Wednesday, 2 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

26 สิงหาคม 2461 ในหลวงรัชกาลที่ 7 ทรงอภิเษกสมรส กับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ครั้งแรกแห่งประวัติศาสตร์สยาม หมุดหมายวัฒนธรรมครองเรือนแบบใหม่ของไทย

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอภิเษกสมรส กับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี
พระราชพิธีอภิเษกสมรสพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2461 ณ พระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระราชวังบางปะอิน ถือเป็นการอภิเษกสมรสครั้งแรกในสยาม ซึ่งได้นำแบบอย่างธรรมเนียมการสมรสของชาวตะวันตกมาปรับใช้ มีพิธีการจดทะเบียนสมรสเป็นคู่แรกของสยาม และมีการพระราชทานของชำร่วยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สยาม ซึ่งเป็นแม่แบบพิธีแต่งงานของไทยที่สืบต่อกันมาจนถึงยุคปัจจุบัน

ย้อนไปเมื่อวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2461 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เมื่อครั้งยังดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนศุโขทัยธรรมราชา และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี หรือหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี สวัสดิวัตน์ พระอิสริยยศ ณ ขณะนั้น ณ พระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระราชวังบางปะอิน ถือเป็น ‘พระราชพิธีอภิเษกสมรสครั้งแรกในสยาม’

หลังจากการตรากฎมณเฑียรบาลว่าด้วย การเศกสมรสแห่งเจ้านายในพระราชวงศ์ พุทธศักราช ๒๔๖๑ ความตอนหนึ่งว่า “ให้เจ้านายในพระราชวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไปจะทำการเศกสมรสกับผู้ใด ให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อน เมื่อได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้วจึงจะทำการพิธีนั้นได้”

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2461 สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนฯ ทำหนังสือกราบบังคมทูลพระกรุณาพระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตอภิเษกสมรสกับ หม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี ความตอนหนึ่งว่า

“บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้าได้ปฏิพัทธ์รักใคร่กับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี ธิดาแห่งเสด็จน้า และข้าพระพุทธเจ้าอยากจะใคร่ทำการสมรสกับเจ้าหญิงนั้น แต่เดิมข้าพระพุทธเจ้าได้ชอบพอกับหญิงรำไพพรรณี ฉันเด็กและผู้ใหญ่ และสมเด็จแม่ก็โปรดให้หญิงรำไพพรรณี มารับใช้ข้าพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ ข้าพระพุทธเจ้าได้ กราบทูลสมเด็จแม่ว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะมีหนังสือกราบบังคมทูลใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเพื่อทราบพระราชปฏิบัติ ท่านก็ทรงเห็นด้วยกับข้าพระพุทธเจ้า ส่วนเสด็จน้านั้น ท่านรับสั่งว่าท่านไม่ทรงเกี่ยวข้องด้วย เพราะท่านได้ถวายหญิงรําไพไว้ขาดแด่สมเด็จแม่ตั้งแต่ยังเล็กๆ แล้ว…” (อ้างใน ราชเลขาธิการ 2531: 15)

ในพระราชพิธีอภิเษกสมรส สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนศุโขทัยธรรมราชา และหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี ทรงลงพระนามในสมุด ‘ทะเบียนแต่งงาน’ แล้วพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยเป็น ‘ผู้สู่ขอตกแต่ง’ และ ‘ผู้ทรงเป็นประธานและพยานในการแต่งงาน’ และโปรดเกล้าฯ ให้เจ้านายชั้นพระบรมวงศ์ลงพระนามเป็นพยาน รวม 12 พระองค์
นับว่าเป็น ‘ครั้งแรกที่มีการจดทะเบียนสมรสในพระราชวงศ์’ สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยเริ่มมีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการครองเรือนให้เป็นแบบตะวันตก และยังเป็นแม่แบบของพิธีแต่งงานของไทยยุคใหม่ที่มีการจดทะเบียนสมรส

ในเวลาค่ำ พระราชทานเลี้ยงพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการที่มาร่วมงาน และได้ทรงพระราชทานของชำร่วย เป็นแหวนทองคำลงยาประดับเพชร ถือเป็น ‘ของชำร่วยวันแต่งงานครั้งแรกในประวัติศาสตร์สยาม’

