Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

ชัยวัฒน์เดือด!!...โต้คำสั่งไล่ออกพ้นข้าราชการ ลั่นปลัด ทส. เจอกันในศาล หลังเอกสารหลุดว่อนเน็ต

(16 มิ.ย. 68) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. แสดงความไม่พอใจต่อกรณีเอกสารคำสั่งไล่ออกจากราชการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) หลุดว่อนโซเชียล ทั้งที่ตนยังไม่เคยเห็นหนังสือลับฉบับดังกล่าว และเตือนปลัดกระทรวงฯ ให้เตรียมชี้แจงต่อศาล

กรณีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. ลงนามในคำสั่งไล่นายชัยวัฒน์ออกจากราชการ ตามมติ อ.ก.พ. กระทรวงฯ และความเห็นชี้มูลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า นายชัยวัฒน์กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจากโครงการก่อสร้างในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยมีพฤติกรรมจัดฉากประกวดราคาลวง และเบิกจ่ายผิดระเบียบจนเกิดความเสียหาย

คำสั่งระบุชัดว่านายชัยวัฒน์มีพฤติกรรมทุจริตและฝ่าฝืนระเบียบราชการหลายประการ เช่น การใช้นิติบุคคลเข้าประมูลแบบไม่แข่งขันจริง รวมถึงปลอมแปลงการควบคุมงานก่อสร้างและรับรองผลงานที่ไม่เป็นไปตามแบบ เพื่อเบิกจ่ายงบประมาณกว่า 3.5 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งมีการหักลบกลบหนี้ให้กับตนเอง

ในโพสต์เฟซบุ๊ก นายชัยวัฒน์ยืนยันว่าเป็น “ผู้ถูกกระทำ” และตั้งคำถามว่าเหตุใดเอกสารภายในของ อ.ก.พ. จึงรั่วไหลออกมาสู่สื่อได้ โดยชี้ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายอาญา พร้อมประกาศเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับปลัดกระทรวงฯ ในฐานะผู้มีอำนาจลงนามคำสั่ง และอาจมีส่วนในการปล่อยเอกสารสู่สาธารณะ

ทั้งนี้ คำสั่งไล่ออกมีผลตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2567 เป็นต้นไป โดยนายชัยวัฒน์ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค. หรือฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ตามสิทธิ์ทางกฎหมายภายในกำหนดเวลา โดยต้องเลือกใช้สิทธิ์เพียงช่องทางเดียว

‘ดร.ปิติ’ ดึงสติคนไทยปมชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่หลงเหลี่ยมกลุ่มอำนาจในกรุงเทพและพนมเปญ

รศ. ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กต่อกรณีกัมพูชาส่งหนังสือถึงศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

1. คนไทยควรทำจิตใจให้เข้มแข็ง เข้าใจสภาพความเป็นจริงก่อนว่า ชายแดนไทย-กัมพูชา ยาว 798 กิโลเมตร มีความขัดแย้งกัน 4 จุด ดังนั้นอย่าให้ประเด็นขัดแย้ง 4 จุดกลายเป็นความเกลียดชังระหว่างคนไทยและคนเขมร และปัญหาจริงๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาของคนในพื้นที่ แต่เป็นปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนของกลุ่มอำนาจการเมืองในกรุงเทพและพนมเปญ เราต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์อย่างมีสติ เพราะในความเป็นจริง คนไทยและคนกัมพูชามีความสัมพันธ์ที่ดีเกื้อกูลซึ่งกันและกันมาตลอดประวัติศาสตร์ เราเรียนรู้จากเขา เอามาพัฒนา เขาเรียนรู้จากเรา เอาไปปรับใช้ ทั้งสองรัฐถึงพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นพันปี

2. คนไทยต้องศึกษาข้อมูลให้มาก เอกสารที่สมควรต้องอ่านและทำความเข้าใจด้วยตนเอง อย่าให้ใครมาชี้นำได้คือ MOU2543, MOU2544 (เอกสาร 2 ฉบับนี้ยาวรวมกันไม่ถึง 8 หน้ากระดาษ), คำตัดสินกรณีเขาพระวิหาร (ทั้ง 2 รอบ) แผนที่ 1:200000 ระวางดงรัก, และ แผนที่ 1:50000 L7017 (ของเก่า) และ L7018 (ของใหม่)

