Tuesday, 4 August 2026
Hard News Team

‘ภาพตัดต่อ’ อย่าแชร์!!

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ทางสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES ได้มีการโพสต์ข่าวที่อ้างอิงจาก สำนักข่าวอิศรา (https://www.isranews.org/article/south-news/academic-arena/104493-panitanusa.html) ถึงกรณีที่ไทยถูกเมินและไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมเวทีการประชุมสุดยอดด้านประชาธิปไตยของสหรัฐฯ ผ่านมุมมอง ‘รศ.ดร. ปณิธาน วัฒนายากร’ อาจารย์พิเศษประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ลิงก์ข่าวของ THE STATES TIMES : 
>> https://www.facebook.com/111420904033712/posts/466098158565983/
>> https://thestatestimes.com/post/2021112627

>> ปัญหา คือ ตอนนี้ในโลก Social ได้มีบุคคล (ยังไม่ทราบตัวตนแน่ชัด) ได้นำภาพต้นสำเนาจากทางสำนักข่าว THE STATES TIMES ที่ประกอบเนื้อหาข้างต้นไป ‘ตัดต่อ’ และ ‘บิดเบือน’ ใหม่ ในบรรทัดที่ 2 และบรรทัดที่ 3 ดังนี้...

>> ความเดิม ได้แก่...
...เวทีประชาธิปไตย แค่เกมการเมืองสหรัฐฯ 
...ฟากความมั่นคงชี้!! ไทยหลุดโผ สะท้อนไม่ใช่ลิ่วล้อมะกัน

>> กลายเป็น…
...คนแดนไกล อยู่เบื้องหลัง
...อเมริกา ที่ไม่ให้เชิญไทย

จากการตัดต่อดังกล่าว ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเป็นวงกว้าง สร้างความเสียหายต่อทางสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘รศ.ดร. ปณิธาน วัฒนายากร’ อาจารย์พิเศษประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอย่างมาก 

อีกทั้งล่าสุดข้อความบิดเบือนในภาพดังกล่าว ได้สร้างความเข้าใจผิดให้อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งพอได้เห็นภาพข่าวบิดเบือนนั้น ก็ได้เกิดเป็นข้อพิพาทใหม่ต่อ ‘รศ.ดร. ปณิธาน’ ทั้งที่ท่านมิได้กล่าวถ้อยความบิดเบือน ๆ ใด ๆ หรือพาดพิงถึงอดีตนายฯ แม้แต่น้อย หากแต่เป็นการถูกตัดต่อจากบุคคลที่ประสงค์ร้าย ซึ่งต้องหาทางสืบค้นตัวตนต้นตอต่อไป

'ทูตนริศโรจน์' เผยเวียดนามจัดการ 'มิสแกรนด์ฯ' ปมชู 3 นิ้ว หวั่นกระทบสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

9 ธ.ค. 64 - นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้รับทราบจาก น้อง ๆ ที่ทำงานที่เวียดนามส่งข่าวด่วนมาว่า ทาง กระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม ได้ออกแถลงการณ์ในกรณีนางงามเวียดนามมาชู 3 นิ้วในไทยแล้ว

โดยทางการเวียดนามเห็นแก่ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามเป็นสำคัญ จึงได้ทำการสั่งสื่อเวียดนามมิให้นำเสนอภาพและข่าวนางงามเวียดนามชู 3 นิ้วในไทยโดยเด็ดขาด

รวมทั้งกระทรวงวัฒนธรรมได้สั่งการให้นางงามเวียดนามคนที่ชู 3 นิ้ว หยุดแสดงพฤติกรรม หรือคำพูดที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีงามระหว่างไทยและเวียดนามด้วยเช่นกัน

ต้องขอขอบคุณรัฐบาลเวียดนามอย่างมากมา ณ ที่นี้ครับ ที่ได้แสดงออกและตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนไทยและเวียดนามเป็นสำคัญ

สวิตเซอร์แลนด์ อนุมัติใช้ ‘Sarco’ แคปซูลฆ่าตัวตาย ช่วยจากไปอย่างไม่ทรมาน

สวิตเซอร์แลนด์ อนุมัติใช้ “แคปซูลฆ่าตัวตาย” สำหรับผู้ทำการุณยฆาตที่ต้องการจากไปอย่างไม่ทรมาน คาดเริ่มใช้ต้นปีหน้า 

