Tuesday, 4 August 2026
Hard News Team

"อนุทิน" ย้ำต้องออกมาตรการคุมเข้มสกัดโอมิครอน แต่ต้องกระทบศก.น้อยที่สุด ยึดความปลอดภัย-ปชช.เป็นหลัก ยังไม่รู้ข่าว WHO ขอทั่วโลกงดจัดงานฉลองปีใหม่ 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายกสมาคมโรงแรมไทย ไม่เห็นด้วยกรณีสาธารณสุขเตรียมเสนอ ศบค.ยกเลิก Test&Go ว่า กำลังให้ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พิจารณาหาแนวทางที่ดีที่สุดและเกิดผลกระทบน้อยที่สุด โดยเราจะต้องคิดถึงทุกมิติรวมถึงมิติด้านเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือคำนึงความปลอดภัยของประชาชนและประเทศไทย เมื่อมีเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนเข้าประเทศและล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 97 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบสายพันธุ์ว่าเป็นโอมิครอนหรือไม่ ทำให้เราต้องเพิ่มความระมัดระวัง ซึ่งตนได้กำชับกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมโรค รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องหาวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันและสกัดการระบาด 

เมื่อถามว่า จะต้องออกมาตรการเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการเปิดรับนักท่องเที่ยวหรือประกาศไม่รับนักท่องเที่ยวจากบางประเทศหรือไม่ เพราะการกักตัวระยะเวลาสั้น ไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสโควิด สายพันธุ์โอมิครอนได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ นายอนุทิน กล่าวว่า จากนี้ไปนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในประเทศและยังค้างท่อ เราจะเพิ่มบุคลากรเข้ามาดูแลในส่วนนี้ โดยจะให้นักท่องเที่ยวส่วนนี้เข้ามาก่อน และต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธีการ RT-PCR หลายครั้ง และรายงานตัว ซึ่งเราพยายามทำทุกอย่างในการตรวจสอบส่วนนี้ และเมื่อเสร็จสิ้นในส่วนนี้แล้วก็คงต้องมีการปรับเปลี่ยนมาตรการ ทั้งนี้ ขอย้ำว่าแนวทางของรัฐบาลคือประชาชนคนไทยต้องปลอดภัย ต้องลดความเสี่ยงทุกมิติ และต้องทำให้เกิดผลกระทบกับประเทศน้อยที่สุด ซึ่งฝ่ายบริหารให้นโยบายแบบนี้ฝ่ายปฏิบัติต้องหาวิธีการ และฝ่ายบริหารต้องรับฟังผู้ปฏิบัติด้วยว่าเขาสามารถปฏิบัติตามที่เราสั่งการได้มากน้อยแค่ไหน และถ้าเขาปฏิบัติแล้วจะเกิดผลดี ผลเสียอย่างไร ถ้าเขาเห็นว่ามีผลเสียมากกว่าก็มีสิทธิโต้แย้งเราซึ่งเราต้องรับฟังเขา 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังปีใหม่ต้องกลับมาเข้มงวดมาตรการหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องเข้มงวดตลอด ทุกคนต้องระมัดระวัง ขณะเดียวกันสิ่งสำคัญที่สุดคือเรากำลังเร่งฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้ประชาชนเพื่อสกัดการแพร่กระจายเชื้อพร้อมกับเสริมภูมิคุ้มกันให้คนไทยก่อน ขณะที่ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก 

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เรากังวลโควิดสายพันธุ์โอมิครอน เพราะเป็นสายพันธุ์ใหม่ เราดูข้อมูลต่างๆทั้งจากเอกสารวิชาการที่ตีพิมพ์โดยสถาบันทางการแพทย์รวมถึงข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า เชื้อดังกล่าวแพร่กระจายเร็วกว่าสายพันธุ์เดลต้า แต่พิษความรุนแรงจะเท่ากับเดลต้าหรือไม่นั้น กำลังตรวจสอบอยู่ ถ้าไม่รุนแรงเท่าสายพันธุ์เดลต้าก็จะทำให้วัคซีนที่เรามีอยู่และกำลังฉีดเข็ม 3 ให้ประชาชน จะสามารถเอาอยู่ แต่เราต้องไม่ประมาท เพราะเราเปิดประเทศเพียงแค่ 20 วัน ยังไม่ได้เปิดเต็มรูปแบบก็ยังดักและตรวจพบผู้ติดเชื้อนี้ไว้ได้หลายคน ซึ่งผลยืนยันเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.มีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน 63 คน และล่าสุดที่ตรวจพบผู้มาจากต่างประเทศและติดเชื้อ 97 คน ต้องมาลุ้นว่ามีกี่คนที่เป็นสายพันธุ์โอมิครอน เราต้องระมัดระวังขั้นสูงสุด แต่ไม่ต้องตระหนกเกินไปจนทำอะไรไม่ได้ 
 

