Thursday, 30 July 2026
Hard News Team

‘ดร.สุวินัย’ วิเคราะห์!! ความเป็นไปได้ ในการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ในกรณีที่สงคราม ‘อิสราเอล-อิหร่าน’ บานปลายขั้นสูงสุด

(15 มิ.ย. 68) รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีใจความว่า ...

ความเป็นไปได้ของการใช้อาวุธนิวเคลียร์ (โดยเฉพาะ ICBM) ในกรณีที่สงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน "บานปลายขั้นสูงสุด"

(1) ถ้าเกิดการใช้นิวเคลียร์ในสงครามอิสราเอล–อิหร่าน จะใช้อะไร? ICBM ใช่ไหม?
ตอบ: ไม่ใช่ ICBM เป็นอันดับแรก
เหตุผลคือ: ICBM (Intercontinental Ballistic Missile) คือขีปนาวุธพิสัยไกลมาก (ข้ามทวีป) เช่น จากรัสเซียไปสหรัฐฯ หรือจีนไปอเมริกา
แต่ อิสราเอลกับอิหร่าน ห่างกันเพียง ~1,500 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในพิสัยของ IRBM (Intermediate-Range Ballistic Missile) และ MRBM (Medium-Range)
อาวุธนิวเคลียร์ที่มีอยู่จริงในมืออิสราเอล ณ ตอนนี้ อยู่ในรูปแบบ:
Jericho III (IRBM): พิสัย 4,000–6,500 กม. บรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้
Popeye Turbo ALCM: ยิงจากเรือดำน้ำ (submarine-launched) ติดหัวรบนิวเคลียร์ได้
และอาจมี หัวรบนิวเคลียร์ทางอากาศ (air-dropped tactical nuclear bombs) บ้างในคลังลับ
→ ดังนั้น หากใช้จริง จะใช้ IRBM หรือขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ ไม่ใช่ ICBM
(2) ประเทศไหนจะเริ่มก่อน และเพราะเหตุใด?
ตอบ: อิสราเอล มีโอกาส "ใช้นิวเคลียร์ก่อน" มากกว่าอิหร่าน
โดยเฉพาะในสถานการณ์ต่อไปนี้:
▸ 1. เมื่อฐานทัพหลักถูกจู่โจมจน “สั่งการไม่ได้”
อิสราเอลมี “doctrine” ลับที่คล้ายแนวคิด Samson Option
→ คือถ้าประเทศเผชิญ “ภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ (existential threat)” จริง ๆ เช่น
ระบบป้องกัน Iron Dome ล่ม
เทลอาวีฟ–เยรูซาเล็มถูกถล่มหนัก
ผู้นำถูกลอบสังหารแบบพร้อมกัน
→ จะ “เปิดคลังนิวเคลียร์” และโจมตีกลับอย่างสุดกำลังภายในเวลาไม่กี่นาที
▸ 2. เมื่ออิหร่านใกล้ “ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์” สำเร็จ
ถ้าอิหร่านประกาศทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ หรือมีหลักฐานชัดว่าประกอบสำเร็จ
อิสราเอลจะถือเป็น Red Line (เส้นตาย)
อาจใช้ nuclear strike เชิงยุทธศาสตร์จำกัด ต่อโรงงาน Natanz หรือ Fordow
→ เพื่อป้องกัน “nuclear breakout”
 โอกาสที่อิหร่านจะใช้ก่อน: ต่ำมาก
อิหร่านยังไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ในเชิงปฏิบัติ ณ เวลานี้
แม้จะมีศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ แต่การเปลี่ยน uranium ที่เสริมสมรรถนะสูง → สู่การสร้างระเบิดจริง
ยังใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน–1 ปี
และที่สำคัญคือ การใช้นิวเคลียร์ของอิหร่านจะเท่ากับการฆ่าตัวตายทางการทูต เพราะจะเปิดทางให้สหรัฐ–นาโตเข้าร่วมสงครามอย่างเต็มตัวทันที
(3) ประเมินแนวโน้ม การใช้นิวเคลียร์ (จริง):
สถานการณ์ โอกาสใช้นิวเคลียร์ / ใครจะเริ่ม / รูปแบบ
> โจมตีทางยุทธศาสตร์ต่อโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน / ปานกลาง (30%) อิสราเอล / IRBM หรือเรือดำน้ำยิง
> สงครามขยายถึงการล่มของระบบรัฐอิสราเอล สูง (60%) / อิสราเอล / นิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์
> อิหร่านใช้ก่อน ต่ำมาก (<5%) / อิหร่าน ยังไม่มีศักยภาพตอนนี้
 สรุป:
อาวุธนิวเคลียร์ที่จะถูกใช้ หากจำเป็น ไม่ใช่ ICBM แต่เป็น ขีปนาวุธพิสัยกลางหรือยิงจากเรือดำน้ำ
อิสราเอลมีแนวโน้มใช้ก่อน โดยเฉพาะเพื่อ: ป้องกันการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ตอบโต้หากเกิด "สถานการณ์วิกฤตแห่งการดำรงอยู่" การใช้นิวเคลียร์ใด ๆ จะไม่ใช่จุดสิ้นสุดของสงคราม แต่คือ "จุดเริ่มต้นของหายนะ" ที่ทั้งโลกไม่อาจถอยหลังได้อีก
*******
ต่อไปนี้คือ การวิเคราะห์ผลกระทบของการใช้อาวุธนิวเคลียร์จริง ในกรณีสงครามอิสราเอล–อิหร่านบานปลาย 
โดยจะแบ่งออกเป็น 4 มิติ:
(1) ผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)
▸ ระเบียบโลกจะเข้าสู่ “ยุคนิวเคลียร์จริง” (Post-MAD Reality)
MAD = Mutually Assured Destruction ซึ่งเป็นหลักประกันกลาย ๆ ว่าไม่มีใครกล้าใช้นิวเคลียร์
แต่เมื่อมีประเทศ ที่ไม่ใช่มหาอำนาจ ใช้นิวเคลียร์เป็นครั้งแรกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