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ยูเอสเอทูเดย์ รายงานว่า องค์กรแห่งหนึ่งในออสเตรเลีย ได้สร้างแคปซูลฆ่าตัวตายแบบพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งช่วยให้ผู้ทำการุณยฆาตสามารถจากไปอย่างไม่เจ็บปวด ซึ่งอาจพร้อมใช้ในสวิตเซอร์แลนด์เร็ว ๆ นี้

แคปซูลนี้สร้างขึ้นโดยองค์กรไม่แสวงผลกำไรชื่อ “เอ็กซิท อินเตอร์เนชั่นแนล” (Exit International) โดยใช้ชื่อว่า Sarco ซึ่งให้บริการช่วยเหลือการฆ่าตัวตาย ในขณะที่การช่วยฆ่าตัวตายในสวิตเซอร์แลนด์ในปัจจุบัน ดำเนินการโดยการใช้สาร “โซเดียมเพนโทบาร์บิทอล” แต่ทางองค์กรฯ กำลังวางแผนที่จะเสนอทางเลือกอื่น

“ฟิลิป นิตช์เค่” ผู้ก่อตั้งเอ็กซิท อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า แคปซูลจะเต็มไปด้วยไนโตรเจน ก่อนที่จะค่อย ๆ ลดระดับออกซิเจนลงเหลือ 1% กล่าวว่ากระบวนการนี้ใช้เวลาน้อยกว่า 30 วินาที และบุคคลนั้นจะรู้สึกมึนงง ก่อนหมดสติ

“ผู้ที่จะทำการุณยฆาตจะเข้าไปด้านใน แล้วนอนลง มันสบายมาก พวกเขาอาจจะถูกถามคำถามบางอย่าง เมื่อตอบครบแล้ว พวกเขาอาจจะต้องกดปุ่มภายในแคปซูลเพื่อเปิดกลไกด้วยตนเอง” นิตช์เค่เผย
 

'สอดอฯ' ซัด!! กลุ่ม 3 นิ้ว ชอบใช้ 'สลิ่ม' แบ่งแยกผู้คน ชี้!! เป็นคำพูดสุดล้าหลัง ในวันที่ประเทศต้องการเดินหน้า

เพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH โพสต์ประเด็น “สอดอ Style” ยูทูบเบอร์ดัง ประกาศชัดรัก “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ย้อน 3 นิ้ว เจ็บ คนไม่รัก 3 สถาบันนี้ ยิ่งกว่าสลิ่ม!

โดยระบุว่า จากกรณีที่มีประเด็นดรามา หลังสาวเส้นด้าย พิมพ์ลดา แววไธสง หรือที่รู้จักกันในนาม สอดอ Style อินฟลูเอนเซอร์ดังของเพจ สอดอ Style โดยเจ้าตัวได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมงาน Expo 2020 Dubai ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา แล้วไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก ในชุดไทยจิตรลดา สีเหลือง เข้าร่วมเดินขบวนร่วมกับตัวแทนจากประเทศไทย

แต่ที่เป็นประเด็นขึ้นมาระหว่างที่ไลฟ์ คือ ได้มีชาวเน็ตกลุ่ม 3 นิ้ว เข้ามาคอมเมนต์ต่อว่า บอกว่า เจ้าตัวเป็นสลิ่ม ทำให้สาวเส้นด้ายโต้เดือด ถามกลางไลฟ์ว่า “นี่จะมาสลิ่มอะไรคะ หยุดสลิ่มนะคะ มึงรักชาติหรือเปล่า มึงรักบ้านเกิดเมืองนอนไหม กูเนี่ยเสียสละงาน มาเพื่อประกาศให้ทุกคนรู้เลยว่าประเทศไทยเนี่ยโคตรเจ๋ง”

‘สาธารณสุข’ ผนึกพลังองค์กรระดับโลก ร่วมส่งเสริม ‘การเกิดมีชีพ’ อย่างยั่งยืน

ไม่นานมานี้ กระทรวงสาธารณสุข, กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) และ บริษัท ริกคิทท์ ประเทศไทยและอินโดจีน (Reckitt) ได้ร่วมมือกันจัด ‘การประชุมเชิงปฏิบัติการการนำเสนอสรุปผลการดำเนินงานของโครงการการพัฒนาและส่งเสริม การเกิดอย่างมีคุณภาพและถ้วนหน้า (Safe Birth for All) ผ่านสื่อออนไลน์’

