Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

‘อุตตม’ ได้ฤกษ์เปิดตัวพรรคใหม่ 19 ม.ค.นี้ ชี้ ตอนนี้มีปัญหามากมาย ต้องร่วมกันแก้

วันที่ 17 ม.ค. 65 นายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงการแถลงเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่วันที่ 19 ม.ค. พร้อมติดแฮชแท็ก #ความหวังสร้างได้ #สร้างอนาคตไทย โดยระบุว่า

ผ่านพ้นครึ่งเดือนแรกของปี 2565 ไปแล้ว หวังว่าทุกท่านจะได้เริ่มต้นชีวิตและการทำงานที่ดี มีพลังในการเดินตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ในปีนี้ ก่อนหน้านี้ได้สัมผัสถึงความรู้สึกของพวกเราชาวไทย ที่มีความกังวลต่ออนาคตของประเทศ มองไม่เห็นว่าจะเดินไปต่อกันอย่างไร เพราะเรามีปัญหามากมาย หลายปัญหาฝังรากลึกทำร้ายประเทศมานานเกินควรแล้ว และหากเราปล่อยให้ความรู้สึกดังกล่าวเกาะกินใจทุกคนต่อไปเรื่อยๆ วันหนึ่งทุกคนก็จะรู้สึกหมดหวัง เมื่อถึงเวลานั้นประเทศคงไม่สามารถอยู่บนเส้นทางที่เจริญก้าวหน้าต่อไปได้

'บิ๊กโจ๊ก' เดินทางเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บกรณีถูกทำร้ายในเรือประมงที่ จ.ปัตตานี

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้เดินทางไปเยี่ยม นายวี เมือน อายุ 38 ปี สัญชาติกัมพูชา ลูกเรือที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.ปัตตานี ร่วมกับ กก.๗ บก.รน. ได้ร่วมกันจับกุม นายโบเฮียม เฮียง อายุ 23 ปี สัญชาติกัมพูชา เป็นลูกเรือประมงชื่อ เรือวรพงศ์นาวี ๒ ซึ่งได้ลงมือทำร้ายร่างกายโดยการใช้อาวุธมีดสปาต้าฟันนายวี เมือน อายุ 38 ปี เพื่อนลูกเรือภายในลำเดียวกันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทราบเหตุจากการแจ้งเหตุผ่านทางวิทยุเพื่อขอความช่วยเหลือจากไต๋เรือ ก่อนจะนำเรือเข้าเทียบท่าที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ PIPO ได้ดำเนินการจับกุมดังกล่าว สอบถามนายโบเฮียมฯ ผู้ก่อเหตุให้การรับว่า ตนก่อเหตุดังกล่าวเนื่องจากไม่พอใจผู้ถูกทำร้ายเนื่องจากชอบด่าพ่อแม่ของตน และชอบขโมยของของตน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

‘บิ๊กตู่’ ตั้งข้อสังเกต หมูตายแค่ 20% แต่ทำไมขาดตลาด เชื่อมีขบวนการทำหมูแพง

‘บิ๊กตู่’ ตั้งข้อสังเกตทำไมหมูขาด ทั้งที่ตายไม่ถึง 20% ระบาดเป็นบางจุด เชื่อมีขบวนการทำให้หมูแพง ลั่นอย่าเห็นแก่ตัวขึ้นราคาสินค้าอ้างน้ำมันแพง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ม.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาราคาสินค้าที่พุ่งสูง โดยเฉพาะเนื้อสุกรจะมีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร ว่า ขณะนี้ได้มีการสำรวจแล้วตั้งแต่ต้นทางว่าปัญหามันอยู่ที่ไหน อย่างไร วันนี้ปัญหาคือมีปริมาณเพียงพอหรือไม่ เมื่อไม่เพียงพอจะจัดหาเพิ่มเติมได้จากที่ไหน เช่น หมูถ้าจำเป็นก็ต้องนำเข้าและระงับการส่งออก ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปผลิตลูกหมูออกมา ส่งเสริมผู้ค้าหมูรายย่อย วันนี้ก็ต้องไปสำรวจอีกกว่ามีหมูที่เก็บไว้ในสต็อกมีการแช่แข็งไว้เท่าไหร่ที่รอการส่งออกก็ต้องระงับการส่งออกทั้งหมด เพื่อให้ปริมาณหมูมีเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ ต้องแก้ปัญหากันแบบนี้