3. เป้าหมายสำคัญที่สุดของไทยและกัมพูชา คือ การสร้างชายแดนให้เป็นจุดเชื่อมโยงแห่งโอกาส โอกาสการค้า โอกาสการลงทุน โอกาสการเข้าถึงทรัพยากร โอกาสการเข้าถึงตลาด โอกาสพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน โอกาสสร้างความมั่งคั่งให้คนในพื้นที่ โอกาสพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน โอกาสเชื่อมโยงระบบ Logistics ฯลฯ อย่าละทิ้งโอกาสเพราะนักการเมืองชั่วๆ ที่เมืองหลวงที่มีผลประโยชน์ร่วมกันของเครือญาติครอบครัว แต่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของชาติทั้งสองมาทำให้เราเสียโอกาส ดังนั้นชายแดน 798 กิโลเมตรต้องเดินหน้าหา solution ที่ยั่งยืนร่วมกัน ถ้าแผนที่มีปัญหาก็ใช้เทคนิคสมัยใหม่ในการจัดทำแผนที่ร่วมกัน Delimitation และเริ่มต้น Demarcation กันใหม่ทั้งหมด โดยยึดเอาประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นหลัก แล้วจริงๆ แผนที่ที่มีปัญหาก็มีไม่กี่ตำแหน่งในระวางเดียว ที่เหลือก็ต้องยึดหลักการสากล ซึ่งก็คือ สันปันน้ำ

4. ไทยต้องตั้งศูนย์เฉพาะกิจของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (นายกฯ รองนายกฯ กลาโหม ต่างประเทศ คลัง คมนาคม DE มหาดไทย ยุติธรรม กองบัญชาการกองทัพไทย และเลขาธิการ สมช) เป็นเสมือน War room ติดตามสถานการณ์ วางยุทธศาสตร์ยุทธวิธี และสื่อสารเชิงกลยุทธ์จากจุดเดียวให้ทั้งประชาชนไทย และประชาคมโลกเข้าใจถูกต้องตรงกัน แถลงแบบช่วงการระบาดโควิดเลยในทุกวาระที่มีความตึงเครียด โดยแถลง 3 ภาษา ไทย อังกฤษ และขแมร์ ผ่านช่องทางที่เป็นทางการ และห้ามคนที่ไม่รู้เรื่อง คนที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ออกมาพูด เพื่อป้องกันความสับสน

5. ไทยต้องยืนยันเป็นเอกสารอย่างชัดเจนว่าเราไม่ยอมรับอำนาจศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ICJ แสดงหลักฐานที่มีทั้งหมดที่เราปฏิเสธอำนาจ ICJ ในทุกวาระ

6. ไทยต้องแสดงหลักฐานว่าเรามีกลไกในการจัดการชายแดนและระงับข้อพิพาทอยู่แล้วระหว่าง 2 ประเทศ นั่นคือ MOU2543 ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ ฝ่ายกัมพูชาทำเสียมารยาท เพราะทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพการประชุม  JBC ตาม MOU2543 อยู่แท้ๆ แต่กัมพูชากลับดำเนินการละเมิดข้อ 8 ของ MOU2543 เสียเองโดยการนำเรื่องขึ้นสู่ ICJ ทั้งที่ MOU2543 ข้อ 8 บัญญัติว่า "ข้อ 8 (การเจรจา) ให้ระงับข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดจากการตีความหรือการบังคับใช้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้โดยสันติวิธีด้วยการปรึกษาหารือและการเจรจา"

7. ไทยต้องแสดงหลักฐานทั้งคำให้การ ภาพถ่าย บันทึกต่างๆ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาเขมร ย้ำว่าต้องทำเอกสารและแถลงเป็นภาษาเขมรด้วย ของการละเมิด MOU2543 ข้อ 5 ที่ฝ่ายกัมพูชาเคยละเมิดมาแล้วกว่า 400 ครั้งในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา MOU2543 ข้อ 5 บัญญัติว่า "ข้อ 5 (ข้อตกลงห้ามเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมพื้นที่ชายแดน) เพื่ออำนวยความสะดวกให้การสำรวจตลอดแนวเขตแดนทางบกร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล หน่วยงานของรัฐบาลกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเหล่านั้นจะงดเว้นการดำเนินการใดๆที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชายแดน เว้นแต่จะเป็นการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วมเพื่อประโยชน์ในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน

8. Soft power ให้ทุนการศึกษา ให้เด็กนักเรียนที่เก่งที่สุดในทุกระดับจากกัมพูชามาเรียนหนังสือในไทย (ให้เงินเดือน ให้ค่าที่อยู่ ให้ค่ารักษาพยาบาล ให้ค่าเทอม ซึ่งเงินทั้งหมดก็ตกอยู่ในประเทศไทย เพราะเขาเข้ามากินมาอยู่ในไทย), สนับสนุนงานวิจัยร่วมไทย-กัมพูชาในมิติที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน, ให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลชาวกัมพูชาที่ข้ามแดนมา, ส่งกองทัพออกไปเก็บกู้วัตถุระเบิด, ทำให้การจ้างแรงงานกัมพูชาสะดวกและถูกกฎหมาย, ให้การสนับสนุน  NGOs/CSOs กัมพูชาที่ทำงานด้านการพัฒนาและการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมให้เอกชนไทยไปลงทุนในกัมพูชา เพื่อให้เขาเห็นว่า การเป็น Friend of Thailand ดีกว่าที่เขาจะเกลียดประเทศไทย ศัตรูของเขาไม่ใช่คนไทย แต่เป็นระบบการเมืองที่มีปัญหา