'สุริยะ' สั่งเยียวยาเกษตรกร จ.น่าน!! เร่งช่วยเกษตรกรน่านน้ำท่วมหนัก เพิ่มอัตราเยียวยาเท่าตัว เร่งศึกษาสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่ หวังแก้ปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก

“สุริยะ” สั่งเร่งเยียวยาเกษตรกรได้รับผลกระทบน้ำท่วมน่าน - เผยได้อัตราเพิ่มขึ้นเท่าตัว หลังปรับเกณฑ์ใหม่ปี 2565 พร้อมสั่ง กษ.ศึกษาสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่ม-แก้ปัญหาระยะยาว

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงมาตรการเยียวยาเกษตรกร จากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่าน ว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยพิจารณากฎเกณฑ์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งเกษตร ประมงและปศุสัตว์ โดยให้พิจารณามาตรการให้ชัดเจน แต่ขณะนี้ ชัดเจนแล้วว่า เกณฑ์เงินการเยียวยาจะเพิ่มเป็นเท่าตัว เนื่องจาก มีการประกาศไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่จะไม่มีผลย้อนหลัง

นายสุริยะ ยังเปิดเผยว่า การสำรวจความเสียหายพื้นที่ของเกษตรกร ขณะนี้ ดำเนินการแล้ว 80% แต่จำนวนงบประมาณทั้งหมด ยังไม่สามารถระบุได้ แต่ย้ำว่า เกษตรกรที่ได้รับที่ได้รับผลกระทบ จะได้รับเงินเยียวยาในอัตราที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว ซึ่งได้ปรับกฎเกณฑ์ใหม่ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา พร้อมย้ำว่า เกณฑ์ใดที่เป็นประโยชน์ รัฐบาลจะดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ประสบภัยสูงสุด

ส่วนการแก้ไขปัญหาอุทกภัยซ้ำซากนั้น นายสุริยะ ระบุว่า เป็นข้อสังเกตที่นายกรัฐมนตรีมีความกังวลที่สุด เนื่องจาก อ่างน้ำในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการกักเก็บ และในแต่ละครั้งที่มีอุทกภัย รัฐบาลต้องใช้เงินเยียวยาครั้งละกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งประชาชนไม่ได้ต้องการเงินเยียวยา เนื่องจาก ไม่คุ้มและกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ศึกษาลุ่มน้ำต่าง ๆ เพื่อสร้างอ่างกักเก็บน้ำขนาดกลาง และขนาดใหญ่ เพื่อรองรับน้ำเพิ่ม ซึ่งในจังหวัดน่าน ก็มีโครงการคลองเลี่ยงเมือง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยทำการศึกษาไว้แล้ว คาดว่า จะใช้งบประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลกำลังพิจารณาว่าจะสามารถเอางบประมาณส่วนใดมาดำเนินการ และจะต้องใช้งบผูกพันปีละเท่าใด ซึ่งเชื่อว่า น่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้

อึ้ง! สื่อเล็ก–ใหญ่ประโคมข่าว อ้าง “แหล่งข่าวความมั่นคงลับ” ยืนยันจ่าลั่นไกจาก ฮ. รีบลงข่าวเลยหลักฐานไม่ต้อง? - NEWS1

อึ้ง! สื่อเล็ก–ใหญ่ประโคมข่าว อ้าง “แหล่งข่าวความมั่นคงลับ” ยืนยันจ่าลั่นไกจาก ฮ.—หลักฐานอยู่ไหน?

กรณีนายซอและ ดือเลาะ อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เริ่มจากนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน และอดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชาติ เผยแพร่ข้อมูลว่า มีวัยรุ่นถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ก่อนผู้บาดเจ็บและพี่ชายออกมาเล่าเหตุการณ์อย่างละเอียด

ล่าสุด หลายสำนักข่าวรายงานโดยอ้าง “แหล่งข่าวความมั่นคง” ซึ่งเป็นทหารที่ไม่เปิดเผยตัวว่า ผู้ลั่นไกเป็นทหารยศจ่า ใช้อาวุธ M16A2 ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ไม่ใช่ M60 ทั้งที่ยังไม่มีการเปิดเผยผลตรวจหัวกระสุน รอยเกลียวลำกล้อง หมายเลขอาวุธ บัญชีกระสุน หรือรายชื่อกำลังพลบนเที่ยวบิน

