Sunday, 18 October 2026
THE STATES TIMES TEAM

‘อรรถวิชช์’ ไม่รอผู้ว่าฯ กทม. หันจี้นายกฯ!! ทวงคืนแก้มลิงหลังคันกั้นน้ำใส่ผังเมือง กทม. ใหม่ ตามแนวพระราชดำริ ชี้ไม่จริงงบ 1.1 หมื่นล้าน ชี้บึงคู้บอนราคาที่ดินไม่สูงเท่าบึงบางชัน ย้ำเป็นแก้มลิงใหญ่สุดฝั่งตะวันออก

ไม่คาดหวัง ผู้ว่าฯ ชัชชาติ! “อรรถวิชช์” ขอ “นายกฯ อนุทิน” ชี้ขาดเอาแก้มลิงหลังกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริ ทวงคืน “บึงคู้บอน” ในผังเมือง กทม. ฉบับใหม่

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีบึงรับน้ำคู้บอนว่า ตลอด 5 วันที่ผ่านมา ได้เรียกร้องให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำบึงรับน้ำคู้บอน ซึ่งเป็นแก้มลิงหลังคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริ ใส่ลงในร่างผังเมือง กทม. และเดินหน้าการเวนคืนที่ดินต่อไป แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเสียงตอบรับในทิศทางที่ดี

ดร.อรรถวิชช์ กล่าวว่า การที่ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ อ้างว่าต้องใช้งบประมาณสูงถึง 11,000 ล้านบาทนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะมีการนำข้อมูลของบึงรับน้ำบางชันมารวมด้วย ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวติดถนนและมีรถไฟฟ้าผ่าน ทำให้ราคาที่ดินสูงมาก

ขณะที่บึงคู้บอนที่เป็นประเด็นอยู่นั้นเป็นพื้นที่ตาบอด มีทางรถเข้า-ออกได้เฉพาะหมู่บ้านเสนาและริมคลองเท่านั้น ทำให้ที่ดินยังราคาไม่สูง และบึงคู้บอนยังเป็นบึงที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มแก้มลิงหลังคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยสามารถรองรับน้ำได้ 870,000 ลูกบาศก์เมตร

เมื่อไม่ได้รับเสียงตอบรับจากผู้ว่าฯ จึงออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลกรมโยธาธิการและผังเมืองโดยตรง สั่งการให้นำพื้นที่แก้มลิงคู้บอนเข้าไปอยู่ในร่างผังเมืองใหม่ เพื่อกำหนดขอบเขตการใช้พื้นที่อย่างชัดเจน

“ความหวังอยู่ที่ท่านนายกฯ ผมพูดในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลที่มี 2 เสียง ซึ่งสนับสนุนและยกมือให้นายกรัฐมนตรี โดยเชื่อมั่นว่าท่านจะน้อมนำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาพิจารณาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้คนกรุงเทพฯ” ดร.อรรถวิชช์ กล่าว

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1088291720481305&id=100079014619775&rdid=LD6OT5LAvIVEhcQs#

อินเดียกลายเป็นศูนย์กลางการหลอกลวงทางออนไลน์ระดับโลก

"อินเดียกลายเป็นศูนย์กลางการหลอกลวงทางออนไลน์ระดับโลก โดยมีผู้ประกอบการหลายพันรายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการฉ้อโกงทางไซเบอร์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ การหลอกลวงผ่านศูนย์บริการลูกค้า การขู่กรรโชกทางเพศ และการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งได้หลอกลวงเหยื่อทั่วโลก ทำให้หลายคนสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิต แม้ว่ารัฐบาลอินเดียจะพยายามอย่างหนักมากขึ้นในการปราบปรามการฉ้อโกงทางออนไลน์ แต่ความเย้ายวนใจของ "เงินง่ายๆ" ก็ยังคงดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในธุรกิจนี้"

สำนักข่าว TRT World รายงาน

ที่มา : https://www.facebook.com/share/v/1M8bpUEM1P/

จากเวที America’s Got Talent สู่โลกดิสนีย์!! ‘เนเน่ รอยัล’ ร็อกเกอร์สาวชาวไทยวัย 16 ปี ได้พากย์เสียงตัวละครหลักในภาพยนตร์ Hexed ผลงานแอนิเมชันของ Walt Disney Animation เข้าฉายที่ไทย 26 พ.ย. 66 นี้

