Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

ญี่ปุ่นเผชิญหิมะตกหนักผิดฤดูในโตเกียว อุตุฯ ชี้สภาพอากาศแปรปรวนมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำ

(19 มี.ค. 68) สำนักข่าวคิโยโด นิวส์ รายงานว่า เกิดสภาพอากาศที่ผิดปกติในวันนี้ เมื่อหิมะตกลงมาในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูหนาวของกรุงโตเกียว โดยปรากฏการณ์นี้เป็นผลจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่กำลังก่อตัวขึ้นในพื้นที่ทางตะวันออกของญี่ปุ่น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและสภาพอากาศที่ผิดปกติ

กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ประกาศเตือนสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงในวงกว้าง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่เกาะญี่ปุ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนกลางและตะวันออกของญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากพายุหิมะและฝนตกหนัก

การตกของหิมะในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่หาได้ยากในญี่ปุ่น ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น แต่ในวันนี้ พายุที่เกิดขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำได้ทำให้กรุงโตเกียวและพื้นที่ใกล้เคียงประสบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ผิดปกติ

ทางกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบระมัดระวังอันตรายจากการเกิดหิมะตกหนัก การจราจรติดขัด และสภาพถนนที่ลื่นไถล รวมถึงเตือนให้เตรียมพร้อมสำหรับสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า

ทั้งนี้ โดยปกติแล้วเดือนมีนาคมในญี่ปุ่นถือเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ โดยจะเริ่มตั้งแต่ประมาณกลางเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งในช่วงนี้อุณหภูมิจะเริ่มอุ่นขึ้น และมีการบานของดอกซากุระ รวมถึงเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

‘ดร.กอบศักดิ์’ โพสต์ข้อความสุดประทับใจหลังจบหลักสูตร วปอ. เผย ได้เรียนรู้มากมายหลากหลายมุมมอง ทั้งประโยชน์และยุทธศาสตร์ชาติ

(19 มี.ค. 68) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรียนจบแล้ว เป็น 1 ปีที่มีความหมายที่ วปอ. เป็นหลักสูตรที่สอง ที่เข้าเรียนในช่วง 30 ปี

ตัดสินใจสมัคร เพื่อเข้าใจมุมมองด้านการทหาร ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจ ท่ามกลางสงครามที่ยูเครน ตะวันออกกลาง ตลอดจนความคุกรุ่นจากการเผชิญหน้าที่รอบๆ ไต้หวันและทะเลจีนใต้

ได้พบกับท่านอาจารย์ ท่านวิทยากร พี่ๆ เพื่อนๆ ได้เรียนรู้ เห็นสิ่งต่างๆ มากมาย ประโยชน์ของชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ 
Ends Ways Mean Center of Gravity …

ได้รู้จักทุกคน ใช้เวลานับพันชั่วโมง ช่วยกันถกเถียง ช่วยกันคิด ช่วยกันเขียน “เปลี่ยนใหญ่ประเทศไทย : Thailand Next” ข้อเสนอของ วปอ 66

พี่ๆ ทุกคนตั้งใจกันมาก น้อง ๆ ทีมงานก็ทุ่มเทสุดตัว ตั้งใจให้เป็นผลงาน ที่ช่วยให้เราเห็นทางว่า ถ้าเราจะเปลี่ยนแปลง นำไทยไปสู่อนาคตที่สดใส รุ่งเรือง ไม่แพ้ใคร เราต้องทำอะไร

ได้ร่วมกับพี่ๆ หมู่นกเค้าแมว (ฮูก ฮูก ฮูก) จัดทำโครงการ Carbon Credit เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน ที่บ้านถ้ำเสือ แก่งกระจาน เพชรบุรี ใช้เวลารวมกันอีกหลายพันชั่วโมง จัดทำโครงการเพื่อเอาพลังของทุกคน