โดยมี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยตัวแทนจาก Reckitt Thailand & Indochina และ Dr. Asa Torkelsson, Representative for UNFPA Malaysia and Country Director for UNFPA Thailand กล่าวเปิดการประชุม และ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวรายงานการประชุม

เริ่มต้นที่ ดร.สาธิต ได้กล่าวว่า การตายของมารดาเป็นเครื่องชี้วัดด้านสุขภาพที่สำคัญของโลก ทุกประเทศทั่วโลกมีข้อตกลงร่วมกันในการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ของโลกในอีก 15 ปีข้างหน้า โดยตั้งหวังที่จะลดอัตราการตายของมารดาทั่วโลกให้ต่ำกว่า 70 ต่อ ‘การเกิดมีชีพ’ แสนคน ภายในปี 2573

(หมายเหตุ : การเกิดมีชีพ คือ เด็กที่คลอดออก มาแล้วมีลมหายใจ ชีพจรเต้น มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ)

สำหรับประเทศไทย โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการดำเนินงานเพื่อลดอัตราส่วนการตายของมารดาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขยังคงเฝ้าระวังและส่งเสริมการเกิดคุณภาพ โดยเฉพาะทั้งคนไทยและไม่ใช่คนไทยในพื้นที่ห่างไกล ได้เข้าถึงบริการอนามัยแม่และเด็ก เป็นการป้องกันการตายที่ป้องกันได้ของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงการตายสูง ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการพัฒนาและส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพและถ้วนหน้า (Safe Birth for All)

“ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข และกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ได้ร่วมมือดำเนินงานโครงการการพัฒนาและส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพและถ้วนหน้า (Safe Birth for All) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบรายงานและการให้บริการอนามัยแม่และเด็ก และวัยรุ่นวัยเจริญพันธุ์อย่างมีคุณภาพ ตลอดจนบูรณาการการมีส่วนร่วมของบุคลากรสาธารณสุข บุคลากรวิชาชีพอื่น ๆ ในชุมชนท้องถิ่น ในพื้นที่ชายขอบและห่างไกล ลดปัญหาการตายของมารดาและทารกระยะเวลา 15 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 - ธันวาคม 2564 เพื่อปรับปรุงระบบการให้บริการอนามัยแม่และเด็กและประสานความร่วมมือ ภาคีเครือข่ายในการดำเนินงาน โดยการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท ริกคิทท์ ประเทศไทยและ อินโดจีน (Reckitt)” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า “โครงการการพัฒนาและส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพและถ้วนหน้า” (Safe Birth for All) กรมอนามัย ได้ดำเนินการในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และตาก ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ศูนย์อนามัยที่ 2 พิษณุโลก และศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ (ศอช.) ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ตามตะเข็บชายแดนไทย-พม่า ที่อนามัยมารดาและทารกเข้าไม่ถึงบริการ 

โดยพื้นที่ดังกล่าวมีกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่เป็นคนไทยและชาติพันธุ์ ประมาณ 210,000 คน และเป็นหญิงตั้งครรภ์ประมาณ 30,700 คน ซึ่งต้องอาศัยผดุงครรภ์โบราณ กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการลดการตายมารดาและทารกในพื้นที่ชายขอบและห่างไกล ช่วยให้หญิงมีครรภ์ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเหมาะสม เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์และชายขอบเป็นประชากรราวร้อยละ 60 ของประชากรในพื้นที่ และข้อจำกัดด้านการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ทำให้ยังมีการคลอดที่บ้านโดยผดุงครรภ์โบราณ 

ทั้งนี้ กรมอนามัยให้การสนับสนุนอุปกรณ์การทำคลอดจำนวน 1,500 ชุด ชุดตรวจ ATK มีการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมผดุงครรภ์โบราณ จำนวน 1 หลักสูตร จัดประชุมระบบการแจ้งการเกิด การตาย แก่เครือข่ายครู ตชด. ครู กศน. พร้อมทั้งพัฒนาระบบเฝ้าระวังการตายทารกปริกำเนิด โดยปี 2565 จะมีการขยายผลให้ครอบคลุมสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่งทั่วประเทศ และมีการวางแผนจะขยายผลให้ครอบคลุมในสถานพยาบาลของรัฐนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข สถานพยาบาลเอกชน และการตายนอกสถานพยาบาลต่อไป

