Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

กองทัพเรือไทย ส่งหมู่เรือฝึก Blue Strike 2025 กระชับความร่วมมือทางทหารกับจีน

พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธีส่งหมู่เรือฝึก Blue Strike 2025 ณ เรือหลวงอ่างทอง ท่าเรือแหลมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี นาวาเอก บุญเกิด มูลละกัน ผู้บังคับหน่วยฝึกนาวิกโยธิน ร่วมให้การต้อนรับ

การฝึกผสม Blue Strike 2025 เป็นการฝึกทวิภาคีระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือจีน จัดขึ้น ณ เมืองจ้านเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม ถึง 10 เมษายน พ.ศ. 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ มุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติการผสมระดับยุทธวิธีทางเรือและนาวิกโยธิน

หมู่เรือฝึกของไทยประกอบด้วย เรือหลวงอ่างทอง กำลังพลนาวิกโยธิน และนักเรียนนายเรือชั้นใหม่ การฝึกในครั้งนี้จะครอบคลุมการฝึกหลากหลายรูปแบบ อาทิ การฝึกแลกเปลี่ยนประสบการณ์ (Cross Training Exercise: CTX) การฝึกแลกเปลี่ยนผู้ชำนาญการเฉพาะทาง (Subject Matter Expert Exchange: SMEE) และการฝึกปฏิบัติการร่วมในทะเล โดยเฉพาะการบรรเทาสาธารณภัย (Humanitarian Assistance and Disaster Relief: HADR) ทั้งในท่าและในทะเล

การเข้าร่วมการฝึกผสม Blue Strike 2025 เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของกองทัพเรือไทยในการเสริมสร้างความร่วมมือทางทหารกับมิตรประเทศ และพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลให้มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ

ผบช.ภ.2 ชมเชย รอง ผกก.สืบ พนัสนิคม เป็นผู้นำทุ่มเทจับคนร้ายจนบาดเจ็บ เยี่ยมให้กำลังใจ ยกย่องเป็นแบบอย่าง

เมื่อวันที่ (20 มี.ค.68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เยี่ยมให้กำลังใจ พ.ต.ท.ภัทรธน เจริญผล รอง ผกก.สส.สภ.พนัสนิคม จว.ชลบุรี ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ไล่ติดตามคนร้ายคดีฆ่าผู้อื่น รักษาตัว ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี โดย ผบช.ภ.2 ได้มอบเงินช่วยเหลือจากกองทุน police award และมอบกระเช้าเยี่ยมไข้เป็นการให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ชื่นชมที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นผู้นำ เสียสละทุ่มเทจนสามารถจับกุมคนร้ายได้

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลา ประมาณ 21.00 น. พ.ต.ท.ภัทรธน ได้ติดตามผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่น จนสามารถจับผู้ต้องหาได้ แต่เนื่องจากสภาพที่เกิดเหตุเป็นที่มืดมาก ทำให้ พ.ต.ท.ภัทรธนฯ ลื่นล้มได้รับบาดเจ็บ ขาซ้ายหัก 1 ท่อน เส้นเอ็นขาด และ เบ้าข้อเท้าหลุด โดยคดีนี้เกิดขึ้นในวันเดียวกัน (19 มีนาคม 2568) มีผู้พบชายได้รับบาดเจ็บ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ตำบลนามะตูม อ.พนัสนิคม และเสียชีวิตในเวลาต่อมา พ.ต.ท.ภัทรธน นำกำลังฝ่ายสืบสวนสืบทราบตัวผู้ก่อเหตุคือนายดอก (นามสมมติ) จึงติดตามจับกุมได้พร้อมอาวุธปืนยาวประดิษฐ์เอง ดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า ชมเชยและขอบคุณ พ.ต.ท.ภัทรธน ที่ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่อจับกุมคนร้าย เป็นแบบอย่างของการทำหน้าที่ตำรวจ ด้วยความทุ่มเท อย่างไม่เกรงกลัวภัย และขอให้หายจากอาการบาดเจ็บเป็นปกติโดยเร็ว

อิมาน เคลิฟ ตั้งเป้าคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2028 ที่แอลเอ แม้เจอกระแสกดดันจากทรัมป์ ออกมาโจมตีนักกีฬาที่มีภาวะ DSD

