Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

กลับบ้านนาแล้วใจละมุน “แอน ทองประสม” เปิดบ้านนาที่เชียงใหม่ ร่มรื่นเต็มไปด้วยธรรมชาติ ปลูกผักปลอดสารพิษแบบง่ายๆ บรรยากาศสงบเรียบง่ายเหมาะเป็นที่ชาร์จพลั

(24 ธ.ค. 68) นางเอกและผู้จัดชื่อดัง 'แอน ทองประสม' เปิดเผยภาพบ้านพักตากอากาศ "บ้านนา" ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพักผ่อนและฮีลใจจากความวุ่นวายในเมืองกรุง โพสต์ดังกล่าวเผยให้เห็นบรรยากาศร่มรื่นและเต็มไปด้วยความสดชื่นของธรรมชาติรอบบ้าน

'แอน ทองประสม' แชร์ภาพพร้อมแคปชั่นว่า "กลับบ้านนา" ซึ่งสะท้อนความอบอุ่นและเรียบง่ายของบ้านหลังนี้ ที่เจ้าตัวตั้งใจปลูกผักปลอดสารพิษไว้นำมาใช้ประโยชน์เอง ทำให้สภาพแวดล้อมนี้ยิ่งช่วยเติมเต็มวิถีธรรมชาติให้กับชีวิต

แฟนๆ ที่ได้ชมภาพต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมบรรยากาศสวยสงบ ซึ่งหลายเสียงบอกว่า "สวย น่าอยู่" และรู้สึกเหมือนได้พักใจไปด้วยกับบ้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบใจในวันที่เหน็ดเหนื่อย

โพสต์นี้ยังมาพร้อมอัลบั้มภาพจำนวนมากที่เผยมุมต่างๆ ของบ้านนา ตอกย้ำความตั้งใจของ 'แอน ทองประสม' ในการสร้างบ้านพักใจที่ใช้ชาร์จพลังเมื่อมีเวลาว่างและต้องการความสงบ

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9863986/

'สุชาติ' สั่งคุมเข้ม!! เฝ้าระวังอุบัติภัยสารเคมีช่วงปีใหม่ 2569 หลังปี 2568 พบสถิติพุ่งสูงถึง 50 ครั้ง สถิติชี้โรงงาน-โกดัง-โรงน้ำแข็ง คือกลุ่มเสี่ยงหลักที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

รองนายกฯ ‘สุชาติ’ แจ้งเตือนประชาชน–สถานประกอบการ เฝ้าระวังอุบัติภัยสารเคมีช่วงปีใหม่ 2569

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับหน่วยงานในสังกัด ทส. เตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยของประชาชนในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษจัดเตรียมทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อมของศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ศปก.พล.) พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานท้องถิ่นในการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม และให้คำแนะนำทางวิชาการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติภัยสารเคมี

นายสุรินทร์ กล่าวว่า จากสถิติการเกิดอุบัติภัยจากสารเคมีในปี พ.ศ. 2568 (มกราคม–ธันวาคม 2568) พบว่าเกิดเหตุรวม 50 ครั้ง แบ่งเป็นอุบัติภัยประเภทเพลิงไหม้ 36 ครั้ง โดยเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม 22 ครั้ง และโกดังเก็บสินค้าและโกดังรีไซเคิล 14 ครั้ง ประเภทสารเคมีรั่วไหล 8 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นเหตุจากโรงน้ำแข็ง 6 ครั้ง และกรณีน้ำมันรั่วไหลลงทะเล 2 ครั้ง ประเภทอุบัติเหตุจากการขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตราย 4 ครั้ง และประเภทอื่นๆ เช่น การระเบิดของพื้นที่ฝังกลบกากอุตสาหกรรมและบ่อบำบัดน้ำเสีย 2 ครั้ง

