจ้าแผ่นดิน/แผ่นดิน + ผู้ที่รักสมาชิกครอบครัว + ผู้ที่มีศักดิ์ศรี
ปัจจุบัน ทหารเป็นอาชีพที่อาจจะมีคนอยากเป็นน้อยลง เพราะวิถีในการดำเนินชีวิตมีความสะดวกสบายขึ้น โลกมีภาวะความขัดแย้งในรูปแบบของการสู้รบที่น้อยลง อย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอย่างไร จิตวิญญาณในการเป็นทหารปัจจุบัน ก็ยังคงมีความเหมือน กับคนที่เป็นทหารสมัยก่อน ตั้งแต่โบราณกาล ที่ผ่านมาหลายพันปี ทหาร หรือ นักรบในอดีต นั้นจะต้องยึดมั่นกับอุดมการณ์ความเชื่อของตนเอง ต้องเสียสละเพื่อสังคมส่วนรวม ต้องปกป้องคนของตัวเอง (ครอบครัว) และ ต้องเป็นคนที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี

นั่นก็หมายความว่า คนที่เป็นทหารนั้น ไม่ได้ดูจากความชอบความชอบความสมัครใจแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูจากความยึดมั่นจงรักภักดีใน ค่านิยมหลักของชาตินั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ครอบครัว และ ความมีเกียรติมีศักดิ์ศรีในตัวเอง เพราะ ทหารเป็นอาชีพจับถืออาวุธ การที่ทหารแต่ละนายมีมิติต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้ทหารห่างไกล จากการเป็นเครื่องจักรสงคราม หรือ เครื่องจักรสังหาร เพราะกระบวนการหล่อหลอม บุคคลพลเรือน เข้ามาเป็นทหารนั้น จะต้องสร้างให้ทหารนั้นมีความเสียสละ ยึดมั่นในอุดมการณ์ สามารถเดินไปตายแทนคนที่อยู่ข้างหลังได้ ซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่า อุดมการณ์ในการเป็นทหารอาชีพ สรุปก็คือ เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยเพลงที่มีความหมายลึกซึ้ง และจบลงที่ความหมายสะท้อน ถึงอุดมการณ์ในการเป็นทหารอาชีพ ครับ ….Hooah!!!

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=27533070409727312&id=100003531711329&post_id=100003531711329_27533070409727312&rdid=kP4McPscY3goVUec#

‘มิสเตอร์เฉิงตู’ อาจารย์ไทยในเสฉวน จากล่ามท่องเที่ยวสู่ผู้อำนวยการศูนย์แลกเปลี่ยนไทย ชะภิพรปักหมุดภาษาไทยในเสฉวน กับภารกิจสร้างคนรุ่นใหม่ เชื่อมการศึกษา วัฒนธรรม และธุรกิจไทย–จีน

สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน : 'มิสเตอร์เฉิงตู' อาจารย์ภาษาไทยในเสฉวน ผู้ร่วมสร้างสะพานมิตรภาพจีน-ไทย

สำนักข่าวซินหัวรายงาน -- ชะภิพร เกียรติคชาธาร หรือกวนกั๋วซิง ผู้อำนวยการศูนย์แลกเปลี่ยนไทย สังกัดมหาวิทยาลัยเฉิงตู ในมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ถือเป็นหนึ่งในอาจารย์ชาวไทยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของมหาวิทยาลัยเฉิงตู และครองฉายาในหมู่ชาวไทยว่า "มิสเตอร์เฉิงตู" (Mr. Chengdu)

ชะภิพรเกิดที่กรุงเทพฯ คุณแม่เป็นชาวไทย ส่วนคุณพ่อมีบรรพบุรุษมาจากมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน ทุกปีครอบครัวของเขาจะฉลองเทศกาลตรุษจีนและไปไหว้ศาลเจ้าจีนเป็นประจำ ทำให้ชะภิพรได้อยู่ในบรรยากาศวัฒนธรรมจีนและเริ่มเรียนภาษาจีนอย่างจริงจังตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ชะภิพรถือว่าทั้งกรุงเทพฯ และเฉิงตูเป็นบ้านเกิดของตนเอง เขาทุ่มเทผลักดันความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างไทยกับจีนอย่างต่อเนื่องหลายปีและได้รับรางวัลมากมาย เช่น เหรียญมิตราภรณ์จากรัฐบาลจีน และเหรียญเชิดชูเกียรติจากรัฐบาลไทยสำหรับการอุทิศตนเป็นกรณีพิเศษอันน่าชื่นชมยิ่ง