9. ตัดกระแสไฟฟ้า ตัดอินเทอร์เน็ต สำหรับกิจการที่ใช้ไฟฟ้าและอินเตอร์เน็ตจากไทยในปริมาณมากๆ เพราะส่วนใหญ่คือ กิจกรรมการพนันและ scam center, fraud factory ห้ามบุคคลที่จะเดินทางออกไปเล่นการพนันไม่ให้ข้ามพรมแดน (สังเกตจากคนพวกนี้จะมีนายหน้าของบ่อนดำเนินการเรื่อง border pass) เพราะบ่อนและ scam center เป็นท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ในขณะที่หากเป็นกิจกรรมปกติ ค้าขาย ข้ามแดนเพื่อท่องเที่ยว ทำงาน ให้อำนวยความสะดวกตามปกติ เพื่อไม่ให้ประชาขนเดือดร้อน รวมทั้งให้กองทัพและ ตชด. ลาดตระเวนให้พื้นที่ช่องทางธรรมชาติให้มีความถี่สูงขึ้น

10. กระทรวงการต่างประเทศต้องเรียกให้เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยมาชี้แจง และรับนโยบายของฝ่ายไทย รวมทั้งกำหนดว่า หากมีปัญหาอีก คงต้องดำเนินการจากเบาไปหาหนักในสัดส่วนที่เหมาะสม

‘พล.ท.ไชยสิทธิ์’ เผย!! อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย ‘กฎหมายทะเล’ ชี้!! โลกกำลังเปลี่ยนแปลง มีประเทศที่ตีความ และใช้อนุสัญญาในทางที่ผิด

(15 มิ.ย. 68) ข้อมูลเกี่ยวกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ซึ่งปี พ.ศ.๒๕๖๗ ครบรอบ ๓๐ ปีที่อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลมีผลใช้บังคับ โดยเมื่อวันที่ ๕ มิ.ย.๖๗ นายเหมียว เต๋ออี่ว์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศของจีนได้กล่าวในการประชุมวิชาการนานาชาติเรื่องไหล่ทวีปและประเด็นทางวิทยาศาสตร์ระดับ "ภูมิภาค" และกฎหมาย ครั้งที่ ๗ ผ่านวิดีโอว่า 

ปัจจุบัน โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบศตวรรษ และระเบียบทางทะเลระหว่างประเทศก็กำลังอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนอย่างลึกซึ้งเช่นกัน จากผลประโยชน์ที่เห็นแก่ตัวทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ละประเทศตีความและใช้อนุสัญญาในทางที่ผิด ดำเนินตามลัทธิฝ่ายเดียว และแสวงหาอำนาจเป็นเจ้าโลกทางทะเล ในเวลาเดียวกัน กิจกรรมของมนุษย์ นวัตกรรมทางเทคโนโลยีทางทะเล และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้นำประเด็นใหม่ ๆ จำนวนมากมาสู่ธรรมาภิบาลมหาสมุทรโลก ซึ่งประชาคมระหว่างประเทศจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

นายเหมียว เต๋ออี่ว์ ชี้ให้เห็นว่า อนุสัญญานี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ร่วมกันของมวลมนุษยชาติ และคำนึงถึงข้อเรียกร้องที่แตกต่างกัน การประชุมดังกล่าวเป็นข้อตกลงสำหรับ “การใช้งาน” ที่ทุกประเทศเข้าถึงได้ผ่านการปรึกษาหารือที่เท่าเทียมกัน ความเข้าใจร่วมกัน และความร่วมมือ การดำเนินการตามอนุสัญญาควรซื่อสัตย์ต่อวัตถุประสงค์ หลักการ รวมทั้งบทบัญญัติที่ชัดเจน มหาสมุทรเป็นสะพานที่เชื่อมโยงและบูรณาการประเทศต่างๆ จึงไม่ควรกลายเป็นเวทีการเมืองระหว่างประเทศ โดยต้องเคารพอธิปไตย ผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและการพัฒนาของทุกประเทศ สนับสนุนการเจรจาและการปรึกษาหารือ และต่อต้านการใช้ความแข็งแกร่งทางทหารที่จะนำ "เสรีภาพอันไร้ขอบเขต" ไปปฏิบัติ

นายเหมียว เต๋ออี่ว์ เน้นย้ำว่า จีนยินดีที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของอนุสัญญา และร่วมกันสร้างระเบียบทางทะเลแห่งสันติภาพ ความเงียบสงบ และความร่วมมือที่ได้ประโยชน์แบบ win-win