ทั้งนี้ ช่วงเทศกาลปีใหม่ซึ่งมีวันหยุดต่อเนื่องหลายวัน สถานประกอบการจำนวนมากจะหยุดดำเนินการหรือลดกำลังการผลิต ขณะเดียวกันเป็นช่วงฤดูหนาวที่มีสภาพอากาศแห้งและลมแรง ส่งผลให้มีความเสี่ยงเกิดอุบัติภัยเพิ่มขึ้น อาทิ ไฟไหม้โรงงานหรือคลังจัดเก็บสารเคมี ไฟไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย อุบัติเหตุรถบรรทุกสารเคมีและวัตถุอันตรายพลิกคว่ำ รวมถึงการลักลอบระบายน้ำเสียและทิ้งกากของเสียอันตรายในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง

กรมควบคุมมลพิษในฐานะหน่วยงานตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 จึงได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและเครื่องมือของศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ศปก.พล.) เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมขอความร่วมมือจากส่วนราชการ เครือข่ายหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย และสถานประกอบการทุกแห่ง ให้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัย ระมัดระวังในการขนส่งและจัดเก็บสารเคมีและวัตถุอันตรายให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ตรวจสอบระบบเตือนภัยและระบบดับเพลิงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันการเกิดเหตุ

ทั้งนี้ หากหน่วยงานท้องถิ่นหรือประชาชนพบเหตุฉุกเฉินด้านมลพิษและสารเคมี สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนมลพิษ โทร. 1650 ตลอด 24 ชั่วโมง

สกอร์ขาดลอย!! ฟุตซอล U-16 ลุยถล่มบรูไน ไทยประเดิมชัยชนะ 20-0 เครื่องติดตั้งแต่นาทีแรกยิงเป็นพายุ เก็บชัยชนะแบบสะใจแฟนไทยทั้งฮอลล์

(24 ธ.ค. 68) ทีมฟุตซอลรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปีของไทย เปิดฉากศึกชิงแชมป์อาเซียน 2025 ด้วยการถล่ม บรูไน ดารุสซาลามไปขาดลอย 20-0 ในฐานะเจ้าภาพที่สนามแข่งขันย่านนนทบุรี เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568

"โค้ชตั้ม" ภัฎ ศรีวิจิตร ส่ง 5 คนแรกลงสนามได้แก่ ธนาธิป สำราญสุข (GK), ธนภพ สุเนตร (กัปตันทีม), นราวิชญ์ ศรีสุวรรณ, บุญฤทธิ์ เพ็ชรเทียม และ ปุณโณ หวังศิลปคุณ ก่อนที่ทีมจะยิงถล่มตั้งแต่ต้นเกมไม่หยุดจนจบครึ่งแรกนำ 10-0

ครึ่งหลังก็ยังคงทำได้อย่างต่อเนื่องโดยยิงเพิ่มอีก 10 ประตูรวมเป็น 20-0 สะท้อนความแข็งแกร่งของทีมไทยในศึกนี้ โดยมีนักเตะแบ่งกันทำประตูหลายราย "ธาวิน ทานเจือ" ซัด 5 ประตู ขณะที่ "ปุณโณ หวังศิลปคุณ" และ "บุญฤทธิ์ เพ็ชรเทียม" ยิงคนละ 4 ประตู

นอกจากนี้ "ธนภพ สุเนตร" กัปตันทีมยังยิงเพิ่ม 2 ประตู ช่วยนำทีมสู่ชัยชนะครั้งใหญ่ในเกมแรก "โค้ชตั้ม" กล่าวถึงความมั่นใจของทีมในโพสต์ผ่าน X ว่า "ทีมเราพร้อมเต็มที่กับทุกเกม"

ทัวร์นาเมนต์นี้มี 5 ทีมแข่งขันแบบพบกันหมดเพื่อคัดเลือก 2 ทีมเข้าชิงแชมป์ โดยวันเดียวกัน อินโดนีเซียก็ประเดิมชัยเหนือเมียนมา 4-2 ทำให้กลุ่มลุ้นแชมป์เริ่มเดือดตั้งแต่นัดแรก

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1628392/

เกมค้ำประกันเดือด!! 'เซเลนสกี' เผยหลักประกันความมั่นคง สหรัฐฯ-ยุโรปหนุนยูเครนเต็มที่ รัสเซียเรียกร้องเน้นความเป็นกลาง เจรจาสันติภาพรอวันคลี่คลาย