ปี 1997 ชะภิพรเป็นล่ามนำคณะนักท่องเที่ยวเดินทางมายังจีนครั้งแรก ซึ่งจุดหมายแรกคือเฉิงตูที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติและวัฒนธรรมชวนประทับใจ ทำให้เขามองเห็นโอกาสมหาศาลในภูมิภาคจีนตะวันตก โดยเฉพาะมณฑลซื่อชวนที่อยู่ไม่ไกลจากไทย นำสู่การขบคิดถึงการมีบทบาทในความร่วมมือระดับทวิภาคี

หลังจากพิจารณาและลงพื้นที่สำรวจแล้ว ชะภิพรเปลี่ยนมาทำงานด้านการศึกษาภาษาไทยในมณฑลซื่อชวน เนื่องจากมองว่าความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายนั้นต้องการบุคลากรที่มีทักษะภาษาไทย ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีมหาวิทยาลัยใดในมณฑลซื่อชวนเปิดสอนภาษาไทย เขาจึงคว้าโอกาสนี้ไว้อย่างรวดเร็ว

ปี 2006 ชะภิพรได้เปิดโครงการอบรมภาษาไทยที่มหาวิทยาลัยเฉิงตู ซึ่งถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในมณฑลซื่อชวนที่เปิดสอนภาษาไทย ต่อมาปี 2008 มหาวิทยาลัยเฉิงตูได้เปิดสาขาวิชาภาษาไทยอย่างเป็นทางการทั้งระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา นักศึกษาจำนวนมากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฯ บางคนทำงานในสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยในจีน บางคนเป็นครูสอนภาษาจีนในไทย บางคนมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการค้าระหว่างจีนกับไทย ขณะที่บางคนทำงานด้านการแปลภาษา และกลายเป็นทูตแห่งมิตรภาพในการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างจีนกับไทย

การแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนที่เพิ่มขึ้นยังช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างเมืองต่างๆ เช่น การสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องอย่างเป็นทางการระหว่างเชียงใหม่กับเฉิงตูในปี 2015 ซึ่งนำสู่การเปิดเส้นทางบินตรงแบบประจำ โดยคุณูปการของชะภิพรต่อความร่วมมือทวิภาคีทำให้เขาได้รับรางวัลมิตรภาพแห่งเทียนฝู่จากมณฑลซื่อชวนในปี 2017

ชะภิพรมองว่านอกจากการท่องเที่ยวแล้ว ความร่วมมือระหว่างจีนกับไทยยังมีโอกาสพัฒนาในสาขาใหม่ๆ เช่น ยานยนต์พลังงานใหม่ พลังงานแสงอาทิตย์ และเศรษฐกิจดิจิทัล และเขายินดีจะร่วมเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษา วัฒนธรรม และธุรกิจการค้า เพื่อเสริมสร้างสะพานแห่งมิตรภาพไทย-จีนให้มั่นคงยิ่งขึ้น

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1425982309395573&id=100059514523438&rdid=2e0jSM8WMvwFhB5O#

21 สิงหาคม 2411 ‘ในหลวงรัชกาลที่ 5’ ประกาศใช้หน่วย ‘สตางค์’ เป็นครั้งแรกในไทย กำหนด 100 สตางค์เท่ากับ 1 บาท กลายเป็นมาตรฐานเงินบาทในปัจจุบัน

วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2411 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้มีการออกประกาศให้ใช้หน่วย ‘สตางค์’ เป็นครั้งแรก

โดยก่อนหน้านี้ ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาจนถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ประเทศไทยใช้หน่วยเงินเป็น ทศ พิศ พัดดึงส์ ชั่ง ตำลึง บาท สลึง เฟื้อง ไพ ซีก เสี้ยว อัฐ และโสฬส ซึ่งถือเป็นระบบที่ยากต่อการคำนวณและการแลกเปลี่ยนในการใช้จ่ายต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม 100 สตางค์ มีการกำหนดค่าให้เท่ากับ 1 บาท และนั่นถือเป็นจุดกำเนิดของหน่วยสากลที่นิยมใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://www.facebook.com/infoisoc4news/posts/pfbid032JYR5WHhQxQ9FjkWtG3X5N87ygWugE3w1BhUsJRHgkoLCRUVbfBsxDJhoUaTdfcVl