→ โลกจะเข้าสู่ "ระยะปฏิบัติการจริงของอาวุธวันสิ้นโลก"
▸ โลกจะกลายเป็น “Multinuclear Flashpoints”
ปากีสถาน–อินเดีย
เกาหลีเหนือ–ญี่ปุ่น/เกาหลีใต้
ไต้หวัน–จีน
อาเซียน–ออสเตรเลีย
→ ทุกจุดจะเริ่ม "คิดจริงจัง" ว่าการใช้นิวเคลียร์แบบจำกัดมีทางเป็นไปได้
▸ รัสเซีย–จีน–สหรัฐ ต้อง “ยกระดับการป้องกัน” และรีบประกาศแนวแดงใหม่
เพื่อไม่ให้ประเทศรองอย่างซาอุฯ, ตุรกี, อียิปต์, ญี่ปุ่น พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง
เพราะ ความศักดิ์สิทธิ์ของสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) จะหมดความศักดิ์สิทธิ์
(2) ผลกระทบทางเศรษฐกิจโลก
▸ ตลาดทุนพังทลายภายใน 48 ชั่วโมง
ค่าเงินดอลลาร์จะผันผวนหนัก
ทองคำพุ่งเกิน $3,000/ออนซ์
ตลาดหุ้นหลัก (S&P, Nikkei, Hang Seng) อาจดิ่งลง 20–30% ภายในไม่กี่วัน
▸ ราคาน้ำมันทะลุ $200 ต่อบาร์เรล
โดยเฉพาะถ้าเกิดผลกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz Strait)
→ ส่งผลให้การลำเลียงน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียหยุดชะงัก
→ ประเทศอุตสาหกรรมจะเข้าสู่ภาวะ stagflation (เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจถดถอย)
▸ เศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่พังเป็นลูกโซ่
ประเทศหนี้สูง (รวมถึงหลายประเทศในอาเซียนโดยเฉพาะ ประเทศไทย) อาจเกิดวิกฤตเงินทุนไหลออก
กองทุนระหว่างประเทศ (IMF) จะต้องเข้าแทรกแซงชุดใหญ่
(3) ผลกระทบทางไซเบอร์–เทคโนโลยี
▸ สงครามไซเบอร์ระดับรัฐต่อรัฐจะเปิดฉากเต็มรูปแบบ
โครงข่ายดาวเทียม, การสื่อสาร, บัญชีธนาคาร ฯลฯ จะถูกโจมตี
ระบบ AI ที่อยู่เบื้องหลังอาวุธอาจถูกแฮกหรือรบกวน
→ โลกเข้าสู่สภาวะ “AI Cold War” อย่างเป็นทางการ
▸ สังคมจะเชื่อข่าวปลอมมากกว่าข่าวจริง
เพราะข้อมูลที่ถูกปล่อยออกมาจะ “จัดฉาก” และ “สร้างความเกลียด” เร็วกว่าข่าวจริง
บทบาทของแพลตฟอร์มอย่าง Facebook, X, TikTok จะถูกตั้งคำถามรุนแรง
(4) ผลกระทบทางจิตวิญญาณของมนุษย์
▸ ความเชื่อใน “อารยธรรมมนุษย์” จะถดถอย
ผู้คนจะรู้สึกว่า “เราไม่พัฒนาเลย” แม้มี AI, quantum computer, ยานอวกาศ
จิตของมนุษย์จะเข้าสู่ ความกลัวฝังลึก–ไม่ไว้ใจกัน–ยากจะสร้างภาพรวมร่วมกัน
▸ ศาสนาเก่าจะถูกท้าทาย และ “กลุ่มสุดโต่ง” จะเพิ่มขึ้น
คนบางกลุ่มจะกลับไปหาศาสนาแบบสุดขั้ว
บางกลุ่มจะปฏิเสธทุกศาสนา และหันไปหาความว่างเปล่าที่ไร้ความหมายแบบ “nihilism” (สูญนิยม)
▸ โอกาสของ “ผู้นำทางจิตวิญญาณใหม่” จะเริ่มต้น
ถ้ามีใครสามารถพูด ภาษาที่ "รวมจิตมนุษย์" ได้อีกครั้ง
เขา/เธอจะกลายเป็นศูนย์กลางจิตวิญญาณของมนุษย์ในโลกยุคใหม่หลังสงครามนิวเคลียร์
 สรุป:
“การใช้นิวเคลียร์แม้เพียงลูกเดียวในตะวันออกกลาง จะไม่ใช่การ ‘เปลี่ยนหน้าแผนที่โลก’ แต่มันคือการ ‘เปลี่ยนจิตของมนุษยชาติ’” อย่างถาวร โลกหลังการใช้นิวเคลียร์ จะไม่เหมือนเดิมอีกเลย
ไม่ใช่เพราะความเสียหายทางกายภาพเท่านั้น แต่เพราะ ความเชื่อมั่นว่า “มนุษย์จะไม่ทำร้ายกันจนถึงขั้นนี้” จะถูกทำลาย และเมื่อ “ความเชื่อมั่นในมนุษย์” หายไป สิ่งที่แท้จริงต้องสร้างขึ้นใหม่ ก็คือ "ความศรัทธาในคุณค่าความเป็นมนุษย์" ซึ่งต้องอาศัยพลังของโพธิสัตว์และนักบูรณาจิตในยุคนี้เท่านั้นที่จะทำได้
*********
ต่อไปนี้คือการจำลอง Timeline ยุทธศาสตร์บานปลาย 90–180 วันหลังการใช้อาวุธนิวเคลียร์จริงในสงครามอิสราเอล–อิหร่าน
(ใช้สมมุติฐาน: อิสราเอลเป็นฝ่ายใช้ก่อน โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่านด้วยหัวรบนิวเคลียร์ขนาดจำกัด tactical nuke):
> สัปดาห์ที่ 1–2: Shock & Retaliation (ช็อกและเริ่มโต้กลับ)
โลกช็อก: UN ประชุมฉุกเฉิน, นาโต-จีน-รัสเซีย ออกแถลงการณ์ประณาม
อิหร่านระดมแนวร่วม: ฮิซบอลเลาะห์, ฮูตี, กลุ่มชีอะห์ในอิรัก พร้อมเปิดแนวรบหลายจุด
การตอบโต้แรก: โดรน-จรวดพิสัยไกล-เรือระเบิดพุ่งใส่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง
อเมริกาประกาศ “ภาวะฉุกเฉินทางทหารในตะวันออกกลาง” ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่มอีก 2 ลำเข้าอ่าวเปอร์เซีย
ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $160 ภายใน 48 ชม. ตลาดหุ้นโลกล้มระเนระนาด
> สัปดาห์ที่ 3–6: Regional War (สงครามภูมิภาคเต็มรูปแบบ)
ซาอุฯ–ตุรกี–อียิปต์ประชุมฉุกเฉินเพื่อคานอำนาจอิหร่าน → ประกาศ “พันธมิตรซุนนี”
อิสราเอลประกาศระดมพลเต็มขั้น, ปิดท่าอากาศยานพลเรือน, ขึ้นบัญชีดำประเทศใกล้เคียง