(24 ธ.ค. 68) ประธานาธิบดี 'โวโลดีมีร์ เซเลนสกี' ของยูเครนเปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาจะให้ "หลักประกันด้านความมั่นคง" แก่ยูเครน แม้ว่าจะมีบางส่วนของข้อตกลงที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

'เซเลนสกี' อธิบายว่า มีข้อตกลงกรอบร่วมกับยุโรปและสหรัฐฯ รวมถึงเอกสารทวิภาคีระหว่างยูเครนและสหรัฐฯ ซึ่งควรได้รับการพิจารณาจากสภาคองเกรสสหรัฐฯ โดยมีรายละเอียดบางส่วนที่เป็นความลับ

สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเยอรมนี 'ฟรีดริช เมิร์ซ' กล่าวว่ามีการตกลงให้หลักประกันด้านความมั่นคงในลักษณะคล้ายมาตรา 5 ของนาโต ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย 'เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ' ระบุว่ารัสเซีย-สหรัฐฯ เข้าใจร่วมกันว่า ยูเครนควรยึดหลักความเป็นกลางและไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ตามรากฐานความเป็นรัฐ

ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน สหรัฐฯ ผลักดันแผนสันติภาพใหม่สำหรับยูเครน โดยเมื่อ 2 ธันวาคม ประธานาธิบดี 'วลาดิเมียร์ ปูติน' พบกับทูตพิเศษสหรัฐฯ ที่เครมลิน ซึ่งรัสเซียยังเปิดกว้างร่วมเจรจาที่เมืองแองเคอเรจ เพื่อหาทางออกสันติภาพในอนาคต

ที่มา : Sputnik

โฆษกกล้าธรรม โต้เดือด ‘อภิสิทธิ์’ ปมประกาศไม่รวมงานพรรคกล้าธรรม หลังเลือกตั้งปี 2569

(24 ธ.ค. 2568) นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ โฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวตอบโต้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศบนเวทีดีเบตว่าจะไม่ร่วมงานกับ พรรคกล้าธรรม ภายหลังการเลือกตั้งปี 2569 ว่า ท่าทีดังกล่าวสะท้อนแนวคิดทางการเมืองที่มุ่งสร้างความแตกแยก มากกว่าการแสวงหาความสามัคคีเพื่อร่วมกันทำงานให้ประเทศเดินหน้า

พาณิชย์จัดใหญ่!! ผนึกเอกชน 250 ราย อัดโปรแรงข้ามปี ลดราคาสินค้า Mega Sale สูงสุด 80% มอบเป็นของขวัญปีใหม่ยาวถึงสิ้นเดือน ม.ค. 69 คาดช่วยลดค่าครองชีพ กว่า 5,000 ล้านบาท

พาณิชย์ช่วยไทย เปิดกล่องของขวัญใบใหญ่ “New Year Mega Sale 2026” ลดสูงสุด 80% ต่อเนื่องข้ามปีถึง 2569 มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ คาดลดค่าครองชีพ กว่า 5,000 ล้านบาท

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เดินหน้าลดค่าครองชีพ จับมือผู้ผลิตและห้างโมเดิร์นเทรดกว่า 250 ราย จัดแคมเปญลดราคาสินค้าสูงสุด 80% ทั้งการจำหน่ายภายในงานจัดที่กระทรวงพาณิชย์ระหว่างวันที่ 23–25 ธันวาคม 2568 และขยายต่อเนื่องที่ห้างทั่วประเทศถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ควบคู่การสนับสนุนผู้ประกอบการชายแดนไทย–กัมพูชา เปิดพื้นที่ออกร้านภายในงานและเตรียมนำสินค้าเข้าร่วมจำหน่ายในงานธงฟ้าทุกแห่ง พร้อมเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรร่วมกับพันธมิตรทั้งการจำหน่ายและแปรรูป อาทิ หอมแดงศรีสะเกษ และปลากะพงสามน้ำจ.สงขลา ตามคอนเซป “ไทยช่วยไทย ซื้อของไทย เศรษฐกิจไทยยั่งยืน”