(20 มี.ค. 68) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิมาน เคลิฟ (Imane Khelif) นักมวยหญิงชาวแอลจีเรีย ประกาศเป้าหมายชัดเจนว่าเธอจะกลับมาคว้าเหรียญทองโอลิมปิกในปี 2028 ที่ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะต้องเผชิญอุปสรรคจากกระแสต่อต้านของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นแกนนำในการผลักดันกฎกติกาที่เข้มงวดเกี่ยวกับเพศสภาพของนักกีฬา

อย่างที่ทราบกันดีว่า เคลิฟ คว้าเหรียญทองให้แอลจีเรียในศึกโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส ด้วยการเอาชนะ หลิว หยาง จากจีน ที่คะแนนเอกฉันท์ 5-0 เสียง ในรอบชิงชนะเลิศ ส่วนรอบรองชนะเลิศ เธอคว้าชัยเหนือ ‘บี’ จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง นักชกสาวไทย ด้วยคะแนน 5-0 เสียง ทำให้จันทร์แจ่มคว้าเหรียญทองแดงไปครอง 

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่เหรียญทองของเธอไม่ได้ราบรื่น เนื่องจากก่อนหน้านี้ เคลิฟเคยถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันชิงแชมป์โลกปี 2023 เนื่องจากไม่ผ่านการตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย แต่ในโอลิมปิก 2024 คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ได้อนุญาตให้เธอเข้าร่วมแข่งขัน หลังจากตรวจสอบเอกสารและยืนยันว่าเธอเป็นเพศหญิงตามกฎหมาย

แม้จะได้รับอนุญาตให้แข่งขัน แต่เคลิฟยังคงเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมและบุคคลสำคัญ เช่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่แสดงความไม่พอใจต่อการเข้าร่วมแข่งขันของเธอ 

ทรัมป์แสดงจุดยืนมาโดยตลอดเกี่ยวกับกฎระเบียบเพศสภาพในวงการกีฬา และเคยกล่าวโจมตีอย่างรุนแรงต่อนักกีฬาข้ามเพศและผู้ที่มีภาวะเพศกำกวม (DSD – Differences in Sexual Development) โดยเรียกร้องให้มีการห้ามนักกีฬาข้ามเพศและนักกีฬาที่มีภาวะ DSD ลงแข่งขันในประเภทหญิง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเคลิฟและนักกีฬาหญิงอีกหลายคน

ทั้งนี้ เคลิฟประกาศอย่างชัดเจนว่า โอลิมปิก 2028 คือเป้าหมายสำคัญของเธอ และเธอจะไม่ยอมให้กฎเกณฑ์ที่ไม่เป็นธรรมมาหยุดยั้งเส้นทางการเป็นแชมป์ของ 

“เหรียญทองที่สอง แน่นอนที่สุด กับการแข่งขันที่อเมริกา ลอส แองเจลิส และฉันตอบแบบตรงไปตรงมานะ ผู้นำของสหรัฐฯ ออกคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับคนข้ามเพศในอเมริกา แต่ฉันไม่ใช่คนข้ามเพศ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน และไม่ทำให้ฉันรู้สึกกังวลเลย” นักชกวัย 25 ปี กล่าว 

รทสช. ประกาศเป็นกองหนุนช่วยนายกฯ ชี้แจงเต็มที่ ชี้ ‘พลังงาน-อุตสาหกรรม’ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์

รทสช.เผยพรรคพร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ มั่นใจรัฐมนตรีสังกัดพรรค พร้อมสนับสนุนนายกรัฐมนตรีในการชี้แจงเต็มที่ ชี้ ‘พลังงาน-อุตสาหกรรม’ ทำงานจริงจัง ผลงานเป็นที่ประจักษ์ สส.ของพรรคพร้อมควบคุมประเด็นการอภิปราย

(20 มี.ค. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า

ในวันพรุ่งนี้พรรครวมไทยสร้างชาติ โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ จะได้มีการจัดประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อควบคุมการประชุมโดยเฉพาะในการประชุมให้อยู่ในญัตติไม่ให้หลุดออกจากประเด็น