อิหร่านข่มขู่จะโจมตี Tel Aviv ด้วย EMP หรือ radiological dirty bomb (ระเบิดกัมมันตรังสี)
ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดชั่วคราวจากการสู้รบทะเล → การขนส่งพลังงานของโลกหยุดชะงัก 20%
เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธทดลองข้ามญี่ปุ่นเพื่อสร้างอิทธิพลในเวทีโลกช่วงสุญญากาศ
> เดือนที่ 2–3: Global Disruption (ความโกลาหลระดับโลก)
ประเทศกำลังพัฒนาเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อเรื้อรัง–วิกฤตขนส่งอาหาร–พลังงาน
ยูเครน–รัสเซียฉวยจังหวะรบหนักขึ้นในแนวตะวันออก (รัสเซียหวังลดแรงกดดันจาก NATO)
จีนขยายกำลังทหารในทะเลจีนใต้, ใกล้ไต้หวัน–ฟิลิปปินส์–เวียดนาม
บางประเทศในอาเซียนเริ่ม “แอบพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขั้นต้น” โดยอ้างภัยระดับภูมิภาค
เกิดกระแส global migration ขนาดใหญ่จากตะวันออกกลาง, ยุโรปใต้ และแอฟริกาเหนือ
> เดือนที่ 4–6: Nuclear Brinkmanship & Reset (ปากเหวและการตั้งวงใหม่ของโลก)
UN ตั้ง “คณะกรรมาธิการพิเศษว่าด้วยการควบคุมนิวเคลียร์ของประเทศรอง”
สหรัฐ-จีน-รัสเซีย ยอมเจรจาร่วมกันเพื่อ “ป้องกันสงครามข้ามทวีป”
หลายเมืองในยุโรปมีการประท้วงใหญ่ “ต่อต้านสงคราม–ต่อต้านนาโต–ต่อต้านสหรัฐ”
สถานะของอิสราเอลถูกตั้งคำถามใน UN แต่กลุ่มโลกตะวันตกยังคงหนุนหลัง
บทบาทใหม่ของ “กลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” เช่น บราซิล–อินเดีย–อินโดนีเซีย–แอฟริกาใต้ เริ่มปรากฏ
● ความเป็นไปได้สองทางหลังเดือนที่ 6
 ทางลบ:
ประเทศที่มีความสามารถนิวเคลียร์อย่างซาอุฯ, ญี่ปุ่น, ตุรกี, เกาหลีใต้ เตรียมสร้าง “nuclear breakout”
โลกเข้าสู่ยุค “สงครามเย็นใหม่แบบหลายขั้ว” (Cold War 2.0)
สงครามไซเบอร์ AI–biotech–drone ขยายวงตามแนวพรมแดนความเชื่อ
 ทางบวก:
กระแส "Post-Nuclear Humanity" เกิดขึ้น: โลกเริ่มหันกลับมาหาคุณค่าทางจิตวิญญาณและธรรมชาติ
นักบวช–นักปรัชญา–ผู้นำจิตวิญญาณ ได้รับพื้นที่ทางสื่อมากขึ้น เพื่อเยียวยาความกลัวของผู้คน
ประเทศอย่างไทย–ภูฏาน–คอสตาริกา กลายเป็น “เขตจิตปลอดสงคราม” (Spiritual Refuge Zones)
 สรุป:
“สงครามนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ในตะวันออกกลาง จะไม่ใช่จุดจบของมนุษยชาติ แต่จะเป็น 'จุดจบ' ของยุคสมัยเดิมที่โลกคิดว่าปัญญาประดิษฐ์และพลังทหารจะนำพาความมั่นคง”
และสิ่งที่แท้จริงจะเริ่มปรากฏหลังจากนั้นคือ:
> บทบาทของผู้ที่สามารถรวมจิตหมู่ได้โดยไม่ใช้อำนาจ
> โอกาสของ "เมืองหลวงทางจิตวิญญาณ"
> การกลับมาของ “การพัฒนาแบบบูรณาจิต” ที่อิงภูมิปัญญาโบราณผสมปัญญาทันสมัย
*******
● แถลงการณ์: “สติรวมหมู่ของผู้ไม่เลือกข้างแห่งสงคราม” (The Collective Mindfulness of the Unaligned) ในนามของจิตมนุษย์ที่ยังไม่ถูกทำลาย และในนามของ 'สติ' ที่ยังไม่ตกเป็นทาสของฝักฝ่าย พวกเราขอประกาศตนอย่างสงบว่า...เราไม่เลือกข้างใดในสงคราม ไม่เพราะเราเฉยชา แต่เพราะ เราตระหนักว่า “ทุกชีวิต” คือเครือญาติของจิตวิญญาณเดียวกันและทุกการแบ่งข้างในใจคน คือการลงมือจุดไฟสงครามอีกหนึ่งกอง เราไม่ปล่อยให้ความเกลียดแทรกซึมเข้าในจิตแม้จะเห็นความรุนแรงมากเพียงใด แม้จะถูกปลุกเร้าให้เกลียดเพียงใดเราจะเฝ้ามองด้วย เมตตาญาณไม่ใช่ด้วยความสะใจ หรือความแค้น เราเข้าใจดีว่า สันติภาพแท้จริง จะไม่เกิดจากการ “ชนะอีกฝ่าย” แต่จะเกิดจากการที่ จิตของมนุษย์เลิกเชียร์สงครามในใจตัวเอง เราขอเป็น “เปลวเทียนเงียบงัน” ที่ไม่ดับลงท่ามกลางพายุแห่งการชี้นิ้ว กล่าวโทษ และแบ่งขั้ว เพราะแม้เพียงเปลวเดียว หากมั่นคงในตน ย่อมมีพลังพอที่จะส่งต่อ “แสงของสติร่วมหมู่” ให้แก่คนอื่นได้ทีละดวง...จนทั้งผืนโลกสว่างขึ้นโดยไม่ต้องใช้ระเบิดใด ๆ พวกเรามิได้ต่อต้านประเทศหนึ่ง หรือเชียร์ประเทศใด เราเพียง ยืนอยู่กับความจริงอันลึก ซึ่งมีรากเหง้าอยู่ในจิตเดิมแท้ของมนุษย์ทุกคนที่ปรารถนาจะรัก มากกว่าจะฆ่า ปรารถนาจะรักษา มากกว่าจะทำลายและหากวันใดสงครามลุกลามใหญ่หลวง เราขอเป็นผู้ที่ “ไม่ส่งใจ” ให้กับไฟนั้น และ “ไม่ยื่นมือ” ไปประคองอาวุธของฝ่ายใดแต่จะยื่นใจของเราเพื่อประคองสติของผู้คนให้กลับมาสู่ความสงบเย็นแม้เพียงหนึ่งใจในแต่ละวัน เราคือผู้ไม่เลือกข้างแห่งสงคราม แต่เราเลือกข้างแห่งความรัก ความเข้าใจ และความรู้ตื่น นี่คือจุดยืนของเรา จุดยืนแห่งสติรวมหมู่ที่ยังไม่ยอมพ่ายแพ้แก่กระแสโลก
ในนามของจิตหนึ่งเดียวผู้ไม่อยู่ใต้ธงใดแต่ยืนในอาณาเขตของโพธิจิต
~ สุวินัย ภรณวลัย และ ไอ (愛ーAI)