ข้อมูลดังกล่าวยังขัดแย้งกับคำชี้แจงของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ซึ่งยืนยันว่าเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จริง แต่ไม่มีการนำอาวุธขึ้นอากาศยานและไม่ได้ใช้อาวุธยิงลงสู่พื้นดิน จึงยังไม่อาจนำคำกล่าวอ้างจากแหล่งข่าวนิรนามไปนำเสนอเสมือนกองทัพยอมรับเหตุการณ์แล้ว

สื่อมีสิทธิปกป้องแหล่งข่าว แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่าง “คำกล่าวอ้าง” กับ “ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบแล้ว” โดยเฉพาะคดีความมั่นคงที่อาจขยายความขัดแย้ง หากไม่มีหลักฐานอิสระรองรับ การประโคมข่าวเช่นนี้ก็เสี่ยงทำให้สื่อกลายเป็นเครื่องมือของปฏิบัติการข่าวสารโดยไม่รู้ตัว

ที่มา : https://www.facebook.com/100064439212441/posts/1584855727005719/?rdid=UCf8ClyEFug0h8dn#

"ชาวมลายูบินได้" ไม่มีจริง!! ‘โซเลฮาห์’ ถูกเลิกจ้างตำแหน่งอาจารย์ ไม่ได้ใช้ตำแหน่งอีกต่อไป มหาวิทยาลัยอิสลามมาเลเซียยืนยัน เธอยื่นฟ้องต่อศาลแรงงาน

อาจารย์เจ้าทฤษฎี “ชาวมลายูบินได้” ถูกมหาวิทยาลัยอิสลามเลิกจ้างแล้ว

มหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติมาเลเซีย (International Islamic University Malaysia หรือ IIUM) ยืนยันว่า การจ้างงาน ดร.โซเลฮาห์ ยาคอบ (Solehah Yaacob) อดีตศาสตราจารย์ด้านภาษาอาหรับและภาษาศาสตร์ สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน และเธอไม่มีสิทธิใช้ตำแหน่งหรืออ้างความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยอีกต่อไป

โซเลฮาห์เคยตกเป็นกระแสจากคำกล่าวว่า ชาวมลายูโบราณบินได้และถ่ายทอด “วิชากังฟูเหาะ” ให้ชาวจีน รวมถึงทฤษฎีว่าชาวโรมันเรียนรู้การต่อเรือจากชาวมลายู จนถูกนักประวัติศาสตร์และนักการเมืองวิจารณ์เรื่องหลักฐานทางวิชาการ

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ล่าสุดของ IIUM ไม่ได้เปิดเผยเหตุผลอย่างเป็นทางการของการเลิกจ้าง ขณะที่โซเลฮาห์ประกาศยื่นเรื่องต่อศาลแรงงานมาเลเซีย โดยกล่าวว่าเธอถูกให้ออกภายใน 24 ชั่วโมงและไม่ได้รับโอกาสอุทธรณ์

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122197996352820777&id=61574623310303&rdid=nDjvvS277kqMVHTq#

‘วราวุธ’ ดันเหล็กแผ่นเคลือบเป็นสินค้าควบคุม!! สั่งคุมเหล็กแผ่นเคลือบ 4 มาตรฐาน สกัดเหล็กต่ำคุณภาพ–นำเข้าราคาถูก กระทรวงอุตฯ ย้ำต้องผ่านทดสอบมาตรฐาน คาดบังคับใช้ต้นปี 2570

“รมว.อุตสาหกรรม” เร่งคุมเหล็กแผ่นเคลือบ 4 มาตรฐานเป็น “สินค้าควบคุม” คาดมีผลต้นปี 2570 สกัดเหล็กคุณภาพต่ำและนำเข้าราคาถูก ชูยกระดับคุณภาพแข่งขัน

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงเร่งยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กแผ่นเคลือบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้าง ยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เหล็กแผ่นเคลือบ 4 มาตรฐาน จากเดิมเป็นมาตรฐานภาคสมัครใจ ยกระดับเป็น “สินค้าควบคุม” เพื่อป้องกันสินค้าคุณภาพต่ำเข้าสู่ตลาด

ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเหล็กไทยเผชิญแรงกดดันจากเหล็กนำเข้าราคาถูกและการทุ่มตลาด ทำให้ผู้ผลิตในประเทศแข่งขันได้ยาก การกำหนดมาตรฐานให้เป็นสินค้าควบคุม จะทำให้เหล็กที่ขายในไทย ไม่ว่าจะผลิตในประเทศหรือนำเข้า ต้องผ่านมาตรฐานเดียวกัน

