Monday, 2 November 2026
Hard News Team

ตำรวจเติร์กรวบนายกเทศมนตรีนครอิสตันบูล หลังมีข่าวเตรียมลงชิงตำแหน่ง ปธน.

(19 มี.ค. 68) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตุรกีได้ออกหมายจับ เอแกรม อีมาโมลู (Ekrem İmamoğlu) นายกเทศมนตรีนครอิสตันบูล พร้อมส่งกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นที่พักของเขาในวันนี้

ตามรายงานจากแหล่งข่าวภายในประเทศ การออกหมายจับครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองในตุรกี โดยยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดแน่ชัดเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่อีมาโมลูต้องเผชิญ อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับ ข้อกล่าวหาด้านการทุจริต หรือประเด็นทางการเมืองที่อ่อนไหว

แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยว่า ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของอีมาโมลู ในช่วงเช้ามืด และกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติม ด้านเจ้าตัวยังไม่มีแถลงการณ์ใดๆ เกี่ยวกับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ แต่มีการโพสต์คลิปวิดีโอผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) จากภายในที่พักของเขา ระบุว่า 

“มีตำรวจนับร้อยนายมาอยู่หน้าประตูบ้านผม เรากำลังเผชิญกับการใช้อำนาจเผด็จการครั้งใหญ่ ผมขอฝากความหวังไว้กับประชาชน”

เอแกรม อีมาโมลู เป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองของตุรกี และถือเป็น คู่แข่งทางการเมืองสำคัญของประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน โดยเขาสังกัดพรรคฝ่ายค้าน พรรครีพับลิกันประชาชน (CHP) และเคยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครอิสตันบูลถึงสองครั้ง ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเวทีการเมืองของตุรกี

นักวิจารณ์ประณามการคุมขังดังกล่าวว่าเป็นประเด็นทางการเมืองและเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามฝ่ายค้านที่ยังคงดำเนินต่อไปของรัฐบาล หลังจากที่เออร์โดกันพ่ายแพ้อย่างยับเยินในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นและนายกเทศมนตรีเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งตอนนี้ประเทศกำลังเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งสำคัญในอนาคต

ภายหลังการจับกุมอิมาโมกลู ผู้ว่าการอิสตันบูลได้สั่งระงับสิทธิในการประท้วงในเมืองจนถึงวันที่ 23 มีนาคม “พื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน” นอกจากนี้สถานีรถไฟใต้ดินและถนนบางสายในตัวเมืองอิสตันบูลยังถูกปิดอีกด้วย

ทั้งนี้ แถลงการณ์ล่าสุดจากสำนักงานอัยการสูงสุดแห่งอิสตันบูล ระบุว่า อีมาโมลู และคนอื่นๆ อีกประมาณ 100 คนที่เกี่ยวข้องกับเขา ถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกขององค์กรอาชญากรรม เรียกสินบน ขู่กรรโชก และฉ้อโกงโดยเจตนา 

โดยทางด้าน ภรรยาของนายกเทศมนตรีที่ถูกคุมขัง กล่าวถึงข้อกล่าวหาต่อสามีของเธอว่า “ใครๆ ก็คงหัวเราะเยาะเรื่องแบบนี้” “เรื่องแบบนี้เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน มันเป็นการใส่ร้ายที่ร้ายแรงมาก และทุกอย่างจะต้องถูกเปิดเผย”

ธุรกิจต้องมาก่อน เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่สหรัฐกว่า 150 แห่ง ยังทำธุรกิจในรัสเซีย แม้ถูกคว่ำบาตรหนัก

(19 มี.ค. 68) บริษัทสัญชาติสหรัฐฯ ราว 150 แห่ง นำโดย โคคา-โคลา ฟอร์ด ไมโครซอฟท์ ไอบีเอ็ม แมคโดนัลด์ ยังคงเดินหน้าทำธุรกิจในรัสเซีย แม้วอชิงตันจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อมอสโกหลายต่อหลายรอบ จากการเปิดเผยของ คิริล ดมิทรีเยฟ ผู้แทนพิเศษด้านการลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน

ดมิทรีเยฟระบุว่า แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย แต่บริษัทอเมริกันหลายแห่งยังคงเลือกที่จะรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจในประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมพลังงาน เทคโนโลยี และสินค้าอุปโภคบริโภค

“มีบริษัทสหรัฐฯ จำนวนมากที่ยังคงดำเนินธุรกิจในรัสเซีย เนื่องจากตระหนักถึงความสำคัญของตลาดและโอกาสทางเศรษฐกิจที่นี่” ดมิทรีเยฟกล่าว

ดมิทรีเยฟ กล่าวเสริมอีกว่าบริษัทอเมริกันจะประสบความยากลำบากในการกลับสู่รัสเซีย และทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับบริษัทเหล่านี้คือการร่วมทุนกับธุรกิจในท้องถิ่น “หอการค้าอเมริกันแสดงให้เห็นว่ามีบริษัทสหรัฐฯ 150 แห่งอยู่ในตลาดรัสเซีย โดย 75% ของบริษัทเหล่านี้ดำเนินกิจการมานานกว่า 25 ปีแล้ว และแน่นอนว่าพวกเขาต้องการดำเนินธุรกิจต่อไปในรัสเซีย”

รายงานระบุว่า บริษัทข้ามชาติบางแห่งได้ปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เช่น การใช้ตัวแทนท้องถิ่นหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการลงทุนเพื่อให้ยังสามารถดำเนินงานในรัสเซียได้ โดยไม่ขัดต่อมาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลสหรัฐฯ

ในขณะที่หลายบริษัทตะวันตกถอนตัวจากรัสเซียหลังจากความขัดแย้งในยูเครนปะทุขึ้นตั้งแต่ปี 2022 บริษัทอเมริกันบางแห่งกลับ ยังคงรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจในรัสเซีย ท่ามกลางสภาวะที่ซับซ้อนทางภูมิรัฐศาสตร์

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า แม้มาตรการคว่ำบาตรจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรัสเซีย แต่ในความเป็นจริง บริษัทต่างชาติบางแห่งยังต้องพึ่งพาตลาดรัสเซีย ทำให้ไม่สามารถถอนตัวออกจากธุรกิจได้โดยง่าย

‘มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์’ ชวนชาวไทยร่วมใจรักษ์โลก พร้อมใจปิดไฟ ถอดปลั๊ก 1 ชั่วโมง คืนวันเสาร์ที่ 22 มี.ค.นี้

นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ (หน่วยงานดีเด่นแห่งชาติสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) และ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในสภาผู้แทนราษฎร ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก 'สุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ - Sukritchai Teeraroengrit' เพื่อรณรงค์กิจกรรมสิ่งแวดล้อม ปิดไฟ 1 ชม. 60+ Earth Hour 2025 เพื่อขอเชิญชวนพวกเรามาร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงในกิจกรรม Earth Hour 2025 ด้วยการปิดไฟ ถอดปลั๊ก งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ตลอด 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน ให้โลกได้พัก พร้อมกัน ในวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2568 เวลา 20:30 - 21:30 น.

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว จัดโดย องค์กรกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ World Wildlife Fund (WWF) มีกิจกรรมครั้งแรกในปี พ.ศ. 2550 และขยายไปสู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

Apple - Meta - Boeing นำทัพบริษัทยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ เข้าพบนายกฯ ‘ฝ่ามมิงชิ่ญ’ ถกการขยายธุรกิจในเอเชีย

(19 มี.ค. 68) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะผู้แทนจากกว่า 60 บริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ รวมถึง Apple, Meta และ Boeing ได้เดินทางเข้าพบ นายฝ่ามมิงชิ่ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม เพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสในการขยายการลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

การเจรจาครั้งนี้จัดขึ้นท่ามกลางความพยายามของเวียดนามในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะจากบริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่ค้าหลักของเวียดนาม กำลังมองหาโอกาสในการกระจายฐานการผลิตออกจากจีน ส่งผลให้เวียดนามกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับธุรกิจระดับโลก

“เวียดนามเข้าสู่บทใหม่ด้วยระบบการเมืองที่ได้รับการปฏิรูปและปรับปรุงอย่างพื้นฐาน ชุมชนธุรกิจอเมริกันก็ตั้งตารอที่จะได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้และโอกาสต่างๆ ข้างหน้า” นายเท็ด โอเซียส ประธานสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (USABC) กล่าว

แหล่งข่าวระบุว่า การหารือครั้งนี้ครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และแนวทางสนับสนุนบริษัทต่างชาติที่ต้องการขยายธุรกิจในเวียดนาม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไฮเทค อิเล็กทรอนิกส์ และการบิน

ก่อนหน้านี้ Apple และบริษัทซัพพลายเออร์ของตนได้ขยายการผลิตมายังเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Meta กำลังมองหาโอกาสทางดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในภูมิภาค ส่วน Boeing ก็ให้ความสนใจในการร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการบิน

นายฝ่ามมิงชิ่ญย้ำถึงความพร้อมของเวียดนามในการสนับสนุนการลงทุนจากสหรัฐฯ และเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศ โดยรัฐบาลเวียดนามพร้อมให้การสนับสนุนในด้านนโยบาย สิทธิประโยชน์ทางภาษี และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดึงดูดการลงทุนในระยะยาว

การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเวียดนามในฐานะศูนย์กลางการลงทุนของบริษัทชั้นนำระดับโลก

‘เพจเรียนหมอ’ แชร์ประสบการณ์พากเพียรเรียนจบหมอทั้งพี่น้อง ขอเพียงเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง ล้มแล้วปัดฝุ่นลุก ต้องถึงเป้าหมายสักวัน

(19 มี.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก เรียนหมอ โพสต์เฟซบุ๊ก แชร์ประสบการณ์และความพากเพียรกว่าจะประสบความสำเร็จด้านการศึกษา ว่า  สำหรับคนไม่มีต้นทุนชีวิต การศึกษาเท่านั้นที่จะเปลี่ยนชีวิต 

ใครที่บอกว่า บ้านจนเรียนหมอไม่ได้ บอกเลยไม่จริง เราสองพี่น้องพิสูจน์ให้แล้ว จนมากๆก็ยังเป็นหมอได้ทั้งคู่ แกวจบเภสัชหาเงินส่งน้องชายเรียนหมอ พอเริ่มอยู่ตัว แกวก็มาเรียนหมออีกใบ 
ในระบบการศึกษาไทย มีทุนการศึกษามากมายรอเราอยู่ ขอแค่เราตั้งใจ แล้วงานพิเศษก็ช่วยให้เรารอดได้ แกวทำทุกอย่างที่ได้เงิน สอนพิเศษ หาเสื้อผ้ามือสองมาขาย ทำงานร้านหมูกระทะ  สู้มาก 

“กล้วยไม้ออกดอกช้าฉันท์ใด การศึกษาเป็นไปฉันท์นั้น”
จริงตามนั้นทุกประการ ระหว่างทางที่เดิน ล้มลุกคลุกคลาน เสียน้ำตาไปมหาศาล 
ต่อให้ร้องไห้แค่ไหน ก็ยังจะเดินต่อไปไม่หยุด  กัดไม่ปล่อย  จะคิดเทียบเสมอ เดินต่อไปได้อะไร หยุดได้อะไร  มองไกลๆ

คำว่าไม่มีคือไม่มีจริงๆ ความจนมันน่ากลัว  ความจนมันมืดบอด น้อง ๆ คนไหนที่รู้สึกน้อยใจในโชคชะตาชีวิต  เข้มแข็งแล้วลุกขึ้นมาเอาชนะความจนไปด้วยกัน 

เทคนิคคือ 
เดินในทางที่ถูกที่ควรไปเรื่อย ๆ ระหว่างทางก็เอื้อเฟื้อแบ่งปัน พัฒนาตัวเอง เป็นของขวัญให้ทุกคนที่พบเจอไป ไปที่ไหนจะมีแต่คนรักคนเมตตา เทวดาคุ้มครอง ทำอะไรก็งอกงามขึ้นเรื่อย ๆ
แกวเป็นคนที่ได้รับความเมตาจากผู้คนที่ผ่านเข้ามาในทุกช่วงเวลาของชีวิตอยู่เสมอ รู้สึกขอบคุณตลอด มีคนใจดีมากมายคอยโอบอุ้ม ไม่เคยลืม  

