Thursday, 30 July 2026
Hard News Team

มุกดาหาร​ -​ด่านศุลกากรมุกดาหารเข้ม จับคนขับรถบรรทุกลักลอบนำยาบ้าข้ามสะพานมิตรภาพ 2

เมื่อวันที่ (13 พ.ค.68) สืบเนื่องจากนายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ทปษ.ด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนาวสาวลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศภ.2 มีนโยบายให้เข้มงวดในการตรวจสอบการกระท่าความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง 

นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้รับข้อมูลว่าจะมีการลักลอบนำยาบ้าเข้ามาในราชอาณาจักรจึงได้สั่งการให้ นายสานุ ศิลปไชย ผู้อํานวยการ ส่วนควบคุมทางศุลกากร และนายปริญญา ผลมั่ง หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ร่วมกับ ร้อยทหารพรานที่ 2105 ฉก.ทพ.21 ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร และ ตชด.234 ทำการตรวจค้นรถบรรทุกต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 70-1187 / 70-1188 นครพนม ขณะแล่นมาจอดที่บริเวณช่องขาเข้าด่านพรมแดนมุกดาหาร สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต )พบยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกซุกซ่อนบริเวณที่ใส่ของด้านขวาข้างประตูผู้ขับขี่ รวมจำนวน 372 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายปองคุณ แซ่หว่อง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 325 หมู่ที่ 5 ตำบลพังขว้าง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ผู้ขับขี่ดำเนินคดีในข้อหาลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กอ.รมน. เดินหน้าสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังอาชญากรรมข้ามชาติในขอนแก่น ดึงประชาชนร่วมป้องกันภัยใกล้ตัว

(14 พ.ค. 68) พลโท ชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 (ศปป.3) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังและแจ้งเตือนอาชญากรรมข้ามชาติ ณ โรงแรมแก่นนคร โฮเต็ล อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–15 พฤษภาคม 2568

การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 90 คน ประกอบด้วยสมาชิกอาสาสมัครพิทักษ์สันติ (อผศ.) ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยจากอาชญากรรมข้ามชาติที่อาจแฝงตัวอยู่ในสังคม พร้อมส่งเสริมบทบาทของประชาชนในการเป็น “หูเป็นตา” ให้กับภาครัฐ

พลโท ชนินทร์ กล่าวในการเปิดงานว่า “ภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติมีความซับซ้อนและแฝงตัวในรูปแบบต่าง ๆ การมีประชาชนเป็นแนวร่วมจะช่วยให้การเฝ้าระวังและการป้องกันเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน ในการสร้างเกราะป้องกันให้กับชุมชน และเสริมสร้างความมั่นคงภายในประเทศอย่างยั่งยืน

ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวง อว. ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนงานด้าน อววน. ในพื้นที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

(14 พ.ค. 68) นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และคณะ ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงานอาณาจักรแห่งรสชาติ: จุดประกายอนาคตการท่องเที่ยวและการบริการระดับโลก Realm of Flavor: Inspiring the Future of Global Tourism and Hospitality  และมอบนโยบาย การขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ในการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนงานด้าน อววน. ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต และหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย อธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ผู้บริหาร และผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุม Hall 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า 
การท่องเที่ยวและบริการมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการมีทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายและน่าสนใจ 

ดังนั้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ ตลอดจนช่วยกระจายรายได้ สร้างงาน และสร้างโอกาสให้กับประชาชนในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจที่พัก ขนส่ง หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการต้อนรับนักท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก รวมถึงการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมของท้องถิ่นด้วย นอกจากนี้ การท่องเที่ยวและบริการยังมีส่วนช่วยส่งเสริมความเข้าใจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยมีความโดดเด่นและเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจอีกด้วย