ประมวลโดย พลโท ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล

‘สงครามไซเบอร์ไทย – กัมพูชา’ ปะทุเงียบ!! เจาะกลุ่ม NDTSEC 2.0: IO เขมรถล่มไทย

(16 มิ.ย. 68) ปราชญ์ สามสี โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กว่า.. “สงครามไซเบอร์ไทย–เขมร” ปะทุเงียบ! รู้จัก NDTSEC 2.0: แฮกเกอร์กัมพูชาที่จ้องถล่มโครงสร้างไทยจากหลังคีย์บอร์ด

ไม่ต้องใช้รถถัง ไม่ต้องปะทะหน้าด่าน แต่ใช้บอท–ไวรัส–ดาร์กเว็บเป็นอาวุธ “NDTSEC 2.0” คือชื่อที่กำลังถูกจับตาในวงการความมั่นคงไซเบอร์ของไทย

เพราะนี่ไม่ใช่แค่กลุ่มแฮกเกอร์ธรรมดา…แต่มันคือ “หน่วยรบ IO” ที่แฝงเจตนาโจมตีไทยอย่างเป็นระบบ

ใครคือ NDTSEC 2.0?

NDTSEC 2.0 คือกลุ่มแฮกติวิสต์สัญชาติกัมพูชาที่ปรากฏตัวตั้งแต่ปี 2023 โดยอ้างตัวว่าเป็น “ทีมไซเบอร์ของชาวเขมร” มีเป้าหมายตรงไปตรงมาคือ “โจมตีประเทศไทย” ในนามแคมเปญ #OpThailand กลุ่มนี้ไม่ใช่แค่เล่นแฮ็กเอาสนุก แต่พวกเขาทำอย่างเป็นระบบ มีการวางแผน มีเป้าหมาย และ “ประกาศศึกอย่างเป็นทางการ” ผ่าน Telegram ทุกครั้งที่โจมตีสำเร็จ

เป้าหมายของการโจมตี
กลุ่มนี้มี แนวคิดชาตินิยมแบบสุดโต่ง ใช้ประเด็นขัดแย้งวัฒนธรรม เช่น การสร้างวัดไทยที่มีลักษณะคล้าย “ปราสาทนครวัด” เป็นจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่ตามมาคือการโจมตีหน่วยงานไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะ…

เว็บไซต์ราชการไทย (กระทรวงการคลัง, กรมบัญชีกลาง, การบินไทย, ท่าอากาศยานอู่ตะเภา)  ธนาคารพาณิชย์ (ถูกระบุ 9 แห่งว่าเป็น “เป้าหมายทางยุทธศาสตร์” บนดาร์กเว็บ)

บริษัทเอกชน เช่น Delta Electronics, Mega Planet (ซึ่งกลุ่มอ้างว่าได้ข้อมูลผู้ใช้กว่า 1GB ไปเผยแพร่แล้ว)

วิธีการรบ: มากกว่าแค่ DDoS

กลุ่มนี้ไม่ได้ยิงทราฟฟิกจนเว็บล่มแล้วจบ แต่มีการใช้เทคนิคขั้นสูง เช่น SQL Injection: เจาะฐานข้อมูลดึงข้อมูลภายใน Doxing: เปิดเผยข้อมูลบัญชี–รหัสผ่าน–ข้อมูลลูกค้า Defacement: เปลี่ยนหน้าเว็บเพื่อประกาศชัยชนะ IO (Information Operations): ใช้ Telegram เป็นสื่อประกาศผลงาน แสดงภาพการแฮ็ก สร้างความหวาดกลัว

“ปืนไม่ได้ยิง แต่ใจไทยสะเทือน”
แม้หลายการโจมตีของ NDTSEC 2.0 จะส่งผลให้เว็บไซต์ไทยล่มเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่ผลกระทบเชิง จิตวิทยา–ความเชื่อมั่น–ภาพลักษณ์ กลับรุนแรงกว่าที่คิด เพราะ... ทำให้ประชาชนเริ่ม “หวั่นไหว” กับความปลอดภัยไซเบอร์ไทย

ถูกบางสื่อไทยขยายความ จนเกิด “กระแสเกลียดเขมร” บนโซเชียล (เป็น IO ซ้อน IO) บีบให้หน่วยงานไทยต้องลงทุนกับระบบป้องกันไซเบอร์ในเวลาอันรวดเร็ว

เชื่อมโยงกับกลุ่มอื่น?