"หมูตายก็สร้างหมูใหม่ขึ้นมา เพาะพันธุ์ใหม่ขึ้นมาให้เพียงพอปัญหาสำคัญที่สุด การแพร่ระบาดในครั้งนี้ มีการแพร่ระบาดในบางพื้นที่และเป็นจุดๆ ไป ไม่ได้แพร่ระบาดทั่วประเทศ ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย และการตายมีประมาณไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ทำไมหมูถึงขาด แสดงว่ามันเกิดอะไรขึ้นในกระบวนการ มีคนไปทำอะไรหรือเปล่า อีกทั้งหลายๆ อย่างก็พยายามขึ้นราคาตาม ขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผลที่สมควร ผมจึงได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ และถ้าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ให้ร้องเรียนมายังสคบ." พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ สั่ง หน่วยงาน ติดตามเฝ้าระวัง ตรวจตราอุปกรณ์ พัฒนาระบบป้องกัน เตือนภัยสึนามิ ของไทย เชื่อมโยงภูมิภาค

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีที่ภูเขาไฟใต้ทะเล บริเวณมหาสมุทรแปซิกฟิกตอนใต้ ทางด้านตะวันออกของประเทศตองกา เกิดปะทุอย่างรุนแรงทำให้เกิดคลื่นสึนามิเข้าพัดชายฝั่งในเมืองนูกูอาโลฟา ประเทศตองกา และหลายประเทศรอบแนวมหาสมุทรแปซิฟิก และได้มีคำเตือนภัยสึนามิ จนทำให้เกิดความห่วงกังวลถึงระบบการติดตามและเฝ้าระวังการเกิดสึนามิของไทย นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังผลกระทบ รวมทั้งตรวจสอบระบบป้องกัน และเตือนภัยของไทยให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบ ความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้นหากมีสถานการณ์ไม่พึงประสงค์

นายธนกร กล่าวว่า ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) ได้รายงานว่า มีการติดตามข้อมูลจากเครื่องมือเฝ้าระวังของหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อประกอบการวิเคราะห์ แจ้งเตือนการเกิดสึนามิ อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอตลอด 24 ชั่วโมง โดยการเฝ้าระวังการเกิดสึนามิฝั่งอันดามัน จะมีข้อมูลจากทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิของประเทศไทย จำนวน 2 ตัว ตัวแรกติดตั้งในมหาสมุทรอินเดีย (สถานี 23401) กรณีเกิดสึนามิสามารถยืนยันคลื่นสึนามิที่จะกระทบชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย ล่วงหน้า 1 ชั่วโมง 45 นาที ใช้งานได้ปกติ และตัวที่ 2 ติดตั้งในทะเลอันดามัน (สถานี 23461) กรณีเกิดสึนามิสามารถยืนยันคลื่นสึนามิที่จะกระทบชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย ล่วงหน้า 45 นาที ปัจจุบันทุ่นตัวนี้หลุดจากจุดที่ตั้งซึ่งกำลังประสาน และทุ่นตรวจวัดสึนามิทดแทนกำลังอยู่ระหว่างเร่งกระบวนการผลิต ทั้งนี้ ปภ. จะใช้ข้อมูลจากต่างประเทศมาประกอบการวิเคราะห์ซึ่งจะทำให้ทราบสถานการณ์ได้ ส่วนการเฝ้าระวังการเกิดสึนามิฝั่งอ่าวไทย จะใช้ข้อมูลจากทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิของประเทศในฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก 