ทุกหน่วยงาน ไปช่วยกันพัฒนาสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม ลงพื้นที่ทำงานกับพี่น้องชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ ทุกคนตั้งใจมาก เอาจริงเอาจัง นำไปสู่แนวคิดการพัฒนารายได้ชุมชนทั้งระยะสั้น กลาง ยาว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาพื้นที่ และเป็นต้นแบบสำหรับการทำประโยชน์เพื่อสังคม

ได้เขียนเอกสารการวิจัยส่วนบุคคล “แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และความเสมอภาคของไทย” ซึ่งเป็นเรื่องที่สนใจศึกษา วิจัย ทำมาทั้งชีวิตการทำงาน ใช้เวลาอีกมากมาย นับพันชั่วโมงเช่นกัน ในการคิดทบทวน วิเคราะห์ กลั่นกรอง เขียนงานวิจัยว่า ทำไมประเทศไทยถึงพ่ายแพ้สงครามกับความเหลื่อมล้ำ ทั้งที่ได้ใช้เงินงบประมาณในหลายสิบปีที่ผ่านมา หลายสิบล้านล้านบาท เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว ทุ่มลงไป เพื่อให้ความเหลื่อมล้ำลดลง แต่ยิ่งทำ ยิ่งพัฒนา ชนบท ชุมชน ต่างอ่อนแอ มีแต่หนี้ สูญเสียที่ดินทำกิน

ปัญหาจริงๆ คืออะไร ถ้าอยากเอาชนะ ต้องทำอะไร เป็นโอกาสได้ทำการวิจัยอย่างจริงจังอีกครั้งในรอบ 10 ปี รวบรวมประสบการณ์ของตนเอง ที่เคยเป็นทั้งนักวิชาการ นักพัฒนาสังคม ผู้ทำโครงการเพื่อสังคมในภาคเอกชน และเคยอยู่ในภาครัฐเป็นผู้กำหนดนโยบายและช่วยเขียนกฎหมายเพื่อชุมชน คนตัวเล็ก จัดทำข้อเสนอที่มั่นใจว่า จะช่วยพลิกจากความพ่ายแพ้เป็นชัยชนะ สร้างสังคม เศรษฐกิจที่ให้โอกาสกับทุกคน ลดความเหลื่อมล้ำให้เหลือเพียงที่จำเป็น นำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาที่แท้จริง

นอกจากนี้ ยังได้เข้าร่วมการฝึกร่วมยุทธเสนา 67 ต่อสู้กับ ”ประเทศ“ ที่มารุกราน ร่วมปกป้องอธิปไตยของเรา กับทุกคนจากหลักสูตรต่างๆ ของทางกองทัพ จนข้าศึกต้องยอมความ ยุติความตั้งใจที่จะรุกราน ได้รับความรู้อย่างมากมายในเรื่องนี้เช่นกัน วันหลังเมื่อมีเวลา จะนำมาเล่าให้ทุกคนฟัง เป็น 1 ปีที่คุ้มค่าและมีความหมายอย่างยิ่ง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับสหราชอาณาจักร เปิดตัว 'สถานีตำรวจนำร่อง' เพื่อยกระดับมาตรฐานการควบคุมตัวผู้ต้องหา สู่ความเป็นเลิศด้านสิทธิมนุษยชน

(19 มี.ค.68) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมและเปิดตัวโครงการ “สถานีตำรวจนำร่อง” เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องการควบคุมตัวผู้ต้องหาให้มีมาตรฐานเป็นสากล โดยมี นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ , ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ , นายพิทยา จินาวัฒน์  ที่ปรึกษาประจำสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ , นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ ที่ปรึกษาประจำสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ , Mr. David Thomas Deputy อุปทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย , Mr.David Lawes ที่ปรึกษากระทรวงมหาดไทย สหราชอาณาจักร , Ms.Leanne Moorhouse ผู้เชี่ยวชาญด้านกล้องติดตัว จาก Devon & Cornwall Police สหราชอาณาจักร , Mr.Seamus Weightman เจ้าหน้าที่หัวหน้าส่วนคุมขัง จาก Northumbria Police สหราชอาณาจักร พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , พล.ต.ต.ธนู พวงมณี ผู้บังคับการกองยุทธศาสตร์ สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ , พ.ต.อ.ธรา แปงเครื่อง รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 และ พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ร่วมประชุมและเปิดตัวโครงการฯ ณ สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน

โครงการ “สถานีตำรวจนำร่อง” เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องการควบคุมตัวผู้ต้องหาให้มีมาตรฐานเป็นสากล จากการริเริ่มของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้จเรตำรวจแห่งชาติ ดำเนินโครงการฯ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสหราชอาณาจักร โดย Mr. David Thomas อุปทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย โดยการนำแนวทางการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best practice) และบทเรียน (Lesson learned) เกี่ยวกับการควบคุมผู้ต้องหาจากสหราชอาณาจักรมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับกฎหมายและบริบทของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการคุ้มครองผู้ต้องหาให้ปลอดภัยจากการซ้อมทรมาน และป้องกันมิให้เกิดการเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัว เพื่อให้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และส่งเสริมความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องชีวิต ร่างกาย และวิธีการปฏิบัติ 

ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสหราชอาณาจักร ที่จะพัฒนาการควบคุมตัวผู้ต้องหาให้มีความปลอดภัย โดยแนวทางการปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นนั้นต้องสามารถนำมาปฏิบัติได้จริง และเป็นผลดีต่อทั้งผู้ต้องหาและเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติ ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ไปรับการฝึกอบรมจากกองบัญชาการตำรวจนอร์ทัมเบรีย ณ สหราชอาณาจักร และยังได้เชิญผู้เชี่ยวชาญซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย จากสหราชอาณาจักร มาให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อนำแนวทางปฏิบัติมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทยให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุมตัวผู้ต้องหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้นำหลัก "Change by Design" มาพัฒนาแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุมตัวผู้ต้องหา โดยเน้นการออกแบบเชิงระบบ เริ่มจากการปรับปรุงโครงสร้างห้องควบคุมให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย มีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ตลอดเวลา และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกขั้นตอนต้องเกิดขึ้นในพื้นที่ห้องขัง นอกจากนี้ ยังพัฒนากระบวนการควบคุมตัวผู้ต้องหาให้มีความปลอดภัยและโปร่งใส โดยการประเมินความเสี่ยงต่างๆ รวมถึงสภาพความพร้อมด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจของผู้ต้องหาในการถูกควบคุมตัว การจัดทำบันทึกควบคุมตัวโดยละเอียด มีการบันทึกทรัพย์สินส่วนบุคคล และการตรวจสอบการควบคุมตัวโดยผู้บังคับบัญชา ซึ่งทุกขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นจะถูกบันทึกลงในบันทึกการควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อสร้างกระบวนการที่โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้

เป้าหมายสูงสุดของโครงการสถานีตำรวจนำร่อง คือการป้องกันมิให้เกิดการซ้อมทรมานและการเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัว โดยหลักปฏิบัติที่สำคัญของโครงการนี้คือ การประเมินความเสี่ยงและสภาพความพร้อมด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจของผู้ต้องหาในการถูกควบคุมตัวในโอกาสแรกที่สามารถทำได้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์อย่างมากในกรณีที่ผู้ต้องหานั้นมีโรคประจำตัวที่อาจส่งผลต่อชีวิต มีอาการบาดเจ็บ หรือมีประวัติการเสพยาเสพติดซึ่งอาจนำไปสู่อาการต้องการเสพยาขั้นรุนแรง เนื่องจากการทราบถึงข้อมูลเหล่านี้ก่อนจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปนั้น สามารถทำให้เจ้าหน้าที่ประจำห้องขังสามารถตัดสินใจได้ว่ามีความจำเป็นต้องส่งต่อผู้ต้องหาไปยังโรงพยาบาลหรือไม่ หรือต้องกำหนดระดับการดูแลและตรวจสอบที่ระดับใด การตัดสินใจที่ถูกต้องและรวดเร็วบนพื้นฐานของข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้สามารถรักษาชีวิตของผู้ต้องหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้ ซึ่งแนวทางปฏิบัตินี้ได้ถูกนำมาปฏิบัติและพิสูจน์ว่าเกิดประสิทธิภาพในการช่วยชีวิตผู้ต้องหาได้จริงในสถานีตำรวจ 2 แห่งแล้ว ได้แก่ สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี 