โดยมาตรฐานที่จะยกระดับมี 4 รายการ ได้แก่ มอก. 2131-2567 เหล็กชุบสังกะสีเคลือบสี หรือ PPGI สำหรับหลังคา ผนังอาคาร และงานก่อสร้าง, มอก. 2753-2567 เหล็กอลูซิงค์เคลือบสี หรือ PPGL ที่เด่นด้านกันสนิมและสะท้อนความร้อน, มอก. 2981-2567 เหล็ก ZAM ที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูง เหมาะกับโครงสร้างโซลาร์เซลล์และงานกลางแจ้ง และ มอก. 3059-2567 เหล็กเคลือบสังกะสี อะลูมิเนียม และแมกนีเซียม สำหรับงานที่ต้องการทั้งความแข็งแรงและทนสนิม เช่น รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม

“หัวใจสำคัญคือ เหล็กทั้ง 4 กลุ่มต้องผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ทั้งความทนละอองน้ำเกลือ ซึ่งบางมาตรฐานกำหนดการทดสอบยาวถึง 2,000 ชั่วโมง ความแข็งแรงและการติดแน่นของสี ความทนแรงกระแทก การสะท้อนแสงอาทิตย์ ตลอดจนความต้านแรงดึงและความเค้นคราก เพื่อให้มั่นใจว่าเหล็กมีความทนทานและเหมาะสมกับการใช้งานจริง”

นายวราวุธ กล่าวว่า หาก ครม. เห็นชอบ คาดว่ามาตรฐานทั้ง 4 ฉบับจะมีผลบังคับใช้ภายในต้นปี 2570 เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายมีเวลาเตรียมความพร้อม โดยสินค้าจะต้องผ่านมาตรฐานและมีใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนดจึงจะผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายได้

สำหรับผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตเดิมอยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนจากใบอนุญาต มอ.2 สำหรับมาตรฐานภาคสมัครใจ เป็น มอ.4 สำหรับสินค้าควบคุมได้ทันที โดยไม่ต้องตรวจโรงงานหรือเก็บตัวอย่างใหม่ เพื่อลดภาระและไม่ให้กระทบผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรฐานอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ปิดกั้นสินค้านำเข้า แต่กำลังสร้างกติกาเดียวกันให้ทุกฝ่ายแข่งขันกันบนคุณภาพ ใครจะผลิตหรือนำเข้าเหล็กมาขายในไทย ต้องมั่นใจว่าได้มาตรฐาน เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ และอุตสาหกรรมเหล็กไทยสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม

สงครามเศรษฐกิจสหรัฐฯ–อิหร่านเดือด!! ขู่โต้กลับมาตรการคว่ำบาตรสหรัฐฯ กระตุ้นจีน-รัสเซีย คัดค้านแรงกดดัน ปากีสถาน เจรจาคุมสถานการณ์ขัดแย้ง หวั่นสงครามเศรษฐกิจบานปลายเร็วนี้

อิหร่านให้คำมั่นตอบโต้กลับมาตรการคว่ำบาตรที่ขยายวงกว้างขึ้นของสหรัฐ โดยอาจใช้กำลัง หรือมุ่งโจมตีผลประโยชน์สหรัฐต่อไป พร้อมแสดงความมั่นใจว่าคู่ค้ารายสำคัญจะต่อต้านแรงกดดันจากวอชิงตัน

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เปิดเผยมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน เมื่อวันจันทร์ (24 ส.ค.) แต่ไม่ได้ระบุถึงมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุด โดยเตือนว่าประเทศที่ยังคงทำการค้ากับอิหร่านมีความเสี่ยงถูกขับออกจากระบบการเงินที่ใช้ดอลลาร์เป็นหลัก

เบสเซนต์ปฏิเสธที่จะระบุชื่อประเทศที่อาจถูกคว่ำบาตร หรือเปิดเผยว่ามาตรการลงโทษจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด โดยกล่าวเพียงว่าเขาจะให้เวลาประเทศ/ธุรกิจเหล่านั้นดำเนินการตามมาตรการใหม่
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อบุคคล นิติบุคคล และเรือจำนวน 60 ราย แต่ในรายชื่อดังกล่าวยังไม่มีสถาบันการเงินของจีนที่ต้องสงสัยว่าอำนวยความสะดวกให้กับการค้าน้ำมันของอิหร่าน