“ทร.” จัดงานวันสดุดีวีรชนกองทัพเรือ”ประจำปี 2565  สองวีรชน ในวีรกรรมสำคัญร่วมงาน

 พล.ร.อ. สมประสงค์  นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.)  เป็นประธานในการจัดงาน เนื่องในวันสดุดีวีรชนกองทัพเรือ ประจำปี 2565 ณ อนุสรณ์เรือหลวงธนบุรี โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 

ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส (COVID - 19) ทำให้ในปีนี้ กองทัพเรือ ได้ปรับรูปแบบการจัดงานให้มีความเหมาะสมในรูปแบบ NEW NORMAL โดยลดขั้นตอน และผู้ร่วมงานลง แต่ยังคงไว้ซึ่งพิธีการสำคัญ ประกอบด้วย การวางพวงมาลา และอ่านคำสดุดีวีรชนกองทัพเรือ การจัดพิธีสงฆ์ เพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของวีรชนทหารเรือ ที่เสียสละชีวิต เพื่อปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติและยังคงอยู่ในจิตใจของทหารเรือทุกนายตราบจนปัจจุบัน 

พิธีสดุดีวีรชนและบำเพ็ญกุศลแด่วีรชนของกองทัพเรือ เป็นพิธีสำคัญที่กองทัพเรือจัดขึ้นเป็นประจำ ในวันที่ 17 มกราคม ของทุกปี เพื่อให้ทหารเรือทุกคนได้แสดงความเคารพ และระลึกถึงวีรกรรมของบรรพบุรุษทหารเรือที่ได้ทำการรบอย่างกล้าหาญ และยอมพลีชีพ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติจากศัตรูที่รุกรานแผ่นดินของเราประวัติศาสตร์ได้จารึกความกล้าหาญของทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ระหว่าง ไทย กับ ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2484 โดยฝรั่งเศสได้ส่งกำลังทางเรือประกอบด้วยเรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์ เป็นเรือธง เรือสลุป 2 ลำ และเรือปืน 4 ลำ เรือสินค้าขนาดใหญ่ติดอาวุธ 1 ลำ เรือดำน้ำ 1 ลำ เข้ารุกล้ำน่านน้ำไทยบริเวณเกาะช้าง จังหวัดตราด เพื่อจะเข้าระดมยิงหัวเมืองชายทะเลทางภาคตะวันออกของประเทศ

กำลังทางเรือของไทยที่รักษาการณ์อยู่ในบริเวณนั้นประกอบด้วย เรือหลวงธนบุรี เรือหลวงชลบุรี และ เรือหลวงสงขลา ภายใต้การบังคับบัญชาของ นาวาโทหลวงพร้อมวีรพันธ์ ผู้บังคับการเรือหลวงธนบุรี แม้ว่าจะเสียเปรียบด้านกำลังรบอย่างมากวีรชนทหารเรือไทยได้ต่อสู้อย่างสุดกำลังความสามารถ จนต้องสูญเสียเรือรบทั้ง 3 ลำไป พร้อมชีวิตนายทหารและลูกเรือ รวมทั้งสิ้น 36 นาย รวมถึง นาวาโทหลวงพร้อมวีรพันธ์ แต่เป็นที่น่าภูมิใจว่าด้วยกำลังทางเรือของเรา สามารถทำให้ข้าศึกได้รับความเสียหายจนต้องล่าถอยไปในที่สุด