'มิสเตอร์เอทานอล' เชื่ออะไรก็เกิดขึ้นได้ หลัง 'ดร.เอ้' ชู!! กทม.เจ้าภาพโอลิมปิก 2036

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของฉายา “มิสเตอร์เอทานอล” เขียนข้อความในเฟซบุ๊กเรื่อง “ฝันของ ดร.เอ้กับ โอลิมปิก 2036”

"No Dream No Possibility" ซึ่งเป็นการให้ข้อคิดต่อข้อเสนอเชิงนโยบายของ ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ (เอ้) สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร

โดยนายอลงกรณ์นำเสนอมุมมองต่อเรื่องนี้ว่า หลังจาก ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ผู้สมัครผู้ว่ากทม. พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศนโยบายเสนอกรุงเทพเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิก 2036 ก็มีการวิจารณ์ฮือฮาในโลกโซเชียลมีเดียทั้งเชิงบวกเชิงลบ รวมทั้ง Blockdit ก็ยังให้ความสำคัญกับกรณีนี้ ส่วนหนึ่งคิดว่าเป็นฝันลมๆ แล้งๆ แต่ไม่น้อยมั่นใจว่าเป็นฝันที่เป็นจริง

“ผมจึงนำประสบการณ์ส่วนตัวมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความฝัน ผมก็เคยฝันจะให้ประเทศไทยผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงเอทานอลจากพืชเพื่อลดการนำเข้าเมื่อปี 2543 หรือ 20 ปีที่แล้ว ตอนนั้นคนส่วนใหญ่ไม่เชื่อและไม่ยอมรับรวมทั้งอุตสาหกรรมน้ำมันและอุตสาหกรรมรถยนต์ แม้แต่เจ้าของรถก็เกรงว่าเอทานอลจะทำให้เครื่องยนต์เสียหาย”

เราฝันและลงมือทำงานเพียง 10 เดือนก็สามารถเสนอผ่านมติคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลประชาธิปัตย์สมัยท่านชวน หลีกภัยเป็นนายกรัฐมนตรี

'ตัวแทนคนบันเทิง'เข้าขอบคุณ'บิ๊กตู่'เยียว 5,000 'ช.อ้น'พูดต่อหน้าไม่ชอบนายกฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นำคณะคนบันเทิง ได้แก่ นายรินทร ณ บางช้าง (ช อ้น ณ บางช้าง) นายคฑาวุธ ทองไทย หรือ อาจารย์ไข่ นักร้องนำวงมาลีฮวนน่า ในฐานะประธานสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย นางสุดา ชื่นบาน อุปนายกสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายบริพันธ์ ชัยภูมิ นายกสมาคมนักเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย

ฝอยทอง เชิญยิ้ม สมาคมศิลปินตลก (ประเทศไทย) นายวรพจน์ นิ่มวิจิตร ตัวแทนผู้จัดคอนเสิร์ต นายวีรวัฒน์ รัตนะ เลขานุการสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย และนายบริพันธ์ ชัยภูมิ นายกสมาคมนักเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือเยียวยาอันเนื่องมาจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และเสนอตั้งสภาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผย 'นายกฯ' เตือนคนไทยอย่าชะล่าใจในช่วงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่  ขอให้เคร่งมาตรการ COVID Free Setting พร้อมเตรียมนำแนวทางสกัดโอมิครอน หารือที่ประชุม ศบค. ใน ครั้งต่อไป