NDTSEC 2.0 ไม่ได้ทำงานคนเดียว พวกเขา ร่วมมือกับ: Anonymous Cambodia: กลุ่มเก่าที่เคยโจมตีรัฐบาลกัมพูชาเอง แต่ตอนนี้หันมาเล่นบท “ชาตินิยมเขมร”

Cyber Skeleton: กลุ่มเงียบๆ ที่เป็นแนวร่วมสนับสนุนด้านเทคนิค ทั้งหมดใช้ #OpThailand เป็นชื่อปฏิบัติการ พร้อมกันกับการโพสต์ผลงานใน Telegram แบบ “ปูพรมข่าวรบ”

วิชาการเบื้องหลัง: นี่คือ “สงครามข่าวสารสมัยใหม่”

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การแฮ็กเพื่อเงิน ไม่ใช่การขู่เรียกค่าไถ่ แต่คือการใช้ไซเบอร์เป็นเครื่องมือในปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) เพื่อ…บ่อนทำลายความเชื่อมั่น ของรัฐไทย สร้างกระแสชาตินิยม ให้คนเขมรเห็นว่ามีคน "ลุกขึ้นสู้" ปลุกปั่นสังคมไทย ให้เกิดความแตกแยกในเรื่องวัฒนธรรม–เชื้อชาติ
นี่คือ “ไซเบอร์นารเรทีฟ” ที่ใช้เรื่องเล่าและการโจมตีเป็นเครื่องมือปลุกกระแส ทั้งในโลกออนไลน์และในหัวประชาชน

แล้วไทยจะรับมือยังไง?

ไทยมีการแจ้งเตือนจากศูนย์ TTC-CERT อย่างทันท่วงที และหน่วยงานด้านความมั่นคงไซเบอร์กำลังเสริมเกราะให้กับระบบของรัฐและเอกชน แต่สิ่งที่ต้องตระหนักเพิ่มคือ…

อย่าแชร์ข่าวแบบไร้แหล่ง เพราะอาจเป็นการช่วยขยาย IO ให้กลุ่มแฮกเกอร์เอง อย่าเหมารวมชาวกัมพูชา ทั้งประเทศว่าคือผู้ร้าย เพราะ NDTSEC มีสมาชิกเพียงหยิบมือ รัฐต้องสร้างความรู้เท่าทันไซเบอร์ ให้ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการรักษาข้อมูลส่วนตัว

สรุป: สงครามครั้งนี้อยู่ในมือถือคุณ

ถ้าเมื่อก่อนสงครามอยู่ในสนามรบ วันนี้ “สงครามอยู่ในแอป Telegram” กลุ่มแฮกเกอร์ไม่ได้มาด้วยปืน แต่มาด้วยโปรแกรม เป้าหมายไม่ใช่เพื่อยึดพื้นที่ แต่เพื่อ “ยึดพื้นที่ในใจคุณ”

ประเทศไทยต้อง ตื่นรู้และตื่นตัว เพราะภัยไซเบอร์ในวันนี้คืออาวุธแห่งอนาคต และมันเริ่มต้นแล้ว…จากชายแดนจรดโลกดิจิทัล

‘โมฮัมหมัด บินซัลมาน’ แห่งซาอุดีอาระเบีย ย้ำ!! ปธน.อิหร่าน พร้อม!! ยืนหยัดอยู่เคียงข้าง โลกอิสลามทั้งมวล มีความเป็นหนึ่งเดียว

(15 มิ.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘เจาะลึกตะวันออกกลาง’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

MBS แห่งซาอุฯ อยู่เป็น 

โมฮัมหมัด บินซัลมาน กล่าวกับ ปธน.อิหร่านในการสนทนาทางโทรศัพท์ว่า

ซาอุดีอาระเบียยืนหยัดอยู่เคียงข้างพี่น้องชาวอิหร่าน และในวันนี้ โลกอิสลามทั้งมวลมีความเป็นหนึ่งเดียวและสนับสนุนอิหร่านอย่างเต็มที่ 
ในทุกเวทีทางการทูต ข้าพเจ้ามุ่งมั่นสร้างแรงกดดันและเรียกร้องให้ยุติพฤติกรรมรุกรานของอิสราเอล

เรามีความเชื่อว่าอิสราเอลกำลังทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อเพิ่มระดับความตึงเครียดและดึงสหรัฐฯ เข้ามามีส่วนร่วมในความขัดแย้งครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เราเชื่อมั่นว่าการตอบสนองอย่างรอบคอบและมีสติของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะทำให้อิสราเอลไม่สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้

พูดง่ายๆ คือ ซัดกันไปก็อย่าให้ตรูโดนลูกหลงก็แล้วกัน 

อิหร่านเองก็ไม่ได้หวังให้ช่วย แต่อย่างน้อยอย่าขวางก็แล้วกัน

‘อิหร่าน’ ขอความช่วยเหลือจากรัสเซีย เพื่อต่อสู้กับ ‘อิสราเอล’ หลังการโจมตี!! โรงงานนิวเคลียร์ และแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส

(15 มิ.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘คัดข่าว’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