สำหรับการรบครั้งสำคัญที่ทหารเรือได้พลีชีพเพื่อชาติและราชนาวี เมื่อครั้งสงครามโลก ครั้งที่ 2 กองทัพเรือได้รับมอบภารกิจจัดเรือไปบรรทุกน้ำมัน ซึ่งเป็นยุทธปัจจัยสำคัญจากสิงคโปร์มายังประเทศไทย ซึ่งในครั้งนั้น เรือหลวงสมุย ได้ปฏิบัติภารกิจลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิง แม้ทราบว่าเส้นทางลำเลียงอยู่ในเขตปฏิบัติการของเรือดำน้ำฝ่ายสัมพันธมิตรก็ตาม ในการเดินทางเที่ยวสุดท้าย เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พุทธศักราช 2488 เรือหลวงสมุย ได้ถูกยิงด้วยตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำฝ่ายสัมพันธมิตร จมลงที่บริเวณนอกชายฝั่งรัฐตรังกานู ทำให้กองทัพเรือต้องสูญเสียทหารผู้กล้าไปจำนวน 31 นาย รวมถึงสูญเสียกำลังพล ในการต่อสู้ป้องกันการโจมตีทางอากาศ จากฝ่ายสัมพันธมิตรในแต่ละพื้นที่ในคราวเดียวกันนี้อีก 7 นาย

นอกจากนี้ยังมียุทธการสำคัญที่ทำให้กองทัพเรือต้องสูญเสียทหารเรือผู้กล้าไปเป็นจำนวนมาก เช่น สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม การปราบปรามผู้ก่อการร้ายตามแผนยุทธการสามชัย จังหวัดเพชรบูรณ์ยุทธการผาภูมิ ณ บริเวณดอยผาจิ จังหวัดเชียงราย การเข้ายึดค่ายกรุงชิง จังหวัดนครศรีธรรมราช ยุทธการดอนน้อย จังหวัดหนองคาย การรบที่บ้านชำราก จังหวัดตราด เหตุการณ์เรือ ต.98 ปะทะกับเรือประมงติดอาวุธไม่ปรากฏสัญชาติที่จังหวัดระนอง รวมไปถึงการปฏิบัติภารกิจ เพื่อความสันติสุขในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล้วนแต่เป็นการเสียสละ เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แลกไว้ด้วยชีวิตทหารเรือเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีชีวิตอยู่อย่างสันติ

พาณิชย์ตั้ววอรูม สกัดของแพง หลังเจอน้ำอัดลมจ่อขึ้นราคา

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากมีภาคเอกชนส่งสัญญาณการปรับราคาน้ำอัดลมจากผู้ประกอบการค่ายน้ำดำเจ้าใหญ่รายหนึ่ง ซึ่งมีการแจ้งขอปรับรายการส่งเสริมการขาย เนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น โดยมีผลทำให้ราคาขายปลีกหน้าร้านขยับราคาขึ้นเฉลี่ยประมาณขวดละ 1 บาท ล่าสุด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ได้เรียกประชุมกระทรวงพาณิชย์เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้มีข้อสั่งการให้ตั้งวอรูมขึ้น โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานทำหน้าที่ติดตามราคาสินค้า แก้ปัญหาและดำเนินคดีกับพวกฉวยโอกาสอย่างเต็มที่ โดยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศในฐานะประธานกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ระดับจังหวัด เป็นประธานวอรูมในระดับจังหวัด

ศูนย์จีโนมฯ เปิดผลตรวจสายพันธุ์โควิด คาดใกล้ End game กลายเป็นโรคประจำถิ่น

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยผลการตรวจสายพันธุ์ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 3-16 มกราคม 2565 พบเป็นสายพันธุ์โอมิครอน 97.1% (69/71) และเดลตา 2.8% (2/71) นอกจากนี้มีการส่งตัวอย่างสุ่มตรวจจากเรือนจำ เป็นสายพันธุ์เดลตาทั้ง 100% (30/30)

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวหมายถึงในกรุงเทพฯ หากไม่นับในเรือนจำ “โอมิครอน” น่าจะเข้ามาแทนที่ “เดลตา” เกือบหมดแล้ว “Twindemic” หรือการติดเชื้อสองสายพันธุ์ ระหว่าง “โอมิครอน” และ “เดลตา” ไปพร้อมกันในระยะเวลาสั้นๆ ได้จบลงแล้ว ไม่นาน “โอมิครอน” คงจะกระจายไปทั่วประเทศ