เนเน่ รอยัล เปิดตัวงานพากย์เสียงครั้งแรกในภาพยนตร์ Disney เรื่อง ‘Hexed’

เนเน่ รอยัล ร็อกเกอร์สาวชาวไทยวัย 16 ปี ผู้ชนะรายการ America’s Got Talent 2026 เตรียมเปิดตัวผลงานการแสดงครั้งแรกของเธอ ด้วยการรับหน้าที่พากย์เสียงภาษาไทยเป็น “บิลลี โด” ตัวละครนำในภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Hexed ของดิสนีย์

ภาพยนตร์แฟนตาซีแอนิเมชันเรื่องใหม่นี้มาจาก Walt Disney Animation Studios ซึ่งเป็นสตูดิโอเดียวกับผลงานดังอย่าง Frozen และ Zootopia โดยมีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทยวันที่ 26 พฤศจิกายน

เนเน่ ซึ่งมีชื่อจริงว่า รัตติกาล อำลอย กล่าวว่า เธอทั้งดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้มารับบทนี้ โดยเธอระบุว่า “บิลลี” เป็นเด็กสาววัย 16 ปีเหมือนกับเธอ ทำให้เธอสามารถเข้าใจและเชื่อมโยงกับตัวละครนี้ได้

ในเรื่อง Hexed บิลลี ซึ่งต้นฉบับภาษาอังกฤษให้เสียงโดย Hailee Steinfeld เป็นวัยรุ่นสาวที่มีนิสัยหุนหันพลันแล่น รักอิสระ และใช้ชีวิตอย่างเป็นตัวของตัวเอง ก่อนจะค้นพบว่าเธอมีพลังเวทมนตร์ลึกลับซ่อนอยู่

หลังจากที่เธอเผลอปลดปล่อยพลังนั้นออกมาโดยไม่ตั้งใจ บิลลีก็ถูกพัดพาออกจากชีวิตชานเมืองที่คุ้นเคย ไปสู่ “Hexe” ดินแดนอันกว้างใหญ่ของเหล่าแม่มด ที่นั่นเธอได้ร่วมกับ “อลิซ” แม่ผู้รอบคอบของเธอ สืบค้นความลับของครอบครัวที่เชื่อมโยงกับโลกของแม่มด

ที่มา : https://www.bangkokpost.com/learning/easy/3332855/nene-royal-makes-voiceacting-debut-in-disneys-hexed?fbclid=IwdGRjcAUyr1tjbGNrBTKvWGV4dG4DYWVtAjExAHBkb2YBc3J0YwZhcHBfaWQMMzUwNjg1NTMxNzI4AAEeY9H0io-J_Qdt97DpaFH47k4sln64YxL7KJxG3cnxGcMF0vlMl5nLijx5-bY_aem_d2RvZWxhYcWxvWpqKJkBLg

กรุงเทพ ได้รับการยกให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2026

กรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดอันดับ 1 ของโลก จากรางวัล Readers’ Choice Awards ประจำปี 2026 ของ Condé Nast Traveler โดยได้รับคะแนนสูงถึง 97.68

รายงาน CRS ชี้เครื่องบิน–โดรนสหรัฐฯ อากาศยานสหรัฐฯ 81 ลำเสียหาย โดรน MQ-9 เสียหายมากสุด 45 ลำ รวมเครื่องบินขับไล่ F-15 และโดรน ชี้ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากความขัดแย้งยังดำเนินต่อ

สภาคองเกรสสหรัฐฯ: อากาศยานสหรัฐฯ 81 ลำได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายในความขัดแย้งกับอิหร่าน

สำนักงานวิจัยรัฐสภาสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีอากาศยานของสหรัฐฯ ทั้งแบบที่มีนักบินและอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) อย่างน้อย 81 ลำ ที่ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายระหว่างความขัดแย้งกับอิหร่าน

รายการดังกล่าวประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ F-15 จำนวน 12 ลำ, F-35 จำนวน 1 ลำ, โดรน MQ-9 จำนวน 45 ลำ รวมถึงเครื่องบินขับไล่ เฮลิคอปเตอร์ และอากาศยานประเภทอื่นๆ อีกหลายลำ

