Tuesday, 4 August 2026
Hard News Team

'ศรีสุวรรณ' ติง 'บิ๊กตู่' ปมแก้จะนะ เป็นผู้นำประเทศใจต้องกว้าง-มีความรับผิดชอบ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความเป็นห่วงพี่น้องชาวจะนะในเฟซบุ๊กว่าไม่สามารถสานงานต่อเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชนในหลายๆเรื่อง รวมถึงปัญหาของพี่น้องชาวจะนะ ซึ่งคงไม่มีใครรู้และเข้าใจถึงแก่นแท้ของปัญหา ยกเว้นผู้ที่มีส่วนได้เสียกับโครงการนี้ พร้อมกับแจ้งว่าได้รับการประสานจากเพื่อนๆ สส. หลายท่าน ให้เข้ามาช่วยเหลือพี่น้องชาวจะนะเหมือนเดิม แต่ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นไม่สามารถไปก้าวล่วงกับคณะทำงานชุดใหม่ของรัฐบาลได้อีก แต่จะใช้ระบบสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องชาวจะนะต่อไปนั้น
           
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นผลมาจากการเข้าจับกุมแกนนำชาวจะนะเมื่อคืนวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังปักหลักชุมนุมทวงถามข้อสัญญาที่เคยให้ไว้กับชาวบ้านเมื่อปีที่แล้ว แต่ทว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กลับออกมาให้สัมภาษณ์ว่า สัญญาที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้คำมั่นว่าจะชะลอโครงการดังกล่าวออกไปก่อนนั้น เรื่องนี้ก็ยังไม่มีการพิจารณา หรือมีมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด และยังกล่าวตำหนิร้อยเอกธรรมนัสอีกว่า เคยเตือนไปหลายครั้งแล้ว ว่าในการลงพื้นที่เป็นเพียงไปรับฟัง และนำข้อสังเกตรวบรวมเสนอสู่การพิจารณาแก้ไขปัญหา โดยต้องผ่านความเห็นชอบเป็นมติคณะรัฐมนตรี ก่อนจะไปตกลงกับชาวบ้าน
            
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เป็นที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งว่า กรณีที่ร.อ. ธรรมนัส ไปเจรจาลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับชาวจะนะเพื่อขอให้ยุติการชุมนุมประท้วงเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.63 ข้างทำเนียบรัฐบาลนั้น เอกสารการลงนามดังกล่าว ครม.ได้มีมติรับทราบรายงานผลการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาของกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น ตามที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานกรรมการแก้ไขปัญหาฯเสนอ ครม.เมื่อ 15 ธ.ค.63 แต่ทำไมนายกฯกลับออกมาพูดปัดความรับผิดชอบไปว่า เรื่องนี้ก็ยังไม่มีการพิจารณา หรือมีมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด อีกทั้งเมื่อ 17 ม.ค.64 นายกฯยังได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 20/2564 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามที่กลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นเรียกร้องแล้วด้วย

'โฆษกรัฐบาล' เผย 'ปชช.' ร้องทุกข์เดือนต.ค.-ธ.ค.64 ถึง 58,344 ร้องด้านรักษาพยาบาลสูงสุด แก้ยุติแล้วกว่า 97.05 เปอร์เซ็นต์ รอพิจารณากว่า1,000เรื่อง ด้าน “บิ๊กตู่”ขอบคุณส่งกำลังใจให้

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายงานสถิติการแจ้งเบาะแสเรื่องร้องทุกข์และข้อเสนอแนะผ่านช่องทางของรัฐบาล  1111  ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. - 6 ธ.ค. 2564 พบว่า มีการแจ้งเรื่องร้องทุกข์ ข้อเสนอแนะ และสอบถามข้อมูลทั้งหมด 58,344 เรื่อง แบ่งเป็นการร้องทุกข์ แจ้งเหตุ แจ้งเบาะแสเรื่องทั่วไป 10,682 เรื่อง สอบถามข้อมูลและร้องทุกข์เกี่ยวกับโควิด-19 จำนวน 47,662 เรื่อง แยกออกเป็น เรื่องร้องทุกข์โควิด-19 จำนวน 2,603 เรื่อง และสอบถามข้อมูลโควิด-19 จำนวน 45,059 เรื่อง สามารถยุติเรื่องได้แล้ว 56,623 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 97.05 และรอผลการพิจารณาอีก 1,721 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 2.95