ไม่ช้าคงเป็นตามที่นายแอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดต่อและภูมิแพ้แห่งชาติของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคนสำคัญในคณะทำงานเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เตือนว่า “ในที่สุดแทบทุกคนจะติดเชื้อไวรัสโอมิครอน” จากนั้นทั้งภูมิคุ้มกันจากวัคซีนและจากการติดเชื้อตามธรรมชาติจะพุ่งขึ้นสูง ลดความรุนแรงของโรคโควิด-19 และลดอัตราการเสียชีวิตลงอย่างรวดเร็ว เห็นปรากฏการณ์นี้ได้อย่างชัดเจนจากข้อมูลผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตทั่วโลกจาก “โอมิครอน”

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแอฟริกาใต้ ลดลงจนเข้าสู่สภาวะปรกติ ในขณะที่ผู้เสียชีวิตไม่มาก มีประชากรติดเชื้อไวรัสจากธรรมชาติเป็นจำนวนมาก

ศบค. ชี้ วัคซีนเข็ม 3 ทั่วประเทศฉีดน้อยมาก วอน ผู้สูงอายุ-ผู้มีโรคประจำตัว เร่งเข้ารับการฉีดวัคซีน ป้อง ป่วยหนัก เสียชีวิต ย้ำ ในที่ทำงาน เว้นระยะห่าง -ไม่กินข้าวร่วมกัน

ที่ ศบค.ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)แถลงข่าวถึงสถานการณ์การรับการวัคซีนของประเทศไทยขณะนี้ ว่า ในช่วงนี้กระทรวงสาธารณสุขเน้นย้ำให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มสาม โดยเมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมามีการฉีดวัคซีนทั้งประเทศ 172,437 โดส ซึ่งเข็มสาม โดยรวมทั้งประเทศตัวเลขอยู่ที่ 14.1% เท่านั้น ถือว่ายังน้อยมาก และเป็นผู้สูงอายุเกิน 60 ปี เพียง 13.8% เท่านั้นซึ่งถือว่าน้อย รวมทั้งผู้มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค เข็มสาม อยู่ที่ 16.1% 

ดังนั้นนโยบายการบริหารวัคซีนเข็มกระตุ้นของกระทรวงสาธารณสุขในช่วงเดือนมกราคม 2565 นี้เป็นต้นไป ขอให้ทุกคนที่ได้รับวัคซีนครบสองเข็มแล้วให้มารับเข็มกระตุ้นเป็นเข็มที่สาม หรือผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวบางคนที่ยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนเลยแม้แต่เข็มหนึ่ง ก็ขอให้ทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยด่วน เพราะอย่างที่เห็นแล้วว่าหลายคนชะล่าใจว่าโอมิครอนไม่รุนแรงแต่เมื่อไปติดเชื้อในกลุ่มผู้ป่วยเปราะบางก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

กรมควบคุมโรคระบุว่า กรณีสูตรฉีดวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศมานั้นถือได้ว่ามีงานวิจัยรองรับอย่างแน่นอน ถือว่ามีความปลอดภัย กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ถึง 90-100% ในการป้องกันการป่วยหนักและการเสียชีวิตแต่หากใครต้องการฉีดวัคซีนด้วยสูตรอื่นที่นอกเหนือจากนี้ ขอให้ดูตามความพร้อมของวัคซีนในพื้นที่ ถ้ามีตามต้องการก็ให้ขอเข้ารับการฉีดได้ 