รัฐวางมาตรการแก้หนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด–19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ภาคการเกษตร ซึ่งในปี 2564 ที่ผ่านมา ปริมาณธุรกิจสหกรณ์ภาคการเกษตรลดลงกว่า 7,555 ล้านบาท เนื่องจากไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตการเกษตรได้เหมือนเช่นสถานการณ์ปกติ รวมถึงผู้ส่งออก ชะลอการรับซื้อสินค้าจากสหกรณ์เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ  ขณะที่สมาชิกสหกรณ์ส่วนหนึ่งต้องกู้เงินจากสหกรณ์ที่ตัวเองสังกัด หรือแหล่งเงินกู้ทั้งในระบบและนอกระบบ เพื่อนำมาลงทุนทำการเกษตร ส่งผลให้สมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรมีภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้น 

“ปัจจุบันต้องยอมรับว่า สถานการณ์ของสหกรณ์ภาคการเกษตร หลาย ๆ สหกรณ์มีปัญหาเรื่องของธุรกิจสินเชื่อค่อนข้างมาก หรือแม้แต่ธุรกิจรวบรวมผลผลิตและธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายก็เหมือนกัน ซึ่งก็เป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และส่งผลต่อเนื่องถึงตัวสมาชิกสหกรณ์ รายได้จากการผลิตสินค้ามีปัญหา เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน แต่ในวิกฤติก็ย่อมต้องมีโอกาส เพราะว่าจากการที่ได้ลงไปเยี่ยมเยียนในต่างจังหวัดหลาย ๆ แห่ง สหกรณ์ที่เขามีศักยภาพในการส่งเสริมให้สมาชิกประกอบอาชีพและรวบรวมผลผลิตออกจำหน่าย สหกรณ์เหล่านี้ยังมีศักยภาพแล้วสมาชิกก็ทำจริง มีรายได้จริง กรมฯ จึงพร้อมใสนับสนุนให้สมาชิกสหกรณ์พัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้ เพื่อจะได้มีเงินเลี้ยงครอบครัวและส่งชำระหนี้คืนสหกรณ์ได้ ทำให้ปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระลดลงในที่สุด”

ดึงนักท่องเที่ยว 'ออสเตรเลีย' เที่ยวไทยเพิ่ม ลุยเปิดบินตรงมาภูเก็ตแล้ว

นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ ททท. สำนักงานซิดนีย์ ได้ร่วมทำกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ ร่วมกับสายการบินไทย เพื่อกระตุ้นการเดินทางมาประเทศไทย ในกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ และร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวในพื้นที่เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ เช่น กลุ่มนักกอล์ฟ กลุ่มแต่งงานและฮันนีมูน ล่าสุดได้มีเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 478 บินตรงจากสนามบินคิงส์ฟอร์ด สมิธ นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ถึงสนามบินภูเก็ต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นโอกาสดีในการดึงนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งภาคใต้ของไทย 

สำหรับเส้นทางบินเส้นทางนี้ จะให้บริการ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ออกเดินทางจากสนามบินคิงส์ฟอร์ด สมิธ เวลา 9.30 น. ถึงสนามบินภูเก็ต เวลา 14.40 น. ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประเทศไทยระหว่างเดือนธ.ค.64 – ม.ค.65 ประมาณ 90-140 ที่นั่งต่อเที่ยวบิน อีกทั้ง สายการบินไทยได้เพิ่มเที่ยวบินเส้นทาง ซิดนีย์-กรุงเทพฯ-ซิดนีย์ จาก 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ให้บริการทุกวันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ พร้อมทั้งมีแผนที่จะเปิดเส้นทางบินเมลเบิร์น-กรุงเทพฯ-เมลเบิร์น ในเดือนม.ค.65 ด้วย

“วิษณุ” ปัดตอบ “ราษฎร” จ่อยื่นอสส.ฟ้องศาลรธน. ชี้ ต้องดูก่อนยื่นว่าอย่างไร ชี้ ยังไม่ถึงคิว ครม.ถก ลต.ผู้ว่าฯกทม. แจง สนามอบต.ยังไม่สะเด็ด ระบุ หาก”อัศวิน” ลาออก ปลัดกทม. รักษาการได้ ชี้ฝ่ายค้านคาดลต.ส.ส.เดือน มี.ค.-ก.ค.65 แค่คาดการณ์