สำหรับรัฐมนตรีจากพรรครวมไทยสร้างชาติทั้ง 4 ท่านต่างก็พร้อมที่จะสนับสนุนการชี้แจงของนายกรัฐมนตรี หากมีการพาดพิงถึงการทำงานที่รัฐมนตรีในสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติรับผิดชอบ โดยเฉพาะกระทรวงพลังงานที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก็มีความพร้อมในการชี้แจงในทุก ๆ ประเด็นอย่างชัดเจน เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการของทั้ง 2 กระทรวงต่างมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน ผลงานเป็นที่ประจักษ์ และเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในความรับผิดชอบอย่างเต็มที่

และในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติต่างมีความพร้อมในการควบคุมการประชุมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้สำเร็จลุล่วงไปได้ และเนื่องจากการประชุมที่มีระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน ข้ามวันข้ามคืน ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอาจเหนื่อยล้าได้ ทางพรรครวมไทยสร้างชาติจะได้สับเปลี่ยนหมุนเวียนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทำหน้าที่ในสภาฯให้เกิดประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

เกาหลีใต้ประกาศฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีน หวังฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ซบเซา

(20 มี.ค. 68) เกาหลีใต้ประกาศแผนการให้ฟรีวีซ่ากับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน โดยตั้งเป้าหมายที่จะกระตุ้นการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ซบเซาในช่วงที่ผ่านมา หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ

การตัดสินใจในครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางการลดลงอย่างต่อเนื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การปิดประเทศและมาตรการจำกัดการเดินทางจากการระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลให้การท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ลดลงอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและธุรกิจหลายประเภทที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก

การให้ฟรีวีซ่าครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่รัฐบาลเกาหลีใต้หวังจะใช้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาที่ประเทศ โดยเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มการใช้จ่ายภายในประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า นโยบายนี้จะมีผลบังคับใช้ทันทีและจะมอบสิทธิประโยชน์นี้ให้กับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกในระยะเวลา 3 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า หากนักท่องเที่ยวสามารถแสดงเอกสารการเดินทางที่ชัดเจนและมีจุดมุ่งหมายในการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน

“เราหวังว่า การเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวจีนสามารถเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศได้ง่ายขึ้นจะช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว” เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้กล่าว

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเกาหลีใต้นั้นยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ทางการเมืองและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในจีน โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่า การฟื้นตัวอาจต้องใช้เวลาและขึ้นอยู่กับการตอบสนองจากนักท่องเที่ยวจีนที่มีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลจีน

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจีนมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่เช่น โซล และปูซาน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวชาวจีนในการเดินทางมาท่องเที่ยวทั้งเพื่อการพักผ่อนและการช็อปปิ้ง

ก.วัฒนธรรม ดัน 'พระปรางค์วัดอรุณฯ' ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ชู สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมชิ้นเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

(20 มี.ค. 68) นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้ทรงคุณวุฒิและอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ศูนย์ประชุม ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 1/2568 ที่ประชุมได้พิจารณาในวาระต่างๆ ดังนี้ การนำเสนอพระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อขอบรรจุเข้าสู่บัญชีชั่วคราว (Tentative List) ในชื่อ “พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (Phra Prang of Wat Arun Ratchawararam : The Masterpiece of Krung Rattanakosin)” ซึ่งเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมในพุทธศาสนาประเภทพระปรางค์ที่มีความโดดเด่นที่สุด เป็นอัตลักษณ์หนึ่งเดียวของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย คุณสมบัติที่เลือกนำเสนอตรงตามเกณฑ์มรดกโลกข้อที่ 1 และข้อที่ 2 คือ เป็นผลงานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมชิ้นเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระปรางค์ในศิลปะอยุธยา และพัฒนามาเป็นลักษณะเฉพาะของพระปรางค์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในสมัยรัตนโกสินทร์

“ขั้นตอนการนำเสนอแหล่งมรดกเพื่อขอบรรจุรายชื่อในบัญชีชั่วคราว หลังจากนี้ต้องเสนอให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบก่อนนำเสนอเอกสารไปยังศูนย์มรดกโลกเพื่อให้รับรองบรรจุรายชื่อในบัญชีเบื้องต้น ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ช่วงเดือนมิถุนายน 2568 นี้” รมว.วธ. กล่าว