น้อย วงพรู โพสต์ถึง เรย์ แม็คโดนัลด์

ก่อนที่จะเป็น น้อย วงพรู เคยดูทีวีแล้วคิดว่า
“ผู้ชายคนนี้คือใคร เท่ชิบหาย ฉลาดด้วย แสดงก็เก่ง”
20 ปีถัดไปคนๆนั้นมาช่วนน้อยมาออกรายการของเขา
น้อยมัวแต่ชมเขาไม่หยุด จนเขาตอบว่า
“พี่ผมทนไม่ไหวแล้ว พี่จะเอาลายเซ็นผมมั้ย”
เรย์เป็นคนที่ทำให้เรายิ้มได้เสมอ
หลังจากนั้นเราคุยกันว่าสักวันนึงเราจะต้องร่วมงานด้วยกัน
มันไม่เกิดขึ้น แต่สักวันนึงในสวรรค์ one day in heaven bro…seeyou
RIP Ray Mcdonal

น้อย วงพรู โพสต์ถึง เรย์ แม็คโดนัลด์

ที่มา : https://www.facebook.com/100044341333467/posts/1624831212338241/?rdid=4QdmKZQHLQZplwhk#

เครือข่ายภาฯ เตรียมรับน้ำ!! ร่วมวางแผนรับน้ำล้น ยกของขึ้นสูงเตือนชาวบ้าน อพยพพร้อมสิ่งของช่วยเหลือ พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินแพร่

เครือข่ายศูนย์การจัดการภัยพิบัติเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)
ตำบลป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ และเครือข่ายศูนย์การจัดการภัยพิบัติเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)
องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ร่วมกันวางแผนการเตรียมรับสถานการณ์น้ำที่คาดการณ์ว่าจะเข้าพื้นที่ในเวลาเที่ยงคืนนี้

โดยทีมเครือข่ายฯ ดำเนินการ แจ้งเตือนประชาชนให้ยกของขึ้นที่สูง และทีมเครือข่วยๆ ช่วยเหลืออพยพประชาชนในพื้นที่ พร้อมสิ่งของขึ้นที่สูง เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

อาลัย ‘เรย์ แม็คโดนัลด์’ หลังเสียชีวิตกะทันหันที่บ้านพักย่านพัฒนาการ โดยแพทย์สันนิษฐานหัวใจขาดเลือดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ ครอบครัว–เพื่อนสนิท รับร่างที่นิติเวช รพ.ตำรวจ ท่ามกลางความเศร้า ทิ้งความทรงจำให้แฟนยุค 90

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางสริญญา หรือ แหม่ม แม๊คโดแนลด์  ภรรยาของเร พร้อมครอบครัว และเพื่อนสนิท เช่น ลีโอ พุฒ และชาคริต แย้มนาม เดินทางมารับศพของ เร แม๊คโดแนลด์ วัย 49 ปี อดีตดาราและพิธีกรชื่อดัง ที่วูบหมดสติจากไปอย่างสงบเมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่บ้านพักย่านพัฒนาการ กรุงเทพมหานคร โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตคือ สันนิษฐานว่าหัวใจขาดเลือด จากเส้นเลือดหัวใจตีบ

ลีโอ พุฒ เปิดเผยว่า เป็นไปตามที่คาดการณ์คือเกิดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น ส่งผลให้หัวใจขาดเลือด จากไปอย่างสงบไม่ได้เจ็บอะไร คุณหมอแจ้งว่าอาการนี้เหมือนกับหลับไปเฉย ๆ เหมือนเครื่องปั๊มมันหยุดทำงาน คิดว่าคงคล้ายกับหัวใจวาย เลือดไม่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจแล้วหยุดเต้น สาเหตุเกิดจากเรื่องของการใช้ชีวิต อาหารการกิน ไขมันเลว ทานอาหารที่ไม่ดี ทำให้เส้นเลือดมีไขมันและแคลเซียมไปเกาะ ทำให้เลือดเดินไม่สะดวก ตนมีประสบการณ์ตรงและเคยมีสัญญาณเตือนคือจะแน่นที่ช่วงบริเวณลิ้นปี่เหนือขึ้นมานิดหนึ่ง ซึ่งอาการแบบนี้หลายคนมักสับสนและคิดไปในแง่ดีว่าเป็นแค่กรดไหลย้อน มันแยกกันลำบาก สำหรับเคสนี้จึงอยากฝากเตือนไว้ หากใครมีอาการแบบนี้ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเกิดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ จะมีวิธีการตรวจเบื้องต้น เช่น อัลตร้าซาวด์ หรือเดินลู่แปะอุปกรณ์