สภาคองเกรสเน้นย้ำว่าตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจากรายงานของสื่อและแหล่งข้อมูลทางการของสหรัฐฯ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงดำเนินอยู่และมีข้อจำกัดด้านข้อมูลข่าวสาร

ที่มา : https://www.facebook.com/61552478523169/posts/122294953742082617/?rdid=cOd5svDLrvlergqG#

บางจาก ชี้แจงปมข่าวคลังน้ำมันเพชรบุรี!! ซีอีโอ กลุ่มบางจากใช้สิทธิทางศาล ฟ้องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา 23 กรรม ป้องกันความเสียหายภาพลักษณ์ เผยศาลรับคดีหมิ่นประมาท 23 กรรมไว้พิจารณาแล้ว

คำชี้แจงจากกลุ่มบริษัทบางจาก

สืบเนื่องจากกรณีที่มีสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ได้สื่อสารเกี่ยวกับการลงทุนในโครงการคลังน้ำมัน จังหวัดเพชรบุรีของบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ในลักษณะที่ทำให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่มีความเกี่ยวข้องและถูกพาดพิงได้รับความเสียหาย ซึ่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากฯ

ได้ใช้สิทธิทางศาลดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา รวม 23 กรรม กับสำนักข่าวดังกล่าว โดยปัจจุบันศาลอาญาได้มีคำสั่งคดีมีมูลและรับคดีดังกล่าวทั้ง 23 กรรม ไว้พิจารณาแล้ว ทั้งนี้ คดีอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม

อนึ่ง กลุ่มบริษัทบางจากได้จัดการแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวเมื่อวันที่
27 พฤษภาคม 2569

7 ตุลาคม 2495 วันเกิด ‘วลาดิเมียร์ ปูติน’ ประธานาธิบดีรัสเซีย ปีนี้มีอายุ 74 ปี จากอดีตสายลับโซเวียต…สู่ผู้ทรงอิทธิพลของโลก เริ่มต้นจากเคจีบี ก่อนขึ้นสู่อำนาจทางการเมือง รับตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2543 อย่างเป็นทางการ

วันนี้ในอดีต เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2495 (ค.ศ. 1952) มีอายุ 74 ปี  เป็นวันถือกำเนิดของ วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ณ เมืองเลนินกราด สหภาพโซเวียต (ปัจจุบันคือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) ผู้นำที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทและอิทธิพลอย่างสูงต่อเวทีการเมืองโลกมาอย่างยาวนาน

ปูตินเป็นบุตรคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องสามคน เขาเริ่มต้นอาชีพด้วยการทำงานใน เคจีบี (KGB) หน่วยข่าวกรองของสหภาพโซเวียต ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่การเมือง ในช่วงแรกเขาเป็นที่ปรึกษาด้านกิจการต่างประเทศให้กับนายกเทศมนตรีอนาโตลี ช็อบจัก (Anatoly Sobchak) และค่อย ๆ ไต่เต้าในตำแหน่งทางการเมืองขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

จุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของเขาเกิดขึ้นเมื่อได้รับตำแหน่งเป็น รักษาการประธานาธิบดี หลังจากที่ประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน (Boris Yeltsin) ประกาศลาออกอย่างกะทันหันในปลายปี พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) ส่งผลให้ต่อมาปูตินก็ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งและได้เข้าพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000)

ภายใต้บุคลิกที่ดูสุขุมนิ่งเรียบของปูตินนั้น เป็นที่รับรู้กันว่าแฝงไว้ด้วยความ เด็ดขาด และ หนักแน่น ในการบริหารประเทศ ทำให้เขากลายเป็นผู้นำที่อยู่ในสปอตไลต์ของโลกอยู่เสมอ 

ที่มา : https://www.britannica.com/biography/Vladimir-Putin

อิหร่านวิจารณ์ฝรั่งเศส “สองมาตรฐาน”!! ปมรับมือการประท้วงนักเรียน ใช้มาตรฐานต่างกันต่อเสรีภาพการชุมนุม เรียกร้องให้เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียม ท้าทายท่าทีรัฐบาลฝรั่งเศสอย่างแรงกล้า