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้พิจารณากำหนดกรอบเวลาการนำส่งเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ (Nomination Dossier) ของแหล่งมรดกวัฒนธรรมในบัญชีชั่วคราว เนื่องจากการส่งเอกสารฯ (Nomination Dossier) รอบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นปีสุดท้าย ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นระบบใหม่ที่ต้องมีการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment) ประกอบกับข้อกำหนดที่ให้รัฐภาคีสามารถนำเสนอแหล่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เพียงปีละ 1 แหล่ง และจำกัดจำนวนแหล่งที่บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อพิจารณาการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกปีละไม่เกิน 33 แหล่ง คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม จึงพิจารณากำหนดกรอบเวลาในการนำส่งเอกสารฯ ของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่จะเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายในประเทศอย่างเป็นธรรม ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งมรดกวัฒนธรรมในบัญชีชั่วคราว 4 แหล่ง ได้แก่ 1. กลุ่มเทวสถานปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทปลายบัด 2. อนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา 3. พระธาตุพนม กลุ่มสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้อง และ 4. สงขลา และชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา

รมว.วธ. กล่าวว่า นอกจากนี้ ฝ่ายเลขาฯ ได้รายงานต่อที่ประชุมให้รับทราบ 2 เรื่อง ดังนี้ 1.การส่งเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ของแหล่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส รอบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ความคืบหน้าปัจจุบันศูนย์มรดกโลกได้ส่งสำเนาเอกสารฯ ดังกล่าวไปยัง สภาการโบราณสถานสากล (ICOMOS) องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งเป็นขั้นตอนกระบวนการตรวจประเมินแหล่งที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยศูนย์มรดกโลกแจ้งให้ประเทศไทยเตรียมความพร้อมสำหรับลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจประเมินศักยภาพและการบริหารจัดการแหล่งและอาจมีการขอข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2569

2.ภารกิจการลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแนะนำกรณีการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาจากโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงช่วงสถานีอยุธยา เมื่อเดือนมกราคม 2568 โดยได้ประชุมรับฟังข้อมูลร่วมกับทุกภาคส่วน ซึ่งข้อแนะนำเบื้องต้นของผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ปรับปรุงรูปแบบโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ปรับลดขนาดและความสูงสถานีรถไฟความเร็วสูงและสันรางลง พร้อมทั้งเลื่อนตำแหน่งที่ตั้งอาคารสถานีรถไฟความเร็วสูงให้มีระยะห่างจากสถานีรถไฟอยุธยาที่เป็นโบราณสถานมากขึ้น นอกจากนี้ผลักดันแผนปฏิบัติการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาที่ถูกจัดเป็นแผนระดับ 3 ให้เป็นที่รับรู้ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน ซึ่งกรมศิลปากร จะประสานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อนำเสนอต่อ ครม. และกรมศิลปากรยังได้ประชุมหารือกับกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อปรับปรุงผังเมืองรวมพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่ด้านทิศตะวันออกของเกาะเมืองหรืออโยธยา ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงสถานีอยุธยาให้เป็นพื้นที่การอนุรักษ์โบราณสถานและปกป้องรักษาคุณค่าโดดเด่นระดับสากล (OUV) แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

‘กรณ์’ แนะซื้อหนี้ประชาชนขีดเส้นไม่เกิน 1 แสนบาท ชี้ ไม่ควรให้ผู้บริหารหนี้เอกชนมายุ่ง เลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน

‘กรณ์ จาติกวณิช’ แนะแนวทางซื้อหนี้ประชาชน ไม่ควรซื้อหนี้เสียทั้งหมด ขีดเส้นหนี้ไม่เกินแสนบาทต่อคน ควรใช้ AMC ของรัฐที่มีอยู่แล้วคือ SAM ซื้อหนี้จากธนาคาร ราคาตลาด 5-7% ของวงเงินหนี้

(20 มี.ค. 68) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กถึงประเด็นการซื้อหนี้ประชาชน ว่า ซื้อหนี้?