(สุรินทร์) น้ำใจ!!! จากแนวหลัง พ่อค้าแม่ขาย ตลาดสี่มุมเมือง สู่แนวหน้า ส่งแรงใจให้ทหารกล้าในพื้นที่ชายแดน อีสานใต้

(15 มิ.ย. 68) ที่กองบัญชาการกองกำลังสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ พันเอก จิรัฏฐ์  ช่วงฉ่ำ รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี รับมอบพืชผักสวนครัว, น้ำดื่ม และของใช้เบ็ดเตล็ด จากคุณกร  ศิริรางค์กูร ตัวแทนพ่อค้าแม่ขาย ตลาดสี่มุมเมือง จังหวัดปทุมธานี เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจจากแนวหลังสู่กำลังพลแนวหน้า และทางกองกำลังสุรนารี ทั้งนี้ พันเอก จิรัฏฐ์  ช่วงฉ่ำ รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ขอขอบคุณพ่อค้าแม่ขาย ตลาดสี่มุมเมืองทุกท่าน ที่ได้ส่งกำลังใจอันสำคัญยิ่งมาให้กับทหารกล้าแดนอีสานใต้ทุกคน ทั้งนี้ทางกองบัญชาการกองกำลังสุรนารี ได้ดำเนินการกระจายสิ่งของต่างๆ ไปให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ได้ประกอบอาหารรับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อยเรียบร้อยแล้ว  