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าก่อนหน้านี้เรเคยมีอาการเหนื่อยหอบหรือไม่ ลีโอ พุฒ ตอบว่า เรเป็นคนไม่บ่น แต่ตนสังเกตว่าเรจะดูเหนื่อยกว่าคนอื่นถ้าไปทำกิจกรรมหนัก ๆ ตอนแรกไม่ได้เอะใจเพราะรู้ว่าเรเป็นคนความคิดจะวิ่งอยู่ในหัวตลอดเรื่องงาน ซึ่งอาจจะนอนไม่เพียงพอ ปกติเคยบอกให้เรไปตรวจสุขภาพตอนที่ตนไปตรวจ และแนะนำให้เรไป แต่เรค่อนข้างดื้อไม่ค่อยชอบหมอ ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวเรื่องดื่มเหล้า เรเลิกเหล้ามาแล้ว 30 ปี ยืนยันว่าไม่ดื่มเลย กินแต่ขนม โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวต่างๆในร้านสะดวกซื้อ ดื่มโค๊ก ซีโร่ ส่วนเรื่องบริษัทใครจะทำต่อ ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูด ต้องให้เกียรติภรรยาของเรและยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น

ด้าน นางสริญญา ภรรยาของเร และ ชาคริต แย้มนาม เปิดเผยว่า เป็นเรื่องของเส้นเลือดหัวใจ 3 เส้นตีบประมาณ 90,90และ70 เปอร์เซ็นต์ หลับไปเฉย ๆ ถือว่าเพื่อนไปสบาย อวัยวะทุกอย่างในร่างกายดีหมด มีแค่ประเด็นเดียวคือเรื่องหัวใจ เรเป็นคนทำงานเต็มที่พักผ่อนน้อยตามประสาของนักเดินทางที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่น ถือว่าถึงเวลาของเขาที่เป็นนักเดินทางไปในที่ที่ดี เรเป็นคนมีความมุ่งมั่น ทุกอย่างที่ทำทำอย่างเต็มที่ ในทุก ๆ การเดินทางของเพื่อนคือความสุข วันนี้เป็นวันแรกที่มีพิธีสวดศพ 7 วัน และมีกำหนดการฌาปนกิจในวันพุธที่ 26 ส.ค. โดยช่วงเย็นวันนี้จะเป็นพิธีรดน้ำศพภายในครอบครัว

นางสริญญา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จริง ๆ แล้วเรได้พักในช่วงเดือนนี้เพราะลูกปิดเทอม จะไปเที่ยวและใช้เวลากับลูก ได้เตะบอลกับลูก จนกระทั่งในวันที่เขาต้องตื่นมาส่งลูกตามที่ทำทุกวัน แต่เขากลายเป็นคนที่ไม่ตื่นแล้ว นอนหลับไปเลย วันนั้นลูกกับพ่อมีกู๊ดไนท์กันปกติ และลูกขึ้นไปนอน ตอนแรกตนคิดว่าเรแกล้งเพราะปกติชอบแกล้ง ตนก็จะแกล้งกลับ ความผิดปกติคือเขาไม่เคยมีอาการอะไร ไม่เคยบอก นั่งดูทีวีปกติแล้วล้มตัวไปนอน ขยับตัวเหมือนคนปกติเพื่อหาความสบายของตัวเองแล้วก็หลับไป ตอนที่ลงไปนอนก็ยังขยับจัดให้นอนสบายตัวเหมือนหลับลึก ไปช่วงที่หลับสนิทหลายชั่วโมงกว่าตนจะลงไปเจอตอนเที่ยงคืนกว่าเกือบตีหนึ่ง จนตนแต่งตัวลงมาส่งลูกตอน 6 โมงครึ่ง จึงเจอเรและพบว่าเสียชีวิตแล้ว ไม่ได้มีภาวะฉุกเฉินอะไรที่จะบอกได้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องการหาหมอและดูแลสุขภาพ เรเป็นคนกลัวหมอ ต้องบังคับให้ไป อย่างกรณีการทำฟันก็ไม่ค่อยชอบเจอหมอ ตนต้องบังคับและบางทีต้องหลอกพาไป ตนเชื่อว่าผลงานของเรทำไว้มากมายและขอบคุณมาก ๆ คิดว่าลูกน่าจะภูมิใจในตัวพ่อ ส่วนเรื่องงานที่จะต้องทำต่อ เพื่อน ๆ มองว่าต้องมีเร อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนสานต่อในงานที่คุยกับลูกค้าไว้ ซึ่งจะต้องมีการคุยกันต่อไป