อาหารไทยเป็นหนึ่งใน “Soft Power” สำคัญที่มีบทบาทอย่างมากต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการของประเทศไทย ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นสิ่งสะท้อนถึงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนไทยที่สร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ยากจะลืมให้แก่นักท่องเที่ยวไปทั่วโลกประเทศไทยมีความหลากหลายของอาหารในแต่ละภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ ที่มีรสชาติและวัตถุดิบเฉพาะตัวที่ กลายเป็นเสน่ห์ที่สามารถดึงดูดใจและมีบทบาทในการยกระดับคุณภาพของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยง รวมถึงส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น การเรียนทำอาหารไทย การเยี่ยมชมตลาดสด หรือการเข้าร่วมเทศกาลอาหาร ซึ่งล้วนเป็นประสบการณ์ที่ช่วยเพิ่มมูลค่า และส่งเสริมเศรษฐกิจในระดับฐานรากได้เป็นอย่างดี

การจัดงาน “อาณาจักรแห่งรสชาติ: จุดประกายอนาคตการท่องเที่ยวและการบริการระดับโลก” ในครั้งนี้ จึงเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในด้านอาหาร การท่องเที่ยว และการบริการ ที่สามารถช่วยส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ทั้งในระดับชาติและระดับชุมชนท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้งานวิจัยและนวัตกรรมเป็นฐาน ที่ผสานความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างภาคีเครือข่ายหน่วยงานทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทำให้สามารถมองเห็นถึงการต่อยอด โอกาส และความเชื่อมโยง กับการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ผ่านความเชี่ยวชาญด้านอาหารของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต
กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีจุดเริ่มต้นมาจากการก่อตั้งเป็นโรงเรียนมัธยมวิสามัญการเรือนแห่งแรกของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2477 และได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 80 ปี จนกระทั่งกลายมาเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในปัจจุบันที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศใน
อัตลักษณ์ 5 ด้าน ได้แก่ อาหาร การศึกษาปฐมวัยอุตสาหกรรมการบริการ การพยาบาลและสุขภาวะ และกฎหมายและการเมือง ตลอดจนการมุ่งพัฒนาเชิงพื้นให้บริการตามความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญในการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สุพรรณบุรี นครนายก ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ และลำปาง

การจัดงาน “อาณาจักรแห่งรสชาติ: จุดประกายอนาคตการท่องเที่ยวและการบริการระดับโลก” ในครั้งนี้ จึงเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ที่เกิดจากการบูรณาการอัตลักษณ์ที่เข้มแข็งใน 2 ด้านเข้าด้วยกัน นั่นก็คือ อัตลักษณ์ด้านอาหาร และอัตลักษณ์อุตสาหกรรมการบริการ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่สำคัญที่ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการในมิติของการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ที่มีจุดเด่นอยู่ที่การเดินทางท่องเที่ยวไปยังจุดหมายที่มีอาหารและเครื่องดื่มท้องถิ่น เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมการกิน การดื่ม ตลอดจนการผลิตที่ร้อยเรียงมาเป็นกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ 

หวังว่าการจัดงานในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนางานด้านอาหาร การท่องเที่ยว และการบริการ ให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริงต่อไป

รองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร วิจัย และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานอาณาจักรแห่งรสชาติ: จุดประกายอนาคตการท่องเที่ยวและการบริการระดับโลก เกิดขึ้นจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ความร่วมมือด้านอาหาร การท่องเที่ยว และการบริการ ตลอดจนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น
ทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยศิลปากร สำนักงานเขตดุสิตสำนักงานเขตบางพลัด สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งประเทศไทย (วว.) สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA) และ Hub of Talents in Gastronomy Tourism

โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญในการจัดงาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นและหลากหลายของอาหารไทย อันเป็นรากฐานที่สำคัญของการท่องเที่ยวและการบริการ เพื่อสร้างเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และส่งเสริมความร่วมมือในการดำเนินงานด้านอาหาร การท่องเที่ยว และการบริการ ระหว่างมหาวิทยาลัยสวนดุสิตและภาคีเครือข่าย
เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตและภาคีเครือข่ายในด้านอาหาร การท่องเที่ยว และการบริการ ตลอดจนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นจากวัตถุประสงค์ของการจัดงานดังที่กล่าวมาข้างต้น 