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า หลังจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติและการวิเคราะห์ข้อมูลการควบคุมตัวผู้ต้องหามากยิ่งขึ้น โดยจะพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับใช้ในการบันทึกการควบคุมตัวผู้ต้องหา และในระยะต่อไปจะขยายแนวทางการปฏิบัติรูปแบบใหม่นี้ไปยังสถานีตำรวจในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 ก่อนที่จะนำไปใช้ในทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ โครงการ "สถานีตำรวจนำร่อง" นี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 รวมถึงกฎหมาย และระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานีตำรวจ

ยูเครนตอบรับข้อเสนอจากสหรัฐฯ ยอมหยุดยิง 30 วัน กลายเป็นก้าวแรกในการยุติสงครามกับรัสเซีย

(12 มี.ค. 68 ) สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ยูเครน ยอมรับข้อเสนอจากสหรัฐอเมริกาในการหยุดยิง เป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาสันติภาพกับ รัสเซีย หลังจากมีการพูดคุยระหว่างรัฐบาลของทั้งสองฝ่าย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และพันธมิตรในยุโรป โดยข้อเสนอนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามในการบรรเทาความรุนแรงและสร้างพื้นที่สำหรับการเจรจาทางการเมืองที่ยั่งยืนในภูมิภาคที่เกิดความขัดแย้งมายาวนาน

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครนได้ออกมาประกาศว่าฝ่ายรัฐบาลยินดีที่จะรับข้อเสนอดังกล่าวเพื่อเปิดโอกาสในการพิจารณาทางเลือกในการยุติสงคราม ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในยูเครน และช่วยลดการสูญเสียชีวิตของพลเรือนรวมถึงทหารของทั้งสองฝ่าย

แถลงการณ์จากทำเนียบขาว ระบุว่า สหรัฐฯ ได้ให้การสนับสนุนการหยุดยิงนี้อย่างเต็มที่ และย้ำว่า การหยุดยิงเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดความตึงเครียด และเปิดทางให้การเจรจาสันติภาพดำเนินต่อไปได้ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงโดยไม่มีเงื่อนไข โดยขอให้ยึดความสำคัญของการยุติการใช้ความรุนแรง

“วันนี้เราได้เสนอข้อตกลงที่ยูเครนยอมรับแล้ว ซึ่งก็คือการหยุดยิงและจะเริ่มเจรจากันทันที” มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าว “ตอนนี้เราจะนำข้อเสนอนี้ไปให้รัสเซีย และเราหวังว่าพวกเขาจะบอกว่าใช่ เพื่อสันติภาพ และตอนนี้ลูกบอลอยู่ในสนามของพวกเขาแล้ว” 

แม้ว่าการหยุดยิงจะมีระยะเวลาจำกัดเพียง 30 วัน แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างบรรยากาศของความไว้วางใจระหว่างทั้งสองฝ่าย ในขณะที่ฝ่ายรัสเซียยังคงเงียบต่อข้อเสนอและยังคงยืนยันจุดยืนที่เกี่ยวข้องกับการขยายอำนาจในภูมิภาค