อิหร่านร้องรัสเซียช่วยทหารต้านอิสราเอล แต่ถูกปฏิเสธตามสนธิสัญญา

วันที่ 15 มิ.ย. 2568 สื่อบน X รายงานว่า อิหร่านพยายามขอความช่วยเหลือทางทหารจากรัสเซียเพื่อต่อสู้กับอิสราเอล หลังการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์และแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สเมื่อ 13-14 มิ.ย. 2568 

อย่างไรก็ตาม รัสเซียปฏิเสธ 

โดยย้ำว่าไม่มีภาระผูกพันตามสนธิสัญญาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่ลงนามเมื่อ 17 ม.ค. 2568 ระหว่างประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และมาซูด เปเซชเคียน 

สนธิสัญญานี้เน้นความร่วมมือด้านการค้า การทหาร และพลังงาน แต่ไม่มีข้อตกลงป้องกันร่วมเหมือนที่รัสเซียทำกับเกาหลีเหนือหรือเบลารุส 

ผู้เชี่ยวชาญจาก Carnegie Endowment ชี้ว่า สนธิสัญญานี้เป็นเพียงการยืนยันความสัมพันธ์ที่มีอยู่ ไม่ใช่พันธมิตรทหารเต็มรูปแบบ อิหร่านเผชิญความท้าทายจากความสูญเสียในซีเรียและการคว่ำบาตร ขณะที่รัสเซียระวังไม่ให้กระทบความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

‘อดีตสว.คำนูณ’ โพสต์แรง!! สะเทือนใจคนไทย ย้อนรอยคำพิพากษาศาลโลก ชี้!! กัมพูชาจงใจยื่น ICJ วันเดียวกันในปี 2568 หวังผูกไทย กับแผนที่เดิม

(15 มิ.ย. 68) นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า …

เขมรถือฤกษ์ 15 มิถุนา 2025

วันครบรอบ 63 ปีได้ปราสาทพระวิหาร

ยื่นศาล ICJ ไม่สน JBC หวังได้อีก 3 ปราสาท 1 พื้นที่

เป็นคนไทยต้องอดทน!!

ขอยืมคำของตัวละครในเรื่อง 2499 มาแปลงเพื่อระบายความรู้สึกช่วงนี้จริง ๆ เพราะขณะที่ได้ยินเสียงซ้ำ ๆ จากนายกฯแพทองธาร ชินวัตรว่าเข้าใจกัน ๆ กำลังคุยกัน ๆ และเจบีซี ๆ ๆ ๆ ๆ สมเด็จฮุนมาเนตก็แถลงผ่าน fb ก่อนประชุมเจบีซีไม่กี่ชั่วโมงรวมสองสามประการ

สำหรับผม ไฮไลท์อยู่ที่กำหนดการยื่นศาล ICJ

“กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ จะส่งจดหมายอย่างเป็นทางการถึงศาลโลกในวันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน 2025”

บอกตรง ๆ ขนลุก!!

จะบังเอิญหรือเจตนาไม่อาจทราบได้ แต่วันที่ 15 มิถุนายน 2025 หรือ 2568 มีความสำคัญกว่าวันธรรมดา ๆ ทั่วไป และก็ไม่ใช่วันอาทิตย์ธรรมดา ๆ ทั่วไปแน่นอน

เพราะเป็นวันครบรอบ 63 ปีของชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของกัมพูชาต่อไทยบนเวทีศาลโลก หรือ ICJ ในคดีพิพาทที่ต่อสู้กันทุกรูปแบบเกือบ 3 ปี

วันที่ 15 มิถุนายน 1962 หรือ 2505 คือวันอ่านคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารของ ICJ

ย้อนเวลาไป 63 ปี คนไทยทั้งเสียใจและโกรธกันครึ่งค่อนประเทศ

น้ำตาที่หลั่งออกมาท่วมท้นแผ่นดิน

วันนี้ ปิศาจแห่งคำพิพากษา 15 มิถุนายน 2505 ยังตามมาหลอกหลอนคนไทยอีก

ปิศาจตนนั้นใช้สิ่งที่เรียกว่าหลักกฎหมายปิดปาก หรือ Estoppel มาพันธนาการว่าประเทศไทยยอมรับแผนที่ฝรั่งเศสที่จัดทำขึ้นในปีค.ศ. 1908 แล้ว ก่อนจะปักมีดลงตรงขั้วหัวใจว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในอาณาเขตใต้อธิปไตยของกัมพูชา

แผนที่จะตรงกับการแบ่งเส้นเขตแดนไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศสที่ให้ยึดหลักสันปันน้ำตามอนุสัญญาค.ศ. 1904 หรือไม่ ไม่สำคัญ

เพราะเมื่อไทยผูกพันกับแผนที่ตามหลักกฎหมายปิดปากแล้ว แผนที่เขียนไว้อย่างไรก็ต้องเป็นไปตามแผนที่ – ปิศาจว่าไว้อย่างนั้น