ทั้งนี้ ร่างของนายเรถูกบรรจุในโลงศพสีขาวลายดอกไม้ และนำขึ้นรถตู้สีขาวของเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู หมายเลขทะเบียน 3ฒฎ 2488 กรุงเทพมหานคร เพื่อไปตั้งบำเพ็ญกุศลและสวดอภิธรรมที่วัดยาง พระอารามหลวง อ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมายเลขใต้ฝาโลงศพของนายเรคือเลข 769

จากนั้นครอบครัว ภรรยา และเพื่อนสนิท ได้ขึ้นรถคันเดียวกันเพื่อเดินทางไปยังวัดยาง พระอารามหลวง โดยมีคุณแม่ของ “เร แม๊คโดแนลด์” ร่วมเดินทางไปด้วย ส่วน ภรรยาของเร ถือกระถางธูปขึ้นรถด้วยอาการโศกเศร้าและร้องไห้ตลอดเวลามีอาการคล้ายจะเป็นลม โดยเพื่อนและครอบครัวต้องประคองเดิน

ทั้งนี้ก่อนขบวนรถจะออกเดินทาง “นายชาคริต แย้มนาม” ได้เคาะรถมูลนิธิฯพร้อมพูดว่า “ขึ้นรถมานะ แม๊ก ตามมานะเพื่อน” ก่อนขึ้นรถเดินทางไปยังวัดยางฯเพื่อเตรียมพิธีรดน้ำศพเย็นนี้ต่อไป

นิทรรศการชวนหยุด เชิญร่วมสัมผัสงานศิลป์ ANAPANA SATI เปิดประสบการณ์ใหม่ เดินทางผ่านสติด้วยศิลปะหลากมิติ ย้ำให้เห็นความสำคัญของการอยู่กับตัวเอง

ขอเรียนเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัส
ANAPANA SATI — RETURN TO SELF
นิทรรศการศิลปะเชิงประสบการณ์ ที่ชวนให้เราหยุดจากความเร่งรีบ และกลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง

ภายในงานจะได้สัมผัสการเดินทางผ่านศิลปะ ประติมากรรม แสง เสียง กลิ่น และกิจกรรมที่ออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงเรื่องของ “สติ” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านการทำสมาธิมาก่อน

มาลองให้เวลาตัวเองได้หยุด หายใจ และสังเกตว่า เมื่อโลกภายนอกค่อย ๆ เงียบลง เราได้ยินอะไรจากข้างในบ้าง

ANAPANA SATI — RETURN TO SELF
Immersive Mindfulness Exhibition by ARTWELL®

🗓 วันที่ 10 สิงหาคม – 28 กันยายน 2569
📍 Gallery 3 ชั้น 2, River City Bangkok

จัดโดย ARTWELL® และ Command N Design Center
ริเริ่มและออกแบบโดย ภัณฑ์ธิรา ณิชยสุรีย์กุล

สามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมภายในงานได้ที่
Facebook: www.facebook.com/artwellofficial
Instagram: www.instagram.com/artwellexhibition
LineOA: https://lin.ee/rilOEzy

ลงทะเบียนเข้างาน เพียง 101บาท
ฟรี เครื่องดื่ม 115 บาท
อยากให้ทุกคน มา “ใส่บาท” กัน
Website: www.artwellexhibition.com