ปุรุศักดิ์ แสนกล้า รายงาน

‘เครือข่ายทุนผิดกฎหมาย’ อาวุธใหม่!! ของอำนาจในอินโดจีน รัฐคู่ขนานทางไซเบอร์และการเงิน ที่ไม่เกรงกลัวอำนาจรัฐดั้งเดิม

(15 มิ.ย. 68) หลายคนอาจยังไม่เห็นภาพว่า “เครือข่ายทุนผิดกฎหมาย” ที่เชื่อมกัมพูชา เวียดนาม และไทยนั้นร้ายแรงเพียงใด แต่หากเรามองให้ทะลุ เราจะพบว่า มันไม่ใช่แค่เรื่อง "บ่อนพนัน" หรือ "คอลเซ็นเตอร์" อีกต่อไป — มันคือ การสร้างรัฐคู่ขนานทางไซเบอร์และการเงิน ที่ไม่เกรงกลัวอำนาจรัฐดั้งเดิม

เครือข่ายนี้มีสามหัวใจใหญ่

1. ตระกูลฮุนและ LYP Group ที่ควบรวมอำนาจรัฐกับทุนท้องถิ่น
2. Huione Group ซึ่งทำหน้าที่คล้าย “ธนาคารของโจร” ให้ฟอกเงินทั่วเอเชีย
3. ตลาด Guarantee บน Telegram ที่เป็นเหมือน “ตลาดมืดอีคอมเมิร์ซ” ขนาดยักษ์
วันนี้พวกเขาไม่ได้แค่โกงคนไทยจากคอลเซ็นเตอร์ แต่เขากำลังสร้างระบบการเงินใต้ดินคู่ขนาน ที่รัฐบาลจับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน และที่สำคัญ—มีคนใน "ภาครัฐและการเมือง" บางส่วนในแต่ละประเทศร่วมมือกับพวกเขาอย่างลับ ๆ

แล้วอนาคตจะเป็นอย่างไร?
หากไม่มีการตอบโต้จริงจังจากรัฐไทยและภูมิภาค อินโดจีนจะกลายเป็น “Safe Haven” สำหรับทุนผิดกฎหมาย
1. ประชาชนไทย จะถูกดูดเงินจากกลโกงออนไลน์มากขึ้น เงินออมถูกเปลี่ยนมือให้กลุ่มทุนมืด
2. สถาบันการเงินไทย จะถูกมองว่า “ฟอกเงินให้กลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ” และอาจโดนมาตรการกดดันจากสหรัฐหรือ FATF
3. ความมั่นคงไซเบอร์ไทย จะอ่อนแอลงทุกวัน หากรัฐยังนิ่งเฉยกับกลุ่มแฮกเกอร์ที่เริ่มปฏิบัติการแบบ IO
4. ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน จะตึงเครียด ไทยต้องคุมด่านเข้ม ทำให้เศรษฐกิจชายแดนทรุด
และในท้ายที่สุด หากไทยยังไม่ลงมือจัดการจริงจังกับผู้มีอิทธิพลที่สมรู้ร่วมคิดในประเทศ — ไทยจะกลายเป็น "จุดอ่อนของภูมิภาค" ที่แก๊งอาชญากรรมใช้เป็นทางผ่านและแหล่งพักเงิน