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงเรื่องความเสี่ยงในการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนที่พบมากขึ้น แนะให้ประชาชนป้องกันตัวเองขั้นสูงสุด อย่าชะล่าใจในช่วงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ อาจพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนมากขึ้น ขอให้เคร่งมาตรการ COVID Free Setting แนะประชาชนรับวัคซีนให้ครบโดส หลีกเลี่ยงงานปาร์ตี้ร่วมกัน เพราะจะทำให้เสี่ยงการติดเชื้อมากขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยเรามีมาตรการรับผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศหลายมาตรการด้วยกันทั้งการเปิดเงื่อนไข Test & Go มาตรการ   Quarantine  มาตรการ Sandbox ที่นำร่องไปแล้วนั้น  แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนแล้วใน 89 ประเทศ รวมทั้งไทย  หลายประเทศได้มีการปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคเพิ่มขึ้น เช่น การชะลอการเดินทางในผู้ที่มาจากต่างประเทศ การล็อคดาวน์ในบางธุรกิจเพื่อลดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่  นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดทำข้อเสนอรูปแบบผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ หารือในที่ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 เพื่อเสนอต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 หรือ ศบค. ครั้งต่อไป คาดว่าจะมีการประชุมในเร็วๆ วันนี้ 

สำหรับประเทศไทยวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 2,476 ราย  จำแนกเป็น ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 2,358 ราย ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 41 ราย ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 47 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 30 ราย ผู้ป่วยสะสม 2,167,666 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) หายป่วยกลับบ้าน 3,649 ราย หายป่วยสะสม 2,108,771 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) ผู้ป่วยกำลังรักษา 38,892 ราย เสียชีวิต 32 ราย ขณะที่ผู้ติดเชื้อเข้าข่ายจากผลตรวจ ATK อีก 264 ราย อาการหนักใช้ท่อช่วยหายใจ 237 ราย อาการหนัก 880 ราย จากการเฝ้าระวังในผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศผ่านท่าอากาศยานต่าง ๆ ในเดือนพฤศจิกายน มีผู้เดินทางเข้ามา 133,061 คน เป็นรูปแบบ Test & Go มากที่สุด 106,211 คน เดือนธันวาคม มีผู้เดินทาง 160,445 คน เป็น Test & Go 138,181 คน Sandbox 18,449 คน และ Quarantine 3,815 คน โดยทุกคนที่ตรวจพบการติดเชื้อจะมีส่งตรวจหาสายพันธุ์ที่ห้องปฏิบัติการของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์และรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในเดือนธันวาคม พบผู้ติดเชื้อแล้ว 348 ราย จากระบบ Test & Go มากที่สุด 204 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน 1 ใน 4 ของผู้ติดเชื้อที่เดินทางเข้าประเทศ  

สุโขทัย-อสม. "สุโขทัยชวนวิ่ง" ครั้งที่ 1

สมาคมอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย จัดกิจกรรม อสม. สุโขทัยชวนวิ่ง  2021 ครั้งที่ 1 ในเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2564 ณ.เกาะกลางรูปหัวใจ ทุ่งทะเลหลวง (แก้มลิง) ตำบลบ้านกล้วย เมืองสุโขทัย ซึ่งมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)ทั้ง 9 อำเภอ เข้าร่วมกิจกรรมการ  การแข่งขันในครั้งนี้  แบ่งออกเป็น  2 ประเภท คือ   มินิฟันรัน  3  กิโลเมตร   ฟันรัน 6 กิโลเมตร  พร้อมมาตรการจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมงาน ลงทะเบียนในแอปพลิเคชั่น”ไทยชนะ” มี ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย เขต 1 ร่วมกิจกรรมนำวิ่ง พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขัน โดยมีนายจรัญ จันดี รองแพทย์ สสจ.สุโขทัย นางผ่องนภา เนียมน่วม นายกสมาคม อสม.จ.สุโขทัย อสม.ทุกอำเภอ  นายสมคิด เดชชุษณะนาถ ชมรมวิ่ง 2.5 สุโขทัย พร้อมคณะร่วมจัดกิจกรรม

'น้าแอ๊ด' แนะ!! อย่าเชื่อฝรั่งเข้ามาแบ่งแยกคนไทย อ้างประชาธิปไตยมาใช้ยึดประเทศ

“น้าแอ๊ด” อบรมสามนิ้ว! อย่าเชื่อพวกฝรั่งเข้ามาแบ่งแยกคนไทย ซัดอ้างปชต. แต่แอบยึดประเทศ!

