Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

รับวาเลนไทน์! เราเที่ยวด้วยกัน เริ่มก.พ. นี้ “พิพัฒน์” พร้อมชงครม.ไฟเขียว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 25 ม.ค.นี้ จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเพิ่มสิทธิโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ 4 อีก 2 ล้านสิทธิ (คืน) ภายใต้กรอบวงเงิน 13,200 ล้านบาท หลังจากที่ผ่านมาได้เห็นชอบในหลักการโครงการไปแล้ว และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้หารือกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ไปแล้ว เบื้องต้นหากที่ประชุมครม.เห็นชอบให้ดำเนินโครงการ คาดว่า จะเปิดให้ประชาชนจองสิทธิได้ภายในเดือน ก.พ.นี้ เพื่อใช้สิทธิภายในเดือน ก.ย.65

ทั้งนี้ที่ผ่านมาโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ 3 กำหนดสิทธิเอาไว้จำนวน 2 ล้านสิทธิ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก และมีประชาชนจองไปครบแล้วในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย โดยโครงการนี้รัฐช่วยจ่ายค่าที่พักให้ 40% สูงสุดไม่เกินคืนละ 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน รับคูปอง 600 บาทต่อวัน และเงินคืนค่าตั๋วเครื่องบิน 40% โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประเมินว่า การเปิดให้จองสิทธิจำนวน 2 ล้านสิทธิครั้งนี้ น่าจะได้รับความสนใจจำนวนมาก และสิทธิอาจถูกใช้หมดภายในเดือน เม.ย.65 เพราะเข้าช่วงฤดูท่องเที่ยวของคนไทย โดยเฉพาะตรงกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน

'ศรีสุวรรณ' จี้ มส. จัดการพระนอกรีต ลงยันต์-นะหน้าทอง ชี้ ขัดพรบ.สงฆ์

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีพระชั้นผู้ใหญ่ระดับพระครู หรือเจ้าอาวาสวัดหลายวัด ได้กระทำการเผยแผ่พระศาสนาที่อาจขัดต่อพระธรรมะวินัยเป็นจำนวนมาก โดยอาศัยความโง่เขลา เบาปัญญาของพุทธบริษัท เป็นเครื่องมือในการแสวงหาลาภปัจจัย ซึ่งมหาเถรสมาคมควรที่จะต้องออกมากำหลาบหรือจัดการพระนอกรีตเหล่านี้เสีย เพื่อมิให้ศาสนาแปดเปื้อนและถูกเข้าใจผิดว่า การกระทำดังกล่าวเป็นกิจของสงฆ์

พฤติการณ์ดังกล่าว อาทิ การเขียนยันต์ต่าง ๆ โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการเตือนสติผู้คนให้ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท ดำเนินชีวิตด้วยสติสัมปชัญญะ ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมและรักษาศีล 5 รวมทั้งที่กำลังเป็นกระแสฮิตกันมากคือ การเจิมหน้าผากด้วยแผ่นทองคำเปลว การเขียนยันต์หัวใจมหาเศรษฐีลงบนฝ่ามือ และการลงนะหน้าทองแบบเต็มใบหน้า โดยอ้างว่าจะช่วยเสริมสร้างสิริมงคล หนุนดวง เสริมดวงชะตาในด้านเมตตา มหาเสน่ห์ เสริมบารมี และเพิ่มโชคลาภ ลงแล้วจะเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย ซึ่งถ้าทำแล้วทำให้ร่ำรวยจริง คงไม่มีคนยากคนจนเต็มแผ่นดินอยู่ในขณะนี้

การกระทำดังกล่าวไม่ใช่กิจของสงฆ์ ไม่เคยปรากฏอยู่ในพระไตรปิฏก และหรือไม่อยู่ในคำสอนของสัมมาสัมพุทธเจ้า หากแต่เป็น “โลกวัชชะ” เป็นอวิชชา หรือเดรัจฉานวิชา ที่พวกหมอผี หรือผู้ที่นิยมทางไสยศาสตร์เขาทำกัน ซึ่งขัดต่อความเป็นพระภิกษุในบวรพุทธศาสนา ที่มุ่งสอนให้พุทธบริษัทหลุดพ้นจากวัฏฏะสงสาร มุ่งสู่ศีล สมาธิ และปัญญา มากกว่าการเผยแพร่พระศาสนาโดยใช้อวิชชาทางไสยศาสตร์เป็นธงนำ และการกระทำดังกล่าวอาจจะผิดศีลอาบัติขั้นสังฆาทิเสสได้ เนื่องจากเสี่ยงที่จะแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงหรืออุบาสิกาได้ หรือถึงขั้นอาบัติปาราชิกได้ เพราะอาจถือได้ว่าเป็นการอวดอุตตริมนุสสธรรม หรือการอวดอ้างคุณวิเศษที่ไม่มีในตน