ศาลจีนสั่งจำคุกตลอดชีวิต ‘สวี่เจียอิ้น’!! อดีตประธานเอเวอร์แกรนด์ ปมคดีการเงินมหาศาล ยึดทรัพย์สินและเพิกถอนสิทธิ์ ปรับบริษัทเอเวอร์แกรนด์แพงมาก

ศาลจีนตัดสินจำคุกตลอดชีวิต 'สวี่เจียอิ้น' อดีตประธานเอเวอร์แกรนด์

เซินเจิ้น, 20 ส.ค. (ซินหัว) -- วันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) ศาลประชาชนชั้นกลางเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน มีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตสวี่เจียอิ้น อดีตประธานบริษัท เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป (Evergrande Group) โดยศาลฯ ระบุว่าเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ปและสวี่มีความผิดฐานรับเงินฝากจากประชาชนอย่างผิดกฎหมาย ฉ้อโกงการระดมทุน ออกสินเชื่อผิดกฎหมาย ฉ้อโกงการออกหลักทรัพย์ เปิดเผยข้อมูลสำคัญโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และติดสินบนองค์กร

ศาลฯ ยังพิพากษาว่าสวี่มีความผิดฐานใช้เงินทุนอย่างผิดกฎหมายและยักยอกทรัพย์ ขณะที่บริษัท เอเวอร์แกรนด์ เรียล เอสเตท กรุ๊ป (Evergrande Real Estate Group) มีความผิดฐานออกหลักทรัพย์โดยมิชอบ

คำพิพากษาของศาลฯ ระบุว่าสวี่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังและรับผิดชอบการดำเนินงานโดยรวมของเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป โดยสวี่บริหารและควบคุมบริษัทเอเวอร์แกรนด์ เรียล เอสเตท กรุ๊ป และบริษัทอื่นๆ อีกหลายแห่ง ซึ่งมีการลงทุนครอบคลุมภาคอสังหาริมทรัพย์ การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ การเงิน และภาคส่วนอื่นๆ

การกระทำผิดทางอาญาของสวี่และบริษัททั้งสองแห่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยม ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินของภาครัฐและเอกชน และกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยศาลฯ ระบุว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมหาศาลและมีพฤติการณ์ร้ายแรงยิ่ง ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและกระทบต่อสังคมอย่างรุนแรง ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงสมควรได้รับโทษอย่างหนักตามกฎหมาย

สวี่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และศาลมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด พร้อมคำสั่งให้ติดตามเรียกคืนผลประโยชน์ที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงชดใช้ส่วนที่ยังขาดเหลือ ส่วนเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ปถูกปรับเป็นเงิน 8.82 พันล้านหยวน (ราว 4.31 หมื่นล้านบาท) ขณะที่เอเวอร์แกรนด์ เรียล เอสเตท กรุ๊ปถูกปรับเงิน 7 พันล้านหยวน (ราว 3.42 หมื่นล้านบาท)

ที่มา : Xinhua

นายกฯ จีบ T&G ยักษ์ผลไม้นิวซีแลนด์!! ดันไทยเป็นฮับกระจายสินค้าเกษตรสู่อาเซียน–ตลาดโลก เชื่อมเครือข่ายตลาดอาเซียน ใช้เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าผลผลิต ยกระดับรายได้เกษตรกรกว่า 6 ล้านครัวเรือน

นายกฯ จีบ T&G ยักษ์ผลไม้นิวซีแลนด์ ยกระดับเกษตรกร ชูไทยฮับกระจายสินค้าเกษตรอาเซียน

นายกฯ หารือ T&G Global บริษัทชั้นนำด้านพืชสวนและผลไม้สดจากนิวซีแลนด์ เจ้าของแบรนด์แอปเปิล ENVY และ JAZZ ที่จำหน่ายผลไม้ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ชูศักยภาพไทยเป็นศูนย์กลางการค้าและกระจายสินค้าเกษตรสู่ตลาดผู้บริโภคกว่า 700 ล้านคนในอาเซียน พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและการวิจัยและพัฒนา นำความเชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ผลไม้ระดับโลกมาช่วยยกระดับรายได้เกษตรกรไทยกว่า 6 ล้านครัวเรือน และเชื่อมโยงผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและคณะได้พบหารือกับผู้บริหารบริษัท T&G Global ณ เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในโอกาสเดินทางเยือนนิวซีแลนด์ โดยได้หารือถึงโอกาสในการขยายความร่วมมือและการลงทุนของบริษัทในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้ต่อยอดความร่วมมือระหว่างไทยกับ T&G ให้ครอบคลุมการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรและผลไม้คุณภาพสูงของไทยเข้าสู่เครือข่ายการจัดจำหน่ายของ T&G เพื่อขยายตลาดในภูมิภาคและตลาดโลก และนำประสบการณ์ของบริษัทในการพัฒนาแอปเปิลจากสินค้าเกษตรท้องถิ่นสู่แบรนด์ระดับโลก มาประยุกต์ใช้ในการยกระดับมาตรฐานการเพาะปลูก การจัดเก็บ การบรรจุ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลไม้ไทย