จากกรณีของสถานการณ์ในประเทศไทย เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งมีเป้าหมายไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งกล่าวอ้างว่า เป็นเพียงการปฏิรูป และภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชนนั้น เป็นการล้มล้างการปกครอง ทั้งยังมีขบวนการต่างชาติ เข้ามาแทรกแซงการเมืองไทย ด้วยเจตนาที่จะก่อให้เกิดเหตุความวุ่นวาย และใช้เด็กเป็นเหยื่อทำให้สังคมไทยแตกแยกนั้น เป็นเรื่องที่อยู่ในความสงสัย เป็นที่เฝ้าจับตามองของคนไทยมาโดยตลอด

รวมถึงข้อสงสัยว่าใครบ้างอยู่เบื้องหลังชักใยเด็กเหล่านี้ นับแต่เกิดการชุมนุมของ “กลุ่มเยาวชนปลดแอก” หรือในนาม “กลุ่มคณะราษฎร 2563”

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ในรายการ คุยให้เด็กมันฟัง ที่มีน้าเน็ก ป๋อง กพล และเสนาหอย เข้ามาร่วมพูดคุย โดยแขกรับเชิญก็คือ ยืนยง โอภากุล หรือน้าแอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตระดับตำนานของเมืองไทย ได้เล่าถึงเหตุการณ์และจุดเริ่มต้นของการแต่งเพลงเพื่อชีวิต และได้พูดในรายการมีเนื้อหาที่น่าสนใจว่า

“อยากจะเตือนคนไทยด้วยกันว่า ถ้าเรารักกันต้องสามัคคีกัน อย่าไปเชื่อไอ้พวกฝรั่งที่เข้ามาแบ่งแยกเราแล้วปกครอง เวียดนามโดนฝรั่งเศส ทำให้เกิดการลุกขึ้นมาต่อสู้ ปลดปล่อยจากฝรั่งเศสแล้ว ไอ้ญี่ปุ่นกับไอ้กัน ก็มันเข้ามาอีก ในที่สุดไอ้กันก็เข้ามาเสือก ดูซิว่ามันสูญเสียงบประมาณเท่าไหร่ ในอินโดจีน ไม่ว่าจะเวียดนาม ลาว เขมร มันเสียเท่าไหร่ คุ้มไหมกับที่มันลงทุน มันมีความหวังอะไรกับเรา เพราะมันต้องการจะมายึดแผ่นดินของพวกเรา ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันนี้ มันจะยึดของพวกเราด้วยอะไร เมื่อก่อนมันจะยึด ด้วยอาวุธกองทัพ แต่ตอนนี้มันจะยึดด้วยประชาธิปไตย ผมพูดแค่นี้จบ”

 “นายกฯ” ตั้งเป้า ปี65 ยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด 1 หมื่นล้านบาท ตัดวงจรเงินเครือข่ายยาเสพติด พร้อมทุ่ม 3 หมื่นล้านบาท ให้ ธกส. สานฝันยกระดับรายได้เกษตรกรพุ่งเป้าขจัดความยากจนภาคเกษตร

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มุ่งมั่นอยากให้ยาเสพติดลดน้อยหมดไปจากประเทศ ผลักดันกระทรวงยุติธรรมแก้ปัญหายาเสพติดเชิงรุก บูรณาการการทำงาน มุ่งตัดวงจรการลักลอบค้ายาเสพติด โดยมีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 ธ.ค. 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับปรุงกฎหมายยาเสพติดรวม 24 ฉบับ ให้เป็นฉบับเดียว  มุ่งเน้นการจับและขยายผลไปสู่การยึดทรัพย์และดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.มาตรการสมคบ กฎหมายฟอกเงิน และกฎหมายรัษฎากร เป็นหลักแทนแนวทางเดิมที่เน้นการปราบปรามและการจับกุมเพียงอย่างเดียว  โดยเชื่อว่า จะนำไปสู่การป้องกัน ปราบปรามยาเสพติดอย่างเป็นระบบ มุ่งทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้ายาเสพติด รวมถึงการวางกรอบลงโทษผู้กระทำความผิดที่เหมาะสมและยุติธรรม 

นายธนกร กล่าวว่า การปรับปรุงประมวลยาเสพติดฉบับใหม่ เป็นการปรับกรอบแนวคิดและสร้างการทำงานที่แตกต่างไปจากเดิม อาทิ การริบทรัพย์สินไม่ผูกพันกับผลของคดีอาญา การริบทรัพย์สินตามมูลค่า การให้เครื่องมือทางกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ ในการยึดหรืออายัดทรัพย์สินในกรณีเร่งด่วน ก่อนมีคำสั่งตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่นี้  ทำให้การดำเนินการริบทรัพย์สินทำงานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมและสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ยังป้องกันกันยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน 