นายธนกร กล่าวว่า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า 5 อันดับเรื่องราวร้องทุกข์ที่ได้รับแจ้งจากประชาชนมากที่สุด ได้แก่ 1. ประเด็นด้านการรักษาพยาบาล เช่น เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด สายพันธุ์โอไมครอน 2. ประเด็นปัญหาการใช้ถนน เช่น ขอให้เร่งดำเนินการซ่อมแซมถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ขอให้ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรและป้ายเตือนชะลอรถ 3. ประเด็นเสียงรบกวน เช่น ขอให้แก้ไขปัญหาเสียงดังรบกวนจากการรวมกลุ่มดื่มสุรา 4. ประเด็นไฟฟ้า เช่น ขอให้แก้ไขปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างริมทางดับ ไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง และ 5. ประเด็นการเมือง เช่น ขอชมเชย ให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีในการบริหารประเทศ

"โฆษกพรรคกล้า" ชี้ เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม "จะนะรักษ์ถิ่น" แม้อ้างทำตามกฎหมาย แต่ไม่มีหัวใจ ย้ำ เจ้าหน้าที่ต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างเหมาะสม ถึงเวลาแก้ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ คุ้มครองสิทธิผู้ชุมนุม 

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงกรณีกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (คฝ.) สลายการชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น หน้าประตู 1 ทำเนียบรัฐบาลเมื่อคืนนี้ว่า แม้โฆษกรัฐบาลบอกว่าเจ้าหน้าที่ทำตามหน้าที่ ส่วน บช.น. พยายามให้เหตุผลว่าชาวบ้านผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีวัตถุประสงค์เพื่อยับยั้งการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 แทนที่เจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างเหมาะสม แต่กลับเลือกที่จะบังคับใช้กฎหมาย ควบคุมตัวประชาชนที่มาชุมนุมเพราะความเดือดร้อนจากโครงการของรัฐ

"ชาวบ้านเขามาชุมนุมไม่มีเรื่องการจาบจ้วง ไม่มีการหวังผลทางการเมือง แต่มาชุมนุมเพราะความเดือดร้อนจริงๆ เพราะชาวบ้านเชื่อว่าโครงการอาจจะเกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เมื่อโครงการทำท่าว่าจะดำเนินการต่อ จึงมาชุมนุมทวงถามความชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี แทนที่จะมีตัวแทนมาพูดคุยรับฟัง หรือเชิญตัวแทนเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือหาทางออก แต่กลับสลายการชุมนุม ควบคุมตัวประชาชน แม้จะเป็นการบังคับใช้กฎหมายก็จริง แต่ไม่มีหัวใจ" นายแสนยากรณ์ กล่าว 

‘3 ป.’ ชื่นมื่น!! 'บิ๊กตู่' หยอก 'บิ๊กป้อม' โอบกอดจับพุง หลังกินข้าวเที่ยงร่วมกัน 

8 ธ.ค. 64 เมื่อช่วงบ่าย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครั้งที่ 1/2564 และร่วมรับฟังการบรรยายสรุปแถลงผลงานของกอ.รมน. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เข้าร่วมด้วยเสร็จสิ้นแล้ว

‘หมอวรงค์’ เตือน ‘ชลน่าน’ ระวังได้นอนคุก หากยังคิดปลุกผี ‘จำนำข้าว’ ขึ้นมาอีก

วันที่ 7 ธ.ค. 64 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ระบุว่า

‘เตือนคุณหมอชลน่าน

คุณหมอชลน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พูดว่าโครงการรับจำนำข้าว เป็นการเข้าไปจัดการกลไกราคาตลาด ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น ต้องการปลุกผีจำนำข้าวขึ้นมา