“สงคราม” ชี้ ฝ่ายค้านจัดหนักอภิปรายนโยบาย “บิ๊กตู่” ทุบให้จนแล้วแจก อัดรัฐบาลอุ้มนายทุนทำของแพงทั้งแผ่นดินคนไทยทั้งประเทศเดือดร้อนหนัก


นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองในปี 2565 เชื่อว่าคงร้อนแรงกว่าปี 2564 ปัจจัยมาจากปัญหาที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ ทั้งนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ปล่อยให้เจ้าสัวปรับขึ้นราคาสินค้าไร้มาตรการควบคุม ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแสนสาหัส

นอกจากนี้ที่น่าละอายใจ คือการจงใจที่จะปกปิดข้อมูล การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ทำให้หมูเสียชีวิตจำนวนมาก คาดกันว่าอาจมากถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนหมูในประเทศเลย กรมปศุสัตว์ออกมายอมรับว่าราคาหมูจะแพงไป 1 ปี สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก ทั้ง ๆที่รัฐบาลรับทราบมาตั้งแต่ปี 2562 ว่าตรวจพบเจอโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู แต่รัฐบาลกลับไม่ยอมรับ ที่ผ่านมา พรรคฝ่ายค้าน แสดงความห่วงใยมาตลอด ถึงแนวทางแก้ปัญหา เรียกร้องให้ พลเอกประยุทธ์ แสดงรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องเกษตรกรและประชาชน รวมทั้งสร้างภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนอีกมาก

เริ่มแล้ว! มาตรการลดค่าจดทะเบียนโอน-จำนองอสังหาฯ เหลือ 0.01% มีผลบังคับใช้วันนี้ คลังประเมินช่วยกระตุ้นการซื้อขายที่อยู่อาศัยกว่า 2.91 แสนล้านบาท เพิ่มจีดีพี 0.58%    

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศกระทรวงมหาดไทย รวม 4 ฉบับ  ซึ่งกำหนดให้มีการลดค่าการจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% และค่าจดทะเบียนจำนองจาก 1% เหลือ 0.01%  ซึ่งจะช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจปี 2565 รักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ช่วยเหลือให้ลูกหนี้มีสภาพคล่องและผู้ประกอบการกลับมาประกอบธุรกิจได้เร็วขึ้น

สำหรับการปรับลดค่าจดทะเบียนโอนและจดทะเบียนจำนองอสังหาริมทรัพย์นี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งผ่านการอนุมัติของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2564 ที่ผ่านมา โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 2 กรณี  

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า  กรณีแรก เพื่อลดภาระให้กับประชาชนที่มีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยออกประกาศ 2 ฉบับ มีผลเป็นการลดค่าจดทะเบียนการโอนและค่าจดทะเบียนจำนองอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายที่ดินกรณีอาคารที่อยู่อาศัย (บ้านเดี่ยว บ้านแฝดและบ้านแถว) หรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว และห้องชุดในอาคารชุดซึ่งจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด โดยราคาซื้อขายและประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 3 ล้านบาท วงเงินจำนองไม่เกิน 3 ล้านบาท และมีการโอนและจดจำนองในคราวเดียวกันโดยในส่วนนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2565 

“มาตรการในส่วนนี้จะช่วยบรรเทาภาระให้ผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในระดับราคาที่ไม่สูงมาก รวมถึงช่วยรักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาฯ ในสถานการณ์โควิด-19 โดยกระทรวงการคลังได้ประเมินว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายอสังหาฯ มูลค่าประมาณ 2.91 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มการบริโภคในประเทศได้ 7.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มการลงทุนประมาณ 1.35 แสนล้านบาท และส่งผลให้จีดีพีเพิ่มขึ้น 0.58%” น.ส.ไตรศุลี กล่าว  

“รองโฆษกรัฐบาล” ชวนแรงงานอิสระ สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 -ออมเงินกับกองทุนการออมแห่งชาติ ชี้ ได้บำนาญ คุ้มครองอุบัติเหตุ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเชิญชวนผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ประกันตนตามมาตรา 40(1)สมัครออมเงินควบคู่ไปกับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)เพื่อเติมเต็มเงินออมและสร้างความมั่นคงทางการเงิน สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งมั่นลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างหลักประกันที่มั่นคงในชีวิตของประชากร ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580)