ในปีงบประมาณ 2565 รัฐบาล โดยกระทรวงยุติธรรมคาดการณ์เป้าหมายทรัพย์จากเครือข่ายค้ายาเสพติดที่จะถูกยึดมูลค่า 10,000 ล้านบาท โดยจะนำมาเป็นเงินสินบนต่อผู้แจ้งเบาะแส 5 เปอร์เซ็นต์ หรือ 500 ล้านบาท สำหรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติติงานจะได้รับเงินรางวัล 25 เปอร์เซ็นต์ หรือ 2,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย 

“นายกฯ เน้นย้ำและมีความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหายาเสพติด เน้นบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อเพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด  ขณะเดียวกันก็เร่งทำงานคู่ขนาน ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ ทั้งผู้ปฏิบัติงานและประชาชนทั่วไปด้วย ในดำเนินมาตรการภายใต้กฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่นั้น    โดยมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์สูงสุด คือ การแก้ปัญหายาเสพติดที่มีมายาวนานและเรื้อรังในประเทศไทย 

"แรมโบ้"ฟาด"ทักษิณ" คำพูดไม่ต่างจากผายลม เชื่อถืออะไรไม่ได้ ใกล้ปีใหม่ ขอให้ทำดีก่อนสิ้นลมหายใจ อย่าให้เสียชาติเกิด ที่ได้เกิดมาเป็นคนในชาตินี้

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กำลังหนีคดีทุจริต อยู่ต่างประเทศ ก่อนหน้านี้ทางด้านนายทักษิณ  เคยได้กล่าวโจมตีรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าไม่มีทางฉีดวัคซีนได้ครบ 100 ล้านโดสในสิ้นปี 2564 ระหว่างการพูดคุยในคลับเฮ้าส์และเฟซบุ๊ก CARE คิด เคลื่อน ไทย เมื่อวันที่  1 มิถุนายน 2564 นายทักษิณ กล่าวตอนหนึ่งว่า "วัคซีนที่บอกว่าสิ้นปีถึง 100 ล้านโดส ผมบอกได้เลย ไม่มีทางเลย ผมไม่แน่ใจเลยว่า สั่งวัคซีนให้มากองให้ครบ 100 ล้านโดส สิ้นปี ยังไม่รู้จะได้หรือเปล่า จะฉีดให้ครบ 100 ล้าน ผมไม่มั่นใจเลยถ้าบริหารแบบนี้ คิดรวมศูนย์เป็นไปไม่ได้หรอก

คนๆเดียวจะไปคิดทุกอย่างไม่ได้หรอก"  นายทักษิณ ย้ำอีกครั้งว่า "ไม่มีทางเลย สิ้นปีนี้ฉีดวัคซีน ได้ 100 ล้านโดส 100 บาทเอาขี้หมากองเดียว สิ้นปีนี้ ไม่มี 100 ล้านโดส ฉีดให้ประชาชน" ด้าน นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี มองแบบเดียวกันกับ ทักษิณ เป็นไปได้ยาก ขนาดประเทศ อังกฤษ ฉีดมาตั้งแต่ต้นปี ยังได้แค่ 60 ล้านโดส 

นายเสกสกล กล่าวว่า เวลานี้ ประเทศไทย ได้ฉีดวัคซีนครบ 100 ล้านโดส เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม  2564 ตามการแถลงข่าวของทางด้านศบค. เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564  ตนเองอยากจะขอดูหน้านายทักษิณ สักหน่อย ที่เคยดูถูกปรามาส รัฐบาล ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ ที่จะฉีดวัคซีนครบ 100 ล้านโดสในสิ้นปีนี้ แต่ตอนนี้รัฐบาลทำได้แล้ว อยากรู้เหมือนกันว่านายทักษิณ จะทำอย่างที่เคยพูดเอาไว้ไหม ที่บอกว่า 100 บาท เอาขี้หมากองเดียว  จะดูว่าคนที่เคยเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศ จะรักษาคำพูดของตัวเองได้แค่ไหน หรือดีแต่พ่นลมปาก ไปวัน ๆ