รู้ไหมว่าโครงการนี้ เอาภาษีประชาชนมาผลาญ สองปีเศษใช้ไปร่วม 940,000 ล้านบาท จนป่านนี้ยังชดใช้ไม่หมด โกงกันทุกขั้นตอน ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ

ก.อุตฯ ผนึกภาคเอกชน ช่วยหนุน SMEs ไทย ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันยุค 4.0

นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยหลังพิธีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม และบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในครั้งนี้ ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของประเทศไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 รวมถึงการเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์เครื่องจักรต่าง ๆ เข้ากับโลกดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของผู้ประกอบการ ประกอบกับที่บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ปราจีนบุรี) มีเป้าหมายที่ตรงกันที่อยากจะช่วยพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมของภาคอุตสาหกรรมไทย เพื่อพัฒนาเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 
.

“การลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ในวันนี้ ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ภาครัฐและภาคเอกชนได้ร่วมมือกันช่วยยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมไทย โดยมีสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และสถาบันไทย-เยอรมัน ร่วมเป็นกลไกในการขับเคลื่อนกิจกรรมความร่วมมือใน 3 ด้าน ได้แก่... 

1.) ด้านการเพิ่มศักยภาพและพัฒนาบุคลากร โดยจะให้ความร่วมมือด้านวิชาการและเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการพัฒนาศักยภาพโรงงานอุตสาหกรรม ส่งเสริมการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุนในกระบวนการทำงาน ตลอดจนการส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้คำแนะนำในสถานประกอบการผ่านหลักสูตรที่เน้นการสร้างและพัฒนาบุคลากรให้สามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ขององค์กรสู่บุคลากรได้ 

2.) ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี โดยให้ความร่วมมือในการสนับสนุนด้านกลยุทธ์การใช้เทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ในการวางแผนและปฏิบัติการ (Strategic Planning and Operating) การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ที่เหมาะสมในการปรับปรุงการบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพ 

และ 3.) ด้านการเผยแพร่ความรู้สู่สังคม โดยให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรม นิทรรศการวิชาการ และเผยแพร่ให้ความรู้ทางวิชาการ ผ่านการประชาสัมพันธ์และการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรม 4.0 และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนทั่วไป รวมทั้งส่งเสริมให้ภาคเอกชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ด้านต่าง ๆ ในสถานประกอบการได้อย่างเหมาะสม 

2 ยักษ์ ‘รัสเซีย-อินเดีย’ เร่งจับมือกระชับมิตร ขยายฐาน ‘ธุรกิจ - พลังงาน - ยุทโธปกรณ์’

‘วลาดิมีร์ ปูติน’ ผู้นำรัสเซีย บินข้ามทวีปมาเยือน ‘นเรนทรา โมดี’ นายกรัฐมนตรีอินเดียอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา นับเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศเป็นครั้งที่ 2 เท่านั้นตลอดทั้งปีของปูติน เนื่องจากปัญหาการระบาด Covid-19

ครั้งล่าสุดที่เห็นปูตินเดินทางเยือนต่างประเทศ คือ ช่วงกลางเดือนมิถุนายนของปีนี้ ที่มีงานประชุมทวิภาคีระหว่างสหรัฐอเมริกา และ รัสเซีย ที่กรุงเจนีวา ในสวิตเซอร์แลนด์ แล้วหลังจากนั้นก็ยังไม่ได้เห็นปูตินเดินทางไปไหนอีกเลย แม้กระทั่งงานประชุมสุดยอดผู้นำโลก COP26 เพื่อปัญหาสภาพอากาศที่เมืองกลาสโกว์ ในสกอตแลนด์ ก็ยังไร้เงาผู้นำแห่งรัสเซีย