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ณ กระทรวงพาณิชย์ นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ดำเนินการจัดโครงการ “พาณิชย์ลดราคา New Year Mega Sale 2026” ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่งเน้นการลดภาระค่าครองชีพให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงเทศกาลปีใหม่ ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ร่วมสนับสนุนเกษตรกร และผู้ประกอบการไทย

โดยกิจกรรมการเปิดงาน “พาณิชย์ลดราคา New Year Mega Sale 2026” ได้รับเกียรติจาก ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานร่วมกับภาคเอกชนที่มาร่วมกันจัดสินค้าลดราคาในงานกว่า 250 ราย พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่จำหน่ายสินค้า ซึ่งมีการจัดบูธจำหน่ายสินค้าในช่วงวันที่ 23–25 ธันวาคม 2568 และขยายมาตรการลดราคาสินค้าและบริการทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 40 วัน จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569

นายวิทยากรระบุว่า การดำเนินโครงการในครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และห้างโมเดิร์นเทรดเข้าร่วมมากกว่า 180 ราย รวมถึงผู้ให้บริการด้านต่าง ๆ อีกกว่า 70 ราย พร้อมแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ รวมกว่า 250 ราย นำสินค้ามาจำหน่ายและจัดโปรโมชั่นรวมแล้วกว่าหมื่นรายการ ลดราคาสูงสุดมากกว่า 80% เพื่อร่วมกันช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่เปราะบาง โดยได้เชิญชวนผู้ประกอบการจาก 7 จังหวัดพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ เข้าร่วมออกร้านภายในงาน อาทิ ผลิตภัณฑ์เนื้อโคจากจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงสินค้าจากพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ให้มีรายได้ในสถานการณ์ช่วงปัจจุบันนี้

พร้อมกันนี้ ยังมีการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรจากแหล่งผลิตโดยตรงมาจำหน่ายในงาน โดยเฉพาะปลากะพงสามน้ำ จากจังหวัดสงขลา ซึ่งนำมาเปิดบูธจำหน่ายเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตรกร หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา ช่วยให้เกษตรกรสามารถระบายผลผลิตและเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง

อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวว่า โครงการ “พาณิชย์ลดราคา New Year Mega Sale 2026” ตั้งเป้าช่วยลดค่าครองชีพประชาชนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ขณะที่การจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ตลอด 3 วัน คาดว่าจะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลปีใหม่อีกด้วย

“ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเลือกซื้อสินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมส่งความปรารถนาดีในช่วงเทศกาลปีใหม่ และขอเป็นตัวแทนของกรมการค้าภายในขออวยพรทุกท่านในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ โดยขอให้ประชาชนเดินทางโดยสวัสดิภาพ มีความสุขกับครอบครัว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดปีใหม่และในทุก ๆ วัน” นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย

บ้านใหม่พร้อมอยู่!! “แพนด้ายักษ์” ฉงชิ่งออกสำรวจบ้านหลังใหญ่ หลังรีโนเวตเสร็จที่สวนสัตว์ฉงชิ่งตะวันตกเฉียงใต้จีน อัปเกรดระบบระบายอากาศ พื้นที่กลางแจ้งธรรมชาติ เพื่อสุขภาพแพนด้าและนักท่องเที่ยว

(24 ธ.ค. 68) ที่สวนสัตว์ฉงชิ่ง เทศบาลนครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน แพนด้ายักษ์ได้เข้าไปสำรวจบ้านหลังใหญ่ที่เพิ่งผ่านการปรับปรุงใหม่เมื่อวันจันทร์ที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา สวนสัตว์ได้ปรับปรุง "บ้านแพนด้ายักษ์" ส่วนล่างเสร็จสิ้น เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่สะดวกสบายต่อการอยู่อาศัยสำหรับแพนด้ายักษ์

การปรับปรุงครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้านแพนด้า รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการระบายอากาศและสร้างสภาพแวดล้อมกลางแจ้งที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เพื่อให้แพนด้ายักษ์ที่ถือเป็น "สมบัติแห่งชาติ" มีบ้านที่เหมาะสมสำหรับสุขภาพที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ การปรับปรุงยังมุ่งหวังที่จะเสริมสร้างประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมสวนสัตว์ให้ดียิ่งขึ้น จึงพัฒนาให้สถานที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการพักผ่อนและการเรียนรู้เกี่ยวกับแพนด้ายักษ์อย่างครบถ้วน