เพราะที่ผ่านมา การพูดของนายทักษิณแต่ละเรื่อง สุดท้ายก็เชื่อถืออะไรไม่ได้ ลมที่ออกจากปากนายทักษิณ ไม่ผิดอะไรกับการผายลม ที่ออกมาจากก้นของนายทักษิณ เพราะเชื่อถืออะไรไม่ได้ ไม่มีราคา พูดอย่างทำอย่าง ดีแต่โม้ ไปรายวัน เอาเข้าจริงไม่ได้มีความสามารถอะไรเลย  งานนี้นายทักษิณหน้าแตกยับเยินไม่มีเครดิตหน้าเชื่อถืออะได้อีกต่อไป ต่อไปใครที่ไปเชื่อคนขี้โกงหนีคดีไปร่ำรวยคนนั้นก็คงบ้าไปแล้ว เพราะคำพูดยังเชื่อถือไม่ได้ 

" ที่นายทักษิณบอกว่า ถ้ารบ.ฉีดครบ100ล้านโดสไม่มีทาง 100 บาทเอาขี้หมากองเดียว ตนขอเสนอว่า 100 บาทของนายทักษิณมาจากเงินขี้โกงคงไม่มีใครอยากรับ เอาว่าไม่มีใครกล้ารับเงิน100 บาทของนายทักษิณเป็นแน่ แต่ขี้หมากองเดียวอยากให้เก็บไว้ให้สมุนคนใกล้ชิดในคลับเฮาส์ของนายทักษิณไว้กินเอง จะได้ไหม?

วันนี้ถ้านายทักษิณยังคงบริหารประเทศ ในช่วงเวลาวิกฤตโควิด-19 ระบาดแบบนี้
ประเทศไทย คงมีคนเสียชีวิต และติดเชื้อติดลำดับต้น ๆ ของโลกอย่างแน่นอน เพราะนายทักษิณ เป็นคนที่เก่งแต่พูด  แต่ให้ลงมือทำ ทำไม่ได้อย่างที่พูดสักเรื่อง ดูได้จากสิ่งที่นายทักษิณเคยพูดว่าตัวเองนั้นวางมือทางการเมืองแล้ว ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองแล้ว พูดจนนับครั้งไม่ถูกแล้ว แต่สุดท้ายนายทักษิณ ก็ยังคงวนเวียน กับเรื่องการเมืองของประเทศไทย ไม่เคยหยุดแม้แต่วินาทีเดียว  หรือเรื่องที่บอกว่าตัวเองนั้นจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็เช่นกัน นายทักษิณ ก็มักจะพูดแค่เอาตัวรอดแต่การกระทำต่าง ๆ นั้นประชาชนคนไทยต่างก็ทราบดีว่าที่ผ่านมา นั้นไม่ได้ทำอย่างที่ปากพูด หลายครั้งที่นายทักษิณ พูดอย่างทำอย่าง จนประชาชนคนไทย เขารู้ไส้ รู้พุงนายทักษิณ หมดแล้ว 

อยุธยา- จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ ททท. แถลงข่าวจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2022 พร้อมรับนักท่องเที่ยว เป็นสัญลักษณ์แห่งการก้าวผ่านสู่การเริ่มต้นใหม่ในปี 2565 อย่างมีพลังใจและมีความหวัง

นายวีระชัย นาคมาศ (นาค-คะ-มาด) ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ นางสรัลพัชร ประโมทะกะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ร่วมกับ นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. นพ.ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ นายภัทรพงษ์ เก่าเงิน ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันแถลงข่าว เตรียมจัดงานเฉลิมฉลอง Amazing New Chapters @ Phra Nakhon Si Ayutthaya เบิกนภารับขวัญปีใหม่  ในระหว่างวันที่ 27 – 31 ธันวาคม 2564 ณ วัดพระราม ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