ดอกไม้ดอกนี้เบ่งบานแล้ว พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป เพราะเรารู้ดีว่าการได้รับตอนลำบาก มันทำให้ใจฟูแค่ไหน 
#bye bye ความจน เราก้าวข้ามคุณได้แล้วนะ ไม่มีอีกแล้วเด็กน้อยในวันนั้นที่หน้าหนาวยังไม่มีเสื้ออุ่นๆใส่  
#ขอบคุณทุกการศึกษา ขอบคุณผู้คนที่ผ่านเข้ามาทุกช่วงเวลาของชีวิตที่เมตตาช่วยเหลือ 
#ขอบคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาอย่างดีด้วยความรัก ความอบอุ่น ยากจนเงินทอง แต่ไม่ได้ยากจนความสุข วันนี้พ่อแม่สุขสบายแล้ว  เราสองคนตอบแทนดูแลพ่อแม่อย่างดี 
ท่านเสียสละเพื่อพวกเรามามาก ในวันที่ลำบาก สิ่งที่ท่านให้คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ท่านทำให้แล้ว 

เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเดิน รู้ว่าเหนื่อย 
อดทนทำต่อไปค่ะ ผลลัพธ์คุ้มมาก  ถ้าล้มแล้วปัดฝุ่นลุก มันต้องถึงเป้าหมายสักวัน

ศาล สั่งห้าม ‘ธนารักษ์’ ขึ้นทะเบียน 'พุทธมณฑล' 2.5 พันไร่เป็นที่ราชพัสดุ เหตุเป็นศาสนสมบัติกลางที่มีกฎหมายเฉพาะ

ศาลปกครองกลางพิพากษา ห้ามกรมธนารักษ์นำที่ดินพุทธมณฑล 2,500 ไร่ ขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ ชี้เป็นที่ศาสนสมบัติกลางที่กฎหมายเฉพาะบัญญัติยกเว้น

(19 มี.ค.68) ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาห้ามมิให้กรมธนารักษ์นำที่ดินพุทธมณฑล เนื้อที่ 2,500ไร่ ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ คดีนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้ฟ้องคดี ฟ้องว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการที่กรมธนารักษ์ ผู้ถูกฟ้องคดี จะนำที่ดินแปลงดังกล่าวขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุและเข้าปกครองดูแลที่ราชพัสดุแปลงนี้ตามมาตรา 8 และมาตรา 17พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ 2562ทั้งที่ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ดูแลและพัฒนาที่ดินพุทธมณฑล เนื้อที่ประมาณ 2,500ไร่ ซึ่งเป็นศาสนสมบัติของพระพุทธศาสนา และเป็นศาสนสมบัติกลางตามมาตรา 40 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2506จึงขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีระงับการขึ้นทะเบียนที่ดินพุทธมณฑลดังกล่าว ซึ่งศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า พุทธมณฑลสร้างขึ้นตามเจตนารมณ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเฉลิมฉลองงาน 25 พุทธศตวรรษ โดยพิจารณาได้จากปูชนียสถานที่สร้างขึ้นในพุทธมณฑลล้วนแต่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น ส่วนในการจัดหาที่ดินนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับซื้อที่ดินของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จำนวน 135 ไร่ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ทั้งได้มีประชาชนผู้เลื่อมใสศรัทธาบริจาคเงินเพื่อซื้อที่ดินถวายเป็นพุทธบูชาและร่วมสมทบในการสร้างพระพุทธรูปและพุทธมณฑลแล้ว เป็นเงินจำนวน 2,764256.82 บาท รวมถึง ฯพณฯ อูนุ นายกรัฐมนตรีพม่า ได้มอบเงินให้จำนวน 50,000 จาด

นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการจำหน่ายพระเครื่อง พระพุทธรูป แสตมป์ ปฏิทินและเสมาที่ระลึก โดยเป็นการร่วมแรงร่วมใจในการจัดสร้างพุทธมณฑลตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย จนรวบรวมที่ดินได้จำนวน 2,205 ไร่ 96 ตารางวา ที่ดินที่ได้มาดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่มีผู้ถวายให้แก่พระศาสนา แต่ปรากฏว่ายังขาดอีกจำนวน 294 ไร่ 3 งาน 4 ตารางวาจึงจะครบ 2,500 ไร่ ตามที่กำหนดไว้ รัฐบาลจึงได้มีการเวนคืนที่ดินจำนวนที่ยังขาดอยู่ แต่ก็เพื่อให้การดำเนินการจัดสร้างพุทธมณฑลสำเร็จลุล่วงตามเจตนารมณ์เท่านั้น หาได้มีวัตถุประสงค์ที่จะนำที่ดินไปใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ หรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการตามกฎหมายแต่อย่างใด

"กรณีจึงต้องถือว่า เจตนารมณ์ทั้งของสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาล และประชาชนชาวไทยในการจัดซื้อและจัดหาที่ดินเนื้อที่รวม 2,500ไร่ จัดสร้างพุทธมณฑลก็เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและอุทิศให้พระพุทธศาสนา ดังนั้น ที่ดินพุทธมณฑลจึงเป็นทรัพย์สินของพระศาสนา เมื่อได้พิจารณาข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว จึงรับฟังเป็นยุติว่า พุทธมณฑลเป็นพุทธสถานที่ตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ในทางพระพุทธศาสนา ประกอบกับเมื่อได้วินิจฉัยแล้วว่าที่ดินพุทธมณฑลเป็นทรัพย์สินของพระศาสนา และเมื่อที่ดินดังกล่าวมิใช่ของวัดใดวัดหนึ่ง ดังนั้น ที่ดินพุทธมณฑลจึงเป็นศาสนสมบัติกลาง ตามมาตรา 46 (1) แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2484 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่จัดตั้งพุทธมณฑล และตามมาตรา 40 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ที่มีผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ดูแลรักษาและจัดการ รวมทั้งเป็นเจ้าของ ตามมาตรา 40 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว อันเป็นที่ดินที่มีกฎหมายเฉพาะบัญญัติยกเว้นไว้ไม่ให้ถือเป็นที่ราชพัสดุ ทั้งนี้ ตามมาตรา 7 (7) แห่งพ.ร.บ. ที่ราชพัสดุ 2562

เมื่อได้วินิจฉัยมาแล้วว่า ที่ดินพุทธมณฑลเป็นทรัพย์สินของพระศาสนาอันเป็นศาสนสมบัติกลาง มิใช่ที่ราชพัสดุตามกฎหมายที่ราชพัสดุ ฉะนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 17 และมาตรา 19 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ประกอบข้อ 6 (16) ของระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา และการใช้ที่ราชพัสดุ 2546 ให้ผู้ฟ้องคดีทำการสำรวจรังวัดและจัดทำแผนที่รายละเอียดที่ราชพัสดุแปลงพุทธมณฑลพร้อมสิ่งปลูกสร้าง แล้วนำส่งขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุและบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นไปตามกฎหมายที่ราชพัสดุแต่อย่างใด ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีโดยสำนักงานธนารักษ์พื้นที่นครปฐมได้มีหนังสือให้ผู้ฟ้องคดีสำรวจรังวัด และจัดทำแผนที่รายละเอียดที่ราชพัสดุแปลงพุทธมณฑลพร้อมสิ่งปลูกสร้าง นำส่งขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุและบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย และได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีสำรวจรายการที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินราชพัสดุแปลงพุทธมณฑลขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุตามแบบรายการส่ง - รับที่ราชพัสดุขึ้นทะเบียนจัดส่งให้สำนักงานธนารักษ์พื้นที่นครปฐม เพื่อดำเนินการรับขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุต่อไป จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีคำพิพากษาดังกล่าว

‘ยิ่งชีพ’ iLAW‘ หวัง ‘รมช.สุชาติ’ เร่งเคลียร์ข้อกังขาของสังคมปมซื้อตึก 7 พันล้าน ชี้! ไม่ควรเสียเวลาขึ้นศาลฟ้อง สส.ปากกล้า