ที่มา : Xinhua

24 ธันวาคม 2483 ย้อนวันประวัติศาสตร์ไทย ประเทศไทยประกาศย้าย "วันขึ้นปีใหม่" จากวันที่ 1 เมษายน มาเป็นวันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่เหมือนนานาชาติ

(24 ธ.ค. 68) เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2483 รัฐบาลไทยประกาศย้าย "วันขึ้นปีใหม่" จากวันที่ 1 เมษายน มาเป็นวันที่ 1 มกราคม ส่งผลให้ปี พ.ศ. 2483 มีเพียง 9 เดือนเท่านั้น เนื่องจากปีใหม่ตามระบบเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2484 แต่รัฐบาลได้ตัดเหลือแค่ 31 ธันวาคม 2483 เพื่อให้ปีนับสอดคล้องกับระบบปฏิทินสากล

ก่อนหน้านั้น ประเทศไทยเคยมีปีใหม่หลายช่วงเวลาที่เปลี่ยนตามยุคสมัย เช่น ในระบบจันทรคติใช้ แรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย ต่อมามีการเปลี่ยนเป็นช่วงสงกรานต์ คือ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 และต่อมายึดวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ทางราชการ

ยุคของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ผลักดันการย้ายวันปีใหม่ เพื่อแสดงความทันสมัยและให้สอดคล้องกับนานาชาติ โดยในประกาศย้ำว่า "วันที่ 1 มกราคม ไม่ขัดต่อพระพุทธศาสนา" และเป็นวันขึ้นปีใหม่ที่ใช้ในหลายประเทศ รวมทั้งเพื่อแก้ปัญหาการเหลื่อมของปีงบประมาณและการติดต่อระหว่างประเทศ

ผลคือ ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ฉลองปีใหม่ 2 รอบ คือ วันที่ 1 มกราคม ตามปฏิทินสากล และ ช่วงสงกรานต์ในเดือนเมษายน ที่ยังคงเป็นปีใหม่ในวัฒนธรรมและประเพณีของไทยต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนวันหยุด แต่สะท้อนถึงความพยายามของผู้นำในการปรับประเทศให้ทันสมัยและเดินไปในจังหวะเดียวกับโลกสากล พร้อมทิ้งมรดกวัฒนธรรมให้คนไทย "มีปีใหม่สองครั้งในหนึ่งปี" ซึ่งยังคงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไทย

ที่มา : https://www.senate.go.th/view/386/News/SenateMagazine/252/TH-TH

‘แก้มบุ๋ม’ สดุดีทหารไทย ยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดิน ลั่นตนเพิ่งเข้าใจคำว่ารักชาติที่สุดก็ปีนี้เอง

(23 ธ.ค. 68) แก้มบุ๋ม - ปรียาดา สิทธาไชย นักแสดงชื่อดัง โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว สดุดีทหารไทย ทึ่งในความกล้าหาญ ยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดิน ลั่นอายุ 37 ปี ตนเพิ่งเข้าใจคำว่ารักชาติที่สุดก็ปีนี้เอง โดยระบุข้อความว่า 
“คุณเอาร่างกายของตัวเองต้านกระสุน
เพื่อปกป้องประเทศชาติ
จากลูกผู้ชายของใครบางคน

ความกล้าหาญแบบนี้...
ไม่ใช่ใครก็มี แต่คุณมี

และสิ่งที่คุณทำไม่สูญเปล่าเลย
เพราะมีคนอีกหลายคน
ที่รักชาติมากขึ้น จากการเสียสละของคุณ”

“37 ปีที่อยู่บนผืนดินนี้
เพิ่งเข้าใจคำว่ารักชาติที่สุดก็ปีนี้เอง
พอเห็นทหารยอมแลกชีวิตเสียสละเพื่อปกป้องแผ่นดิน”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top