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่มวลชนกลุ่มราษฎร จะยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุด เพื่อคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการล้มล้างการปกครอง ว่า ยังนึกไม่ออกว่าทำได้อย่างไร คงใช้มาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญเหมือนกับครั้งที่แล้ว ที่ยื่นมาก็เป็นการยื่นตามมาตรา 49 ก็คงจะอย่างนั้น แต่ไม่ทราบว่ายื่นได้หรือไม่ หรือได้ผลอย่างไร ตอบไม่ถูก เพราะยังไม่รู้ว่าเขาจะยื่นว่าอย่างไร เอาไว้ให้รู้ก่อนอาจจะตอบได้

นอกจากนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่หลายพรรคการเมือง เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า รับทราบ แต่ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้พูดคุยถึงเรื่องนี้ และยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดคุยกัน เพราะต้องรอประกาศผลการเลือกตั้งนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่ยังไม่หมด  

ผู้สื่อข่าวถามว่านายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอให้พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ถ้าลาออกจริง จะต้องจัดการเลือกตั้งภายในกี่วัน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องมีกรอบเวลา เนื่องจากปลัดกทม.สามารถทำหน้าที่รักษาการแทนได้ แต่รักษาการนานก็ไม่ค่อยดี ทั้งนี้ตามกฎหมายระบุขั้นตอนว่าการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ขึ้นอยู่กับครม.เห็นสมควรที่จะมีการเลือกตั้งดังกล่าว แล้วต้องแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากนั้นกกต.จะเป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้ง กรณีนี้เหมือนกับกรณีของอบต.หรือนายกเทศมนตรี ที่จะมีการเลือกตั้งได้ต่อเมื่อครม.เห็นสมควรให้จัดการเลือกตั้ง 

 

ราเมศ แจ้ง ข่าวดี “จุรินทร์” จ่ายเงินส่วนต่าง “ประกันรายได้” เกษตรกร ข้าว ยาง พรุ่งนี้ 9 ธ.ค.

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการจ่ายเงินส่วนต่าง โครงการประกันรายได้ว่า

ในส่วนของเงินส่วนต่างของนโยบายประกันรายได้ข้าว ซึ่งมีการจ่ายไปแล้ว 3 งวด ส่วนงวดที่จะจ่ายจากนี้ไปคืองวดที่ 3 ส่วนที่เหลือและงวดที่ 4-7 รวม 5 งวดเป็นเงินประมาณ 64,000 ล้านบาท จะจ่ายวันที่ 9 -13 ธ.ค. รวมทั้งหมดที่เกษตรกรทั้งหมดในโครงการประกันรายได้จะได้รับคือประมาณ 87,000 ล้านบาท 

ในส่วนของเงินส่วนต่างของนโยบายประกันรายได้ยางพารา จะมีการโอนเงินส่วนต่างยางพาราจะได้รับพร้อมกันกับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 2 งวด เกษตรกรยางพาราจะได้รับงบประมาณ 1,400 ล้านบาทเช่นกัน

นายราเมศ กล่าวต่อว่า ขอให้เกษตรกรมั่นใจว่าในส่วนนโยบายประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขับเคลื่อนอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรมากที่สุด และที่สำคัญนายจุรินทร์ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกร จึงร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

อดีตแกนนำเสื้อแดง ลั่นคนอีสานรัก 'ลุงตู่' ยัน ชาวบ้านมาต้อนรับด้วยใจไม่ต้องจ้าง

'อานนท์ แสนน่าน' ย้อน 'ทักษิณ' ในอดีตก็เคยซ้อมก่อนต้อนรับไม่เห็นมีใครว่า คนอุดรและคนอีสานมาด้วยหัวใจไม่ต้องเกณฑ์หรือจ้างมา ลั่นทุกวันนี้คำว่า 'เมืองหลวงคนเสื้อแดง' เป็นเพียงตำนานเหมือน 'หมู่บ้านเสื้อแดง' เพราะคนเสื้อแดงเขารู้กันหมดแล้วว่าถูกหลอก