แม้วันนี้เราไม่ได้พูดเรื่องปราสาทพระวิหาร

แต่ปราสาทอื่น ๆ บริเวณชายแดน และพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนหลายจุด ก็จะมีความเกี่ยวพันกับแผนที่ทั้งนั้น ไม่มากก็น้อย

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2505 ที่นำมาแถลงกับพี่น้องประชาชนบรรยายลักษณะปิศาจของคำพิพากษา 15 มิถุนายน 2505 ไว้ได้อย่างกระชับและมีพลัง

ขอนำบางตอนมาร่วมรำลึกความทรงจำเนื่องในโอกาสครบรอบ 63 ปีแห่งการหลั่งน้ำตาของคนไทยทั้งชาติดังนี้

“รัฐบาลขอแถลงให้ประชาชนชาวไทย และชาวโลกทั้งหลายทราบทั่วกันว่า ภายหลังที่ได้อ่านคำพิพากษาโดยตลอดแล้ว รัฐบาลมีความเสียใจที่ไม่อาจจะเห็นด้วยกับคำตัดสินของศาล ด้วยเหตุผลหลายประการทั้งในทางข้อเท็จจริง ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ และในทางหลักความยุติธรรม…

”ศาลมิได้ยึดตัวบทสนธิสัญญาระหว่างประเทศไทยและประเทศฝรั่งเศส แต่กลับยึดตามแผนที่ซึ่งขัดต่อตัวบทอันชัดแจ้งของสนธิสัญญา…

“ในการนี้ศาลอ้างเหตุที่ฝ่ายไทยมิได้ประท้วงความไม่ถูกต้องของแผนที่ เป็นทางให้ฝ่ายไทยจะต้องเสียอธิปไตยบนดินแดน แต่ในขณะเดียวกันไม่ใช้หลักเดียวกันนี้ขึ้นกล่าวอ้างแก่ฝ่ายกัมพูชาและฝรั่งเศสในเรื่องการปกครองของฝ่ายไทยเหนือเขาพระวิหารมาเป็นเวลาช้านานกว่า 50 ปี…

“นอกจากจะไม่ยอมรับฟังและหักล้างคารมและเหตุผลที่ฝ่ายไทยเสนอต่อศาลแล้ว ในคำพิพากษายังแสดงให้เห็นว่าไม่มีความพยายามสืบหาข้อเท็จจริงในท้องที่ให้แน่ชัด ทั้งไม่นำพาต่อความเห็นผู้เชี่ยวชาญการแผนที่...

”นอกจากนั้นยังมีข้อสำคัญอีกว่า แผนที่ซึ่งศาลถือเป็นหลักชี้ขาดให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารนั้น ก็เป็นแผนที่ซึ่งได้สร้างขึ้นผิดไปจากความแท้จริงแห่งภูมิประเทศอีกด้วย…

“…ฯลฯ…..”

จะประชุม JBC วันนี้ เมื่อวานนี้ผู้นำเขมรผู้ลูกประกาศแล้วว่าพรุ่งนี้จะยื่นเรื่องต่อ ICJ

มารอดูว่าผู้นำไทยผู้ลูกจะแผ่นเสียงตกร่องทำนองเจบีซี ๆ ๆ ๆ อีกหรือไม่

บอกแล้วไง-เป็นคนไทยต้องอดทน!!

คำนูณ สิทธิสมาน

14 มิถุนายน 2568

1 วันก่อนวันครบรอบ 63 ปีคำพิพากษาศาลโลกให้ไทยเสียปราสาทพระวิหาร

‘ปากีสถาน’ เตือน!! ‘สหรัฐฯ’ ลั่น!! พร้อมตอบโต้ทันที หาก ‘อิหร่าน’ ถูกโจมตี!! ด้วยนิวเคลียร์

(15 มิ.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘สุขศรี ชื่อนี้แม่ให้มา’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

โลกเดินมาถึงจุดที่สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แต่หากพิจารณาจากแนวโน้มและพันธมิตรทางการเมือง-การทหารในปัจจุบัน (ตั้งแต่กลางปี 2025 เป็นต้นไป) หากสงครามนี้บานปลายออกไปจนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็อาจแบ่งฝ่ายออกได้คร่าวๆ ดังนี้:

ฝ่ายที่อาจอยู่ฝ่ายเดียวกับ “สหรัฐอเมริกา” (กลุ่ม NATO และพันธมิตรตะวันตก)
- กลุ่ม NATO ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมดในปัจจุบัน 32 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม แคนาดา เดนมาร์ก ฝรั่งเศส ไอซ์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา กรีซ ตุรกี เยอรมนี สเปน เช็กเกีย (Czech Republic) ฮังการี โปแลนด์ บัลแกเรีย เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย โรมาเนีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย แอลเบเนีย โครเอเชีย มอนเตเนโกร นอร์ทมาซิโดเนีย ฟินแลนด์ สวีเดน - มีประชากรรวมประมาณ 952.7 ล้านคน (ข้อมูลปี 2025)
- ออสเตรเลีย - ประชากร 26.8 ล้านคน
- ญี่ปุ่น - ประชากร 123.1 ล้านคน
- เกาหลีใต้ - ประชากร 52.1 ล้านคน
- ยูเครน - ประชากร 38.98 ล้านคน
- ไต้หวัน - ประชากร 23.6 ล้านคน 
- อิสราเอล - ประชากร 9.40 ล้านคน