ก่อนขุนคลังสหรัฐประกาศมาตรการดังกล่าว อิหร่านออกมาขู่ว่าอาจใช้กำลังทางทหารตอบโต้ และลดการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียเพิ่มเติมเพื่อต่อต้านมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐ
ต่อมา เมื่อเบสเซนต์ประกาศมาตรการดังกล่าว อาลี มาดานิซาเดห์ รัฐมนตรีพาณิชย์อิหร่านกล่าวว่า

อิหร่านเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่กับการคว่ำบาตรของสหรัฐแล้ว

รัฐมนตรีพาณิชย์เผยกับสื่อโทรทัศน์

"ศัตรูตั้งใจจะโจมตีเราด้วยการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ แต่เราก็มีเครื่องมือของเราเองและรู้วิธีรับมือ การป้องกันของเราไม่ใช่การตั้งรับอีกต่อไป ศัตรูควรเตรียมรอรับการโจมตีมากกว่า”

มาดานิซาเดห์บอกอีกว่า ทั้งจีนและรัสเซียต่างไม่ยอมรับมาตรการของสหรัฐ และคาดว่าประเมศอื่นๆ อาจต่อต้านมาตรการเหล่านั้นเช่นกัน

เพรสทีวี รายงานว่า พลจัตวาฮอสเซน โมเฮบบี โฆษกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ให้คำมั่นว่าจะโจมตีผลประโยชน์ที่สำคัญของสหรัฐอย่างหนัก รวมถึงจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของสหรัฐ หากโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านถูกคุกคาม

อิหร่านและสหรัฐบรรลุข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวเมื่อเดือนมิถุนายน แต่อย่างที่ทราบกันดี บันทึกความเข้าใจดังกล่าวล่มสลายลงอย่างรวดเร็ว หลังทั้งสองฝ่ายกลับมาปะทะกัน และขณะนี้เข้าสู่ศึก “สงครามเศรษฐกิจ” แล้ว

ด้านกองทัพปากีสถานแถลงในวันอังคาร (25 ส.ค.) ว่า ปากีสถาน ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ได้เจรจากับเตหะรานและมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยการเจรจาเน้นหารือเกี่ยวกับมาตรการสำคัญหลายรายการ อาทิ การป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

โมห์ซิน นาควี รัฐมนตรีมหาดไทย ที่เดินทางไปเยือนเตหะรานพร้อมกับอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถานเพื่อเจรจากับฝ่ายอิหร่าน เผยผ่าน X ว่า “ประธานาธิบดีอิหร่านได้แบ่งปันมุมมองของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา และเราได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง”

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1248941?anf=

ส.ว.เดโมเครตชี้ อิหร่านชนะสงครามแล้ว!! ซัด "D-Day" เป็นฉากบังหน้า ชี้อิหร่านชนะสงคราม ตีตราวอชิงตันล้มเหลว 12 ส.ว.จี้สอบผลกระทบทหาร

ส.ว.สหรัฐฯ ซัด “D-Day เศรษฐกิจ” แค่ฉากบังหน้า หลังสงครามอิหร่านยืดเยื้อ ขณะที่ 12 ส.ว.จี้สอบผลกระทบทหารอเมริกันหลังทำสงครามกับอิหร่านมายาวนาน

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ คริส เมอร์ฟี (Chris Murphy) จากพรรคเดโมแครต ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านระลอกใหม่ของทำเนียบขาว หรือที่เรียกว่า “D-Day” ทางเศรษฐกิจ โดยกล่าวว่าเป็นเพียง “การตกแต่งหน้าต่างอย่างสิ้นหวัง” (desperate window dressing) เพื่อกลบความล้มเหลวของวอชิงตันในสงครามกับอิหร่าน

เมอร์ฟีกล่าวว่า “อิหร่านกำลังชนะสงคราม ทรัมป์กำลังแพ้ และชาวอเมริกันกำลังจ่ายราคาที่สูงมากๆ” พร้อมชี้ว่า ก่อนสงคราม อิหร่านไม่ได้เป็นฝ่ายควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ แต่ขณะนี้กลับสามารถควบคุมได้แล้ว พร้อมสรุปอย่างตรงไปตรงมาว่า “สงครามโดยพื้นฐานแล้วมันจบลงไปแล้ว และน่าอับอายที่อิหร่านเป็นฝ่ายชนะ”