นักวิเคราะห์ระบุว่า การหยุดยิงนี้จะเป็นเครื่องมือในการลดความรุนแรงและเป็นช่องทางให้ประเทศต่าง ๆ สามารถเข้ามามีบทบาทในการไกล่เกลี่ยเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืนสำหรับสถานการณ์ที่ยืดเยื้อมานาน

สำหรับกระแสความคิดเห็นในยูเครน มีทั้งผู้สนับสนุนและคัดค้านการหยุดยิง โดยฝ่ายที่คัดค้านยืนยันว่าไม่สามารถยอมรับการหยุดยิงที่อาจทำให้ยูเครนเสียพื้นที่ที่ได้ต่อสู้มา แต่ฝ่ายที่สนับสนุนเห็นว่า การเจรจาสันติภาพมีความสำคัญต่อการยุติสงครามและการฟื้นฟูประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ สหรัฐฯ และพันธมิตรจะติดตามผลการหยุดยิงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติตามข้อกำหนดและสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการเจรจาสันติภาพในอนาคต

สืบ ตม. ตัดวงจรจีนเทา ขบวนการรถหรูรับลูกค้าส่งไปชายแดน

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) หน.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้   
สืบ ตม. ตัดวงจรจีนเทา ขบวนการรถหรูรับลูกค้าส่งไปชายแดน

ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ตรวจสอบพฤติกรรมกลุ่มคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมขัดต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม ตลอดจนมีลักษณะที่กระทบภาพลักษณ์และความมั่นคงของประเทศ บก.สส.สตม. จึงได้ทำการสืบสวนเกี่ยวกับกลุ่มรถยนต์หรู ป้ายทะเบียนสวยงาม พบว่ามีกลุ่มรถซึ่งเป็นของคนต่างด้าวเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดน อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มจีนเทาที่กระทำผิดกฎหมายในปัจจุบัน จึงได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จากนั้นได้ขออนุมัติหมายค้นต่อศาลอาญาพระโขนง เพื่อเข้าค้นบ้านหลังหนึ่งย่านสวนหลวง จากการเข้าตรวจค้นพบ Mr.Ma (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี สัญชาติจีน และภรรยา พักอาศัยอาศัยอยู่ พบพยานหลักฐานเชื่อว่า Mr.Ma ประกอบธุรกิจ นำรถหรูออกให้คนต่างชาติเช่าผ่านระบบออนไลน์ โดยจ้างคนไทยที่สามารถพูดภาษาจีนได้เป็นพนักงานขับรถ จากการตรวจสอบข้อมูลการครอบครองรถยนต์ พบรถยนต์หรู ป้ายทะเบียนสวยงาม จำนวน 4 คัน และจากการตรวจสอบเส้นทางรถที่วิ่งพบว่าวิ่งไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่ติดกับชายแดน อาทิเช่น สระแก้ว เชียงราย จันทบุรี ฯลฯ จึงได้ดำเนินคดีกับ Mr.Ma ในข้อหา 'ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต' และดำเนินคดีกับคนไทยที่ทำหน้าที่ขับรถรับส่งชาวต่างชาติจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในข้อหา 'ใช้รถผิดประเภท' โดยจะได้สืบสวนขยายผลเกี่ยวกับกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการต่อไป

‘ภูมิธรรม-ทวี’ นำคณะเยือนซินเจียง ภารกิจแน่นพบปะอุยกูร์และถกประเด็นสำคัญกับท้องถิ่น

เมื่อเวลา 09.40 น. (19 มี.ค.68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เดินทางถึงท่าอากาศยานเมืองคาซือ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนายชู ต้าถง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ ให้การต้อนรับ