(จำนวนประชากรกลุ่มนี้ รวมทั้งหมด 1,225.7 ล้านคน)

ฝ่ายที่อาจอยู่ตรงข้าม “กลุ่มตะวันตก” (กลุ่มที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนและรัสเซีย)
- รัสเซีย - ประชากร 146 ล้านคน 
- จีน - ประชากร 1,424 ล้านคน
- อิหร่าน - ประชากร 90 ล้านคน
- ปากีสถาน - ประชากร 250 ล้านคน
- เยเมน - ประชากร 35 ล้านคน
- เกาหลีเหนือ - ประชากร 26.5 ล้านคน
- เบลารุส - ประชากร 9.4 ล้านคน 
- บางประเทศในแอฟริกา (ที่รับการสนับสนุนทางทหารจากรัสเซีย/จีน เช่น มาลี, ซูดาน ฯลฯ)

(จำนวนประชากรกลุ่มนี้ รวมทั้งหมด 1,981 ล้านคน)

ประเทศที่อาจเป็น “ตัวแปรหรือประเทศเป็นกลาง” (ขึ้นอยู่กับสถานการณ์)
- อินเดีย – แม้จะใกล้ชิดกับรัสเซียในอดีต แต่ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับสหรัฐ อาจวางตัวเป็นกลางหรือเอียงข้างขึ้นกับสถานการณ์
- บราซิล – ขึ้นอยู่กับรัฐบาลในขณะนั้น
- อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ไทย – ประเทศในอาเซียนมักพยายามวางตัวเป็นกลาง แต่ก็อาจถูกกดดันให้เลือกข้าง
- ซาอุดีอาระเบีย – มีบทบาทสำคัญในภูมิภาค และอาจเลือกข้างตามผลประโยชน์เฉพาะหน้า

‘อนุวัต’ บ่นดัง!! ‘กัมพูชา’ ทำตามแผน นำข้อพิพาท ฟ้องศาลโลก ในขณะที่ ‘ไทย’ ด่ากันเองไปมา เดินหน้าแย่งชิง เก้าอี้รัฐมนตรี

(15 มิ.ย. 68) นายอนุวัต เฟื่องทองแดง ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "อนุวัต จัดให้" ระบุว่า บ่นดังๆ !! วันนี้ในขณะที่กัมพูชา นำข้อพิพาทเขตแดน 4 พื้นที่ ยื่นศาลโลกทำทุกอย่างตามแผนที่วางไว้  หันกลับมาบ้านเรา นักการเมืองไทยกลับแย่งชิงเก้าอี้ รมต. ด่ากันไปมา!! น่าอนาถ!!  ตอนนี้สิ่งสำคัญคือ ซัพพอร์ตแนวหน้า และช่วยประชาชนให้เต็มที่มากกว่านี้ (ตอนนี้เหมือนมีแต่ภาคประชาชนที่ช่วยบริจาคกัน ) 

- ท่านรู้ไหมครับ หลุมหลบภัยเราไม่เพียงพอ ทั้งในหมู่บ้าน และโรงเรียน 

- ท่านรู้ไหม หน้าฝน ทหารแนวหน้าไม่สบาย ต้องการยา 

- และอีกมากมายที่ขอเข้ามา 

คำถามคือ ทำไม ???? 

เวียดนาม เข้าร่วมเป็น Partner กลุ่ม BRICS แล้ว ส่วน อินโดนีเซีย เป็นสมาชิกเต็มตัว ตั้งแต่ต้นปี

(15 มิ.ย. 68) รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn ระบุว่า ...

#เวียดนาม ไปต่อไม่ย่ำอยู่กับที่ เน้น diversify ตลาดใหม่ๆ ในยุคสงครามการค้าระอุ ล่าสุด เวียดนามเข้าร่วม BRICS ในฐานะ partner country เรียบร้อยแล้ว

15.06.2025 เวียดนามได้รับการรับรองให้เป็น partner ของกลุ่ม BRICS โดยบราซิลในฐานะประธานกลุ่ม BRICS ชั่วคราว ประกาศยอมรับเวียดนามอย่างเป็นทางการ “รัฐบาลบราซิลมีความยินดีที่เวียดนามตัดสินใจเข้าร่วมสร้างระเบียบระหว่างประเทศ และสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันอย่างยั่งยืน”
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top