พูดเรื่องช่วยคนติดหนี้ทีไร มักจะมีดราม่าทุกครั้ง การแสดงความเห็นหลากหลายเกิดขึ้นทันที บางครั้งก็เพราะเข้าใจผิดจากการสื่อสารที่ไม่เคลียร์ ผมเองเคยมีปัญหานี้กับเรื่องแบล็กลิสต์เครดิตบูโรมาก่อน ข้อเสนอการซื้อหนี้ครั้งนี้ก็ไม่ต่าง

การช่วยคนที่เป็นหนี้ให้มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นเรื่องที่ผมเห็นดีด้วยอย่างมาก ผมจึงอยากชวนทุกคนให้ช่วยกันคิดและทำความเข้าใจกับสิ่งที่อดีตนายกฯ กำลังเสนอ และหาทางออกที่มีหลักอธิบายได้ ไม่เป็นประชานิยม (เกินไป) และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนให้กับกลุ่มทุนกลุ่มใด

โดยสรุป ผมว่าเรื่องการโยกหนี้จากบัญชีธนาคารไปอยู่ในบัญชีรัฐทำได้ครับ และหากทำถูกวิธีก็เป็นเรื่องที่ควรทำด้วย ส่วนอดีตนายกฯ จะทำแบบที่ผมคิดหรือไม่ผมไม่แน่ใจ ผมขอลองเสนอวิธีของผมแล้วกัน (ไม่ได้คิดเองทั้งหมด แต่คุยกับเพื่อนร่วมคิดหลายคน)

อันดับแรก : 2 อย่างที่ ‘ไม่ควรทำ’
1. ไม่ควรซื้อหนี้เสียทั้งหมด - เพราะต้องใช้เงินเยอะไป และ moral hazard มากเกินไป

2. ไม่ควรเอาผู้บริหารหนี้เอกชนมาเกี่ยวข้อง - เพราะจะมีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนมาเกี่ยวข้องกับการใช้เงินรัฐ

คราวนี้สิ่งที่ควรทำ
1. หนี้เสียในระบบบูโรตอนนี้มี ทั้งหมด 1.22 ล้านล้านบาท เป็นของลูกหนี้ 9.5 ล้านบัญชี รวม 5.4 ล้านคน - อย่างที่บอก เราไม่ควรซื้อหนี้ทั้งหมดนี้

2. รัฐควรขีดเส้นการช่วยเหลือที่ลูกหนี้ที่มีหนี้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน ซึ่งจะครอบคลุม 3.5 ล้านคน หรือ 65% ของลูกหนี้เสียทั้งหมด!

3. ตามนี้ วงเงินหนี้เสียรวมที่รัฐจะดูแลจะเหลือเพียงประมาณ 120,000 ล้านบาท หรือ 10% ของหนี้เสียโดยรวม 

4. พูดง่ายๆ คือเราช่วยคนเล็กคนน้อยเท่านั้น ขาใหญ่มีวิธีอื่นที่ช่วยได้ เดี๋ยวค่อยว่ากัน

5. แหล่งที่มาของเงินคือ เราสามารถใช้เงินเหลือจาก FIDF ได้ เพราะรัฐได้มีมาตรการลดภาระการจ่ายเข้ากองทุนโดยธนาคารพานิชย์ไปแล้วครึ่งหนึ่ง เท่ากับปีละ 70,000 ล้าน 

6. รัฐควรใช้ AMC ของรัฐที่มีอยู่แล้วคือ SAM (กำกับดูแลโดยแบงก์ชาติ) ซื้อหนี้ส่วนนี้ออกมาจากธนาคารพานิชย์ ราคาตามราคาตลาดปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 5-7% ของวงเงินหนี้

7. ส่วนนี้จะเป็นกำไรของธนาคารพาณิชย์ เพราะทุกธนาคารได้สำรองหนี้เสียไว้เต็ม 100% แล้วตามเงื่อนไขแบงก์ชาติ

8. หาก SAM ซื้อหนี้ตามราคานี้ วงเงินที่ต้องใช้จริงคือไม่ถึง 1 หมื่นล้านบาท

9. จากนั้น SAM ควรตั้งเงื่อนไขให้ลูกหนี้ชำระหนี้ในราคาตีซัก 10-15% ของหนี้เดิม แลกกับการเคลียร์ประวัติในเครดิตบูโร - ลูกหนี้จะเหมือนได้เกิดใหม่ทันที กำไร (หากมี) ปันส่วนกลับไปให้ธนาคารพาณิชย์บางส่วนได้