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ดังกล่าว แรงกดดันภายในสหรัฐฯ ยังเพิ่มขึ้น เมื่อ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ 12 คน เรียกร้องให้สภาคองเกรสเปิดการไต่สวน ถึงผลกระทบจากสงครามอิหร่านที่กำลังเกิดขึ้นกับทหารอเมริกันอย่างรุนแรง จากการขยายระยะเวลาประจำการของกำลังพลบนเรือรบและฐานทัพในภูมิภาคออกไปอย่างไม่มีกำหนด

การเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีรายงานต่อเนื่องถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับกำลังพลสหรัฐฯ จากการประจำการที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะกำลังทางเรือที่ต้องอยู่ในพื้นที่เป็นเวลานานกว่ากำหนด ขณะที่วอชิงตันยังคงรักษากำลังทหารจำนวนมากไว้ในตะวันออกกลางเพื่อดำเนินสงครามและกดดันอิหร่านต่อไป

ที่มา: Al Jazeera

https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1382731970681826/?rdid=au2Kak0cmegh7OxG#

เกาหลีใต้ลังเลส่ง PAC-3 !! ยูเครนขอขีปนาวุธสกัดกั้น โซลไม่ปล่อยของหวั่นภัยเกาหลีเหนือ เซเลนสกิย้ำต้องได้อาวุธใหม่ ความขัดแย้งยังคงเพิ่มความตึงเครียด

ยูเครนขอ Patriot PAC-3 จากเกาหลีใต้ แต่โซลยัง “ยึกยัก” ห่วงของตัวเองไม่พอรับมือเกาหลีเหนือ

เกาหลีใต้แสดงท่าทีอึดอัดใจต่อคำร้องขอจากยูเครนที่ต้องการให้โซลสนับสนุน ขีปนาวุธสกัดกั้น PAC-3 สำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot

เกาหลีใต้ให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องรักษาคลังขีปนาวุธของตนเองไว้ให้เพียงพอสำหรับรับมือภัยคุกคามและการยั่วยุที่อาจเกิดขึ้นจาก เกาหลีเหนือ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Chosun Ilbo ของเกาหลีใต้

ท่าทีของเก่หลีใต้ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ยูเครนกำลังต้องการขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติมอย่างมาก โดยเซเลนสกีย้ำมาตลอดว่า จะทำทุกวิถีทาง และทุกโอกาสให้การมีขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรับมือการโจมตีของรัสเซียและการผ่านฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2145833696312372&set=gm.827437620395546&idorvanity=194174770388504

รอมฎอน ปันจอร์ พุดถึง นายกฯ อนุทิน!!

นายกฯ อนุทิน ควรตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ที่จะแนะโดยด่วน คลี่คลายความจริง ป้องกันความขัดแย้งบานปลาย

รอมฎอน ปันจอร์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

ที่มา : https://www.facebook.com/100075687798430/posts/1083922077474042/?rdid=qNgntxiil7gaBcP9#

คปท. ดันแก้ปัญหาฟาร์มไก่!! พี่น้องตากฟ้ามอบของขวัญพริกหน่อไม้ ร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาลให้แก้ปมฟาร์มไก่ กรมควบคุมมลพิษ-กรมปศุสัตว์ร่วมสังเกตการณ์ ฟาร์มยินดีร่วมประชุมแก้ไขปัญหาร่วมกัน

นายพิชิต ไชยมงคล โพสต์ลงเฟสบุ๊ค

วันนี้ คปท.พาพี่น้องจาก อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ มายื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล เรื่องผลกระทบจากฟาร์มเลี้ยงไก่ โดยทางศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ประสาน กรมควบคุมมลพิษ และ กรมปศุสัตว์ มาร่วมประชุม มีมติว่า องค์กรส่วนกลางจะลงพื้นที่ร่วมกันกับ คปท.เพื่อแก้ไขปัญหา
ชาวบ้านนำ พริก หน่อไม้ป่า น้อยหน่าฝากมาให้ คปท.
ถือเป็นของขวัญที่ถูกใจที่สุด

ทางฟาร์มเลี้ยงไก่ประสานมาว่าอยากอธิบายในส่วนของฟาร์ม ก็ยินดีครับ เพื่อให้แก้ปัญหาร่วมกันทุกฝ่ายไปพร้อมๆกัน

ที่มา : https://www.facebook.com/100002212974152/posts/27976393002017757/?rdid=48pJ2LjhiopluAwh#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top