จึงได้แบ่งการจัดกิจกรรมภายในงานออกเป็น 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่
1. การเสวนา “Flavours of Experience: Serving Thailand’s New Tourism and Hospitality” โดยวิทยากรจาก มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และสำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ 
2. การจัดนิทรรศการ “การท่องเที่ยวด้านอาหารและวัตถุดิบท้องถิ่น” โดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิตและภาคีเครือข่ายจำนวน 11 หน่วยงาน
3. การจัดนิทรรศการ Street Food โดยนักศึกษาสาขาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและบริการ และศูนย์ฝึกปฏิบัติการอาหารนานาชาติ โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
4. การจัดนิทรรศการ “อาณาจักรแห่งรส: การบรรจบของนวัตกรรมและรากวัฒนธรรม” นำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของสำรับอาหารไทย

กรมการขนส่งทหารเรือจัดพิธีเปิดการฝึกหลักสูตรอาชีพทหารกองประจำการ ประจำปีงบประมาณ 2568

(14 พ.ค. 68) พลเรือตรี ศุภสิทธิ์  บูรณะโอสถ เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกหลักสูตรอาชีพทหารกองประจำการ ประจำปีงบประมาณ 2568 ในหลักสูตรช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ โดยมีส่วนราชการที่เข้าร่วม ประกอบด้วย คณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ (คพท.) และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ๑ สมุทรปราการ (สพร.๑ สป.) ณ ห้องประชุม อาคารอเนกประสงค์ กองรถยนต์ กรมการขนส่งทหารเรือ
การจัดหลักสูตรการฝึกอาชีพฯ ในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้การซ่อมรถจักรยานยนต์ อาทิ การถอดใส่ล้อและยาง ปะยาง เปลี่ยนซีลโช้คอัพและน้ำมันโช้ค รวมถึงการบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการ และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาชีพหลังปลดประจำการต่อไป

#กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ
#เทิดทูนสถาบัน_ป้องกันรัฐ_พัฒนาชาติ_ราษฎร์ศรัทธา
#ถูกต้อง_ถูกระเบียบ_ถูกกฎหมาย_ถูกใจผู้รับบริการ
#กรมการขนส่งทหารเรือ

‘ฉางอาน’ เข้าพบนายกฯ ลุยตั้งศูนย์ R&D ดันไทยเป็นฐานผลิตรถ EV พวงมาลัยขวา

บริษัทฉางอาน ออโต้โมบิล (CHANGAN) เตรียมเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกนอกประเทศจีนอย่างเป็นทางการในไทย วันที่ 16 พฤษภาคมนี้ พร้อมวางแผนตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนารถยนต์พวงมาลัยขวา และจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในไทย เพื่อดูแลตลาดเอเชียแปซิฟิก เพิ่มการจ้างงานคนไทยกว่า 2,000 คน

นายจู ฮวาหลง ประธานบริษัท พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร เพื่อหารือแนวทางขยายการลงทุน โดยมีเลขาธิการบีโอไอร่วมให้ข้อมูลถึงแผนสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรไทย ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและผู้ผลิตชิ้นส่วนท้องถิ่น

โรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ที่นิคม WHA อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 จ.ระยอง มีกำลังผลิตเริ่มต้น 100,000 คันต่อปี ตั้งเป้าใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 65% ภายในปีนี้ และเพิ่มเป็น 80% ภายในปี 2571 โดยได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอกว่า 10,000 ล้านบาทในเฟสแรก

บีโอไอระบุว่าแผนจัดตั้งศูนย์ R&D ครั้งนี้จะช่วยยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคต พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคการผลิต และสร้างโอกาสให้แรงงานทักษะสูงของไทยเติบโตไปกับอุตสาหกรรม EV ระดับภูมิภาค

'ดร.กอบศักดิ์' จับตาศึกการค้า สหรัฐฯ - จีน เชื่อยกนี้ "คงไม่ง่าย และ จีนอาจจะไม่ยอม”

(14 พ.ค. 68) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการ ธนาคารกรุงเทพ และประธานคณะกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ...