โดยกอช. ร่วมกับสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน จัดคู่หูสวัสดิการเพื่อประชาชน เชิญชวนผู้ที่มีสิทธิสมัคร อายุ 15 – 60 ปี และเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40(1) วางแผนเงินออมหลังอายุ 60 ปี ควบคู่กับ กอช. เพียงออมเงินขั้นต่ำ 50 บาท สูงสุด 13,200 บาทต่อปี ทั้งนี้ สมาชิกจะได้สวัสดิการจาก 2 หน่วยงานรวมกัน โดยจะได้รับเงินสมทบจากรัฐบาลเพิ่มตามช่วงอายุสมาชิก สูงสุด 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน 1,200 บาทต่อปี นอกจากนี้ยังมีผลตอบแทนเพิ่มเติมจากการลงทุน ซึ่งได้รับความค้ำประกันผลตอบแทน รวมถึงสามารถลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีได้เต็มจำนวนเงินออมสะสม และในระหว่างการทำงาน สมาชิกจะได้เงินทดแทนรายได้กรณีประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ ค่าทำศพจากสำนักงานประกันสังคม และเมื่ออายุเกิน60 ปี จะได้บำนาญรายเดือนจาก กอช. และได้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามเกณฑ์อีกด้วย โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครสมาชิก กอช. มีอายุตั้งแต่ 15 – 60 ปี ได้แก่ นักเรียน นิสิตและนักศึกษา พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร ผู้ที่ขับรถรับจ้างทั่วไป ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เป็นต้น ซึ่งสามารถตรวจสอบสิทธิได้ที่แอปพลิเคชัน “กอช.” หรือ เว็บไซต์ กอช. www.nsf.or.th หรือสอบถาม สายด่วนเงินออม โทร.02-049-9000

‘สมเด็จพระนเรศวรมหาราช’ ทรงกระทำยุทธหัตถี และมีชัยชนะต่อ ‘พระมหาอุปราชา’ ของพม่า

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยลำดับที่ 18 แห่งราชอาณาจักรศรีอยุธยา เสด็จพระราชสมภพที่เมืองพิษณุโลก ปีเถาะ พ.ศ. 2098 ทรงมีสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า ซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์สุโขทัยองค์แรกที่ครองกรุงศรีอยุธยาเป็นพระบิดา และมีพระวิสุทธิกษัตรี เป็นพระราชธิดาของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิอีกด้วย

ภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่า องค์พระนเรศวรได้ถูกนำเป็นองค์ประกัน ณ เมืองหงสา และได้ร่ำเรียนวิชาความรู้ ความสามารถต่างๆ เพื่อรอวันที่จะได้กลับมากู้ชาติกู้แผ่นดินอีกครั้ง แต่ด้วยความกตัญญูของสมเด็จพระนเรศวร ที่มีต่อพระเจ้าบุเรงนอง ที่ชุบเลี้ยงดูแลจนเติบใหญ่ จึงไม่ทำการขัดขืนใดๆ เมื่อพระเจ้าบุเรงนองยังมีชีวิตอยู่ แต่ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบุเรงนอง สมเด็จพระนเรศวรได้กลับมาปกครองยังพระนครกรุงศรีอยุธยา และด้วยวิชาความรู้และความสามารถของพระองค์ ได้ทำการรบข้าศึกต่างๆ และชนะเรื่อยมา จนเป็นที่เกรงกลัวของข้าศึกเป็นอย่างมาก  
 

'จุรินทร์' ลั่นทุกเสียง ปชป. ไม่มีโกง เตือนแล้วพรรคร่วมแข่งกันเอง ได้ไม่คุ้มเสีย

17 ม.ค. 65 ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวภายหลังพรรคประชาธิปัตย์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมส.ส. ทั้งที่เขต 1 จ.ชุมพร และเขต 6 จ.สงขลา ว่า ขอขอบคุณประชาชนทั้งสองจังหวัด รวมถึงผู้สนับสนุนจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศที่เป็นกำลังใจให้พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนปัจจัยที่ทำให้พรรคประสบความสำเร็จในครั้งนี้ ก็เพราะเสียงสวรรค์ของประชาชน เห็นชัดเจนเป็นรูปธรรมที่สุด ตนและพรรคขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ จากนี้จะต้องทำงานหนักขึ้นต่อไป

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ระบุอาจมีการเลือกตั้งซ่อมอีกรอบ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ แต่ขอเรียนเลยว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่โกง มั่นใจทุกคะแนนได้มาอย่างบริสุทธิ์ และมาจากเสียงสวรรค์ที่แท้จริง

‘สุพล - สันติ’ ยอมสิ้นสภาพ ส.ส. ควงคู่ ยื่นลาออกจากสมาชิก พปชร. 