แต่มาครั้งนี้ ทริปสุดท้ายปลายปีที่ปูตินยอมออกเดินทางจากทำเนียบเครมลิน เป็นการนัดพบกับนายกรัฐมนตรีนเนทรา โมดี แห่งอินเดีย พร้อมรัฐมนตรีคนสำคัญชุดใหญ่ทั้งฝ่ายต่างประเทศ และกลาโหม ส่งสัญญาณชัดว่าการพบปะกันของทั้ง 2 ผู้นำระดับยักษ์ใหญ่คนละซีกโลกต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ

และก็เป็นดังคาด หลังจากที่ 2 ผู้นำ ‘ปูติน-โมดิ’ พบกันด้วยบรรยากาศอันชื่นมื่นแล้ว ยังสามารถบรรลุข้อตกลงทางเศรษฐกิจที่สำคัญร่วมกันถึง 28 ฉบับ ที่รวมถึงการขยายฐานการผลิตปืนไรเฟิล Kalashnikov โมเดลคลาสสิกของรัสเซีย ที่เป็นหนึ่งในยุทโธปกรณ์ที่มีการใช้งานมากที่สุดในโลก และอินเดียเป็นหนึ่งในฐานการผลิตปืน Kalashnikov ให้กับรัสเซียที่ปูตินต้องการให้ผลิตเพิ่มขึ้นอีกกว่า 6 แสนกระบอก 

นอกจากนี้รัสเซียตกลงที่จะขายระบบขีปนาวุธรุ่นล่าสุด S-400 ให้กับอินเดีย พร้อมข้อตกลงความร่วมมือทางทหาร และเทคโนโลยีระหว่างกันอีกถึงปี 2031 

ส่วนด้านเศรษฐกิจ ทั้งรัสเซีย และอินเดีย ได้ตกลงที่จะเร่งขยายมูลค่าทางการค้าให้ได้ถึง 3 หมื่นล้านเหรียญต่อปี ภายในปี 2025 และ Rosneft บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซียก็ได้เซ็นสัญญาส่งน้ำมันให้กับบริษัทน้ำมันของอินเดียในปริมาณมากถึง 2 ล้านตันภายในปี 2022 

นับเป็นการบรรลุข้อตกลง และการเดินหมากภูมิศาสตร์การเมืองที่น่าสนใจมากสำหรับทั้งรัสเซีย และอินเดีย ที่ทุกคนต่างรู้กันว่า ยืนอยู่คนละฝั่งของขั้วอำนาจโลก

โดยทางรัสเซีย นับเป็นพันธมิตรคนสำคัญที่สุดของจีนแผ่นดินใหญ่ และประสานยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ การเมืองร่วมกันอย่างลึกซึ้ง แต่การมาเยือนอินเดียครั้งนี้ของปูติน จำเป็นต้องระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากว่า อินเดียและจีน ยังมีข้อพิพาทรุนแรงในเขตพื้นที่แถบเทือกเขาหิมาลัย เขตหุบเขากัลวาน และเขตที่ราบสูง อัคไซ ชิน ดังนั้น การยกระดับความร่วมมือทางการทหารระหว่างอินเดียและรัสเซีย ก็สุ่มเสี่ยงที่จะสร้างความบาดหมางให้กับทางปักกิ่งได้เช่นกัน 

‘พรรคกล้า’ ติง!! รัฐสลายชุมนุม ‘จะนะรักษ์ถิ่น’ แม้อ้างทำตามกฎหมาย แต่ไม่มีหัวใจ

‘โฆษกพรรคกล้า’ ชี้!! เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม ‘จะนะรักษ์ถิ่น’ แม้อ้างทำตามกฎหมาย แต่ไม่มีหัวใจ ย้ำ!! เจ้าหน้าที่ต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างเหมาะสม ถึงเวลาแก้ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ คุ้มครองสิทธิผู้ชุมนุม 