“บิ๊กตู่” เตรียมถกครม.ออกมาตรการแก้ของแพง 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ฃติดตามสถานการณ์สินค้าราคาแพงด้วยความห่วงใย แม้จะเข้าใจดีว่า การปรับราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกตลาด เนื่องจากที่ผ่านมา ราคาสินค้าต้นทุนหลายตัวเพิ่มขึ้น ทั้งราคาพลังงาน อาหารสัตว์  รวมไปถึงสินค้าบางประเภท เช่น เนื้อสัตว์ ไก่ หมู ที่มีปริมาณในระบบลดลง ขณะที่ความต้องการบริโภคยังคงเท่าเดิมหรือสูงขึ้น ปลายเดือนนี้ เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน อาจทำให้ปริมาณความต้องการเนื้อสัตว์ หมู ไก่ เป็ดและผลไม้ รวมทั้งสินค้าอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น อาจกระทบราคาจำหน่ายที่แพงขึ้นเป็นการชั่วคราว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะได้นำประเด็นสินค้าราคาแพง เข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 18 ม.ค.นี้ เพื่อให้ที่ประชุม ครม. ร่วมกันพิจารณามาตรการเร่งด่วนในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยไม่ให้กระทบกลไกตลาดเพิ่มเติมจากหลายมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงานได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้  

รมว.ยุติธรรม เปิดอบรมนักสืบสวนธุรกรรมทางการเงินและนักสืบทรัพย์ ตำรวจ-ศาล-ป.ป.ส.-สถาบันการเงินเข้าร่วมพรึบ หวังช่วยงานปราบยาเสพติดเติมเต็มกระบวนการยึดทรัพย์ มั่นใจเป้าหมาย 10,000 ล้านไม่ใช่เรื่องเหรือบ่ากว่าแรง แม้ไตรมาสแรกยังต่ำกว่าเป้า

ที่สำนักงาน ป.ป.ส. มีการจัดโครงการฝึกอบรม “นักสืบสวนธุรกรรมทางการเงินและนักสืบทรัพย์” โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วย น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ผู้เข้าอบรมจาก สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักงานศาลยุติธรรม สํานักงานอัยการสูงสุด ศาลภาษีอากรกลาง กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมบังคับคดี กรมสรรพากร และสถาบันการเงิน และยังมีการประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร็นซ์ ไปยังหน่วยงานต่างๆทั่วประเทศ

นายวิชัย กล่าวรายงานว่า หลังจากที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนกรอบความคิดและกระบวนการตรวจสอบ ยึดอายัดทรัพย์สินตามมูลค่า เพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ เทคนิควิธีการสืบสวนทางด้านทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ รมว.ยุติธรรม จึงสั่งการให้ ป.ป.ส.จัดโครงการฝึกอบรมนี้ขึ้น เพื่อทำความเข้าใจเตรียมความพร้อมและบริหารกลไกในการปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อให้สามารถดำเดนินการตามกฎหมาย ตามมาตรการตรวจสอบทรัพย์สินตามมูลค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้เข้าอบรม เป็นข้าราชการสังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทำหน้าที่สืบสวน คือ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานป.ป.ส. รวมทั้งคณะทำงานพาลีปราบยา

นายสมศักดิ์ กล่าวเปิดโครงการว่า จากการที่รัฐบาลได้ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายให้มีความทันสมัย สามารถนําไปบังคับใช้กับนักค้ายาเสพติดได้อย่างเต็มที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องนําไปปฏิบัติให้เป็นแนวทางเดียวกัน ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบาย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกระดับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทําความเข้าใจประมวลกฎหมายยาเสพติดอย่างจริงจัง ต้องมีการขับเคลื่อนและสร้างความพร้อมในประมวลกฎหมายอย่างเป็นระบบ มีแผนการปฏิบัติงานอย่างเป็นขั้นตอน มีกลไกในการให้คําปรึกษา แก้ไขปัญหาและติดตามการปฏิบัติงานตามกฎหมายใหม่อย่างใกล้ชิด และต้องนําประมวลกฎหมายยาเสพติด ไปใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น การฝึกอบรมนักสืบสวนธุรกรรมทางการเงิน และนักสืบทรัพย์ ในครั้งนี้จะเป็นการทําความเข้าใจ เตรียมความพร้อมบริหารจัดการกลไก ในการนําประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ไปใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพ ติดอย่างเป็นรูปธรรม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top