พปชร. ส่อแววแตก หลัง 2 ส.ส.บัญชีรายชื่อ สุพล ฟองงาม และสันติ กีระนันทน์ ยื่นลาออกจากสมาชิกพรรค ยอมสิ้นสภาพส.ส. 

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุพล ฟองงาม และนายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็นผลให้สิ้นสภาพส.ส. ทันที

ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งสองจะเข้าไปสังกัดพรรคสร้างอนาคตไทย ของ “กลุ่มสี่กุมาร” ภายใต้การนำของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และนายอุตตม สาวนายน ที่เตรียมเปิดตัวในวันที่ 19 ม.ค. นี้


ที่มา : https://www.matichon.co.th/politics/news_3136115

รัฐบาลรับทราบแผนขยายสนามบินสุวรรณภูมิ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า ที่ประชุมได้รับทราบการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศตะวันออก ซึ่งมีความพร้อม และเร่งทบทวนแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยให้สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมแนวทางการพัฒนา 

ทั้งนี้ที่ประชุมฯ ได้พิจารณาความก้าวหน้าการดำเนินงานของ บมจ.ทอท. 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1. ความก้าวหน้าการดำเนินงานจ้าง ICAO เพื่อศึกษาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ล่าสุด ทอท. อยู่ระหว่างการประสานกับสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาร่างข้อตกลง เพื่อให้ ICAO ศึกษาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนม.ค. 2565 และแล้วเสร็จในเดือนต.ค.2565  

2. ผลการศึกษาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดย IATA ซึ่งที่ประชุมรับทราบผลการศึกษาที่แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 18 ส.ค.2564 สรุปว่า การคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะฟื้นกลับมาในระดับเดียวกันกับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งมีผู้โดยสารปีละประมาณ 65 ล้านคน ในช่วงปี 2567 – 2568 โดยเสนอให้พัฒนาส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ เพื่อให้บริการผู้โดยสารภายในประเทศและผู้โดยสารระหว่างประเทศ 

บังกลาเทศ – จับตา!! อสังหาริมทรัพย์ในบังคลาเทศเติบโตอย่างต่อเนื่องจากแรงหนุนรอบด้าน

ธากา/บังกลาเทศ – ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในบังคลาเทศเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงสองปีที่ผ่านมาอันเนื่องมาจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของประเทศ ส่งผลให้รายได้ต่อหัวที่เพิ่มขึ้นครั้งล่าสุดและการขยายตัวของชนชั้นกลาง ความต้องการที่อยู่อาศัยก็เพิ่มขึ้น 

ทั้งนี้จากรายงานของสมาคมอสังหาริมทรัพย์และเคหะแห่งบังคลาเทศ (REHAB Real Estate & Housing Association of Bangladesh) เผยตัวเลขจากบริษัทที่เข้าร่วมสมาคมฯ ราว 879 แห่ง โดยพบกว่ามีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีราว 10% ในช่วงปี 2019-2020 

ขณะที่แนวคิดในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยภาพรวม ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่อพาร์ตเมนต์ แต่ยังรวมถึงเมืองจำลอง ห้างสรรพสินค้า และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในรูปแบบต่างๆ โดยผลการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งล่าสุดระบุว่าความต้องการที่อยู่อาศัยทั้งหมดของประชากรอยู่ที่ 0.8 ล้านหน่วยในปี 2020 และจะเพิ่มเป็น 1.14 ล้านหน่วยในปี 2030และหากคิดเป็นสัดส่วนของภาคที่อยู่อาศัยต่อ GDP ในบังกลาเทศแล้วนั้น ปัจจุบันมีตัวเลขอยู่ที่ 7.96% ขณะที่อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก, ปูน, อิฐ, ทราย, กระเบื้องเซรามิก, สี, และอุปกรณ์ตกแต่งและอุปกรณ์อื่นๆ อยู่ที่ราว 12%

สำหรับอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของการเติบโตในครั้งนี้ ด้าน Kamal Mahmud รองประธาน REHEB ได้กล่าวว่า ภายใต้ลดภาษีในภาคอสังหาฯ แก่ผู้ประกอบกร โดยกระทรวงพาณิชย์ฯ นั้น ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การขายอสังหาฯ ในรูปแบบต่างๆ เพิ่มมากขึ้น 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top