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน วิจารณ์ฝรั่งเศสใช้ "สองมาตรฐาน" ต่อการประท้วง
​อิสมาอิล บากาอี (Esmail Baghaei) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การรับมือกับการประท้วงของนักเรียนในฝรั่งเศส โดยระบุว่าเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ "สองมาตรฐาน" ในประเด็นสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการชุมนุมประท้วง

​บากาอี โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X โดยชี้ให้เห็นว่า ในช่วงเดือนมกราคม 2026 ฝรั่งเศสเคยเรียกร้องให้อิหร่านเคารพการชุมนุมอย่างสงบและขอให้รัฐบาลอดทนอดกลั้นต่อผู้ประท้วง แต่ในทางกลับกัน การประท้วงของนักเรียนในฝรั่งเศสเองตอนนี้ กลับถูกตีตราว่าเป็น "ความรุนแรงกลางเมือง" และเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสต่างออกมาเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้กำลังตำรวจเข้าแทรกแซงอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว

​นอกจากนี้ บากาอี ยังได้ตั้งคำถามถึงท่าทีของรัฐบาลฝรั่งเศสเกี่ยวกับบทบาทของกลุ่มการเมืองในการประท้วงว่า เหตุใดพฤติกรรมและมาตรฐานเดียวกัน ถึงถูกตีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพียงเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นในอิหร่านหรือฝรั่งเศส?!!

ที่มา :https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122294883308082617&id=61552478523169&rdid=883plNpuLcqZ5cFT#

EVAT–GIZ–TDRI ดันระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ไทย สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยจับมือ GIZ และ TDRI ขับเคลื่อนระบบนิเวศแบตเตอรี่ เผยผลศึกษาจัดตั้งโรงงานรีไซเคิล เตรียมความพร้อมรับแบตเตอรี่หมดอายุ

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จับมือสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ลุยจัดงานสัมมนา ด้านแบตเตอรี่ครั้งใหญ่ เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางการจัดการแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนในไทย

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569 — สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย นำโดยนายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมฯ ได้ร่วมเป็นประธานใน พิธีเปิดงานประชุมเผยแพร่ผลการศึกษา “ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่และโรงงานระบบกักเก็บพลังงานมือสองจากแบตเตอรี่ของยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานแล้วในประเทศไทย” ภายใต้แนวคิด “จากผลการศึกษา สู่การขับเคลื่อนจริง: การสร้างระบบนิเวศรีไซเคิลแบตเตอรี่และพลังงานหมุนเวียนของไทย” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Unlocking Thailand’s Battery Circularity Transition: From Second Life and Recycling to Sustainable Financing ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 และ 8 ตุลาคม 2569 ภายใต้โครงการความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) โดยเป็นเวทีเเลกเปลี่ยนมุมมองและหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน สถาบันวิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่แบตเตอรี่ เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางการจัดการแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนสำหรับประเทศไทย สำหรับการประชุมวันที่ 5 ตุลาคม 2569 มุ่งนำเสนอและหารือผลการศึกษาความเป็นไปได้ด้านเทคนิคและเศรษฐศาสตร์ของการรีไซเคิลแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน จัดขึ้นที่โรงเเรมบันยันทรี กรุงเทพ ซึ่งงานนี้เกิดจากความร่วมมือกัน ระหว่างสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

ผศ.ดร.อุเทน สุปัตติ หัวหน้าโครงการ EVAT TGC EMC และอุปนายก ฝ่ายวิชาการ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมระบบรองรับแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่จะทยอยพ้นจากการใช้งานในรถยนต์ ทั้งการประเมินสภาพเพื่อคัดเลือกแบตเตอรี่ที่ยังมีศักยภาพสำหรับการนำไปใช้ต่อเป็นระบบกักเก็บพลังงาน และการนำแบตเตอรี่ที่สิ้นสุดการใช้งานเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเหมาะสม

“หากประเทศไทยขาดการเตรียมความพร้อม อาจเกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสูญเสียโอกาสในการนำทรัพยากรที่มีมูลค่ากลับมาใช้ประโยชน์ ผลการศึกษาครั้งนี้จึงไม่ได้มองเฉพาะเทคโนโลยีรีไซเคิล แต่พิจารณาครอบคลุมถึงปริมาณแบตเตอรี่ที่สามารถรวบรวมเข้าสู่ระบบได้จริง ตลาดของระบบกักเก็บพลังงาน ตลาดรองรับวัสดุที่กู้คืน ตลอดจนต้นทุนด้านการรวบรวม ขนส่ง และจัดการแบตเตอรี่อย่างปลอดภัย”

นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย แต่การเปลี่ยนผ่านจะเกิดความยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อประเทศไทยมีระบบจัดการแบตเตอรี่ที่ครอบคลุมตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การใช้งาน การรับคืน การประเมินสภาพ การนำไปใช้ต่อ จนถึงการรีไซเคิลและการจัดการวัสดุที่เหลืออย่างปลอดภัยและตรวจสอบได้

“งานวันนี้ถือเป็น ‘กระดุมเม็ดแรก’ ของการสร้างระบบนิเวศแบตเตอรี่ (Battery Ecosystem) ที่จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเตรียมความพร้อมรองรับแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต และเปลี่ยนความท้าทายด้านการจัดการแบตเตอรี่ให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ”

ผลการศึกษาชี้ ปริมาณแบตเตอรี่ที่พ้นจากการใช้งานจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ผลการศึกษาคาดการณ์ว่า ปริมาณแบตเตอรี่ทุกชนิดที่ศึกษาและพ้นจากการใช้งานในยานยนต์จะเพิ่มจากประมาณ 1.4 กิกะวัตต์ชั่วโมง หรือ 9,349 ตันในปี 2573 เป็นประมาณ 9.8 กิกะวัตต์ชั่วโมง หรือ 73,855 ตันในปี 2581 ประเทศไทยจึงต้องเตรียมระบบรับคืน คัดกรอง เก็บรักษา ขนส่ง และจัดการแบตเตอรี่ที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม พร้อมนำทรัพยากรที่มีมูลค่ากลับมาใช้ประโยชน์

สำหรับการนำแบตเตอรี่ไปใช้เป็นระบบกักเก็บพลังงานในระยะที่สอง (Second Life) ผลการศึกษาชี้ว่า จำเป็นต้องพิจารณาประวัติการใช้งาน ข้อมูลจากระบบจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System: BMS) และผลการทดสอบสุขภาพแบตเตอรี่ (State of Health: SoH) เนื่องจากแบตเตอรี่ที่พ้นจากการใช้งานในยานยนต์ไม่ได้เหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ต่อทุกก้อน โดยแบตเตอรี่ที่ผ่านเกณฑ์จึงจะสามารถนำไปใช้ต่อได้ ขณะที่แบตเตอรี่ที่ไม่ผ่านเกณฑ์หรือสิ้นสุดอายุการใช้งานควรเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานและสามารถตรวจสอบปลายทางได้

ในด้านความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ผลการศึกษาพบว่า การจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลเพียงอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัดด้านความคุ้มค่าภายใต้สมมติฐานที่ศึกษา ขณะที่รูปแบบธุรกิจที่บูรณาการตั้งแต่การคัดแยก การนำแบตเตอรี่ที่เหมาะสมไปผลิตระบบกักเก็บพลังงาน และการรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่ไม่เหมาะสมต่อการใช้งานต่อ มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของแบตเตอรี่ที่สามารถรวบรวมได้จริง รวมถึงตลาดระบบกักเก็บพลังงานและตลาดรองรับวัสดุที่กู้คืนจากกระบวนการรีไซเคิล