ภารกิจของคณะเริ่มต้นด้วยการพบปะหารือกับนายฉี หยานจุน รองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับการดำเนินการดูแลกลุ่มบุคคลที่ถูกส่งกลับจากจีน โดยเฉพาะชาวอุยกูร์ 40 คน ที่ถูกส่งกลับเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ช่วงบ่าย คณะผู้แทนไทยได้แบ่งออกเป็น 2 คณะ โดยคณะแรกนำโดยนายภูมิธรรม ส่วนคณะที่สองนำโดยพันตำรวจเอกทวี แยกเดินทางไปเยี่ยมเยียนชาวอุยกูร์ที่บ้านพักส่วนตัว ห่างจากเมืองคาซือประมาณ 100-300 กิโลเมตร โดยมีผู้แทนระดับรัฐมนตรีจากจีนร่วมเดินทางในทั้ง 2 คณะ

ส่วนช่วงเย็น คณะของฝ่ายไทยได้เข้าเยี่ยมชมหมู่บ้านท้องถิ่นและมัสยิดอิดกะฮ์ พร้อมหารือกับผู้นำศาสนาอิสลาม ก่อนจะประชุมกับแพทย์ที่รักษาชาวอุยกูร์และตัวแทนชาวอุยกูร์ผ่านระบบการประชุมทางไกล

ขณะที่เวลาประมาณเวลา 20.00 น. คณะฝ่ายไทยได้หารือกับนายหม่า ซิงรุ่ย สมาชิกคณะกรรมการกรมการเมืองกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ก่อนร่วมงานเลี้ยงรับรองที่โรงแรมคาซือ

สำหรับภารกิจสุดท้ายของวันนี้ ฝ่ายจีนได้พาคณะฝ่ายไทยเยี่ยมชมพื้นที่สำคัญทางวัฒนธรรมเมืองโบราณคัชการ์ ก่อนปิดฉากภารกิจในวันที่แน่นเอี๊ยด

ปูตินตกลงหยุดโจมตีโรงไฟฟ้ายูเครน 30 วัน นาโต้เชื่อรัสเซียแค่หยุดพัก เตรียมรบใหม่แน่เมื่อครบกำหนด

(19 มี.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้ตกลงที่จะหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนเป็นเวลา 30 วัน หลังจากการหารือทางโทรศัพท์กับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเสนอตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อช่วยลดความตึงเครียดในสงครามที่ดำเนินมากว่าสองปี

รายงานระบุว่า ในการสนทนาครั้งนี้ ทรัมป์ได้กดดันให้รัสเซียหยุดการโจมตีระบบพลังงานของยูเครน เนื่องจากโครงสร้างเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพลเรือนในช่วงที่สงครามยังดำเนินอยู่ ด้านปูตินตอบรับข้อเรียกร้องนี้ และให้คำมั่นว่าจะชะลอปฏิบัติการทางทหารที่มุ่งเป้าไปยังโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนเป็นการชั่วคราว

แม้ข้อตกลงนี้จะถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการลดผลกระทบด้านมนุษยธรรม แต่รัฐบาลยูเครนยังคงสงวนท่าที โดยโฆษกของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ระบุว่า “การหยุดยิงโครงสร้างพลังงานเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่ยูเครนต้องการคือการยุติสงครามโดยสมบูรณ์”

ขณะเดียวกัน นาโต้และชาติพันธมิตรตะวันตก ได้ออกมาเตือนว่า ข้อตกลงนี้อาจเป็นเพียง "การหยุดพักยุทธศาสตร์" ของรัสเซีย เพื่อเตรียมการโจมตีครั้งใหม่หลังครบกำหนด 30 วัน

หลังจากการเจรจาครั้งนี้ ทรัมป์ออกแถลงการณ์โดยอ้างว่า “นี่เป็นก้าวแรกของการนำสันติภาพกลับคืนมา ผมสามารถทำให้สงครามนี้จบลงได้อย่างรวดเร็ว ถ้าผมได้รับโอกาส” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงผู้สนับสนุนของเขาในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

แม้ว่าข้อตกลงหยุดโจมตีโครงสร้างพลังงานของยูเครนจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมองว่า มีความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะกลับมาโจมตีอีกครั้งหลังจากครบกำหนด เว้นแต่ว่าจะมีการเจรจาสันติภาพเพิ่มเติม