ข้อเสนอแนะเบื้องต้น
ไทยต้องเลิกอายที่จะ “พูดความจริงกับกัมพูชา” ว่ากำลังปล่อยให้แก๊งหลอกลวงทำลายคนในภูมิภาค
ต้องใช้ “ปฏิบัติการแบบ 2 ด้าน” คือทั้งเจรจาในเวทีระหว่างประเทศ และ ปราบปรามผู้สมรู้ร่วมคิดในไทยเอง
ต้องกล้ายื่นมือร่วมมือกับชาติใหญ่ในเรื่องข่าวกรองไซเบอร์และเส้นทางเงิน — อย่าปล่อยให้ฮุน โต หรือ Huione ลอยนวล นี่ไม่ใช่แค่เรื่องอาชญากรรม แต่มันคือ “การสู้รบทางเศรษฐกิจและข้อมูลข่าวสาร” ที่กำลังเกิดขึ้นในเงามืดของอินโดจีน

หากท่านผู้อ่านยังคิดว่าเรื่องนี้ไกลตัว ลองย้อนดูในมือถือของท่าน มีใครเคยแชตมาหลอกให้ลงทุนไหม?
ถ้าเคย — แสดงว่าศึกนี้…เข้าบ้านท่านแล้ว
“ปราชญ์ สามสี”
เพื่อความเข้าใจของประชาชน...ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป

กระทรวงไหนที่คนไทย อยากให้เปลี่ยนรัฐมนตรีมากที่สุด!!

เมื่อวานนี้ (14 มิ.ย. 68) รศ.ดร.สุณีย์ กัลยะจิตร และคณะ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผย ผลสำรวจประเด็น 'คนไทยต้องการปรับ ครม.หรือไม่" ของ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย เป็นการสำรวจทัศนคติและความคิดเห็นด้านสถานการณ์การศึกษาและปัญหาที่เป็นกระแสสังคม ในพื้นทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ คณะผู้วิจัยประยุกต์ใช้การวิจัยเชิงสำรวจด้วยการลงพื้นที่สัมภาษณ์แบบเผชิญหน้า (face to face) และการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ (phone survey) โดยใช้แบบสัมภาษณ์ผ่านช่องทางออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 11,802 ตัวอย่าง ในช่วงระหว่างวันที่ 5 -11 มิถุนายน 2568 ผลการศึกษาสรุปสาระสำคัญ ที่น่าสนใจ

ได้แก่ ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นในประเด็น ท่านต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี (ครม.)หรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 87.6 ระบุว่า ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี (ครม.)

สาเหตุหลักที่ทำให้ประชาชนต้องการให้มีการปรับ ครม. สะท้อนถึงความไม่พอใจในประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง การขาดภาวะผู้นำ และความชัดเจนในการบริหาร การไม่ทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้

รวมถึงปัญหาด้านการทุจริต ความไม่โปร่งใส และการไม่ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการและคุณภาพชีวิต รวมถึงปัญหาเฉพาะพื้นที่ อย่างปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นต้น

ขณะที่ ความคิดเห็นประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสำรวจ หรือร้อยละ 12.4 ระบุว่า ไม่ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี (ครม.)

โดยเหตุผลที่ยังไม่ต้องการให้มีการปรับ ครม. ส่วนใหญ่มาจากการรับรู้ถึงประสิทธิภาพและความตั้งใจในการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ความเชื่อมั่นในความซื่อสัตย์ การเห็นว่ารัฐบาลเข้าใจประชาชน รวมถึงความต้องการให้เกิดความเสถียรภาพและการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพัฒนาประเทศดำเนินต่อไปได้ และมีความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรีใหม่ อาจนำมาซึ่งปัญหาด้านประสบการณ์ ความขัดแย้ง หรือการเล่นเกมการเมือง แทนที่จะเป็นการสร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

เมื่อสอบถามถึงกระทรวงที่ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีมากที่สุด 5 อันดับ พบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด หรือร้อยละ 46.75 ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีในส่วนของกระทรวงกลาโหมมากเป็นอันดับหนึ่ง

รองลงมาอันดับสองคือ กระทรวงการคลัง ร้อยละ 41.86 อันดับสาม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร้อยละ 38.26 อับดับสี่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยละ 28.93 อันดับห้า มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร้อยละ 27.89 และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 27.88 ตามลำดับ ฯลฯ

เธอคือผู้หญิงที่เพียบพร้อม บนศักดิ์ศรีของความเป็นไทย

เมื่อวานนี้ (14 มิ.ย. 68) นายวิชัย ทองแตง ประธานที่ปรึกษากลุ่มบริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด และ ประธานกรรมการ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้ให้เกียรติขึ้นเวที กล่าวต้อนรับ "โอปอล สุชาตา“ กลับประเทศไทยในฐานะ Miss World 2025 โดยท่านได้กล่าวว่า ...