ระดมมุมมองภาครัฐ–เอกชน สู่การขับเคลื่อนระบบนิเวศแบตเตอรี่ของไทย
นอกจากการนำเสนอผลการศึกษาโดยคณะที่ปรึกษาจาก TDRI แล้ว ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “จากผลการศึกษา สู่การขับเคลื่อนจริง: การสร้างระบบนิเวศรีไซเคิลแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานของไทย” ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.กิตติ์ชนน เรืองจิรกิตติ์ กรรมการและเหรัญญิก สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย
การเสวนาประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ นายสุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, คุณกัลยภรณ์ อึ้งสมรรถโกษา กรรมการกำกับดูแลโครงการ TGC EMC สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย, คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย, คุณกรวิภา ชัยประทีป รองกรรมการผู้จัดการ SK tes Thailand และ คุณจักรกฤต จันทร์แก้ว Manager, Capital Project and Infrastructure บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอฟเอเอส จำกัด (PwC FAS)
ผู้ร่วมเสวนาได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาส ความเป็นไปได้ และความท้าทายในการพัฒนาระบบนิเวศการจัดการแบตเตอรี่ในประเทศไทย รวมถึงแนวทางด้านนโยบาย กฎระเบียบ การลงทุน และกรณีศึกษาจากต่างประเทศ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้และต่อยอดสู่การพัฒนาระบบจัดการแบตเตอรี่ของประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

การศึกษาครั้งนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และนักลงทุนในการวางแผนนโยบายและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่ปลายอายุการใช้งาน ขณะเดียวกัน EVAT พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเงิน และภาควิชาการ เพื่อผลักดันข้อเสนอจากการศึกษาไปสู่กฎหมาย มาตรฐาน การลงทุน และโครงการที่สามารถดำเนินการได้จริง

ทั้งนี้ ความสำเร็จของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนด้านแบตเตอรี่ไม่ควรวัดจากจำนวนโรงงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าเราสามารถรับคืนและจัดการแบตเตอรี่ได้อย่างปลอดภัย มีปลายทางที่ตรวจสอบได้ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นภายในประเทศได้มากเพียงใด

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยขอขอบคุณโครงการความร่วมมือไทย – เยอรมัน ด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ TGC EMC และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ สำหรับการสนับสนุน ตลอดจน TDRI และทุกภาคส่วนที่ร่วมดำเนินงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อร่วมกันวางรากฐานระบบนิเวศแบตเตอรี่หมุนเวียนของประเทศไทยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

'สรรเพชญ' นำทีมคมนาคมช่วยน้ำท่วมปทุมธานี ส่งอาหารแห้ง–น้ำดื่ม–ของจำเป็น 500 ชุด บรรเทาความเดือดร้อนปทุมฯ ลงพื้นที่ชุมชนบึงบัวให้กำลังใจ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“สรรเพชญ” ลุยส่งต่อถุงยังชีพกว่า 500 ชุด บรรเทาทุกข์น้ำท่วมปทุมธานี หลายครัวเรือนยังเผชิญน้ำท่วมขัง

วันนี้ (6 ตุลาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายพิษณุ พลธี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี เขต 7 พรรคภูมิใจไทย และนายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดปทุมธานี มอบถุงยังชีพ จำนวน 500 ชุด เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

โดยนายสรรเพชญ ได้เดินทางไปยังเทศบาลตำบลธัญบุรี มีนายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลธัญบุรี ร่วมรับมอบถุงยังชีพ เพื่อนำไปกระจายต่อให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ก่อนที่นายสรรเพชญ และคณะ จะลงพื้นที่ชุมชนบึงบัว เพื่อเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ยังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขัง

สำหรับพื้นที่อำเภอธัญบุรี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยจากการลงพื้นที่พบว่า ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่กว่า 7 ชุมชน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการสัญจรของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนที่อยู่บริเวณแนวคลอง ขณะที่หน่วยงานในพื้นที่ยังคงเร่งระบายน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับถุงยังชีพที่นำมามอบในครั้งนี้ จำนวน 500 ชุด ภายในประกอบด้วยอาหารแห้ง น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่สถานการณ์น้ำยังไม่คลี่คลาย

นายสรรเพชญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงคมนาคม พร้อมระดมความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัด เพื่อสนับสนุนทั้งถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้เข้าถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด

“วันนี้ ยังมีพี่น้องประชาชนในหลายชุมชนของธัญบุรี ที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมขัง สิ่งสำคัญคือการเร่งนำความช่วยเหลือเข้าไปถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็น พร้อมกับติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ”

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ประสานให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ติดตามสถานการณ์น้ำ และผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคมอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและตรงกับความต้องการต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top