ภายในงานจะมีโซนต่าง ๆ ที่น่าสนใจภายในงาน อาทิ  โซนตลาดน้ำวิถีไทยภาคกลาง เล่าเรื่องราวความผูกพันของคนทยกับสายน้ำผ่านมัลติมีเดียแสง โซนเวทีการแสดง โดยแรงบันดาลใจจาก "พระปรางค์" อันเป็นสิ่งก่อสร้างประเภทหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมไทย โดยหยิบยกรูปทรงของพระปรางค์และนำมาผสมผสานกับเทคโนโลยีนทันสมัย กิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การแสดงดนตรีไทยพื้นบ้านภาคกลางประยุกต์และร่วมสมัย วงดนตรีท้องถิ่น (Local Band) ตลาดวิถีไทย (Thai Street Market) มหกรรมอาหารไทย ช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์จาก SME ภาคกลาง นอกจากนั้น ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่อย่างยิ่งใหญ่ อาทิ การตกแต่งประดับไฟสวยงาม / ขบวนพาเหรดพชุดพิเศษ "ปีใหม่สุขใจไทยระรื่น  การแสดงโขนสมมุติชุดใหญ่ 30 คน การแสดงพลุ 7 องก์

นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. กล่าวว่า จากมติศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ที่ได้อนุมัติจัดงาน  Amazing Thailand Countdown 2022 ในพื้นที่ 5 จังหวัดหลักของประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ ระยอง นครราชสีมา ภูเก็ต และพระนครศรีอยุธยา ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดนั้น   สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถือเป็นพื้นที่ตัวแทนของภาคกลางภายใต้ซื่องาน Amazing New Chapters @ Phra Nakhon Si Ayutthaya ผ่านธีมอู่ข่าวอู่น้ำ โดยมีคอนเซ็ปต์ The Flow of Life สะท้อนความโดดเด่นของภาคกลางที่เปรียบเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ   โดยร้อยโยงเป็นความผูกพันของสายน้ำกับการใช้ชีวิต พร้อมกับอำนวยอวยชัยให้ปีใหม่ชีวิตลื่นไหลไร้อุปสรรค เหมือนสายน้ำเย็นที่ไหลหล่อเลี้ยงชีวิต เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการก้าวผ่านสู่การเริ่มต้นใหม่ ในปี พ.ศ. 2565 อย่างมีพลังใจและมีความหวัง

เชียงใหม่-ผบช.ภ.5 ปล่อยแถวลงพื้นที่ ประชาสัมพันธ์ กำชับการปฏิบัติของสถานประกอบการร้านอาหาร ตามมาตรการ "D-M-H-T-T-A"

ตามที่รัฐบาลได้อนุมัติให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดนำร่องการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศให้สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวได้ โดยผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดที่มีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างปลอดภัยสอดคล้องกับมาตรการทางสาธารณสุขในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด อันได้แก่ มาตรการ  D-M-H-T-T-A และยกระดับมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID Free Setting) ครบทุกด้านตามที่กำหนด  

ณ  ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมืองเชียงใหม่ ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 ได้จัดพิธีพิธีปล่อยแถวประชาสัมพันธ์ กําชับการปฏิบัติของสถานประกอบการร้านอาหารตามมาตรการ D-M-H-T-T-A  พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ 40 นาย,   สภ.แม่ปิง 40 นาย, สภ.ภูพิงค์ฯ 40 นาย, สภ.ช้างเผือก 40 นาย, กลุ่มงานจราจรฯ 20 นาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจาก มณฑลทหารบกที่ 33 10 นาย, เทศบาลนครเชียงใหม่ 10 นาย, ปกครอง อ.เมืองเชียงใหม่ 10 นาย, สาธารณสุข จว.เชียงใหม่ 10 นาย, บก.ตม.5 10 นาย, บก.สส.ภ.5 20 นาย, กก.4 บก.ทท. 10 นาย, กอ.รมน.จ.เชียงใหม่ 10 นาย เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้

สำหรับมาตรการ D-M-H-T-T-A เป็นมาตรการความปลอดภัยทางสาธารณสุขภายใต้สถานการณ์การ     แพร่ระบาดของโรคโควิด 2019  ประกอบด้วย

     D : Distancing เว้นระยะระหว่างบุคคล หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น 
     M : Mask wearing สวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา 
     H : Hand washing ล้างมือบ่อยๆ จัดให้มีจุดบริการเจลล้างมืออย่างทั่วถึงเพียงพอ 
     T : Temperature ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าใช้บริการ เพื่อคัดกรองผู้ใช้บริการ ที่อาจไม่สบาย 
     T : Testing ตรวจหาเชื้อโควิด 19 
     A : Application ติดตั้งและใช้แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ”และ“หมอชนะ” ก่อนเข้า-ออกสถานที่ทุกครั้ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top