10. ทั้งหมดนี้ต้องมีแบงก์ชาติเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อความเชื่อมั่น และเพราะมีการใช้หน่วยงานในสังกัด

ด้วยวิธีนี้ รัฐไม่ได้ใช้เงินภาษี (จริงๆ ก็คือใช้เงินของธนาคารพาณิชย์ที่จ่ายให้ FIDF นั่นแหละ) และจำนวนลูกหนี้ที่ติดบูโรในกลุ่มที่เปราะบางที่สุดได้ประโยชน์ถึง 3 ล้านกว่าคน

ข้อเสียคืออะไร?
1. ประเด็น moral hazard - การช่วยทุกกรณีมี moral hazard แต่กรณีนี้ผมได้เสนอให้ช่วยลูกหนี้รายเล็กที่สุดเท่านั้น 

2. ความเสี่ยงต่อกองทุนฟื้นฟู - อันนี้ขึ้นอยู่กับราคาที่ซื้อหนี้มาจากธนาคารพาณิชย์ แต่หากซื้อที่ไม่เกิน 5-7% ผมว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับที่รับได้ 

3. ลูกหนี้อาจจะยังไม่พ้นบ่วงหนี้ เพราะหากเป็นหนี้เสียกับธนาคารพาณิชย์อยู่ ผมมั่นใจว่าคงจะมีหนี้นอกระบบอยู่ด้วยอีกไม่มากก็น้อย

จเรตำรวจแห่งชาติแถลงปฏิบัติการจับกุมหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น และช่วยเหลือเหยื่ออย่างปลอดภัย

(20 มี.ค. 68) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ แถลงผลปฏิบัติการจับกุมหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น และช่วยเหลือเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น 2 คน คือ โดยมี นายนาโอโตะ วาตานาเบะ เลขานุการเอก และผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผู้กำกับการ (สอบสวน) หัวหน้ากลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมแถลง ณ ห้องสารสิน อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กรณีแรก สืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ประสานข้อมูลมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทย ขอให้จับกุมผู้ต้องสงสัยชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศญี่ปุ่น คดีทำร้ายร่างกาย , ฉ้อโกง , ลักทรัพย์ และ พ.ร.บ.ควบคุมองค์กรอาชญากรรมญี่ปุ่น และขอให้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าว ส่งตัวผู้ต้องสงสัยกลับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลบุคคลต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นรายดังกล่าว พบว่า นายยามากูชิ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศญี่ปุ่น อันเป็นพฤติการณ์ที่สมควรถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 จึงได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 จากการสืบสวนทราบว่า นายยามากูชิ เช่าที่พักอาศัยอยู่ที่ย่านสาธร กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจึงเดินทางไปตรวจสอบและพบ นายยามากูชิ อยู่บริเวณด้านหน้าหมู่บ้านดังกล่าว จึงเข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และแจ้งให้ทราบถึงการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าว จากนั้นได้ควบคุมตัวไปยัง กก.3 บก.สส.สตม. (สวนพลู) เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และประสานทางการญี่ปุ่นรับตัวกลับไปดำเนินคดีในประเทศญี่ปุ่นต่อไป

จากการสอบสวนพบว่า นายยามากูชิ เป็นอดีตแก๊งยากูซ่าในญี่ปุ่น และเป็นหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชา และเวียดนาม ที่หลอกลวงชาวญี่ปุ่น พบว่ามีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยบ่อยครั้ง เช่าที่พักราคาสูงย่านสาธร ราคากว่า 180,000 บาทต่อเดือน และจากการสืบสวนขยายผลพบว่า นายยามากูชิ มีการจัดตั้งบริษัท ชื่อว่า “ลาสซามูไร เจแปน” ตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินการซื้อขายงานศิลปะราคาสูง ที่ใช้ภาษาอังกฤษทำให้สามารถซื้อขายได้ทั่วโลก น่าเชื่อว่าเป็นการใช้การซื้อขายงานศิลปะเพื่อเป็นการฟอกเงิน 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติหมายค้นเพื่อตรวจค้นบ้านเช่าของนายยามากูชิ ย่านสาธร จากการตรวจค้นพบชาวญี่ปุ่น 4 คน ซึ่งพบว่าเคยต้องโทษหลายคดีที่ประเทศญี่ปุ่น จากการสืบสวนสอบสวนขยยายผล น่าเชื่อว่ามีการเกี่ยวช้องกับการตั้งบริษัท ลาสซามูไร เจแปน และพบทรัพย์สินในวอลเล็ตกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนขยายผลต่อไป 