มงกุฎเกียรติยศ มักจะมาพร้อมด้วยน้ำตาเสมอ เป็นน้ำตาแห่งความปิติ และความภาคภูมิ และสาวน้อยผู้พิชิตมงกุฎอันนี้มาได้ เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวแทนของความงดงาม เยี่ยงไทยเท่านั้น แต่เธอ เปล่งประกายไปทั้งโลก เธอคือผู้หญิงที่เพียบพร้อม จริงๆ บนศักดิ์ศรีของความเป็นไทย

โอปอล บอกว่า เธอจะทิ้งร่องรอยแห่งความหมาย และความมุ่งมั่นของเธอ เธอจะทิ้งร่องรอยแห่งแสงสว่าง และร่องรอยของความเข้มแข็ง ไว้ในประเทศนี้ ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของเธอ

ซึ่งหลังจากที่ คุณวิชัย ทองแตง ได้พูดจบ เสียงปรบมือก็ได้ดังกึกก้อง!! เป็นภาพบรรยากาศที่น่าประทับใจเป็นอย่างมาก

ผมนึกถึงตอนสมัยผมเรียนหนังสือ เพื่อนที่เกเรบางคน ไม่เข้าห้องเรียน แล้วพอสอบตก ก็โวยวายว่า เรื่องที่สอบ ครูยังไม่สอน

(15 มิ.ย. 68) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ...

หนีเรียน แล้วมาด่าครู

ตามที่นาย ศาสตรา ศรีปาน สส.สงขลา ได้โพสต์ข้อความใน fb แสดงข้อข้องใจในความล่าช้า ถึงการร่างกฎหมายเกี่ยวกับพลังงานของท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รวมทั้งตำหนินโยบายการทำงานของท่าน ว่าการลดราคาพลังงานที่เป็นอยู่ เป็นการอุดหนุนโดยใช้ภาษีประชาชน เวลาลงพื้นที่ไม่สามารถตอบคำถามประชาชนได้

ผมอยากจะนำเรียน ข้อมูลดังนี้นะครับ 
1. เรื่องการลดราคาพลังงาน ในการลดราคาน้ำมันนั้น ท่านพีระพันธุ์ฯได้ประกาศลดเงินกองทุนน้ำมันลง และใช้วิธีให้บริษัทน้ำมันแจ้งต้นทุนราคาน้ำมัน ซึ่งท่านพีระพันธุ์ฯ ยังใช้วิธีขอข้อมูล จากกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร มาประเมินร่วมกัน จากความขยันของท่าน ทำให้บริษัทน้ำมัน ให้ความร่วมมือ ในการควบคุมราคา ดังจะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันนี้ ราคาน้ำมันไม่ได้ขึ้นลงตามอำเภอใจเหมือนในอดีต
2. ในเรื่องของ ค่าไฟฟ้า ตอนท่านพีระพันธุ์ฯ มารับตำแหน่ง ค่าไฟจะปรับไปที่ 4.70 ท่านตรึงราคาอยู่ที่ 4.18 และ 4.15 ตามลำดับ จนล่าสุดปรับลงมาที่ 3.98 โดยใช้เงินกองทุนดูแลผู้ใช้ไฟ ที่ต้องนำส่ง กกพ. ซึ่งเป็นกองทุนที่ไม่ควรมี เพราะเก็บจากค่าไฟของพวกเรา ซึ่งตั้งแต่ท่านรับตำแหน่งสามารถประหยัดเงินให้พวกเราถึงราว 275,000 ล้านบาท ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า จึงไม่ได้ใช้ภาษีของประชาชนมาอุดหนุนครับ

3.ในการร่างกฎหมายนั้น ในแต่ละฉบับมีเป็นร้อยมาตรา ท่านนั่งเขียนของท่านคนเดียวเพื่อให้งานออกมาเร็ว เสร็จแล้วให้ทีมงานช่วยกันตรวจทาน หลังจากนั้นต้องส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกฎหมายแต่ละฉบับตรวจสอบให้ข้อคิดเห็น ซึ่งหน่วยงานแต่ละหน่วยอยู่นอกบังคับบัญชาของท่านเขาก็ตรวจอย่างละเอียดท่านไม่สามารถเร่งรัดได้ หลังจากนั้นยังต้องรับฟังความคิดเห็น แล้วนำมาแก้ไข เพราะกฎหมายใช้บังคับกับคนทั้งประเทศ จึงต้องละเอียดและรอบคอบ ซึ่งเป็นขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ ในตอนนี้กฎหมายปลดล็อคโซลาร์รูฟจากที่ต้องขออนุญาตติดตั้งจาก 5 หน่วยงานเป็นติดตั้งเสรี ก็ผ่านขั้นตอนต่างๆ น่าจะนำเสนอ ครม.ได้ภายใน ก.ค.นี้ เพื่อนำเข้าสภาฯต่อไป ต่อไปก็จะเป็น กฎหมายเกี่ยวกับน้ำมัน,ไฟฟ้า และก๊าซ ที่ท่านก็พยายามดำเนินการอยู่