(19 มี.ค. 68) นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yingcheep Atchanont ว่า ท่านสุชาติ ชมกลิ่น เป็นถึงอดีตรัฐมนตรีแรงงาน เป็นรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ เป็นสส. มาสามสมัย ภาษีและประสบการณ์สูงกว่า ไอซ์ รักชนก มาก นั่งเก้าอี้สูงสุดแรงงานอยู่สามปีกว่าน่าจะเชี่ยวชาญเรื่องประกันสังคมมากๆ รู้จักคนข้างในเข้าถึงข้อมูลทะลุปรุโปร่งกว่าสส. ปากกล้าเป็นไหน ๆ

ถ้าสิ่งที่ไอซ์เปิดออกมานั้น ”ไม่จริง“ สิ่งที่ทำได้และควรทำอันดับแรกคือต้องชี้แจง

กองทุนประกันสังคม ซื้อตึกนั่นจริงไหม??
ซื้อ 7,000 ล้าน+ จริงไหม??
ราคาประเมิน จริงๆควรซื้อ 3,000 ล้าน+ จริงไหม??
ถ้าไม่จริงแล้วมันเท่าไร??
แล้วที่ว่าซื้อมาแทบไม่ทำกำไร ไม่สร้างรายได้ จริงไหม?? หรือมันสร้างกำไรมากมาย เท่าไร??
ซื้อมาจากใคร?? ใครเป็นเจ้าของเดิม??
ถ้าบอกไม่รู้เรื่องการซื้อตึก แล้วใครรู้ กระบวนการตัดสินใจใช้งบและการตรวจสอบที่ถูกต้องเป็นยังไง?? ใครรับผิดชอบ??

รวมถึงอธิบายเรื่องวิธีคิด วิธีการบริหารกองทุนประกันสังคมให้มีประสิทธิภาพ ให้เป็นประโยชน์กับผู้ประกันตน ความจำเป็นของการไปดูงานต่างประเทศ ความเป็นมืออาชีพ หรือความพยายามประหยัดเงินที่ผ่านมา ถ้าทำเต็มที่มั่นใจว่าดีแล้วก็เล่ารายละเอียดได้เลย ตั้งโต๊ะแถลงเต็มๆ ตัวอย่างแบบมาดามแป้ง นั่งเล่าไปเลยชั่วโมงนึง รับรองสื่อทุกช่องอยากฟัง ประชาชนก็อยากฟัง ถ้าไอซ์ผิดหมดคนเขาฟังก็เข้าใจ

ไม่ใช่ใช้วิธีการฟ้อง หรือการออกมาด่ากลับคนวิจารณ์ 

ท่านสุชาติ บอกว่ายินดีจะไปศาลเอง เบิกความเอง ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องดีมากๆ ในแง่หนึ่งนะครับ เพราะคดีหมิ่นประมาทเป็นความผิดต่อส่วนตัว เป็นเรื่องที่แต่ละคนรู้สึกไปส่วนตัวว่าตัวเองเสียหายอย่างไร ก็ควรไปอธิบายเอง 

พวกผู้ใหญ่ในสังคมชอบยื่นฟ้องคนเป็นชุดหลายสิบคดี แล้วตัวเองไม่เคยไปศาล ไม่ไปเบิกความเองไม่ไปชี้แจงว่าความจริงเป็นอย่างไร ไม่ไปให้โอกาสอีกฝ่ายถามค้าน ส่งตัวแทนไปแล้วพอถูกถามค้านก็ตอบไม่ได้ ศาลยกฟ้อง แต่จำเลยถูกบังคับโดยกระบวนการว่าต้องไปศาล ฝ่ายจำเลยชนะคดีแต่เสียเวลาและค่าทนายไปมากมายแล้ว คนรวยที่ฟ้องคนอื่นแค่จ่ายเงิน แทบไม่มีต้นทุนทางสังคม แบบนี้เรียกคดีปิดปาก