8 ธ.ค. 64 - นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่อดีตนายกทักษิณ ออกมาระบุว่าตนและสมาชิกขนคนมาจากต่างจังหวัดและเกณฑ์คนมานั้น แท้ที่จริงแล้วตนก็ไม่อยากจะโต้ตอบเพราะที่ผ่านมาก็เขียนเอาไว้บนเฟซบุ๊กหลาย ๆ คนก็เข้าใจ และที่ไม่อยากตอบเพราะเป็นเด็กเยาวชน ที่เล่นโซเชียลมักใส่ร้ายป้ายสี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือ นายกลุงตู่ แต่มาวันนี้กลับมาเป็นผู้ใหญ่ที่ตนเคยนับถือ มาพูดเรื่องนี้โดยเฉพาะคำว่าเมืองหลวงคนเสื้อแดง

ปัจจุบันนี้กลายเป็นเพียงตำนานแล้วเช่นเดียวกันกับ “หมู่บ้านเสื้อแดง” เพราะที่ผ่านมาแกนนำใหญ่ของอุดรธานี ก็ไม่ใช่คนอุดรธานี หรือคนอีสานเป็นคนมาจากต่างจังหวัด “เว้าอีสานคือข่อยบ่อเป็นดอก” แต่แท้จริงทุกคนถูกใบสั่งให้มาดำเนินการเป็นแกนนำชักจูงมวลชนที่เป็นคนที่อีสานรักในประชาธิปไตย และวันนั้นคนเสื้อแดงก็แจ้งตนมาว่าจะไม่ออกมาเพราะเข็ดแล้ว ถูกหลอกมาเกือบค่อนชีวิต คนอุดรธานีต้องการรักและสามัคคีทำมาค้าขายไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมืองมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 เพราะเบื้องหลังต่าง ๆ ก็เริ่มชัดเจนขึ้น

นายอานนท์ กล่าวต่อว่า หลังการรัฐประหารปี พ.ศ. 2557 ตนยังเคยกล่าวเอาไว้ว่า “ขอบคุณรัฐประหารปี 2557 ทำให้พวกตนเริ่มตาสว่างขึ้นเรื่อย ๆ” และพี่น้องอดีตคนเสื้อแดงที่ต้องคดีและติดคุกก็เริ่มถูกปล่อยทิ้งมาเป็นระยะ ๆ ยิ่งมาเจอปัญหาไวรัสโควิด-19 ระบาดไปทั่วโรค คนอีสานไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจาก ส.ส. คำที่เรียกกันว่า “ผู้แทนราษฎร” ในพื้นที่เลยมีเพียง “นายกลุงตู่” และ อดีตคนเสื้อแดงที่ไปช่วยเหลือประสานงานกับทางรัฐบาลมาช่วยพี่น้องเท่านั้น

"อดีตนายกทักษิณ ต้องเลิกสร้างวาทกรรมเก่า ๆ ได้แล้วครับ คำว่า “คนเสื้อแดงยังเหนียวแน่น” ทุกวันนี้ที่ออกมาเรียกร้องไม่ใช่คนเสื้อแดง แต่เป็นเยาวชนที่ถูกกลุ่มนักการเมืองหลอกให้ออกมาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ อดีตคนเสื้อแดงเขาไปทำมาหากินกันหมดแล้ว ก่อนที่เขาจะอดตายเพราะไปเชื่อนักการเมืองเลว ๆ บางคน" นายอานนท์ กล่าว

ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า เรื่องนั้นแท้ที่จริงไม่ได้มีการแอบถ่ายแต่อย่างใด ตนได้ให้ทีมงานถ่ายและขึ้นเอาไว้ในเฟซบุ๊ก “อานนท์ แสนน่าน” (รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์) ว่า ทำไมต้องซ้อมแล้วถ่ายคลิปเอาไว้และแชร์ออกไป เพื่อเป็นการสกรีนและป้องกันการเดินทางมาตรวจราชการของ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อม “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางไปยัง วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อกราบนมัสการและสนทนาธรรมะกับ พระราชวชิรธรรมาจารย์ (หลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม) เจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ และ พระราชภาวนาวชิรากร (หลวงพ่ออินทร์ถวาย) เจ้าอาวาสวัดอุดมมงคลวนาราม (วัดป่านาคำน้อย) อ.นายูง จ.อุดรธานี และติดตามความก้าวหน้าสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว) ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่บรรจุอัฐิธาตุและเครื่องอัฐบริขารของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top