กรณีที่ 2 จากการประสานจากทางการญี่ปุ่นให้ช่วยติดตามจับกุม นายมิยาชิตะ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับตามคดีลักทรัพย์ ที่ญี่ปุ่นต้องการตัว ซึ่งจากมาตรการของรัฐบาลไทยนำไปสู่การกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ทางชนกลุ่มน้อยได้จับกุมนายมิยาชิตะ ไว้ได้ และได้ส่งตัวกลับมา เบื้องต้น นายมิยาชิตะ รับสารภาพว่าได้ข้ามไปทำงานเป็นฝ่ายการเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมื่อเดือนมกราคม 2568 ทั้งนี้ ทางไทยดำเนินคดีข้อหา พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และประสานทางการญี่ปุ่นรับตัวกลับไปดำเนินคดีต่อไป

กรณีที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายยาจิ อายุ 22 ปี และ นายอิชิกาว่า อายุ 47 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยได้รับการประสานจากทางการประเทศญี่ปุ่นขอรับการช่วยเหลือ จากการตรวจสอบพบว่าหนึ่งในเคยต้องโทษคดีลักทรัพย์ในประเทศญี่ปุ่น ทั้งสองคนเดินทางผ่านไปประเทศเพื่อนบ้านทางเส้นทางธรรมชาติ พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีเยาวชนชาวญี่ปุ่นอายุ 16 ปี ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยเคยช่วยเหลือก่อนหน้านี้ และจากการสอบถามทราบว่าในสถานที่ทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว พบชาวญี่ปุ่นทำงานอยู่ประมาณ 10 คน โดยสองรายล่าสุดที่ได้รับการช่วยเหลือเป็นหนึ่งในกลุ่มดังกล่าว ซึ่งตำรวจได้มีการประสานทางการญี่ปุ่นให้รับตัวเยาวชนทั้งสองคนกลับประเทศ และทางการญี่ปุ่นสืบสวนขยายผลต่อไป 

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติและประเทศญี่ปุ่นจะร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการจับกุมและปราบปรามอาชญากรที่กระทำความผิดลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และขบวนการค้ามนุษย์

ส่งออกชิปเกาหลีใต้ไปจีนร่วง 31.8% หลังสหรัฐคุมเข้มกฎส่งออกเทคโนโลยี

(20 มี.ค. 68) สื่อต่างประเทศรายงานว่า การส่งออกชิปเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ไปยังจีน ลดลง 31.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี (YoY) ในเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางแรงกดดันจากกฎควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ที่เข้มงวดขึ้นต่อจีน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก

สำนักข่าว Bloomberg ระบุว่า การชะลอตัวการส่งออกของไปจีนถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดยอดส่งออกชิปของเกาหลีใต้ โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ เพิ่มมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังจีน ซึ่งทำให้ซัพพลายเชนชิปต้องเผชิญกับข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้น

โดยสาเหตุหลักของการลดลงนี้มาจาก มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ที่กำหนดให้บริษัทต่างๆ ต้องขอใบอนุญาตก่อนส่งออกชิปที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงไปยังจีน ส่งผลให้ บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ เช่น Samsung Electronics และ SK Hynix ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการค้า

ซึ่งจีนถือเป็น ตลาดนำเข้าชิปที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ การลดลงของยอดส่งออกจึงสะท้อนถึง ความท้าทายที่เพิ่มขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ ที่ต้องพึ่งพาการส่งออกไปยังจีนอย่างมาก

นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า หากมาตรการของสหรัฐฯ ยังคงเข้มงวดขึ้น เกาหลีใต้อาจต้อง เร่งกระจายตลาดส่งออกไปยังประเทศอื่น เพื่อลดการพึ่งพาจีน ในขณะที่จีนเองก็กำลัง พัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของตนเอง เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ

ขณะที่ รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณา แนวทางนโยบายเพื่อลดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยอาจมีมาตรการสนับสนุนการลงทุนในประเทศ หรือส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรที่ไม่ได้รับผลกระทบจากกฎควบคุมของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ สถานการณ์ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจาก ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อซัพพลายเชนโลก และมีแนวโน้มจะกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีในระยะยาว

‘เพจข่าวชายแดนใต้’ ชี้ โชคดีที่พรรคส้มไม่เป็นรัฐบาล เหตุหวั่นใจ 3 จว.ชายแดนใต้อาจกลายเป็น ‘รัฐอิสระ’

(20 มี.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก KNIGHTS BORDER โพสต์ข้อความว่า ถ้าวันนั้นส้มได้เป็นรัฐบาล เราอาจจะมี #รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยชื่อ รอมมาฏอน ปันจอร์ และ #รัฐมนตรีต่างประเทศชื่อ กัณวีร์ สืบแสง ... ตอนนั้นผมก็ลุ้นนะให้ตั้งให้สำเร็จเพราะไม่ได้ดูมาถึงเรื่อง 3 จว.ใต้ เชียร์พิธา อย่างเดียว 

ยอมรับตรงนี้ว่าเลือกส้มทั้งบ้านในวันนั้น พิธามาแถวบ้านหรือใกล้เคียง ขนกันไปทั้งบ้าน เพราะชื่นชม ชื่นชอบในตัวทิม ... และตอนนั้นก็ยังไม่เห็นนโยบายหาเสียงของพรรคเป็นธรรม โฟกัสชื่นชอบพิธาคนเดียว ผมเป็น 1 เสียงที่ทำให้ส้มยึดภูเก็ตทั้งเกาะ 

แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ สส.ทั้ง 3 คน ทำงานดี ประชาชนเข้าถึง เป็นกระบอกเสียงให้ชาวบ้านได้ ถึงแม้จะชอบโพสต์ลงเฟซบุ๊กเยอะไปหน่อย...

จริงๆ ไม่อยากจะพูดถึงพรรคการเมือง แต่แอบเสียดายว่าส้ม บางครั้งคัดคนเข้ามาในพรรคน่าจะดีกว่านี้  ... ถามว่า รอมมาฎอน ปันจอร์ จะได้เป็น สส.สมัยหน้าอีกหรือไม่ ตอบตรงนี้เลยว่าได้แน่ๆ เพราะส้มเขาต้องการคะแนนคนในพื้นที่จากนายคนนี้ และแกนนำพรรคก็ชื่นชอบรอมมาฏอน ปันจอร์ และก็คงได้ลำดับปาร์ตี้ลิสต์ลำดับต้นๆเหมือนเดิม

แต่อยากจะฝากบอกว่า ถ้าอยากรู้ว่า รอมมาฏอน มีดีพอที่คนจะให้คะแนน ลองส่งลง แบบสส.เขตดู ว่าจะได้หรือไม่...กล้าลองไหม ว่าเขามีฐานเสียงตามที่ได้ไปคุยไว้กับพรรคจริงหรือเปล่า ถ้ากล้าส่ง ผมก็กล้าแทงสวนเลยว่าสอบตก..ส่วน กัณวีร์ สืบแสง ก็ได้เป็น สส.อีกสมัยเช่นกัน เมื่อถึงวาระเลือกตั้ง เขาคิดแล้วว่ากระแสตัวกับนโยบายเริ่มโดนต่อต้าน ก็จะย้ายไปเข้าพรรคส้ม นั่งปาร์ตี้ลิสต์ลำดับต้นๆ เลขตัวเดียวเช่นกัน

มาถึงวันนี้รู้สึกดีใจที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ไม่งั้น 3 จว.ใต้ เสร็จได้เป็นเขตปกครองพิเศษหรืออาจจะไปถึงเขตปกครองตนเองโดยยังขึ้นตรงกับรัฐไทยแค่ทางกฎหมาย แต่ทางปฏิบัติคือรัฐอิสระ ถอนหายใจยาวๆ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top