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงกรณีกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (คฝ.) สลายการชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น หน้าประตู 1 ทำเนียบรัฐบาลเมื่อคืนนี้ว่า แม้โฆษกรัฐบาลบอกว่าเจ้าหน้าที่ทำตามหน้าที่ ส่วน บช.น. พยายามให้เหตุผลว่าชาวบ้านผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีวัตถุประสงค์เพื่อยับยั้งการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 แทนที่เจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างเหมาะสม แต่กลับเลือกที่จะบังคับใช้กฎหมาย ควบคุมตัวประชาชนที่มาชุมนุมเพราะความเดือดร้อนจากโครงการของรัฐ

สหรัฐฯ แถลงไม่ส่งผู้แทนฯ ร่วม ‘โอลิมปิกปักกิ่ง’ เหตุละเมิดสิทธิมนุษย์ฯ จีนโต้ ‘ไม่ได้เชิญฯอยู่แล้ว’

โฆษกทำเนียบขาวแถลงยืนยันเมื่อวานนี้ (6 ธ.ค.) สหรัฐอเมริกาจะไม่ส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลไปเข้าร่วมมหกรรมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ณ กรุงปักกิ่งในปีหน้า เพื่อต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะการทำทารุณกรรมต่อชาวมุสลิมอุยกูร์ในมณฑลซินเจียง

ในเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ประกาศแก่ชาวโลกว่ากำลังพิจารณามาตรการบอยคอตจีนจากกรณีที่มีวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเหตุที่วอชิงตันชี้ว่าเป็น “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” มุสลิมอุยกูร์ในมณฑลซินเจียงทางภาคตะวันตกจีน

“รัฐบาลประธานาธิบดีไบเดนจะไม่ส่งเจ้าหน้าที่ทางการทูตหรือผู้แทนจากหน่วยงานรัฐใด ๆ ไปเข้าร่วมงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2022 และพาราลิมปิกเกมส์ เพราะสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ก่ออาชญากรรมทำลายมนุษยชาติในซินเจียง และละเมิดสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ” คำแถลงของ นาง เจน ซากิ โฆษกทำเนียบขาวต่อที่ประชุมข่าวในวันจันทร์ (6 ธ.ค.)

คำสั่งแต่งตั้งวาระประจำปี 2564 ออกแล้ว เผยแพร่ทางแอปพลิเคชัน “แทนใจ” ผู้มีรายชื่อรายงานตัวภายใน 5 วัน

7 ธ.ค.64 พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าคำสั่งแต่งตั้ง รอง ผบก. - สว. วาระ 2564 ออกครบถ้วนแล้ว สำหรับผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งสามารถตรวจสอบคำสั่งผ่าน แอปพลิเคชัน “แทนใจ” และ ให้ไปรายงานตัวที่หน่วยตามที่ได้รับการแต่งตั้งภายใน 5 วัน นับแต่รับทราบคำสั่ง

พล.ต.ต.ยิ่งยศฯ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งใหม่จะได้รับการแจ้งเตือนในแอปพลิเคชัน “แทนใจ” ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกนายดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน “แทนใจ” เพื่อที่จะไม่พลาดข่าวสารต่าง ๆ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกจากนั้นแล้วยังสามารถตรวจสอบสวัสดิการของตนเอง รวมถึงในอนาคตจะมีโครงการตลาดกลางสร้างอาชีพเสริมให้ข้าราชการตำรวจ เป็นศูนย์กลางจำหน่ายสินค้าของข้าราชการตำรวจและครอบครัว เพื่อสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย ในส่วนของการเดินทางไปรายงานตัวรับตำแหน่งใหม่ขอให้ถือปฏิบัติตามหนังสือ ตร. ที่ 0004.25/ว073  ลงวันที่ 24 พ.ค.50 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่และการรายงานตัว ระบุไว้ว่าให้เดินทางไปรายงานตัวรับตำแหน่งใหม่ภายในกำหนด 5 วัน นับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top