สมุทรปราการ-สุนทร ปานแสงทอง แถลงนโยบาย 5 ด้าน รับฟังทุกปัญหาเดินหน้าพัฒนาสมุทรปราการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ อ.เมือง สมุทรปราการ

ได้มีการเปิดประชุมสภาพร้อมกับการแถลงนโยบายการบริหารงานของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ

โดยในวันนี้ วันที่ 18 มีนาคม 2568 นายสมควร ชูไสว ประธานสภา อบจ.สมุทรปราการ ได้มีการประชุมสภา อบจ.สมุทรปราการ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ นอกจากนี้ ยังได้มีการแถลงนโยบายต่อที่ประชุมสภา อบจ.สมุทรปราการ

โดยนาย สุนทร ปานแสงทอง นายก อบจ.สมุทรปราการ ได้กล่าวแถลงนโยบายแผนขับเคลื่อนการบริหารงาน ทั้ง 5 ด้าน ต่อที่ประชุมสภา โดยมีคณะผู้บริหาร พร้อมด้วย คณะสมาชิกสภา อบจ.ทั้ง 36 เขต ร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมรับฟัง พร้อมทั้งเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา

โดยทางด้าน นายสุนทร ปานแสงทอง นายก อบจ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ในวันนี้สภา อบจ.สมุทรปราการ โดยท่านสมควร ชูไสว ประธานสภา อบจ.สมุทรปราการ ได้เปิดประชุมสภาพร้อมทั้งเชิญคณะสมาชิกสภา อบจ.ทั้ง 36 เขต มาร่วมประชุมรับฟังแนวทาง การเสนอแนวคิด การแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ ร่วมกัน 

พร้อมทั้งการแถลงนโยบาย ทั้ง 5 ด้าน ต่อที่ประชุมสภา คือ 1.ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน 2.ด้านระบบสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของประชาชน 3.ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค สาธารณูปการและการผังเมือง 4.ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ 5.ด้านการพัฒนาการเมือง การบริหาร และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนตามหลักธรรมาภิบาล 

ซึ่งนโยบายทั้ง 5 ด้านนี้ จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องชาวสมุทรปราการอย่างแท้จริง โดย อบจ.สมุทรปราการ มีความตั้งใจ มุ่งมั่นในการบริหารงานและหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกท่านเพื่อให้จังหวัดสมุทรปราการบ้านของเราพัฒนาก้าวหน้าต่อไป

‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ใช่เพียงคำนิยาม แต่คือรากที่มั่นคงของแผ่นดิน หลายนโยบายรัฐบาลเหมือนต้นไม้ที่ไร้รากไม่ก่อประโยชน์อย่างแท้จริง

ในโลกที่ทุกอย่างดูเร่งรีบเหมือนกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว เราอาจคิดว่าเงินที่รัฐแจกให้เด็กอายุ 16-20 ปีนั้นเป็นเหมือนเรือที่ช่วยให้พวกเขาพ้นจากการจมน้ำ หรือการที่รัฐบาลใช้ภาษีซื้อหนี้ให้ประชาชนก็เหมือนลมหายใจใหม่ให้คนที่ติดบ่วงหนี้สิน ส่วนคาสิโนที่กำลังจะตั้งก็ดูเหมือนเส้นทางใหม่ของเศรษฐกิจ แต่ถ้าเรามองให้ลึกกว่านั้น เราอาจพบว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้ต้นไม้ของสังคมเติบโต หากแต่กำลังทำให้รากของมันลอยจากพื้นดิน