นอกจากนี้ยังได้ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการค้าและกระจายสินค้าเกษตรสำหรับตลาดอาเซียน ด้วยที่ตั้งซึ่งอยู่ใจกลางภูมิภาค สามารถเชื่อมโยงตลาดผู้บริโภคกว่า 700 ล้านคน ประกอบกับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ทั้งท่าเรือแหลมฉบัง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระบบ Cold Chain และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ตลอดจนเครือข่ายความตกลงการค้าเสรี ที่ช่วยสนับสนุนการค้าและการกระจายสินค้าในภูมิภาคที่สำคัญ ปัจจุบันมีเกษตรกรไทยกว่า 6.4 ล้านครัวเรือน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของแรงงานทั้งประเทศ ที่ยังพึ่งพาภาคเกษตรเป็นอาชีพหลัก ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่จะนำผลไม้จากสวนของเกษตรกรไทยไปวางขายทั่วโลก

ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะเทคโนโลยีการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและการจัดเก็บวัตถุดิบทางการเกษตร เพื่อช่วยยืดอายุพืชผักและผลไม้โดยไม่ใช้สารเคมี รวมถึงความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และเกษตรกร เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านการจัดเก็บและรักษาคุณภาพสินค้าเกษตรของไทย

T&G Global เป็นหนึ่งในบริษัทด้านพืชสวนและผลไม้รายใหญ่และเก่าแก่ของนิวซีแลนด์ ก่อตั้งเมื่อปี 2440 หรือเกือบ 130 ปีที่ผ่านมา ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์การเพาะปลูกและจัดหาผลผลิต การบรรจุและจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การจัดเก็บและโลจิสติกส์ ไปจนถึงการตลาดและจัดจำหน่าย โดยมีแบรนด์ผลไม้ระดับพรีเมียม เช่น ENVY, JAZZ และ Orchard Rd ปัจจุบันบริษัทมีแหล่งเพาะปลูกใน 10 ประเทศ และจำหน่ายผลไม้สดในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยธุรกิจแอปเปิลเป็นธุรกิจหลัก คิดเป็นประมาณร้อยละ 67 ของรายได้รวม

สำหรับประเทศไทย T&G ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัท T&G South East Asia ซึ่งตั้งสำนักงานในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2559 และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) โดยประเทศไทยเป็นฐานสำคัญแห่งหนึ่งของบริษัทในการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“เกษตรกรรมคือรากฐานที่หล่อเลี้ยงคนไทย การประสานความร่วมมือกับ T&G ซึ่งเป็นผู้นำด้านเกษตรสมัยใหม่และการขนส่งกระจายสินค้าสด จะเป็นโอกาสในการนำประสบการณ์และองค์ความรู้จากบริษัทระดับโลกมาต่อยอดกับฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่เข้มแข็งของไทย ยกระดับผลไม้ไทยทั้งด้านการผลิต การเก็บรักษา และการขนส่งผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความสดใหม่ เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้สินค้าเกษตรคุณภาพสามารถวางขายได้ทั่วทุกมุมโลก และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทยในระยะยาว” นายนฤตม์ กล่าว

ทั้งนี้ บีโอไอสามารถให้การส่งเสริมการลงทุนครอบคลุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งกิจการศูนย์บริการโลจิสติกส์ กิจการคัดคุณภาพและเก็บรักษาผลิตผลและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร กิจการศูนย์กลางการค้าสินค้าเกษตร ตลอดจนกิจการวิจัยและพัฒนา เพื่อสนับสนุนการลงทุนและยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top