การที่รัฐมนตรีจะไปศาลเอง แปลว่าเลือกแล้วว่างานอื่นในหน้าที่ตอนนี้ไม่ได้สำคัญเท่าไหร่ สำคัญกว่าสำหรับท่านสุชาติตอนนี้คืออยากสู้กลับ และอยากออกมาพูดเองให้ศาลฟังว่า เขารู้อะไรหรือคิดอะไร ซึ่งการไปศาลจะใช้เวลามากอาจจะถูกถามค้านหนึ่งวันเต็มหรือมากกว่านั้น และในกระบวนการศาลให้คนเข้าไปนั่งฟังได้จำกัด บางครั้งคดีใหญ่ตรวจเข้มเข้าไม่ได้ นักข่าวเข้าไม่ได้ หรือถ้าเข้าได้ก็จดไม่ทัน หรือบางคดีไม่ให้จด แต่ที่แน่ ๆ อัดเสียงและอัดวิดีโอไม่ได้ ทำให้ข้อเท็จจริงที่ เขาอยากจะสื่อสาร ไปถึงเพียงหูผู้พิพากษาซึ่งอาจจะอายุ 25 - 30 ปีไม่กี่คน แต่สังคมกลับไม่ได้มีโอกาสเต็มที่ในการรับรู้สิ่งนั้น

ดังนั้น ถ้ามั่นใจในข้อเท็จจริงในมือของตัวเองและอยากจะสื่อสารต่อสาธารณะบ้างเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ตัวเองคิดว่าไม่เป็นจริง กระบวนการศาลทำงานนี้ได้ไม่เต็มที่ครับ การตั้งโต๊ะแถลงหรือไปเดินสายออกรายการสรยุทธ์บ้าง พี่หนุ่มบ้าง จะทำให้ประชาชนได้ยินมากกว่า อาจจะใช้เวลาน้อยกว่าไปศาลด้วย 

ญี่ปุ่นเผชิญหิมะตกหนักผิดฤดูในโตเกียว อุตุฯ ชี้สภาพอากาศแปรปรวนมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำ

(19 มี.ค. 68) สำนักข่าวคิโยโด นิวส์ รายงานว่า เกิดสภาพอากาศที่ผิดปกติในวันนี้ เมื่อหิมะตกลงมาในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูหนาวของกรุงโตเกียว โดยปรากฏการณ์นี้เป็นผลจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่กำลังก่อตัวขึ้นในพื้นที่ทางตะวันออกของญี่ปุ่น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและสภาพอากาศที่ผิดปกติ

กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ประกาศเตือนสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงในวงกว้าง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่เกาะญี่ปุ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนกลางและตะวันออกของญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากพายุหิมะและฝนตกหนัก

การตกของหิมะในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่หาได้ยากในญี่ปุ่น ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น แต่ในวันนี้ พายุที่เกิดขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำได้ทำให้กรุงโตเกียวและพื้นที่ใกล้เคียงประสบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ผิดปกติ

ทางกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบระมัดระวังอันตรายจากการเกิดหิมะตกหนัก การจราจรติดขัด และสภาพถนนที่ลื่นไถล รวมถึงเตือนให้เตรียมพร้อมสำหรับสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า

ทั้งนี้ โดยปกติแล้วเดือนมีนาคมในญี่ปุ่นถือเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ โดยจะเริ่มตั้งแต่ประมาณกลางเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งในช่วงนี้อุณหภูมิจะเริ่มอุ่นขึ้น และมีการบานของดอกซากุระ รวมถึงเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

‘ดร.กอบศักดิ์’ โพสต์ข้อความสุดประทับใจหลังจบหลักสูตร วปอ. เผย ได้เรียนรู้มากมายหลากหลายมุมมอง ทั้งประโยชน์และยุทธศาสตร์ชาติ

(19 มี.ค. 68) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรียนจบแล้ว เป็น 1 ปีที่มีความหมายที่ วปอ. เป็นหลักสูตรที่สอง ที่เข้าเรียนในช่วง 30 ปี

ตัดสินใจสมัคร เพื่อเข้าใจมุมมองด้านการทหาร ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจ ท่ามกลางสงครามที่ยูเครน ตะวันออกกลาง ตลอดจนความคุกรุ่นจากการเผชิญหน้าที่รอบๆ ไต้หวันและทะเลจีนใต้

ได้พบกับท่านอาจารย์ ท่านวิทยากร พี่ๆ เพื่อนๆ ได้เรียนรู้ เห็นสิ่งต่างๆ มากมาย ประโยชน์ของชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ 
Ends Ways Mean Center of Gravity …