เริ่มยกสอง - US vs China !!!
หลังจาก Total Reset จากกรุงเจนีวา
ควันหลงก็ตามมา
ทั้งจีนและสหรัฐต่างพยายาม Claim ว่า

การปรับลดภาษีลงมาทั้งสองฝ่าย -115%
เป็นชัยชนะของตนเอง
โดยสหรัฐบอกว่าเป็นความสำเร็จ
สามารถสร้าง Geneva Mechanism สำหรับการพูดคุยของสองฝ่าย
ส่วนจีน ไปไกลถึงบอกว่า เป็นความสำเร็จในการต่อสู้ ยืนหยัด ไม่โอนอ่อน
สามารถรักษาศักดิ์ศรีของจีนไว้ได้

สุดท้ายสหรัฐก็ต้องยอม "Chicken Out" ยอมถอยไปเอง
ไม่ได้อะไรจากจีน
ต่างคน ต่างคิดคนละ 10% เท่ากัน ภายใต้ Reciprocal Tariffs
ต่างจากอีกหลายๆ ประเทศ ที่ต้องมายอมเอาใจสหรัฐ
หลังจากนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของยกสอง
แต่ยกนี้ คงไม่ง่าย
เพราะสหรัฐต้องการ

1. ปรับ Imbalances หรือความไม่สมดุลด้านการค้าที่ยิ่งใหญ่ ดังแสดงในภาพ
ซึ่งจีนเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สู่ระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์
พร้อมๆ กับการที่สหรัฐขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นทะลุ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ เช่นกัน
ความไม่สมดุลนี้ สะสมมาหลายปี เป็น Gap ใหญ่มาก จะเปลี่ยนได้ จีนต้องเปลี่ยนใหญ่หลายเรื่อง
2. ย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐ ในบางอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสำคัญๆ
3. เปิดตลาดจีนในอุตสาหกรรมต่างๆ ให้บริษัทสหรัฐ รวมถึง Google, Facebook, X, YouTube
4. ขอให้จีนบริโภคให้มากขึ้น ออมน้อยลง

ซึ่งแต่ละอย่าง ต้องขอบอกว่า "ไม่ง่าย" และ จีนอาจจะไม่ยอม
มาดูกันครับ ทั้งสองฝ่าย
จะตกลงกันได้ไหมในช่วง 90 วันข้างหน้า
จะกลับมาทะเลาะกันอีกครั้งหรือไม่
แต่รอบนี้ คงไม่ลุกลามเหมือนรอบที่แล้ว
เพราะคงได้บทเรียนกันทั้งสองฝ่ายแล้วว่า

ผลกระทบที่ตามมาต่อธุรกิจ โรงงาน แรงงาน
สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงกับทั้งสองฝ่าย
และ Geneva Mechanism ที่ท่าน รมต Bessent บอก
ก็จะช่วยเป็นกันชน ไม่ทะเลาะกันผ่านสื่อ
ไม่รอว่าใครจะโทรหาก่อน
ช่วยลดความร้อนแรงไปบางส่วน

จีนประกาศลดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ สั่งระงับในอัตรา 24% เป็นเวลา 90 วัน แต่คงอัตราภาษี 10 % สินค้าบางรายการ ชี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ

(14 พ.ค. 68) จีนประกาศปรับอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 12.01 น. ของวันพุธที่ 14 พ.ค. โดยคณะกรรมการภาษีศุลกากรแห่งคณะรัฐมนตรีจีนระบุว่าจะมีการระงับอัตราภาษีบางส่วนเป็นเวลา 90 วัน พร้อมคงอัตราภาษีตามมูลค่าไว้ที่ร้อยละ 10 สำหรับสินค้าบางรายการ

การปรับครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงจากประกาศก่อนหน้า ซึ่งกำหนดภาษีเพิ่มเติมที่ร้อยละ 84 และ 125 กับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ต่อมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่จีนมองว่าไม่เป็นธรรม

ภายใต้มาตรการล่าสุด จีนจะยกเลิกอัตราภาษีที่เคยปรับเพิ่มตามประกาศฉบับที่ 5 และ 6 ที่ออกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อคลายความตึงเครียดและส่งเสริมการค้าระหว่างสองประเทศ