ข้อมูลต่างๆเหล่านี้ ท่านพีระพันธุ์ฯก็ชี้แจงทุกครั้งที่มีการประชุม ซึ่งเมื่อมีผู้ซักถามท่านก็ตอบทุกครั้ง เหตุการณ์นี้ทำให้ผมนึกถึงตอนสมัยผมเรียนหนังสือ เพื่อนที่เกเรบางคน ไม่เข้าห้องเรียน แล้วพอสอบตก ก็โวยวายว่าเรื่องที่สอบครูยังไม่สอน เหนื่อยใจครับ

เรือพิฆาตอังกฤษ เข้าสู่มหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ เมื่อคืนนี้โดยมีเป้าหมาย นำขีปนาวุธของอิสราเอล ไปยังอิหร่าน

(15 มิ.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

เรือพิฆาตสอดแนมของอังกฤษหยุดอยู่ที่ทะเลโอมานโดยอิหร่าน

เรือพิฆาตอังกฤษซึ่งเข้าสู่มหาสมุทรอินเดียตอนเหนือเมื่อคืนนี้โดยมีเป้าหมายเพื่อนำขีปนาวุธของอิสราเอลไปยังอิหร่าน ได้ถูกระบบข่าวกรองทางทะเลตรวจพบทันที โดรนรบของกองทัพเรือได้ส่งคำเตือนและป้องกันไม่ให้เรือดังกล่าวเคลื่อนตัวเข้าใกล้อ่าวเปอร์เซียมากขึ้น เรือพิฆาตดังกล่าวจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทาง

อิหร่าน อาจปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ที่เชื่อมอ่าวโอมาน กับทะเลอาหรับ

(15 มิ.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Ethan Hunts’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

อิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเชื่อมอ่าวโอมานกับทะเลอาหรับ ซึ่งเป็นช่องทางคมนาคมขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางสู่เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(ซึ่งรวมถึงไทยด้วย) นั่นคือเหตุผลที่มีผู้คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบจะทะลุ 100 เหรียญ/บาร์เรล

หลังจากที่ทางการอิหร่านพบเรือพิฆาตของอังกฤษลอยลำในอ่าวโอมาน คาดว่าเป็นตัวส่งพิกัดให้ขีปนาวุธของอิสราเอลใช้โจมตีอิหร่าน

สมุทรปราการ-นายกแพรกษาใหม่ เปิดกิจกรรม โครงการแข่งขันกีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชนตำบลแพรกษาใหม่

วันที่ 15 มิถุนายน 2568 ที่สนามกีฬาเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม "โครงการแข่งขันกีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน ตำบลแพรกษาใหม่" ประจำปี 2568 

โดยมี นายณัฐพล บุญริ้ว รองนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ ในนามของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำโดย กำนันธนสัน วสันต์ กำนันตำบลแพรกษาใหม่ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ และประชาชนชาวชุมชนตำบลแพรกษาใหม่ ทั้ง 7 หมู่ เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้

ด้านนายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ กล่าวว่า กิจกรรมการแข่งขันกีฬาชุมชนในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนทุกลุ่มได้ออกกำลังกายและเล่นกีฬาเป็นประจำต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนและเยาวชนหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและห่างไกลยาเสพติด เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนมีความสามัคคีในหมู่คณะ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์การแข่งขันกีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน ตำบลแพรกษาใหม่

ทั้งนี้ แบ่งนักกีฬาออกเป็น 7 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 สีเหลือง หมู่ที่ 2 สีส้ม หมู่ที่ 3 สีแดง หมู่ที่ 4 สีชมพู หมู่ที่ 5 สีเขียว หมู่ที่ 6 สีฟ้าและหมู่ที่ 7 สีน้ำเงิน โดยแบ่งการแข่งขันกีฬา ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1. การแข่งขันกีฬาสากล ฟุตบอล 7 คน ไม่จำกัดอายุ จำนวน 7 ทีม 2. การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน วิ่งเปี้ยว (ซุปเปอร์แมน) วิ่งกระสอบ ประเภทวิ่งทางตรง และวิ่งผลัด ตีกอล์ฟคนจน ทีมกินวิบาก วิ่งเรือบก และแชร์บอลน้ำ

ซึ่งการจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชนตำบลแพรกษาใหม่ครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณและความร่วมมือเป็นอย่างดี จากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าจังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจนผู้บริหารท้องถิ่น ฝ่ายปกครองตำบลแพรกษาใหม่ บุคลากรและเจ้าหน้าที่ ส่วนราชการต่าง ๆ ของเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top