ได้รู้จักทุกคน ใช้เวลานับพันชั่วโมง ช่วยกันถกเถียง ช่วยกันคิด ช่วยกันเขียน “เปลี่ยนใหญ่ประเทศไทย : Thailand Next” ข้อเสนอของ วปอ 66

พี่ๆ ทุกคนตั้งใจกันมาก น้อง ๆ ทีมงานก็ทุ่มเทสุดตัว ตั้งใจให้เป็นผลงาน ที่ช่วยให้เราเห็นทางว่า ถ้าเราจะเปลี่ยนแปลง นำไทยไปสู่อนาคตที่สดใส รุ่งเรือง ไม่แพ้ใคร เราต้องทำอะไร

ได้ร่วมกับพี่ๆ หมู่นกเค้าแมว (ฮูก ฮูก ฮูก) จัดทำโครงการ Carbon Credit เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน ที่บ้านถ้ำเสือ แก่งกระจาน เพชรบุรี ใช้เวลารวมกันอีกหลายพันชั่วโมง จัดทำโครงการเพื่อเอาพลังของทุกคน

ทุกหน่วยงาน ไปช่วยกันพัฒนาสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม ลงพื้นที่ทำงานกับพี่น้องชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ ทุกคนตั้งใจมาก เอาจริงเอาจัง นำไปสู่แนวคิดการพัฒนารายได้ชุมชนทั้งระยะสั้น กลาง ยาว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาพื้นที่ และเป็นต้นแบบสำหรับการทำประโยชน์เพื่อสังคม

ได้เขียนเอกสารการวิจัยส่วนบุคคล “แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และความเสมอภาคของไทย” ซึ่งเป็นเรื่องที่สนใจศึกษา วิจัย ทำมาทั้งชีวิตการทำงาน ใช้เวลาอีกมากมาย นับพันชั่วโมงเช่นกัน ในการคิดทบทวน วิเคราะห์ กลั่นกรอง เขียนงานวิจัยว่า ทำไมประเทศไทยถึงพ่ายแพ้สงครามกับความเหลื่อมล้ำ ทั้งที่ได้ใช้เงินงบประมาณในหลายสิบปีที่ผ่านมา หลายสิบล้านล้านบาท เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว ทุ่มลงไป เพื่อให้ความเหลื่อมล้ำลดลง แต่ยิ่งทำ ยิ่งพัฒนา ชนบท ชุมชน ต่างอ่อนแอ มีแต่หนี้ สูญเสียที่ดินทำกิน

ปัญหาจริงๆ คืออะไร ถ้าอยากเอาชนะ ต้องทำอะไร เป็นโอกาสได้ทำการวิจัยอย่างจริงจังอีกครั้งในรอบ 10 ปี รวบรวมประสบการณ์ของตนเอง ที่เคยเป็นทั้งนักวิชาการ นักพัฒนาสังคม ผู้ทำโครงการเพื่อสังคมในภาคเอกชน และเคยอยู่ในภาครัฐเป็นผู้กำหนดนโยบายและช่วยเขียนกฎหมายเพื่อชุมชน คนตัวเล็ก จัดทำข้อเสนอที่มั่นใจว่า จะช่วยพลิกจากความพ่ายแพ้เป็นชัยชนะ สร้างสังคม เศรษฐกิจที่ให้โอกาสกับทุกคน ลดความเหลื่อมล้ำให้เหลือเพียงที่จำเป็น นำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาที่แท้จริง

นอกจากนี้ ยังได้เข้าร่วมการฝึกร่วมยุทธเสนา 67 ต่อสู้กับ ”ประเทศ“ ที่มารุกราน ร่วมปกป้องอธิปไตยของเรา กับทุกคนจากหลักสูตรต่างๆ ของทางกองทัพ จนข้าศึกต้องยอมความ ยุติความตั้งใจที่จะรุกราน ได้รับความรู้อย่างมากมายในเรื่องนี้เช่นกัน วันหลังเมื่อมีเวลา จะนำมาเล่าให้ทุกคนฟัง เป็น 1 ปีที่คุ้มค่าและมีความหมายอย่างยิ่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top