คณะกรรมการภาษีศุลกากรฯ ระบุว่า การปรับลดภาษีในครั้งนี้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ผลิตและผู้บริโภคทั้งในจีนและสหรัฐฯ และมีส่วนช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศ รวมถึงส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม

‘พีระพันธุ์’ บินถกซื้อไฟฟ้าตรงจาก สปป. ลาว หลังพบบางเขื่อนผลิตไฟกำลังทยอยหมดสัมปทาน

(14 พ.ค. 68) แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกำลังเดินไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ตามคำเชิญของนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีลาวในวันที่ 14-15 พ.ค. 68

ทั้งนี้ ทางสปป.ลาว ได้มอบหมายให้สะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี และดร.คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีพลังงาน และเหมืองแร่เป็นผู้เจรจาหารือ

การเดินทางไปดังกล่าวเป็นไปตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ครั้งนี้ จุดประสงค์หลักเพื่อการเจรจาซื้อไฟฟ้าเข้ามายังประเทศไทย เนื่องจากมีบางเขื่อนผลิตไฟฟ้าที่จะทยอยหมดสัมปทาน หลังจากที่ก่อนหน้านี้จะมีผู้ที่เข้าไปขอสัมปทานเพื่อนำมาขายให้ไทยอีกทอดหนึ่ง

“เมื่อสามารถซื้อไฟจาก สปป. ลาวได้โดยตรงก็จะทำต้นทุนลดลง ซึ่งก็จะมีผลทำให้ช่วยลดค่าไฟฟ้าในประเทศได้ เนื่องจากการรับซื้อไฟแต่เดิมจาก สปป.ลาว จะต้องผ่านโบรกเกอร์ หรือคนกลางก่อนที่จะมาถึงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงทำให้ราคารับซื้อสูง”

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวต่ออีกว่า นายพีระพันธุ์พอจะรับทราบปัญหาดังกล่าวในการรับซื้อไฟที่ผ่านคนกลาง ซึ่งมีผลทำให้ราคารับซื้อสูง จึงพยายามหาทางเจรจาให้ค่าไฟให้ถูกลง

อย่างไรก็ดี หากถามว่าจะสามารถซื้อไฟฟ้าจาก สปป. ลาวได้มากน้อยแค่ไหน คงต้องขึ้นอยู่กับการเจรจาที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยไทยมีความพร้อม และไม่มีปัญหาเรื่องการซื้อไฟจำนวนมากหากสามารถทำได้ โดยมองว่าอะไรที่ถูก ไทยจะไม่ผลิตเอง

มหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอย ปรับหลักสูตรใหม่ เรียนจบ ป.ตรี ใน 3 ปี และโอนตรงสู่ ป.เอก ได้

(14 พ.ค. 68) มหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอย เตรียมนำร่องโครงการลดระยะเวลาเรียนปริญญาตรีจาก 4 ปี เหลือ 2.5–3 ปี เริ่มปี 2025 เป็นต้นไป พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีศักยภาพสูงสามารถโอนไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกได้โดยตรง โครงการนี้มีเป้าหมายในการผลิตบุคลากรคุณภาพสูง สนับสนุนยุทธศาสตร์ระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตามมาตรฐานสากล

สำหรับหลักสูตรใหม่นี้จะยืดหยุ่นขึ้น โดยกำหนด 3 ภาคการศึกษาต่อปี เพื่อให้นักศึกษาสามารถปรับความก้าวหน้าในการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง นักศึกษาที่มีผลการเรียนโดดเด่นสามารถสำเร็จการศึกษาได้ภายใน 2.5 ปี โดยจะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มวิจัยที่นำโดยอาจารย์ เพื่อเตรียมความพร้อมในสายวิชาการระยะยาว