1. เงินแจก – รากที่ไม่ได้หยั่งลงดิน

เงินแจกให้เด็กวัยรุ่น ฟังดูเหมือนโอกาส แต่แท้จริงแล้วมันอาจเป็นกับดักที่ทำให้พวกเขาเคยชินกับการได้รับโดยไม่ต้องสร้าง การมีเงินใช้โดยไม่ต้องออกแรง อาจทำให้พวกเขาเข้าใจผิดว่าโลกนี้มีแต่ 'การให้' โดยไม่ต้อง 'แลกเปลี่ยน' เหมือนต้นไม้ที่เติบโตด้วยน้ำฝนที่หยดลงมาตลอดโดยไม่ต้องหยั่งรากลงไปดูดซับจากดิน ท้ายที่สุด เมื่อฝนหยุดตก ต้นไม้นั้นก็จะยืนต้นตาย เพราะไม่เคยมีรากของตัวเอง

2. รัฐล้างหนี้ – สร้างคนที่ไม่ต้องรับผลจากการกระทำของตน

เมื่อรัฐบาลใช้เงินภาษีของทุกคนไปซื้อหนี้ให้คนที่ก่อหนี้ ความรับผิดชอบในการบริหารชีวิตก็ถูกทำให้จางลง มันเหมือนการที่คนหนึ่งใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย แต่กลับมีคนอีกกลุ่มต้องมาช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายให้ ถ้าเราเปรียบเทียบกับธรรมชาติ นี่ก็เหมือนกับฝูงนกที่ไม่ต้องบินหาอาหารเอง เพราะมีคนมาโยนเศษขนมให้ทุกวัน เมื่อถึงเวลาที่คนหยุดให้อาหาร นกเหล่านั้นก็ไม่สามารถเอาตัวรอดได้ เพราะพวกมันไม่เคยต้องหาอาหารเอง

3. คาสิโน – เมืองมายาที่ดูเหมือนทองคำแต่เต็มไปด้วยโคลน

คาสิโนฟังดูเป็นแหล่งเงินหมุนเวียนใหม่สำหรับเศรษฐกิจ แต่แท้จริงแล้วมันเป็นเศรษฐกิจแบบ 'มายา' คือเงินไม่ได้ถูกสร้างจากผลผลิตที่แท้จริง แต่เป็นการหมุนเงินผ่านการพนันและความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ของผู้คน คนรวยยิ่งรวยขึ้น คนจนยิ่งหมดตัว เหมือนแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ มันให้แสงสว่าง แต่เป็นแสงที่เผาผลาญทุกอย่างโดยที่พวกมันไม่รู้ตัว

เศรษฐกิจพอเพียง – รากที่มั่นคงของแผ่นดิน

เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้ชีวิตเรียบง่ายหรือประหยัดเงิน แต่มันคือหลักของ “ความเข้าใจในสัจธรรมของชีวิต” เงินไม่ใช่ของที่ตกจากฟ้าแบบไม่มีที่มา การมีต้องมาจากการสร้าง ผลต้องมาจากการลงแรง ถ้ารัฐสร้างคนให้คุ้นชินกับการได้มาโดยไม่ต้องแลกเปลี่ยน แทนที่จะแก้ปัญหา มันจะกลับทำให้คนรุ่นใหม่อ่อนแอลง ตัดรากถอนโคนการพัฒนาตัวเอง และเมื่อถึงวันที่ต้องเผชิญชีวิตจริง ไม่มีรัฐบาลที่คอยแจกอีกต่อไป พวกเขาจะหลงทางและไม่มีความสามารถในการตั้งตัว

เศรษฐกิจที่แท้จริงต้องเหมือนต้นไม้
มันต้องมีรากหยั่งลึก มีกิ่งก้านแผ่กว้าง และออกผลที่เกิดจากกระบวนการเติบโตตามธรรมชาติ ถ้าเราหลงเชื่อในเงินที่ลอยมาจากฟ้า เราจะเหมือนต้นไม้ที่ไร้ราก พอพายุมา ทุกอย่างก็พังทลาย

สุดท้ายแล้ว เราต้องเลือกเอง ว่าจะเป็นต้นไม้ที่มีรากมั่นคง หรือเป็นเพียงเศษใบไม้ที่ปลิวไปตามลม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top