ด้านโครงสร้างการเรียนการสอนจะบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ พร้อมเปิดสอนหลักสูตรเฉพาะทางและวิทยานิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษ ขณะที่วิชาพื้นฐานยังคงสอนเป็นภาษาเวียดนาม โดยรูปแบบการเรียนรู้จะหลากหลาย ทั้งการเรียนในห้องเรียน ออนไลน์ กลุ่มย่อย และการศึกษารายบุคคล

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาระยะยาวของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีโรงเรียนในเครือ 12 แห่ง และมีนักศึกษามากกว่า 20,000 คนในปัจจุบัน โดยตั้งเป้าผลิตบัณฑิตคุณภาพสูง 500–1,000 คนต่อปีภายใต้ระบบการศึกษารูปแบบใหม่ที่เทียบเท่ามาตรฐานนานาชาติ

‘สุรพิชญ์-วิชญาดา’ คว้าตั๋วดวลวงสวิงญี่ปุ่น หลังได้แชมป์ “บางจาก มาสเตอร์ส 2025”

(14 พ.ค. 68) ดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ ประธานจัดการแข่งขัน “ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์” ให้เกียรติมอบรางวัลและมอบสิทธิ์ร่วมแข่งที่ประเทศญี่ปุ่น แก่นักกอล์ฟเยาวชนที่คว้าแชมป์ในรุ่น Super GENZ (ชายและหญิง) ในการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนรายการ “บางจาก มาสเตอร์ส 2025” ที่สนามปัตตาเวีย เซ็นจูรี่ กอล์ฟ คลับ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา

“บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” ร่วมกับ “บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด” ลุยคัดเยาวชนฝีมือดีต่อในรายการ “บางจาก มาสเตอร์ส 2025” ทำการแข่งขัน 2 วัน (36 หลุม) ซึ่งการแข่งขันสนามนี้จะคัดเลือกนักกอล์ฟเยาวชนที่คว้าแชมป์ในรุ่น Super Genz ชาย 1 คน และหญิง 1 คน ร่วมเป็นตัวแทนเข้าแข่งขัน Yonex Junior Golf Championship 2025 ที่ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนสิงหาคม นี้ 

หลังจบการแข่งขันรอบสุดท้าย ผลปรากฏว่า “สุรพิชญ์ พิชยเสาวภาคย์” คว้าแชมป์รุ่น Super Genz ชาย ได้สำเร็จ สกอร์รวมสองวันทำไป 3 อันเดอร์พาร์ 141 ฟาก Super Genz (หญิง) วิชญาดา แรมเมือง ก็ฟอร์มแรงไม่แพ้กัน เบียดคว้าแชมป์แรกในสนามนี้ไปครอง ด้วยสกอร์รวม 1 อันเดอร์พาร์ 143 ซึ่งทั้ง สุรพิชญ์ และวิชญาดา ยังคว้าตั๋วแข่งที่ญี่ปุ่นได้อีกด้วย 

นอกจากสิทธิ์แข่งญี่ปุ่นแล้ว ยังมีอีกหนึ่งรายการแข่งขันที่ เดอะ เจ็นซ์ จะพาน้องๆ ไปสร้างประสบการณ์พัฒนาฝีมือในระดับนานาชาติที่ประเทศสิงคโปร์ กับรายการ Singapore Junior Masters 2025 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งนักกอล์ฟที่ได้สิทธิ์แข่งขันในรายการนี้ จำนวน 4 คน ได้แก่ รุ่น Super GENZ (ชาย) สุรพิชญ์ พิชยเสาวภาคย์ รุ่น Super GENZ (หญิง) งามพรรณ จันทนะ ส่วนรุ่น Junior Genz (ชาย) รัฐวิชญ์ รัฐชัยอนันต์ รุ่น Junior Genz (หญิง) บุณยนุช ศุภกิจบุญชู 

รายการต่อไปเป็นการแข่งขันเก็บคะแนนสะสมรายการที่ 4 “Ditto Classic 2025 Super 6 Match Play” แข่งขันระหว่างวันที่ 7-8 มิถุนายน 2568 สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา สำหรับผู้ปกครองและนักกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมแข่งขันสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Official Line : @genzgolf  หรือโทร. 065 696 2229


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top